ปรารถนารักอันตราย

157.0K · จบแล้ว
เนตรกวี / Natekavees
61
บท
3.0K
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

นิยามคำว่า 'เพื่อน' จะไม่มีอีกต่อไป เมื่อเขาอยากเลื่อนขั้นมากกว่าเพื่อนไปเป็น 'แฟน' เลยงัดทุกกลเม็ดเผด็จศึก 'เพื่อน' ของตัวเองทุกอย่าง

นิยายรักโรแมนติกเด็กเรียนนักศึกษาแก้แค้นรักแรกพบโรงแรม/มหาลัยดราม่ารักหวานๆ25+

บทที่ 1 แอปฯ หาคู่ (1)

ร่างเล็กสะโอดสะองของมานิตาเดินเข้าหาเพื่อนสาวที่นั่งอยู่ที่ม้านั่งจากทางด้านหลัง จากนั้นก็ทำการตบไหล่บางของ ‘ญาณิน ลดานันท์’ ทำเอาคนที่กำลังกดโทรศัพท์พิมพ์อยู่ถึงกับสะดุ้งตกใจแรงจนเกือบทำโทรศัพท์ในมือของตัวเองร่วงหล่นลงมา

“ว้าย!!”

ใบหน้าสวยของญาณินซีดเผือดเพราะคิดว่าโทรศัพท์จะร่วงเสียแล้ว จากนั้นเธอก็หันมามองเจ้าของมือเจ้าปัญหาที่เกือบทำให้เสียของรักไปแล้ว

“ยัยมิลค์กี้...ตกอกตกใจหมดเลย มาแบบนี้ทำไมเนี่ย” มือน้อยของญาณินทาบอกของตัวเองเพื่อเรียกขวัญที่หายกลับมา จนมานิตาหัวเราะยิ้มเห็นฟันให้กับเพื่อน

“แกนั่นแหละมัวแต่ทำอะไร เหม่อลอยแบบนี้ คุยกับใครเหรอ หรือหนุ่มๆ ที่ไหนจ๊ะ...ไม่คิดจะบอกเพื่อนบ้างเลยนะ” มานิตาบอกพร้อมกับชะโงกหน้าไปมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเพื่อนอย่างสนใจ มานิตาและญาณินเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่ปีหนึ่งจวบจนตอนนี้ปีสี่แล้ว ความสัมพันธ์ของสองสาวค่อนข้างแน่นแฟ้นจนไม่มีใครมาทำให้ทั้งสองคนทะเลาะกันได้ เพราะพวกเธอเข้าใจกันมากที่สุด

“ไม่มีอะไรสักหน่อย” ใบหน้าหวานของญาณินบอก แต่แก้มทั้งสองข้างกลับแดงก่ำราวกับกำลังเขินอาย จนมานิตาจ้องมองอย่างสงสัยใคร่รู้ว่าใครที่สามารถทำให้คนที่สวยอย่างญาณินเขินได้ เพราะเพื่อนรักของเธอเนี่ยคนจีบเป็นโขยงทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง

“ไม่มีแต่หน้าแดงเนี่ยนะ” มานิตาเท้าคางมองเพื่อนแล้วจ้องมองอย่างไม่ลดละ

“อย่าจ้องอย่างกับจะจับผิดฉันอย่างนี้สิมิลค์กี้”

“อะไรล่ะ ก็อยากรู้นี่”

“อย่าบอกใครนะ...” เสียงหวานของญาณินบอกอย่างกระซิบพร้อมกับเอามือป้องปากข้างหนึ่งเพื่อไม่ให้ใครเห็นว่ากำลังพูดอะไร

“อืม...”

“ฉันกำลังเล่นแอปฯ หาเพื่อนคุย...”

“ฮะ...” มานิตาหน้าเหวอเพราะไม่อยากจะเชื่อว่าคนสวยแซ่บอย่างญาณินจะเล่นอะไรแบบนี้ ทั้งๆ ที่ในชีวิตของญาณินมีผู้ชายแวะเวียนมาเยอะมากจนไม่ขาดสาย ผิดกับเธอที่แทบไม่มีผู้ชายคนไหนมาจีบเลย

“อย่างแกเนี่ยนะจะเล่นแอปฯ ผู้ชายมาจีบตัวเป็นๆ เยอะแยะไม่เอา ไปคุยทำไมในแอปฯ เนี่ย”

“ก็มันตื่นเต้นกว่าผู้ชายที่มาจีบฉันน่ะสิ”

“ยังไงอะ”

“ก็แบบแค่คุยๆ เฉยๆ พอไม่เคยเจอกันมันก็แบบมีเรื่องอะไรให้เราเล่าให้เขาฟังเยอะแยะเลย ตื่นเต้นดี แบบทำให้เราอยากรู้ตัวตนของเขามากขึ้นน่ะ”

“ไม่เข้าใจอยู่ดีอะ” มือน้อยยกขึ้นเกาหัวของตัวเอง เพราะเธอไม่เคยคิดที่จะโหลดแอปฯ พวกนี้อยู่แล้ว

“แกเนี่ยควรเล่นนะมิลค์กี้ เผื่อจะได้มีผัวกับเขาสักที”

“อ้าว...นี่แกว่าฉันเหรอ” มานิตาถลึงตาใส่เพื่อนที่ว่าเธอที่ไม่มีใครสักที ก็คนมันใฝ่เรียนจะให้ไปสนใจเรื่องแบบนี้ทำไม แค่เรียนวิศวกรรมก็แทบไม่มีเวลาแล้ว ไหนจะต้องเจอนิสัยของเพื่อนผู้ชายในรุ่นก็แทบเอือมกับพวกผู้ชายจะแย่อยู่แล้ว

“ใช่สิ...ฉันรู้นะว่าแกไม่อยากมีแฟนเพราะเห็นนิสัยของเพื่อนๆ รุ่นเราใช่ไหม ผู้ชายมีตั้งหลายแบบ อย่าไปสนใจไอ้พวกเถื่อนพวกนั้นเลย คนในนี้มันมีให้แกเลือกหลากหลายเลยนะ ตั้งแต่หนุ่มๆ ยันแก่ อย่างเราก็ต้องเลือกก็ต้องหาคุยไปเรื่อยๆ เพื่อให้ได้คนที่ดีที่สุดสิ”

ญาณินสอนเพื่อนเพราะไม่อยากให้มานิตาขึ้นคลาน ก็ตั้งแต่เรียนด้วยกันมาเพื่อนของเธอไม่มีใครมาจีบสักคน อาจจะเพราะมิลค์กี้ชอบทำตัวห้าวๆ ผู้ชายเลยคิดว่าเป็นทอมไปหมดแล้ว ขนาดผู้ชายในรุ่นยังไม่มีใครเห็นมานิตาเป็นผู้หญิงสักคน

“ไม่เอา...ไม่อยากมีแฟนตอนนี้ กลัวเจอแบบเพื่อนๆ เรา” มิลค์กี้ทำท่าทางลูบที่แขนทั้งสองของตัวเองราวกับหนาวๆ ร้อนๆ เมื่อนึกถึงสภาพของตัวเองมีแฟน และถ้าต้องเจอแบบเพื่อนผู้ชายเธอคงได้ปวดหัววันละสามรอบ

“เนี่ย...เอาแต่คิดงี้ เดี๋ยวก็ได้เพื่อนในรุ่นเป็นผัวสักคนหรอก ถึงตอนนั้นฉันจะหัวเราะเลย เกลียดอะไรได้อย่างนั้น” ญาณินยิ้มกริ่มออกมาเพราะรู้ดีว่ามานิตาเอือมเพื่อนชายแต่ละคนมากแค่ไหน แต่จะทำยังไงได้ในเมื่อรุ่นของเธอมันรวมพลคนหล่อที่สุดของปี

“ไม่เอาเว้ย!! อย่าพูดได้ไหม ขนลุก”

“ทำอะไรกันจ๊ะสาวๆ”

เสียงเรียกยังไม่ทันพูดจบปากหยักของใครบางคนก็โน้มลงมาแนบที่ข้างแก้มของมานิตาทันที และเสียงแบบนี้ กลิ่นน้ำหอมเซ็กซี่แบบนี้ เป็นใครไม่ได้นอกจาก ‘เพทาย’ ผู้ชายที่จัดว่าหล่อที่สุดในรุ่นและยังเป็นเดือนประจำมหาวิทยาลัยอีกด้วย จนตอนนี้ปีสี่ก็ยังไม่มีใครมาล้มแชมป์ได้ ถ้าไม่นับรุ่นพี่อีกคนอย่าง ‘แอชตัน’ ซึ่งเป็นรุ่นพี่ของพวกเธอสามปีที่ตอนนี้จบไปแล้ว รายนั้นทั้งหล่อ ทั้งรวย ดีกรีทายาทหมื่นล้านที่ตอนนี้แต่งงานกับพี่สาวของเพทายไปเป็นที่เรียบร้อย ทำเอาสาวๆ ในมหาวิทยาลัยได้แต่น้ำตาตกใน รวมทั้งเธอด้วย

“ไอ้เพ...ทำบ้าอะไรวะเนี่ย!!” มือน้อยยกขึ้นถูข้างแก้มที่เพิ่งโดนเพทายจอมกะล่อนขโมยจูบไปเมื่อครู่

ยอมรับเลยว่าเพทายจัดว่าเป็นผู้ชายที่หล่อจัด หล่อแบบแบดบอย รูปร่างสูงใหญ่จากการเล่นกีฬาอย่างหนักส่งเสริมให้เพทายมีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามเป็นอย่างมาก

“ถูแรงขนาดนั้น แก้มแดงหมดแล้วมิลค์กี้” มือหนาคว้าข้อมือของมานิตามารั้งเอาไว้เพื่อไม่ให้เธอถูกแก้มเนียนๆ ของตัวเองไปมากกว่านี้

“แล้วมาหอมทำไมวะ...”

“เปล่าหอม...”

“ไม่ใช่อะไร คนอื่นเขาเห็นหมด เขาเป็นพยานได้ว่านายมาหอมแก้มฉันเนี่ย” ดวงตากลมโตถลึงมองชายร่างสูงตรงหน้าอย่างไม่พอใจ

“เมื่อกี้ไม่เรียกหอมนะ เขาเรียกว่าจูบ...” ดวงตาคมมองมานิตาแพรวพราวจนเพื่อนๆ ทั้งผู้ชายที่อยู่ตรงนี้ร้องโห่ออกมา แต่ใครจะรู้บ้างว่าหัวใจดวงน้อยๆ ของมานิตากำลังเต้นแรงจนแทบทะลุออกมา

“ฮิ้ว! มันจีบกันว่ะ...แบบนี้สงสัยอนาคตได้เป็นผัวเมียกันชัวร์...” วาโยร้องแซวพร้อมกับมองเพื่อนๆ ผู้ชายที่แอบมองการกระทำของเพทายเมื่อครู่

“พูดบ้าอะไร พวกนายก็บ้าเนาะ” มานิตาบอกพร้อมกับเบือนหน้าไปทางอื่น เพราะเธอรู้สึกว่าแก้มทั้งสองข้างของตัวเองกำลังร้อนผ่าว แต่ก็พยายามดึงสติของตัวเองกลับมาเพราะรู้นิสัยของเพทายดีว่าเป็นคนยังไง มันชอบทำตัวเป็นหมาหยอกไก่แบบนี้ตลอด จนเธอแยกไม่ออกแล้วว่ามันกำลังคิดจริงหรือคิดเล่นๆ กันแน่

“แล้วหน้าแดงทำไมวะ” เสียงของวาโยร้องทักอีกครั้งเมื่อเห็นใบหน้าของมานิตากำลังแดงซ่าน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอากาศหรือเพราะกำลังเขินกันแน่

“ร้อน...หน้าเลยแดง...ผิดปกติหรือไง” มานิตาสวนกลับจนเหล่าผู้ชายหัวเราะออกมา เพราะใครๆ ก็มองออกว่ามานิตากำลังเขินอายกับการกระทำของเพทาย

“เขินกูเหรอ...” ร่างใหญ่ขยับตัวเองมานั่งข้างๆ จากนั้นเอี้ยวตัวมองคนตัวเล็กที่สูงแค่ 158 เซนติเมตร ส่วนเขาสูงถึง 187 เซนติเมตรทำให้สรีระของทั้งคู่ต่างกันมาก

“เปล่า...”

“แก้มแดงขนาดนี้ยังมาปฏิเสธ...” เพทายใช้หลังมือของตัวเองลูบที่แก้มเล็กเบาๆ จนหญิงสาวเงยหน้ามองชายข้างกายด้วยร่างกายแข็งทื่อ ดวงตาสวยเบิกกว้างอีกครั้ง

‘ไอ้บ้าเพ...ทำอะไรเนี่ยไม่ไหวแล้วนะเว้ย’ มานิตาตะโกนบอกตัวเองในใจพร้อมกับพยายามเรียกสติของตัวเองกลับมาไม่อย่างนั้นมันจะกู่ไม่กลับอีกต่อไป

“ฮิ้ว...พ่อแม่พี่น้องครับ เขาจีบกันครับ” ทั้งผู้ชายผู้หญิงต่างโห่ร้องกับการกระทำของเพทาย

“จีบบ้าอะไร จะไปเรียนละ หลีกๆ”

เมื่อไม่อยากให้คนอื่นมองว่าเธอกำลังเขิน มานิตาเลยลุกขึ้นยืนพร้อมทั้งเอามือบางของตัวเองดันเหล่าผู้ชายที่ยืนมุงมองเธอกับเพทายออก

“แค่นี้ก็เขินแล้วเหรอเมียจ๋า...” เสียงหมาหยอกไก่ของเพทายทำเอาเหล่าผู้ชายหัวเราะออกมาเพราะเห็นท่าทีของคนตัวเล็กเสียอาการ

“เมียบ้านแกสิ...ฉันยังไม่มีผัวเว้ย!”

“ถ้ายังไม่มี ฉันเป็นผัวให้ได้นะ สมัครใจเลยด้วย” เพทายยังพูดทีเล่นทีจริงจนมานิตามองไปรอบๆ ก็พบกับสายตาริษยาของเหล่าผู้หญิงทั้งในและนอกคณะที่จ้องมองมายังเธอไม่ลดละ ทำเอาหญิงสาวหนาวๆ ร้อนๆ เลยทีเดียวที่มีคนถลึงตามองแบบนี้

“ฮิ้ว...ไอ้เพมันเอาว่ะ ฮ่าๆๆ” วาโยหัวเราะออกมาคนแรก จากนั้นก็มีเสียงของเหล่าผู้ชายที่หัวเราะตาม จนญาณินที่นั่งอยู่ตะโกนบอกเพราะสงสารเพื่อนที่โดนเพื่อนชายร่วมรุ่นแซวไม่เลิก

“พวกนายแม่งก็ไปแซวไอ้มิลค์กี้มัน บ้าเปล่า...ส่วนพวกนายไม่ต้องห่วงหรอกนะ เดี๋ยวอีกไม่นานเพื่อนของฉันจะมีผัวละ แต่ไม่ใช่พวกนายหรอกย่ะ หลีกไป...”

“ใครจะมีผัว...” เพทายถามเสียงต่ำจากนั้นก็เงยหน้ามองทั้งญาณินและมานิตาอย่างสงสัยพร้อมกับขมวดคิ้วถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก จนคนรอบข้างรับรู้ถึงรังสีบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาของเพทาย

“ยัยมิลค์กี้สิยะ เดี๋ยวฉันจะหาผัวให้เพื่อนเอง พวกนายจะได้เลิกแซวเพื่อนฉันสักที ไปเข้าเรียนกันเถอะมิลค์กี้” ญาณินจับมือบางของเพื่อนเอาไว้พร้อมกับพาเดินออกมา แต่มานิตาไม่วายหันไปมองคนตัวโตที่จ้องมองมาราวกับมีบางอย่างในดวงตาคู่นั้น ทำไมเธอรู้สึกกลัวบางอย่างนะ บางอย่างที่ไม่สามารถคาดเดาได้

“ไอ้พวกปากเสียเนี่ย...มันแซวแกไม่เลิกเลยนะ” ญาณินบอกอย่างรำคาญและสงสัยมานิตาที่โดนอย่างนี้เกือบทุกวัน จนเธออดสงสัยว่าเพทายมันคิดอะไรกับเพื่อนรักของเธอหรือเปล่า มันเล่นแบบนี้กับมานิตาอยู่คนเดียว แต่มันก็น่าแปลกอยู่เพราะเพทายมีผู้หญิงเข้าหาตลอด สวยและเซ็กซี่กว่ามานิตาเป็นไหนๆ จนเริ่มสับสนละว่ามันต้องการอะไรกันแน่

“น่าเบื่อ ไปเข้าเรียนกันเถอะ”

“มิลค์กี้...” ขณะที่กำลังนั่งเรียนกันอยู่นั้น ญาณินก็หันมาสะกิดเพื่อนรักจนมานิตาละจากจอมอนิเตอร์แล้วมองเพื่อนรักอย่างญาณิน

“ว่า”

“ยืมโทรศัพท์หน่อยสิ...”

“เอาไปทำไม” คิ้วสวยขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย แต่ก็ส่งเครื่องให้เพื่อนอย่างง่ายดายเนื่องจากทั้งสองคนไว้ใจกันมากจนรู้ทุกอย่างของกันและกัน

“เอามาเถอะน่า...” มือเรียวของญาณินกดบางอย่างที่หน้าจอโทรศัพท์ของมานิตาจนเธอขมวดคิ้ว แต่ก็ต้องละสายตาไปจ้องที่หน้าห้องก่อนเพราะกลัวเรียนไม่ทัน กระทั่งเลิกคลาสแล้วก็ยังเห็นญาณินยังกดบางอย่างที่โทรศัพท์ของเธออยู่

“ทำอะไรเนี่ย...”

“อะ...เรียบร้อยแล้ว” มือน้อยของญาณินยื่นโทรศัพท์กลับคืนให้เพื่อน จนมานิตาได้แต่หน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างสงสัย จากนั้นก็จ้องมองที่หน้าจอโทรศัพท์ของตัวเอง