Genres

ลำนำรัก...ทะเลทราย
สลิณา ณรงค์รัตน์ สาวสวยลูกสาวทูตไทยประจำประเทศอัมมาร์ เธอตามพ่อมารับตำแหน่งทูตที่ดินแดนทะเลทรายแห่งนี้ แต่กลับต้องมาพัวพันกับเรื่องยุ่ง ๆ ของการช่วงชิงอำนาจในประเทศนี้โดยไม่ได้ตั้งใจ หญิงสาวถูกลักพาตัวโดยชายหนุ่มรูปงามขื่อ"อัซมีน" เขาเป็นรัชทายาทโดยชอบธรรม เธอก็ไม่รู้ว่าเขาลักพาตัวเธอมาทำไม แรก ๆ เธอกับเขาไม่ถูกกัน แต่ต้องผจญภัยจากการตามล่าของ "ซับบาส" ซึ่งหลงรักสลิณา และเหล่าด้วยความใกลล้ชิดและรู้ใจกัน ก่อเกิดขึ้นเป็นความรักในใจของหนุ่มสาวทั้งสอง แต่อัซมีนมีแฟนแล้ว เขาจึงพยายามปฏิเสธหัวใจตัวเองเรื่องมา หนุ่มสาวต่างศาสนาและต่างเชื้อชาติจะจัดการกับกัวใจตัสเองยังไง รัดสามเศร้าของพวกเขามาถึงทางที่อัซมีนต้องเลือก เขาจะเลือกใคร... สลิณ่จะรอดพ้นเงื้อมม่แซับบาสไหม มาหาคำตอบกันได้เลยค่ะ

ป๊ะป๋าเจ้าขา...มารักกันไหม
เธอเป็นครูสาวสวยของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ได้มาเจอกับหนุ่มสุดหล่อมาดเซอ เป็นพ่อหม้าย มีลูกสาวแล้ว 1 คน ชื่อ "น้องเจ้าขา" น้องเจ้าขาเป็นลูกศิษย์ตัวน้อยของเธอเอง เธอถูกเขาขอร้องแกมบังคับให้ไปสอนพิเศษน้องเจ้าขาที่บ้าน น้องขาที่ขาดแม่มาตั้งแต่เล็ก ๆ รักและติดเธอมาก แม่ของเขารังเกียจหลานคนนี้ จึงคิดจะหาสาวไฮโซมาแต่งงานกับเขา และจะบีบให้เขาทิ้งลูก เขาเข้าใจผิดว่าเธอเป็นทอมจึงมาขอร้องให้เธอเล่นละครเป็นแฟนกำมะลอของเขา เพื่อหลอกแม่และผู้หญิงที่คิดจะเข้าหาเขา เธอจึงช่วยปกป้องสองพ่อลูกด้วยความสงสาร ในขณะ้ดียวกัน...หนุ่มสาวทั้งสองก็กวนกันไป กวนกันมาจนมีใจต่อกัน แต่เขายังไม่กล้าเปิดใจ เพราะเกรงใจภรรยาผู้ล่วงลับไปแล้ว จึงต้องเป็นหน้าที่ของเธอ ที่จะหาวิธีให้เขาเผยใจให้ได้ และต้องสู้กับสาว ๆ ที่คิดจะมาแย่งเขาด้วย รวมทั้งครอบครัวภรรยาเก่าของเขาอีก โดยมีลูกศิษย์ตัวน้อยเป็นผู้ช่วย เธอจะทำสำเร็จไหม เธอจะทำยังไง...ให้พ่อหม้ายจอมกวนคนนี้ยอมมารักกับเธอ มาเอาใจช่วยสาวสวยใจเด็ดกับพ่อหม้ายจอมกวนกันนะคะ

เปรียบดั่งเชลย
เขา...ผู้มีความโกรธแค้นภายใน ตั้งใจทำลายผู้หญิงคนหนึ่งให้เธอเจ็บช้ำอย่างแสนสาหัส หลังจากสิ้นบิดาเธอและเขาตกลงแยกย้ายไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ พร้อมลูกน้อยที่ติดท้องมา...

ย้อนเวลามาเป็นพระชายาของท่านอ๋องตาบอด
เมื่อย้อนเวลามาอยู่ในยุคโบราณที่ผู้ชายล้วนมีสามภรรยาสี่อนุ จื่อรั่วอิงจึงมองหาบุรุษที่จะทำให้นางใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและได้รู้ว่ามีอ๋องผู้หนึ่งไร้ภรรยาและตาบอดเขาคือคนไม่มีใครเอา"สวรรค์ให้ทางรอดข้าแล้ว"

พ่อเลี้ยงเคียงรัก
คนหนึ่งไม่ศรัทธาในความรัก อีกคนก็รักอิสระไม่อยากมีครอบครัว แต่พอได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นกำแพงที่ทั้งสองคนตั้งไว้ก็ค่อยๆ พังลง รู้ตัวอีกจากเพื่อนก็กลายเป็นอย่างอื่นไปแล้ว

จอมเสเพลอย่างท่าน อย่ามาเกี้ยวข้า
นางถูกคู่หมั้นโยนทิ้งให้ผู้อื่นโดยไม่ไยดีจนอับอาย เขายังประกาศก้องไม่เกี่ยวข้องกับนางอีก เหตใดยามนี้เขาจึงพยายามเข้ามาวุ่นวายกับนางนักไสหัวไปให้พ้นเจ้าคนเสเพลข้าไม่มีวันหลงกลสนใจเจ้าเป็นอันขาด! เรื่องนี้ เป็นภาคต่อของ อีฉี และอ้ายเจิง ใน เรื่อง สองสามีของข้าคือท่านอ๋องจอมโหด ค่ะ

ย้อนเวลาพลิกชะตารัก
เมื่อบุรุษที่นางรัก เลือกสละชีวิตของนางเพื่อช่วยสตรีอีกคนของเขา เมื่อมีโอกาสได้ย้อนเวลากลับมาแก้ไข นางจึงเลือกที่จะวางหัวใจเอาไว้กับตน แทนที่จะเลือกวางหัวใจไว้ที่เท้าของบุรุษผู้นั้นอีกต่อไป

ลมหวนเจ้าเอย
ครั้งก่อน...เขาเคยเข้ามาในความผูกพัน ฝากบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่ ไว้เป็นบาดแผลชีวิต เธอต้องใช้เวลาทั้งหมดที่มีเพื่อลบลืมทุกอย่างแล้วเริ่มต้นใหม่เลี้ยงลูกน้อยเพียงลำพัง ใครจะคิดว่าเมื่อหลายปีผ่านพ้นไป เขาจะกลับคืนมาอีกครั้ง ดั่งลมร้าวที่พัดหวน...

รักครั้งใหม่ต้องไฉไลกว่าเก่า
รักเก่าที่สุดช้ำ ถ้าจะมีรักครั้งต่อไปต้องดีกว่าเก่า ถ้าหาดีไม่ได้ฉันขอเป็นโสดตลอดไป มีคนเคยกล่าวไว้ว่าสิ่งที่แน่นอนอาจไม่แน่นอนเสมอไป ความรักที่ยังยืนอาจไม่ยังยืน…เพราะฉนั้นควรเตรียมใจไว้เสมอ เหมือนดัง นิสาที่คิดว่าครอบครัวของตัวเองนั้นอบอุ่นสมบรูณ์มีสามีที่ดีและมีลูกที่น่ารัก แต่แล้วทุกอย่างก็พังทะลายลงเพียงชัวข้ามคืน...เมื่อวันหนึ่งคนเป็นสามีเดินเข้ามาบอกเธอว่าเขาไม่ได้รักเธอแล้วและเขาต้องการที่จะหย่า แล้วเธอจะทำอะไรได้อีกเมื่อเขาอยากไปก็ต้องปล่อยให้เขาไปถึงแม้จะรักเขามากก็ตาม เพราะชีวิตต้องเดินหน้าต้องดูแลลูกสาวที่รักเพื่อที่จะให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี "สาเราหย่ากันเถอะ" " คุณ...คุณพูดว่าอะไรนะ ? " "ผมไม่ได้รักคุณแล้ว...ผมไม่อยากฝืนหรือหลอกตัวเอง และผมไม่อยากหลอกคุณอีกต่อไปแล้ว"

ซีรีส์คู่รักข้างรั้ว
"มะนาว" ครูสอนโยคะสายสุขภาพที่รักความสงบ ย้ายมาอยู่บ้านใหม่หวังจะมีชีวิตเรียบง่าย…แต่ดันต้องเจอเพื่อนบ้านข้างรั้วอย่าง "ภูผา" วิศวกรหนุ่มเสียงดังที่ชอบทำอะไรปั่น ๆ จนเธอหงุดหงิดไม่เว้นแต่ละวัน เสียงเพลง เสียงเลื่อย เสียงหัวเราะของเขา คือสิ่งที่เธออยากปิดประตูหนี แต่แปลก…เมื่อไรที่มันหายไป หัวใจกลับโหวงเหวงราวกับขาดอะไรบางอย่าง รั้วที่กั้นอาณาเขต อาจกั้นบ้านได้…แต่กั้นหัวใจไม่ได้เลย

ยั่วรักคุณตำรวจสุดหล่อ
พลอยใส – พริตตี้สาวสายมั่น ปากไว ยิ้มเก่ง แต่ไม่โง่ รู้ตัวว่าชอบแล้ว “เอาให้ได้” • ร.ต.ต.ภาคิน – ตำรวจจราจรสุดหล่อ หน้านิ่ง ระเบียบจัด เกลียดคนเมาแล้วขับเป็นชีวิตจิตใจ • แก๊งเพื่อนตำรวจ – ตัวแซว ตัวป่วน ตัวผลักให้พระเอกหลุด • เพื่อนพริตตี้ของพลอยใส – ตัวยุ ตัวแฉ ตัวสร้างสถานการณ์

จอมใจท่านอ๋องโหด
แววดาวเป็นเด็กสาวบ้านนอกเข้ามาหางานทำในเมืองหลวง อยู่ๆก็ได้มาเป็นหลานสาวมาเฟียใหญ่ แต่ชะตาไม่พอใจ ส่งให้นางย้อนอดีตมาที่ไหนก็ไม่รู นางจะทำอย่างไรกับโลกใบใหม่นี้

โปรเจครักฉบับบอส
อินทัช นายธนาคารหนุ่มที่สาวสาวต่างหมายปอง เขาเป็นถึงรองประธานบริหาร แต่อยากได้สาวสวยแสนฉลาดอย่างอัยยามาเป็นแฟน แผนโปรเจคจีบให้เธอรักจึงเริ่มขึ้น

The Rich
เมื่อสิบหกปีก่อน เฉินหยาง ได้ถูกให้อยู่กับพี่สาวของตัวเองลำพังสองคน โดยพ่อกับแม่ของทั้งคู่ ได้บอกว่าจะไปทำงานหาเงินที่ต่างประเทศ และสิบหกปีต่อมาพี่สาวของเขาเฉินหยิ่น ก็โทรมาบอกเขาว่า ที่จริงแล้วพวกเราเป็นมหาเศรษฐี เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป

แฝดสะท้านภพ ตอน จอมใจวิปลาส เล่ม2
จางหยางไท้ คุณชายผู้สูงศักดิ์ ที่รักการค้าขายและผลกำไรเป็นที่สุด จากคุณชายในจวน สู่การเป็นพ่อค้า ผู้มีใบหน้าเป็นอาวุธนางคือ สตรีที่ก้าวออกจากตระกูล พร้อมคำกล่าวขานว่าวิปลาส เมื่อการกลับมาเพื่อตอบแทนผลกรรมที่เคยถูกกระทำเมื่อวัยเยาว์ของนาง เป็นรทุกจุดเริ่มต้นของความรักความแค้นในครั้งนี้หรือไม่การโคจรมาพบกันของทั้งคู่มันคือบุพเพหรือชะตากรรมกันแน่

เรือนรักเรือนเสน่หา
เมื่อคำรักมั่นมีให้สตรีเดียว ถูกสั่นคลอนด้วยเมียที่ผู้ใหญ่จัดหาแม้ไม่อยากร่วมคู่ ทว่า ‘นางบุษบา’ ก็ช่างงามจับใจ ‘อิเหนา’#เรือนรักเรือนเสน่หา #เรือนคุณพระ #พ่อศร #แม่บุษบา #อิเหนาบุษบา #คลุมถุงชน “แม่บุษรออยู่ที่นี่นะ ประเดี๋ยวฉันจะให้บ่าวไปเอายาที่เรือนคุณแม่ กินยาสักหน่อย ก็จะดีขึ้น”ศรพูดทำท่าจะลุกออกจากเตียง ทว่าเปลือกตาที่เปิดออกพร้อมดวงตาฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำกลับทำให้ศรไม่กล้าก้าวจากไป เขาค้อมกายเหนือร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง ฝ่ามือประคองสองแก้ม สบสายตาฉ่ำชื้นนั้น ดวงตาของหล่อนสื่อความหมายจากหัวใจจนหมดสิ้นแล้ว“หล่อนไม่อยากให้ฉันไปหรือ”เจ้าของใบหน้าสวยแดงก่ำด้วยพิษไข้ปิดเปลือกตาลง ก่อนจะพยายามลืมขึ้นมองเขา พยักหน้าน้อยๆ บ่งบอกว่าหล่อนต้องการอย่างนั้นจริงๆ นั่นทำให้หัวใจของศรไหววูบก่อนจะเต้นแรงรัวเร็ว เขายิ้มให้หล่อน ประคองสองแก้ม ดวงตาคมแต่หวานไปด้วยความอ่อนโยนจ้องใบหน้าน้อยๆ นั้น“ได้ พี่จะไม่ไปไหน พี่จะอยู่กับน้อง น้องหลับตานะ พักสักหน่อย ประเดี๋ยวค่อยตื่นมากินยาก็ได้ พี่... พี่จะอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน จะอยู่กับน้อง”

เรือนรักเรือนใจ
#เรือนรักเรือนใจ #เรือนคุณพระนาย#หนุ่มเจ้าพนักงานรถไฟหลวง #ลูกสาวเถ้าแก่โรงสี“ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ ผูกอู่ตามใจผู้นอน แล้วหากเขารักแม่สื่อเล่า จะทำเยี่ยงไร”เมื่อบุพเพสันนิวาสชักพา #แม่สื่อแสนเล่ห์ มาพบ #คุณพระนายรูปหล่อแม่รวยหญิงสยามก๋ากั่นเกินงามถูกใจเขานัก #แม่สื่อแม่ชักมักได้เองคนหนึ่งขยันหว่านเสน่ห์ อีกคนชักสาวไปก็หวั่นไหวไป ประตูบานใหญ่ปิด ทว่าคนที่ยืนพิงประตูมีรอยยิ้มกว้างระบายขึ้นบนใบหน้า ทองยิ้มกว้างอย่างหยุดไม่ได้ แม้ยังไม่รู้ว่าใช่แน่หรือไม่ แต่หัวใจเขาก็เต้นรัวเร็วอย่างห้ามไม่อยู่ คือความตื่นเต้น ยินดี ชุ่มชื่นใจ เสมือนหัวใจนี้กำลังเติบโต ผลิใบและออกดอก ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้แห้งแล้งเหลือทนทองรับรู้ได้ว่าทั่วทั้งร่างสะท้าน มีความอบอุ่นแผ่ซ่านทุกอณูเนื้อ รอบกายราวเกิดแสงน้อยใหญ่เสมือนมีหิ่งห้อยนับร้อยกะพริบระยิบระยับอยู่ตรงหน้า ด้วยหญิงสาวร่างเล็กหน้าตาจิ้มลิ้มที่นั่งเคียงข้างคุณป้าส้มจีนนั้น...ลูกจันทร์เหลือบตาขึ้นมองคุณพระนายรูปงามก่อนจะรีบหลุบตาลง ด้วยสายตาหยอกเย้านั้นส่งผลให้ขนกายทั่วตัวลุกพรึบ อาการสะบัดร้อนสะบัดหนาวเข้าจู่โจมกายหล่อนอีกครั้ง เข้าใจได้ในครานี้ว่าอาการที่หล่อนเป็นเรียกว่า ‘สะท้านสายตาชาย’นี่คือ ‘สิ่งต้องห้าม’ สำหรับแม่สื่อตามที่คุณป้าสอน หล่อนจะพึงใจในชายผู้ว่าจ้างไม่ได้ จำต้องรีบสลัดไล่ความรู้สึกนี้ให้เร็วไว เพราะหล่อนมีหน้าที่เป็น ‘แม่สื่อแม่ชัก’ มิใช่มานั่งให้คุณพระนายดูตัว

เรือนรักเรือนนิรมิต
‘แม่นุช’ เมียขัดตาทัพ อยากขยับเป็นเมียจริงๆติดที่ ‘คุณหลวงพร้อม’ ไม่พร้อมสักที หรือหล่อนควรเป็นฝ่ายปล้ำ!!***********ในวันทำบุญเรือนใหม่ ห้องนอนใหญ่ที่คุณแม่จัดเตรียมไว้ให้เป็นห้องหอ บนฟูกนั้นมีหญิงสาวร่างอรชรนอนหลับใหล หญิงประหลาดแต่งกายประหนึ่งชุดขี่ม้าของสตรีตะวันตก ทว่าวงหน้ากลับทำให้ ‘คุณหลวงพร้อม’ ติดตรึง และไม่ทันที่หัวใจจะยั้งคิด ริมฝีปากร้อนรุ่มก็ทาบปิดกลีบกุหลาบบอบบางทันที‘นิราวดี’ ต้องกรี๊ดแตกเมื่อถูกบุรุษลึกลับขโมยจูบ!! และต้องกรี๊ดมากขึ้นเมื่อคิดว่าตัวเองตายแล้วมาเกิดในชาติใหม่หรือไม่ก็อยู่ในโลกวิญญาณ เพราะจำได้ว่าขณะรีบรุดไปหาศิลปินในดวงใจ ตะแกรงเหล็กปิดทางระบายน้ำดันยุบตัว จากนั้นร่างก็ร่วงลิ่ว สติดับวูบ และเมื่อตื่นก็มาเจอเทพบุตรขโมยจูบ ซ้ำยังอยู่ในห้องหับที่เหมือนย้อนอดีตไปสู่ละครพีเรียด!!หากนี่เป็นพรหมลิขิตให้หล่อนต้องมาอยู่ยังเรือนนี้ ตื่นขึ้นบนเตียงนอนในห้องหอของเขา นั่นแปลว่าหล่อนถูกส่งมาเพื่อเขาใช่หรือไม่ และ ‘รัก’ ที่ไม่เคยเกิดกับผู้ชายคนไหนเลยตลอดชีวิต แต่กลับรับรู้และรู้สึกได้ในหัวใจเวลานี้ นั่นเพราะ ‘รัก’ ของหล่อนมีเขาเป็นเจ้าของใช่ไหมนิราวดียิ้มน้อยๆ บอกตัวเองว่า... หากไม่มีทางกลับคืนสู่ยุคที่จากมาได้อีกหล่อนก็พร้อมจะยอมรับและอยู่ต่อให้ได้ ขอแค่มีเขาเท่านั้น

รวิกาญจน์เภตรา
“มิว่าภพใด..ข้าจักเฝ้าติดตามถามหา จนกว่าอรุณรุ่งของข้า..จักมาถึง”เมื่อวาระแห่งกรรมเวียนมาบรรจบ เมื่อนั้นกงล้อกฎแห่งกรรมจะได้รับการสะสางภายใต้ซากเรือสำเภาใต้ท้องทะเลอ่าวไทยเสียงครวญจากทะเลถูกเล่าขานยาวนานจากรุ่นปู่ย่าจนถึงรุ่นหลานอาถรรพ์เล่าลือเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ที่หลงไปกับเสียงชักพาทว่าทรัพย์สมบัติอันไม่สามารถประเมินค่าได้จาก..ซากสำเภาทองที่แสดงถึงความรุ่งเรืองจนถึงขีดสุดแห่งเมืองสุโขทัยกลับกลายเป็นสิ่งที่ทำให้นักล่าสมบัติใต้ทะเลยอมที่จะเสี่ยงแม้ว่าจะต้องเดิมพันด้วยลมหายใจเฮือกสุดท้ายก็ตามวิญญาณหนึ่งถูกจองจำด้วยความแค้นในรักที่ถูกหลอกลวงและการถูกฆ่าให้ตายอย่างเลือดเย็น ไม่ว่ากี่ภพกี่ชาติเธอก็จะรอคอยจนกว่าวาระแห่งกรรมนั้นจะหมุนมาเยือนบุรุษหนึ่งยึดมั่นในรักเพียงนางเดียว เมื่อไม่อาจครองคู่ในชาตินี้ คำสัตย์ปรารถนาจึงขอมีเพียงนางเดียวทุกภพทุกชาติไปเมื่อกงล้อแห่งกรรมเวียนมาบรรจบ ผู้ก่อกรรมจะต้องได้รับผลแห่งกรรมเป็นสัจธรรม

มนต์ปาริชาต
มนทิพย์ฝันถึงหนุ่มสาวคู่หนึ่ง “คุณนพ” เด็กหนุ่มในความฝันทำให้หัวใจของเธอหวั่นไหว โดยเฉพาะดวงตาคมเข้มของเขาที่ฉายแววความรักอย่างเปี่ยมล้มในทุกครั้งที่มองสบมา สิ่งที่เด็กสาวมองเห็น รู้สึก รับรู้ จนแม้กระทั่งนามที่เขาเอ่ยเรียก “ปาริชาต” มนต์ทิพย์กลับรู้สึกว่าทั้งหมดนั้นคือ.. ตัวเธอเอง“ปาริชาต” เจ้าช่อดอกสีแดงเพลิง.. ดอกไม้แห่งการระลึกชาติ กลิ่นหอมแรง.. ทว่ามนุษย์เดินดินหาได้กลิ่นไม่ ด้วยกรุ่นกลิ่นนั้นจรุงใจอยู่ในเพียงเทวโลก แล้วหากมีเจ้าช่อดอกสีแดงเพลิงเป็นสื่อเล่า.. สิ่งนั้นจะเกิดขึ้นได้ไหม
