หลังหย่าตามง้อ

ท่านอ๋อง! ข้า(ไม่)อยากเป็นชายาท่านแล้ว
คำโปรย เพราะกลเกมทางการเมืองเขาจำต้องรับนางไว้เป็นภรรยา ซ่างกวนถงไม่เคยหวังความรักจากหลี่จวิน จิ้นเป่ยอ๋องผู้ยิ่งใหญ่แห่งดินแดนเหนือ นางหวังเพียงชีวิตคู่ที่อยู่อย่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน ทว่าหลี่จวินไม่เคยมอบมันให้นางเลยจวบจนสิ้นลมหายใจ ย้อนเวลากลับมาครั้งนี้ ซ่างกวนถงจะไม่ยอมใช้ชีวิตเหมือนชาติที่แล้วอีกเป็นอันขาด ... “ถงถง นี่ข้าเอง” “ไสหัวไป!” ซ่างกวนถงตวาดลั่น “เฮอะ! ขนาดในฝันยังตามมาหลอกมาหลอนข้า” “ถงถง ใจเย็นก่อน นี่ข้าเอง สามีเจ้าอย่างไรเล่า” พอได้ยินคำว่า ‘สามี’ ซ่างกวนถงพลันหยุดดิ้น “สามีชาติสุนัขน่ะสิ ถุย!” หลี่จวิน “0_0” “ไม่เคยสนใจไยดีข้ายังจะกล้าเรียกตัวเองว่าสามีอีก ถุย!” หลี่จวิน “...” “ฮึ! เหตุใดข้าต้องมาแต่งให้คนอย่างเจ้าด้วย จะไปตายที่ไหนก็ไป ไสหัวไปให้พ้น!” หมายเหตุ : นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคลหรือสถานที่ใดทั้งสิ้น เนื้อหาไม่ดราม่า อ่านได้เรื่อยๆ แนวฟีลกู๊ด อบอุ่นหัวใจ พระเอกตามง้อเมีย

(จบแล้ว ) สยบรักสามีธงแดง
เรื่องย่อ “พริมไม่อยากเป็นเมียคุณแล้วค่ะ เราหย่ากันเถอะ!” สองปีที่ พริมา ยอมเป็นภรรยาที่แสนดี อดทนต่อความเย็นชา การดูถูก และการนอกใจของสามี เธอเคยคิดว่าแค่รักเขาให้มากพอ สักวันเขาคงเห็นคุณค่า แต่สำหรับ เพลิงกัลป์ ความรักของเธอกลับเป็นเพียงของตายที่เขาจะทำอย่างไรก็ได้! กระทั่งคืนหนึ่ง เธอโทรหาเขาถึง สิบสี่สาย แต่เขากลับเลือกปิดเสียงโทรศัพท์เพื่ออยู่กับผู้หญิงอีกคน โดยไม่รู้เลยว่าคืนนั้นภรรยาของเขาต้องสูญเสียอะไรไปบ้าง! พอแล้ว! เมียที่ดีไม่ได้แปลว่าต้องเป็นเมียที่โง่! เมื่อความอดทนสิ้นสุดลง พริมาก็ยื่นใบหย่า เก็บหัวใจที่แตกสลาย แล้วเดินออกจากชีวิตเขาอย่างไม่คิดหันกลับไปมอง ทว่าเมื่อผู้หญิงที่เคยรักเขาสุดหัวใจหมดรักขึ้นมาจริง ๆ ผู้ชายที่เคยหยิ่งผยองกลับเป็นฝ่ายแทบคลั่ง! เขาตามง้อ เฝ้าหวง และยอมทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อขอโอกาสอีกครั้ง แต่เสียใจด้วยนะคะ... “ตอนฉันรัก คุณเห็นฉันเป็นของตาย พอฉันหมดรักขึ้นมา คุณกลับทนไม่ได้เสียเอง!” ทีตอนมีเมียดี ๆ ไม่รู้จักรักษา! คราวนี้ต่อให้สามีธงแดงคุกเข่าขอร้อง เธอก็จะไม่ยอมกลับไปเป็นผู้หญิงที่ถูกเหยียบย่ำคนเดิมอีกแล้ว! เพราะครั้งนี้ คนที่ต้องเจ็บจนจำ จะไม่ใช่เธออีกต่อไป! ด้วยรัก จาก primพริมโรส *********** #จบดี พระเอกเลวแต่คลั่งรัก 55555 **** # นางเอกเอาคืนจนหมอบ…ยอมศิโรราบ # นางเอกสวย แซ่บ # เล่มเดียวจบ อ่านรวดเดียวฟิน ไม่ค้างคา…. # มี eBook + ตอนพิเศษหวานฉ่ำหลังแต่งงาน NC ร้อนแรง # อ่านให้สะใจถึง 120,000 คำ

เมื่อประธานเว่ยตกหลุมรัก(ภรรยาตัวเอง)
"เหยาอี้เถียน... จำไว้ว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็นแค่หน้าที่ ฉันให้เธอได้ทุกอย่างในฐานะนายหญิงตระกูลเว่ย... ยกเว้นเรื่องเดียวคือความรัก อย่าได้คิดเรียกร้องจากฉัน"

ทะลุมิติมาอยู่ในยุค80 ฉันจะเอาใบหย่าฟาดหน้าสามี
เมื่ออ่านนิยายจบยังแคลงใจกับชีวิตพี่สะใภ้พระเอกในนิยายไม่หยุด จนเดินไม่ดูทางถูกรถชนเข้าอย่างจัง! สงสัยสวรรค์ได้ยินคำด่าถึงส่งเธอมาแก้ไขชีวิตเฮงซวยของพี่สะใภ้ในเรื่อง งานนี้ฉันจะฟาดผัวกับแม่ผัวให้ยับ!!

เพราะเขาไม่เคยรัก
จู่ ๆ พอได้กันปุ๊บเขาก็เปลี่ยนไปจากฝ่าตีนเป็นเล็บขบ ไม่มีเหตุผล ไม่มีอารมณ์จะคุย อยากอยู่คนเดียวสักพัก นี่มันข้ออ้างของผู้ชายเฮงซวยที่จะเขี่ยทิ้งกันชัด ๆ

แผนลวงรักร้ายของคุณนายฟู่
คำโปรย เมื่อ 'เซี่ยหนิงซี' แสร้งบีบน้ำตาถือใบหย่าไปเยี่ยมสามีมหาเศรษฐีที่ประสบอุบัติเหตุ หวังฟันค่าเลี้ยงดูหมื่นล้านไปทำตามความฝันเปิดบาร์โฮสต์เจ็ดดาว แต่สวรรค์ดันเล่นตลกให้ 'ฟู่จินเฉิน' ฟื้นขึ้นมาพร้อมพลังอ่านใจคน งานนี้สามีหน้าตายจึงฉีกใบหย่าทิ้ง แล้วเปลี่ยนมาเปิดโหมดสายเปย์จอมเจ้าเล่ห์ ในเมื่อเธออยากได้เงิน เขาก็จะใช้ 'แบล็กการ์ด' และ 'ร่างกาย' ซื้อเธอไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้อีกตลอดชีวิต แนะนำเรื่อง 'เซี่ยหนิงซี' ทนสวมบทบาทคุณนายฟู่ผู้คลั่งรักและขี้หึงมาตลอดสองปี เป้าหมายของเธอมีเพียงหนึ่งเดียวคือ รอให้ 'ฟู่จินเฉิน' สามีมหาเศรษฐีผู้แสนเย็นชารำคาญจนยอมเซ็นใบหย่า เพื่อที่เธอจะได้กำเช็คเงินสดหมื่นล้านไปเปิด 'บาร์โฮสต์เจ็ดดาว' และใช้ชีวิตอย่างอิสระ โอกาสทองมาถึงเมื่อสามีประสบอุบัติเหตุรถชน เธอรีบหอบใบหย่าไปบีบน้ำตาอยู่ข้างเตียง แสร้งทำเป็นภรรยาผู้น่าสงสารที่พร้อมหลีกทางให้เขากับรักแรก แต่แผนการอันไร้ที่ติกลับพังพินาศ เมื่อฟู่จินเฉินฟื้นขึ้นมาพร้อมกับ 'พลังอ่านใจ' และได้ยินเสียงความหน้าเงินบวกกับความหื่นกามที่ดังก้องอยู่ในหัวของเธอชัดเจนทุกถ้อยคำ แทนที่ประธานหนุ่มจะรำคาญแล้วตวัดปากกาเซ็นใบหย่าฟาดหน้า เขากลับฉีกมันทิ้งอย่างไม่ไยดี จากสามีหน้าตายผู้หมางเมิน กลายร่างเป็นราชสีห์จอมเจ้าเล่ห์ที่ขยันสกินชิพ ขยันอ่อย แถมยังเปย์แบล็กการ์ดให้เธอรูดผลาญเล่นจนเซี่ยหนิงซีตั้งรับไม่ทัน เมื่อสคริปต์เมียขี้หึงถูกฉีกทิ้ง ภารกิจงัดสารพัดวิธีเพื่อบังคับให้เขาหย่าจึงเริ่มต้นขึ้น ทว่ายิ่งเธอพยายามผลักไสและหาเรื่องปวดหัวมาให้ เขาก็ยิ่งต้อนเธอให้จนมุมด้วยความอ่อนโยนและซิกซ์แพ็กแน่นเปรี๊ยะ งานนี้ไม่รู้ว่าคุณนายฟู่จะได้กำเช็คหมื่นล้านไปเปย์หนุ่มๆ บาร์โฮสต์ หรือจะโดน 'โฮสต์ส่วนตัว' ระดับวีวีไอพีอย่างคุณสามีจับกินจนหมดแรงหนีกัน

คุณสามีคะ เราหย่ากันเถอะ
ครอบครัวของ "ทิพย์วารี" สนิทสนมกับครอบครัว "หนึ่งนที" ผู้ใหญ่จึงจัดการแต่งงานให้คนทั้งสอง สามปีที่อยู่ด้วยกันเขาแทบไม่ทำหน้าที่สามีเลยสักครั้ง มีเพียงความเหินห่างและเย็นชา กระทั่งวันที่เธอเสียใจจากการถูกเขาเหยียบย้ำหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงเป็นฝ่ายเลือกเดินออกมาเอง โดยทิ้งไว้เพียงใบหย่าให้ดูต่างหน้า จนเขาต้องเป็นฝ่ายตามหาภรรยา ที่เพิ่งรู้ว่าเธอมีค่ากับตนมากแค่ไหนตอนที่กำลังจะเสียคนสำคัญไป

ตำแหน่งฮูหยินขอคืนให้คนรักของท่าน
ในขณะที่ข้ากำลังเจ็บปวดเพราะเลือดออกขณะตั้งครรภ์ ส่วนเขากลับไปพลอดรักอยู่กับรักแรก ข้าจึงตระหนักได้ชัดเจนว่า ความรักที่ข้าทุมเทให้เขาตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมานั้นไม่อาจสู้กับรักแรกที่หวนกลับมาซบอกเขาอีกครั้ง เมื่อท่านเลือกพานางเข้ามาข้าก็จะขอคืนตำแหน่งนี้ให้นางแล้วจากไป ทว่าในวันที่ข้าหายตัวไปเขากลับแทบคลั่ง ในเมื่อท่านรักนางมากเพียงนั้นเหตุใดต้องรั้งข้าไว้ข้างกายอีก

วิวาห์...ไร้เงาใจ
"น้ำตาหยดสุดท้ายแห้งเหือดไปพร้อมกับความรักที่เคยมี... 'มินตรา' เลือกเดินหันหลังให้กับคฤหาสน์หรูและสามีใจร้าย เพื่อปกป้องหนึ่งชีวิตในท้อง เธอสร้างโลกใบใหม่ที่เปี่ยมสุขด้วยสองมือแม่... แต่แล้วอดีตสามีกลับบุกมาทวงสิทธิ์ความเป็นพ่อ! เธอจะทำอย่างไร เมื่อกำแพงหัวใจที่สร้างไว้อย่างแน่นหนา กำลังถูกทลายลงด้วยความดีของคนที่เคยร้ายที่สุด"

แค่เมียในนาม
เราก็แค่จำใจทนอยู่กันไปเพื่อรอวันหย่า แต่การกระทำของเขากลับทำให้ฉันเผลอคิดเข้าข้างตัวเอง ยอมถลำก้าวขาเข้ากองไฟ พอรู้ตัวอีกทีก็ดันรู้ว่าที่ผ่านมา แม่ง ไม่มีอะไรจริงเลยสักอย่าง

ในวันที่ฉันเริ่มหมดใจ
"พอเถอะค่ะ คุณปุณณ์ ซีนเหนื่อย...เหนื่อย มาก ๆ" พสิกาหลับตาลงช้า ๆ เหมือนเหนื่อยเหลือเกิน "ซีน...ผมขอนะ ฟังผมก่อน...ได้ไหม" ปุณณวิชเอ่ยขอด้วยน้ำเสียงเว้าวอน เขาเซ็นไม่ได้ เซ็นไม่ได้จริง ๆ "ซีนบอกแล้วไงคะ ถ้าซีนออกจากบ้าน ซีนคิดดีแล้วและซีนไม่กลับไปอีก อย่ายื้อซีนเลยนะคะ ซีนอยากหลุดพ้นจากความรู้สึกบ้า ๆ นี้สักที ถ้าคุณยังรักซีน...ก็หย่าให้ซีนเถอะค่ะ" เธอเจ็บ เธอเหนื่อย จนไม่อยากไปต่อกับความสัมพันธ์นี้แล้วจริง ๆ ถ้าปุณณวิชยังต้องการยื้อเธอไว้ ทุกอย่างยิ่งแย่ ยิ่งหาทางออกที่สันติที่สุดไม่ได้ "ไม่นะซีน ผมไม่หย่า ผมรักคุณขนาดนี้ ผมจะหย่าได้ยังไง" เอาอุ้มลูกลุกจากเก้าอี้แล้วมายืนข้างเธอ อ้อนขอด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด พสิกาถอดถอนลมหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจ กว่าเธอจะตัดสินใจ กว่าจะคิดว่าตัวเองเข้มแข็งพอที่จะเดินออกมาจากความสัมพันธ์นี้ เธอต้องใช้ความกล้า ใช้กำลังใจที่มีอยู่น้อยนิดเพื่อประคองหัวใจที่มีแต่ความผิดหวัง ต่อให้ปุณณวิชยืนยันว่าไม่หย่า เธอก็จะทำทุกอย่างเพื่อหย่าขาดจากเขา "ถ้างั้น...ซีนฟ้องหย่านะคะ" คำพูดนั้นเบามาก แต่กลับทำให้คนฟังแทบร้องไห้ "ซีนไม่อยากระแวงอีกแล้ว ไม่อยากคอยปลอบใจตัวเองอีกแล้ว ไม่อยากเป็นคนที่ต้องพยายามเข้าใจอยู่ฝ่ายเดียว"

สัญญานางบำเรอ
เขากำลังจะหมั้น… แต่ยังสั่งให้เธอกลับไป ‘ทำหน้าที่’ ทุกคืน เหมือนเธอเป็นแค่ทรัพย์สินชิ้นหนึ่งที่เขาไม่เคยคิดปล่อยมือเท่านั้น +++++++++++++++++++++++++++++++++++ อลินดาเคยคิดว่าการอยู่ข้างเขามานานพอ… จะทำให้เขาหันมามองเธอในฐานะผู้หญิงสักครั้ง แต่เปล่าเลย... สี่ปีที่ทุ่มทั้งหัวใจ กลับเป็นได้แค่เพียงผู้หญิงในความลับเท่านั้น

ผัวเก่าอย่าเร้าหรือ
“เรนิศ” แต่งงานกับสามีอย่าง “อักษะ” มาหลายปี ทุ่มเทความรักและความเอาใจใส่ให้เขามากขนาดไหน อีกฝ่ายกลับไม่เคยสนใจ แถมยังเอาแต่ปกป้องผู้หญิงคนหนึ่งจนชีวิตคู่ของทั้งสองพังทลาย และถูกเขาจับขังไว้ที่เกาะส่วนตัวอีก! ช่วงสุดท้ายของชีวิตนอกจากจะตรอมใจตายแล้วก็ไม่มีโอกาสแม้แต่จะไปเยี่ยมงานศพของลุงที่เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เด็ก เพียงเพราะสามีกลัวว่าเธอจะไปทำร้ายผู้หญิงคนนั้น พอได้ย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง หนึ่งปีก่อนที่จะถูกเขาจับขังไว้บนเกาะ เรนิศไม่รอช้ารีบขอหย่าทันที! เธอไม่หวังจะแก้แค้นหรือเอาคืนอะไรทั้งนั้น ชีวิตนี้ขออยู่อย่างสงบสุข อดีตสามีอย่างอักษะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเธออีกต่อไปแล้ว ทั้งสองเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่เคยอาศัยอยู่บ้านเดียวกันก็เท่านั้น แต่ในวันหนึ่งขณะที่ฝนตกกระหน่ำ กลับมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นไม่หยุด ชายร่างกายกำยำสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลา กำลังคุกเข่าอ้อนวอนที่หน้าประตู หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่าในแววตาคู่นั้นกำลังเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา “เรนิศ พี่ยอมหมดแล้ว กลับบ้านเรานะครับคนดี”

หวนกลับมาครานี้ไม่เป็นแล้วภรรยาชั่วร้าย
โปรย: ปางก่อนเธอเคยละเลยเขากับลูก เมื่อได้มีโอกาสย้อนกลับไปแก้ไขชะตาอีกครั้งเธอจำต้องทำทุกอย่างเพื่อให้เขาอภัยให้กับผู้หญิงชั่วร้ายอย่างเธอ .................... นิยายเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่พระเอกพิการนะคะ พื้นที่ยังคงเป็นภาคอีสาน เกี่ยวกับวิถีชาวบ้านและความเป็นอยู่ อ่านได้เรื่อย ๆ ค่ะ เป็นเรื่องสั้น ๆ ไม่น่าจะเกินหกหมื่นคำค่ะ กชกรได้ย้อนกลับไปแก้ไขอดีตที่เธอเคยทำไม่ดีกับลูกกับสามี โดยเธอต้องทำงานหนักทุกอย่าง เพราะเธอกลับไปคราวนี้พบว่าสามีของเธอพิการและต้องเลี้ยงลูกสองคนเพียงลำพัง ไปติดตามกันค่ะ ว่าเธอจะเอาชนะใจสามีได้หรือไม่ ………………………………. เท้าของเธอหยุดเดินและยืนอยู่บนคันนาเมื่อมาถึงนาของสามีที่ส่วนลุ่มอยู่ติดกับลำน้ำปาว ส่วนนาดอนด้านบนติดกับนาเธอ ใบตองพลวงหลุดจากมือตอนไหนเธอไม่ได้รู้ตัวเลย น้ำตารินไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ สามีกับลูกทั้งสองกำลังช่วยพ่อขุดดินและปักดำต้นกล้าลงไป ลูกชายคนโตกำลังใช้จอบเล็กขุดดินส่วนคนเล็กใช้เสียมขุดบางครั้งก็นั่งลงแช่ในน้ำ เดือนลูกสาวคนเล็กก็ทำตามประสาเด็กคงไม่ได้ช่วยพ่อมากนัก ในแปลงนามีน้ำท่วมถึงตาตุ่ม สามีใช้จอบเล่มใหญ่เขานั่งคุกเข่าด้วยขาข้างซ้ายลากขาอีกข้างตามไปอย่างทุลักทุเล เนื้อตัวพ่อลูกทั้งสามคนเต็มไปด้วยโคลนตม ปีที่แล้วเขาไม่ได้ทำนา ถ้าปีนี้ไม่ได้ทำอีกก็คงไม่มีข้าวให้กินแล้ว เพราะในยุคนี้ผู้คนล้วนขาดแคลนข้าวกันทั้งนั้น ครั้นจะจ้างก็คงไม่มีเงิน อีกอย่างเขาคงอยากทำเอง อุดรฯ ก็แห้งแล้งเหลือเกิน แต่พอถึงฤดูน้ำหลากนาของสามีที่อยู่ติดกับลำน้ำปาวน้ำก็ท่วมขังทุกปี หากจะขอพี่น้องหรือพ่อแม่กิน พวกเขาก็คงไม่มีให้เพราะนาพวกเขาก็ท่วมเหมือนกัน ก่อนหน้าที่เขายังเดินได้ก็ยังพออยู่พอกิน ตอนนั้นเขาเลี้ยงดูลูกเมียได้เป็นอย่างดี เกสรยกมือขึ้นปาดน้ำตาซ้ายขวา วางกระเป๋าย่ามไว้บนคันนาถอดรองเท้าวางไว้ข้างย่ามแล้วเดินลงไปในแปลงนามุ่งหน้าไปหาสามีกับลูก เดือนยืนมองเธออยู่พักใหญ่เมื่อมั่นใจจึงตะโกนเรียกเสียงดัง “แม่!” จ๋อม! จ๋อม! จ๋อม! ดำและลูกชายต่างละสายตาจากดินที่ขุดอยู่แล้วมองไปตามเสียงฝีเท้าที่เดินในน้ำเข้ามาใกล้ “แม่!” ลูกทั้งสองวิ่งเข้าไปกอดแม่ซ้ายขวาด้วยความดีใจที่สุดในชีวิตที่เห็นแม่กลับมา น้ำตาของเธอก็ยิ่งไหลพรากออกมา ชาติที่แล้วเธอกล้าทิ้งเด็กน้อยหน้าตาน่ารักอย่างนี้ไปได้อย่างไร ถึงแม้ตอนนี้เนื้อตัวจะมอมแมมมากก็ตาม “แม่เกสรสวยขึ้น ขาวขึ้น” ดินบอกแม่ “จริงด้วยค่ะ พ่อบอกว่าแม่ไปทำงานที่กรุงเทพฯ เพื่อส่งเงินมาให้พวกเรา แม่ไปทำงานอะไรหรือคะ ทำไมสวยจัง” สิ้นคำลูกสาวน้ำตาก็ไหลทะลักออกมาเป็นสายยาว เขาคงไม่เคยบอกลูกในสิ่งที่เธอทำไม่ดีเอาไว้ และคงยังไม่กล้าบอกลูกเรื่องที่เธอเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อวาน “แม่…แม่ขอโทษนะลูก แม่ขอโทษที่ไม่ได้อยู่กับพวกหนู” เธอไม่รู้จะพูดคำไหนกับลูกดี ในใจตอนนี้รู้สึกผิดกับลูกกับสามีจนไม่อยากให้อภัยตัวเอง รู้สึกเกลียดตัวเองที่ทำตัวเหมือนสองปีที่ผ่านมา เป็นใครก็คงยากจะให้อภัย เห็นแม่สะอื้นหนัก ทั้งสองก็ทำได้เพียงใช้มือที่เปื้อนตมเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มให้แม่ จนหน้าขาวนวลของแม่เลอะไปด้วยดินโคลน เกสรเงยหน้าขึ้น ดวงหน้ายังเต็มไปด้วยน้ำตา ดวงตาพร่ามัวมองหน้าสามีนิ่ง ทั้งสองสบตากัน แววตาของเกสรเต็มไปด้วยคำว่าขอโทษเป็นล้านคำ ส่วนเขานั้นมองเธอด้วยสายตาเย็นชา ในดวงตาคมเข้มคู่นั้นไม่มีแม้แต่เงาของเธอหลงเหลืออยู่เลย เขาวางหน้านิ่งมาก มากเสียจนไม่รู้ว่าเขารู้สึกอย่างไรที่เห็นเธอกลับมา ใบหน้าเขายังหล่อเข้มเหมือนที่เธอเคยฝันถึง กรอบหน้าล้อมรอบไปด้วยเคราดกดำ ผมยาวมวยไว้ด้านหลังเหมือนคนป่า ผิวสีเข้มเพราะกรำแดดแต่เธอมองว่านั่นคือเสน่ห์ของเขา กล้ามเนื้อส่วนบนถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อผ้าฝ้ายแขนสั้นสีซีด กล้ามแขนเขายังดูแข็งแรงและบึกบึน ส่วนท่อนล่างมีกางเกงขายาวสีดำปิดบังไว้ เธอจึงมองไม่เห็นว่าขาของเขาเป็นอย่างไรบ้าง ขาข้างขวาของเขาจะลีบหรือไม่ เขาคงเกลียดเธอมาก และเธอคงไม่หวังให้เขาอภัยให้เธอในวันนี้ เกสรนั่งคุกเข่าลงในน้ำจนผ้าถุงเปียกชื้นเพื่อให้กอดลูกได้ถนัดขึ้น หอมแก้มลูกซ้ายขวาทั้งสองคน อยากขอบคุณคุณยายคนนั้นเหลือเกินที่ทำให้เธอได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง ถึงแม้ว่าต่อจากนี้ไปเธอไม่รู้ว่าต้องเจอกับอะไรบ้าง แม่ลูกทั้งสามต่างร้องไห้ไปด้วยกัน ดำละสายตาจากสามแม่ลูก ไม่มีเสียงใดหลุดออกจากปากของเขาแม้แต่คำเดียว มือหนาสับจอบลงบนหน้าดินแล้วค่อย ๆ คลานออกจากตรงนั้น ปีนขึ้นคันนาแล้วใช้แรงจากแขนทั้งสองข้างและขาข้างซ้ายส่งตัวเองเคลื่อนตัวไปตามคันนาที่มีแต่หญ้าขึ้นปกคลุม เขาไม่รู้ว่าเธอต้องการอะไร และไม่รู้ว่าเธอมาที่นี่เพราะเหตุผลอันใดอีก ทั้งที่วันนั้นเขาพูดชัดเจนแล้ว แต่คนอย่างเขาจะไม่มีวันเสียน้ำตาให้ใครเป็นครั้งที่สองอีก

ทะลุมิติมาเป็นแม่ลูกอ่อนหย่าสามีพร้อมมิติซุปเปอร์มาร์เก็ต ยุค 90
"เพียงเพราะอ้วนทำให้เขาอับอาย ชะตาเปลี่ยนผันเมื่อให้วิญญาณของอีกมิติหนึ่งเข้ามาเปลี่ยนแปลงความเป็นอยู่แถมมีมิติซุปเปอร์มาเก็ตติดตัวมาด้วย ต่อจากนี้เธอจะหย่าและเลี้ยงลูกเองโดยไม่ง้อเขาสักนิด" บทนำ มีมี่สาวออฟฟิศกำลังเดินทางกลับบ้านแต่ใครจะไปรู้ว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่เธอได้มีชีวิตอยู่ในมิตินี้ เพราะเธอยังไม่ถึงบ้านต้องถูกรถชนเข้าจนร่างกายของเธอกระเด็นทำให้เธอในโลกนี้ไม่มีลมหายใจอีกต่อไป แต่เรื่องเหลือเชื่อก็เกิดขึ้นกับเธอ เมื่อเธอลืมตามาอีกครั้งได้เข้ามาอยู่ในร่างกายที่อวบอ้วนอีกทั้งยังท้องอีกด้วย แต่ที่น่าเจ็บใจคือคนที่เธอสามีเจ้าของร่างนี้ไม่เคยสนใจใยดีเธอเลยแม้แต่น้อย แถมยังเป็นคนที่ทำให้ฟู่เยี่ยนเจ้าของร่างตัวจริงเป็นลมล้มพับกลางถนน เมื่อเธอเข้ามาอยู่ในร่างนี้เธอจะไม่ยอมกลับไปให้เขาทำร้ายจิตใจอีกต่อไป เรื่องที่เธอท้องเธอก็จะไม่บอกให้เขาได้รับรู้ เธอกลับบ้านพร้อมหย่ากับเขาความโชคดีเกิดขึ้นกับเธออีกครั้งเมื่อเธอกำลังเก็บของออกจากบ้านของเว่ยเสี่ยวฮั่ว หรือเสี่ยวฮั่วนายพลใหญ่ที่ไร้หัวใจ มิติได้ปรากฎขึ้นตรงหน้าของเธอต่อจากนี้เธอมีหนทางหาเงินและเธอจะร่ำรวยเลี้ยงลูกเพียงลำพังโดยไม่แยแสเขาแม้แต่น้อย นิยายเรื่องนี้แต่งตามจินตนาการของนักเขียนเท่านั้นโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537

พ่ายสวาทสาวอ้วน+หวานรักสาวอวบ
“ผมคิดถึงคุณ ผมปล่อยคุณไปไม่ได้จริงๆ ขนมผิง...อา” วิลเอ่ยเสียงพร่าพลางซุกไซ้ใบหน้าหล่อเหลาที่มีหนวดเครารกครึ้มกับใบหน้าสวย ก่อนจะเลื่อนไปยังซอกคอสั้นของสาวอ้วน “อื้อ ปะ...ปล่อยก่อนค่ะ มะ...มีอะไรเราคุยกันก่อนไหมคะคุณ อ้ะ...อ๊าย!” แล้วสาวจ้ำม่ำก็ร้องด้วยความตกใจเมื่อมือของเขาตะปบและขยำเต้าอวบอูมของเธอ “ผมคิดถึงคุณ ผมขอได้ไหม ไม่ไหวแล้วขนมผิง อื้ม...” *พ่ายสวาทสาวอ้วน -------------------------------- *หวานรักสาวอวบ “เฮียแฟรงค์จ้างอวบนะคะ คุณสมบัติอวบมีไม่เยอะหรอกค่ะ อวบก็แค่นอนกินบ้านกินเมือง อ้อ...ไม่นิยมกินแกลบนะคะ ถ้าจ้างอวบ เฮียแฟรงค์อาจจะล้มละลายได้เลยนะคะ เพราะกินดุค่ะ กินทุกอย่างที่ขวางหน้า กินไม่เหลือคราบอะไรงี้ค่ะ กินดุเหมือนหมูก็อวบหุ่นเหมือนหมู แต่ไม่กินรำนะจ๊ะเฮียแฟรงค์” คำพูดคำจาของน้องสาวข้างบ้านทำให้เขาแทบกุมขมับจนอยากจะเดินกลับบ้านไม่อยากพูดถึงข้อตกลงระหว่างตนและสาวเจ้าต่อ บอกเลยว่าเขา ‘กลัว’ กลัวถิรมนมากตอนนี้ และไม่ใช่มองไม่ออกว่าเธอคิดยังไงกับตัวเอง “เฮียแฟรงค์เงียบคือคิดหนักหรือประทับใจอวบคะถึงนิ่งใบ้กินแบบนี้” “เฮียจริงจังนะอวบ” เขาบอกเธออีกครั้งเมื่อเห็นเธอยังพูดเหมือนเป็นเรื่องตลกอยู่ “อวบก็จริงจังค่ะ ที่พูดมาน่ะจริงจังทุกอย่าง และถ้าเฮียจะให้อวบเป็นเมียเป็นไม้กันหมาให้ เฮียก็ต้องยอมหมดตัวนะคะ มีรถขายรถ มีบ้านขายบ้านเพื่อมาซื้อรำให้อวบกิน” คำพูดของเธอทำให้เขาเบนสายตาไปทางเพื่อนรัก พี่ชายของหญิงสาว “ถ้าไม่เลือกยัยอวบตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วนะไอ้แฟรงค์” คนเป็นพี่ชายของสาวอวบและเพื่อนสนิทตนดันเต็มที่และเขาเองก็มองไม่เห็นใครในเวลานี้ที่จะช่วยได้นอกจากเธออย่างที่จรณะบอกนั่นแหละ คงต้องเป็นยัยน้องสาวตัวอวบข้างบ้านนี้แล้ว “งั้นอวบก็พูดสิ่งที่อวบจะให้เฮียทำมา แล้วเฮียค่อยพูดเรื่องของเฮีย” สุดท้ายเขาต้องพึ่งพาเธอจริงๆ เพราะมีแค่เธอคนเดียวอย่างเพื่อนบอกนั่นแหละ “โอเคค่ะ เงินเดือนห้าหมื่นบาท ห้ามต่อรองถ้าจ่ายไม่ไหวก็เลิกคุยค่ะ” แม้จะแอบชอบแอบรักและโอกาสมาถึงหน้าบ้าน แต่เรื่องเงินก็สำคัญกว่าสำหรับเธอ แน่แหละเธองก “ตกลงห้าหมื่น แล้วห้าหมื่นเนี่ยทำอะไรได้บ้าง” ที่ถามเพราะมันต้องมีการแสดงโอบกอด หอมแก้มให้แม่เห็นบ้างเพื่อที่ท่านจะได้เชื่อว่าเขาและถิรมนนั้นรักกันจริงไม่ได้มาหลอก “ห้าหมื่นคือค่าจ้างรายเดือนค่ะเฮียแฟรงค์ ไม่รวมค่าอย่างอื่น ถ้าจับมือถือแขนคิดครั้งละห้าร้อย แต่ถ้ากอดจูบไซ้คอลูบคลำมีเซ็กซ์สำหรับเฮียแฟรงค์ฟรีค่ะ” สาวอวบพูดยิ้มๆ “อวบ!” สองเสียงเข้มเรียกชื่อยัยน้องพร้อมกัน แต่คนถูกเรียกปิดปากหัวเราะขำ คิกๆๆ “อวบพูดจริงนะคะเฮียโอบเฮียแฟรงค์ จับมือจับแขนครั้งละห้าร้อย กอดจูบลูบคลำไซ้คอมีเซ็กซ์ฟรีค่ะ ฟรีกับเฮียแฟรงค์คนเดียวค่ะ ว่าไงคะ รับได้ไหมคะเฮียแฟรงค์” คำพูดของยัยน้องน้อยทำเอาฐาปนัทหืดขึ้นคอจนติดอ่าง ส่วนจรณะเพื่อนรักเองก็คงรู้สึกเหมือนกันกับเขาเช่นกันในตอนนี้

จากนางแบบสู่สตรีอ้วนหมู่บ้านโจวตง
"สวัสดีค่ะ วันนี้หลิงหลิงจะมานำเสมอการออกกำลังกายเพื่อให้คุณมีหุ่นเหมือนหลิงหลิงค่าาาา" ทุกวันของซิงหลิงนอกจากงานถ่ายแบบเดินแบบที่เธอยึดเป็นอาชีพหลักแล้ว ก็คงเป็นอีกอย่างคือการถ่ายทอดชีวิตในแต่ละวันของเธอลงโซเซียลให้คนติดตาม ตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้า เธอเริ่มตั้งกล้องเพื่อให้ทุกคนได้เห็นว่าเธอดูแลตนเองเช่นไร ตั้งแต่ยาสีฟันที่ใช้เพื่อทำให้ฟันของเธอขาว (แต่ความจริงเธอก็เข้าคลินิกเพื่อทำวีเนียร์) หรือจะเป็นมาร์คหน้าที่ใช้ก่อนจะลงครีม ขั้นตอนการลงเซรั่มไปจนถึงครีม แม้แต่การแต่งหน้าที่ดูธรรมชาติจนเหมือนไม่ได้แต่ง เรื่องอาหารการกินเธอก็ทำเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกซื้อผัก เนื้อสัตว์ไปจนถึงปรุงสำเร็จ การออกกำลังกายควรออกท่าไหน เพื่อให้ส่วนใดกระชับ ชิงหลิงเธอทั้งตั้งกล้องตัดต่อด้วยตนเองทั้งสิ้น ทุกคลิปของเธอสร้างรายได้มหาศาลมากกว่าเงินค่าจ้างเดินแบบเสียอีก หากผู้ติดตามเบื่อคลิปรูปแบบเดิมๆ เธอก็ออกไปถ่ายสิ่งต่างๆ เพิ่มเติมอยู่เสมอ แม้กระทั่งการขุดรากบัวขึ้นมาทำแป้งรากบัวเพื่อสุขภาพ หรือจะเป็นสบู่ล้างหน้า อาบน้ำแบบออแกนิค เธอก็ถ่ายทำทุกขั้นตอนให้ได้ชม คนยุคใหม่ชื่นชอบคลิปของเธอมากนักจนมีคนทำตามวิธีของเธอจนสามารถเปลี่ยนรูปร่างได้จริง จนทำให้ชื่อเสียงของเธอเพิ่มขึ้นอีกมาก วันนี้ก็เช่นกัน ชิงหลิง ตื่นขึ้นมาตั้งกล้องทำทุกอย่างเช่นปกติ ทั้งยังพูดแนะนำไปตามแบบของเธอ จนเมื่อถึงตอนที่ไลฟ์สดกินอาหารเพื่อให้ทุกคนได้ดู ชิงหลิงอ่านทุกคอมเม้นและโต้ตอบกับผู้ติดตามเช่นปกติ “พี่หลิงหลิง ไม่กลัวอาหารติดคอหรือคะ พูดไปกินไป” “ฮ่า ฮ่า ไม่ค่ะ ทุกครั้งหลิงหลิงก็ทำแบบนี้ แต่ต้องเคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืนนะคะ” เธอขยิบตาให้กล้องอย่างซุกซน แต่แล้วเหตุการณ์ที่เธอไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นก็เกิด เนื้ออกไก่ชิ้นใหญ่หลุดเข้าไปในหลอดลมของเธอ คอมเม้นจากผู้ติดตาม กระหน่ำถามรัวๆ ว่าเธอเป็นอะไร ตอนนี้ชิงหลิง เธอหลบออกจากกล้อง เพราะเริ่มหายใจไม่ออก เธอพยายามล่วงคอเพื่อเอาเศษอาหารออกแต่ก็ไม่เป็นผล เธอใช้ท้องกระแทกกับพนักพิงของเก้าอี้อยู่หลายครั้ง แต่ที่ไม่ออกเสียที เพราะเธอไม่กล้าออกแรงมาก กลัวท้องจะเป็นรอยช้ำ เมื่อใส่เสื้อออกกำลังกายแล้วคนจะเห็น ครั้งนี้ชิงหลิงคิดน้อยไปเสียหน่อย เพราะมันไม่โชคดีเหมือนครั้งก่อนๆ เธอลืมหายใจไม่ออกจนล้มไปนั่งกลับพื้น เธอพยายามคลานไปที่โทรศัพท์เพื่อขอความช่วยเหลือจากผู้ติดตามที่กำลังดูไลฟ์สดอยู่ เพียงอีกแค่ช่วงมือเดียวที่เธอจะเอื้อมถึง แต่กลับหมดเรี่ยวแรงเสียก่อน เธอใช้แรงเฮือกสุดท้ายทุบไปที่โต๊ะทานอาหารเพื่อส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ มีหนึ่งในผู้ติดตามพบความผิดปกตินี้ แล้วโทรตามรถพยาบาลให้เธอ แต่อนิจจา ไม่มีผู้ใดรู้ที่อยู่ของเธอ เพราะเธอหวาดกลัวพวกโรคจิตที่ชอบส่งข้อความแปลกมาหาเธอ ทุกครั้งที่ถ่ายคลิปหรือไลฟ์สด เธอจะไม่ถ่ายมุมกว้างเพื่อให้ผู้อื่นรู้ที่อยู่ของเธอ ชิงหลิงสิ้นใจลงในห้องพักของเธอในเช้าวันนั้น กว่าผู้จัดการของเธอจะรู้เรื่องก็เกือบจะถึงเวลานัดเพื่อไปถ่ายงาน แต่เธอไม่มาเสียทีเขาจึงมาดูที่ห้อง ไลฟ์สดของเธอก็ยังเปิดอยู่พร้อมทั้งคอมเม้นที่ยังเด้งไม่หยุดเพื่อถามว่าเธอเป็นเช่นไรกันแน่

ชายาอัปลักษณ์ของท่านอ๋องรูปงาม2
“แต่งกับหญิงอัปลักษณ์ใบหน้าของนางน่าเกลียดน่ากลัวจนคนเห็นเป็นลมล้มพับไปก็หลายคนแล้ว ท่านอ๋องฝ่าบาททรงคิดอะไรอยู่”

ปราบพยัคฆ์ แม่ทัพตัวร้าย
ซุนเหยา เธอเรียนจบด้านการตลาด และด้วยความชื่นชอบด้านอาหาร เธอจึงเลือกที่จะเปิดร้านอาหาร ทั้งรสชาติอาหารที่ถูกปากทุกช่วงวัย ภายในร้านของเธอยังตกแต่งได้อย่างสวยงาม มุมต่างๆ ของร้านจึงดึงดูดใจให้คนเข้ามานั่งกินและถ่ายรูปลงโซเซียล เพียงไม่กี่เดือนร้านของเธอก็เป็นที่พูดถึง จนทำให้เกิดสาขาอื่นๆ ตามมา ซุนเหยาเธอจึงต้องเดินทางไปตรวจร้านตามสาขาต่างๆ เพื่อคงมาตรฐานเดิมไว้ได้มากที่สุด วันนี้ซุนเหยารู้สึกมึนหัว แต่ผู้จัดการโทรมาหาเธอ เรื่องให้เข้ามาตรวจสินค้าที่สั่งซื้อมาตุนไว้ในโกดัง เธอจำต้องแบกสังขารขึ้นรถไปที่โกดังนอกเมืองปักกิ่งทันที ภายในโกดังขนาดใหญ่ ซุนเหยาเดินตามผู้จัดการ เพื่อดูสินค้าที่สั่งมาว่ามีคุณภาพหรือไม่ หากพบว่าไม่ได้คุณภาพจะได้แจ้งเปลี่ยนได้ทัน เธอไม่ได้มีเพียงโกดังเดียว เมื่อมีสาขาจำนวนมาก ย่อมต้องมีหลายโกดัง เพื่อกักตุนสินค้าให้เพียงพอกับทุกสาขา “โอ๊ยย” ซุนเหยาร้องออกมาเบาๆ เมื่อข้อมือของเธอไปเกี่ยวเข้ากับชั้นวางของจนเลือดไหลซึมออกมา “คุณเหยา ทำแผลก่อนไหมครับ” ผู้จัดการมองข้อมือขาวงามอย่างเป็นห่วง “ไม่เป็นไรค่ะ ตรวจงานให้เสร็จก่อน แผลแค่นี้ ไม่เป็นไรมากค่ะ” เธอหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมามัดข้อมือไว้ ซุนเหยาเธอไม่ได้สังเกตเลยว่ากำไลหยกที่ได้มาจากคุณย่ามันเปล่งแสงออกมาวูบหนึ่งก่อนจะหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เมื่อเดินตรวจของจนเสร็จ ซุนเหยาก็บอกลาผู้จัดการ แล้วขึ้นรถกลับบ้านทันที ยังดีที่เธอมีคนขับรถ ไม่เช่นนั้นวันนี้เธอคงขับรถเองไม่ไหว หลายวันที่ผ่านมา ซุนเหยามัววุ่นวายอยู่กับการเปิดร้านสาขาใหม่ที่ปักกิ่ง สาขานี้เธอตั้งใจอย่างมาก เพราะมีขนาดใหญ่กว่าทุกสาขาที่เปิดมา เธอตรวจงานด้วยตนเอง ทำให้หลายวันที่ผ่านมาเธอแทบจะไม่ได้พักผ่อนเลยสักนิด เมื่อขึ้นรถได้ เธอก็หลับเป็นตาย ซุนเหยาขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์ เมื่อเธอได้ยินเสียงเพลงแปลก ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน “คุณโจว คุณช่วยปิดเพลงให้ฉันหน่อยค่ะ” เธอพูดสั่งคนขับรถ เพราะตอนนี้เขากำลังกวนเวลานอนของเธออยู่ “...” ซุนเหยาเริ่มจะทนไม่ไหว กับเสียงเพลงที่ไม่ได้เบาลงเลย เธอจึงลืมตาขึ้นมาอย่างโมโหคิดจะต่อว่าคุณโจวเสียหน่อย แต่แล้วดวงตาคู่งามกลับเบิกกว้างอย่างตกตะลึง ความจริงเธอต้องอยู่ในรถหรูที่กำลังเดินทางกลับบ้าน แต่ในตอนนี้ เธอกำลังนั่งอยู่ในกล่องสีแดง ซุนเหยารีบเปิดผ้าม่านเพื่อมองออกไปด้านนอก เธออยากจะรู้ว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน แล้วเกิดเรื่องอะไรขึ้น ทำไมเธอถึงได้ใส่ชุดแดงที่เหมือนจะเป็นชุดเจ้าสาว “คุณหนูห้ามเปิดผ้าม่านเจ้าค่ะ” เสียงร้องตำหนิซุนเหยาดังขึ้น จนเธอต้องหดมือกลับอย่างทำตัวไม่ถูก ไม่สิ ไม่ใช่ ต้องมีคนแกล้งเธอแน่นอน หรือจะเป็นเพื่อนสนิทของเธอ ที่เห็นเธอยุ่งกับงานจนไม่หาแฟนเสียที แต่เธอก็ไม่น่าจะไม่รู้ตัวถึงขนาดที่คนแต่งตัวแต่งหน้าให้แล้วยังหลับได้อีก แม้กระทั่งเกี้ยวหยุดลง มีคนเข้ามาประคองซุนเหยาลงจากเกี้ยวจนไปถึงทำพิธีกราบไหว้ฟ้าดิน ซุนเหยาเธอก็ยังไม่ได้สติ เหมือนกับว่าเธอล่องลอยตามการชักจูงของผู้ที่ประคองเธออยู่เท่านั้น เมื่อเข้ามานั่งรออยู่ในห้องหอ เธอก็ยังมึนงงอย่างไม่เข้าใจ พอได้ยินเสียงเปิดประตูห้อง ซุนเหยากำลังจะอ้าปากถามว่าที่นี่ที่ไหน แล้วเธอมาอยู่ในที่แบบนี้ได้อย่างไร เสียงเย็นชาก็เอ่ยขึ้นกับเธอเสียก่อน “ในเมื่อเจ้าแต่งเข้ามาเป็นฮูหยินของข้าแล้ว ก็จงอยู่ดูแลจวน ดูแลมารดาของข้าให้ดี ข้ายังมีเรื่องที่ต้องจัดการที่ชายแดน” ซุนเหยายังไม่ทันได้อ้าปากถาม เขาก็ปิดประตูแล้วเดินออกไปเสียแล้ว แม้แต่ผ้าคลุมหน้าที่ปิดบังใบหน้าของเธออยู่ก็ยังไม่ถูกเปิด ซุนเหยามึนงง จนแปรเปลี่ยนเป็นความโมโห “เป็นใครมาพูดกับฉันแบบนี้” เธอดึงผ้าคลุมหน้าออกแล้วปาลงพื้น ก่อนจะเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้งแล้วถอดเครื่องประดับออกทั้งหมด “เล่นบ้าอะไรกัน ออกมาเฉลยได้แล้ว ฉันชักไม่สนุกด้วยแล้ว” เธอตะโกนร้องออกมาอย่างหัวเสีย คำพูดของชายคนเมื่อครู่ทำให้เธออยากจะวิ่งเข้าไปข่วนหน้าของเขา กล้าดียังไงมาให้เธออยู่ดูแลบ้านดูแลแม่ของเขา เดี๋ยว เดี๋ยวก่อน เขาพูดว่าจวนไม่ใช่บ้าน ซุนเหยาเหมือนได้สติ เธอมองสำรวจไปรอบๆ ตัวอย่างตื่นตกใจ เครื่องเรือนไม่ใช่แบบที่เธอเคยเห็น แม้กระทั่งผนังห้องก็ยังเป็นดินแบบเรือนโบราณที่เธอเคยไปเที่ยวดูตอนเด็กๆ เธอรีบวิ่งไปที่ประตู เพื่ออยากจะดูให้แน่ชัดว่าเธออยู่ที่ไหนกันแน่ หรืออยู่ที่เมืองโบราณ แต่เพื่อนของเธอไม่น่าจะสามารถพาเธอเข้ามาแกล้งในสถานที่ประวัติศาสตร์เช่นนั้นได้ ด้านหน้าประตูห้อง มีสาวใช้ยืนขวางอยู่ เมื่อเห็นซุนเหยาที่ผมหลุดลุ่ย ทั้งใบหน้าตื่นตระหนกนางก็ร้องถามออกมาอย่างเป็นห่วง “เกิดอันใดขึ้นเจ้าคะฮูหยิน ออกไปไม่ได้เจ้าค่ะ” สาวใช้ขวางซุนเหยาไว้ ทั้งยังดันตัวนางเข้าไปให้อยู่แต่ในห้องหอ เพราะเจ้าสาวที่แต่งงานในวันแรกมิอาจออกมาจากห้องหอได้ คงเป็นเพราะความตกใจที่ได้รับ ซุนเหยาหมดสติไปทันที สาวใช้จำต้องพาเธอกลับมาที่เตียงนอน ทั้งยังไปแจ้งหลีซื่อแม่สามีของซุนเหยาเรื่องที่นางหมดสติไป

เงารักเมียสมรส
“ในวันที่เขาเลือกแต่งงานกับเธอ… ไม่ใช่เพราะรัก แต่เพราะ ‘หน้าที่’ ในวันที่เธอตัดสินใจอยู่เคียงข้างเขา… ก็ไม่ใช่เพราะหวังสิ่งใด นอกจาก ‘หัวใจ’ แต่ในเงามืดของความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากพันธะสัญญา… กลับค่อยๆ ก่อตัวเป็นเงารัก ที่แม้แต่เจ้าของหัวใจยังไม่อาจปฏิเสธได้”
