
บทย่อ
ความผิดพลาดแค่คืนเดียว ทำให้เธอต้องกลายเป็นภรรยาที่เขาไม่ต้องการ เขาเกลียดเธอ เพราะความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเหตุการณ์ในคืนนั้น สัญญาหนึ่งปีของชีวิตคู่เต็มไปด้วยความเย็นชา บาดแผล และน้ำตา แต่กว่าเขาจะรู้ใจตัวเองก็สายเกินไปแล้ว
บทที่ 1 เหตุการณ์ไม่คาดฝัน 18+
ท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืน ภายในงานวันเกิดของเจ้าของคฤหาสน์ ซึ่งเต็มไปด้วยแขกผู้มีเกียรติมากมายที่มาร่วมแสดงความยินดี ทว่ากลับมีใครคนหนึ่งกำลังจดจ่อกับการทำอาหารในห้องครัว
หญิงสาวรู้สึกว่าการทำงานอยู่ในครัว ย่อมดีกว่าออกไปเผชิญหน้ากับผู้คนมากมาย โดยไม่รู้ด้วยซ้ำคนเหล่านั้นจะต้อนรับเธอหรือไม่
“อยู่นี่เองนังมนต์ ฉันตามหาแกตั้งนาน”
ประโยคที่ดังจากข้างหลัง ทำให้เจ้าของชื่อหมุนตัวไปประชันหน้ากับอีกฝ่าย
“แม่มีอะไรกับมนต์หรือเปล่าคะ” ปรายตามองอีกคนด้วยท่าทางหวาดกลัว
“นังลูกโง่ วันเกิดพ่อแกแท้ ๆ มัวทำอะไรอยู่ในครัว” นวลนิจก้าวยาว ๆ ไปหามนต์นภา ก่อนจี้ขมับอีกคนอย่างโมโห แล้วหยิกแขนขาวเนียนหลายทีจนเกิดรอยช้ำ
“มนต์เจ็บนะคะ”
“แค่นี้ยังน้อยไปสำหรับลูกโง่ ๆ อย่างแก” หญิงวัยกลางคนเอ่ยบอกอย่างไม่สบอารมณ์
“มนต์ทำอะไรผิดคะ ทำไมแม่ต้องทำกับมนต์ขนาดนี้ด้วย” ไม่ว่าจะทำอะไร หญิงวัยกลางคนมักจะดุด่าหรือตำหนิทุกครั้ง
“เพราะแกโง่ไงล่ะ ปล่อยให้นังมุกได้หน้า”
ถ้อยคำจากปากของแม่ ทำให้มนต์นภาไม่อยากฟัง จึงหมุนตัวไปล้างวัตถุดิบในอ่างต่อ
“ฉันพูดขนาดนี้แล้ว นี่แกยังจะเมินอีกเหรอ” นวลนิจกระชากแขนเล็กเต็มแรง ทำเอามนต์นภาถึงกับเซ
“แล้วแม่ต้องการให้มนต์ทำอะไรคะ”
“แกก็ออกไปเจอแขกคนอื่นบ้างสิ คนอื่นจะได้รู้ว่าแกก็เป็นลูกสาวอีกคนของคุณธนา”
“มนต์อยู่ในครัวดีกว่า ออกไปโผล่หน้าให้คนอื่นเห็นก็ไม่มีใครต้อนรับหรอก” เพราะเธอเป็นลูกเกิดจากแม่ที่เป็นเมียน้อยของพ่อ เลยทำให้ใครหลายคนต่างพารังเกียจ มิหนำซ้ำพ่อแท้ ๆ ยังเมินและรักลูกสาวคนโตที่เกิดจากภรรยาคนแรก
“แกนี่มันน่าหงุดหงิดจริง ๆ”
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว มนต์ขอทำงานต่อนะคะ” พยายามไม่สนใจคำพูดของแม่ และหันไปจดจ่อกับการล้างวัตถุดิบในซิงค์ล้างจาน
“นังลูกโง่” นวลนิจพึมพำเบา ๆ ก่อนยกยิ้มมุมปากอย่างมีแผนร้ายในหัว จึงไม่รีรอรินน้ำเปล่าใส่แก้วและใส่บางอย่างลงไปผสม
“นังมนต์”
“มีอะไรอีกคะ” เอ่ยถามขณะยังคงหันหลังให้อีกฝ่าย
“หันมานี่สิ” ว่าแล้วก็กระชากร่างเล็กอย่างรุนแรง ทำเอามนต์นภาถึงกับเซ
“แม่มีอะไรคะ”
“แกช่วยเอาน้ำดื่มไปให้คุณอชิระหน่อยสิ” ไม่พูดเปล่า ยื่นแก้วน้ำให้ลูกสาว
“ทำไมต้องเป็นมนต์ด้วยคะ ให้คนอื่นเอาไปให้ไม่ได้เหรอ” ไม่เข้าใจเลย แม่คิดจะทำอะไรกันแน่ ดวงตากลมโตจ้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่ไว้ใจ
“แกนั่นแหละเอาไปให้ คุณอชิระเป็นถึงลูกชายเพื่อนสนิทของพ่อแกเลยนะ แกเป็นเจ้าของบ้านก็ต้องดูแลแขกให้มันดี ๆ สิ”
“แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหน” มนต์นภาจำใจรับแก้วน้ำดื่มจากนวลนิจอย่างไม่มีทางเลี่ยง
“ในสวนแถว ๆ น้ำพุ”
หลังจากได้ยินดังนั้น หญิงสาวไม่รอช้าตรงไปยังจุดหมายปลายทาง และได้พบกับอชิระอย่างที่แม่บอก ซึ่งอีกคนมีสภาพไม่ค่อยสู้ดีนัก
“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
“ไม่เป็นไรครับ” ชายหนุ่มหันไปบอกพร้อมเผยยิ้มเล็กน้อย
“ดื่มน้ำก่อนสิคะ” เธอยื่นแก้วน้ำดื่มให้เขา อชิระไม่รอช้ารับมาดื่มพรวดจนหมด
“ขอบใจนะ”
“เอ่อ คุณไม่ค่อยสบายเหรอคะ” ถามพลางกวาดสายตามองคนตัวโตอย่างเป็นห่วง
“ไม่เชิงหรอกครับ เมื่อกี้ผมดื่มเหล้าเยอะไปหน่อย ก็เลยรู้สึกเวียนหัวนิดหน่อย”
“อ๋อค่ะ” หญิงสาวตอบรับอย่างเข้าใจ โดยไม่เปล่งประโยคใดมากนัก
“มนต์นภาใช่ไหม” ใบหน้าคมคายเหลือบมองคนตัวเล็ก
“รู้จักมนต์ด้วยเหรอ” ดวงตากลมโตเบิกกว้าง เพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะรู้จักตัวเอง
“รู้สิครับ ก็ผมเป็นเพื่อนมุกและครอบครัวของพวกเราสนิทกัน ผมเคยเห็นคุณอยู่หลายครั้ง” ถึงนี่จะเป็นครั้งแรกที่ได้พูดคุยกับอีกฝ่ายก็ตาม แต่ใช่ว่าจะไม่เคยเจอหญิงสาวสักหน่อย
“อย่างนี้นี่เอง”
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว” พูดพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนชายหนุ่มจะรู้สึกร้อนวูบวาบและเหงื่อไหลเยอะ ร่างกายมีความปรารถนาอย่างรุนแรง หนำซ้ำปวดหนึบบริเวณท่อนลำ
“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
สภาพของชายหนุ่มในตอนนี้ ทำเอาอดเป็นห่วงไม่ได้ จึงรีบพุ่งไปหาอีกคนอย่างรวดเร็ว แต่ไม่วายถูกเขาผลักออกเต็มแรง
“เธอใส่อะไรลงไปในน้ำให้ฉันดื่ม” สรรพนามที่เอ่ยขึ้นพร้อมกับสายตาจ้องเธอแตกต่างไปจากเดิม ทำเอามนต์นภาสับสนไม่น้อย
“เปล่านี่คะ มนต์ไม่ได้ใส่อะไรลงไปทั้งนั้น” ใบหน้างามส่ายหัวไปมาอย่างเชื่องช้า พยายามอธิบายให้อีกคนเข้าใจ
“โกหก!!” เอ่ยบอกพลางทรุดกายนั่งลงบนพื้นหญ้า
“ไปพักก่อนเถอะนะคะ” แม้ว่าอีกคนจะต่อต้านแค่ไหน เธอยังคงช่วยประคองชายหนุ่มไปยังจุดหมาย
สถานที่เธอเลือกพาไป คือเรือนหลังเล็กของตนเองเพราะเป็นที่ใกล้ที่สุด อีกทั้งไม่อยากให้ใครเห็นเขาในสภาพนี้ กลัวจะทำให้แขกในงานแตกตื่นเปล่า ๆ
ทันทีที่มนต์นภาประคองเขานอนลงบนเตียง ไม่วายถูกคนตัวโตคว้าท่อนแขนเล็ก แล้วกดเธอลงกับที่นอนพร้อมตรึงแขนเรียว
“จะทำอะไรคะ” สายตาของอีกคนมองเธอ เปรียบเสมือนสัตว์ป่ากำลังจ้องอาหารแสนโอชะ วินาทีนี้รู้สึกหวาดกลัวไม่น้อย
“...” ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดจากปากหยัก เขาประทับจูบลงบนกลีบปากอวบอิ่ม ดูดด่ำอย่างคนหิวกระหาย ขณะเดียวกันหญิงสาวพยายามขัดขืนสุดฤทธิ์ สุดท้ายอ่อนระทวยให้จูบเร่าร้อนของคนเหนือร่าง
“อื้อ” เสียงหวานครางต่ำในลำคอ วินาทีนี้รู้สึกเหมือนสติเลือนราง จนแทบควบคุมตัวเองไม่ได้
“เธอต้องรับผิดชอบ” เอ่ยบอกหลังจากถอนจูบ นัยน์ตาดำขลับกวาดมองทั่วร่างอรชรอย่างคนหิวกระหาย
“ตั้งสติหน่อยสิคะ” ก่อนทุกอย่างจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ เธอต้องหยุดทุกอย่างให้ได้ มือเล็กทั้งสองข้างประคองใบหน้าหล่อเหลาอย่างอ้อนวอน
ชายหนุ่มเลือกจะไม่ตอบคนตัวเล็ก เขารวบแขนขาวเนียนขึ้นเหนือศีรษะ จากนั้นซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นอย่างอดใจไม่ไหว
“อย่าทำแบบนี้นะคะ ” เธอดิ้นพล่านไปมาใต้กายแกร่ง ด้วยความหวังว่าจะหนีรอดจากสถานการณ์นี้ ทว่าอารมณ์ที่พลุ่งพล่านของเขาทำให้ยากจะยับยั้ง
ฝ่ามือหยาบกร้านสอดเข้าใต้กระโปรง แล้วเลื่อนไปหยุดยังกลีบกุหลาบงดงามพลางแหวกชั้นในไปด้านข้าง ก่อนส่งนิ้วยาวเข้าออกในโพรงอ่อนนุ่ม
“อื้อ อ๊ะ พอเถอะ”
เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมนต์นภาไม่อาจต้านทานต่อการกระทำของอีกคน เธอปล่อยให้ร่างกายเคลิ้มไปพร้อมความปรารถนาของเขา
อชิระใส่ความเป็นชายเข้าออกในตัวเธอไม่ยั้ง เพื่อต้องการระบายความใคร่ไปพร้อมกับคนตัวเล็ก ความรู้สึกตอนนี้ช่างรุนแรงยิ่งนัก
“อื้อ อ๊ะ ทรมานเหลือเกิน” จากตอนแรกต้องการผลักอีกคนออกห่าง ทว่าตอนนี้กลับเรียกร้องให้เขาสัมผัสเต็มที่ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำตัวเองเป็นอะไรกันแน่ เพราะเพิ่งเคยมีประสบการณ์เร่าร้อนเป็นครั้งแรก
เขาจับเธอให้อยู่ในท่าคลาน จากนั้นส่งเอ็นร้อนอุ่นเข้าในกลีบดอกไม้ ไม่รอช้าร่อนเอวสอบเข้าออกในตัวเธอ
“อื้อ เสียวเหลือเกิน” เธอเม้มริมฝีปากเข้าหากัน พยายามกลั้นเสียงร้องอันน่ารังเกียจ แต่ไม่วายดังเล็ดลอดอยู่ดี
กว่าอชิระจะยอมปล่อยมนต์นภาเป็นอิสระ หญิงสาวก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว
