สืบสวนสอบสวน

นางร้ายเช่นข้าไม่หวนกลับชะตาเดิม
เพราะเหตุการในโลกใบใหม่ของเธอช่างเหมือนเหตุการณ์ที่เคยเจอในโลกเดิม พ่อแม่หายสาบสูญ ญาติรุมทึ้งเอาสมบัติ แต่โทษทีเธอเนี่ยมือตบแห่งซีอานเชียวนะ ต่อให้ต้องขึ้นศาลไทฟงสักสิบรอบ เธอก็จะสั่งสอนคนโลภให้เข็ด!

พลิกชะตานางคณิกาข้ามภพ
หลินจือเสี้ยว นักศึกษาสาวสาขาวิทยาศาตร์เครื่องสำอางในยุคปัจจุบัน กำลังจะไปสอบวันสุดท้ายก่อนเรียนจบมหาวิทยาลัย แต่เพราะดื่มกับเพื่อนจนตื่นสาย เธอจึงรีบเรียกแท็กซี่และให้คนขับเร่งความเร็วเพื่อไปให้ทันสอบ ทว่าระหว่างทางกลับเกิดอุบัติเหตุรุนแรง รถอีกคันเสียหลักพุ่งชนแท็กซี่อย่างจัง ทำให้ทั้งเธอและคนขับเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ แต่แทนที่จะจบชีวิตลง หลินจือเสี้ยวกลับโผล่พรึบมาในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ห้องที่เธออยู่เต็มไปด้วยบรรยากาศแบบจีนโบราณเหมือนในละครที่เคยดู เธอพบว่าบนเตียงกลางห้องมีร่างของหญิงสาวคนหนึ่งกำลังนอนอยู่ หลินจือเสี้ยวเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ ก็เห้นว่านางมีรูปร่างหน้าตาที่เหมือนกับตัวเองอย่างกับแกะ ทว่าตอนนี้หญิงสาวมีร่างกายที่บอบช้ำมาก นางลืมตาโพลงขึ้นมาเหมือนรู้ว่ามีคนมาหา ยกมือข้างหนึ่งคว้าแขนของหลินจือเสี้ยวเอาไว้ ฉันพลันความทรงจำจากไหนก็ไม่รู้หลั่งไหลเข้ามาในหัวของหลินจิอเสี้ยวทันที ในความทรงจำบอกว่าหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงนั้นมีชื่อเดียวกันกับเธอ เป็นนางคณิกาอันดับหนึ่งแห่ง หอจันทร์กระจ่าง ในเมืองอี้ หญิงงามผู้มีชื่อเสียงทั้งด้านรูปลักษณ์ การร่ายรำ และการเล่นผีผา แม้จะมีบุรุษมากมายทุ่มเงินเพื่อหวังได้ครอบครองแต่หลินจือเสี้ยวกลับเลือกแขกอย่างเข้มงวดและไม่เคยยอมมอบกายให้ผู้ใด เพราะในใจของนางมีเพียงบุรุษคนเดียว นั่นคือ แม่ทัพหยางตงจือ ก่อนที่เจ้าของร่างเดิมจะเสียชีวิต นางได้ออกไปพบแขกกลุ่มหนึ่ง หลังจากแสดงระบำเสร็จ แขกคนหนึ่งยื่นสุราให้นางดื่ม ไม่นานนางก็รู้สึกมึนงงและหมดสติไป เมื่อตื่นขึ้นอีกครั้งก็กลับมาในสภาพบาดเจ็บสาหัส ส่วนความทรงจำช่วงก่อนถูกทำร้ายกลับหายไปทั้งหมด แม้จะยังสับสนกับสถานการณ์แต่หลินจือเสี้ยวก็รู้สึกสงสารเจ้าของร่างเดิมที่ต้องตายอย่างไม่ยุติธรรม นางจึงตั้งใจว่าจะ สืบหาความจริงว่าใครเป็นคนทำร้ายนาง หลินจือเสี้ยวตัดสินใจที่จะอยู่ที่หอจันทร์กระจ่างต่อ สวมรอยเป็นคณิการอันดับหนึ่งเพื่อดำเนินภาระกิจต่อไป แต่หลินจือเสี้ยวคนใหม่นี้กลับอ่อนโยน ร่าเริง และเป็นกันเอง ต่างจากหลินจือเสี้ยวคนก่อนที่เป็นคนร้ายกาจและกดขี่ผู้อื่นอย่างลิบลับจนผู่คนในหอนางโลมต่างก็แปลกใจ แม้แต่หลิวหลินเด็กรับใช้ประจำตัวของนางด้วย ทว่าภายใต้ความอ่อนโยนนั้นก็มีความเข้มแข็งซ่อนอยู่ (หลิวหลินคนนี้เป้นคนอยู่เคียงข้างและคอยสนับสนุนหลินจือเสี้ยว) หลินจือเสี้ยวกลับไปทำหน้าที่ในหออีกครั้ง ทว่าเมื่อถึงเวลาร่ายรำต่อหน้าแขกเหรื่อ ความแตกต่างระหว่างเจ้าของร่างเดิมกับวิญญาณใหม่ก็ปรากฏขึ้นทันที นางได้รับความทรงจำที่ถ่ายทอดมาจากหิลนจือเสี้ยวคนเดิมจึงทำให้ร่ายรำได้อย่างดงาม ผู้คนต่างก็ชื่นชมให้ความงามและปรมมือให้ ช่วงเวลาที่ร่ายร่ำอยู่นั้นนางก็ไม่ได้ปล่อยให้เวลาเสียล่าทว่าสังเกตความเป็นไปในหอจันทร์กระจ่างไปด้วยเผื่อว่าจะได้ข้อมูลอะไรที่เกี่ยวข้องกับการตายของหลินจือเสี้ยวคนเดิมบ้าง ในคืนเดียวกันนั้น แม่ทัพหยางตงจือ ก็มาดื่มสุราที่หอจันทร์กระจ่างตามปกติ แต่หลินจือเสี้ยวกลับไม่เข้าไปเอาใจเหมือนเมื่อก่อน ทำให้หลายคนแปลกใจเพราะทุกคนรู้ดีว่าเจ้าของร่างเดิมหลงรักแม่ทัพผู้นี้อย่างมาก ขณะเดียวกัน หลินจือเสี้ยวเริ่มคิดหาวิธีสืบหาความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และบุคคลที่นางคิดว่าน่าจะช่วยได้มากที่สุดก็คือหยางตงจือ ผู้มีอำนาจและเครือข่ายกว้างขวาง เมื่อคิดได้นางจึงพยายามหาโอกาสเข้าใกล้เขา ถึงขั้นเปิดการแสดงผีผาเพื่อเอาใจโดยเลือกเพลงโปรดของเขา หยางตงจือมองออกทันทีว่านางกำลังเล่นละครแต่ก็ไม่ได้สนใจมากนัก ไม่นานหลังจากนั้น แม่ทัพหยางต้องเดินทางไปเมืองหลวงเพื่อรายงานสถานการณ์ศึก ทำให้เขาหายไปจากหอจันทร์กระจ่างเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม หลินจือเสี้ยวได้แต่นั่งรออย่างกระวนกระวาย เมื่อเขากลับมาอีกครั้ง นางจึงตัดสินใจเข้าไปหาเขาโดยตรง และบอกความจริงว่าอยากขอความช่วยเหลือในการสืบหาคนที่ทำร้ายนาง หยางตงจือยอมช่วย แต่มีเงื่อนไขว่า นางต้องมาปรนนิบัติเขาทุกครั้งที่เขามาดื่มสุราที่หอ โดยไม่คิดค่าตอบแทนแม้แต่เฟินเดียว หลินจือเสี้ยวตอบตกลงทันที ทั้งสองนั่งพูดคุยกัน หลินจือเสี้ยวเค้นความทรงจำที่ได้รับมาก็จำได้เพียงว่าหลังดื่มสุราจอกนั้น ก็มีรถม้ามารับ และบนรถม้ามีกลิ่นบางอย่างคล้ายกำยานหรือน้ำมันหอม หลินจือเสี้ยวบอกว่านางมีความสามารถในการแยกกลิ่นที่ยอดเยี่ยม หากได้พบรถม้าคันนั้นอีกละก็นางจะต้องจำได้อย่างแน่นอน (ชาติที่แล้วเรียนวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางมาเลยแยกแยะกลิ่นห้ำหอมและสารเคมีได้) หยางตงจือจึงเริ่มสืบจากรถม้าในเมืองทั้งหมด พาหลินจือสี้ยวไปสำรวจรถม้าพวกนั้นจนพบว่ามีรถม้าหลายคันที่มีกลิ่นคล้ายกันแต่ยังไม่ใช่กลิ่นที่หลินจือเสี้ยวจำได้ เหลือเพียงรถม้าของ หวังเซียวซวน บุตรชายของเจ้าเมือง ซึ่งยากต่อการตรวจสอบ ทั้งสองจึงตัดสินใจลอบเข้าไปในจวนเจ้าเมืองในยามค่ำคืน และพบว่ารถม้าของหวังเซียวซวนมีกลิ่นเดียวกับที่หลินจือเสี้ยวจดจำได้จริง แต่ก่อนจะตรวจสอบต่อหลินจือเสี้ยวกลับซุ่มซ่ามทำแจกันแตกจนเกือบถูกจับได้ ทำให้ทั้งคู่ต้องรีบหนีออกมา หลังจากนั้น หยางตงจือเริ่มสงสัยหวังเซียวซวนมากขึ้น ไม่นานต่อมา หลินจือเสี้ยวได้โอกาสดื่มสุรากับหวังเซียวซวนในหอจันทร์กระจ่าง ระหว่างสนทนา เขาเผลอพูดถึง “คืนนั้น” ทำให้นางเริ่มมั่นใจว่าเขาน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งสองจึงลอบเข้าไปค้นจวนเจ้าเมืองอีกครั้ง และพบ ห้องลับในเรือนของหวังเซียวซวน ภายในเต็มไปด้วยอุปกรณ์ทรมานสตรี และยังพบต่างหูข้างหนึ่งของหลินจือเสี้ยวตกอยู่ด้วย พวกเขากลับมาพูดคุยเรื่องนี้กันที่หอจันทร์กระจ่าง เถามามาผู้ดูแลหอจันทร์กระจ่างแอบฟังแผนการของพวกเขาและเตรียมไปแจ้งหวังเซียวซวน แต่ถูกจับได้เสียก่อน เมื่อนางถูกเค้นถามจึงยอมสารภาพว่าเป็นผู้จัดการให้หวังเซียวซวนพาหลินจือเสี้ยวออกจากหอในคืนนั้นเพราะได้รับเงินจำนวนมาก เช้าวันต่อมา หลินจือเสี้ยวไปตีกลองร้องทุกข์ที่หน้าจวนว่าการ ฟ้องร้องหวังเซียวซวนต่อหน้าผู้คน แม้เจ้าเมืองจะพยายามปกป้องบุตรชาย แต่เมื่อมีทั้งพยาน หลักฐานจากห้องลับ และต่างหูของหลินจือเสี้ยว หวังเซียวซวนก็ไม่สามารถปฏิเสธได้อีก และต้องรับโทษถูกส่งไปใช้แรงงานที่ชายแดน ส่วนเถามามาถูกลงโทษใช้แรงงานเช่นกัน หลังคดีจบลง หลินจือเสี้ยวรู้สึกซาบซึ้งหยางตงจืออย่างมาก และตัดสินใจบอกความจริงว่าเธอไม่ใช่หลินจือเสี้ยวตัวจริง เธอเป็นคนจากโลกอนาคตที่ทะลุมิติมาโผล่ ณ ที่แห่งนี้ หยางตงจือไม่ได้ตกใจ กลับหัวเราะและบอกว่าเขาชอบหลินจือเสี้ยวแบบนี้มากกว่า เพราะนางซุ่มซ่ามแต่จริงใจ ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจ ไถ่ตัวหลินจือเสี้ยวออกจากหอจันทร์กระจ่าง และพานางไปอยู่ที่จวนของตน ต่อมา สหายของเขาได้มาไถ่ตัวหลิวหลินออกจากหอเช่นกัน ทำให้หญิงสาวทั้งสองได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ หลินจือเสี้ยวใช้ชีวิตอยู่ในจวนแม่ทัพกับหยางตงจืออย่างสงบสุข แม้ฐานะของนางจะต่ำกว่า แต่เขากลับปฏิบัติต่อนางด้วยความจริงใจ จนกระทั่งวันหนึ่ง จ้าวอันจือ ญาติผู้น้องและคู่หมั้นในวัยเด็กของหยางตงจือ เดินทางมาจากเมืองหลวง และพยายามหาเรื่องใส่ร้ายหลินจือเสี้ยวอยู่หลายครั้ง แต่ด้วยไหวพริบและความซื่อสัตย์ของหลินจือเสี้ยว ทำให้นางสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองได้ และหยางตงจือก็ส่งจ้าวอันจือกลับเมืองหลวง หลังจากนั้น หยางตงจือจึงขอหลินจือเสี้ยวแต่งงาน ทั้งสองจัดพิธีแต่งงานอย่างเรียบง่าย และใช้ชีวิตคู่ด้วยกันอย่างมีความสุข หนึ่งปีต่อมา พวกเขามีบุตรชายด้วยกันหนึ่งคน และตัดสินใจลาออกจากราชการไปใช้ชีวิตอย่างสงบในชนบท ที่นั่นไม่มีใครรู้ว่าชายผู้นั้นเคยเป็นแม่ทัพ และไม่มีใครรู้ว่าหญิงสาวผู้นั้นเคยเป็นนางโลม ผู้คนรู้เพียงว่า ครอบครัวเศรษฐีใจดีครอบครัวหนึ่งย้ายมาอยู่ในหมู่บ้าน ช่วยจ้างงานชาวบ้าน และใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและอบอุ่น อดีตที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดจึงค่อย ๆ เลือนหาย เหลือเพียงชีวิตใหม่ที่หลินจือเสี้ยวได้รับมาอย่างคาดไม่ถึง

มาเฟียตัวร้ายกับยัยสายลับฝึกหัด
จู่ ๆ เธอก็ติดต่อพี่สาวไหมได้ จึงไปแจ้งตำรวจ จนได้ข่าวว่าพี่สาวเธออยู่ในแก๊งมาเฟีย ทางเดียวที่จะช่วยพี่สาวได้เธอต้องแฝงตัวเข้าไปช่วยพี่สาวด้วยตัวเอง นักศึกษาจบใหม่ที่ต้องเปลี่ยนตัวตนเป็น 'สายลับฝึกหัด' ในแก๊งมาเฟียที่ใคร ๆ ต่างบอกว่า เถื่อน ร้าย โหด และโคตรอันตราย เธอจะทำภารกิจสำเร็จก่อนที่จะถูกจับได้หรือไม่! "คิดเข้าถ้ำเสือ... พร้อมเป็นเหยื่อแล้วสินะ"

เด็กร้ายของใต้หล้า
เธอเป็นผู้หญิงที่กระโดดเข้ามาในชีวิตของผู้ชายสองคนอย่างไม่ตั้งใจ ภายใต้ความไม่รู้ แต่ไม่ไร้เดียงสา เมื่อรู้ว่าพวกเขานามสกุลอะไร เธอเลยอยากขอใช้...หน่อย นางเอกมีเหตุที่ทำให้ต้องหนีออกจากบ้าน และเธอหวังไปตายเอาดาบหน้า บังเอิญไปเจอ ใครบางคนที่หน้าเหมือนคนรู้จัก แถมมารู้ทีหลังว่าคนคนนี้เป็นลูกชายตระกูลเจ้าสัวใหญ่ เธอเลยพยายามหาข้อแลกเปลี่ยนเพื่อให้เขาช่วยเหลือ แต่มีเรื่องราวให้เขาจำต้องส่งเธอคืนครอบครัว และการตัดสินใจนั้น นำไปสู่คดีฆาตกรรม ที่ตัวเขาต้องชั่งใจว่าจะช่วยเธอ หรือช่วยบ้านตัวเองดี นิยายมาเฟีย x รักวัยรุ่นของรุ่นลูกตระกูลอาทิตย์พาณิช คำเตือนนิยาย : เนื้อหา 18 บวก สังคมมาเฟีย มีความเป็นนิยายรัก + แอ็คชั่น + อารมณ์ขันนิด ๆ มีปมเรื่องเป็นหลัก ดราม่าน้อย แต่มีบางตอนที่ชวนให้คิดมาก

ทะลุมิติมาเป็นหญิงบ้าที่กลายมาเป็นคุณนายตำรวจ 70s
ตำรวจสาวมือดีกลับต้องมาอยู่ในร่างของหญิงสาวสติไม่ดีของบ้านถัง แค่นี้ก็ว่าแย่แล้ว แถมบ้านของเธอยังถูกใช้งานเยี่ยงทาสอีก เอาว่ะ เธอจะใช้ความบ้านี่แหละทำให้ครอบครัวมีกินมีใช้เอง!! แนะนำเรื่อง หว่านอันถิง หญิงสาวจากยุคปัจจุบัน มีอาชีพเป็นตำรวจหน่วยสืบสวน ในขณะที่กำลังปฏิบัติภารกิจกูพลาดพลั้งถูกฆ่าตาย ทำให้วิญญาณลอยหลุดออกจากร่าง ทะลุมิติไปอยู่ในร่างหญิงบ้าในยุค 70 ถังลู่เหมย บุตรสาวคนที่สองจากบ้านรองถัง ที่เกิดมามีจิตที่ไม่ปกติ แล้วจู่ ๆ ก็ล้มป่วย ย่าถังไม่ยอมให้บุตรชายนำเงินไปรักษาตังไร้ประโยชน์นี่ ทำให้เธอตายไปโดยที่คนในบ้านไม่รับรู้ นี่จึงทำให้หว่านอันถิงได้มาเข้าร่างแทน และความทรงจำทั้งหลายของร่างนี้ หลังจากทำใจได้แล้ว และยอมรับว่าตนเองมาอยู่ที่นี่ในร่างของถังลู่เหมย เธอก็ยังทำตัวบ้าบอเช่นเดิม หากแต่เวลามีใครมารังแก ก็จะไม่ยอมเด็ดขาด หาทางเอาคืนคนพวกนั้นได้ทุกครั้งไป วันหนึ่ง พี่สาวจากบ้านสายหลักมาหาเรื่องกลั่นแกล้งเธอ แต่พี่ชายใหญ่จากบ้านหลักก็มาช่วยไว้ ถังลู่เหมยมองว่าเขาคือคนดีคนเดียวที่อยู่ในบ้านสายหลักเลยก็ว่าได้ เมื่อมาอยู่ที่นี่ได้เพียง 3 เดือน ก็มีเรื่องราวแปลก ๆ เกิดขึ้น นั่นคือมีฆาตรกรต่อเนื่องเกิดขึ้นเพราะมีคนพบศพหญิงสาวในหมู่บ้านข้างเคียงติดต่อกันถึง 3 ศพ และลักษณะการฆ่าก็เป็นเหมือนกัน เจ้าหน้าที่จึงสรุปได้ว่าฆาตรกรคือคนเดียวกัน แต่ไม่ว่าจะทำเช่นไร ก็ไม่สามารถสืบหาฆาตรกรได้ ถังลู่เหมยอยากรู้อยากเห็น จึงแอบออกมาจากบ้านเพื่อไปดู แต่ในขณะที่กำลังผ่านแม่น้ำในหมู่บ้าน ก็มีคนมากลั่นแกล้ง จนเธอตกลงไปในน้ำ หยางตงที่กำลังจะกลับมาทำงานที่คอมมูนต่อมาพบเข้า จึงลงไปช่วยแต่ขณะนั้นก็มีชาวบ้านที่กำลังจะไปดูสถานที่เกิดเหตุมาพบเข้า ทำให้หยางตงถูกบีบให้รับผิดชอบถังลู่เหมย โดยคนที่บีบคือย่าถังนั่นเองที่อยากจะผลักภาระอย่างลู่เหมยไปให้หยางตง และก็อยากจะได้หลานเขยที่แข็งแรงมาช่วยงานด้วย หยางตงไม่มีทางเลือก จึงต้องแต่งงานกับถังลู่เหมย ซึ่งเธอเองก็ไม่ทันได้ตั้งตัวเหมือนกัน!! เรื่องราวจะเป็นอย่างไร มาเอาใจช่วยถังลู่เหมยกันนะคะ

PAYBACK หนี้ที่ต้องชดใช้
คำโปรย เมื่อต่างลงเรือลำเดียวกัน ภายใต้เงื่อนไขอันเย้ายวนใจ เธอจะโดนเขาหลอก หรือเขาจะหลงเธอก่อน เรื่องย่อ ไอลีน นักศึกษาสาว ปี 4 กำลังตกที่นั่งลำบาก เมื่อต้องเสียคุณพ่อไป แม่เลี้ยงเอาแต่อยากให้เธอย้ายออกจากบ้าน แต่หญิงสาวต้องการถ่วงเวลาไว้ให้นานที่สุด เพราะก่อนพ่อจะจากไปนั้น ท่านได้พูดถึงมรดกอะไรสักอย่าง ในขณะที่เธอตามล่าหาความจริงด้วยอยากรู้ว่ามีมรดกจริงหรือไม่ จู่ ๆ ก็มีชายคนหนึ่งเข้ามาหา โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหนี้ของแม่เลี้ยง นอกจากพยายามเรียกเก็บเงินจากเธอแล้ว เขายังเข้ามาใกล้ชิดจนทำให้ทั้งชีวิตและจิตใจของเธอปั่นป่วนไปหมด CONTENT WARNING นิยายเรื่องนี้เขียนขึ้นจากจินตนาการ ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงแต่อย่างใด เนื้อหาบางส่วนมีการปรุงแต่ง ไม่สมจริงในบางประเด็นเพื่ออรรถรส โปรดอ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ในเรื่องมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรง การทำร้ายร่างกาย การฆาตกรรม การกระทำผิดกฎหมาย และมีคำบรรยายฉากเพศสัมพันธ์อย่างเปิดเผย เหมาะสำหรับบุคคลอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ไม่สามารถใช้เป็นแบบอย่างได้

ลับร้ายเร่าร้อน
สายลับสาวได้รับภารกิจแสดงเป็นคู่แต่งงานกับสายลับหนุ่มสุดหล่อ ภารกิจนี้ง่ายดายด้วยทั้งวันทั้งคืนคือการร่วมรักเร่าร้อน ท่ามกลางการสอดแนมของป้าข้างบ้าน และความเป็นจริงซึ่งวิญญาณในร่างไม่ใช่สายลับตัวจริง เรื่องราวของสายลับสาวซึ่งได้รับภารกิจให้แสดงเป็นคู่แต่งงานใหม่กับสายลับหนุ่มสุดหล่อ ภารกิจนี้ง่ายดายด้วยทั้งวันทั้งคืนคือการร่วมรักเร่าร้อนจนเธอติดใจและอยากใช้ชีวิตคู่ผัวตัวเมียอย่างจริงจังด้วยภายในร่างของเธอคือวิญญาณแม่ครัวฝึกหัดมิใช่สายลับซึ่งได้รับการฝึกฝนมาอย่างแท้จริง แต่องค์กรสายลับหรือจะยอมง่ายๆ แล้วภารกิจที่ได้รับก็ยังไม่สำเร็จ อีกทั้งชายผู้รับบทบาทเป็นสามีจะยอมพาเธอหนีไปหรือ เขาแสดงเป็นสามีอย่างเต็มใจโดยเฉพาะตอนกลางคืนซึ่งได้สอดใส่ในร่องอุ่นอย่างคึกคักจนน้ำรักถูกรีดออกมาแทบหมดตัว แต่ความเป็นมืออาชีพยังต้องคงอยู่ ภารกิจของพวกเขาจะสำเร็จหรือไม่ แล้วเธอจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไรท่ามกลางการสอดแนมของป้าข้างบ้านซึ่งเฝ้าดูเฝ้าฟังอยู่ทุกวัน มาติดตามกันได้ใน ลับร้ายเร่าร้อน โดย มาวิญญา

หัวใจซ่อนเงา
ในโลกที่เต็มไปด้วยบาดแผล ความเงียบ และความทรงจำที่ยากจะลืมเลือน วารี นักจิตวิทยาหญิงผู้มีรอยยิ้มสงบงาม ต้องย้ายมายังโรงพยาบาลจิตเวชกลางหุบเขา เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังการสูญเสียคนรักอย่างไม่มีวันหวนกลับ ที่นั่น... เธอได้พบกับ ดร.หัตถา จิตแพทย์หนุ่มผู้แสนลึกลับ ชายผู้ไม่เคยเปิดหัวใจให้ใครนับตั้งแต่เหตุการณ์ในอดีตที่หลอกหลอน

ธนูพันศึก
ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดและเถ้าถ่านของสงครามที่ไม่สิ้นสุด ทหารของแคว้นซุนหลิงผงาดขึ้นด้วย "พลังอสูร" กลายพันธุ์จากร่างมนุษย์ พวกมันแข็งแกร่ง ดุร้าย และไม่รู้จักตาย ลั่วอวิ๋น อดีตแม่ทัพเอกแห่งแคว้นต้าอวี้ ถูกกล่าวหาว่าทรยศและถูกกวาดล้างทั้งตระกูล เขาหายสาบสูญไปแปดปี ก่อนจะกลับมาอีกครั้งพร้อม “ธนูปีศาจ” ที่สร้างจากกระดูกของสหายผู้ตาย... ไม่มีคำว่าความยุติธรรม มีเพียงคำว่า "ศรหนึ่ง ปลิดใจคน" และเบื้องหลังสงครามครั้งนี้ มีบางสิ่งที่ “ชั่วยิ่งกว่าอสูร” ซ่อนอยู่ในวังหลวง…

รักนี้ตลกร้าย
1 เธอไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น ปัง! อยู่ๆ เสียงปืนดังสนั่นมาจากทิศทางไหนไม่รู้ ทำให้หญิงสาวที่กำลังใจลอยคิดเรื่องผลการเรียน ตกใจสะดุ้งเผลอบิดคันเร่งจักรยานยนต์จนสุด รถจึงพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างไม่คงที่ แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น “พี่ฟรังก์! ระวังรถข้างหน้า!!” เสียงฟินน์ที่ซ้อนท้ายอยู่ตะโกนขึ้น เมื่อมีรถยนต์จอดขวางอยู่กลางสามแยก ฟรังก์ปล่อยคันเร่งเปลี่ยนมาบิดเบรกฉุกเฉินแต่ตอนนี้ทุกอย่างเกินการควบคุมแล้ว ตู้ม! ร่างน้องชายลอยละลิ่วข้ามหัวเธอไปจากการเบรกกะทันหันจนร่างชายหนุ่มหล่นลงสามแยก โชคร้ายสองต่อที่มีรถบรรทุกผ่านมาเหยียบร่างนั้นเข้าเต็มๆ “ฟินน์!!” ฟรังก์ตะโกนเสียงดังหลังจากสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายด้วยอาการหอบหายใจถี่ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกจากอก ใบหน้าเปียกชื้นไปด้วยน้ำตา เธอมักจะมีอาการเช่นนี้เสมอเวลาฝันถึงน้องชายที่เสียไปเมื่อหลายปีก่อนเพราะความประมาท… และเธอไม่เคยลืม ยังคงโทษตัวเองอยู่ซ้ำๆ จนถึงทุกวันนี้… คิดเสมอว่าทำไมคนที่ตายถึงไม่เป็นเธอ “จะนั่งอยู่อีกนานมั้ย หิวจนจะแดกหัวคนได้อยู่แล้วเนี่ย! มัวแต่นอนขี้เกียจอยู่ได้” ฟรังก์เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงเขียวที่ยืนตีหน้ายักษ์อยู่หน้าประตูห้องนอน แต่มันไม่ได้ทำให้ใบหน้าบูดบึ้งนั่นหมดหล่อไปได้เลยแต่กลับดูหล่อร้ายๆ ด้วยซ้ำ ดวงตาเรียวหางตายกขึ้นเล็กน้อยทำให้ตาดูดุ จมูกโด่งเชิด ริมฝีปากหยัก ใบหน้าเนียนกริบรับกับผมซอยยุ่งๆ แต่ดูดีเกินคาด สาวๆ ที่ไหนเห็นก็ต้องกรี๊ด แต่ถ้าเทียบกับนิสัยคือตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง หน้าตาดีแต่นิสัยเฮงซวย “จ้องอะไรนักหนา ก็บอกว่าหิว!!” ฟรังก์สะดุ้งหลุดออกจากภวังค์ทันที เธอลูบหน้าสองสามครั้งเรียกสติก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “อยากกินอะไรล่ะ” “จะทำอะไรก็ทำมาเถอะ!” ชายหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระโชกโฮกฮากขณะเดินไปทิ้งตัวลงบนโซฟา หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเล่นเกม “เดี๋ยวพอไม่ถูกใจก็บ่นอีก” ร่างบางลุกขึ้นเดินเข้าโซนครัวที่มีเพียงเคาน์เตอร์บาร์คั่นกลางระหว่างห้องนั่งเล่นที่วินซ์กำลังตั้งหน้าตั้งตากดเกมส์ในมือถือโดยที่สายตาไม่เหลือบขึ้นมามองเธอสักนิด “หุบปาก! ก็บอกว่าหิวไง!” “โอเคๆ” ฟรังก์เหนื่อยจะต่อปากต่อคำกับแฟนตัวดี เพราะไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็ไม่เคยถูกใจเขาสักอย่าง เขาเหมือนเป็นปรสิตที่คอยกัดกินชีวิตเธอ เพื่อนว่างั้นนะ แต่เชื่อป่ะ ถ้าไม่มีวินซ์ หญิงสาวก็นึกไม่ออกว่าจะใช้ชีวิตรอดพ้นมาจนถึงตอนนี้ได้ยังไง… ถ้าไม่มีเขาป่านนี้คงคิดสั้นไปแล้ว นี่คงเป็นเหตุผลเดียวที่เธอยังทนอยู่กับแฟนเฮงซวยแบบนี้ ทั้งที่เพื่อนเชียร์ให้เลิกตลอด ฟรังก์ถอนหายใจยาวหนึ่งครั้งอย่างปลงตกก่อนจะใช้มือรวบผมสีน้ำตาลเข้มธรรมชาติยาวถึงกลางหลังขึ้นมา ค่อยหยิบยางมัดผมจากปากแล้วมัดแบบลวกๆ เพื่อไม่ให้ตัวเองรำคาญ เดินไปที่ตู้เย็น เห็นวัตถุดิบที่เพิ่งซื้อมาเมื่อวาน ก็เผลอหลุดยิ้มออกมา ทำต้มจืดไข่น้ำดีกว่า …เขาน่าจะชอบ ฟรังก์หยิบไข่ไก่ออกมาสามฟองพร้อมวัตถุดิบอื่นๆ จำพวกเต้าหู้ไข่ หมูสับ บลาๆ แล้วจัดการต้มน้ำ ก่อนจะตอกไข่ใส่ถ้วยแล้วตีๆ เหมือนไข่เจียวแต่เธอจะไม่เจียว เพราะจะทำแบบสไตล์ญี่ปุ่นที่เทไข่สดลงบนน้ำเดือดๆ แล้วตามด้วยวัตถุดิบอื่นๆ และการปรุงรสรอจนสุก ระหว่างทำวินซ์เดินมาเปิดตู้เย็นหยิบนมขึ้นมาดื่ม หางตาก็ไม่วายเหล่มองมาเหมือนอยากรู้ว่าเธอทำอะไรกินแต่ก็เดินกลับไปที่โซฟาทำทีเป็นไม่สนใจ ฟรังก์ตักข้าวใส่ถ้วยเตรียมไว้ จริงๆ อยากทำสักอย่างสองอย่างแต่กลัวคนโมโหหิวจะอาละวาดเอาจึงทำแค่อย่างเดียวเนี่ยแหละ “เสร็จแล้ว กินได้เลย” ฟรังก์ย้ายทุกอย่างมาบนโต๊ะสำหรับสี่คนหน้าเคาน์เตอร์บาร์ นั่งลงได้ไม่นานก็ตามมาด้วยคนโมโหหิวที่สายตายังจับจ้องอยู่ที่จอโทรศัพท์ ทว่าระหว่างทานข้าวเธอก็ต้องขมวดคิ้วเพราะคนบ่นหิวเอาแต่ดูซีรีย์จนแทบไม่ตักข้าวเข้าปากเลย ตักก็ตักแต่ข้าวเปล่า “ไหนบอกว่าหิวไง กินกับด้วยสิ อย่าดูแต่ซีรีส์” หญิงสาวบ่นแต่มือกลับตักไข่น้ำใส่ถ้วยข้าวให้เขาที่กำลังจดจ่ออยู่กับซีรีย์ เขามักจะเป็นแบบนี้เสมอเวลากินข้าว เหมือนเด็กเลยใช่มั้ยล่ะ หลังจากกินข้าวเสร็จ เธอก็จัดการเก็บกวาดทุกอย่างมาที่ซิงค์แล้วล้างมันจนหมด แต่แทนที่เธอจะได้ผละไปทำงานของตัวเองอยู่ๆ มีคนทุบประตูปึงปังเสียงดังสนั่นจนกลัวว่าประตูจะพังติดมือคนทุบ เธอหันซ้ายขวาเห็นว่าวินซ์อยู่ในห้องน้ำจึงเดินไปเปิดประตู แค่เพียงบิดลูกบิดปลดล็อกประตูก็ถูกผลักออกอย่างแรงจนเธอต้องถอยหลังไปตั้งหลักหลายก้าวเลย ผู้ชายร่างบึกหน้ายักษ์รอยสักเต็มตัวจนเลอะเทอะก้าวสามขุมเข้ามาในห้องพลางตะโกนเรียกวินซ์เสียงดังลั่น ถึงจะไม่เคยเห็นหน้าแต่ก็พอเดาออกว่าเขาคงจะมาทวงหนี้… ใช่ อ่านไม่ผิดหรอก ทวงหนี้ ราวกับเหตุการณ์ทับซ้อนกับเมื่อสามเดือนที่แล้วที่ฟรังก์เพิ่งรับรู้ว่าแฟนหนุ่มติดหนี้พนันบอลอยู่เกือบแสน… “ไอ้วินซ์อยู่ไหน!” พอมันทำท่าจะค้นห้อง ฟรังก์จึงเดินมาขวางทาง กางแข้งกางขาอย่างไม่เกรงกลัวทั้งที่หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำแล้ว แต่ก็ยังตีหน้านิ่ง “เขาไม่อยู่ มีอะไรคุยกับฉันได้ ฉันเป็นแฟนเขา” ร่างบึกนั้นมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้ววนกับมามองหน้ากันก่อนจะแค่นหัวเราะ “ไอ้วินซ์มีแฟนสวยขนาดนี้เชียว” สวย… เธอว่าตัวเองห่างไกลจากคำนั้นนะ “มาหาวินซ์มีปัญหาอะไร หนี้งวดนี้ฉันก็ฝากวินซ์ไปจ่ายแล้วนี่” “ถ้าจ่ายแล้ว ฉันจะมายืนตรงนี้มั้ยล่ะ ถามโง่ๆ” ฟรังก์เผลอกลืนน้ำลายลงคออึกนึงพลางกัดริมฝีปากล่างแน่น ให้มันได้แบบนี้สิวินซ์… “กลับไปก่อนได้หรือเปล่า เดี๋ยวตอนเย็นฉันโอนให้” ฟรังก์พยายามประนีประนอม “แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าจะไม่เบี้ยวอีก” “ไม่แน่นอน ครั้งนี้ฉันจะโอนเอง” “งั้นก็โอนตอนนี้เลยสิ รวมงวดหน้าด้วยนะ” ถ้าแค่งวดเดียวก็พอไหวอยู่หรอก แต่ถ้าสองงวดนี่… “ฉันยังไม่มีหรอก ตอนเย็นได้มั้ย” “งั้น…” ร่างบึกเดินหน้าเพื่อต้อนให้หญิงสาวถอยหลัง รู้ตัวอีกทีเธอก็ถอยมาจนถึงพนักโซฟา ยิ้มมุมปากสุดร้ายกาจปรากฎขึ้นบนใบหน้านั้นก่อนจะขยับขาเดินหน้าอีกครั้ง ร่างของเธอก็ร่วงลงนอนบนโซฟาแล้ว “ใช้เป็นอย่างอื่นแทนได้ป่ะ”

แฟ้มคดีวิญญาณ
ในโลกที่วิทยาศาสตร์และเหตุผลเป็นใหญ่ ยังมีมิติซ่อนเร้นที่ท้าทายทุกคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์

คุณหนูช่างใส่ใจกับคุณชายหน้านิ่ง
คุณหนูช่างใส่ใจกับคุณชายหน้านิ่ง โดยวันว่างว่างของหญิงใหญ่ จากป้าข้างบ้านผู้ชอบสอดรู้สอดเห็นกลายเป็นคุณหนูผู้ใส่ใจในทุกเรื่องของชาวบ้าน เหตุใดอำเภอเล็กๆ แห่งนี้จึงเต็มไปด้วยความวุ่นวายปั่นป่วนชวนให้เอ๊ะ! แล้วชายหน้านิ่งผู้นั้นมาเกี่ยวอันใดด้วย เมื่อคุณหนูบุตรสาวนายอำเภอ ต้องมาสวมวิญญาณนักสืบสาว หากเป็นเรื่องสอดรู้สอดเห็นแล้วล่ะก็ ไว้ใจนางเถิด เพียงซักไซ้ไล่เรียง ไม่ว่าเรื่องใดล้วนโดนลากไส้ออกมาแฉเกือบทั้งหมด จนได้รับคำกล่าวขวัญว่า "ถ้าช่างใส่ใจเพียงนั้นย่อมเป็นคุณหนูหลิวแน่นอน" ============================ นิยายเรื่องนี้เป็นแนวสืบสวนอยากรู้อยากเห็นแบบขำขัน พระนางช่วยเหลือกัน ไม่เน้นดราม่า เน้นความสนุกสนาน หากชื่นชอบกดเก็บเข้าชั้น หรือคอมเมนต์ให้ไรต์เพื่อเป็นกำลังใจด้วยนะคะ ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจที่ส่งให้ค่ะ -------------------------------------- นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงจากจินตนาการของผู้แต่ง ชื่อเมืองและชื่อตัวละครไม่มีอยู่จริง สถานการณ์และเนื้อเรื่องล้วนสร้างสรรค์ขึ้น เนื้อเรื่องเร็ว ย่อยง่าย จบดีค่ะ

ย้อนเวลามาเป็นชายาอ๋อง
ด็อกเตอร์แพทย์หญิงอัจฉริยะข้ามภพกลายเป็นพระชายาของอ๋องฉู่ เพิ่งมาถึงก็เจอผู้ที่บาดเจ็บสาหัส นางยึดถือจรรยาแพทย์ไปทำการช่วยเหลือ กลับเกือบถูกคนให้ร้ายไท่ซ่างหวง(เสด็จพ่อของฮ่องเต้)ป่วยวิกฤต นางไม่มีวิธีรักษา ถูกอ๋องอำมหิตผู้น่าเกลียดเข้าใจผิดตำหนิเอา หรือว่าเป็นคนดีมันยากนัก? ชายผู้นี้เอาแต่ใส่ร้ายป้ายสีนางไม่ว่า ที่อดไม่ได้คือเขายังกล้าแต่งชายารองทำให้นางสะอิดสะเอียนอีกอ๋องอำมหิตพูดอย่างเย็นชาว่า: “เจ้ามีดีอะไรให้ข้าแค้นเจ้า ข้าเพียงแค่เกลียดเจ้า? แค่เห็นเจ้าแวบแรกก็รู้สึกขยะแขยง”หยวนชิงหลิงใบหน้ายิ้มรับพร้อมกล่าวว่า: “ไฉนข้าไม่รังเกียจท่านอ๋องเพคะ? เพียงแค่ทุกคนล้วนเป็นสุภาพชน ไม่อยากไม่ไว้หน้าก็เท่านั้น”อ๋องอำมหิตพูดเย้ยหยันว่า: “เจ้าอย่านึกว่าตั้งท้องลูกของข้าแล้วข้าจะนับว่าเจ้าเป็นพระชายา ดื่มยาถ้วยนี้ ข้ากับเจ้าขาดกัน อย่ามาขัดขวางการแต่งงานของข้ากับคุณหนูสองตระกูลฉู่” หยวนชิงหลิงยิ่มแฉ่งพร้อมกล่าวต่อว่า: “ท่านอ๋อง นี่ชอบพูดเล่นเสียจริงเพคะ ท่านอยากแต่งก็แต่งเลยเพคะ ข้ามีลูกให้ดูแล ค่อยแต่งงานใหม่ ไม่มีใครเป็นก้างขวางคอใคร ถึงเวลานั้นมีการจัดเหล้าครบเดือน ขอเชิญท่านอ๋องมาร่วมงานด้วยเพคะ”

เรือนหอผีสิง
เมื่อชายหนุ่มกับหญิงสาวที่เพิ่งแต่งงานใหม่ ต้องเข้าไปอยู่ในบ้านร้างราคาหลายล้านที่ผู้เป็นพ่อซื้อให้เป็นเรือนหอ แต่อยู่ได้แค่คืนเดียวก็ต้องย้ายออกมา เพราะวิญญาณมากมายยังคงวนเวียนอยู่ในบ้านหลังนั้น

ยัยตัวแสบของท่านรอง
คิณหันต์ นายตำรวจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง กับ จารวี สาวสวยเจ้าของรีสอร์ทในพื้นที่ ที่เขาเข้าไปดูแล คิณหันต์ที่มารับราชการในพื้นที่ เพื่อมาจัดการพ่อค้าอย่างเสี่ยกรณ์ และมาพลิกคดีฆาตกรรมของพ่อแม่นางเอก จนได้เจอคนที่คิดไม่ถึง เพราะความช่วยเหลือ จากเขาจึงเปลี่ยนเป็นความรัก ระหว่างเขาและเธอ

ในคืนไร้จันทร์ หัวใจฉันยังมีเธอ
เขา “ธีร์” ชายหนุ่มที่หนีจากอดีตอันขมขื่น ได้หลบเข้ามาในคาเฟ่เล็ก ๆ ที่มีกลิ่นโกโก้อุ่น ๆ และรอยยิ้มของหญิงสาวคนหนึ่งเป็นแสงไฟนำทาง เธอ “พิม” หญิงสาวผู้ทุ่มเททุกอย่างให้ความฝันของตนเอง คาเฟ่นี้คือทั้งชีวิตและความทรงจำอันอบอุ่นที่เธออยากปกป้องไม่ให้ใครมาทำลาย เมื่อโชคชะตานำพาให้ทั้งคู่มาเจอกัน เรื่องราวแสนธรรมดากลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ความอบอุ่น และความรู้สึกที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นทีละน้อย แต่ความลับในอดีตของธีร์…กำลังจะกลายเป็นอุปสรรคครั้งใหญ่ ในคืนไร้จันทร์ พวกเขาจะเลือก หัวใจ หรือ ความฝัน และเมื่อเช้าวันใหม่มาถึง ความรักจะยังคงอยู่…หรือหายไปพร้อมสายฝน?

ถูกแฟนผู้มีโรคซูเปอร์แมนพบว่า...ฉันคบชู้
ตอนที่ฉันกำลังกอดจูบกับชู้ตัวเองแล้วพาเขาเดินเข้าห้องนอน กลับพบว่าแฟนหนุ่มกลุ่มอาการซูเปอร์แมนจะขอฉันแต่งงาน เทียนวางเต็มพื้นห้องไปหมด ฉันหน้าซีด เงอะงะรีบให้เขาไปหลบในตู้เสื้อผ้า ไม่คิดเลยว่าพอชะโงกมองใต้เตียง…ดันเจอแฟนตัวเองอยู่ตรงนั้น! เขาเห็นหมดแล้วเหรอ?

คุกสวาทน้ำสาดกระจาย
คุกสวาทน้ำสาดกระจาย โดยมาวิญญา ตื่นขึ้นมากี่คราล้วนถูกตอกกระหน่ำถาโถมด้วยดุ้นลำที่โหมไม่ยั้ง พวกเขาไม่ยอมเชื่อคำพูดของนางทั้งยังขู่เข็ญด้วยความแข็งใหญ่ที่กระแทกกระทั้นจนบานฉ่ำเยิ้มย้อยสาดกระจายไปทั่วจนน้ำท่วมนอง ---------------------------------- นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายสั้นเล่มเดียวจบ เต็มไปด้วยฉาก NC น้ำสาดกระจายเกือบทุกตอน โดยนางเอกเรารับศึกหนักมาก ฝากให้กำลังใจน้องด้วยนะคะ

การแก้แค้นของแมวปีศาจ
ในปีที่สามที่ข้ากับอาเหยาพึ่งพาอาศัยกัน นางถูกกุ้ยเฟยสับร่างทำเป็นมนุษย์หมูโยนใส่ไหไว้ จนกระทั่งเลือดสดไหลล้นออกจากปากไหหยดลงพื้น นางถึงได้สิ้นใจลงอย่างสมบูรณ์ ข้าเฝ้าศพของอาเหยาตลอดหนึ่งเดือน จนกระทั่งหนอนกัดกินชิ้นส่วนสุดท้ายของร่างมนุษย์หมดเกลี้ยง ข้าถึงคาบหยกของอาเหยาแล้วจากไป หนึ่งปีต่อมา ข้าก็กลายเป็นฝูเอ๋อร์ที่กุ้ยเฟยโปรดปรานที่สุด นางไม่รู้เลยว่าเหตุที่ข้าอยู่เคียงข้างนาง ก็เพียงเพื่อเอาชีวิตของนางเท่านั้น

เสียงร้องทุกข์ใต้ต้นไม้
พ่อแม่ของฉันคือคนดีประจำหมู่บ้าน พวกท่านเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชน… เพื่อช่วยฉัน ยามค่ำคืน ฉันนำร่างของพวกท่านไปแขวนไว้ใต้ต้นมะขามใหญ่ แล้วเฆี่ยนลงไปทีแล้วทีเล่า เมื่อฟาดถึงครั้งที่ 999 กำไลมือสีเงินก็ปรากฏขึ้นและล็อกแน่นอยู่บนข้อมือของฉัน ต่อหน้าศพที่ยับเยิน ผู้คนทั้งหมู่บ้านตะโกนถามฉันว่า “ทำไมถึงทำแบบนี้?!” ฉันไม่ได้ตอบ แม้แต่ผบ.กิตติที่มาสอบสวนด้วยตัวเอง ก็ยังไม่อาจเค้นคำพูดใดจากปากฉันได้ ไม่นาน ความชั่วของฉันก็ถูกดันขึ้นเทรนด์ดังบนโซเชียล “ลูกสาวชั่วเฆี่ยนศพพ่อแม่ เลวร้ายยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน” จนกระทั่งเมื่อพี่ชายสติไม่สมประกอบถูกพามาต่อหน้าฉัน ฉันเงยหน้ามองเพดาน น้ำตาไหลเป็นทางพลางเอ่ยว่า “รู้ไหม… ใต้ต้นมะขามยังมีวิญญาณร้องไห้ขอความเป็นธรรมอยู่…”
