จากสาวน้อยบ้านนาสู่ภรรยาท่านแม่ทัพ

14.0K·ประตูฟ้ายั่งยืน/จันดาลี

หลินเจียอีหญิงสาวในศตวรรษที่21ตกตายด้วยโรคระบาด วิญญาณของเธอได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเด็กสาวอายุ14 ที่มีชื่อเดียวกับเธอซึ่งสิ้นใจตายระหว่างเดินทางกลับบ้านเดิมของมารดา **** หลินเจียอีลืมตาตื่นขึ้นมาในสภาพบ้านที่ไม่คุ้นชิน เธอจำได้ว่าก่อนหน้านี้ได้เข้ารักษาตัวจากอาการติดเชื้อโรคระบาดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เหตุใดถึงมาโผล่ในบ้านโบราณ รอบกายเธอเต็มไปด้วยผู้คนแต่งตัวล้าสมัย ต่อมาเธอค้นพบว่าตนเองได้ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของเด็กสาวอายุ 14 ซึ่งมีชื่อเดียวกันกับเธอ แต่ชะตากรรมของเด็กสาวผู้นี้ช่างน่าสงสารนัก บิดาเพิ่งลาโลก แม่โดนฮุบสมบัติแล้วถูกขับไล่ออกจากตระกูล ต้องระหกระเหินพาเจ้าของร่างที่ถูกทุบตีจนสิ้นใจระหว่างทางกลับมาบ้านเดิมที่แสนยากจนข้นแค้น

แม่ทัพจบแล้ว

เชลยรักบัลลังก์มังกร

4.0K·panomgorn

“ข้าจะขังเจ้าไว้ในกรงรักนี้... ให้เจ้ามองข้า สัมผัสข้า และเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว ชั่วนิรันดร์!” เขาจับนางมาเพื่อเหยียบย่ำศักดิ์ศรี แต่กลับหลงใหลในเรือนร่างและสติปัญญาของนางจนโงหัวไม่ขึ้น นางเกลียดชังเขาเข้ากระดูกดำ แต่กลับพ่ายแพ้ให้กับความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดิบเถื่อน พบกับเรื่องราวของ หลี่ซวิน และ ไป๋รั่ว คู่รักที่เริ่มต้นจาก ศัตรู สู่ คู่ชีวิต คู่ผัวเมียที่จับมือกันเดินฝ่ากองเลือดและยาพิษ เพื่อก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของแผ่นดิน! นิยายเรื่องนี้ไม่ได้มีดีแค่ฉากสงคราม แต่ยังเต็มไปด้วยฉากรักที่ ถึงพริกถึงขิง และความคลั่งรักระดับทำลายล้าง ที่จะทำให้คุณรู้ว่า... เวลาที่พยัคฆ์หวงเมีย มันน่ากลัว เพียงใด!

นิยายรักโรแมนติกจบแล้ว

ข้าคือนางร้ายที่หมายปอง(เตียง)ของพระรอง

7.0K·แคลร์ออสติน

ทะลุมิติมาทั้งที ดันมาอยู่ในร่าง 'เสิ่นเจียวเจียว' นางร้ายที่กำลังถูกตวาดด่ากลางหอสุรา เพราะเอาแต่ตามตื๊อรัชทายาทจ้าวเย่จนเสียสติ ซ้ำร้ายยังรู้ล่วงหน้าว่าอีกสามปีตระกูลเสิ่นจะต้องถูกใส่ร้ายและต้องโทษประหารล้างตระกูล! เพื่อหนีจากลานประหาร นางจึงตัดสินใจเปลี่ยนเป้าหมายด่วน ทิ้งตี้จวินเฮงซวย แล้วหันไปล็อกเป้าหมายใหม่เพื่อเอาชีวิตรอด นั่นคือ 'ลู่หวูเหยียน' หัวหน้าหน่วยผู้ตรวจการลับ ฉายายมทูตหน้าน้ำแข็ง ผู้กุมอำนาจล้นฟ้า และเป็นคนที่จะสั่งประหารชีวิตครอบครัวนางในอนาคต! ยุทธการ 'อ่อยเพื่อรอดตาย' จึงถูกงัดออกมาใช้อย่างฉับพลัน! นางลงทุนปาของแทนใจทอดสะพานให้เขาถึงกลางถนน ต่อให้ยมทูตหน้าน้ำแข็งจะขู่จับนางโยนเข้าคุกหลวง สตรีหน้าหนาอย่างนางก็ไม่หวั่น! "หากคุกหลวงมีใต้เท้าลู่คอยเฝ้า... ต่อให้ต้องติดคุกไปตลอดชีวิต ข้าก็ยินดีเจ้าค่ะ!" เมื่อเป้าหมายคือการทำให้ยมทูตผู้นี้ยอมมาเป็นสามี ปฏิบัติการหน้ามึนตามจีบพระรองเพื่อหนีตายจึงเริ่มต้นขึ้น!

นิยายรักโรแมนติกจบแล้ว

ชินอ๋องแกล้งบ้าและพระชายาแกล้งโง่

4.0K·B.J.

ผู้คนทั่วเมืองต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ชินอ๋อง คืออ๋องเสียสติ วัน ๆ เอาแต่ไล่จับผีเสื้อ วิ่งเล่นเหมือนเด็ก และหัวเราะอย่างไร้เหตุผล ส่วน หลิวอวี้หลาน คือท่านหญิงไร้ค่า โง่เขลา อ่อนแอ ถูกตระกูลผลักไสให้แต่งงานกับบุรุษที่ไม่มีวันได้ขึ้นครองอำนาจ ทุกคนต่างสงสารที่คนบ้ากับคนโง่ต้องกลายมาเป็นสามีภรรยา แต่ไม่มีผู้ใดรู้ว่า ยามราตรีมาเยือน นางคือ "หงส์ดำ" นายหญิงแห่งตลาดมืด ผู้กุมเครือข่ายข่าวกรองและอำนาจใต้ดินทั่วแผ่นดิน ส่วนเขาคือ "พยัคฆ์โลหิต" องค์รัชทายาทผู้เร้นกาย ปลอมตัวเป็นอ๋องบ้าเพื่อตามล่าผู้วางยาพิษและโค่นล้มขบวนการกบฏ กลางวัน...ทั้งคู่ต่างเล่นละครหลอกคนทั้งใต้หล้า กลางคืน...กลับสวมหน้ากากไล่ล่ากันในฐานะศัตรู โดยไม่รู้เลยว่าคนที่หมายจะเอาชนะ คือคนที่นอนเคียงหมอนทุกค่ำคืน จนกระทั่งคืนหนึ่ง...หน้ากากหลุดพร้อมกัน เมื่อ "อ๋องบ้า" ไม่ได้บ้า และ "ท่านหญิงโง่" ไม่ได้โง่ เกมหลอกลวงจึงกลายเป็นเกมแห่งหัวใจ จากศัตรูในเงามืด สู่คู่รักผู้จับมือกันโค่นกบฏ พลิกแผ่นดิน และเขียนตำนานบทใหม่ ที่แม้แต่ตลาดมืดยังต้องยอมสยบ

นิยายรักโรแมนติกจบแล้ว

หอมกรุ่นอุ่นรัก

1.0K·B.J.

จากฟู้ดบล็อกเกอร์สายกินแหลก ตื่นมาอีกทีกลับกลายเป็น ‘พระชายาเอกผู้ถูกลืม’ ที่ถูกส่งไปอยู่เรือนร้างท้ายจวน แถมอาหารมื้อแรกยังมีเพียงข้าวต้มใสจนเห็นก้นชามกับผักดองไม่กี่ชิ้น หลินเสี่ยวเยว่ไม่สนหรอกว่าสามีจะเย็นชาเพียงใด ขอแค่อย่าให้หิวก็พอ เมื่อต้องเอาตัวรอด นางจึงจับของเหลือในครัวมาปรุงเป็นสารพัดเมนู ทั้งต้มแซ่บ ไก่ย่างหม่าล่า หมูกระทะ ชานมไข่มุก และหม้อไฟรสเด็ด ใครจะคิดว่า กลิ่นอาหารจากเรือนท้ายจวนจะลอยไปตก ‘เจิ้งอ๋อง’ แม่ทัพปีศาจผู้หวาดระแวงอาหารจนแทบไม่แตะต้องสิ่งใดมานานหลายปีเข้าอย่างจัง จากแอบปีนกำแพงมาขอกินหนึ่งคำ กลายเป็นส่งวัตถุดิบมาทุกวัน จากพระชายาผู้ถูกลืม กลายเป็นคนที่ท่านอ๋องตามหาในทุกมื้อ และเมื่อหัวใจเย็นชาของอ๋องปีศาจเริ่มถูกเยียวยาด้วยอาหารร้อนๆ กับรอยยิ้มของนาง สัญญาแลกเปลี่ยนง่ายๆ ก็เริ่มเปลี่ยนไป เขาจ่ายวัตถุดิบ นางจ่ายความอร่อย แต่สุดท้ายดูเหมือนคนที่ต้องจ่ายหนักที่สุด จะเป็นท่านอ๋องที่เผลอยกทั้งคลังสมบัติและหัวใจให้นางไปเสียหมด

นิยายรักโรแมนติกจบแล้ว

สองขุนศึกขย่มนางพญาไม่อิ่มรัก

75.0K·ณ ธารา

ข้าจะอิ่มได้ต้องมีเพียงเจ้าสองคนเท่านั้น!!!

3Pจบแล้ว

ล่ามรักเพื่อนสนิท

23.0K·วารินทร์ทิพย์

มึงกำลังทำกูคลั่ง

นิยายรักโรแมนติกจบแล้ว

กลร้ายทรายเสน่หา

4.0K·ศิรารัย

..เธอทำให้เขาเสื่อมเสียเกียรติยศชื่อเสียงเพื่อแก้แค้นแทนพี่สาวที่ตรอมใจตาย แต่เขากลับวางกลร้ายลวงหลอกพาเธอมาเผชิญหน้ากับภัยร้ายนานา ท่ามกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ แล้ววางกลรักหมายเก็บเธอไว้ข้างกาย... ***************** พระเอกเป็นเจ้าชายในราชสกุลหนึ่งที่ผู้เขียนสมมุติขึ้นมา โดยตั้งชื่อสกุลว่า...มุนายันห์...ให้ออกเสียงว่า...Munnayanh(มุน-นา-ยันห์)... ****************** กรามแข็งแรงใต้เคราดกครึ้มขบแน่นจากภาพความทรงจำของสาวงามแต่งกายด้วยเสื้อผ้านางระบำเปิดเผยเรือนร่างงดงามสะดุดตาสะดุดใจด้วยผิวเนียนละเอียดขาวลออผุดผ่องน่าสัมผัสลูบไล้ ทรวดทรงอรชรงดงามยามสะเอวคอดเล็กพาสะโพกผายกลมกลึงส่ายพลิ้วไหวเย้ายวนอารมณ์ตามจังหวะดนตรีที่สามารถกระชากความดิบเถื่อนของชาติบุรุษออกมาอย่างง่ายดาย หญิงสาวเจ้าเล่ห์คนนี้ใช้ความสวยงามของรูปร่างหน้าตากับมายาเย้ายวนจากระบำรำฟ้อนมาเป็นสิ่งดึงดูดให้เขาสนใจในตัวหล่อน และทำได้สำเร็จเมื่อเขาได้เห็นรอยยิ้มหวานบาดใจกับนัยน์ตาหวานเชื่อมสีอำพันสุกใสที่ส่งประกายท้าทายเชิญชวนยามมองสบตากัน โดยไม่รู้ว่าสิ่งนั้นเป็นกับดักที่วางไว้เพื่อทำลายชื่อเสียงของเขา...และวันนี้ถึงเวลาที่เขาจะเอาคืนหล่อนบ้างแล้ว...

นิยายรักโรแมนติกจบแล้ว

ภพเพาะรัก (พีเรียดร่วมสมัย โรแมนติก วรรณกรรมสำหรับผู้ใหญ่)

1.0K·คีตะธารา

หนุ่มชาวดูไบย้อนเวลากลับไปตามหารักแท้ในสมัยอยุธยา เขามักจะฝันเห็นภาพต่าง ๆ ในอดีตรวมทั้งเธอ หญิงสาวที่แสนงดงามและอ่อนโยน ฝันเห็นช่วงเวลาแห่งความสุขกับบรรยากาศเก่า ๆ ที่แสนโรแมนติก ทั้งขบวนพยุหยาตราชลมาค ประเพณีลอยกระทง และการละเล่นต่าง ๆ รวมทั้งบรรดาเพื่อน ๆ ที่สนทนาด้วยถ้อยคำโบราณอีกทั้งยังยศตำแหน่งของเขาที่ได้รับใช้ใกล้ชิดสมเด็จพระนารายณ์ ในฐานะเป็นหัวหน้ามหาดเล็ก ทุกอย่างติดตราตรึงใจเขา และที่สำคัญคือทุกครั้งที่เขาฝันเห็นเธอ หัวใจของเขามันร่ำร้องหาแต่เธอ ทำให้เขาไปที่อยุธยาและได้พลัดตกลงไปในรอยเลื่อนขณะเกิดแผ่นดินไหว เขาย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่เกิดการรัฐประหารโดยฝ่ายหนึ่งคือพระเพทราชา อีกฝ่ายหนึ่งพระยาวิชเยนทร์ ภาพของสามีที่ปรากฏเสมือนคนแปลกหน้าในชุดแต่งกายแบบฝรั่งทำให้เธอรู้สึกราวกับฝันไป แต่ก็ดีใจเหลือเกินที่ได้พบเขาอีกครั้ง แต่เขาก็ได้รับการฝากฝังเธอไว้ ให้ช่วยพาเธอหนีไปจากแผ่นดินที่กำลังจะเปลี่ยนยุคสมัย เขาจึงพยายามสุดชีวิตฝ่าฟันอุปสรรคและความตายพาเธอกลับมาในภพปัจจุบันที่เธอรู้สึกเหมือนตายแล้วเกิดใหม่กับสิ่งที่ไม่คุ้นตา เธอจึงต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เธอจะปรับตัวได้หรือไม่ แล้วยังต้องเผชิญกับหญิงสาวคนหนึ่งที่เฝ้ารักและปรารถนาเขาอยู่ เธอจะสามารถครอบครองหัวใจของเขาไปชั่วกัลป์นานได้ดั่งคำอธิษฐานหรือไม่

นิยายรักโรแมนติกจบแล้ว

อัปสรามนตรา

1.0K·จุติศร

อนินนาถ หญิงสาวผู้ถูกชักจูงเข้าไปในอดีตแห่งเมืองวิเภทะ มนตราได้พาเธอกลับไปสู่ยุคแห่งการรวมอาณาจักรเจินละ และได้กลายเป็นผู้รู้เห็นโศกนาฏกรรมแห่งสัญญาที่ไม่อาจปฏิบัติตาม

แม่ทัพจบแล้ว

บ่วงเงา

748·จุติศร

'ตะวัน' นายทหารหนุ่มรูปงามกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กับ 'สโรชา' แฟนสาวที่คบหากันมานาน แต่ยิ่งใกล้วันวิวาห์ตะวันกลับมีเรื่องให้ต้องกังวลใจ เพราะยามหลับตาครั้งใดเสียงฝีเท้าม้าจะต้องมารบกวนทุกราตรี ทำให้เขาพยายามค้นหาความจริงว่าเหตุใดเสียงนั้นจึงมีอิทธิพลต่อเขานัก จากการแนะนำของเพื่อนรักให้ได้รู้จักกับแพทย์ผู้มีชื่อเสียงซึ่งทำการรักษาด้วยการสะกดจิต ตะวันจึงได้รับรู้ถึงอดีตที่ผ่านมาของตนว่า เขาเคยเป็นทหารในองค์อุปราชแห่งเวียงจันทร์ มีความรักความผูกพันกับแม่หญิงลาวผู้เลอโฉมนามว่า 'คำสี' เงาอดีตทำให้ตะวันพยายามตามหาแม่หญิงคำสีในชาติภพปัจจุบัน แต่ตะวันก็มิอาจสมหวังเพราะไม่เคยมีผู้ใดในลาวพบเห็นหญิงสาวที่มีใบหน้าเหมือนนางเลย ยิ่งผิดหวังก็ยิ่งเหมือนติดอยู่ในบ่วงเงาแห่งอดีต เพราะตะวันไม่สามารถลืมคำสีนางอันเป็นที่รักยิ่งในอดีตได้ สโรชาจะมีส่วนช่วยให้ตะวันหลุดพ้นจากบ่วงเงาแห่งอดีตนั้นได้อย่างไร เขาจะกลับมาอยู่กับปัจจุบันได้หรือไม่คงต้องให้บทอวสานแห่ง "บ่วงเงา" เป็นผู้เฉลยคำตอบ

นิยายรักโรแมนติกจบแล้ว

ถ้าจะรัก ภพชาติก็แค่ปากซอย

18.0K·เลอบัว ผลิกา

เธอจากไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง ในขณะที่เขากลับยังอยู่เพื่อเฝ้ารอด้วยความคะนึงหา เมื่อคนหนึ่งอยากลืม แต่อีกคนกลับจดจำทุกลมหายใจ แล้วจะมีหนทางไหมที่จะทำให้หัวใจของพวกเขากลับมาเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน “นี่ฉันหลุดมาอยู่ในยุคไหนวะเนี่ย บทจะข้ามภพก็ข้ามกันได้ง่ายๆ แบบนี้เลย? นี่ข้ามภพนะเว้ย ไม่ใช่ข้ามถนนหน้าปากซอย” “เจ้าเป็นตัวอะไร” คำถามโต้งๆ ทำเธอชะงัก ก่อนหันมาจ้องเขาตาขวางพลางบ่นงึมงำ “ถามแบบนี้ สู้ชี้หน้าด่ากันยังดูหยาบคายน้อยกว่า” “เป็นปิศาจรึ” คำถามนี้ทำเธอราวกับถูกตบหน้าอีกครั้ง “ไม่รู้ว่าข้าจะอดทนได้อีกนานเพียงใด เมื่อเจ้าช่างน่าปรารถนาเหลือเกิน” เขาบอกเสียงพร่า ขณะลูบไล้ที่แก้มนวลเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนลงมาแตะที่ริมฝีปากอวบอิ่มอย่างอ้อยอิ่ง “เช่นนั้นท่านก็อยู่ให้ห่างจากข้าเถิดท่านฝู” “อย่าว่าแต่จะให้อยู่ห่างกัน แม้แต่ละสายตาจากเจ้า ข้ายังทำมิได้ หากต้องทำเช่นนั้น ข้าคงขาดใจตายเสียก่อน” “สายตาของท่านกำลังทำข้าใจคอไม่ดี” “ไม่ดีเยี่ยงไร” “ก็…มันอาจทำให้ข้าเผลอทำอะไรๆ ท่านน่ะสิ” “เช่นนั้นก็จงรู้เอาไว้ว่าการกระทำเมื่อครู่ของเจ้า ก็ทำให้ข้าใจคอไม่ดีเช่นกัน” “ไม่ดียังไง” เธอย้อนถามบ้าง “ก็ไม่ดีตรงที่ มันจะทำให้ข้ามิอาจรักษาคำพูดที่ให้ไว้ หากว่าข้า…ปรารถนาในตัวเจ้าเกินกว่าจะทนรอได้” เสียงเขาแหบพร่า อีกทั้งนัยน์ตาก็ยังแดงก่ำด้วยไฟปรารถนาที่กำลังพลุ่งพล่าน “เช่นนั้น…ก็ไม่ต้องรอสิ”

นิยายรักโรแมนติกจบแล้ว

เหมยฮวาบัญชาการ

21.0K·จิ้นอิ๋ง

ม้าเร็วกำลังเร่งฝีเท้าควบผ่านแผ่นดินกว้างใหญ่โดยไม่คิดแม้แต่จะหยุดพัก วันเวลามิอาจคอยท่า สารด่วนมิอาจรอช้า ‘ฝูซิ่นเล่อ’ แม่ทัพใหญ่แห่งทัพไป๋หู่หรือกองทัพพยัคฆ์ขาว ต้องพิษหมื่นบุปผาของข้าศึกศัตรู เป็นเหตุให้ทัพใหญ่ที่กำลังกรำศึกอยู่ชายแดนไร้ซึ่งผู้นำ ความนี้ต้องส่งถึงองค์ฮ่องเต้โดยไวที่สุด หาไม่ ทัพไป๋หู่ที่ได้ชื่อว่ากองทัพไร้พ่าย อาจประสบกับความพ่ายแพ้ได้ “รายงาน!” พลทหารถือสารด่วนวิ่งเข้ามาในท้องพระโรง ขณะที่ฮ่องเต้กำลังประชุมกับเหล่าขุนนางอยู่ “สารด่วนจากทัพไป๋หู่พ่ะย่ะค่ะ!” “ว่ามา” ฮ่องเต้จินหยางหลงรับสั่ง “ทูลฝ่าบาท แม่ทัพฝูถูกทำร้ายด้วยพิษหมื่นบุปผาของต้าเจา บัดนี้ทัพไป๋หู่ไร้ผู้นำทัพ ขอฝ่าบาททรงพิจารณาแต่งตั้งแม่ทัพคนใหม่เป็นผู้นำทัพไป๋หู่ด้วยพ่ะย่ะค่ะ!” “ฝูซิ่นเล่อถูกพิษเรอะ!” ไม่เพียงแต่จินหยางหลงเท่านั้นที่นั่งไม่ติด เหล่าขุนนางทั้งหลายต่างก็พากันอกสั่นขวัญแขวน ที่ผ่านมาทัพไป๋หู่ไม่เคยพ่ายแพ้ ฝูซิ่นเล่อแม้บาดเจ็บมามาก แต่ก็ไม่เคยสาหัสถึงขั้นต้องส่งพลทหารมาขอให้ฮ่องเต้แต่งตั้งแม่ทัพคนใหม่ไปนำทัพ “ยามนี้ใครเป็นผู้บัญชาการทัพไป๋หู่” จินหยางหลงถาม “ทูลฝ่าบาท เป็นกุนซือฝูพ่ะย่ะค่ะ” องค์ฮ่องเต้ครุ่นคิดด้วยความหนักใจ มีเพียงกุนซือแต่ไร้ซึ่งแม่ทัพ แม้กุนซือเก่งกาจเพียงใดก็มีโอกาสที่จะพ่ายแพ้แก่ศัตรูได้ ท้องพระโรงจึงตกอยู่ในความเงียบครู่ใหญ่ แต่ในที่สุดจินหยางหลงก็เงยพระพักตร์ขึ้น “เว่ยหยางอ๋อง!” “พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” เว่ยหยางอ๋องหรือ ‘จินเกาหยาง' อนุชาร่วมสายโลหิตของฮ่องเต้ขานรับ ขณะก้าวออกมาข้างหน้า “เจ้าเคยเป็นแม่ทัพทหารม้ามาก่อน ประสบการณ์ในการรบก็มีมาก ศึกครั้งนี้คงต้องพึ่งเจ้าแล้ว” จินหยางหลงว่า “พวกเจ้าคิดว่าอย่างไร หากข้าจะแต่งตั้งให้เว่ยหยางอ๋องเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งทัพไป๋หู่ นำทัพออกศึกกับแคว้นต้าเจา จนกว่าฝูซิ่นเล่อจะหายเป็นปกติ” “ฝ่าบาททรงปรีชา ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่น ๆ ปี” บรรดาขุนนางต่างพากันถวายคำนับ เมื่อไม่ผู้ใดคัดค้าน ฮ่องเต้จึงพระราชทานป้ายหยกตราพยัคฆ์อันเป็นตราประจำตัวแม่ทัพให้จินเกาหยาง “จงรีบเตรียมตัวไปชายแดน แล้วนำชัยชนะมาสู่ต้าจินให้จงได้!” “รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ!” จินเกาหยางและผู้ติดตามออกเดินทางติดต่อกันโดยแทบไม่ได้หยุดพักเป็นเวลาสิบวันสิบคืน เขาเลือกใช้การเปลี่ยนม้าแทนการพักม้า แม้เป็นยอดอาชาฝีเท้าว่องไวเพียงใด ก็ยังไวไม่เท่ากับใจของจินเกาหยางที่ต้องการไปถึงที่ตั้งทัพไป๋หู่ให้เร็วที่สุด เพราะไม่รู้ว่ายามนี้กองทัพที่ไร้ซึ่งแม่ทัพจะเป็นเช่นไรบ้าง ในที่สุดเช้าของวันที่สิบเอ็ด จินเกาหยางก็มาถึงที่ตั้งทัพไป๋หู่ แม่ทัพคนใหม่ได้รับการต้อนรับจากเหล่าพลทหารเป็นอย่างดี ชายหนุ่มร่างสูงสง่าลงจากหลังม้าแล้วมองไปรอบ ๆ ทุกอย่างในกองทัพยังคงเป็นระเบียบเรียบร้อย ทหารมิได้แตกตื่นเสียขวัญที่แม่ทัพใหญ่ได้รับบาดเจ็บ ทุกคนยังปฏิบัติหน้าที่ของตนได้ตามปกติ จนจินเกาหยางอดไม่ได้ที่จะชื่นชม ‘กุนซือฝู’ ผู้ซึ่งพลทหารรายงานว่าเป็นผู้บัญชาการทัพไป๋หู่อยู่ในขณะนี้ ‘เขา’ ผู้นั้นคงเป็นผู้ที่มีความสามารถในการบัญชาการเป็นอย่างดีเลยทีเดียว “ยามนี้กุนซือฝูอยู่ที่ใด” จินเกาหยางถาม “เรียนท่านแม่ทัพ ขณะนี้ท่านกุนซือกำลังวางกลศึกกับนายกองคนอื่น ๆ อยู่” พลทหารตอบ “ท่านกุนซือกล่าวว่า หากท่านแม่ทัพมาถึงแล้ว ให้เชิญท่านไปเข้าร่วมการประชุมด้วยขอรับ” “เช่นนั้นจงนำทางข้าไปพบกุนซือฝู” “ขอรับ” จินเกาหยางเดินตามพลทหารไป พลางกวาดสายตามองรอบ ๆ ค่ายทหารแห่งนี้ หลายปีที่ผ่านมา ทัพไป๋หู่กรำศึกอยู่ชายแดนมาโดยตลอด นานทีพลทหารจะได้ผลัดเปลี่ยนกันกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดของตน ก่อนจะกลับเข้ากองทัพโดยไม่มีใครคิดหนีทัพแม้แต่คนเดียว ไม่รู้ว่าแม่ทัพและกุนซือฝูทำให้ทหารจงรักภักดีถึงเพียงนั้นได้อย่างไร พูดถึงเรื่องที่พลทหารผลัดเปลี่ยนกันกลับบ้านเกิดแล้ว จินเกาหยางก็อดคิดถึงแม่ทัพและกุนซือแห่งทัพไป๋หู่ไม่ได้ พี่น้องสกุลฝูแทบไม่เคยกลับเข้าเมืองหลวงเลย ยามที่ฮ่องเต้พระราชทานรางวัล ก็ทำได้เพียงส่งไปที่จวนสกุลฝู โดยผู้ที่ได้รับปูนบำเหน็จไม่เคยกลับมารับรางวัล หรือกลับมาใช้ทรัพย์สินเงินทองที่ได้รับพระราชทานแต่อย่างใด นับตั้งแต่อดีตแม่ทัพฝูหานบิดาของทั้งสองเสียชีวิตในสงคราม เมื่อสิ้นแม่ทัพฝูหาน ฝูซิ่นเล่อก็ขึ้นเป็นแม่ทัพแทนบิดา แม้เขาจะอายุยังน้อย แต่ก็มากด้วยฝีมือและเปี่ยมด้วยความสามารถ ชายหนุ่มวัยเพียงสิบเจ็ดปีสามารถนำทัพต่อสู้กับข้าศึกศัตรูตามกลศึกที่กุนซือฝูผู้เป็น ‘พี่ชาย’ วางไว้ จนได้รับชัยชนะนับครั้งไม่ถ้วน ชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วแคว้น ผู้คนต่างเคารพยกย่อง แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะไม่เคยพบหน้าทั้งสองมาก่อนเลยก็ตาม “ถึงแล้วขอรับ” พลทหารพาจินเกาหยางมาถึงกระโจมสีขาวขนาดใหญ่ที่มีทหารเฝ้ายามอยู่ด้านหน้า “เข้าไปเรียนท่านกุนซือว่าท่านแม่ทัพคนใหม่มาถึงแล้ว” พลทหารคนเดิมบอกกับทหารยาม ทหารยามเดินหายเข้าไปในกระโจม จินเกาหยางรออยู่ครู่หนึ่ง ทหารคนเดิมก็เดินออกมาเชิญเขาเข้าไปด้านใน “เชิญท่านแม่ทัพขอรับ” ทหารผู้น้อยแหวกผ้าม่านให้ จินเกาหยางเดินเข้าไปในกระโจม เหล่านายกองในชุดสีกรมท่าต่างมองมาที่เขาเป็นตาเดียว จินเกาหยางไม่คิดว่าเขาจะได้รับความศรัทธาจากคนเหล่านี้ตั้งแต่วันแรกที่มาถึง นายกองย่อมภักดีต่อแม่ทัพของตน และแม่ทัพของนายกองเหล่านี้คือฝูซิ่นเล่อ หาใช่ตัวเขา แต่เพื่อต้าจิน เขาจะต้องเป็นผู้นำทุกคน ณ ที่แห่งนี้ในฐานะแม่ทัพคนใหม่ให้ได้ ระหว่างที่จินเกาหยางกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น สายตาของเขาก็สะดุดกับผู้ที่ยืนอยู่ในตำแหน่งประธาน สองเท้าของชายหนุ่มพลันหยุดชะงัก สายตาจับจ้องไปยังสตรีรูปร่างบอบบางในชุดขาวเรียบง่าย ท่าทางของนางดูอ่อนแอขี้โรค ใบหน้าขาวซีดคล้ายคนป่วย หากดวงตาที่มองมายังเขานั้นกลับเปี่ยมด้วยอำนาจอย่างไม่น่าเชื่อ สตรีในกองทัพเป็นเรื่องต้องห้ามมิใช่หรือ แล้วสตรีผู้นี้มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน!? “ท่านแม่ทัพ” ทั้งหมดหันมาประสานมือคำนับจินเกาหยาง รวมทั้งสตรีชุดขาวด้วย “ยินดีที่ได้พบทุกท่าน” จินเกาหยางประสานมือตอบ ก่อนจะก้าวเดินต่อ โต๊ะสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดใหญ่มีแผนที่กางไว้ และมีการปักธงรวมถึงทำสัญลักษณ์ต่าง ๆ มากมาย จินเกาหยางมองแผนที่อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาสนใจกับเหล่านายกองและสตรีตรงหน้า “ข้าจินเกาหยาง รับพระบัญชาจากฝ่าบาทให้มาร่วมทำศึกกับพวกท่าน ขอพวกท่านโปรดรับข้าเป็นพี่น้อง เพื่อร่วมต่อสู้กับพวกท่านด้วยเถิด” เมื่อแรกที่ได้ยินข่าวว่าฮ่องเต้ส่ง ‘เว่ยหยางอ๋อง’ มาเป็นแม่ทัพแทนฝูซิ่นเล่อ เหล่านายกองต่างก็พากันคิดไปต่าง ๆ นานาว่าเขาจะเป็นคนเช่นไร จะถือตัวดังเช่นเชื้อพระวงศ์ทั่วไปหรือไม่ หากจินเกาหยางกลับพูดจาเป็นกันเอง เขากล่าวทุกถ้อยคำด้วยความอ่อนน้อม แต่ก็ดูน่าเกรงขาม ทั้งยังเรียกแทนตัวเองว่า ‘ข้า’ ไม่ใช่ ‘อ๋องอย่างข้า’ ทำให้เหล่านายกองรู้สึกดีต่อเขามากขึ้นกว่าตอนที่ได้สดับนามเป็นครั้งแรก สายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของจินเกาหยางจับจ้องไปยังสตรีชุดขาวที่ยืนอยู่เบื้องหน้า นางอาจไม่ใช่หญิงงามสะคราญโฉม แต่ก็นับว่าเป็นหญิงงามคนหนึ่ง แม้ว่าใบหน้านั้นจะขาวซีดไปสักหน่อยก็ตาม ราวกับรู้ตัวว่ากำลังถูกจ้องมองด้วยความสงสัย สตรีชุดขาวประสานมือขึ้นแล้วจึงเอ่ยแนะนำตัว “หม่อมฉันฝูซิ่นฮวา กุนซือแห่งทัพไป๋หู่ ยินดีที่ได้รู้จักท่านอ๋อง” จินเกาหยางนิ่งอึ้ง แทบไม่เชื่อในสิ่งได้ยิน และไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น! กองทัพทหารม้าสองแสนนายอย่างทัพไป๋หู่ อยู่ภายใต้การบัญชาการของสตรีอ่อนแอท่าทางขี้โรค เป็นไปได้อย่างไรกัน!

นิยายแอคชั่นจบแล้ว

ทวารวดีศรีนระ

384·จุติศร

“นางนี้คือหนึ่งเดียวในดวงใจ แม้มิได้เคียงคู่กาย แต่ใจรักนั้นเคียงคู่กันตราบนิรันดร” “เพชรแรก” วณิชชาหนุ่มเชื้อสายกษัตริย์แห่งเมืองอมริสา ผู้เปี่ยมไปด้วยศรัทธาแห่งองค์พระกฤษณะ เดินทางรอนแรมค้าขายจนได้มาพบกับ “มณี” หญิงงามแห่งลุ่มน้ำนครไชยศรี รักแรกนั้นตราตรึงจนทำให้ชายหนุ่มอย่างเขา ทำได้ทุกอย่างเพื่อให้หญิงอันเป็นที่รักนั้นพึงใจและมีความสุข ส่วนฝ่ายหญิงเองแม้จะแสร้งทำเป็นว่ามิสนใจ แต่ภายในนั้นตระหนักดีว่าตนได้แอบมีใจให้กับชายหนุ่มไปแล้วมิใช่น้อย ความรักของทั้งคู่ดูแล้วน่าจะราบรื่น แต่ความจริงหาได้เป็นเช่นนั้น เพราะทั้งสองต่างคนต่างมีหญิงและชายที่เฝ้าหมายปองต้องการจะครอบครองหัวใจของทั้งคู่

นิยายรักโรแมนติกจบแล้ว

คุณพระของบ่าว

731·เทียนเปียว/ไมเลอร์/กอบแก้ว/อักษรปรุงรัก

ความจำเป็นทางบ้านทำให้ ‘เปลว’ ต้องถูกพ่อแม่ขายไปเป็นทาสในเรือนของ ‘พระพิชิตพลเดชา’ ขุนศึกผู้เกรียงไกร มีนิสัยเย็นชาและแข็งกระด้าง หน้าที่ของเปลวคือรับใช้คนอย่างคุณพระ แม้จะเป็นหน้าที่อันหนักหน่วงหากทว่าเขากลับไม่ยอมแพ้ให้กับความเย็นชานั่น พยายามทำทุกอย่างเพื่อลดความเย็นชาของคุณพระให้ได้ ..... “บ่าวขอตัวนะขอรับ” “จะไปไหน” “จะกลับไปเรือนนอนของบ่าวขอรับ” “ข้าบอกให้นอนอยู่ที่นี่อย่างใดเล่า อย่าออกไปเพ่นพ่านด้านนอก ไม่เช่นนั้นข้าจะลงโทษเอ็ง” “แต่...” กล่าวคำนี้จบเปลวก็รีบยกมือขึ้นมาปิดปากตนเอง เพราะเมื่อครู่หลังจากพูดคำนี้จบเขาต้องเจอกับอะไรบ้าง ไม่อยากจะโดนอย่างนั้นอีก “เอ็งก็รู้หากดื้อกับข้าจะต้องโดนอะไรบ้าง” “แต่คุณพระก็ไม่มีสิทธิ์ทำกับบ่าวเยี่ยงนี้นะขอรับ” “ข้ามีสิทธิ์ในตัวบ่าวทุกคนในเรือนนี้ แค่นี้เอ็งคงจะรู้นะว่าต้องทำตัวเยี่ยงไร” “แล้วเหตุใดต้องเป็นบ่าวด้วยขอรับ”

นิยายYaoiจบแล้ว

มัจจุราชโอบรัก [愛毒藥]

14.0K·อาหลานเร่อ

เพราะความนึกสนุกเป็นเหตุทำให้นางเสียความทรงจำ แถมพอฟื้นขึ้นมากลับพบว่าตัวเองอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ แถมมีสามีพ่วงมาด้วยอีกต่างหาก สิ่งเดียวที่นางมีหลังจากที่ฟื้นขึ้นมาและพบว่าตัวเองสูญเสียความทรงจำไปจนหมดสิ้นคือสามีที่ดูเหมือนจะเป็นผู้ที่นางสามารถพึ่งพาและพึ่งพิงได้หลังจากเสียความทรงจำ แม้เขาจะดูเย็นชาสายตาที่มองนางก็ไร้ซึ่งความรัก หากแต่ในเมื่อเขาเป็นผู้ยืนยันว่านางคือฮูหยินของเขาและเขาก็คือสามีของนาง อย่างไรเสียอยู่กับเขาก็เป็นทางเลือกเดียวของนางแล้ว เพียงเพราะรักจึงทุกข์ถึงเพียงนั้น เพียงเพราะรักจึงสุขถึงเพียงนี้

นิยายรักโรแมนติกจบแล้ว

เสน่หาล่ารัก

13.0K·วารินทร์ทิพย์

มาเป็นหนูไหม จะได้รู้ว่าความเจ็บของเรามันไม่เท่ากัน

นิยายรักโรแมนติกจบแล้ว

แอลฟา

451·bil

ฉันชื่อ Lou อายุสิบเจ็ดปี ฉันอาศัยอยู่กับพ่อแม่และน้องสาวคนเล็กทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ความพิเศษของเรา? เราคือมนุษย์หมาป่า บนโลกมีหมาป่าประมาณสามพันล้านตัวต่อมนุษย์สี่พันล้านคน พวกมันไม่ได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของเรา พวกเขาเคารพเราและเราเคารพพวกเขาเป็นการตอบแทน และมันใช้งานได้อย่างนั้น ดังนั้น ทุกๆ สองปี การประชุมจะเกิดขึ้นเพื่อรวบรวมอัลฟ่าที่ทรงพลังที่สุด การประชุมครั้งนี้มีแนวคิดที่น่าสงสัย มีการดึงผู้เข้าร่วมโอเมก้า โอเมก้าคือพวกเรา ประชากรหมาป่า หมาป่าแต่ละตัวจะถูกดึงออกมาเพียงครั้งเดียวในชีวิต และในปีนี้ ฉันเอง และนั่นคือจุดเริ่มต้นทั้งหมด

นิยายรักโรแมนติกจบแล้ว

มนตรารัตติกาล

1.0K·วรนิษฐา

หนึ่งมนุษย์ผูกใจรักกับหนึ่งมนุษย์หมาป่า! ใครเลยจะคิดว่านั่นคือความรักที่มั่นคงและหนักแน่น แต่...ทีปต์และโรสก็พิสูจน์ให้เห็นว่าความแตกต่างของ 'เผ่าพันธุ์' ไม่ใช่อุปสรรคของความรัก แต่มันคือความแตกต่างที่ลงตัว

นิยายรักโรแมนติกจบแล้ว

พานพบ อีกครา (จีนโบราณ)

29.0K·ภัคจิรา,แม่ลูกหมี,muli89

“เจ้า...สวมหมวกเขียวให้ข้า! ฟางเจียวเหมยไสหัวออกไปซะ ข้าจะลงนามหย่าให้เจ้าได้สมหวังกับชายผู้นั้น” “หากปักใจเชื่อเช่นนั้น เหตุใดท่านจึงไม่ถามหาเหตุผล สามปีมานี้เคยเหลียวแลข้าบ้างหรือไม่ หลี่ฮั่วตอบข้ามาสิ!”

นิยายจีนโบราณจบแล้ว