Genres

แต้มบุญหนุนรัก
ชาติที่แล้ว “ลู่อวิ๋นเซียง” ถูกลูกพี่ลูกน้อง “หยางชิงเสวี่ย” หลอกใช้และทำลายชีวิตมาทั้งชาติ เมื่อเธอร้องไห้ด้วยความอัดอั้น สิ่งที่ได้รับกลับมาคือคำเยาะเย้ย "การได้ช่วยเหลือคนอื่นคือเกียรติของเธอนะ เธอควรจะขอบคุณฉันสิ" จนกระทั่งวัยกลางคน เธอถึงได้รู้ว่าหยางชิงเสวี่ยแอบกินตับกับสามีตัวเอง แถมยังมีลูกนอกสมรสอายุ 20 ปีด้วยกันอีก! "เธอมีลูกไม่ได้ ตระกูลใหญ่โตแบบนี้จะขาดทายาทไม่ได้นะ ฉันกำลังช่วยเธออยู่ เธอควรขอบคุณฉันสิ" ส่วนสามีก็ปกป้องหยางชิงเสวี่ย แต่มองเธอด้วยความรังเกียจ ลู่อวิ๋นเซียงโกรธจนกระอักเลือดตาย... เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งในชาตินี้ เธอจะเอาคืนให้หมด! ในเมื่อชอบทำตัวแบบนี้ เธอก็จะจัดให้! ไอ้ผู้ชายเฮงซวยกับยัยผู้หญิงแพศยา ไปลงนรกซะให้หมด! เพราะ "ระบบแต้มบุญ" เธอจึงได้ช่วยชีวิตทหารหนุ่มสุดหล่อ แถมยังมีมาดนิ่งขรึมเย็นชาเอาไว้ จี้หมิงจิ่ง "แต่งงานกับผมเถอะ ผมจะให้เงินเดือนคุณทั้งหมดเลย" ลู่อวิ๋นเซียง "ไม่จำเป็น..." จี้หมิงจิ่งถอดเสื้อออกทันที เผยให้เห็นกล้ามท้องเป็นมัด ๆ สุดเซ็กซี่ จี้หมิงจิ่ง "ผมให้คุณกินเนื้อได้ทุกวันเลยนะ" ลู่อวิ๋นเซียง "แต่งค่ะ!"

หลังเกิดใหม่ ฉันจะล้างแค้นให้ลูกสาวที่เสียชีวิต
หลังจากปล่อยตัวปล่อยใจไปกับกวีวัธน์ น้องชายสามีในนามในคืนนั้น ขวัญรัตน์ทนทุกข์ทรมานมานานถึง8ปี ตอนที่เขากอดอัฐิลูกสาวไว้พร้อมจะฆ่าตัวตาย กวีวัธน์กลับไปจัดงานฉลองวันเกิดยิ่งใหญ่ของลูกชายหญิงในใจ ไม่เหลียวแลเธอเลยสักนิด พอลืมตาขึ้นอักครั้ง เธอที่เกิดใหม่อีกครั้ง จะทำให้กวีวัธน์ต้องได้ชดใช้อย่างสาสม! ชาติที่แล้ว เธอได้อธิบายอย่างหนักแน่น กวีวัธน์ว่าเธอมีเจตนาแอบแฝงคิดจะจับเขา ชาตินี้เธอได้ขีดเส้นความสัมพันธ์ให้ชัดเจนต่อหน้าทุกคน! ชาติที่แล้ว หญิงในใจขโมยผลงานของเธอไปหน้าด้านๆ กวีวัธน์ว่าเธออิจฉาริษยาเป็นนิสัย ชาตินี้เธอจะเหยียบหญิงในใจของเขาขึ้นไปรับรางวัลให้ดู! ชาติที่แล้ว เธอถูกเจาะจงใส่ร้ายป้ายสีมาตลอด กวีวัธน์ก็เอาแต่เข้าข้างหญิงในใจอยู่เรื่อยไป ชาตินี้ เธอจะตบๆๆนังผู้หญิงคนนั้นให้คว่ำไปซะ! กวีวัธน์นึกว่าขวัญรัตน์จะรักเขาไม่เปลี่ยนแปลง ถึงตอนที่ขวัญรัตน์จากไปโเยไม่หันกลับมา เขาใจลนลานอย่างแปลกๆ กวีวัธน์ผู้หยิ่งยโสคนนั้น ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธและเศร้าใจปะปนกัน ดึงเธอไว้:"ขวัญ อย่าทิ้งผมไป ให้ผมไปกับคุณด้วยได้มั้ย"

ไม่รักแต่รู้สึก
“ถ้าไม่มีวันได้ที่ดินผืนนั้น อยากรู้นัก ว่าผู้ชายไร้ยางอายอย่างคุณ จะทนอยู่กับฉันได้สักกี่น้ำ” “กี่น้ำเหรอ นับให้ไหวแล้วกัน”

ภรรยาคนนี้ไม่รักคุณแล้ว
ถึงได้แต่งงานกัน แต่ 'เพียงฟ้า' ก็อดทนต่อความรักข้างเดียวที่มีให้สามีอย่าง 'ราชัน' คนที่ขอบอกขอหย่ากับเธอในทุกวัน คนที่พาหญิงอื่นออกงานจนเป็นข่าว คนที่ทำร้ายหัวใจเธอเสมอมา แต่เพียงฟ้าก็อดทน รอวันที่ราชันเข้าใจในรักของเธอ จนกระทั่งวันที่ต้องพบเรื่องเลวร้ายสุดหัวใจ เพียงฟ้าก็ไม่ขอทนอีกต่อไป แต่ทำไม ราชันกลับไม่ยอมปล่อยมือจากเธอเสียที

ปฏิบัติการสยบยัยโหด
“ดูแลฉันให้เหมือนสมัยก่อนทุกครั้งที่ฉันบินมา แล้วฉันจะยอมเซ็นสัญญานี่ให้ ยังไงพวกเราก็คุ้นเคยกันดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอแอล” “ได้สิ! มันก็แค่เซ็กซ์ ฉันไม่ถือหรอกว่าอีกฝ่ายจะเป็นใคร” “แอลลี่!!!”

โซ่รักกับดักหัวใจ My Cupid
หลังจากเหตุการณ์ในคืนนั้นผ่านไปห้าปี เจอกันอีกครั้งเธอเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว แถมเจ้าตัวเล็กยังหน้าตาคล้ายเขาตอนเป็นเด็ก เหมือนพิมพ์เดียวกันไม่ผิดเพี้ยน การตามหาความจริงจึงเกิดขึั้น

โซ่สวาททาสดวงใจ
‘พ่อของนายเป็นใคร รู้ไหมเขาแย่งแม่ของนายไปจากฉัน’ ---------- เขา...ผู้หญิงที่พัวพันกับเกมทุจริต เขายอมให้เธอพ้นผิดเพราะอะไรย่อมรู้แก่ใจ เธอ...สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่มีประโยชน์ใดที่จะรื้อฟื้น แค่มีคนที่เป็นที่สุดของหัวใจ ในวันนี้และวันต่อไป ---------- ‘พ่อของนายเป็นใคร รู้ไหมเขาแย่งแม่ของนายไปจากฉัน’ พัทธนนท์พูดกับรูปถ่ายของคนตัวเล็กป้อมที่ส่งยิ้มหน้าเป็นมาให้ ดูๆ ไป นายก็น่ารักเหมือนกัน ‘ฉันจะตามดูพวกนายจนมั่นใจว่าพ่อของนายจะดูแลผู้หญิงของฉันได้ ถึงตอนนั้นฉันจะยอมปล่อยพวกนายไป’ เสียงทุ้มนุ่มสั่งผ่านรูปถ่ายของคนตัวเล็ก มันถูกกลั่นออกมาจากความเจ็บร้าว เขาพร้อมแล้วที่จะยอมรับแล้วกลับไปเดินในเส้นทางของตัวเอง -------------------- เพื่อกวาดล้างคนทุจริต ให้ธุรกิจก้าวต่อไป พัทธนนท์ จึงต้องแข็งแกร่งและไร้มนุษยธรรมเพื่อเป็นผู้ชนะในเดิมพันนี้ ปารลี คือหมากแสนสวยที่พลัดหลงเข้ามาในเกมต่ำช้า ที่สุดเขาคือผู้ชนะ ในขณะที่เธอคือผู้บอบช้ำซมซาน หลังพายุร้ายผ่านไป พัทธนนท์กลับเหลือแต่ความทรงจำอันลืมไม่ลง ขณะที่ปารลีต้องจมลึกอยู่กับความเลวร้าย เธอหลอกตัวเองว่าเขาคือความฝันไม่ได้ เมื่อชีวิตน้อยก่อกำเนิดขึ้นมา ปารลีเฝ้าฟูมฟักเจ้าดวงใจของเธอ แล้วจู่ๆ ปีศาจร้ายในคราบเทพบุตรก็จะมาช่วงชิง เมื่อโซ่หัวใจกำลังถูกยื้อแย่ง แม่สมันจึงกลายร่างเป็นนางสิงห์ แล้วคนที่ไม่ยอมสะกดคำว่าแพ้อย่างพัทธนนท์จะยอมถอยฉากไปง่ายๆ หรือ...ไม่มีวัน ------------------------------- ‘ผมมีความสุขที่แม่ของลูกยอมแต่งงานด้วย’ คำตอบนั้นทำให้แม่ของลูกชายวัยขวบเศษถึงกับอายหน้าแดงก่ำ ‘ผมรักคุณจัง’ ‘คะ’ ปารลีเงยหน้ามองอย่างไม่แน่ใจกับสิ่งที่ได้ยิน ‘ผมรักคุณ ตอนนี้ผมรู้สึกว่ารักคุณจัง’ เขาย้ำพร้อมรอยยิ้ม ทำให้ปารลีรีบเดินหลบด้วยความเขินอาย หญิงสาวย่างเท้าเข้าไปในห้องของลูกบอล ร่างสูงของพัทธนนท์ก็ก้าวตามติดๆ ‘ลูกบอลครับ เข้าไปในห้องด้านในกัน พ่อมีบางอย่างจะให้ดู’ ใบหน้าเล็กกลมเงยขึ้นมอง แล้วลุกขึ้นอย่างว่าง่าย โดยในมือยังถือของเล่นพลาสติกไว้แน่น นิยายชุด สามพี่น้องอัครรัตน์ ประกอบด้วย 1. เล่ห์ร้ายซาตาน 2. รักร้ายพ่ายกลรัก 3.โซ่สวาททาสดวงใจ

คลั่งรักสุดหวง
เพราะ "คำโกหก" จากคนที่ไว้ใจ ทำให้เธอปฏิเสธรักแรกอย่างไม่ลังเล… และเพราะ "ความเจ็บปวด" ในวันนั้น ทำให้เขาไม่เคยลืมเธอตลอดสามปี เมื่อเด็กสาวทุนการศึกษาที่เคยทำลายหัวใจเขา กลับมาอีกครั้งในฐานะ "เลขาส่วนตัว" ต่อหน้าคนอื่นเขาคือ CEO หนุ่มผู้เย็นชาและสมบูรณ์แบบ แต่กับเธอ…เขาคือผู้ชายที่ทั้งรัก ทั้งแค้น และไม่คิดปล่อยให้หนีไปอีก ครั้งนี้…ระหว่าง "ความจริงในอดีต" กับ "หัวใจที่ยังรักไม่เคยเปลี่ยน" ใครกันแน่ที่จะเป็นฝ่ายยอมแพ้ก่อนกัน

เด็กฝึกงานของหมอโหด
หนูไม่ได้ขายตัว ส่วนคุณเองก็ช่วยหนูเรื่องนั้นเหมือนกัน เราสองคนก็ต่างคนต่างได้ แต่ในเมื่อคนอยากให้เงินหนูนัก หนูรับไว้ก็ได้ค่ะ ตัวละครหลัก : หมอธีโอ ปุญญเมธานนท์ อายุ : 27 ปี ทายาทเพียงคนเดียว รพ. เอกชนเมธานนท์ อาชีพ : รองประธานกรรมการ & หมอสุดฮอต สูง : 185 ซม. เข็มฉีดยา : 60 นิสัย : ปากจัดจ้าน สเปก : สวยในสายตาของเขา แต่ต้องสวยไม่มีผัว ------ ไลลา วัชรากุล อายุ : 22 ปี อาชีพ : นักศึกษาฝึกงานปี 3 คณะบริหารธุรกิจ สูง : 163 ซม. สัดส่วนช่วงบน : พอดีมือ นิสัย : ด่าในใจเก่งมาก สเปก : ผู้ชายนิสัยดี ไม่นิสัยตัวเงินตัวทองเหมือนหมอปากหมา -------- ซีรีย์นิยายเซท 4 เรื่อง เด็กวิศวะของหมอเถื่อน - พี่หมอสายลม เรื่อง เด็กบริหารของเพลย์บอย - พี่ซีวิค เรื่อง เด็กคนนี้...หวงรักเพื่อนพี่ชาย - พี่สกาย เรื่อง เด็กอักษรศาสตร์ของคนรวย - พี่ธาวิน เรื่อง เด็กฝึกงานของหมอโหด - พี่หมอธีโอ (ถึงจะเป็นเซ็ทซีรีย์ก็หาสามารถอ่านแยกเล่มได้ค่ะ) สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และ พ.ศ. 2558 (ฉบับเพิ่มเติม) นิยายเรื่อง เด็กบริหารของเพลย์บอย เป็นลิขสิทธิ์ของนามปากกา บีน่าเลดี้ แต่เพียงผู้เดียว ไม่อนุญาตให้คัดลอก ลอกเลียน และดัดแปลง เนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของนิยายเรื่องนี้โดยเด็ดขาด

ตรวนร้ายพันธะรัก
ไม่อนุญาตให้ทำซ้ำดัดแปลง สแกน คัดลอก เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน หนังสือเล่มนี้สงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย ถึงนักอ่าน คำเตือน: เรื่องนี้นางเอกเป็นคนบูชาความรักแบบไม่ลืมหูลืมตา และไม่ลงลึกในอาชีพของพระเอกนางเอก ไม่มีวิชาการ ส่งพี่ครูซมาได้สักทีค่ะ ขอบคุณมาก ๆ นะคะ สำหรับทุกกำลังใจ ให้นักอ่านรอนานเลย พี่เขามาเฉิดฉายแล้วนะ พระเอกเป็นเพื่อนกับวาดิม ในเรื่อง “สัมผัสรักมาเฟียร้าย” ซึ่งนิสัยก็ร้ายพอกันค่ะ แต่ยังไม่สามารถโค่นล้มคุณโจวของเราได้ ฝากอุดหนุนพี่ครูซด้วยนะคะ ผิดพลาดตรงไหนแสงเทียนขออภัยไว้ ณ ที่นี้ น้อมรับทุกคำติชม ขอให้ทุกคนร่ำรวย สุขภาพแข็งแรง ขอบคุณพี่อุ้มสำหรับชื่อเรื่องด้วยนะคะ โชคดีมีสุข แสงเทียน กุมภาพันธ์ 2567 แนะนำตัวละคร พระเอก : ครูซ ลี นักธุรกิจหนุ่มทายาทเจ้าของโรงพยาบาลเอกชน นิสัย: นิ่งขรึม พูดน้อย ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ให้คนอื่นรับรู้ เป็นคนผูกใจเจ็บ เกลียดการหักหลัง นางเอก: เซเวียร์ ซี อัศดิษกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสูติ-นรีเวช นิสัย: นิสัยยอมคน ไม่ค่อยมีปากมีเสียง อะไรก็ได้จะพูดเยอะกับคนที่สนิท

ทายาทมาเฟียหวงรัก
ความเข้าใจผิดทำให้เขามีค่ำคืนอันเร่าร้อนกับเธอ..และเขาจะถือว่าเธอเป็นของเขาอย่างสมบูรณ์ แม้ว่าเธอจะไม่เต็มใจก็ตาม และของที่เป็นของเขา จะไม่มีวันปล่อยให้ใครหน้าไหนได้เชยชมทั้งนั้น..อย่าฝันจะเป็นอิสระ

ชายาไร้ใจ
เหลียงซิน นิติเวชที่ยอดเยี่ยมที่สุดในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดกลับข้ามภพกลายเป็นพระชายาที่ท่านอ๋องรังเกียจ แถมยัง ถูกเขาทรมานจนเกือบเสียชีวิต นางสาบานว่าจะต้องล้างแค้นให้ได้แล้วหย่ากับเขา แต่เขากลับไล่ตามนาง

เด็กโปรดท่านรอง
Writer : เดย์ไลลา Illust : Roseped Proofread & Design : เดย์ไลลา สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติพุทธศักราช 2558 ห้ามดัดแปลงบทความ คัดลอกและนำไปใช้บางส่วนและนำไปเผยแพร่ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้นโดยไม่ได้รับอนุญาต หากฝ่าฝืนมีบทลงโทษบัญญัติไว้สูงสุดตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ 2537 คำเตือน นิยายเรื่องนี้มีการกระทำไม่เหมาะสมเรื่องเพศ คำพูดจาหยาบคาย การใช้ความรุนแรง มีฉากการร่วมเพศรุนแรง มีฉาก NC20+ เหมาะกับผู้ที่มีอายุ 20 ปี ขึ้นไป โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เนื้อหาในนิยายเป็นเพียงจินตนาการของนักเขียนเท่านั้น ไม่อิงตามความจริง ไม่ได้มีเจตนาเพื่อยุยง ส่งเสริม ก่อให้เกิดความเสียหาย หรือมีเจตนามุ่งร้ายต่อตัวบุคคลหรือวิชาชีพใด วิชาชีพหนึ่ง อ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้นนะคะ แนะนำให้โหลดตัวอย่างมาอ่านก่อนเพื่อประกอบการตัดสินใจ ก่อนซื้อเล่มเต็มนะคะ

กรงแค้นสลักรัก
Writer : เดย์ไลลา Illust 1 : JenJ Illust 2 : Junya ภาพประกอบ : สนิมกิน พิสูจน์อักษร : Ni-Nid ลิขสิทธิ์เป็นเพียงของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติพุทธศักราช 2558 ห้ามดัดแปลงบทความ คัดลอก และนำไปใช้บางส่วนและนำไปเผยแพร่ ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้นโดยไม่ได้รับอนุญาต หากฝ่าฝืนมีบทลงโทษบัญญัติไว้สูงสุดตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ 2537 พูดคุยกับนักเขียน สวัสดีค่ะ เรากลับมาพบกันอีกครั้งในผลงานเรื่องใหม่ของไรต์กันเสียที ครั้งนี้จะเป็นเรื่องราวความรักของพระรองแสนดี? ในเรื่อง ‘แพ้ทางร้ายนายคู่หมั้น’ อย่างลูคัส มาเฟียฮ่องกงสุดอันตราย แต่โคตรมีเสน่ห์ หากใครเคยอ่านเรื่องของพี่วิคเตอร์ก็คงพอจะทราบมาบ้างแล้วว่าลูคัสจู่ๆ ก็อุ้มลูกมาเยี่ยมทั้งคู่ ครั้งนี้จะมาเฉลยเรื่องราวปนความแค้นของเขากันแล้ว ส่วนนางเอกของเราคือน้องเรนนี่ คุณหนูสุดเรียบร้อย เพอร์เฟค ของตระกูลหลิน ซึ่งทุกคนต้องไปร่วมลุ้นว่าใครจะเป็นเหยื่อและใครคือผู้ล่ากันแน่ เรื่องนี้จะเป็นแนวสืบสวน โรมานซ์ อ่านง่ายสไตล์เดย์ไลลาเช่นเดิม ทั้งคู่ต้องช่วยกันไขคดีเกี่ยวกับการตายปริศนาของลูกสาวคนโตตระกูลหยาง จึงนำมาซึ่งปมความแค้นระหว่างสองตระกูล หวังว่าผลงานเรื่องนี้จะสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับทุกท่านได้นะคะ หากผิดพลาดประการใด ไรต์ต้องขออภัยมา ณ ที่นี่ด้วย เดย์ไลลา คำเตือน นิยายเรื่องนี้มีการกระทำไม่เหมาะสมเรื่องเพศ คำพูดจาหยาบคาย การใช้ความรุนแรง การกระทำผิดกฎหมาย มีการบรรยายฉากร่วมรักอย่างละเอียด พฤติกรรมที่ไม่ควรลอกเลียนแบบเด็ดขาด เหมาะกับผู้ที่มีอายุ 20 ปี ขึ้นไป เนื้อหาในนิยายเป็นเพียงจินตนาการของนักเขียนเท่านั้น ไม่อิงตามความจริง ไม่ได้มีเจตนาเพื่อยุยง ส่งเสริม ก่อให้เกิดความเสียหาย หรือมีเจตนามุ่งร้ายต่อตัวบุคคลหรือวิชาชีพใด วิชาชีพหนึ่ง สถานที่ของเรื่องก็เป็นแค่สถานที่สมมติเท่านั้น อ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้นนะคะ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

เด็กเลี้ยงหมอแสนร้าย
“ความสัมพันธ์ระหว่างเรามันก็แค่คนที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน ระวังหัวใจของเธอเอาไว้ด้วยเด็กน้อย อย่าเผลอปล่อยใจมารักฉัน อย่าหลงละเลิงไปกับความใจดีที่ฉันมีให้ เพราะคนอย่างฉันไม่เคยคิดที่จะรักใคร”
เมียเด็กของคุณป๋า
“ฮึ ผู้หญิงอย่างเธอไม่มีสิทธิ์เป็นแม่ของลูกฉันจำใส่หัวเธอไว้!” “ค่ะ หนูรู้ตัวดีว่าตัวเองก็แค่ของเล่นชิ้นหนึ่งที่คุณใช้เงินซื้อมา” “รู้ตัวก็ดี จะได้ไม่ต้องพูดซ้ำ!” น้ำเสียงราบเรียบท่าทีนิ่งเฉยสายตาเย็นชาของ ปรเมศวร์ จ้องหน้า พิชญา เด็กสาวด้วยความหงุดหงิดรำคาญใจ เพราะไม่มีทางเลือกเธอต้องยอมเป็นของเล่นให้เขาจนกว่าเขาจะเบื่อเพื่อแลกกับความสุขสบายของครอบครัว เธอต้องอดทนนะ แนนนี่

สัญญาวิวาห์รัก
ติดหนี้ก็ต้องชดใช้... มันเป็นสัจธรรมที่ถูกต้องอยู่แล้ว เพื่อล้างหนี้ให้พ่อกับแม่ เธอจึงจำใจเซ็นสัญญาขายตัวเป็นเวลาห้าปี แต่ใครจะไปคาดคิดว่า... ทันทีที่เริ่มงานวันแรก เธอกลับถูก "มหาเศรษฐีตัวพ่อ" พากลับบ้าน หนำซ้ำเขายังต้องการให้เธอมาเป็น "ภรรยา" ของเขาอีกด้วย! เอาน่ะ... ยังไงมันก็คือสัญญาขายตัวเหมือนกันไม่ใช่หรือไง? ไม่ต้องไปเป็นสาวนั่งดริงก์ที่ไร้ศักดิ์ศรี แถมยังได้แต่งงานกับสามีที่รวยล้นฟ้า ข้อตกลงนี้... คิดยังไงก็มีแต่คุ้มกับคุ้ม! แต่ใครจะรู้ว่าผู้ชายที่เคยโดนหักหลังคนนี้จะขาดความมั่นคงในใจอย่างรุนแรง ที่แท้เธอก็เป็นเพียงเครื่องมือที่เขาใช้แก้แค้นแม่เลี้ยงเท่านั้น หน้าที่หลักของเธอก็คือมีไว้ "อุ่นเตียง" และเป็น "เครื่องผลิตลูก" ให้เขา... ฮือ... เธออยากย้อนเวลาไปเปลี่ยนใจจัง! ไม่รู้ว่าตอนนี้ถ้าจะขอ "ยกเลิกสัญญา" มันยังจะทันอยู่ไหมนะ? ..... นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องสมมุติ

บทเรียนลับกับเพื่อนพี่ชาย
"ความลับในคืนนั้น... คือจุดเริ่มต้นของความโหยหาที่ไม่มีวันสิ้นสุด" ความอยากรู้อยากเห็นในคืนหนึ่ง นำพาเธอไปพบกับความลับที่สั่นคลอนหัวใจ และบทเรียนรักครั้งแรกที่เขามอบให้ ก็แปรเปลี่ยนเป็นความทรงจำที่ฝังลึกจนไม่อาจลบเลือน

ลูกสาวของแฟนเก่าเรียกฉันว่าแม่
ข้าวหอมหวนกลับบ้านเกิด ตั้งใจใช้ชีวิตเรียบง่าย ทว่าเด็กหญิงตัวน้อยหน้าตาน่ารักที่เป็นลูกของแฟนเก่ายิ้มอย่างไร้เดียงสาแล้วเรียกเธอว่า...แม่ ทั้งที่เคยพูดไว้ว่าชาตินี้อย่าได้เจอกันอีก แต่แล้วเธอก็ซมซานกลับบ้านเกิด ตั้งใจกลับมาใช้ชีวิตเรียบง่าย ทว่าทุกอย่างมันไม่เป็นอย่างที่คิดเพราะลูกสาวของคนรักเก่าเรียกเธอว่า...แม่ รู้ว่าไม่ควรยุ่ง แต่ก็อดสงสารเด็กที่เกิดมาไม่มีแม่เหมือนเธอไม่ได้ เพราะความสงสารทำให้ข้าวหอมเข้าไปพัวพันกับคนรักเก่าอีกครั้ง

Destiny Love หลงบ่วงรัก
บทนำ “คนอย่างเธอต้องใช้น้ำกี่ขันถึงจะราดลง...กล้าดียังไงถึงได้เสนอหน้ามาอยู่ที่นี่!” น้ำเสียงถากถางที่ดังมาจากทางด้านหลัง หญิงสาวเจ้าของเรือนร่างบอบบางไม่อาจแน่ใจว่าเจ้าของเสียงต้องการที่จะสนทนากับใครจึงไม่ได้หันไปสนใจ “ไม่ได้ยินที่ฉันถามหรือไง!” พจมาศ คุณาธรรมคุณ กัดฟันถามด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว เสียงฝีเท้าเดินย่ำเข้ามาใกล้ เจ้าของร่างบางจึงจำเป็นต้องหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้า เธอไม่ได้ตกใจที่เห็นคนตรงหน้าเพียงแต่ประหลาดใจก็เท่านั้น ทั้งที่ตลอดทั้งวันที่งานจัดเลี้ยงทำบุญหญิงสาวก็พยายามจะเลี่ยงคนผู้นี้แล้ว แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล “ดิฉันไม่ทราบว่าคุณนายพูดกับใคร” ดวงตากลมโตภายใต้แพขนตางอนยาวกะพริบเชื่องช้า เมื่อเห็นอีกฝ่ายโกรธเธอจนปากสั่นก็ได้แต่เมินมอง ในตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ในจุดที่ต้องเกรงกลัวหรือเกรงใจคนพวกนี้แล้ว “ต่ำช้า!” ผู้มาเยือนก่นเสียงด่าโทนต่ำราวกับว่ากลัวใครจะมาได้ยิน ส่วนคนโดนด่าไม่ได้มีท่าทีตกใจหรือแปลกใจอะไร แต่เธอเอาคืนอย่างเจ็บแสบด้วยการทำทีกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะหันกลับมาสบดวงตาของพจมาศที่มีความเกลียดชังเธออย่างเต็มเปี่ยม “คุณนายมีธุระอะไรกับร้านดิฉันหรือคะ?” อินอรเอ่ยถามก่อนจะหันหน้าไปทางขวามือตัวเอง เธอเหลือบสายตามองไปด้านหลังรถกระบะคันเก่าที่เป็นสมบัติของตัวเอง หญิงสาวเปิดร้านขายข้าวแกง พวกเราเพิ่งกลับจากงานจัดเลี้ยงที่มีคนมาจ้าง ลูกน้องของเธอกำลังเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ จำพวกหม้อไหกะละมังลงจากหลังกระบะ แต่อยู่ ๆ บุคคลตรงหน้าก็มาปรากฏตรงหน้าทำให้เป็นที่สนใจของพวกลูกน้องเธอ “ฉันไม่สะดวกพูดตรงนี้!” พจมาศแค่นเสียงบอกเธอและก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้ อินอรเลิกคิ้วขึ้นมองหญิงสูงวัยในชุดผ้าไหมดิ้นทอง กับชายวัยกลางคนที่สวมชุดสูทสีดำสนิท ทั้งคู่ยังคงมาด้วยกันเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง “งั้น...เชิญด้านในเถอะค่ะ” ร่างบอบบางในชุดเสื้อโปโลคอปกสีดำ กางเกงยีนสกินนี่สีเข้ม รองเท้าแตะหูหนีบธรรมดา เธอเดินนำเข้าไปในตึกสองชั้นที่รถกระบะคันเก่าจอดอยู่ด้านหน้า “นี่เป็นเรื่องบังเอิญหรือความตั้งใจของเธอกันแน่!” ยังไม่ทันจะพ้นประตูร้านดีเลยด้วยซ้ำ คนที่อินอรเชื้อเชิญเข้าร้านมาด้วยความจำเป็นก็เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงขึ้นจมูก พจมาศตัวสั่นระริกเมื่อรู้แน่ชัดว่าอินอรเปิดร้านขายข้าวอยู่ที่นี่! “ทำไมคุณนายถึงถามดิฉันแบบนั้นล่ะคะ” อินอรเดินไปวางกระเป๋าคาดที่ใช้เก็บธนบัตรและเหรียญที่ได้จากการขายของลงบนโต๊ะ ก่อนจะหมุนตัวกลับมารอคำตอบจากคนที่ต้องการคำตอบจากเธอ “เธอไม่มีสิทธิ์มาตั้งคำถามกับฉัน” อินอรได้ยินแล้วก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ “นั่นสิคะแล้วทำไมคุณนายถึงคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ที่จะตั้งคำถามกับฉัน?” เธอตอกกลับทำเอาคนฟังเดือดเป็นไฟ “อินอร!!” หญิงสาวยกมือขึ้นจรดริมฝีปาก ก่อนจะแค่นยิ้มและมองคนตรงหน้าด้วยแววตาเฉยชา “ฉันคืออินอร คนที่คุณรู้จักฉันดีพอ ๆ กับที่ฉันรู้จักคุณดีนั่นแหละ เรามาพูดกันตรง ๆ เถอะค่ะ อย่ามัวอ้อมค้อมให้เสียเวลาเลย” อินอรยกสองมือขึ้นกอดอกมองหน้าอีกฝ่าย แววตาของเธอไม่ได้อ่อนแออย่างเช่นวันวานอีกแล้ว “ออกไปจากที่นี่! อย่าให้ฉันต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ!” อินอรสบตาพจมาศเพราะอยากรู้ว่าทำไมคนคนนี้ถึงได้แสดงท่าทีมั่นใจว่าขู่ออกมาแล้วเธอจะต้องฟังอยู่อีก! แต่สิ่งที่ทำได้ก็คือหัวเราะออกมา แถมยังมองอีกฝ่ายด้วยสายตาไม่เชื่อว่าคนตรงหน้าจะกล้าพูดแบบนี้ “คุณนายจะทำเหมือนสามปีที่แล้วหรือคะ? คุณนาย…คนเรามันจะหนีกันได้ตลอดเลยหรือไง?” เธอถามกลับ และมองเลยไปสบตาผู้ชายที่ยืนอยู่ด้านหลังเจ้านายของเขา ดวงตาคมเข้มภายใต้แว่นสายตา เมื่อเห็นเธอมองก็หลบสายตาทันที นพคุณ ลูกน้องคนสนิทผู้เป็นดั่งมือเท้าของพจมาศ “อินอร! อย่าลืมว่าฉันทำให้เธอหายไปจากโลกนี้ได้! รวมทั้งร้านเฮงซวยนี่ด้วย!” อินอรพยักหน้ารับทราบและเชื่อในคำพูดของพจมาศ เธอรู้กิตติศัพท์ร้ายกาจของคนตรงหน้าดี พจมาศคนนี้เพื่อสิ่งที่ต้องการแล้วทำได้ทุกอย่าง อินอรหลับตาลง ก่อนจะลืมตาขึ้นเธอกวาดสายตามองไปทั่วร้าน และหยุดสายตาที่คอกกั้นเด็กด้านหลังโต๊ะเก็บเงิน “ดิฉันขายของอยู่ที่นี่นานแล้วค่ะ พรรคการเมืองที่คุณอุปถัมภ์เพิ่งย้ายมาที่นี่ เพราะฉะนั้นคนที่ย้ายออกไม่ควรเป็นฉัน” อินอรบอกกล่าวเสียงเรียบแลดูไม่ทุกข์ร้อนต่างกับอีกฝ่าย พจมาศรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะแพ้ผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนนี้ เธอจะไม่มีวันยอมให้เป็นแบบนั้น! “เธอจะเอาเท่าไหร่ ต้องการเท่าไหร่บอกมา!” มือที่ประดับด้วยแหวนเพชรเม็ดโตยื่นไปด้านข้าง สมุดเช็คธนาคารก็ปรากฏแก่สายตา อินอรมองภาพนั่นก็ได้แต่ระอากับคนพวกนี้ อะไร ๆ ก็ใช้เงินฟาดหัว “ฉันจะไม่ย้ายไปไหน เหตุผลเดียวคือฉันมีครอบครัวต้องดูแล และที่นี่คือร้านทำมาหากินของฉัน” คำว่า ‘ครอบครัว’ ทำเอาพจมาศชาดิกไปทั้งร่างกาย “ฉันรู้ว่าคุณนายทำได้ทุกอย่าง งั้นทำยังไงก็ได้ให้ลูกชายคุณย้ายไปจากที่นี่จะดีกว่า ตรงนี้มันสลัมนะคะไม่เหมาะกับคนอย่างพวกคุณหรอกค่ะ” พจมาศได้ยินก็โกรธจนตัวสั่น เธอไม่เคยแพ้และจะมาแพ้แถมรู้สึกร้อนขอบตาเพราะคำพูดของผู้หญิงแพศยาคนนี้ไม่ได้ “นี่มันเป็นแผนของเธอใช่ไหมอินอร!” หญิงสาวรุ่นลูกแย้มยิ้ม ทั้งยังไม่ตอบคำถามให้พจมาศหายข้องใจ ในตอนนั้นมันเป็นจังหวะเดียวกับที่มีคนมาตะโกนเรียกอินอรหน้าร้าน “คุณนายไม่ควรอยู่ที่นี่ในเวลานี้นะคะ ร้านดิฉันขายข้าวแกงก็จริง แต่ตอนนี้ร้านปิดไปแล้ว” อินอรเดินผ่านพจมาศไปด้วยท่าทีร้อนรน จนนพคุณที่ยืนอยู่ต้องเหลียวหลังไปมองยังจุดที่อินอรมองออกไป ‘หนูอรเอ๊ยยยย ลุงเอาเจ้าลูกชิ้นก้อนโตมาส่งแล้ว’ “อย่ามายุ่งกับเอกณัฐ! ฉันขอเตือนเธอไว้!” พจมาศพูดออกไปทั้งที่อินอรเดินหายจากวงสนทนาไปที่หน้าประตูร้านแล้ว พจมาศรู้สึกหงุดหงิด ที่ตรงนี้มันเหมาะกับพวกชนชั้นต่ำที่ชอบตะโกนแหกปากเสียงดังโวยวาย เธอจะเกลี้ยกล่อมลูกชายให้ย้ายที่ว่าการพรรคการเมืองไปอยู่ที่อื่น หรือว่าเธอควรหยุดการก่อสร้างต่อเติมไปก่อน งั้นเอาเหตุผลหลัง! “ดิฉันไม่แน่ใจว่าคุณนายคิดไปถึงไหนในเรื่องนี้ แต่ขอให้คุณนายวางใจเถอะค่ะ เวลาเกือบสามปีมันพิสูจน์อะไรได้หลายอย่าง ดิฉันไม่เคยคิดอยากจะยุ่งกับพวกคุณด้วยซ้ำ ทางที่ดีคุณไปบอกลูกชายคุณให้ย้ายพรรคไปตั้งรกรากที่อื่นเท่านั้นก็จบเรื่อง” อินอรพูดย้ำด้วยท่าทีหันหลังไม่มองหน้า ก่อนที่เธอจะเดินไปรูดประตูเหล็กและตะโกนบอกให้คนส่งลูกชิ้นกลับไปที่บ้านก่อน ‘อ้าวยังไม่เสร็จงานเหรอ! งั้นก็ได้เดี๋ยวลุงพาไปขับรถเล่นอีกสักรอบ’ อินอรถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นท้ายไฟรถมอเตอร์ไซค์ลิบ ๆ ไปอีกทางแล้ว เธอหมุนตัวกลับมาสายตาก็สบเข้าสบดวงตาสีเข้มของชายใส่สูทที่ติดตามเจ้านายพอดิบพอดี หญิงสาวเหยียดยิ้มใส่เขา ก่อนจะสับขาเดินผ่านหน้าเขาไป “เธอนี่มันชั้นต่ำจริง ๆ ฉันพูดกับเธออยู่แต่เธอดันไปพูดกับคนส่งของ! ไร้มารยาท!” อินอรไม่ใส่ใจคำต่อว่าต่อขานของคนตรงหน้า “เอาเป็นว่าคุณนายอย่าได้มาที่นี่อีก ทางที่ดีอย่ามาเจอะเจอกันอีกเลยค่ะ” เธอไม่พูดเปล่าแต่ยกมือกากบาทเป็นเชิงสัญลักษณ์ ทั้งยังมองไปที่ประตูร้านเป็นเชิงไล่ พจมาศโกรธจนความดันจะขึ้น แต่ก็ต้องยืนอดทนคุยเรื่องที่อยากจะคุยให้จบ! “คิดว่าฉันอยากมาเหยียบร้านโสโครกนี่นักหรือไง!” ถ้าไม่ใช่เพราะอยากจะมายืนยันบางอย่าง คนอย่างพจมาศไม่มีทางมาเหยียบหรือยืนหายใจร่วมกับผู้หญิงแพศยาที่จ้องทำลายอนาคตลูกชายเธอหรอก “อะไรที่คุณนายปรารถนา…คนข้างหลังคุณนายเขาก็สนองให้หมดทุกอย่างอยู่แล้ว ลูกน้องที่ดีใช่ไหมคะคุณนพ” นพคุณเม้มริมฝีปากเมินสายตามองไปทางอื่นแทน พจมาศมองนพคุณด้วยแววตามาดร้าย “ที่คุณนายไปได้ยินมาว่าดิฉันมีลูก จนคุณนายร้อนใจต้องลากตัวเองมาเอาความจริงที่นี่ งั้นจะบอกความจริง ใช่ค่ะ ดิฉันมีลูกสาวและกำลังจะสามขวบในอีกสองเดือน” เมื่อได้ยินที่อินอรพูดแล้วพจมาศเผลอกำมือที่สั่นเทาของตัวเองไว้แน่น “...เธอหมายความว่ายังไง” เรื่องระหว่างเรามันช่างยุ่งเหยิงจนอินอรไม่คิดว่าจะต้องมานั่งอธิบายอะไรอีก “ลูกของดิฉัน…ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของคุณาธรรมคุณ ไม่ใช่ลูกสาวของคุณส.ส.ใหญ่ที่กำลังมาตั้งที่ทำการพรรคชุมชนฝั่งตรงข้าม ดิฉันอยู่ที่นี่มันคนละชุมชนฝั่งนั้นอยู่แล้ว เรื่องงานเลี้ยงวันนี้ดิฉันไม่รู้ว่าเป็นงานของพรรคพวกคุณ ถ้ารู้ คงไม่รับ” มันไม่มีป้ายบอก ที่จริงที่นั่นยังสร้างไม่เสร็จดีเลยด้วยซ้ำ แต่เพราะเจ้าของคือคนตรงหน้าจะเปิดเอาฤกษ์เอายาม ทำเอาคนทำที่ทำงานหัวหมุนไปหมด ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบชั่วครู่ ก่อนที่พจมาศจะหาเสียงตัวเองเจอและพูดออกมา “ฉันจะแน่ใจได้ยังไง…ว่าสิ่งที่เธอพูดเป็นความจริง” “สิ่งที่ดิฉันพูดไม่ว่ามันจะจริงหรือไม่จริง คุณนายก็ทำให้มันจริงและไม่จริงได้ หรือคุณนายจะให้ดิฉันพิสูจน์?” “เธอกำลังขู่ฉันอินอร!” “เปล่าค่ะ ดิฉันแค่อยากจะเตือนคุณนายว่าความลับไม่มีในโลก และไม่มีใครที่จะโง่ตลอดไป” “ถ้าคุณนายไม่อยากจะให้ความลับที่เก็บซ่อนไว้ถูกเปิดเผย ดิฉันขอเตือนว่าอย่ามาที่นี่อีก! ออกไป!” “คนอย่างเธอต้องใช้น้ำกี่ขันถึงจะราดลง...กล้าดียังไงถึงได้เสนอหน้ามาอยู่ที่นี่!” น้ำเสียงถากถางที่ดังมาจากทางด้านหลัง หญิงสาวเจ้าของเรือนร่างบอบบางไม่อาจแน่ใจว่าเจ้าของเสียงต้องการที่จะสนทนากับใครจึงไม่ได้หันไปสนใจ “ไม่ได้ยินที่ฉันถามหรือไง!” พจมาศ คุณาธรรมคุณ กัดฟันถามด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว เสียงฝีเท้าเดินย่ำเข้ามาใกล้ เจ้าของร่างบางจึงจำเป็นต้องหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้า เธอไม่ได้ตกใจที่เห็นคนตรงหน้าเพียงแต่ประหลาดใจก็เท่านั้น ทั้งที่ตลอดทั้งวันที่งานจัดเลี้ยงทำบุญหญิงสาวก็พยายามจะเลี่ยงคนผู้นี้แล้ว แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล “ดิฉันไม่ทราบว่าคุณนายพูดกับใคร” ดวงตากลมโตภายใต้แพขนตางอนยาวกะพริบเชื่องช้า เมื่อเห็นอีกฝ่ายโกรธเธอจนปากสั่นก็ได้แต่เมินมอง ในตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ในจุดที่ต้องเกรงกลัวหรือเกรงใจคนพวกนี้แล้ว “ต่ำช้า!” ผู้มาเยือนก่นเสียงด่าโทนต่ำราวกับว่ากลัวใครจะมาได้ยิน ส่วนคนโดนด่าไม่ได้มีท่าทีตกใจหรือแปลกใจอะไร แต่เธอเอาคืนอย่างเจ็บแสบด้วยการทำทีกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะหันกลับมาสบดวงตาของพจมาศที่มีความเกลียดชังเธออย่างเต็มเปี่ยม “คุณนายมีธุระอะไรกับร้านดิฉันหรือคะ?” อินอรเอ่ยถามก่อนจะหันหน้าไปทางขวามือตัวเอง เธอเหลือบสายตามองไปด้านหลังรถกระบะคันเก่าที่เป็นสมบัติของตัวเอง หญิงสาวเปิดร้านขายข้าวแกง พวกเราเพิ่งกลับจากงานจัดเลี้ยงที่มีคนมาจ้าง ลูกน้องของเธอกำลังเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ จำพวกหม้อไหกะละมังลงจากหลังกระบะ แต่อยู่ ๆ บุคคลตรงหน้าก็มาปรากฏตรงหน้าทำให้เป็นที่สนใจของพวกลูกน้องเธอ “ฉันไม่สะดวกพูดตรงนี้!” พจมาศแค่นเสียงบอกเธอและก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้ อินอรเลิกคิ้วขึ้นมองหญิงสูงวัยในชุดผ้าไหมดิ้นทอง กับชายวัยกลางคนที่สวมชุดสูทสีดำสนิท ทั้งคู่ยังคงมาด้วยกันเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง “งั้น...เชิญด้านในเถอะค่ะ” ร่างบอบบางในชุดเสื้อโปโลคอปกสีดำ กางเกงยีนสกินนี่สีเข้ม รองเท้าแตะหูหนีบธรรมดา เธอเดินนำเข้าไปในตึกสองชั้นที่รถกระบะคันเก่าจอดอยู่ด้านหน้า “นี่เป็นเรื่องบังเอิญหรือความตั้งใจของเธอกันแน่!” ยังไม่ทันจะพ้นประตูร้านดีเลยด้วยซ้ำ คนที่อินอรเชื้อเชิญเข้าร้านมาด้วยความจำเป็นก็เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงขึ้นจมูก พจมาศตัวสั่นระริกเมื่อรู้แน่ชัดว่าอินอรเปิดร้านขายข้าวอยู่ที่นี่! “ทำไมคุณนายถึงถามดิฉันแบบนั้นล่ะคะ” อินอรเดินไปวางกระเป๋าคาดที่ใช้เก็บธนบัตรและเหรียญที่ได้จากการขายของลงบนโต๊ะ ก่อนจะหมุนตัวกลับมารอคำตอบจากคนที่ต้องการคำตอบจากเธอ “เธอไม่มีสิทธิ์มาตั้งคำถามกับฉัน” อินอรได้ยินแล้วก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ “นั่นสิคะแล้วทำไมคุณนายถึงคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ที่จะตั้งคำถามกับฉัน?” เธอตอกกลับทำเอาคนฟังเดือดเป็นไฟ “อินอร!!” หญิงสาวยกมือขึ้นจรดริมฝีปาก ก่อนจะแค่นยิ้มและมองคนตรงหน้าด้วยแววตาเฉยชา “ฉันคืออินอร คนที่คุณรู้จักฉันดีพอ ๆ กับที่ฉันรู้จักคุณดีนั่นแหละ เรามาพูดกันตรง ๆ เถอะค่ะ อย่ามัวอ้อมค้อมให้เสียเวลาเลย” อินอรยกสองมือขึ้นกอดอกมองหน้าอีกฝ่าย แววตาของเธอไม่ได้อ่อนแออย่างเช่นวันวานอีกแล้ว “ออกไปจากที่นี่! อย่าให้ฉันต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ!” อินอรสบตาพจมาศเพราะอยากรู้ว่าทำไมคนคนนี้ถึงได้แสดงท่าทีมั่นใจว่าขู่ออกมาแล้วเธอจะต้องฟังอยู่อีก! แต่สิ่งที่ทำได้ก็คือหัวเราะออกมา แถมยังมองอีกฝ่ายด้วยสายตาไม่เชื่อว่าคนตรงหน้าจะกล้าพูดแบบนี้ “คุณนายจะทำเหมือนสามปีที่แล้วหรือคะ? คุณนาย…คนเรามันจะหนีกันได้ตลอดเลยหรือไง?” เธอถามกลับ และมองเลยไปสบตาผู้ชายที่ยืนอยู่ด้านหลังเจ้านายของเขา ดวงตาคมเข้มภายใต้แว่นสายตา เมื่อเห็นเธอมองก็หลบสายตาทันที นพคุณ ลูกน้องคนสนิทผู้เป็นดั่งมือเท้าของพจมาศ “อินอร! อย่าลืมว่าฉันทำให้เธอหายไปจากโลกนี้ได้! รวมทั้งร้านเฮงซวยนี่ด้วย!” อินอรพยักหน้ารับทราบและเชื่อในคำพูดของพจมาศ เธอรู้กิตติศัพท์ร้ายกาจของคนตรงหน้าดี พจมาศคนนี้เพื่อสิ่งที่ต้องการแล้วทำได้ทุกอย่าง อินอรหลับตาลง ก่อนจะลืมตาขึ้นเธอกวาดสายตามองไปทั่วร้าน และหยุดสายตาที่คอกกั้นเด็กด้านหลังโต๊ะเก็บเงิน “ดิฉันขายของอยู่ที่นี่นานแล้วค่ะ พรรคการเมืองที่คุณอุปถัมภ์เพิ่งย้ายมาที่นี่ เพราะฉะนั้นคนที่ย้ายออกไม่ควรเป็นฉัน” อินอรบอกกล่าวเสียงเรียบแลดูไม่ทุกข์ร้อนต่างกับอีกฝ่าย พจมาศรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะแพ้ผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนนี้ เธอจะไม่มีวันยอมให้เป็นแบบนั้น! “เธอจะเอาเท่าไหร่ ต้องการเท่าไหร่บอกมา!” มือที่ประดับด้วยแหวนเพชรเม็ดโตยื่นไปด้านข้าง สมุดเช็คธนาคารก็ปรากฏแก่สายตา อินอรมองภาพนั่นก็ได้แต่ระอากับคนพวกนี้ อะไร ๆ ก็ใช้เงินฟาดหัว “ฉันจะไม่ย้ายไปไหน เหตุผลเดียวคือฉันมีครอบครัวต้องดูแล และที่นี่คือร้านทำมาหากินของฉัน” คำว่า ‘ครอบครัว’ ทำเอาพจมาศชาดิกไปทั้งร่างกาย “ฉันรู้ว่าคุณนายทำได้ทุกอย่าง งั้นทำยังไงก็ได้ให้ลูกชายคุณย้ายไปจากที่นี่จะดีกว่า ตรงนี้มันสลัมนะคะไม่เหมาะกับคนอย่างพวกคุณหรอกค่ะ” พจมาศได้ยินก็โกรธจนตัวสั่น เธอไม่เคยแพ้และจะมาแพ้แถมรู้สึกร้อนขอบตาเพราะคำพูดของผู้หญิงแพศยาคนนี้ไม่ได้ “นี่มันเป็นแผนของเธอใช่ไหมอินอร!” หญิงสาวรุ่นลูกแย้มยิ้ม ทั้งยังไม่ตอบคำถามให้พจมาศหายข้องใจ ในตอนนั้นมันเป็นจังหวะเดียวกับที่มีคนมาตะโกนเรียกอินอรหน้าร้าน “คุณนายไม่ควรอยู่ที่นี่ในเวลานี้นะคะ ร้านดิฉันขายข้าวแกงก็จริง แต่ตอนนี้ร้านปิดไปแล้ว” อินอรเดินผ่านพจมาศไปด้วยท่าทีร้อนรน จนนพคุณที่ยืนอยู่ต้องเหลียวหลังไปมองยังจุดที่อินอรมองออกไป ‘หนูอรเอ๊ยยยย ลุงเอาเจ้าลูกชิ้นก้อนโตมาส่งแล้ว’ “อย่ามายุ่งกับเอกณัฐ! ฉันขอเตือนเธอไว้!” พจมาศพูดออกไปทั้งที่อินอรเดินหายจากวงสนทนาไปที่หน้าประตูร้านแล้ว พจมาศรู้สึกหงุดหงิด ที่ตรงนี้มันเหมาะกับพวกชนชั้นต่ำที่ชอบตะโกนแหกปากเสียงดังโวยวาย เธอจะเกลี้ยกล่อมลูกชายให้ย้ายที่ว่าการพรรคการเมืองไปอยู่ที่อื่น หรือว่าเธอควรหยุดการก่อสร้างต่อเติมไปก่อน งั้นเอาเหตุผลหลัง! “ดิฉันไม่แน่ใจว่าคุณนายคิดไปถึงไหนในเรื่องนี้ แต่ขอให้คุณนายวางใจเถอะค่ะ เวลาเกือบสามปีมันพิสูจน์อะไรได้หลายอย่าง ดิฉันไม่เคยคิดอยากจะยุ่งกับพวกคุณด้วยซ้ำ ทางที่ดีคุณไปบอกลูกชายคุณให้ย้ายพรรคไปตั้งรกรากที่อื่นเท่านั้นก็จบเรื่อง” อินอรพูดย้ำด้วยท่าทีหันหลังไม่มองหน้า ก่อนที่เธอจะเดินไปรูดประตูเหล็กและตะโกนบอกให้คนส่งลูกชิ้นกลับไปที่บ้านก่อน ‘อ้าวยังไม่เสร็จงานเหรอ! งั้นก็ได้เดี๋ยวลุงพาไปขับรถเล่นอีกสักรอบ’ อินอรถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นท้ายไฟรถมอเตอร์ไซค์ลิบ ๆ ไปอีกทางแล้ว เธอหมุนตัวกลับมาสายตาก็สบเข้าสบดวงตาสีเข้มของชายใส่สูทที่ติดตามเจ้านายพอดิบพอดี หญิงสาวเหยียดยิ้มใส่เขา ก่อนจะสับขาเดินผ่านหน้าเขาไป “เธอนี่มันชั้นต่ำจริง ๆ ฉันพูดกับเธออยู่แต่เธอดันไปพูดกับคนส่งของ! ไร้มารยาท!” อินอรไม่ใส่ใจคำต่อว่าต่อขานของคนตรงหน้า “เอาเป็นว่าคุณนายอย่าได้มาที่นี่อีก ทางที่ดีอย่ามาเจอะเจอกันอีกเลยค่ะ” เธอไม่พูดเปล่าแต่ยกมือกากบาทเป็นเชิงสัญลักษณ์ ทั้งยังมองไปที่ประตูร้านเป็นเชิงไล่ พจมาศโกรธจนความดันจะขึ้น แต่ก็ต้องยืนอดทนคุยเรื่องที่อยากจะคุยให้จบ! “คิดว่าฉันอยากมาเหยียบร้านโสโครกนี่นักหรือไง!” ถ้าไม่ใช่เพราะอยากจะมายืนยันบางอย่าง คนอย่างพจมาศไม่มีทางมาเหยียบหรือยืนหายใจร่วมกับผู้หญิงแพศยาที่จ้องทำลายอนาคตลูกชายเธอหรอก “อะไรที่คุณนายปรารถนา…คนข้างหลังคุณนายเขาก็สนองให้หมดทุกอย่างอยู่แล้ว ลูกน้องที่ดีใช่ไหมคะคุณนพ” นพคุณเม้มริมฝีปากเมินสายตามองไปทางอื่นแทน พจมาศมองนพคุณด้วยแววตามาดร้าย “ที่คุณนายไปได้ยินมาว่าดิฉันมีลูก จนคุณนายร้อนใจต้องลากตัวเองมาเอาความจริงที่นี่ งั้นจะบอกความจริง ใช่ค่ะ ดิฉันมีลูกสาวและกำลังจะสามขวบในอีกสองเดือน” เมื่อได้ยินที่อินอรพูดแล้วพจมาศเผลอกำมือที่สั่นเทาของตัวเองไว้แน่น “...เธอหมายความว่ายังไง” เรื่องระหว่างเรามันช่างยุ่งเหยิงจนอินอรไม่คิดว่าจะต้องมานั่งอธิบายอะไรอีก “ลูกของดิฉัน…ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของคุณาธรรมคุณ ไม่ใช่ลูกสาวของคุณส.ส.ใหญ่ที่กำลังมาตั้งที่ทำการพรรคชุมชนฝั่งตรงข้าม ดิฉันอยู่ที่นี่มันคนละชุมชนฝั่งนั้นอยู่แล้ว เรื่องงานเลี้ยงวันนี้ดิฉันไม่รู้ว่าเป็นงานของพรรคพวกคุณ ถ้ารู้ คงไม่รับ” มันไม่มีป้ายบอก ที่จริงที่นั่นยังสร้างไม่เสร็จดีเลยด้วยซ้ำ แต่เพราะเจ้าของคือคนตรงหน้าจะเปิดเอาฤกษ์เอายาม ทำเอาคนทำที่ทำงานหัวหมุนไปหมด ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบชั่วครู่ ก่อนที่พจมาศจะหาเสียงตัวเองเจอและพูดออกมา “ฉันจะแน่ใจได้ยังไง…ว่าสิ่งที่เธอพูดเป็นความจริง” “สิ่งที่ดิฉันพูดไม่ว่ามันจะจริงหรือไม่จริง คุณนายก็ทำให้มันจริงและไม่จริงได้ หรือคุณนายจะให้ดิฉันพิสูจน์?” “เธอกำลังขู่ฉันอินอร!” “เปล่าค่ะ ดิฉันแค่อยากจะเตือนคุณนายว่าความลับไม่มีในโลก และไม่มีใครที่จะโง่ตลอดไป” “ถ้าคุณนายไม่อยากจะให้ความลับที่เก็บซ่อนไว้ถูกเปิดเผย ดิฉันขอเตือนว่าอย่ามาที่นี่อีก! ออกไป!”
