บทย่อ
คำโปรย “ท่านแม่ทัพข้าน้อยพบจิ้งจอกวิ่งอยู่ในสวนขอรับจะให้ข้าน้อยจับไปปล่อยดีหรือไม่ขอรับ” สายตาเหี้ยมหันมองทหารที่มารายงาน “ไม่ต้องเปิ่นหวางจะไปจับด้วยตัวเอง” ตวนอ๋องหลิวหยางแห่งเมืองเหอหนาน เขตปกครองตัวเองที่แยกตัวเป็นอิสระ ใบหน้าเหี้ยมเกรียมไร้ความปรานีฆ่าได้ฆ่า ไม่เคยละเว้นผู้ใดมาก่อน ฝีเท้ากล้านั้นเดินไปยังสวนหลังบ้าน หวังจัดการเจ้าจิ้งจอกน้อยที่หาญกล้าฝ่าด้านป้องกันของจวนตวนอ๋องมาถึงหลังบ้าน คิดๆ ดูแล้วเจ้าจิ้งจอกตัวนี้คงโชคดีมาก ที่สามารถฝ่าร้อยด้านป้องกันมาได้ แต่เจ้าโชคร้ายมากกว่าที่มาเจอเขา ตอนนี้กำลังเบื่อๆ อยากกินจิ้งจอกย่างพอดี!! สายตาเขามองไปยังสวนหลังบ้านที่เหมือนป่าไผ่ คิดว่าคงมีหน่อไม้หอมๆ ที่ยั่วใจให้เจ้าจิ้งจอกเข้ามาติดกับ แต่ขอโทษข้าอยากกินเนื้อพอดี อย่าหวังว่าวันนี้เจ้าจะหลุดรอดไปได้ ฝีเท้านั้นเดินมองหา มองเห็นขนขาวๆ กำลังวิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว สองมือก็จับคันธนูขึ้นมา ยิงตรงไหนดีตรงหัวใจหรือหัว แต่คิดๆ ดูแล้วถ้าทั้งสองตำแหน่งเนื้ออาจจะไม่อร่อย ดังนั้นแล้ว วิธีเดียวก็คือการจับด้วยมือเปล่าดูจะสนุกที่สุดแล้ว เขาจึงส่งคันธนูให้องครักษ์มือขวาด้านหลัง องครักษ์ตวนเหยียนรับคันธนูมาสะพายเอาไว้ มองเห็นขนขาวทางด้านขวามือที่ใกล้น้ำตกจำลองจึงบอกตวนอ๋อง “ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะทางนั้น” ตวนอ๋องหลิวหยางหันมองตามทิศทาง ก่อนพบหางสีขาวหลบไปด้านหลังของภูเขาจำลอง เขาจึงโบกมือให้คนด้านหลังไปยังอีกฝั่ง ส่วนเขาก็ไปอีกด้านของภูเขา จากนั้นก็ย่องฝีเท้าเบาเข้าไปด้านใน มุมปากก็ยกยิ้มคิดว่าการได้กินเนื้อครั้งนี้ต้องสำเร็จแน่นอน ฝีเท้าเบาเดินเข้าไปถึงก็มองเห็นจิ้งจอกน้อยทั้งตัว จิ้งจอกตัวนั้นมีขนสีขาวแต่ปลายหางกับเป็นสีดำ ส่วนดวงตาแทนที่จะเป็นสีแดงกลับเป็นสีฟ้า ซึ่งแปลกกว่าจิ้งจอกที่เขาเคยพบมา “จับเป็น!!” จากจับตายก็เกิดอยากเลี้ยงขึ้นมา ยิ่งมองเห็นแววตาราวกับมนต์สะกดนั่นก็ทำให้เขาเกิดใจอ่อนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แทนที่จิ้งจอกน้อยนั้นจะหนี กลับเดินมาหาเขาจากนั้นก็ย่อตัวลงแล้วคำนับหนึ่งครั้ง เป็นจิ้งจอกที่ประหลาดเหลือเกินเขาจึงย่อตัวลงแล้วยกมือขึ้นลูบจิ้งจอกสีขาว “เปิ่นหวางจะเลี้ยงเจ้าเอง” ดวงตากลมสีฟ้านั่นเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาซาบซึ้งจากนั้นก็มีเสียงหนึ่งตะโกนออกมา ‘หากท่านไม่คิดกินข้า มีหรือที่ข้าจะยอมเป็นสัตว์เลี้ยงท่าน!!’ ข้าเป็นถึงบุตรสาวของเผ่าจิ้งจอกมิใช่จิ้งจอกป่าที่ท่านจะจับกินได้ แต่ข้าเองก็สูญเสียพลังงานจนสิ้น เพราะต่อสู้กับนักพรตจนลมปราณสูญสิ้น จะกลับไปยังเผ่าตนก็กลัวแต่จะตายกลางทาง มองเห็นจวนท่านที่ดูเข้มงวดกวนขัน แม้แต่มดยังเข้ามาไม่ได้ดูจะปลอดภัยที่สุด แต่ใครจะคิดว่าที่ปลอดภัยนั่นก็คือที่ที่อันตรายที่สุด มืออุ่นนั่นโอบกอดข้าจากนั้นก็พากลับไปยังห้องทำงานของเขา จากนั้นก็ยกมือลูบขนนุ่มไปมา “ดูๆ ไปขนเจ้าก็นุ่มถ้าเอามาทำผ้าห่มก็อุ่นใช่ได้” เจียหลิงตาโตลุกวาว จากนั้นก็ขยับหาเขาแล้วใช้ใบหน้าคลอเคลียตรงแขนเขาอย่างเอาใจ ข้าอ้อนท่านขนาดนี้ได้โปรดอย่ากินข้าเลย คลอเคลียเสร็จก็ทำท่าเหมือนจะหมดแรงนอนราบไปกับพื้นโต๊ะกะพริบตาขึ้นลง ‘ข้าน่ารักขนาดนี้ท่านจะกินข้าลงได้ไหมมาดูกัน’ แต่ดูจากสายตาเหี้ยม แถมยังหน้านิ่งเหมือนคนไม่แสดงความรู้สึกนางก็ยิ่งหวั่นใจ จึงยกตัวขึ้นแล้วกระโดดลงบนตักเขาเอนซบหนักกว่าเดิม ‘ข้ายอมขนาดนี้แล้วท่านควรเลี้ยงดูข้าได้สักที’ ดวงตาเหี้ยมก้มลงมองจิ้งจอกน้อย ปกติเขาไม่ชอบเลี้ยงสัตว์มากกว่าชอบจับมากิน แต่มาคราวนี้ดูเหมือนเจ้าจิ้งจอกน้อยจะฉลาดกว่าที่เขาเคยเจอ ช่วงนี้กำลังเบื่อเพราะไม่มีสงคราม ถ้าเช่นนั้นแล้ว “เปิ่นหวางจะไม่กินเจ้าแล้วก็ได้ แต่เจ้าห้ามทำแบบนี้กับใครคนอื่นเข้าใจไหม” เจียหลิงกะพริบตาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอนซบมากกว่าเดิม ‘ท่านไม่กินข้าดีแล้ว รอลมปราณข้าฟื้นเมื่อไรข้าจะไปทันที’
บทที่ 1สัตว์เลี้ยงตัวใหม่
เขาคิดถูกไหมที่เลี้ยงจิ้งจอกตัวนี้ ดูจากอาหารการกินของจิ้งจอกน้อยดูไม่น้อยเท่าตัวเลย หันมองชามที่หมดไปสองชามกับผลไม้อีกหนึ่งชาม
“อาเหยียน แน่ใจนะว่าข้าจับจิ้งจอกมาเลี้ยง ไม่ใช่หมู”
ตวนเหยียนหันมองจิ้งจอกน้อยที่กินอย่างเอาเป็นเอาตาย สีหน้านิ่งไม่แพ้เจ้านายก็ถามต่อ
“ท่านอ๋องจะให้มันชื่อว่าอะไร”
อ๋องหลิวหยาง “ทำไมต้องมีชื่อ”
เอ้อ ตวนเหยียนถึงกับไปไม่เป็น “คือแล้วเราจะเรียกมันว่าอะไร”
“ก็จิ้งจอก”
ตวนเหยียนไม่รู้จะสงสารใครก่อนดี หันมองจิ้งจอกตัวน้อยก็เลยนึกถึงชื่อหนึ่ง “จูหลีดีไหมพ่ะย่ะค่ะ”
จิ้งจอกกับหมูมาร่วมกัน สรุปแล้วนางก็มองเห็นคนนิ่งที่เป็นเจ้าของจวนพยักหน้า “ดี”
เอาอะไรมาเห็นด้วย ข้าไม่ชอบชื่อนี้ท่านฟังข้าด้วยสิ!!
พอไม่ถูกใจก็ทำหน้างอนหันหลังให้เขาเพราะไม่ถูกใจสิ่งนี้ แต่เขากลับพูดขึ้นว่า “ดูเหมือนมันจะชอบมากเสียด้วย”
ใบหน้าจิ้งจอกน้อยหันไปมองอย่างรวดเร็ว มองเขาที่ลุกขึ้นถอดเสื้อออกจากนั้นก็จับดาบแล้วไปฝึกอาวุธที่ลานด้านนอกท่ามกลางหิมะที่กำลังตกลงมา
เจียหลิงจึงขยับไปยังระเบียงแล้วนอนลงบนเบาะนุ่มจากนั้นก็มองเขาฝึกอาวุธอย่างเพลิดเพลินใจ นึกถึงท่านผู้เฒ่าที่เคยตักเตือนไว้ว่าชนเผ่ามนุษย์ไม่ได้มีสิ่งใดน่าสนใจสักนิด
แต่กล้ามแน่นๆ ตรงหน้าทำไมน่ามองนัก มองไปมองมาน้ำลายเหมือนจะไหล เจียหลิงรีบสะบัดหน้าหนีจากนั้นก็หันมองไปยังต้นเหมยแดงหวังชื่นชมหิมะที่กำลังเกาะบนกิ่งไม้
แต่ตาเจ้ากรรมก็ยังเหล่มองกล้ามหน้าอกแน่นอยู่ดี คืนนี้ถ้าได้นอนซบอกอุ่นๆ นั่นก็คงดีไม่น้อย คิดเพลินไปหน่อยไม่นานก็หลับพริ้มโดยไม่รู้ตัว
คนที่กินแล้วนอนไม่รู้สึกตั้งแต่เขาฝึกอาวุธจนหมดไปหนึ่งชั่วยาม เหงื่อที่ไหลออกมาเกาะอยู่บนผิวเข้มตามตัว อ๋องหลิวหยางเดินมาก็มองเห็นเจ้าจิ้งจอกขี้เกียจนอนอยู่ก็รู้สึกไม่พอใจ
จึงอุ้มมันขึ้นมาแล้วเขย่า
‘แผ่นดินถล่ม!!’ เจียหลิงตกใจนึกว่าแผ่นดินสะเทือน แต่พอลืมตามองดีๆ ก็พบต้นเหตุของแผ่นดินว่าเกิดจากอะไร เขาเป็นตัวอะไรกันแน่ ทำไมถึงได้ดูแล้วไม่น่าคบเอาเสียเลย
“ไปอาบน้ำกับเปิ่นหวาง”
หา!! เจียหลิงตาโต แล้วพยายามดิ้นรนหนีจากมือหนาที่อุ้มไม่ปล่อย แต่ดิ้นรนไปก็เท่านั้นเมื่อนางถูกพามายังห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ ตอนนี้นางกำนัลทั้งหลายกำลังจัดเตรียมน้ำในอ่าง ควันอุ่นลอยฟุ้งไปทั่วห้อง
เจียหลิงที่มีขนนุ่มป้องกันตัวอยู่แล้ว ไม่ได้สนใจความอุ่นแต่น้ำที่หอมลอยแตะจมูกต่างหาก ว่าแต่นางก็ไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันแล้ว คิดได้ก็ก้มลงดมตัวเอง พอเงยหน้ากำลังคิดว่าจะเอายังไงดีก็มองเห็นท่านตวนอ๋องหลิวหยางกำลังถอดกางเกง!!
ไม่ใช่กำลังสิ ถอดต่อหน้านางต่างหาก ถอดเสร็จนางก็ได้เห็นแท่งยาวๆ แกว่งอยู่ตรงหน้าไปมา มันคืออาวุธชนิดใดกันที่สามารถหลบซ่อนในกางเกงได้
กำลังคิดเพลินตวนอ๋องก็มาอุ้มนางขึ้นไป ทำให้หางนางแตะเข้ากับแท่งยาวๆ ด้านล่าง ตอนแรกมันนุ่มนิ่มน่าสัมผัสแต่นานไปทำไมรู้สึกมันแข็งขึ้นหันมองคนอุ้มก็ดูจะชอบที่นางเอาหางไกวเล่นเช่นนี้
สองเท้าบุรุษก้าวลงไปยังอ่างอาบน้ำอันใหญ่ จากนั้นก็นั่งลงแล้วอุ้มนางนั่งลงด้วยกัน เจียหลิงถึงรู้ว่าด้านล่างของอ่างมีขอบไว้สำหรับนั่งได้อีกหนึ่งชั้น ส่วนด้านล่างก็จะลึกไปสำหรับนอนแช่ทั้งตัว
เห็นแบบนี้แล้วอยากจะแปลงร่างเหลือเกิน แต่ในเมื่อทำไม่ได้ก็แช่ไปทั้งขนนี่แหละ เจียหลิงหันมองขอบอ่างก็วางหัวไว้ตรงหน้า ส่วนตัวก็ยังแช่อยู่ในอ่างไม่มีทีท่าว่าจะหนีแต่อย่างใด
“เจ้าแปลกไม่เหมือนจิ้งจอกสักนิด”
แน่ล่ะ ข้าเป็นถึงเซียนจิ้งจอกอายุมากท่านหมื่นปีจะเหมือนจิ้งจอกทั่วไปได้ยังไงกัน
อ๋องหลิวหยางหันมองจิ้งจอกที่นอนหลับสบายก็รู้สึกไม่พอใจจึงกวักน้ำขึ้นใส่หน้าจิ้งจอกจนมันลืมตาสะดุ้งหงายหลังตกไปยังน้ำ ท่าทางตลกนั่นทำให้เขาเผยยิ้มเล็กน้อย
มองมันกำลังใช้ขาตะเกียกตะกายขึ้นจากน้ำ “ดูเหมือนเจ้าจะว่ายน้ำไม่เป็น”
ท่านอ๋องบ้า!! ข้าจะจ่มน้ำตายอยู่แล้ว ยังจะมาบอกว่าข้าว่ายน้ำไม่เป็นอีก พาข้าขึ้นจากน้ำเดี๋ยวนี้เจียหลิงสวดเขาในใจไปหลายจบ จนกระทั่งตัวนางลอยขึ้นจากน้ำ มือเขาที่จับคอนางยกขึ้นมองสภาพของนางที่ตัวเปียกขนลีบไปทั้งตัวแต่ยังมองเห็นพุงอ้วนๆ จากการกินข้าวไปสามชามอยู่
สายตาเขามองไปยังด้านล่างของนาง “เป็นตัวเมียจริงๆ เสียด้วย”
เจียหลิงหน้าแดงจนไม่รู้จะแดงไปถึงไหนเพราะขนนางปิดหมด ส่วนเขาก็วางนางบนขอบอ่างแล้วหยิบผ้าขนหนูวางห่มนางทั้งตัวจนอุ่น
“สตรีโง่เขลาจริงๆ แม้แต่สัตว์ก็ไม่เว้น”
ข้าไม่ได้โง่เสียหน่อยแค่ข้าไม่มีพลังจัดการท่านเท่านั้น ความรู้สึกตอนแรกอยากขอบคุณเขาที่ช่วยชีวิต แต่ตอนนี้เริ่มรู้สึกอยากระบายความโมโหที่เขาว่านางโง่เขลา
กำลังจะเงยหน้าทำสายตาไม่พอใจ คนในอ่างก็ลุกขึ้นมาทำให้มองเห็นแท่งยาวๆ แกว่งไปมาอีกรอบ
สวรรค์อาวุธนี้มันใช่ทำอะไรกันแน่บอกข้าหน่อย
แต่ดูเหมือนข้าบ่นไปก็เท่านั้น เพราะเขาก็ยังเปลือยต่อหน้าข้าจนผ่านไปครึ่งชั่วยาม ตอนที่นางกำนัลมาแต่งตัวข้าถึงได้เห็นใบหน้าพวกนางแดงก่ำเขินอาย จากนั้นก็รีบแต่งตัวให้เขาแล้วออกไป
ก็แค่อาวุธติดกาย เหตุใดต้องทำเหมือนเป็นของดีขนาดนั้นเชียว เจียหลิงหันมองหางของตัวเอง มันก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ นางเลิกสนใจแท่งอาวุธนั่น แล้วมาสะบัดขนตัวเองให้แห้ง จากนั้นก็กระโดดขึ้นเตียงนุ่มมุดลงไปในผ้าห่ม ความเย็นก็หายไปจนสิ้น
“เปิ่นหวางควรจะเป็นฝ่ายเย็นมากกว่า เจ้ามีขนนุ่มอยู่แล้วจะหนาวอะไรกัน” พูดจบก็ดึงผ้าห่มออกจากร่างของนาง
เอ๊ะท่านนี่ทำตัวเหมือนบิดาไม่รัก!!
เจียหลิงเริ่มจะหมดความอดทนจึงลุกขึ้นพยายามรวบรวมกำลังจากนั้นก็กระโดดขึ้นหวังจะใช้ขาข่วนหน้าอกเปลือยตรงหน้า ภาพที่นางจิตนาการนั้นคืออีกฝ่ายตกใจจนล้มลงพื้นหงายหลัง ยิ่งคิดก็ยิ่งดีใจอย่างมีความสุข
แต่...ทำไมเป็นแบบนี้ มือหนาจับที่คอนางห้อยโตงเตง
นาง..นาง หายใจไม่ออก คนบ้า!!! นอกจากบิดาไม่รักแล้ว สงสัยมารดาก็ไม่สนใจแน่นอนถึงได้นิสัยเสียแบบนี้!!
เขาคงเห็นว่านางกำลังจะหมดลมหายใจตายเสียก่อนแล้วคงทำให้ไม่มีอะไรเล่นอีก จึงยอมปล่อยนางแต่โดยดี เจียหลิงได้แต่เก็บอาการแล้วหลบไปอยู่ปลายเตียง
มองเขาอย่างระแวดระวังเดินไปยังโต๊ะทำงานจากนั้นก็มองจดหมายที่วางอยู่ อ่านได้เพียงครู่แจกันแตกก็ดังขึ้น
เพล้ง!! เจียหลิงที่กำลังจะหลับก็สะดุ้งหลบเข้ามุมยิ่งกว่าเดิม นอกจากบิดามารดาไม่รัก แม้แต่คนรอบข้างก็คงกลัวเขากันหมด นางมองทหารองครักษ์ด้านนอกที่รีบเข้ามา พอมองเห็นว่าแค่แจกันแตกก็พากันคุกเข่าลงพื้น
“มีสิ่งใดที่ทำให้เคืองพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”
สองมือเขากำจดหมายในมือไว้แน่น จากนั้นก็เขวี่ยงลงพื้นให้กับตวนเหยียน อีกฝ่ายก็รีบหยิบขึ้นมาอ่าน
“กระหม่อมจะไปสืบข่าวเดียวนี้พ่ะย่ะค่ะ”
พูดจบก็รีบออกไป ส่วนนางกำนัลก็รีบก้มหน้าก้มตาเก็บแจกันแต่แตกออกไป เหลือเพียงนางกับบุรุษขี้โมโหตรงหน้า นางจะทำยังได้ก็ต้องหาทางหนีนะสิ
ขืนอยู่ต่อมีหวังได้เป็นศพหลังบ้านแน่นอน!!
ว่าแล้วก็ยกตัวขึ้นคิดหมายจะกระโดดลงจากเตียง เท้าที่ก้าวก็ก้าวทีละนิด คิดหมายจะกระโดดหนีอีกรอบ ก็ถูกคนบ้าคว้าตัวเอาไว้ เจียหลิงได้แต่กร่นด่าในใจ
อะไรของท่านอ๋องนักหนาไม่ทราบ!!
“จะไปไหนเปิ่นหวางจะนอนแล้ว”
นอนแล้วเกี่ยวอะไรกับท่าน ไม่ใช่เรื่องของข้าเสียหน่อย คิดไปก็เท่านั้นเมื่อเขาวางนางลงบนเตียงนอน จากนั้นก็เอนนอนแล้วใช้ท่อนแขนหนักทับพุงอ้วนๆ ของนาง
เดี๋ยวนางจุก อิ่มเพราะกินไปเยอะ แม้จะไปว่ายน้ำมาก็ใช่ว่ามันจะละลายพลังงานของนางไปหมดเสียเมื่อไร ตอนนี้นางกำลังอิ่มและเขากำลังทับท้องของนาง
เรียกว่าจุก กำลังจะแหกปากส่งเสียง แต่รู้ว่าพูดไม่ได้เลยเปลี่ยนเป็นยกปากจะกัดแทน เขาก็หยิบเนื้อแห้งใส่ปากนางอีก
“เจ้าหิวอีกแล้วถึงได้อ้าปากเช่นนี้ โชคดีที่เปิ่นหวางเตรียมพร้อมเสมอ”
เจียหลิงตาโตมองถุงในมือเขา ด้านในมีกลิ่นเนื้อชัดเจน นางที่รู้สึกว่าอิ่มแล้วท้องก็ยังร้องขึ้นมาจึงได้ยินเสียงเขากลั้วขำครั้งแรกในลำคอ
“นอกจากกินจุแล้วเจ้ายังตลกด้วย”
นางเป็นสตรีนะ หาใช่ตัวตลกของผู้ใด พอเขาบอกว่านางตลกนางก็เขินอายจริงๆ กับการกระทำของตัวเอง ดังนั้นแล้วนางจึงเอนนอนไม่ยอมขยับตัวอีกแล้วปิดตา
ส่วนเขาก็ดึงนางเข้ากอด “ว่าไปเจ้าก็นุ่มน่ากอดเหมือนกัน”
แน่นอนตัวข้าน่ากอด แต่ใช่ว่าท่านจะกอดได้ ข้าเป็นถึงบุตรสาวจิ้งจอกหาใช่คนทั่วไปเสียหน่อย แต่ตอนนี้นางหมดฤทธิ์แถมแผ่นอกเขาก็อุ่นใช้ได้ มองเขาที่ยังไม่หลับแต่ใช้มือลูบขนนางไปมา
สบายจัง....
“ดูเหมือนเปิ่นหวางจะต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว”
ทำอะไรของท่านข้าไม่เข้าใจ ข้าจะนอน
“หากไม่ทำคนผู้นั้นก็จะได้ใจ”
ก็ช่างเรื่องเขาสิ ตอนนี้ข้าง่วงแล้ว
“แต่เปิ่นหวางจะทำยังไงให้เขาไม่สงสัยในตัวเปิ่นหวาง”
ข้าจะไปรู้ได้ยัง ไม่เอาแล้วข้าจะนอน!!
อ๋องหลิวหยางก้มมองจิ้งจอกน้อยที่นอนหลับไปแล้ว เขาจึงลุกขึ้นจากเตียงเดินออกไปด้านนอกจากนั้นก็เรียกคนของเขามาปรึกษา
องครักษ์เงากำลังคุกเข่ารายงานสิ่งที่พบว่า
“คนผู้นั้นกำลังจะมาเมืองเหอหนานในอีกสามวันพ่ะย่ะค่ะ ให้กระหม่อมทำเช่นไร”
“ในเมื่อกล้ามาเหยียบถึงถิ่นเปิ่นหวาง ถ้าเช่นนั้นแล้วก็เตรียมต้อนรับให้ดีเถิด”
ปลายเสียงเหมือนจะไม่ได้บอกว่าเตรียมต้อนรับแบบอบอุ่นแต่คงเลือดสาดกระเซ็นไปข้างหนึ่งแน่นอน
พอจัดการเสร็จเขาก็กลับมายังเตียงนอนของตน มองเจ้าจิ้งจอกน้อยกำลังนอนยึดเตียงเขา ดูๆ ไปแล้วเหมือนเขาจะต้องเสียสละเตียงให้เจ้าจิ้งจอกน้อยดี หรือว่านอนทับไปเสียอย่างนั้น
แต่พอคิดถึงขนอุ่นๆ เขาก็เลือกที่จะกอดขนนุ่มแทน ยิ่งอากาศเย็นขนอุ่นก็ทำให้อุ่นไปทั้งกาย เขานอนหลับไปตลอดทั้งคืนจนเมื่อรู้สึกตัวก็รู้สึกว่ามือที่กอดจากขนนุ่มจะกลายเป็นผิวนุ่มลื่นมากกว่า
ตวนอ๋องตกใจลืมตาตื่นขึ้นมา เหมือนมองเห็นเป็นสตรีนอนเปลือยข้างตน แต่พอกะพริบตาขึ้นลงอีกครั้งภาพสตรีก็กลายเป็นเจ้าขนนุ่มแทน หรือเขาจะตาฝาด จิ้งจอกจะกลายเป็นคนได้ยัง...
การอยู่กับเขาไม่ใช่เรื่องแย่อะไร เพราะนอกจากนิสัยขี้โมโหแล้วอาหารการกินก็แทบจะดีกว่าเผ่าของนางด้วยซ้ำ ยิ่งนางออดอ้อนบนตักเท่าไรเขาก็เหมือนจะพอใจ
เพราะมืออุ่นก็จะลูบขนนางเหมือนเคยชินไปแล้ว แต่ไอ้แท่งอาวุธลับเขาทำไมถึงได้แข็งเช่นนี้ พอรู้สึกไม่สบายนางก็พยายามขยับหนีไปนอนที่อื่นแทน
แต่พอจะลุกขึ้นคนเอาแต่ใจก็กดนางให้นอนต่อ เสียงประตูดังขึ้นเมื่อเปิดออกมา ก็พบว่าเป็นองครักษ์ตวนเหยียนคนเดิม
“ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้กำลังรอที่เรือนตะวันออกขอรับ”
ตั้งแต่เมื่อสามวันก่อนแล้ว ที่พวกเขาพูดกันแต่นางก็ไม่เข้าใจว่าหมายถึงสิ่งใด จนกระทั่งถูกอุ้มพาไปยังเรือนตะวันออกที่อยู่อีกฝั่งของจวน
นางมองเห็นในศาลามีบุรุษนั่งอีกหนึ่งคน คนผู้นั้นยิ่งไม่เข้าใจเหตุไฉนถึงได้หน้าตาเหมือน...นักพรตที่ทำร้ายนาง!!!

