โปรโมชั่น

พรหมลิขิตแห่งรัก
เพราะความเชื่องมงายเรื่องดูดวงแท้ๆ ทำให้สาวจอมยุ่งอย่างอนามิกาต้องพยายามทำให้เพื่อนสมหวังในความรัก เพื่อที่หล่อนจะมีเนื้อคู่ตุนาหงันกับใครเขาบ้าง... แต่เพราะความจุ้นของหล่อนนั้นกลับไปทำให้คนสองคนที่เคยเจ็บเพราะรักต้องรื้อฟื้นเรื่องราวที่อยากลืมขึ้นมา ความหวังดีที่จะให้คนที่เคยคบกันกลับมารักกันนั้นกลับกลายเป็นว่าทำให้คนสองคนเกลียดและเข้าใจผิดกันกว่าเก่า ซ้ำร้ายยังประชดประชันห้ำหั่นกันจนต่างฝ่ายต่างเจ็บปวด... จนเกิดเป็นความแค้นในรอยพิศวาสขึ้นมา เมื่อคนที่หล่อนอยากให้รักกัน กลับคั่งแค้นและลงทัณฑ์กันให้เจ็บปวดจนหัวใจโชกเลือด เดือดร้อนอนามิกาต้องเป็นฝ่ายเชื่อมให้ทั้งสองเพลาๆ การทำลายล้างกันลง แล้วหันมาปรองดองกันบ้าง แต่ว่าความเกลียดที่ฝังรากลึกแทนที่ความรักของคนสองคนจนแปลเปลี่ยนไม่ได้ ก็ทำให้หล่อนแสนจะอ่อนใจ โอ๊ย แล้วมันจะสำเร็จหรือเปล่า... จะมีวี่แววว่าหล่อนจะหาพ่อของลูกได้ไหมนะ

อลวนรักมือธนูทอง
เมื่อโชคชะตะพลิกผันนำพาเขาและเธอ จากคนละยุคสมัยให้มาพบกัน เรื่องวุ่นวายจึงบังเกิด เป็นความรักความผูกพันที่ข้ามกาลเวลามาถึง 1,500 ปี

แค้นรักพีรญา
‘พีรญา’ ทิ้งเขาไปเมื่อสามปีที่แล้วและกลับมาขอความช่วยเหลือให้แก่ลูกชาย ‘ศานต์’ จึงยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือโดยแลกกับสัญญาทาสเพื่อเอาคืนผู้หญิงที่นอกใจตนอย่างสาสม

หัวใจจำแลงรัก
เด็กในบ้านที่อยู่ท่ามกลางสายลมซึ่งแปรปรวนอยู่ตลอดเวลา ใครจะรู้เล่าว่า ลมที่ผันผวนอยู่ตลอดนั้นมีความหมายของคำว่า รัก ซ่อนอยู่!

48.5 องศา คือระยะทางที่ผมแอบรัก
48.5 องศา 35 ก้าว ตรงนั้นคือเขาคนนั้น คนที่ผมแอบรัก

Perfect School Idol
จากไอดอลคอสเพลย์ผลันตัวเป็นนักเรียนมัธยมปลายแสนขี้เหร่ด้วยความจำเป็น ซ้ำยังโดนจำผิดจากเหล่าประธานนักเรียน งานนี้จะรอดหรือร่วง “ฉันไม่ได้สอดรู้หรือรู้ทุกเรื่องแต่เพราะคนแบบเธอต่างหากที่ฉลาดน้อย”

กลิ่นจันทร์
'กลิ่นจันทร์' เมื่อที่นาจะถูกยึด 'จันทร์' จึงเร่เอาตัวเองมาขายฝากให้กับชายที่หล่อนพึงใจ ทว่า 'นพ' กลับไม่กล้ารับลูกสาวบ้านใดไว้ เพราะรู้ตัวเองดีว่า ความหอมหวานร้อนแรงสุดนั้น หากได้กลืนกินไปสักครั้ง จะอดไม่ได้อีกเลย สักค่ำคืน ++++ (ไม่เน้นดราม่า เน้นความรักหวานฉ่ำของพระนาง) ++++ เสียงไก่ขันดังแว่วมาจากเรือนบ่าว จันทร์ค่อยๆ กระเถิบกายจะลุกขึ้นจากที่นอน แต่กลับถูกรั้งไว้ด้วยท่อนแขนแกร่งของคนที่นอนแนบข้าง “จะไปไหน ยังเช้าอยู่เลย” “ก็เช้าแล้วเจ้าค่ะ จันทร์จะไปโรงครัว” “ก็เช้าแล้วค่ะ จันทร์จะไปโรงครัว” จันทร์อมยิ้มซาบซ่านหัวใจที่สุด ด้วยคุณพระบอกไม่ให้ใช้คำ ‘เจ้าคะ-เจ้าค่ะ’ กับท่าน เป็นเมีย ‘คะ-ค่ะ’ ก็พอแล้ว ทั้งผู้หญิงในพระนครก็ล้วนทอนทำให้สั้นเป็น ‘คะ-ค่ะ’ เพื่อให้ความรู้สึกเท่าเทียม “เช้าแล้วค่ะ จันทร์จะไปโรงครัว” “แต่ฉันไม่อยากให้จันทร์ไป” อ้อมกอดรัดแนบแน่นขึ้นอีก ฝ่ามือก็เคลื่อนขึ้นมาบีบเคล้นเต้าอวบจนจันทร์สะท้าน อาการของคุณพระในเวลานี้ไม่แคล้วท่านจะขอกินหล่อนเป็นอาหารเช้าเป็นแน่ แต่แบบนี้ไม่ดี เพราะหากไปโรงครัวหลังฟ้าสาง สายตาหยอกเย้าของป้าอิ่มกับพี่นิ่มก็พานแต่จะทำให้หล่อนหน้าร้อนไปทั้งวัน “จันทร์ต้องไปทำกับข้าวค่ะ ประเดี๋ยวไม่ทันคุณพระรับมื้อเช้า” “แต่ฉันไม่อยากกินข้าว อยากกินจันทร์ นะ... หิวจันทร์” จันทร์อยากจะมองค้อนคนด้านหลังที่บอกว่าหิว ทั้งที่กินหล่อนหลายครั้งต่อหลายครั้งไปเมื่อค่อนคืน “ถ้าจันทร์ไม่ให้ฉันกินเดี๋ยวนี้ ฉันคงหิวตาย” แล้วเสียงออดอ้อนแบบนี้ หล่อนจะขัดได้อย่างไร ในเมื่อหล่อนรักคุณพระเหลือเกิน จันทร์พลิกร่างหันหากายแกร่ง ฝ่ามือน้อยๆ ลูบไล้แผงอกกว้าง ก่อนแหงนหน้ารับจูบแสนหวานยามเช้า นพละเอียดอาหารเช้าแสนอร่อย ไม่อยากหยุด ไม่อยากอิ่ม อยากกินจันทร์แบบนี้ทั้งวันทั้งคืน นี่ล่ะคือสิ่งที่เขากลัว กลัวว่าเมื่อได้กินแล้วจะอดกินซ้ำๆ ทุกค่ำคืนไม่ได้ และก็เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด จันทร์แสนหวาน แสนหอม เร่าร้อน และอร่อยเป็นที่สุด จะหาที่ไหนได้ง่าย ผู้หญิงที่เก่งงานบ้านงานเรือน อ่อนหวาน เรียบร้อย แต่กลับพูดจาฉะฉาน กล้าคิดกล้าทำทุกสิ่งเพื่อพ่อแม่ แต่ในเรื่องเสพรัก จันทร์กลับเร่าร้อนเร่งเร้าเขาแทบพุ่งในทุกขณะที่สอดแทรก แต่จะว่าจันทร์ก็คงไม่ได้ เพราะทุกสิ่งนั้นเขาสอนจันทร์เอง ทุกท่วงท่าเขาสอนจันทร์แบบไม่ขาดตกบกพร่อง สอนไม่ให้จันทร์อายที่จะพูด ไม่ให้อายที่จะร่ำร้อง เพราะเขากับหล่อนจะไปถึงสวรรค์พร้อมๆ กัน ‘ฉันยังไม่อิ่ม อยากกินจันทร์ต่อ ให้ฉันกินจันทร์อีกนะ’ ‘เอ่อ...’ ‘ไม่ต้องอาย ผัวเมียกันมีอะไรให้พูด จันทร์ก็อยากให้ฉันกินต่อใช่ไหม จันทร์อยากให้ฉันกิน’ ‘เจ้าค่ะ จันทร์อยากให้คุณพระ... กิน’ ‘ฉันจะกินจันทร์ให้อิ่มอร่อย’ ‘เจ้าค่ะ’ ‘และฉันจะสอนให้จันทร์กินฉัน’ ‘กินคุณพระหรือเจ้าคะ’ ‘ใช่สิ จันทร์จะชอบ’

เกิดใหม่ทั้งที ขอดีไซน์สามีให้เป็น CEO
"ถ้าคุณมีโอกาสกลับไปแก้ไขอดีต... คุณจะเลือกแก้ไขเรื่องอะไร?" 'รัน' หนุ่มออฟฟิศวัยกลางคนที่ใช้ชีวิตอย่างจืดชืดและโดดเดี่ยว ได้รับโอกาสปาฏิหาริย์ย้อนเวลากลับไปในปี ค.ศ. 1999 ยุค Y2K ที่อินเทอร์เน็ตยังต้องต่อสายแลนและเพจเจอร์ยังเป็นของฮิต ในร่างเด็ก ม.5 รันตั้งเป้าหมายว่าจะไม่ยอมใช้ชีวิตเป็น 'Loser' อีกต่อไป แต่เป้าหมายของเขาเปลี่ยนไป... เมื่อได้พบกับ 'คิง' อันธพาลหลังห้องผู้มีฉายา 'คิง คลองเตย' เด็กหนุ่มที่มีชะตากรรมต้องตายโหงในวัยหนุ่มและมีชีวิตที่พังทลาย ด้วยความสงสาร (และแอบเห็นแววรุ่ง) รันจึงตัดสินใจยื่นมือเข้าไปช่วย ไม่ใช่แค่ช่วยให้รอดตาย... แต่จะ "ปั้น" หมาบ้าตัวนี้ให้กลายเป็นผู้เป็นคน! จากติวเตอร์จำเป็น สู่หุ้นส่วนธุรกิจขายหมูปิ้ง... จากรูมเมทหอพักชาย สู่ผู้จัดการส่วนตัวเดือนมหาลัย... ความใกล้ชิดค่อยๆ เปลี่ยน 'หุ้นส่วนธุรกิจ' ให้กลายเป็น 'หุ้นส่วนหัวใจ' มาร่วมลุ้นไปกับภารกิจพลิกชีวิตวัยรุ่นยุค 90s ที่จะทำให้คุณยิ้มทั้งน้ำตา และอบอุ่นหัวใจไปกับความรักที่มั่นคงดั่งหินผา!

กรงขังหัวใจมาเฟียน้ำแข็ง
เพราะมีคนรักอยู่แล้ว ทำให้เนติยาปฏิเสธการหมั้น กับว่าที่คู่หมั้นที่ใคร ๆ ต่างก็ให้ฉายามาเฟียน้ำแข็ง อัคคีชายที่ชื่ออบอุ่นจนร้อน แต่เจ้าตัวกลับเหมือนคนไร้ความรู้สึก ต่อให้หน้าตาหล่อเหลาสักเท่าไหร่ กลับไม่ค่อยมีหญิงสาวใดกล้าเข้าใกล้ เพราะเขาเหมือนคนปิดตายประตูหัวใจ เนติยาหักหน้าอัคคีกลางงานหมั้น จนถูกไล่ออกจากตระกูล ตัดขาดทรัพย์สินจนหมด นั่นทำให้ภีมพลแฟนหนุ่ม ที่เธอรักหนักหนา ทรยศหักหลังไปคบหากับน้องสาวของอัคคี เนติยาย้อนกลับไปหาครอบครัว แต่ทว่าพ่อของเธอ กลับตั้งเงื่อนไข หากจะกลับเข้าตระกูล มีทางเดียวคือเธอต้องแต่งงานกับอัคคีเท่านั้น!

{ เมื่อฉันถูกพระเอกธงดำในเกมจีบหนุ่มคลั่งรัก! }
แฟนหนุ่มธงดำรุ่นซีเคร็ท จีบก็ย๊ากยาก พอจีบติดแล้วจะทิ้งขว้างก็ไม่ได้ ทั้งติดหนึบ ขี้น้อยใจ แถมขี้หึงอีกต่างหาก

ปราการรักร้าย
ความรัก ความต้องการ ความปรารถนา อันร้อนแรง ที่ซ่อนอยู่ภายในใจ โกสินทร์ ชายหนุ่มที่ ไม่อาจจะ หลุดพ้นไปจากครอบครัว พริสา หญิงสาวที่ต้องเจ็บจนถึงที่สุด จนกว่าจะบอกตัวเองว่าให้พอ เจคอบ ชายหนุ่มที่เดินเข้ามา พร้อมกับ ความในใจ ปราการรักร้าย(3p)

เคกาสน์เอื้อมดาว
"เคหาสน์เอื้อมดาว" เป็นบ้านของคหบดีที่ร่ำรวยคนหนึ่ง เป็นบ้านทรงยุโรปครึ่งอิฐครึ่งไม้หลังใหญ่สวยงาม ถูกสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 แต่พอมาถึงสมัยรัชกาลที่ 7 กลับเกิดเรื่องไม่คาดคิดในเคหาสน์แห่งนี้... คุณนายรจิต เป็นเศรษฐีนีหม้าย เธอต้องการซื้อเคหาสน์เอื้อมดาวเพื่อไปเปิดเป็นร้านอาหารไทยตำรับชาววัง จึงมาติดต่อขอซื้อบ้านกับนิตยา พร้อมกับรัญชิดา...ลูกสาวคนเล็ก นิตยาเป็นแม่ของทายาทคนปัจจุบัน...เธอต้องการกำจัดเคหาสน์หลังนี้ เพราะเชื่อว่าบ้านนี้มีอาถรรพ์...ไม่มีใครสามารถเข้าไปอยู่ได้แม้แต่ลูกหลาน แต่...อัครัช ภูธนเศรษฐ์ ทายาทรุ่นที่ 6 ของตระกูล และเป็นเจ้าของ "เคหาสน์เอื้อมดาว" คนปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ยอมขายให้ รัญชิดากับเขาจึงมีปากเสียงกัน อัครัชมีปากเสียงกับรัญชิดา จนเกิดการท้าทายให้มาค้างแรมกันในเคหาสน์หลังนี้ หากรัญชิดาอยู่ได้ 3 วัน โดยไม่หนี เขาจึงจะยอมขายบ้านให้ ในคืนแรกที่นอน รัญชิดาก็ได้พบว่า ในเคหาสน์นี้มีผีสิงสู่อยู่ เธอได้เจอผีสาวชื่อแม่รำเพย ซึ่งได้หายตัวไปอย่างลึกลับในเคหาสน์หลังนี้ มาขอร้องให้เธอช่วยหาร่างของเธอมาประกอบพิธีทางศาสนา รัญชิดาคิดจะปฏิเสธ แต่แม่รำเพยขอร้องอย่างน่าสงสาร รัญชิดาจึงใจอ่อนยอมช่วย แม่รำเพยพารัญชิดาย้อนเวลากลับไปอยู่ในเหตุการณ์ตอนนั้น เธอเอาเรื่องนี้มาบอกกับอัครัช แต่เขาไม่เชื่อเรื่องผีสาง เธอจึงท้าทายเขาให้มาพิสูจน์กับเธอ ทั้งคู่ลงมือสืบเรื่องราวของเคหาสน์เอื้อมดาวด้วยกัน แล้วร่างแม่รำเพยอยู่ที่ไหนกันล่ะ

ฮูหยินผู้นี้ขอคืนหนังสือหย่าให้กับท่านแม่ทัพ
ฮูหยินผู้นี้ขอคืนหนังสือหย่าให้กับท่านแม่ทัพ บทนำ จ้าวฟางเซียนต้องสวมรอยเป็น คุณหนูจ้าวผู้สูงศักดิ์เพื่อแต่งงานกับแม่ทัพฉินจื่อหาน ในวันที่พี่สาวต่างมารดาผู้เป็นเจ้าสาวตัวจริงสิ้นลมเพราะโรคฝีดาษ ในขณะที่ชีวิตของนางกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย นางต้องเลือกระหว่างการรอความตายอยู่ที่จวนหรือหนีออกจากจวนเพื่อติดตามผู้เป็นสามีไปยังชายแดนพร้อมกับ “หนังสือหย่า” ที่เขาเขียนทิ้งไว้ให้นาง “นางสารภาพหรือไม่” “ไม่ขอรับ” เฉิงซีส่ายหน้าไปมา “ท่านแม่ทัพหากนางสารภาพออกมาเองก็จะดีกว่าหรือไม่ แต่ตอนนี้ขอช่วยนางก่อนเถิดขอรับ” แต่จื่อหานกลับไม่เห็นด้วย “หากเจ้าไม่ตอบ เจ้าก็ต้องตาย” แม่ทัพฉินมองฟางเซียนด้วยแววตาแข็งกร้าว มือใหญ่เอื้อมไปกระชากสาบเสื้อของนางอย่างดุดัน “เอาแส้มา” คำสั่งดุเกรี้ยวของแม่ทัพฉินนั้นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทหารหลายนายรอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกังวลใจว่าสตรีบอบบางผู้นี้จะทนไม่ไหวกับการสอบนักโทษของผู้เป็นแม่ทัพ “ท่านแม่ทัพ ข้าว่าท่านใจเย็น ๆ ก่อนจะได้หรือไม่” “กุนซือหวัง” จื่อหานหันไปตะเบ็งเสียงสั่งกุนซือของกองทัพด้วยท่าทางไม่พอใจที่เฉิงซีคอยเข้ามาขัดขวางอยู่ตลอดเวลา เขาจะปล่อยให้ความเห็นใจของบุรุษอย่างเฉิงซีเกิดขึ้นไม่ได้ อีกทั้งหากจิตใจของเฉิงซีเอนเอียงให้ตรีนางนี้เพียงแรกพบเพราะนางมีใบหน้างดงามก็อาจจะทำให้ตกหลุมพรางของศัตรูได้ “ข้าว่า...” “ถอยไป” กุนซือหวังยังพูดไม่จบประโยคเลยด้วยซ้ำแต่แล้วก็ถูกผลักเข้าที่หน้าอกด้วยความแรงของฝ่ามือใหญ่ จนร่างของเขากระเด็นถอยไปหลายก้าว จื่อหานยกแส้หนังขึ้นสูงแล้วออกแรงเหวี่ยงลำแขนยาวฟาดแส้หนังลงบนหลังของฟางเซียน “เพลี๊ยะ!” เสียงแส้กระทบแผ่นหลังบอบบางของนางดังสนั่นไปทั่วท้ายค่ายในความเงียบงัน ทหารที่เห็นภาพนั้นยังเสียวสันหลังไปตาม ๆ กัน เพราะหากโดนแส้ลงหลังถึงเพียงนั้น พวกเขาก็คงจะเจ็บจนต้องร้องโอดโอยออกมา “อื้อ! อ๊ะ!” นางครางร้องออกมาเสียงหลงด้วยความเจ็บปวด นี่คือครั้งที่สองที่แส้หนังฟาดลงบนแผ่นหลังของนาง ความเจ็บปวดทรมานจนแทบไม่อาจบรรยายได้ ทั้งหดหู่และสิ้นหวัง ความรู้สึกนั้นฉายประกายชัดเจนในแววตาของนาง ความเจ็บปวดสุดแสนทรมานที่นางเพิ่งเคยได้รับมากที่สุดในชีวิตก็ครั้งนี้ ที่ผู้เป็นสามีเป็นคนลงมือฟาดแส้หนังลงที่แผ่นหลังของนางเอง มือเรียวกำเข้าหากันแน่นด้วยความเจ็บปวด น้ำตาของนางรินไหลดุจหยาดฝนที่ตกกระทบพื้นทรายอันแห้งผาก ความเสียใจสุดซึ้งถาโถมเข้ากระแทกดวงใจเล็ก ๆ กุนซือหวังที่ยืนอยู่ไม่ไกลนั้นกลับกัดฟันแน่นด้วยไม่รู้จะช่วยอย่างไร สายฝนเริ่มค่อย ๆ โปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าเหมือนกับกำลังจะร้องไห้ไปกับนาง แสงขาวจากสายฟ้าฟาดลงยังเชิงเขาป่าสนที่อยู่ไม่ไกลที่ตั้งค่าย “เปรี้ยง!” แสงประกายวูบวาบสะท้อนใบหน้าขาวผ่องที่ทุกข์ทรมานกับความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ขาเรียวทั้งสองข้างกลับไม่มีแรงพยุงร่างกายที่บอบช้ำอีกแล้ว นางทรุดเข่าลงกับพื้นโดยไม่สามารถยืนได้อีกต่อไป “ฝนจะตกแล้วนะท่านแม่ทัพ” กุนซือหนุ่มที่ร้อนใจจนอยู่ไม่ติด “อยู่ใต้ฟ้า เจ้าจะกลัวอะไรกับฝน” ผู้เป็นแม่ทัพหนุ่มหันไปถลึงตาใส่กุนซือที่เริ่มจะตั้งตัวเป็นปรปักษ์กับเขาอยู่ในขณะนี้ “ฝนตกลงมาก็ดีให้นางตากฝนอยู่ตรงนี้จนกว่านางจะยอมเอ่ยปาก ว่านางเป็นผู้ใด เข้ามาในค่ายทหารด้วยเหตุใด” ช่างเป็นการทรมานนางยิ่งนัก “จะดีหรือท่านแม่ทัพ ข้าว่าแค่ท่านเฆี่ยนนางด้วยแส้หนังสองครั้ง อาการของนางก็ปางตายแล้วนะ หากจะให้นางยืนตากฝนอยู่อย่างนี้ ข้าว่านางคงจะสิ้นใจคืนนี้เป็นแน่” “นางเองที่เป็นผู้เรียกร้อง ผิดอันใดเล่าที่ข้าจะทำตามความต้องการของนาง” ฟางเซียนเงยหน้ามองผู้เป็นสามีที่อยู่ตรงหน้า จิตใจของเขาช่างโหดร้ายยิ่งนัก ถึงว่าเขาจึงได้เขียนจดหมายหย่าให้นางก่อนออกเดินทาง นางเข้าใจแล้วกับความคิดของผู้เป็นสามี นางเข้าใจอย่างลึกซึ้งในความคิดของเขาก็วันนี้วันที่เขาไม่เคยมีความเมตตาสงสารผู้อื่นเลยแม้แต่น้อย นี่หรือสามีที่นางเฝ้าโหยหาคิดถึงอยู่ในทุกย่างก้าวที่นางรอนแรมมาจนถึงชายแดน ฉินจื่อหานเห็นดวงตาตัดพ้อในแววตาของนางก็ทำให้เขาชะงักขึ้นมา ไม่นึกว่าสตรีนางจะใช้สายตาแบบนั้นจ้องมองเขาเหมือนกับว่านางรู้จักเขามาก่อนและกำลังอยากจะตัดพ้อเรื่องบางอย่าง

ข้าคือองค์หญิงสาม
เล่ม 1 ข้าคือองค์หญิงสาม องค์หญิงผู้หนึ่ง สูญเสียทุกอย่างในคราวเดียว ทั้งความรัก ชีวิตลูกในครรภ์ และศรัทธาในมนุษย์ นางถูกทรยศ ถูกทำร้าย ถูกโยนทิ้งลงสายน้ำ ในวันที่ทั้งโลกเชื่อว่านางตายไปแล้ว แต่โชคชะตาไม่ยอมให้ความดีสูญเปล่า เมื่อแม่ทัพชายแดนผู้เป็นบุญคุณเก่า ยื่นมือฉุดนางขึ้นจากความตาย จากหญิงที่หัวใจแตกสลาย สู่องค์หญิงที่ลุกขึ้นทวงความยุติธรรม จากความแค้น สู่การเยียวยา จากอดีตที่เปื้อนเลือด สู่เส้นทางใหม่ที่เลือกด้วยหัวใจ เพราะสำหรับนาง การช่วยชีวิตผู้อื่น คือการทำบุญกุศลให้ลูกน้อยที่จากไป และคือคำตอบของความสุขที่แท้จริง เมื่อรักเก่ากลายเป็นเถ้าถ่าน แต่ความเมตตากลับผลิบานอีกครั้งใต้ฟ้าเดียวกัน เล่ม 2 ข้าคือชายาขององค์ชายรองนางเคยถูกตราหน้าว่าเป็น "ตัวกาลกิณี" ถูกแย่งทุกสิ่งแม้กระทั่งชื่อเสียงและความรัก ต้องยืนอยู่หลังผ้าม่าน เพื่อให้คนอื่นเฉิดฉายแทน ซูเหยียนหลิน คุณหนูรองผู้ไร้ตัวตนในตระกูลใหญ่ เลือกแต่งงานกับองค์ชายรอง หลี่จิ่นอวี่ ชายที่ทั้งเมืองลือว่าไร้ความสามารถ เพียงเพื่อหลบหนีชะตาที่ถูกเหยียบย่ำ แต่ใต้ภาพลักษณ์ไม่เอาไหนของเขา คือบุรุษที่มองเห็นนางจริง ๆ และใต้ความอ่อนโยนของนาง คือหัวใจที่ซ่อนแผนการพลิกชะตาทั้งราชสำนัก เมื่อคำทำนายกาลกิณีกลายเป็นอาวุธ เมื่อพี่สาวผู้แสนอ่อนหวานเริ่มเผยพิษร้าย ศึกแห่งศักดิ์ศรี ความรัก และอำนาจจึงเปิดฉากขึ้น จากหญิงสาวที่เคยถูกซ่อนอยู่ในเงา สู่จิตรกรหลวงผู้ยืนใต้แสงอย่างสง่างาม เรื่องราวความรักที่เริ่มจากการหลบหนี จะจบลงด้วยการเลือกเดินเคียงกันด้วยหัวใจได้หรือไม่ "เมื่อผ้าม่านถูกเปิดออก ความจริงจะถูกวาดด้วยปลายพู่กันของนางเอง" เล่ม 3 เสียงในใจของหลิงหลิง เมื่อนักอ่านนิยายยุคปัจจุบันประสบอุบัติเหตุ แล้วลืมตาขึ้นมาอีกครั้งในร่าง "ทารกน้อย" กลางวังหลวง เด็กหญิงผู้มีเสียงในใจที่ใครบางคนได้ยิน กลายเป็นกุญแจสำคัญที่เปลี่ยนชะตาของทั้งแผ่นดิน นางช่วยชีวิตมารดาจากยาพิษ ทำให้บิดาที่เคยหูเบาได้ตาสว่าง ทำให้ฮ่องเต้รอดจากโรคร้าย ฮองเฮาฟื้นคืนจากความตาย และเปิดโปงแผนลับของเหล่าองค์ชายที่คิดกบฏ จากเด็กทารกที่ถูกหมายหัว…สู่ "องค์หญิงพิทักษ์แผ่นดิน" ผู้กุมชะตาราชวงศ์ไว้ในเสียงความคิด เมื่อความรัก การทรยศ และเกมอำนาจถาโถมเข้ามา ครอบครัวเล็ก ๆ จะฝ่าพายุแห่งวังหลวงไปได้หรือไม่… หรือบางที…ตอนจบของนิยายเรื่องนี้ อาจถูกเขียนใหม่โดยเด็กน้อยเพียงคนเดียว

เหมยอวี่ซิน ห้วงรักกักขังใจ
เหมยอวี่ซิน หญิงสาวผู้ซึ่งถูกจองจำเอาไว้ในหุบเขาลึก กระทั่งถูกปลุกขึ้นมาจากการหลับใหลหลังผ่านไปหนึ่งพันปี ความแค้นที่ฝั่งแน่นทำให้นางยอมใช้วิญญาณของตนแลกกับหยกวารีจากแม่น้ำลืมเลือน เพียงเพื่อสะสางหนี้แค้นกับสามีผู้ที่เคยทรยศหักหลัง และมอบความตายให้นางอย่างเลือดเย็น กู้จื่อเหยียน หัวหน้ามือปราบเมืองหลงอู่ เขาคือจุดเริ่มต้นและจุดจบของทุกสิ่ง เป็นทั้งอดีตและอนาคต ซึ่งจะพลิกผันชะตาของปิศาจสาวสองตนที่เวรกรรมนำพา ชะตาชักนำให้มีแค้นต้องสะสาง คือบุรุษเพียงผู้เดียวที่ไม่ว่าปิศาจ หรือภูตผีวิญญาณ ล้วนไม่อาจแตะต้อง

ข้าจับจิ้งจอกตัวเมีย ได้หนึ่งตัวในสวนหลังบ้าน
คำโปรย “ท่านแม่ทัพข้าน้อยพบจิ้งจอกวิ่งอยู่ในสวนขอรับจะให้ข้าน้อยจับไปปล่อยดีหรือไม่ขอรับ” สายตาเหี้ยมหันมองทหารที่มารายงาน “ไม่ต้องเปิ่นหวางจะไปจับด้วยตัวเอง” ตวนอ๋องหลิวหยางแห่งเมืองเหอหนาน เขตปกครองตัวเองที่แยกตัวเป็นอิสระ ใบหน้าเหี้ยมเกรียมไร้ความปรานีฆ่าได้ฆ่า ไม่เคยละเว้นผู้ใดมาก่อน ฝีเท้ากล้านั้นเดินไปยังสวนหลังบ้าน หวังจัดการเจ้าจิ้งจอกน้อยที่หาญกล้าฝ่าด้านป้องกันของจวนตวนอ๋องมาถึงหลังบ้าน คิดๆ ดูแล้วเจ้าจิ้งจอกตัวนี้คงโชคดีมาก ที่สามารถฝ่าร้อยด้านป้องกันมาได้ แต่เจ้าโชคร้ายมากกว่าที่มาเจอเขา ตอนนี้กำลังเบื่อๆ อยากกินจิ้งจอกย่างพอดี!! สายตาเขามองไปยังสวนหลังบ้านที่เหมือนป่าไผ่ คิดว่าคงมีหน่อไม้หอมๆ ที่ยั่วใจให้เจ้าจิ้งจอกเข้ามาติดกับ แต่ขอโทษข้าอยากกินเนื้อพอดี อย่าหวังว่าวันนี้เจ้าจะหลุดรอดไปได้ ฝีเท้านั้นเดินมองหา มองเห็นขนขาวๆ กำลังวิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว สองมือก็จับคันธนูขึ้นมา ยิงตรงไหนดีตรงหัวใจหรือหัว แต่คิดๆ ดูแล้วถ้าทั้งสองตำแหน่งเนื้ออาจจะไม่อร่อย ดังนั้นแล้ว วิธีเดียวก็คือการจับด้วยมือเปล่าดูจะสนุกที่สุดแล้ว เขาจึงส่งคันธนูให้องครักษ์มือขวาด้านหลัง องครักษ์ตวนเหยียนรับคันธนูมาสะพายเอาไว้ มองเห็นขนขาวทางด้านขวามือที่ใกล้น้ำตกจำลองจึงบอกตวนอ๋อง “ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะทางนั้น” ตวนอ๋องหลิวหยางหันมองตามทิศทาง ก่อนพบหางสีขาวหลบไปด้านหลังของภูเขาจำลอง เขาจึงโบกมือให้คนด้านหลังไปยังอีกฝั่ง ส่วนเขาก็ไปอีกด้านของภูเขา จากนั้นก็ย่องฝีเท้าเบาเข้าไปด้านใน มุมปากก็ยกยิ้มคิดว่าการได้กินเนื้อครั้งนี้ต้องสำเร็จแน่นอน ฝีเท้าเบาเดินเข้าไปถึงก็มองเห็นจิ้งจอกน้อยทั้งตัว จิ้งจอกตัวนั้นมีขนสีขาวแต่ปลายหางกับเป็นสีดำ ส่วนดวงตาแทนที่จะเป็นสีแดงกลับเป็นสีฟ้า ซึ่งแปลกกว่าจิ้งจอกที่เขาเคยพบมา “จับเป็น!!” จากจับตายก็เกิดอยากเลี้ยงขึ้นมา ยิ่งมองเห็นแววตาราวกับมนต์สะกดนั่นก็ทำให้เขาเกิดใจอ่อนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แทนที่จิ้งจอกน้อยนั้นจะหนี กลับเดินมาหาเขาจากนั้นก็ย่อตัวลงแล้วคำนับหนึ่งครั้ง เป็นจิ้งจอกที่ประหลาดเหลือเกินเขาจึงย่อตัวลงแล้วยกมือขึ้นลูบจิ้งจอกสีขาว “เปิ่นหวางจะเลี้ยงเจ้าเอง” ดวงตากลมสีฟ้านั่นเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาซาบซึ้งจากนั้นก็มีเสียงหนึ่งตะโกนออกมา ‘หากท่านไม่คิดกินข้า มีหรือที่ข้าจะยอมเป็นสัตว์เลี้ยงท่าน!!’ ข้าเป็นถึงบุตรสาวของเผ่าจิ้งจอกมิใช่จิ้งจอกป่าที่ท่านจะจับกินได้ แต่ข้าเองก็สูญเสียพลังงานจนสิ้น เพราะต่อสู้กับนักพรตจนลมปราณสูญสิ้น จะกลับไปยังเผ่าตนก็กลัวแต่จะตายกลางทาง มองเห็นจวนท่านที่ดูเข้มงวดกวนขัน แม้แต่มดยังเข้ามาไม่ได้ดูจะปลอดภัยที่สุด แต่ใครจะคิดว่าที่ปลอดภัยนั่นก็คือที่ที่อันตรายที่สุด มืออุ่นนั่นโอบกอดข้าจากนั้นก็พากลับไปยังห้องทำงานของเขา จากนั้นก็ยกมือลูบขนนุ่มไปมา “ดูๆ ไปขนเจ้าก็นุ่มถ้าเอามาทำผ้าห่มก็อุ่นใช่ได้” เจียหลิงตาโตลุกวาว จากนั้นก็ขยับหาเขาแล้วใช้ใบหน้าคลอเคลียตรงแขนเขาอย่างเอาใจ ข้าอ้อนท่านขนาดนี้ได้โปรดอย่ากินข้าเลย คลอเคลียเสร็จก็ทำท่าเหมือนจะหมดแรงนอนราบไปกับพื้นโต๊ะกะพริบตาขึ้นลง ‘ข้าน่ารักขนาดนี้ท่านจะกินข้าลงได้ไหมมาดูกัน’ แต่ดูจากสายตาเหี้ยม แถมยังหน้านิ่งเหมือนคนไม่แสดงความรู้สึกนางก็ยิ่งหวั่นใจ จึงยกตัวขึ้นแล้วกระโดดลงบนตักเขาเอนซบหนักกว่าเดิม ‘ข้ายอมขนาดนี้แล้วท่านควรเลี้ยงดูข้าได้สักที’ ดวงตาเหี้ยมก้มลงมองจิ้งจอกน้อย ปกติเขาไม่ชอบเลี้ยงสัตว์มากกว่าชอบจับมากิน แต่มาคราวนี้ดูเหมือนเจ้าจิ้งจอกน้อยจะฉลาดกว่าที่เขาเคยเจอ ช่วงนี้กำลังเบื่อเพราะไม่มีสงคราม ถ้าเช่นนั้นแล้ว “เปิ่นหวางจะไม่กินเจ้าแล้วก็ได้ แต่เจ้าห้ามทำแบบนี้กับใครคนอื่นเข้าใจไหม” เจียหลิงกะพริบตาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอนซบมากกว่าเดิม ‘ท่านไม่กินข้าดีแล้ว รอลมปราณข้าฟื้นเมื่อไรข้าจะไปทันที’

ทะลุมิติมาพบรักกับเมน
แฟนคลับตายตามพระเอกแค่นี้ก็ว่าเว่อร์แล้ว ยังจะทะลุมิติมาเจอกันใหม่อีก พระเอกกลายเป็นเจ้าเมืองสุดหล่อ เธอกลายเป็นลูกสาวร้านซาลาเปาสุดเปิ่น ชาตินี้สวรรค์จะเปิดทางให้แฟนคลับอย่างเธอหรือไม่ ต้องรอลุ้นกันแล้ว

วาสนายัยเด็กอ้วนเกิดใหม่ในยุค 80
‘ฟางเหม่ยฉี’ ยัยเด็กอ้วนที่ต้องจบชีวิตลงด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก จนได้มาเกิดใหม่ในอดีต โชคดีที่สวรรค์ยังให้ ‘ห้างสรรพสินค้า’ ติดตัวมาด้วย ชาตินี้เธอสัญญาว่าจะไม่เป็น ‘ยัยเด็กอ้วน’อีกเด็ดขาด

อวี้หนิงหนิงยอดปรมาจารย์โอสถ
"อาจารย์ สำนักของเราคือสำนักแพทย์อันดับหนึ่งแห่งแคว้นต้าเซี่ย หากนางอยากฝากตัวเป็นศิษย์ ก็สมควรให้นนางเข้ารับการทดสอบตามกฎระเบียบเถิดเจ้าค่ะ สำนักแพทย์โอสถไม่เคยรับคนไร้ความสามารถเพียงเพราะหยดน้ำตาและความน่าสงสาร" นางทำให้อวี้ซินซินชะงักงัน แผนการที่เตรียมมาบีบน้ำตาเรียกร้องความเห็นใจถูกสกัดดาวรุ่งจนพังทลายลงในพริบตา อาจารย์จวิ้นเสวียนพยักหน้าเห็นด้วยอย่างช้าๆ "หนิงหนิงกล่าวได้ถูกต้อง กฎย่อมต้องเป็นกฎ ไม่มีการยกเว้น" อาจารย์จวิ้นเสวียนลูบเคราสีดอกเลาเบาๆ "หนิงหนิง ในฐานะที่เจ้าเป็นศิษย์เอก เจ้าจงตั้งโจทย์ทดสอบน้องสาวของเจ้าเถิด"

เมื่อนางร้ายมือตบยุค90 ทะลุมิติมาเป็นนางเอกแสนดียุคโบราณ
"ถูกใส่ร้าย? ถูกถอนหมั้น? ถูกขับไล่ออกจากตระกูล?" เชิญตามสบาย! เพราะสำหรับอดีตนักธุรกิจสาวสุดแกร่งที่ทะลุมิติมาอยู่ในร่างสตรีที่ถูกคนทั้งเมืองชิงชัง เรื่องพวกนี้มันก็แค่เศษฝุ่น! คิดหรือว่าเธอจะยอมก้มหน้าร้องไห้ฟูมฟายและยอมรับชะตากรรม? ไม่มีทาง! ในเมื่อโลกใบนี้ขับเคลื่อนด้วยอำนาจและเงินตรา เธอก็จะใช้สติปัญญาและ 'ลูกคิด' ในมือนี่แหละ พลิกกระดานการค้าและฟาดพวกสวะให้จมดิน! ทว่า... ยิ่งเธอก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดมากเท่าใด แผนการที่เคยวางไว้อย่างรัดกุมกลับต้องสั่นคลอน เมื่อสายตาของบุรุษผู้กุมอำนาจล้นฟ้าแห่งแคว้นเริ่มจับจ้องมาที่เธอ... เขาคือคนที่พร้อมจะสนับสนุน หรือเป็นพยัคฆ์ร้ายที่รอขย้ำเธอเมื่อเผลอกันแน่?
