หลังหย่าตามง้อ

ภรรยาคนนี้ไม่รักคุณแล้ว
ถึงได้แต่งงานกัน แต่ 'เพียงฟ้า' ก็อดทนต่อความรักข้างเดียวที่มีให้สามีอย่าง 'ราชัน' คนที่ขอบอกขอหย่ากับเธอในทุกวัน คนที่พาหญิงอื่นออกงานจนเป็นข่าว คนที่ทำร้ายหัวใจเธอเสมอมา แต่เพียงฟ้าก็อดทน รอวันที่ราชันเข้าใจในรักของเธอ จนกระทั่งวันที่ต้องพบเรื่องเลวร้ายสุดหัวใจ เพียงฟ้าก็ไม่ขอทนอีกต่อไป แต่ทำไม ราชันกลับไม่ยอมปล่อยมือจากเธอเสียที

ภรรยาเก่าไม่หวนคืน
"พลอย เราหย่ากันเถอะ" คำพูดแสนเย็นชาจากชายที่แอบรักพาให้ใจเจ็บ เธอกลั้นน้ำตาพลางตอบเขาสั้นๆ "ค่ะ" หย่าก็หย่า..ลูกคนเดียวเธอเลี้ยงได้!

ปมร้าวรอยรัก
ปมร้าวรอยรัก โดย แสงเทียน ถ้ามีวันนั้นเกิดขึ้นจริง สายเลือดครึ่งหนึ่งของเธอ ฉันไม่มีวันรับมันเป็นลูก!! ____________________________ คำเตือน นิยายหลัวชั่วในดวงใจ ไม่ต้องมีตัวร้ายเพราะอิพอ.มันร้ายสุด ยศชัย : ดูแลตัวเองให้ดี ถ้าเธอไม่ทำตามข้อตกลง เรื่องนี้…ก็ไม่เกี่ยวกับฉัน ม่านตะวัน : ที่ผ่านมา...ม่านไม่เคยคาดหวังในความรักของคุณอยู่แล้ว

หย่าร้างรักภรรยาน่าชิงชัง
จ้าวจินอิงฮูหยินเอกของเซี่ยสิงฉวน ‘แม่ทัพใหญ่แห่งเมืองฉางเว่ย’ นางตบแต่งเข้ามาวันแรก เขาก็ไม่ยอมรับนางเป็นภรรยาด้วยซ้ำ เขาชิงชังนาง ดูถูกนางสารพัด จะเป็นตายร้ายดีเช่นไรก็เรื่องของนาง เพราะสตรีที่เขารักมีเพียง ‘หานฉีหยี่’ คนเดียวเท่านั้นไม่มีทางเปลี่ยนแปลง นางรู้ส่วนสำคัญข้อนี้ดี พื้นที่หัวใจของเขานางไม่มีสิทธิ์ครอบครอง แม้แต่ฐานะที่ได้มายังไม่คู่ควรยืนเคียงข้าง ไม่ว่านางจะพยายามทำดีกับเขาแค่ไหน เขาก็ไม่เคยเห็นนางในสายตาอยู่ดี นางเสมือนเป็นหนามฝังใจเขา รอวันที่จะถูกกำจัดทิ้ง ในเมื่อเกลียดชิงชังนางนัก นางจะขอจบเรื่องนี้ยอมถอยออกไปเอง เพื่อหลีกทางให้เขากับสตรีที่เขารักได้ครองคู่กัน…. “ได้โปรดหย่ากับข้าเถอะเจ้าค่ะ” “เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำเช่นนั้นจะเป็นเช่นไร” …ใช่ บ้านเมืองมีกฎว่าสตรีที่แต่งงานแล้วเมื่อถูกสามีหย่า หรือเป็นม่าย จะไม่มีทางแต่งงานใหม่ได้อีก และจะถูกคนในเมืองมองว่าไม่ดี ซ้ำยังเป็นที่นินทาสนุกปาก แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ส่งผลกระทบกับเขามาก แต่กับนางจะรับเรื่องเหล่านี้ไหวหรือ เขาไม่อาจปล่อยให้นางเป็นเช่นนั้น…เพราะเหตุใดเขากลับสนใจนาง และเป็นกังวลแทนนางกัน มันน่าหงุดหงิดใจ จะปล่อยนางไปก็ไม่ได้ ทำไมเขาต้องรั้งนางไว้ “ข้ารู้ดีเจ้าค่ะ” “รู้?...แต่เจ้ายังคิดจะทำงั้นหรือ” เขาเค้นเสียง ฮึ! ในลำคอ ตวัดสายตาดุดันสำรวจร่างกายของนางแวบหนึ่ง “เจ้าพูดเช่นนี้…ไม่ดูตัวของเจ้าเลยรึ! ร่างกายอ่อนแอ อ้อนแอ้น จะไปทำอันใดได้ ลำพังฐานะบิดาของเจ้าจะดูแลเจ้าไปได้ตลอดงั้นรึ…ก่อนที่เจ้าจะกล่าวสิ่งใด ควรไตร่ตรองให้ดี เพราะข้าจะไม่ให้โอกาสเจ้าเป็นครั้งที่สอง” “แน่ใจเจ้าค่ะ” “จ้าวจินอิง!---”

ทิ้งผัวเฮงซวยได้ท่านนายพลเป็นสามีใหม่
"ทิ้งขว้างดั่งเศษดิน กลับกลายเป็นเพชรล้ำค่าในมือศัตรู!" สามีชั่วทิ้ง 'หลินหว่าน' และลูกชายให้นอนหนาวตายในโรงเก็บฟืน เพื่อไปเสวยสุขกับชู้รักไฮโซ แต่สวรรค์ยังมีตา ส่ง 'จ้าวหยาง' มัจจุราชหน้าหยกแห่งกองทัพยื่นมือเข้ามาช่วย จากหญิงหม้ายลูกติดผู้ต่ำต้อย กลายเป็นดวงใจของท่านนายพลผู้เกรียงไกร ในวันที่เธอสวยสง่าและมีรักครั้งใหม่ อดีตสามีกลับซมซานมาขอคืนดี? “ขอโทษนะ ท่านนายพลจ้าวคนนี้ หวงเมียมาก! ใครหน้าไหนก็อย่าหวังจะมาแตะต้อง!” เตรียมพบกับมหกรรม "ตบหน้า" ด้วยความสำเร็จ และความรักสุดฟินที่จะเยียวยาทุกบาดแผล!

ท่านอ๋องโปรดปล่อยข้าไป!
เขารักนางในแบบที่ปีศาจรักเหยื่อ นางเกลียดเขาในแบบที่นักโทษเกลียดผู้คุมเมื่อความอดทนพังทลายและการตามล่าเริ่มต้นขึ้น ใครกันแน่ที่จะเป็นฝ่ายถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนแห่งความชังที่ไม่มีวันสิ้นสุด!" ต่อให้เจ้าหนีไปจนสุดหล้า ข้าก็จะพลิกแผ่นดินลากเจ้ากลับมา หากขาของเจ้าคิดจะก้าวเดินไปจากข้า ข้าก็จะหักขานั้นเสีย! และหากหัวใจของเจ้าไม่รักข้า ข้าก็จะกักขังเจ้าไว้ในนรกที่มีเพียงข้าเป็นเจ้าชีวิตคนเดียวตลอดกาล!" ความรักบิดเบี้ยวที่มาพร้อมการทำลายล้าง การตามล่าพลิกแผ่นดินเพื่อครอบครอง ความดาร์กระดับความโหดที่ก้าวข้ามทุกกฎเกณฑ์ เรื่องย่อ หากย้อนเวลากลับไปได้อีกครั้ง สิ่งที่ ฟ่านเหมี่ยวเหมี่ยว อยากจะแก้ไขมากที่สุดก็คือการหนีไปให้ไกลจาก เยี่ยฉิงชาง เสีย! หากวันนั้นนางไม่หยิบยื่นความช่วยเหลือให้เขาอย่างไรเดียงสา บางครานางอาจจะไม่ต้องพบกับความทุกข์ทรมาณอย่างเช่นที่เป็นอยู่ในยามนี้ นางก็แค่สตรีต่ำต้อยคนหนึ่ง ส่วนเขาคือท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์ เดิมทีเส้นทางของเขาและนางไม่ควรมาบรรจบกันด้วยซ้ำ แต่เหมือนว่าโชคชะตาจะเล่นตลก ทำให้เขาแฃะนางต้องมาผูกด้ายแดงสานต่อวาสนาที่แสนจะบัดซบนี้ด้วยกันอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง หนทางรักครั้งนี้จะจบลงที่ต่างคนต่างไป หรือต้องอยู่ด้วยกันทั้งที่ชังน้ำหน้าอย่างสุดแสน นางไม่อาจรู้ได้เลย เหตุใดเขาจึงกลายเป็นคนบิดเบี้ยวทางจิตได้ถึงเพียงนี้นางก็ไม่รู้เช่นกัน หรือว่าภายใต้หน้ากากที่แสนอำมหิตของเยี่ยฉิงชางจะซ่อนความเจ็บปวดแสนสาหัสที่ไม่เคยมีใครล่วงรู้เอาไว้กันนะ? คำเตือน เรื่องนี้พระเอกธงดำนะคะ เนื้อเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องสมมติ #ไม่มีการข่มขืน #มีการใช้คำพูดรุนแรงทำร้ายจิตใจและดูแคลนด้วยวาจาไม่น่าฟัง #นางเอกไม่ใช่สายร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าถ้ามีโอกาศน้องก็ฟาดอีพี่เหมือนกัน ด่าพระเอกได้เต็มที่ แต่อย่าด่าไรต์นร้า5555

ทะลุมิติมาเป็นแม่ลูกอ่อนหย่าสามีพร้อมมิติซุปเปอร์มาร์เก็ต ยุค 90
"เพียงเพราะอ้วนทำให้เขาอับอาย ชะตาเปลี่ยนผันเมื่อให้วิญญาณของอีกมิติหนึ่งเข้ามาเปลี่ยนแปลงความเป็นอยู่แถมมีมิติซุปเปอร์มาเก็ตติดตัวมาด้วย ต่อจากนี้เธอจะหย่าและเลี้ยงลูกเองโดยไม่ง้อเขาสักนิด" บทนำ มีมี่สาวออฟฟิศกำลังเดินทางกลับบ้านแต่ใครจะไปรู้ว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่เธอได้มีชีวิตอยู่ในมิตินี้ เพราะเธอยังไม่ถึงบ้านต้องถูกรถชนเข้าจนร่างกายของเธอกระเด็นทำให้เธอในโลกนี้ไม่มีลมหายใจอีกต่อไป แต่เรื่องเหลือเชื่อก็เกิดขึ้นกับเธอ เมื่อเธอลืมตามาอีกครั้งได้เข้ามาอยู่ในร่างกายที่อวบอ้วนอีกทั้งยังท้องอีกด้วย แต่ที่น่าเจ็บใจคือคนที่เธอสามีเจ้าของร่างนี้ไม่เคยสนใจใยดีเธอเลยแม้แต่น้อย แถมยังเป็นคนที่ทำให้ฟู่เยี่ยนเจ้าของร่างตัวจริงเป็นลมล้มพับกลางถนน เมื่อเธอเข้ามาอยู่ในร่างนี้เธอจะไม่ยอมกลับไปให้เขาทำร้ายจิตใจอีกต่อไป เรื่องที่เธอท้องเธอก็จะไม่บอกให้เขาได้รับรู้ เธอกลับบ้านพร้อมหย่ากับเขาความโชคดีเกิดขึ้นกับเธออีกครั้งเมื่อเธอกำลังเก็บของออกจากบ้านของเว่ยเสี่ยวฮั่ว หรือเสี่ยวฮั่วนายพลใหญ่ที่ไร้หัวใจ มิติได้ปรากฎขึ้นตรงหน้าของเธอต่อจากนี้เธอมีหนทางหาเงินและเธอจะร่ำรวยเลี้ยงลูกเพียงลำพังโดยไม่แยแสเขาแม้แต่น้อย นิยายเรื่องนี้แต่งตามจินตนาการของนักเขียนเท่านั้นโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537

ชะตานางร้ายข้าขอบายแล้วกัน
เหตุใดเล่า... เหตุใดนางจึงต้องทะลุเข้ามาเป็นนางร้ายในนิยาย ที่พระเอกผู้โหดร้ายมีธงแดงโบกสะบัดอยู่เหนือหัว เขา แม่ทัพหนุ่มผู้เย็นชา ร้ายกาจกับผู้อื่นไม่เลือกหน้าเว้นเสียแต่นางเอกในนิยาย ผู้เป็นดั่งรักแรกอันไม่อาจแตะต้องของเขา นาง ผู้เคราะห์ร้ายที่สวรรค์ทอดทิ้ง ส่งลงมาเผชิญกับความเอาแต่ใจของบุรุษเช่นเขา โดยไม่แม้แต่ได้โอกาสตั้งตัว ระหว่าง ความอดทนของนาง กับ ความอหังการของเขา สิ่งใดกันเล่า ที่จะถูกบดขยี้ไปก่อน!? แต่ไม่ว่าสวรรค์จะเล่นตลกเพียงใด นางก็ไม่มีวันก้มหัวให้โชคชะตาบ้าบอนี้เด็ดขาด!

ปราบพยัคฆ์ แม่ทัพตัวร้าย
ซุนเหยา เธอเรียนจบด้านการตลาด และด้วยความชื่นชอบด้านอาหาร เธอจึงเลือกที่จะเปิดร้านอาหาร ทั้งรสชาติอาหารที่ถูกปากทุกช่วงวัย ภายในร้านของเธอยังตกแต่งได้อย่างสวยงาม มุมต่างๆ ของร้านจึงดึงดูดใจให้คนเข้ามานั่งกินและถ่ายรูปลงโซเซียล เพียงไม่กี่เดือนร้านของเธอก็เป็นที่พูดถึง จนทำให้เกิดสาขาอื่นๆ ตามมา ซุนเหยาเธอจึงต้องเดินทางไปตรวจร้านตามสาขาต่างๆ เพื่อคงมาตรฐานเดิมไว้ได้มากที่สุด วันนี้ซุนเหยารู้สึกมึนหัว แต่ผู้จัดการโทรมาหาเธอ เรื่องให้เข้ามาตรวจสินค้าที่สั่งซื้อมาตุนไว้ในโกดัง เธอจำต้องแบกสังขารขึ้นรถไปที่โกดังนอกเมืองปักกิ่งทันที ภายในโกดังขนาดใหญ่ ซุนเหยาเดินตามผู้จัดการ เพื่อดูสินค้าที่สั่งมาว่ามีคุณภาพหรือไม่ หากพบว่าไม่ได้คุณภาพจะได้แจ้งเปลี่ยนได้ทัน เธอไม่ได้มีเพียงโกดังเดียว เมื่อมีสาขาจำนวนมาก ย่อมต้องมีหลายโกดัง เพื่อกักตุนสินค้าให้เพียงพอกับทุกสาขา “โอ๊ยย” ซุนเหยาร้องออกมาเบาๆ เมื่อข้อมือของเธอไปเกี่ยวเข้ากับชั้นวางของจนเลือดไหลซึมออกมา “คุณเหยา ทำแผลก่อนไหมครับ” ผู้จัดการมองข้อมือขาวงามอย่างเป็นห่วง “ไม่เป็นไรค่ะ ตรวจงานให้เสร็จก่อน แผลแค่นี้ ไม่เป็นไรมากค่ะ” เธอหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมามัดข้อมือไว้ ซุนเหยาเธอไม่ได้สังเกตเลยว่ากำไลหยกที่ได้มาจากคุณย่ามันเปล่งแสงออกมาวูบหนึ่งก่อนจะหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เมื่อเดินตรวจของจนเสร็จ ซุนเหยาก็บอกลาผู้จัดการ แล้วขึ้นรถกลับบ้านทันที ยังดีที่เธอมีคนขับรถ ไม่เช่นนั้นวันนี้เธอคงขับรถเองไม่ไหว หลายวันที่ผ่านมา ซุนเหยามัววุ่นวายอยู่กับการเปิดร้านสาขาใหม่ที่ปักกิ่ง สาขานี้เธอตั้งใจอย่างมาก เพราะมีขนาดใหญ่กว่าทุกสาขาที่เปิดมา เธอตรวจงานด้วยตนเอง ทำให้หลายวันที่ผ่านมาเธอแทบจะไม่ได้พักผ่อนเลยสักนิด เมื่อขึ้นรถได้ เธอก็หลับเป็นตาย ซุนเหยาขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์ เมื่อเธอได้ยินเสียงเพลงแปลก ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน “คุณโจว คุณช่วยปิดเพลงให้ฉันหน่อยค่ะ” เธอพูดสั่งคนขับรถ เพราะตอนนี้เขากำลังกวนเวลานอนของเธออยู่ “...” ซุนเหยาเริ่มจะทนไม่ไหว กับเสียงเพลงที่ไม่ได้เบาลงเลย เธอจึงลืมตาขึ้นมาอย่างโมโหคิดจะต่อว่าคุณโจวเสียหน่อย แต่แล้วดวงตาคู่งามกลับเบิกกว้างอย่างตกตะลึง ความจริงเธอต้องอยู่ในรถหรูที่กำลังเดินทางกลับบ้าน แต่ในตอนนี้ เธอกำลังนั่งอยู่ในกล่องสีแดง ซุนเหยารีบเปิดผ้าม่านเพื่อมองออกไปด้านนอก เธออยากจะรู้ว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน แล้วเกิดเรื่องอะไรขึ้น ทำไมเธอถึงได้ใส่ชุดแดงที่เหมือนจะเป็นชุดเจ้าสาว “คุณหนูห้ามเปิดผ้าม่านเจ้าค่ะ” เสียงร้องตำหนิซุนเหยาดังขึ้น จนเธอต้องหดมือกลับอย่างทำตัวไม่ถูก ไม่สิ ไม่ใช่ ต้องมีคนแกล้งเธอแน่นอน หรือจะเป็นเพื่อนสนิทของเธอ ที่เห็นเธอยุ่งกับงานจนไม่หาแฟนเสียที แต่เธอก็ไม่น่าจะไม่รู้ตัวถึงขนาดที่คนแต่งตัวแต่งหน้าให้แล้วยังหลับได้อีก แม้กระทั่งเกี้ยวหยุดลง มีคนเข้ามาประคองซุนเหยาลงจากเกี้ยวจนไปถึงทำพิธีกราบไหว้ฟ้าดิน ซุนเหยาเธอก็ยังไม่ได้สติ เหมือนกับว่าเธอล่องลอยตามการชักจูงของผู้ที่ประคองเธออยู่เท่านั้น เมื่อเข้ามานั่งรออยู่ในห้องหอ เธอก็ยังมึนงงอย่างไม่เข้าใจ พอได้ยินเสียงเปิดประตูห้อง ซุนเหยากำลังจะอ้าปากถามว่าที่นี่ที่ไหน แล้วเธอมาอยู่ในที่แบบนี้ได้อย่างไร เสียงเย็นชาก็เอ่ยขึ้นกับเธอเสียก่อน “ในเมื่อเจ้าแต่งเข้ามาเป็นฮูหยินของข้าแล้ว ก็จงอยู่ดูแลจวน ดูแลมารดาของข้าให้ดี ข้ายังมีเรื่องที่ต้องจัดการที่ชายแดน” ซุนเหยายังไม่ทันได้อ้าปากถาม เขาก็ปิดประตูแล้วเดินออกไปเสียแล้ว แม้แต่ผ้าคลุมหน้าที่ปิดบังใบหน้าของเธออยู่ก็ยังไม่ถูกเปิด ซุนเหยามึนงง จนแปรเปลี่ยนเป็นความโมโห “เป็นใครมาพูดกับฉันแบบนี้” เธอดึงผ้าคลุมหน้าออกแล้วปาลงพื้น ก่อนจะเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้งแล้วถอดเครื่องประดับออกทั้งหมด “เล่นบ้าอะไรกัน ออกมาเฉลยได้แล้ว ฉันชักไม่สนุกด้วยแล้ว” เธอตะโกนร้องออกมาอย่างหัวเสีย คำพูดของชายคนเมื่อครู่ทำให้เธออยากจะวิ่งเข้าไปข่วนหน้าของเขา กล้าดียังไงมาให้เธออยู่ดูแลบ้านดูแลแม่ของเขา เดี๋ยว เดี๋ยวก่อน เขาพูดว่าจวนไม่ใช่บ้าน ซุนเหยาเหมือนได้สติ เธอมองสำรวจไปรอบๆ ตัวอย่างตื่นตกใจ เครื่องเรือนไม่ใช่แบบที่เธอเคยเห็น แม้กระทั่งผนังห้องก็ยังเป็นดินแบบเรือนโบราณที่เธอเคยไปเที่ยวดูตอนเด็กๆ เธอรีบวิ่งไปที่ประตู เพื่ออยากจะดูให้แน่ชัดว่าเธออยู่ที่ไหนกันแน่ หรืออยู่ที่เมืองโบราณ แต่เพื่อนของเธอไม่น่าจะสามารถพาเธอเข้ามาแกล้งในสถานที่ประวัติศาสตร์เช่นนั้นได้ ด้านหน้าประตูห้อง มีสาวใช้ยืนขวางอยู่ เมื่อเห็นซุนเหยาที่ผมหลุดลุ่ย ทั้งใบหน้าตื่นตระหนกนางก็ร้องถามออกมาอย่างเป็นห่วง “เกิดอันใดขึ้นเจ้าคะฮูหยิน ออกไปไม่ได้เจ้าค่ะ” สาวใช้ขวางซุนเหยาไว้ ทั้งยังดันตัวนางเข้าไปให้อยู่แต่ในห้องหอ เพราะเจ้าสาวที่แต่งงานในวันแรกมิอาจออกมาจากห้องหอได้ คงเป็นเพราะความตกใจที่ได้รับ ซุนเหยาหมดสติไปทันที สาวใช้จำต้องพาเธอกลับมาที่เตียงนอน ทั้งยังไปแจ้งหลีซื่อแม่สามีของซุนเหยาเรื่องที่นางหมดสติไป

สัญญานางบำเรอ
เขากำลังจะหมั้น… แต่ยังสั่งให้เธอกลับไป ‘ทำหน้าที่’ ทุกคืน เหมือนเธอเป็นแค่ทรัพย์สินชิ้นหนึ่งที่เขาไม่เคยคิดปล่อยมือเท่านั้น +++++++++++++++++++++++++++++++++++ อลินดาเคยคิดว่าการอยู่ข้างเขามานานพอ… จะทำให้เขาหันมามองเธอในฐานะผู้หญิงสักครั้ง แต่เปล่าเลย... สี่ปีที่ทุ่มทั้งหัวใจ กลับเป็นได้แค่เพียงผู้หญิงในความลับเท่านั้น

เกิดใหม่ครั้งนี้ ฉันขอร้าย
นิรินตายลงในวันที่เห็นสามีนอกใจกับหญิงอื่น แต่เมื่อลืมตาอีกครั้งกลับย้อนอดีตมาในวันที่ยังเป็นแค่คู่หมั้นกัน ความรักไร้สติไม่มีอีกแล้ว จะมีแค่การเหยียบย่ำคนเลวแล้วเดินไปต่อเท่านั้น!

เมื่อนกกระจอกขึ้นกิ่งหงส์ แต่สามีสูงส่งกลับเป็นคนวิปลาส!
อาเหมยเป็นเพียงเด็กสาวกำพร้าในดินแดนชายแดนอันห่างไกล ทว่าวันนั้น นางกลับบังเอิญช่วยชีวิตบุรุษผู้หนึ่งเอาไว้ บุรุษหนุ่มผู้มีรูปโฉมงดงามราวเซียนหลุดลงมาจากสรวงสวรรค์ เพราะลุ่มหลงในใบหน้าอันหล่อเหลา นางจึงพาเขากลับมาดูแลที่บ้าน แม้บุรุษผู้นั้นจะสูญเสียความทรงจำ แต่กิริยาวาจากลับสุภาพอ่อนโยนและเปี่ยมด้วยมารยาท ยามนอนร่วมเตียงเดียวกัน เขาก็ไม่เคยล่วงเกินนางแม้แต่น้อย ทั้งยังรู้ดีว่าชีวิตของนางยากลำบาก จึงคอยลากขาที่พิการช่วยนางทำงานอยู่เสมอ อาเหมยตกหลุมรักเขา และหวังว่าสักวันจะได้ร่วมผูกผมเป็นสามีภรรยากับเขา โชคดีที่สวรรค์เมตตา สุดท้ายนางก็ได้แต่งงานกับเขาจริงๆ จากหญิงฆ่าหมูแห่งชายแดน ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งซื่อจื่อเฟยแห่งตำหนักรุ่ยอ๋อง พลิกชะตาจากนกกระจอกบนพื้นดิน กลายเป็นหงส์สูงศักดิ์ในชั่วข้ามคืน ผู้คนรอบข้างต่างพากันอิจฉาและกล่าวว่า กู้เหมยฮวาช่างโชคดีเหลือเกินที่คว้ากิ่งหลิวสูงส่งนี้มาครอง ต่อให้ถูกเหล่าคุณหนูผู้สูงศักดิ์ค่อนแคะนินทาว่าหยาบช้าไร้การศึกษา กู้เหมยฮวาก็ไม่เคยเก็บมาใส่ใจ ในเมื่อนางและเซี่ยจิ่งหลานรักใคร่กัน เหตุใดต้องสนคำพูดของผู้อื่น กระทั่งวันหนึ่ง นางได้เห็นธาตุแท้อันเย่อหยิ่งและเย็นชาของเขา “ก็แค่หญิงชาวบ้านผู้หยาบกระด้างคนหนึ่ง จะเอาอะไรไปเทียบกับกู้ชิงเหอได้” มิน่าเล่า... ไม่ว่านางจะพยายามเพียงใดก็ไม่เคยตั้งครรภ์เสียที ที่แท้เขารังเกียจนางถึงเพียงนี้ รังเกียจจนไม่อยากมีบุตรร่วมสายเลือดกับนาง ถึงขั้นดื่มยาห้ามบุตรก่อนร่วมอภิรมย์ทุกครั้ง ในเมื่อเป็นเช่นนี้ นางจากไปเสียยังจะดีกว่า เพื่อเปิดทางให้เขาและสตรีในดวงใจได้ครองคู่กันสมปรารถนา ทว่านางกลับคาดไม่ถึงว่า หลังจากเขียนหนังสือหย่าแล้ว ตนเองจะถูกเขาจับกุมขังเอาไว้ บุรุษผู้เคยอ่อนโยนดั่งหยกเนื้อดีในวันวาน บัดนี้ได้ฉีกหน้ากากจอมปลอมทิ้งจนหมดสิ้น เขากักขังนางไว้ด้วยท่าทีเย่อหยิ่งและแข็งกร้าว กู้เหมยฮวาจึงได้ตระหนักในตอนนั้นเองว่า นางไปยั่วคนเสียสติเข้าแล้วจริงๆ หลังพยายามหลบหนีแล้วถูกจับกลับมา นางมองเงาร่างที่ค่อยๆ ก้าวเข้ามาใกล้ด้วยความหวาดกลัว พลางถดกายหนีไปด้านหลัง ทว่าอีกฝ่ายกลับคว้าข้อเท้านางเอาไว้แน่น ตรวนเย็นเยียบถูกสวมลงบนข้อเท้า นัยน์ตาของบุรุษตรงหน้าเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่งและมืดมน เขาก้มลงบีบคางนางให้เงยหน้าขึ้นรับสัมผัส ริมฝีปากร้อนรุ่มประทับลงบนลำคอ น้ำเสียงเย็นเยียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยความคลั่งไคล้จนแทบเสียสติ “อาเหมย... เจ้าคิดจะหนีไปที่ใด?” “ไม่ใช่ว่าเจ้าอยากมีลูกกับข้าหรือ? เช่นนั้นข้าจะช่วยเจ้าให้สมปรารถนาเอง”

ฮูหยินของข้าถึงเวลากลับจวนได้หรือยัง
หลี่เสี่ยวหรูทะลุมิติเป็นฮูหยินของหวงจื่อหานราชครูหนุ่ม นางมีสหายที่สามีเกลียดขี้หน้าจึงพาเพื่อนๆหนี สามีที่ปากบอกเกลียดชัง กลับดิ้นทุรนทุรายเมื่อฮูหยินพวกเขาทิ้งไปพร้อมทิ้งใบหย่าไว้ให้ดูต่างหน้า

ผัวเก่าอย่าเร้าหรือ
“เรนิศ” แต่งงานกับสามีอย่าง “อักษะ” มาหลายปี ทุ่มเทความรักและความเอาใจใส่ให้เขามากขนาดไหน อีกฝ่ายกลับไม่เคยสนใจ แถมยังเอาแต่ปกป้องผู้หญิงคนหนึ่งจนชีวิตคู่ของทั้งสองพังทลาย และถูกเขาจับขังไว้ที่เกาะส่วนตัวอีก! ช่วงสุดท้ายของชีวิตนอกจากจะตรอมใจตายแล้วก็ไม่มีโอกาสแม้แต่จะไปเยี่ยมงานศพของลุงที่เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เด็ก เพียงเพราะสามีกลัวว่าเธอจะไปทำร้ายผู้หญิงคนนั้น พอได้ย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง หนึ่งปีก่อนที่จะถูกเขาจับขังไว้บนเกาะ เรนิศไม่รอช้ารีบขอหย่าทันที! เธอไม่หวังจะแก้แค้นหรือเอาคืนอะไรทั้งนั้น ชีวิตนี้ขออยู่อย่างสงบสุข อดีตสามีอย่างอักษะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเธออีกต่อไปแล้ว ทั้งสองเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่เคยอาศัยอยู่บ้านเดียวกันก็เท่านั้น แต่ในวันหนึ่งขณะที่ฝนตกกระหน่ำ กลับมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นไม่หยุด ชายร่างกายกำยำสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลา กำลังคุกเข่าอ้อนวอนที่หน้าประตู หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่าในแววตาคู่นั้นกำลังเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา “เรนิศ พี่ยอมหมดแล้ว กลับบ้านเรานะครับคนดี”

หวนกลับมาครานี้ไม่เป็นแล้วภรรยาชั่วร้าย
โปรย: ปางก่อนเธอเคยละเลยเขากับลูก เมื่อได้มีโอกาสย้อนกลับไปแก้ไขชะตาอีกครั้งเธอจำต้องทำทุกอย่างเพื่อให้เขาอภัยให้กับผู้หญิงชั่วร้ายอย่างเธอ .................... นิยายเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่พระเอกพิการนะคะ พื้นที่ยังคงเป็นภาคอีสาน เกี่ยวกับวิถีชาวบ้านและความเป็นอยู่ อ่านได้เรื่อย ๆ ค่ะ เป็นเรื่องสั้น ๆ ไม่น่าจะเกินหกหมื่นคำค่ะ กชกรได้ย้อนกลับไปแก้ไขอดีตที่เธอเคยทำไม่ดีกับลูกกับสามี โดยเธอต้องทำงานหนักทุกอย่าง เพราะเธอกลับไปคราวนี้พบว่าสามีของเธอพิการและต้องเลี้ยงลูกสองคนเพียงลำพัง ไปติดตามกันค่ะ ว่าเธอจะเอาชนะใจสามีได้หรือไม่ ………………………………. เท้าของเธอหยุดเดินและยืนอยู่บนคันนาเมื่อมาถึงนาของสามีที่ส่วนลุ่มอยู่ติดกับลำน้ำปาว ส่วนนาดอนด้านบนติดกับนาเธอ ใบตองพลวงหลุดจากมือตอนไหนเธอไม่ได้รู้ตัวเลย น้ำตารินไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ สามีกับลูกทั้งสองกำลังช่วยพ่อขุดดินและปักดำต้นกล้าลงไป ลูกชายคนโตกำลังใช้จอบเล็กขุดดินส่วนคนเล็กใช้เสียมขุดบางครั้งก็นั่งลงแช่ในน้ำ เดือนลูกสาวคนเล็กก็ทำตามประสาเด็กคงไม่ได้ช่วยพ่อมากนัก ในแปลงนามีน้ำท่วมถึงตาตุ่ม สามีใช้จอบเล่มใหญ่เขานั่งคุกเข่าด้วยขาข้างซ้ายลากขาอีกข้างตามไปอย่างทุลักทุเล เนื้อตัวพ่อลูกทั้งสามคนเต็มไปด้วยโคลนตม ปีที่แล้วเขาไม่ได้ทำนา ถ้าปีนี้ไม่ได้ทำอีกก็คงไม่มีข้าวให้กินแล้ว เพราะในยุคนี้ผู้คนล้วนขาดแคลนข้าวกันทั้งนั้น ครั้นจะจ้างก็คงไม่มีเงิน อีกอย่างเขาคงอยากทำเอง อุดรฯ ก็แห้งแล้งเหลือเกิน แต่พอถึงฤดูน้ำหลากนาของสามีที่อยู่ติดกับลำน้ำปาวน้ำก็ท่วมขังทุกปี หากจะขอพี่น้องหรือพ่อแม่กิน พวกเขาก็คงไม่มีให้เพราะนาพวกเขาก็ท่วมเหมือนกัน ก่อนหน้าที่เขายังเดินได้ก็ยังพออยู่พอกิน ตอนนั้นเขาเลี้ยงดูลูกเมียได้เป็นอย่างดี เกสรยกมือขึ้นปาดน้ำตาซ้ายขวา วางกระเป๋าย่ามไว้บนคันนาถอดรองเท้าวางไว้ข้างย่ามแล้วเดินลงไปในแปลงนามุ่งหน้าไปหาสามีกับลูก เดือนยืนมองเธออยู่พักใหญ่เมื่อมั่นใจจึงตะโกนเรียกเสียงดัง “แม่!” จ๋อม! จ๋อม! จ๋อม! ดำและลูกชายต่างละสายตาจากดินที่ขุดอยู่แล้วมองไปตามเสียงฝีเท้าที่เดินในน้ำเข้ามาใกล้ “แม่!” ลูกทั้งสองวิ่งเข้าไปกอดแม่ซ้ายขวาด้วยความดีใจที่สุดในชีวิตที่เห็นแม่กลับมา น้ำตาของเธอก็ยิ่งไหลพรากออกมา ชาติที่แล้วเธอกล้าทิ้งเด็กน้อยหน้าตาน่ารักอย่างนี้ไปได้อย่างไร ถึงแม้ตอนนี้เนื้อตัวจะมอมแมมมากก็ตาม “แม่เกสรสวยขึ้น ขาวขึ้น” ดินบอกแม่ “จริงด้วยค่ะ พ่อบอกว่าแม่ไปทำงานที่กรุงเทพฯ เพื่อส่งเงินมาให้พวกเรา แม่ไปทำงานอะไรหรือคะ ทำไมสวยจัง” สิ้นคำลูกสาวน้ำตาก็ไหลทะลักออกมาเป็นสายยาว เขาคงไม่เคยบอกลูกในสิ่งที่เธอทำไม่ดีเอาไว้ และคงยังไม่กล้าบอกลูกเรื่องที่เธอเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อวาน “แม่…แม่ขอโทษนะลูก แม่ขอโทษที่ไม่ได้อยู่กับพวกหนู” เธอไม่รู้จะพูดคำไหนกับลูกดี ในใจตอนนี้รู้สึกผิดกับลูกกับสามีจนไม่อยากให้อภัยตัวเอง รู้สึกเกลียดตัวเองที่ทำตัวเหมือนสองปีที่ผ่านมา เป็นใครก็คงยากจะให้อภัย เห็นแม่สะอื้นหนัก ทั้งสองก็ทำได้เพียงใช้มือที่เปื้อนตมเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มให้แม่ จนหน้าขาวนวลของแม่เลอะไปด้วยดินโคลน เกสรเงยหน้าขึ้น ดวงหน้ายังเต็มไปด้วยน้ำตา ดวงตาพร่ามัวมองหน้าสามีนิ่ง ทั้งสองสบตากัน แววตาของเกสรเต็มไปด้วยคำว่าขอโทษเป็นล้านคำ ส่วนเขานั้นมองเธอด้วยสายตาเย็นชา ในดวงตาคมเข้มคู่นั้นไม่มีแม้แต่เงาของเธอหลงเหลืออยู่เลย เขาวางหน้านิ่งมาก มากเสียจนไม่รู้ว่าเขารู้สึกอย่างไรที่เห็นเธอกลับมา ใบหน้าเขายังหล่อเข้มเหมือนที่เธอเคยฝันถึง กรอบหน้าล้อมรอบไปด้วยเคราดกดำ ผมยาวมวยไว้ด้านหลังเหมือนคนป่า ผิวสีเข้มเพราะกรำแดดแต่เธอมองว่านั่นคือเสน่ห์ของเขา กล้ามเนื้อส่วนบนถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อผ้าฝ้ายแขนสั้นสีซีด กล้ามแขนเขายังดูแข็งแรงและบึกบึน ส่วนท่อนล่างมีกางเกงขายาวสีดำปิดบังไว้ เธอจึงมองไม่เห็นว่าขาของเขาเป็นอย่างไรบ้าง ขาข้างขวาของเขาจะลีบหรือไม่ เขาคงเกลียดเธอมาก และเธอคงไม่หวังให้เขาอภัยให้เธอในวันนี้ เกสรนั่งคุกเข่าลงในน้ำจนผ้าถุงเปียกชื้นเพื่อให้กอดลูกได้ถนัดขึ้น หอมแก้มลูกซ้ายขวาทั้งสองคน อยากขอบคุณคุณยายคนนั้นเหลือเกินที่ทำให้เธอได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง ถึงแม้ว่าต่อจากนี้ไปเธอไม่รู้ว่าต้องเจอกับอะไรบ้าง แม่ลูกทั้งสามต่างร้องไห้ไปด้วยกัน ดำละสายตาจากสามแม่ลูก ไม่มีเสียงใดหลุดออกจากปากของเขาแม้แต่คำเดียว มือหนาสับจอบลงบนหน้าดินแล้วค่อย ๆ คลานออกจากตรงนั้น ปีนขึ้นคันนาแล้วใช้แรงจากแขนทั้งสองข้างและขาข้างซ้ายส่งตัวเองเคลื่อนตัวไปตามคันนาที่มีแต่หญ้าขึ้นปกคลุม เขาไม่รู้ว่าเธอต้องการอะไร และไม่รู้ว่าเธอมาที่นี่เพราะเหตุผลอันใดอีก ทั้งที่วันนั้นเขาพูดชัดเจนแล้ว แต่คนอย่างเขาจะไม่มีวันเสียน้ำตาให้ใครเป็นครั้งที่สองอีก

พ่ายสวาทสาวอ้วน+หวานรักสาวอวบ
“ผมคิดถึงคุณ ผมปล่อยคุณไปไม่ได้จริงๆ ขนมผิง...อา” วิลเอ่ยเสียงพร่าพลางซุกไซ้ใบหน้าหล่อเหลาที่มีหนวดเครารกครึ้มกับใบหน้าสวย ก่อนจะเลื่อนไปยังซอกคอสั้นของสาวอ้วน “อื้อ ปะ...ปล่อยก่อนค่ะ มะ...มีอะไรเราคุยกันก่อนไหมคะคุณ อ้ะ...อ๊าย!” แล้วสาวจ้ำม่ำก็ร้องด้วยความตกใจเมื่อมือของเขาตะปบและขยำเต้าอวบอูมของเธอ “ผมคิดถึงคุณ ผมขอได้ไหม ไม่ไหวแล้วขนมผิง อื้ม...” *พ่ายสวาทสาวอ้วน -------------------------------- *หวานรักสาวอวบ “เฮียแฟรงค์จ้างอวบนะคะ คุณสมบัติอวบมีไม่เยอะหรอกค่ะ อวบก็แค่นอนกินบ้านกินเมือง อ้อ...ไม่นิยมกินแกลบนะคะ ถ้าจ้างอวบ เฮียแฟรงค์อาจจะล้มละลายได้เลยนะคะ เพราะกินดุค่ะ กินทุกอย่างที่ขวางหน้า กินไม่เหลือคราบอะไรงี้ค่ะ กินดุเหมือนหมูก็อวบหุ่นเหมือนหมู แต่ไม่กินรำนะจ๊ะเฮียแฟรงค์” คำพูดคำจาของน้องสาวข้างบ้านทำให้เขาแทบกุมขมับจนอยากจะเดินกลับบ้านไม่อยากพูดถึงข้อตกลงระหว่างตนและสาวเจ้าต่อ บอกเลยว่าเขา ‘กลัว’ กลัวถิรมนมากตอนนี้ และไม่ใช่มองไม่ออกว่าเธอคิดยังไงกับตัวเอง “เฮียแฟรงค์เงียบคือคิดหนักหรือประทับใจอวบคะถึงนิ่งใบ้กินแบบนี้” “เฮียจริงจังนะอวบ” เขาบอกเธออีกครั้งเมื่อเห็นเธอยังพูดเหมือนเป็นเรื่องตลกอยู่ “อวบก็จริงจังค่ะ ที่พูดมาน่ะจริงจังทุกอย่าง และถ้าเฮียจะให้อวบเป็นเมียเป็นไม้กันหมาให้ เฮียก็ต้องยอมหมดตัวนะคะ มีรถขายรถ มีบ้านขายบ้านเพื่อมาซื้อรำให้อวบกิน” คำพูดของเธอทำให้เขาเบนสายตาไปทางเพื่อนรัก พี่ชายของหญิงสาว “ถ้าไม่เลือกยัยอวบตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วนะไอ้แฟรงค์” คนเป็นพี่ชายของสาวอวบและเพื่อนสนิทตนดันเต็มที่และเขาเองก็มองไม่เห็นใครในเวลานี้ที่จะช่วยได้นอกจากเธออย่างที่จรณะบอกนั่นแหละ คงต้องเป็นยัยน้องสาวตัวอวบข้างบ้านนี้แล้ว “งั้นอวบก็พูดสิ่งที่อวบจะให้เฮียทำมา แล้วเฮียค่อยพูดเรื่องของเฮีย” สุดท้ายเขาต้องพึ่งพาเธอจริงๆ เพราะมีแค่เธอคนเดียวอย่างเพื่อนบอกนั่นแหละ “โอเคค่ะ เงินเดือนห้าหมื่นบาท ห้ามต่อรองถ้าจ่ายไม่ไหวก็เลิกคุยค่ะ” แม้จะแอบชอบแอบรักและโอกาสมาถึงหน้าบ้าน แต่เรื่องเงินก็สำคัญกว่าสำหรับเธอ แน่แหละเธองก “ตกลงห้าหมื่น แล้วห้าหมื่นเนี่ยทำอะไรได้บ้าง” ที่ถามเพราะมันต้องมีการแสดงโอบกอด หอมแก้มให้แม่เห็นบ้างเพื่อที่ท่านจะได้เชื่อว่าเขาและถิรมนนั้นรักกันจริงไม่ได้มาหลอก “ห้าหมื่นคือค่าจ้างรายเดือนค่ะเฮียแฟรงค์ ไม่รวมค่าอย่างอื่น ถ้าจับมือถือแขนคิดครั้งละห้าร้อย แต่ถ้ากอดจูบไซ้คอลูบคลำมีเซ็กซ์สำหรับเฮียแฟรงค์ฟรีค่ะ” สาวอวบพูดยิ้มๆ “อวบ!” สองเสียงเข้มเรียกชื่อยัยน้องพร้อมกัน แต่คนถูกเรียกปิดปากหัวเราะขำ คิกๆๆ “อวบพูดจริงนะคะเฮียโอบเฮียแฟรงค์ จับมือจับแขนครั้งละห้าร้อย กอดจูบลูบคลำไซ้คอมีเซ็กซ์ฟรีค่ะ ฟรีกับเฮียแฟรงค์คนเดียวค่ะ ว่าไงคะ รับได้ไหมคะเฮียแฟรงค์” คำพูดของยัยน้องน้อยทำเอาฐาปนัทหืดขึ้นคอจนติดอ่าง ส่วนจรณะเพื่อนรักเองก็คงรู้สึกเหมือนกันกับเขาเช่นกันในตอนนี้

จากนางแบบสู่สตรีอ้วนหมู่บ้านโจวตง
"สวัสดีค่ะ วันนี้หลิงหลิงจะมานำเสมอการออกกำลังกายเพื่อให้คุณมีหุ่นเหมือนหลิงหลิงค่าาาา" ทุกวันของซิงหลิงนอกจากงานถ่ายแบบเดินแบบที่เธอยึดเป็นอาชีพหลักแล้ว ก็คงเป็นอีกอย่างคือการถ่ายทอดชีวิตในแต่ละวันของเธอลงโซเซียลให้คนติดตาม ตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้า เธอเริ่มตั้งกล้องเพื่อให้ทุกคนได้เห็นว่าเธอดูแลตนเองเช่นไร ตั้งแต่ยาสีฟันที่ใช้เพื่อทำให้ฟันของเธอขาว (แต่ความจริงเธอก็เข้าคลินิกเพื่อทำวีเนียร์) หรือจะเป็นมาร์คหน้าที่ใช้ก่อนจะลงครีม ขั้นตอนการลงเซรั่มไปจนถึงครีม แม้แต่การแต่งหน้าที่ดูธรรมชาติจนเหมือนไม่ได้แต่ง เรื่องอาหารการกินเธอก็ทำเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกซื้อผัก เนื้อสัตว์ไปจนถึงปรุงสำเร็จ การออกกำลังกายควรออกท่าไหน เพื่อให้ส่วนใดกระชับ ชิงหลิงเธอทั้งตั้งกล้องตัดต่อด้วยตนเองทั้งสิ้น ทุกคลิปของเธอสร้างรายได้มหาศาลมากกว่าเงินค่าจ้างเดินแบบเสียอีก หากผู้ติดตามเบื่อคลิปรูปแบบเดิมๆ เธอก็ออกไปถ่ายสิ่งต่างๆ เพิ่มเติมอยู่เสมอ แม้กระทั่งการขุดรากบัวขึ้นมาทำแป้งรากบัวเพื่อสุขภาพ หรือจะเป็นสบู่ล้างหน้า อาบน้ำแบบออแกนิค เธอก็ถ่ายทำทุกขั้นตอนให้ได้ชม คนยุคใหม่ชื่นชอบคลิปของเธอมากนักจนมีคนทำตามวิธีของเธอจนสามารถเปลี่ยนรูปร่างได้จริง จนทำให้ชื่อเสียงของเธอเพิ่มขึ้นอีกมาก วันนี้ก็เช่นกัน ชิงหลิง ตื่นขึ้นมาตั้งกล้องทำทุกอย่างเช่นปกติ ทั้งยังพูดแนะนำไปตามแบบของเธอ จนเมื่อถึงตอนที่ไลฟ์สดกินอาหารเพื่อให้ทุกคนได้ดู ชิงหลิงอ่านทุกคอมเม้นและโต้ตอบกับผู้ติดตามเช่นปกติ “พี่หลิงหลิง ไม่กลัวอาหารติดคอหรือคะ พูดไปกินไป” “ฮ่า ฮ่า ไม่ค่ะ ทุกครั้งหลิงหลิงก็ทำแบบนี้ แต่ต้องเคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืนนะคะ” เธอขยิบตาให้กล้องอย่างซุกซน แต่แล้วเหตุการณ์ที่เธอไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นก็เกิด เนื้ออกไก่ชิ้นใหญ่หลุดเข้าไปในหลอดลมของเธอ คอมเม้นจากผู้ติดตาม กระหน่ำถามรัวๆ ว่าเธอเป็นอะไร ตอนนี้ชิงหลิง เธอหลบออกจากกล้อง เพราะเริ่มหายใจไม่ออก เธอพยายามล่วงคอเพื่อเอาเศษอาหารออกแต่ก็ไม่เป็นผล เธอใช้ท้องกระแทกกับพนักพิงของเก้าอี้อยู่หลายครั้ง แต่ที่ไม่ออกเสียที เพราะเธอไม่กล้าออกแรงมาก กลัวท้องจะเป็นรอยช้ำ เมื่อใส่เสื้อออกกำลังกายแล้วคนจะเห็น ครั้งนี้ชิงหลิงคิดน้อยไปเสียหน่อย เพราะมันไม่โชคดีเหมือนครั้งก่อนๆ เธอลืมหายใจไม่ออกจนล้มไปนั่งกลับพื้น เธอพยายามคลานไปที่โทรศัพท์เพื่อขอความช่วยเหลือจากผู้ติดตามที่กำลังดูไลฟ์สดอยู่ เพียงอีกแค่ช่วงมือเดียวที่เธอจะเอื้อมถึง แต่กลับหมดเรี่ยวแรงเสียก่อน เธอใช้แรงเฮือกสุดท้ายทุบไปที่โต๊ะทานอาหารเพื่อส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ มีหนึ่งในผู้ติดตามพบความผิดปกตินี้ แล้วโทรตามรถพยาบาลให้เธอ แต่อนิจจา ไม่มีผู้ใดรู้ที่อยู่ของเธอ เพราะเธอหวาดกลัวพวกโรคจิตที่ชอบส่งข้อความแปลกมาหาเธอ ทุกครั้งที่ถ่ายคลิปหรือไลฟ์สด เธอจะไม่ถ่ายมุมกว้างเพื่อให้ผู้อื่นรู้ที่อยู่ของเธอ ชิงหลิงสิ้นใจลงในห้องพักของเธอในเช้าวันนั้น กว่าผู้จัดการของเธอจะรู้เรื่องก็เกือบจะถึงเวลานัดเพื่อไปถ่ายงาน แต่เธอไม่มาเสียทีเขาจึงมาดูที่ห้อง ไลฟ์สดของเธอก็ยังเปิดอยู่พร้อมทั้งคอมเม้นที่ยังเด้งไม่หยุดเพื่อถามว่าเธอเป็นเช่นไรกันแน่

ชายาอัปลักษณ์ของท่านอ๋องรูปงาม2
“แต่งกับหญิงอัปลักษณ์ใบหน้าของนางน่าเกลียดน่ากลัวจนคนเห็นเป็นลมล้มพับไปก็หลายคนแล้ว ท่านอ๋องฝ่าบาททรงคิดอะไรอยู่”

เงารักเมียสมรส
“ในวันที่เขาเลือกแต่งงานกับเธอ… ไม่ใช่เพราะรัก แต่เพราะ ‘หน้าที่’ ในวันที่เธอตัดสินใจอยู่เคียงข้างเขา… ก็ไม่ใช่เพราะหวังสิ่งใด นอกจาก ‘หัวใจ’ แต่ในเงามืดของความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากพันธะสัญญา… กลับค่อยๆ ก่อตัวเป็นเงารัก ที่แม้แต่เจ้าของหัวใจยังไม่อาจปฏิเสธได้”

เราเลิกรักกันไปตอนไหน / Drama!
5ปีกับความรัก 5ปีกับชีวิตหลังแต่งงาน รักกันดี เป็นครอบครัวที่ใคร ๆ ก็อิจฉา แต่แล้วทุกอย่างมันก็เปลี่ยนไป มันรวดเร็วไปหมด จนเธอไม่รู้ว่า...เลิกรักกันไปตอนไหน
