บทย่อ
"เคหาสน์เอื้อมดาว" เป็นบ้านของคหบดีที่ร่ำรวยคนหนึ่ง เป็นบ้านทรงยุโรปครึ่งอิฐครึ่งไม้หลังใหญ่สวยงาม ถูกสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 แต่พอมาถึงสมัยรัชกาลที่ 7 กลับเกิดเรื่องไม่คาดคิดในเคหาสน์แห่งนี้... คุณนายรจิต เป็นเศรษฐีนีหม้าย เธอต้องการซื้อเคหาสน์เอื้อมดาวเพื่อไปเปิดเป็นร้านอาหารไทยตำรับชาววัง จึงมาติดต่อขอซื้อบ้านกับนิตยา พร้อมกับรัญชิดา...ลูกสาวคนเล็ก นิตยาเป็นแม่ของทายาทคนปัจจุบัน...เธอต้องการกำจัดเคหาสน์หลังนี้ เพราะเชื่อว่าบ้านนี้มีอาถรรพ์...ไม่มีใครสามารถเข้าไปอยู่ได้แม้แต่ลูกหลาน แต่...อัครัช ภูธนเศรษฐ์ ทายาทรุ่นที่ 6 ของตระกูล และเป็นเจ้าของ "เคหาสน์เอื้อมดาว" คนปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ยอมขายให้ รัญชิดากับเขาจึงมีปากเสียงกัน อัครัชมีปากเสียงกับรัญชิดา จนเกิดการท้าทายให้มาค้างแรมกันในเคหาสน์หลังนี้ หากรัญชิดาอยู่ได้ 3 วัน โดยไม่หนี เขาจึงจะยอมขายบ้านให้ ในคืนแรกที่นอน รัญชิดาก็ได้พบว่า ในเคหาสน์นี้มีผีสิงสู่อยู่ เธอได้เจอผีสาวชื่อแม่รำเพย ซึ่งได้หายตัวไปอย่างลึกลับในเคหาสน์หลังนี้ มาขอร้องให้เธอช่วยหาร่างของเธอมาประกอบพิธีทางศาสนา รัญชิดาคิดจะปฏิเสธ แต่แม่รำเพยขอร้องอย่างน่าสงสาร รัญชิดาจึงใจอ่อนยอมช่วย แม่รำเพยพารัญชิดาย้อนเวลากลับไปอยู่ในเหตุการณ์ตอนนั้น เธอเอาเรื่องนี้มาบอกกับอัครัช แต่เขาไม่เชื่อเรื่องผีสาง เธอจึงท้าทายเขาให้มาพิสูจน์กับเธอ ทั้งคู่ลงมือสืบเรื่องราวของเคหาสน์เอื้อมดาวด้วยกัน แล้วร่างแม่รำเพยอยู่ที่ไหนกันล่ะ
ตอนที่ 1
รจิต...เศรษฐีนีหม้ายวัยใกล้ 50 เจ้าของธุรกิจหลายอย่าง กำลังนั่งดูภาพบ้านโบราณที่บรรดานายหน้าหามาให้ เธอสะดุดตากับบ้านโบราณหลังหนึ่ง จึงนั่งดูอย่างสนใจ
รัญชิดา...ลูกสาวคนเล็กที่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย เดินมานั่งข้าง ๆ เธอมองแม่ที่กำลังจดจ่อกับแท็บแล็ตตรงหน้า
"ทำอะไรอยู่คะคุณแม่"
"อ้าว...แพร์ ไปไหนมาลูก"
"ไปสัมภาษณ์งานมาค่ะ"
รจิตเงยหน้ามองลูก
"ทำไมทำหน้าแบบนี้ล่ะ ยังไม่ได้งานล่ะสิ"
รัญชิดาทำปากยื่นพยักหน้า เธอไปสัมภาษณ์มาหลายงานแล้ว แต่กลับไม่มีใครยอมรับเธอเข้าทำงานเลยสักที่
"น่าเบื่อจังเลยค่ะคุณแม่ ไม่มีใครรับแพร์เข้าทำงานเลยค่ะ"
"ไม่ต้องไปหาหรอกลูก ถึงจะหาได้...เงินเดือนก็ไม่กี่ตังค์ มาเป็นเลขาให้แม่ดีกว่า แม่ให้เดือนละสามหมื่นเลย"
"คุณแม่พูดจริงหรือคะ"
"จริงสิลูก...ตกลงไหม"
"อืม...ขอคิดดูก่อนค่ะ"
"ไม่ต้องคิดแล้ว เอาตามนี้แหละ"
รัญชิดายิ้ม ชะโงกหน้าไปดูหน้าจอแท็บแล็ตของแม่
"ดูอะไรอยู่คะคุณแม่"
"บ้านโบราณจ้ะ แม่กับเพื่อน ๆ จะหุ้นกันเปิดร้านอาหารไทยโบราณ เลยให้พวกนายหน้าหาให้ เขาเลยส่งรูปมาให้ดู แม่กำลังเลือกอยู่จ้ะ"
หญิงสาวพยักหน้า เธอชี้บ้านโบราณทรงยุโรปหลังหนึ่ง
"หลังนี้สวยจังค่ะคุณแม่"
"ใจตรงกับแม่เลย แม่ก็สนใจบ้านหลังนี้เหมือนกันจ้ะ เขาเขียนว่าชื่อ เคหาสน์เอื้อมดาว จ้ะ"
"ชื่อเพราะจังเลยค่ะ"
รจิตยิ้มพยักหน้าให้ลูก เธอเอามือถือขึ้นมากดเบอร์ติดต่อที่นายหน้าส่งมาให้ด้วย รัญชิดานั่งมองนั่งฟังแม่คุย
"สวัสดีค่ะ...คุณนิตยาใช่ไหมคะ"
"ใช่ค่ะ...จากไหนคะ"
"ดิฉันเห็นข้อความประกาศขายเคหาสน์เอื้อมดาวของคุณแล้วสนใจมาก เลยติดต่อมาพูดคุยด้วยค่ะ"
"อ้อ...ยินดีค่ะ"
"ไม่ทราบว่าจะขายเท่าไหร่คะ"
"ฉันตั้งไว้ 80 ล้านค่ะ ขายพร้อมเนื้อที่ 4 ไร่กว่า ๆ"
"หืม...แปดสิบล้านหรือคะ"
รจิตเลิกคิ้ว ไม่คิดว่าจะถูกกว่าที่คิดมาก เธอตั้งไว้ 100 กว่าล้านด้วยซ้ำ กับบ้านโบราณริมแม่น้ำแบบนี้ แค่ราคาที่ดินก็ไม่ได้แล้ว
"ต้องซ่อมเยอะไหมคะ"
"ก็มีบ้างค่ะ แต่ส่วนใหญ่ยังอยู่ในสภาพดี คุณจะมาดูสภาพบ้านก่อน...ค่อยตัดสินใจก็ได้นะคะ"
"ดีเลยค่ะ...รบกวนส่งโลเคชั่นมาที่เบอร์นี้นะคะ พรุ่งนี้ฉันจะขอเข้าไปดูบ้านค่ะ ถ้าพอใจ...เราค่อยมาตกลงเรื่องราคากัน"
"ได้ค่ะ...สักครู่จะส่งให้นะคะ"
"ขอบคุณค่ะ ฉันชื่อรจิตนะคะ"
"ค่ะ...คุณรจิต สวัสดีค่ะ"
"สวัสดีค่ะคุณนิตยา"
รจิตวางสายแล้วหันมายิ้มให้ลูก
"พรุ่งนี้แพร์ไปกับแม่นะลูก"
"ได้ค่ะคุณแม่..."
หญิงสาวหันไปมองรอบ ๆ บ้าน
"บ้านเงียบจัง ไม่มีใครอยู่เหรอคะ พี่ ๆ ไปไหนกันหมด"
"พลับไปเก็บดอกเบี้ยให้แม่ พลัมน่าจะไปช้อปปิ้งมั๊ง"
รจิตหัวเราะเบา ๆ ลูก ๆ ของเธอเป็นคนช่วยเธอทำธุรกิจ มีแต่ลูกสาวคนเล็กที่เพิ่งเรียนจบ
"แพร์ขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะคุณแม่...เหนียวตัวจัง"
"ไปเถอะลูก เดี๋ยวพี่ ๆ กลับมา แม่จะให้คนไปตามมากินข้าวนะ"
รัญชิดายิ้ม ลุกมาหอมแก้มแม่ แล้วเดินขึ้นข้างบนไป รจิตยิ้มตามหลังอย่างเอ็นดู เธอมีลูกสามคนคือรัชพลหรือพลับ...ลูกชายคนโต คนที่สองเป็นหญิงชื่อรังรองหรือพลัม และคนเล็กคือรัญชิดาหรือแพร์
รจิตเป็นหม้าย เธอได้หย่าขาดกับสามีที่ชื่อปรีดา ตั้งแต่รัญชิดาอายุ 8 ปี ลูก ๆ สมัครใจอยู่กับแม่ แต่ปรีดาก็ยังแวะเวียนมาหานาน ๆ ครั้ง รจิตก็ไม่ห้าม ปรีดาแต่งงานใหม่กับเนื้อทอง แต่ทั้งคู่ไม่มีลูกด้วยกัน เขากับลูกทั้ง 3 ก็เข้าหน้ากันไม่ค่อยติด เพราะรัญชิดาและพี่ทั้งสองเคืองที่ถูกพ่อทอดทิ้งไปแต่งงานใหม่
รัญชิดาขับรถพารจิตมาตามโลเคชั่นที่นิตยาส่งมาให้ พวกเธอขับรถไปตามทางที่ค่อนข้างคดเคี้ยว มีบ้านเรือนตั้งอยู่ประปราย จนมาถึงท้ายซอย อันเป็นที่ตั้งของเคหาสน์เอื้อมดาว...ซึ่งเป็นบ้านโบราณทรงยุโรปครึ่งตึกครึ่งไม้หลังใหญ่ ด้านข้างติดแม่น้ำเจ้าพระยา มีศาลาท่าน้ำด้วย
"ถึงแล้วค่ะคุณแม่"
รัญชิดาจอดรถที่ด้านหน้า สองแม่ลูกมองเคหาสน์หลังงามทาสีฟ้าทั้งหลัง...ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า
"ตอนที่สร้างใหม่ ๆ คงสวยน่าดูเลยนะลูก สภาพภายนอกยังดูดีมากเลย...เจ้าของคงดูแลอย่างดี"
รจิตเห็นแล้วยิ้มพอใจ
"เจ้าของต้องรวยมากแน่ ๆ เลยค่ะคุณแม่ ทำเลแบบนี้หายากมากเลยนะคะ วิวดี๊ดี...ติดแม่น้ำด้วย"
รจิตพยักหน้า มองไปรอบ ๆ และนึกแปลนร้านอาหารไปด้วย
"ที่กว้างแบบนี้...ทำที่จอดรถได้เยอะเลยนะลูก แม่ชักอยากเห็นข้างในซะแล้วสิ เราเข้าไปกันเถอะลูก"
รัญชิดาพยักหน้า ขับรถเข้าประตูใหญ่ที่เปิดอ้าอยู่ เธอขับเข้าไปจอดใกล้กับหน้าประตูบ้าน หญิงวัยใกล้เคียงกับรจิตยืนรออยู่แล้ว สองแม่ลูกลงจากรถ ทุกคนไหว้ทักทายกัน
"สวัสดีค่ะ คุณรจิตใช่ไหมคะ...ฉันนิตยาค่ะ"
นิตยาแนะนำตัวเองยิ้ม ๆ
"สวัสดีค่ะคุณนิตยา นี่ลูกสาวคนเล็กของฉันค่ะ...ชื่อรัญชิดา"
"สวัสดีค่ะคุณป้า"
รัญชิดาไหว้นิตยา
"สวัสดีค่ะ...เชิญข้างในเลยค่ะ"
นิตยาผายมือเชิญ แล้วเดินนำหน้าเข้าไปในบ้าน รจิตกับรัญชิดามองไปรอบ ๆ ภายในโอ่อ่ากว้างขวาง เครื่องเรือนล้วนเป็นของเก่าที่อยู่ในสภาพดี สวยงามด้วยฝีมือช่างสมัยเก่า

