หนีแต่งงาน

ของขวัญไร้รัก
“คืนนี้พาฉันขึ้นเตียงทีได้ไหม” เพราะความเจ็บปวดที่ถูกคนรัก ที่กำลังจะแต่งงานด้วย รวมหัวกับเพื่อนสนิทที่ไว้ใจหักหลังอย่างเลือดเย็น ไม่รักก็ไม่บอก แต่จะแต่งงานกันอยู่แล้ว เพิ่งมาบอกว่านอกใจ แถมไม่นอกใจเปล่า ยายเพื่อนตัวแสบดันท้องป่องมาอวดอีก นอกจากเงินเก็บมาทั้งชีวิตจะหายไปในพริบตา เพราะหมดไปกับการจัดเตรียมงานแต่งงาน แค่คิดว่าจะไปบอกทุกคนที่ทำงานว่าอย่างไร ก็หัวจะปวดแล้ว โอ๊ย… ในคืนที่ผิดหวังและสับสน มุกรวีหันไปใช้น้ำเมาดับทุกข์ จนได้เรื่อง... ความเมาทำให้เธอใจกล้าหน้าด้าน พลั้งปากขอให้หนุ่มหล่อแปลกหน้าลากขึ้นเตียง เพื่อฉีกพรหมจรรย์อันหวงแหนเป็นชิ้น ๆ อย่างเร่าร้อน ใครจะคิดว่าอีกฝ่ายก็บ้าจี้ช่วยทำตามคำขอร้องของเธอจริง ๆ เสียด้วย One-night Stand แบบไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอ ควรจบลงที่ต่างฝ่ายต่างแยกย้าย แต่ใครจะไปคิดว่า บุพเพจะอาละวาดลากเขาและเธอมาเจอกันใหม่ในฐานะใหม่ “เจ้านายและลูกน้อง” ชิบหายละ! ถ้าทำงานด้วยกันไป มองหน้ากันทีไร ฉากโป๊งชึ่งอันสุดสยิวกิ๊วคงจะโผล่เข้ามาหลอกหลอนทุกที เท่านั้นยังไม่พอ เพราะผลพวงจากคืนนั้น มันไม่ได้มีแค่เรื่องอย่างว่า แต่ดันพ่วงของขวัญที่ไม่ได้ตั้งใจมาด้วยนี่สิ แล้วมุกรวีควรจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไรดี ในเมื่อเขาและเธอไม่ได้รักกันสักนิด!

เจ้าสาว(ไม่)ปรารถนารัก
นุชพินตา ควรเป็นเจ้าสาวที่น่าอิจฉาที่สุดที่ได้แต่งงานกับ ปุลวัชร เจ้าบ่าวที่ทั้งหล่อ รวย เนื้อหอม เป็นเจ้าชายในฝันของสาวๆ ทั้งเมือง แต่ใครจะรู้ว่าเจ้าบ่าวในฝันนั้น...ทั้งไร้หัวใจ และไม่ได้รักเธอสักนิด! การแต่งงานที่ไร้รัก อยู่กันไปก็มีแต่เจ็บปวดเท่านั้น แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อเธอไม่อาจปฏิเสธ แม้จะต้องถูกเขาทำร้ายหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะทำอย่างไรหากใจที่ไม่คิดปรารถนารักกลับอยากได้ความรักจากเขา ------------------------------ “เธอเคยนอนกับผู้ชายหรือเปล่า” เขาถามออกมาจากปากร้าย ตอนที่เธอได้ยินถึงกับสะอึก ไม่คิดว่าเขาจะถามตรง ๆ และในนาทีต่อมา นุชพินตาก็รู้สึกโกรธมาก หญิงสาวโต้เขากลับ “ทำไมผู้ชายดี ๆ การศึกษาดี ๆ ถึงได้พูดจาแบบนี้คะ มาพูดดูถูกกัน เมื่อกี้ก็หาว่าพวกเราขายตัว และตอนนี้ยังมากล่าวหาฉันอีกว่าฉันสำส่อน คุณถามคำถามแบบนี้กับผู้หญิงทุกคน ที่คุณเคยนอนด้วยหรือยังไงคะ” ความเจ็บปวดระบายออกมาทางสายตา เขาเป็นบ้าอะไรกันนี่ คำพูดแบบนี้มาจากสันดานข้างในหรือเพราะว่าเขาเมา “แล้วเธอเคยมีอะไรกับผู้ชายหรือเปล่าล่ะ” เขาย้ำอีกครั้ง จ้องสบตาด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ “ปากร้าย ประโยคนี้คุณไม่ควรถามออกมาด้วยซ้ำไป” จากที่เรียกเขาว่าพี่ปุ่น ชักขุ่นและมีอารมณ์โมโหขึ้นมาเปลี่ยนสรรพนามที่คนฟังก็รู้ว่าห่างเหิน “ผู้หญิงที่ดี ๆ ที่ไหน จะตอบตกลงแต่งงานกันชายแปลกหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่คิด เวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น” “แล้วมันยังไงคะ” นุชพินตาก็ไม่ยอมเหมือนกัน “เธออาจจะเป็นมือสองก็ได้” ‘เมื่อคืนเขาไปนอนที่ไหน แล้วไปนอนกับใคร’ ‘อ้อ… ก็คงจะเป็นผู้หญิงคนนั้นสินะ’ ดวงตาเศร้าลง เธอลุกขึ้นไปเปิดม่านหน้าต่าง และมองออกไปยังท้องทะเล แสงอาทิตย์กระทบกับระลอกคลื่นที่ไล่เรียงกันกระทบเข้าฝั่ง นุชพินตาถึงกับถอนหายใจดังเฮือก ‘ฉันมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ มาให้เขาย่ำยีเล่นใช่หรือไม่’ เฝ้าถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ‘ยะหยาอย่าเสียใจไปเลยนะ เธอต้องทำตัวเองให้เข้มแข็ง แข็งแรงเถอะ ในเมื่อเธอก็ไม่ได้รักเขาเหมือนกัน’ คำพูดปลอบโยนตัวเอง ‘ใช่… ฉันไม่ได้รักเขา และจะเกลียดเขาให้มากกว่านี้’ เธอตอกย้ำคำนี้เข้าไปในหัวใจของตัวเองด้วยความมุ่งมั่นและสายตาที่แน่วแน่ แม้จะรู้สึกเจ็บแน่นในหัวอก ------------------------------ “ฉันจะหย่ากับเธอ” เขาเอ่ยอย่างใจดำ หญิงสาวถึงกับใจหล่นวูบ เธอเม้มขบริมฝีปาก กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่แล้ว นุชพินตาพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว “นางผู้หญิงไร้ยางอาย แพศยาฉันเกลียดผู้หญิงหลายใจ ฉันเกลียดผู้หญิงที่นอกใจ ไปให้พ้นจากบ้านของฉัน ไปให้พ้นจากหน้าฉัน พรุ่งนี้จะให้ทนายทำใบหย่า” “พี่ปุ่นคะ” เธอยกมือขึ้นมาไหว้เขาปลก ๆ “เราสองคนเพิ่งแต่งงานกันเองนะคะ ยะหยาไม่อยากให้คุณลุงและคุณย่าเสียใจ” “แต่สิ่งที่เธอทำล่ะ มันน่าอาย แล้วเธอไม่ละอายบ้างเหรอ หน้าด้าน” เขามีอาการเสียใจ และหัวเสีย นุชพินตาเอง เธอไม่คิดว่าปุลวัชรจะปากร้ายด่าทอเธอได้ถึงเพียงนี้ “ฉันจะหย่ากับเธอแน่นอน เตรียมปากกาไว้เซ็นใบหย่าในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” พูดจบ เขาเดินเข้าไปใช้มือปัดแจกันที่อยู่ใกล้ และชกบานกระจกที่ใช้ตกแต่งอยู่ในห้องโถงด้วย จนกระจกแตกละเอียดทั้งบาน มือของปุลวัชรมีเลือดไหลซึม เขาจะเดินเข้าห้องทำงานและปิดประตูตามหลังดังโครม นุชพินตาตกใจ และหวาดกลัวกับสิ่งที่เธอได้เห็น ความดีใจที่สามีจะกลับมา เธอจะบอกข่าวดีเขา และกินข้าวด้วยกัน ได้มลายหายไปสิ้น มีเพียงความเศร้าเข้ามาทับถมอยู่ในจิตใจของนุชพินตา แล้วหญิงสาวยกมือขึ้นมาปิดหน้าปิดตาปล่อยโฮ

นางบำเรอก้นครัว ชุด Sweet temptations
หล่อนถูกส่งมาบรรณาการในฐานะทาสบำเรอความใคร่ เพื่อแลกกับหนี้สินก้อนโต นอนกับเขาจนกว่าเขาจะเบื่อ แล้วเมื่อนั้นแหละหน้าที่บำเรอบนเตียงของหล่อนจึงจะหมดไป พะแพง ถูกส่งตัวมาเป็นนางบำเรอให้กับมหาเศรษฐีเจ้าของบ่อนคาสิโนที่ใหญ่ที่สุดในลาสเวกัส หน้าที่ของหล่อนคือทำให้เดมอน ลินการ์ด มีความสุขที่สุดยามอยู่บนเตียง หล่อนก้มหน้าก้มตาทำทุกอย่างเพื่อให้เขาพึงพอใจ แต่ไม่นานเขาก็เบื่อหน่าย ขับไล่ไสส่งหล่อนออกไปจากชีวิต ข่าวงานแต่งงานของเขากับผู้หญิงคนใหม่ที่ทั้งสวยและแสนคู่ควรดังก้องคับแผ่นฟ้า ในขณะที่หล่อนต้องหลบอยู่ในซอกหลืบของความมืดมิดเพื่อซ่อนเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอาไว้อย่างรวดร้าวทรมาน

ระหว่างนี้ฉันจะอยู่เงียบ ๆ
ในที่สุดก็หาคุณเจอสักที จู่ ๆ จะมาทิ้งกันไปง่าย ๆ แบบนี้ผมไม่ยอมหรอกนะ เพราะถูกเพื่อนสนิทหักหลังแย่งคนรักของตัวเองไป ไลลาบอสสาวสายมั่นจึงหอบหัวใจอันเจ็บช้ำกลับบ้านเกิด ตั้งใจจะใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านนอกสักเดือนสองเดือน แล้วจึงค่อยหวนกลับไปทำงานที่ตัวเองรักต่อ เพราะต้องหาอะไรทำเพื่อให้จิตใจไม่ฟุ้งซ่านเลยเข้าป่าเก็บเห็ด แต่หน้ามืดเป็นลมเพราะโหมอ่านนิยายจนไม่ได้นอน ลืมตาอีกทีก็พบว่าตัวเองหลุดเข้ามาอยู่ในโลกนิยายที่อ่านไปได้แค่สามหน้า โอ้โหนี่มันอะไรกันเนี่ยว่าแต่เนื้อหาในนิยายมันเป็นยังไงคะ แล้วเธอจะไปรู้ยังไงก็เพราะอ่านไปได้แค่นิดเดียวเท่านั้น สิ่งที่เธอรู้เกี่ยวกับนิยายเรื่องนี้ นั่นก็คือในอนาคตชนานันท์หรือตัวละครที่เธอเข้ามาสวมร่างจะถูกส่งไปอยู่โรงพยาบาลบ้า ไม่เอานะชีวิตที่แล้วฉันคือบอสไล ไลลา นักออกแบบและจัดดอกไม้ชื่อดัง จะมาอยู่ในร่างของยายคุณหนูที่ไม่มีใครรักได้ยังไง เพื่อไม่ให้จุดจบเป็นไปในแบบคำโปรยของนิยายไลลาจึงตั้งใจจะออกไปใช้ชีวิตอยู่เงียบ ๆ แต่ขอโทษนะยายคุณหนูนี่มีแต่คนเกลียดจริง ๆ ใช่ไหม ฉันว่ามันแปลก ๆ นะ

บ่วงรักบอดี้การ์ดเถื่อน
(ภาคต่อ แดนรักมาเฟียเถื่อน ((อ่านแยกได้ค่ะ)) “จะ...จะทำอะไรฉัน” มัลลิกาถามเสียงตะกุกตะกัก ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อป้องกันการถูกรุกล้ำและไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรไปเหมือนกัน เดี๋ยวก็หน้าร้อนผ่าว เดี๋ยวก็ใจเต้นโครมครามสลับกันอยู่ได้ ทั้งที่ผู้ชายแปลกหน้าคนนี้หน้าตาก็ธรรมดา หล่อสู้แฟนหนุ่มของเธอก็ไม่ได้ แล้วทำไมใจเธอถึงได้พากันเต้นกระหน่ำแบบนี้เล่า! “ทำเสียงให้มั่นคงหน่อย คนสวย” เสียงทุ้มดังชิดผิวแก้มนุ่มราวผิวเด็กจนอดใจไม่ไหวเผลอทาบปากสัมผัสแก้มนุ่มก่อนตัดใจถอยห่าง แต่สองมือยังไม่คิดจะละห่างจากเรือนร่างของหญิงสาว “อย่าทำอะไรฉันนะ ไม่งั้นฉันจะฟ้องคุณแม่ แล้วก็ฟ้องพี่ชายฉันด้วย คราวนี้นายไม่ได้ตายดีแน่ ไอ้คนปากเสีย” คุณหนูคนสวยเค้นเสียงขู่ด้วยอาการปากสั่นระริก “ไม่ทำหรอก เพราะผมจูบคุณไม่ลง” ไรอันโต้กลับชิดริมฝีปากคู่สวย ปากบอกไม่อยากจูบ แต่ตอนนี้ใจทั้งหมดของเขากำลังอยากลิ้มลองริมฝีปากคู่นี้สักครั้ง บ่วงรักบอดี้การ์ดเถื่อน เคยได้รับการตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์แสนรัก ปี 2555

ท่านประธานไร้ใจ
ชาคริตประธานหนุ่มรูปงามที่พนักงานทุกคนต่างก็หลงใหลในความหล่อเหลาราวเทพบุตร อายุ 26 ปี เขาเป็นเพลย์บอยอันดับต้นของประเทศชื่อเสียงกิตติศัพท์คือสโนว์ว่าเลยก็ว่าได้ ชายหนุ่มไม่เคยคิดที่จะยุ่งเกี่ยวกับพนักงานของตัวเองถึงแม้เค้าจะเจ้าชู้เพียงใดก็ตาม เพราะเค้าไม่อยากให้กระทบถึงเรื่องงานและธุรกิจ หลังจากที่ชาคริตเรียนจบระดับปริญญาโทจากสหรัฐอเมริกาพ่อกับแม่ก็ยกทรัพย์สมบัติและบริษัททั้งหมดให้กับชายหนุ่มเป็นคนดูแลเพราะพ่อกับแม่รู้ดีว่าในขณะที่เขาเรียนอยู่ที่ต่างประเทศชายหนุ่มได้ไปทำงานเป็นพาร์ทไทม์ จนกระทั่งจบปริญญาตรีก็ได้ทำงานที่สหรัฐอเมริกา และไล่ระดับขึ้นไปเรื่อยเรื่อยจนถึงขั้นผู้บริหาร เมื่อชายหนุ่มเรียนจบพ่อกับแม่จึงโทรตามตัวให้กลับมาสานต่อธุรกิจของที่บ้าน ส่วนพ่อกับแม่นั้นได้แต่ไปเที่ยวรอบโลกใช้เงินอย่างสบายใจ ชาคริตมีปมในใจก็คือ เรื่องของแฟนเก่าคือญาดา ทั้งสองคนได้เจอกันที่ต่างประเทศและเรียนคณะเดียวกัน จนมีแพลนว่าถ้าทั้งสองคนเรียนจบ จะกลับมาแต่งงานกันที่ประเทศไทยชาคริตจึงขยันทำงานที่อเมริกาเพราะชายหนุ่มหวังว่าจะเอาเงินเก็บทั้งหมดในขณะที่ตัวเองเรียนอยู่ต่างประเทศนำมาเป็นสินสอดเพื่อสู่ขอหญิงสาวผู้เป็นที่รักอย่างเต็มภาคภูมิ แต่ญาดาเข้าใจผิดคิดว่าชาคริตไม่รวยจริงในขณะที่ชายหนุ่มได้บอกตัวเองว่าเป็นลูกเศรษฐีแต่ตลอดเวลาที่คบกันมาสี่ปี ชาคริตเอาแต่ทำงานและเก็บเงินจึงทำให้ญาดาคิดว่าชาคริตไม่รวยพอและไม่คู่ควรกับเธอ หลังจากสอบวันสุดท้ายเสร็จเดินออกมาจากห้องสอบญาดาจึงได้ขอเลิกกับชาคริตทำให้ชายหนุ่มเสียเซลล์และเสียสูญไปในบัดดล ชาคริตจึงปฏิญาณตนว่าจะไม่รักผู้หญิงคนไหนอีกเพราะผู้หญิงทุกคนล้วนเห็นแก่เงิน เมื่อเรียนจบพ่อแม่ยกธุรกิจให้ชายหนุ่มจึงกลับมาทันทีและตั้งใจทำงาน แต่เขาก็ได้เป็นคนใหม่นั่นก็คือเห็นผู้หญิงเป็นเพียงของเล่นเค้าได้แต่นอนแล้วเอาเงินฟาดหัวไม่เคยจริงใจกับใครและชีวิตนี้ชายหนุ่มไม่คิดอยากจะแต่งงานกับใครอีกเลย มาเรีย เลขาสาวที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งในขณะที่เพิ่งจะเรียนจบระดับปริญาตรี หน้าที่หลักของเธอคือดูแลความเรียบร้อยให้กับท่านประธาน เธอเป็นมือขวาของท่านประธานชาคริต นอกจากจะประสานงานเธอยังดูแลเอกสารรวมไปถึงเรื่องราวส่วนตัวของเจ้านายของตัวเองด้วย หญิงสาวต้องคอยห้ามทัพหย่าศึกของบรรดาดารานางแบบสาวสวยทั้งหลาย ที่คอยตามติดเจ้านายเธอ มาเรียแทบจะจัดการทุกอย่างให้กับท่านประธานของเธอตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งท่านประธานของเธอหลับ แต่มันก็คุ้มค่าสำหรับเงินเดือนของพนักงานที่เพิ่งเรียนจบมาใหม่ถือว่ามากโขเลยทีเดียว โชคดีหน่อยที่ตอนฝึกงานเธอมาทำงานที่นี่แล้วเข้าตาฝ่ายบุคคลด้วยความที่มีระเบียบวินัยและขยันทำงาน เมื่อเรียนจบตำแหน่งเลขาของเธอว่างพอดีผู้จัดการฝ่ายบุคคลจึงโทรหาเธอและยกตำแหน่งนี้ให้กับเธอ หญิงสาวดีใจมากกับตำแหน่งและเงินเดือนมากมายขนาดนี้ รวมถึงรถประจำตำแหน่งและคอนโด ซึ่งเธอได้รับจากสวัสดิการของบริษัท หญิงสาวไม่กล้าคิดนอกลูกนอกทางกับท่านประธานเด็ดขาด เธอมีหน้าที่แค่เพียงรับใช้เจ้านายหญิงสาวได้แต่คิด จนกระทั่งเรื่องราวที่ไม่เกิดฝันได้เกิดขึ้นมาโปรดติดตามตอนต่อไปในนิยายเลยนะคะ **นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน เพื่อความบันเทิงเท่านั้น ตัวละครและสถานที่ในเรื่องไม่มีอยู่จริงนะคะ** **ภาพทุกภาพนำมาจากอินเตอร์เน็ต บุคคลในภาพไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับนิยายเรื่องนี้ ผู้เขียนนำมาลงเพื่อเป็นอิมเมทตัวละคร ในเรื่อง เพื่อให้ผู้อ่านได้รับอรรถรสมากยิ่งขึ้นเท่านั้น** สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติพุทธศักราช 2537 ห้ามดัดแปลงบทความ คัดลอกและนำไปใช้บางส่วนและนำไปเผยแพร่ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้นโดยไม่ได้รับอนุญาต หากฝ่าฝืนมีบทลงโทษบัญญัติไว้สูงสุดตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ 2537 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ปรากฏว่าเผลอรัก
ปรากฏทายาทตัวแสบของดรุณทอง เผ่นหนีไปไกลถึงแอลเอ เพื่อหนีการหมั้นที่พ่อกับแม่ของเขา อยากจะให้หมั้นหมายกับลูกสาวบุญธรรมอย่างมทินา เขาไม่ชอบหน้าเธอตั้งแต่ที่เธอเข้ามาในบ้านดรุณทอง ป๋องแป๋งคอยแกล้งน้อง รังแกน้อง หนักสุดคือลักเป็ดน้องไปขาย! ถ้าน้องเป็นน้ำมันเขาก็เป็นไฟ อยู่กันได้ที่ไหน หึ! มทินาจำต้องไปตามจิกเขากลับมา เพราะบิดาและมารดาบุญธรรมประสบอุบัติเหตุ เธอก็ไม่ได้ชอบขี้หน้าเขานักหรอกนะ อีกนิดก็เกือบจะเกลียดเขาแล้ว เขาแกล้งเธอ รังแกเธอ และลักของรักของเธอไปขาย แก้แค้นสิบปีไม่มีสายนะคะคุณปรากฏ คนอย่างเธอต้องเจอกับฉัน เจอกับมทินาเวอร์ชั่นสู้ปรากฏ เธอก็ไม่ได้อยากได้เขาหรอกนะ พ่อคนหลงตัวเอง! พบกับผู้ชายสุดมั่น ปากดี ปากไม่ตรงกับใจ ที่จะทำให้คุณหมั่นไส้กับความมั่น พ่อคนมั่นจะยอมรับใจตัวเองกี่โมง มาลุ้น มาขำ และมารักไปด้วยกันค่ะ โปรยปราย "พี่ทำอะไรพลาดไปเหรอ ในการที่จะบอกให้น้องมุกรู้ว่าพี่น่ะรัก" สารภาพเอาลุ่นๆ นี่แหละ ดูสิทำตาโตแล้ว ทำหน้าแดงด้วย ไอ้หมอบอกว่าชอบเขาก็บอกตรงๆ เขาบอกไปแล้วตรงๆ น้องจะต้อง... มทินาควักเอาบางสิ่งออกมาจากกระเป๋าของเธอแล้วจ่อมันไปที่เป้ากางเกงของปรากฏ "พูดมาอีกสิว่ารักฉัน แม่จะยิงเป้าให้พรุน" "แว๊ก น้องมุกอย่า อย่าทำนะ วางก่อนๆ เดี๋ยวปืนลั่น โธ่ๆ พี่น่ะรักน้องมุกจริงๆ พี่ไม่ได้แกล้ง ไม่ได้หลอก ทำไปจากใจล้วนๆ" "ตอแหล ถ้าคุณชอบฉันจริงๆ จะทำตัวร้ายกาจใส่ฉันทำไม ทำไมต้องแกล้งฉันสารพัดล่ะ หะ!" "โธ่ๆๆๆ ก็เคยไปขอโทษแล้ว ที่ทำตัวไม่ดีใส่ น้องมุกก็ให้อภัยแล้วอะ" "ฉันแกล้งให้อภัยหรอก คนอย่างคุณไว้ใจได้ที่ไหนกัน ทำตัวแปลกๆ กับฉัน ทำเป็นหมาหยอกไก่ ทำเหมือนมีใจ แต่คิดว่าพอฉันตกลงหวั่นไหวด้วย ก็จะตะโกนใส่หน้าฉันบอกว่าแบร่ๆ พี่หลอกเล่น สมน้ำหน้าที่ดันอ่อนไหว ล้อเลียนว่านั่นแน่ ฉันอยากได้คุณเป็นผัวจริงๆ ด้วย อย่ามาคิดนะว่าฉันจะไม่รู้ทัน" "นี่พี่เลวอุบาทว์ขนาดนี้เลยเหรอในสายตาน้องมุก" ปรากฏทำเสียงละห้อย แม่งโคตรเสียใจที่อุตส่าห์สารภาพรักกับเค้า ทำดีกับเค้า จริงจังกับเค้า แต่เค้าดันจะยิงจู๋เรา โธ่ โถ ปรากฏ ช่างน่าสงสาร รักครั้งแรกของปรากฏมันจะต้องไม่จบตรงนี้สิ! "ใช่" เธอเชิดหน้า แต่ยังไม่ลดการจ่อปืนกับเป้าเขา "ต่อไปนี้เลิกทำตัวแบบนี้กับฉัน ถ้าไม่ได้รักชอบฉันจริงๆ ก็อย่ามาทำล้อเล่น หนหน้ามาทำจีบทำก้อร่อก้อติกกับฉันอีก ฉันยิงเป้าคุณแน่" "พี่ชอบน้องมุกจริงๆ ชอบมาตั้งนานแล้ว" เอาวะ ลองสารภาพดูสักตั้ง ลองบอกความจริง ความจริงที่เขาเองก็พึ่งจะยอมรับแหละ ว่าที่เหลวไหล เกเร แกล้งเค้าทั้งหมดนี่มันเพราะอะไร "ตอแหล" "พี่อิจฉาน้องมุก การที่มีน้องมุกเข้ามาในครอบครัว มันทำให้พี่ถูกด้อยค่า แบบน้องมุกเข้าใจพี่เถอะ การที่พี่ร้ายกาจพี่ไม่ได้ตั้งใจ พี่เป็นเด็กนิสัยเสีย โดยสปอยจนเคยตัว น้องมุกก็เห็น" "..." เธอมองจ้องหน้า สบตาเขา สายตาของเขาดูเศร้าลงจริงๆ พอเห็นน้องเงียบ เขาเลยพูดต่อ เอาแบบความในใจล้วนๆ ที่ซ่อนในหัวใจ "จากอิจฉา มันก็พัฒนามาเป็นแอบรัก" "หะ...ตั้งแต่ตอนไหนมิทราบ" "ก็ตั้งแต่ตอนที่ลักเป็ดน้องมุก นั่นเลย รักแรก แอบรัก แต่น้องมุกไม่สนใจพี่ ไปสนใจเลี้ยงแต่เป็ดอะ" มทินาถึงกับอ้าปากค้างมองเขาอย่างเหลือเชื่อ! เขานี่มัน... "ถ้าไม่รัก คงไม่ให้แจงไปไล่ซื้อคืนมาให้ พี่หมดเงินไปตั้งเกือบครึ่งแสนนะ ค่าเป็ดน้องมุกหนนั้นอะ ถ้าคิดตามค่าเงินแปรผัน เป็ดหนนั้นก็ไม่ได้ถูกกว่าเป็ดหนนี้ที่พี่เปย์น้องมุกเลย แล้วที่ไม่เคยจีบใครจริงจัง ก็เพราะหัวใจมันมีแต่ยัยเป็ดไง เข้าใจพี่หรือยัง" "โอ๊ย! ไม่เข้าใจหรอก

เชื้อไฟเดิม ALL you are
หากในมือมันมีร่มคันเดียวเท่านั้น ซึ่งพอจะบังแค่แดดฝนสำหรับคนสองคน คือเขากับฉัน แต่หากว่ามีคนอื่นเข้ามาคั่นกลาง จนร่มคันนั้นมันเริ่มเล็กลง สุดท้ายฉันก็เอาตัวเองออกมาจากใต้ร่ม “ถ้าเขาเห็นคนอื่นดีกว่าเรา ก็ต้องบอกว่าลาก่อน” ทว่าสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ลูกตัวน้อย ๆ ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ดันติดท้องของเรามาด้วย “ไม่เป็นไรลูก เราจะหนีคนใจร้ายคนนี้กัน อย่าได้มาเจอะมาเจอกันอีกเลย” แต่เชื้อไฟเดิมยังไม่มอดไหม้ แล้วเด็กน้อยคนที่แม่รักมากอยากจะพัดกระพือไฟรักเดิม และทำให้พ่อกับแม่มาอยู่ด้วยกัน เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป มาติดตามกันได้เลยค่ะ “คุณกับเธอไม่ได้เป็นแค่เพื่อนกันใช่ไหมคะ” สายตาและน้ำเสียงบ่งชัดถึงความผิดหวัง คณิตศรกลืนน้ำลายลงคอ แต่ก็ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ยศวดีกระตุกยิ้มรอลุ้น “คุณพูดอะไรของคุณฮึ... ขวัญ” สาดส่ายสายตาพุ่งเป้าสลับกันระหว่าง ใบหน้าของคณิตศรและยศวดี “หรือมันไม่จริง เพื่อนที่ไหน จะมาบ้านคนอื่นที่อ้างว่าเป็นเพื่อนที่ทำงานร่วมกันเท่านั้น แต่มาแบบเช้าถึงเย็นถึง ฮึ... อย่างนี้ไม่เรียกว่า นางหน้าด้าน จะให้ขวัญเรียกหล่อนว่าอะไร บ้านของตัวเองไม่มีหรือไง” “ขวัญ คุณหัดเป็นคนใจแคบตั้งแต่เมื่อไหร่ฮะ” ใบหน้ามึนตึงเหมือนกับคนโดนของ พอถูกจับได้ไล่ทันก็ทำตัวบ่ายเบี่ยง ขวัญดาวกำมือแน่นสนิทจนเล็บคมยาวจิกหายไปบนเนื้อผิว “จะให้ฉันใจกว้าง โดยการให้ใช้สามีร่วมกับคนอื่น อย่างนั้นนะเหรอคะ บอกมาสิว่า... คุณต้องการแบบนี้ ใช่ไหม…” เธอสะอึกสะอื้นด้วยแค้นใจ หัวใจเหมือนถูกบีบ มันอัดแน่นที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง

รักที่แสนเกลียด
"อย่ามายุ่งกับฉัน เธอไม่มีวันแทนปอได้จำใส่สมองเอาไว้ เธอไม่ได้ครึ่งปอแก้ว ไม่มีวันที่เธอจะแทนได้" "ป่านรู้ดีว่าไม่มีวันแทนพี่ปอได้ ป่านรับรู้มาตลอดว่าป่านไม่มีวันได้ครึ่งพี่ปอ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ช่างในชีวิต ป่านไม่เคยสู้พี่ปอได้เลย แต่ตอนนี้พี่ดีแล่นคือสามีตามกฎหมายของป่าน ป่านดูแลพี่ดีแล่นตามหน้าที่ภรรยา" "ภรรยาเหรอ? หึ! เธอไม่มีสิทธิ์ใช้คำนี้ด้วยซ้ำ" "ในทะเบียนสมรส นางสาวป่านทอทอง ภักดีพิพัฒน์ได้จดทะเบียนสมรสกับนายดีแล่น..." ฉันพูดไม่ทันจบเขาก็รีบพูดแทรกขึ้น ใบหน้าบ่งขอกว่าไม่พอใจที่สุด "มันก็แค่กระดาษใบเดียว ผู้หญิงแบบเธอต่อให้อ้าขาให้ฉัน ฉันก็ไม่เอา อย่าคิดมาเสมอเหมือนปอแก้ว เธอไม่มีวันได้เป็น" พี่ดีแล่นปรามาสฉันด้วยถ้อยคำร้ายกาจ ฉันเชิดหน้าขึ้นแล้วพ่นคำพูดเผ็ดร้อนตอกกลับทันที "แล้วพี่คิดว่าป่านอยากได้พี่เป็นผัวเหรอ ป่านไม่ได้อยากได้ พี่ปอก็คงไม่อยากได้เหมือนกัน ถ้าอยากได้พี่เป็นผัว พี่ปอคงไม่หนีไปหรอก มีอย่างที่ไหนรักกันปานจะกลืนกินพอถึงวันแต่งงานเจ้าสาวก็หนีหาย ถ้าพี่ดีจริงเจ้าสาวคงไม่หายหรอกจริงไหมพี่ดีแล่น!" จ้องหน้าพี่ดีแล่นอย่างท้าทาย ในเมื่อเขาอยาบคายกับฉันก็ไม่จำเป็นที่ฉันจะต้องพูดจารักษาน้ำใจเขา "ป่านทอทอง!" พี่ดีแล่นตะเบ็งเสียงดังลั่น "อย่าปากดีให้มันมาก" "พี่ไม่มีสิทธิ์ว่าป่าน พี่เกลียดอะไรป่านพี่ถึงทำนิสัยแบบนี้ใส่ป่าน" ฉันเริ่มขึ้นเสียงใส่บ้าง "หึ! ฉันไม่ได้เกลียด แต่ฉันไม่ชอบผู้หญิงแบบเธอ"

พลิกฟ้าข้ามภพ
เมื่อความผูกพันบางอย่างทำให้สายน้ำนำพาผู้จัดการสาวอย่าง 'ข้าว' หญิงที่หนีการผูกมัดทุกประการต้องมาใช้ชีวิตย้อนยุคย้อนสมัย การปรับตัวครั้งใหญ่ของเธอกำลังจะเกิดขึ้น [พลิกฟ้าชะตาลิขิตฉบับไทย] (มี EBook)

แสงแรกแห่งใจ
ความผิดพลาดในอดีตทำให้เรนิกาได้รับสิ่งล้ำค่าแสนสำคัญ แต่แล้ววันหนึ่งเธอและเขาโคจรมาพบกัน เรนิการับรู้ดีว่าใจเธอนั้นยังมีเขาครอบครองโศกนาฏกรรมทำให้ชายหนุ่มปิดหัวใจกลายเป็นคนเย็นชา แต่แล้วสาวน้อยหน้าตางดงามอย่างเรนิกากลับทำให้ใจไหวสั่น ทิวากรไม่แน่ใจในความรู้สึก จึงไม่อาจรับความรักที่เธอมีให้ แต่แล้วความเมาเขาจึงทำสิ่งผิดอย่างใหญ่หลวงเรนิกาไม่อาจทานทนต่อความเจ็บปวด จำต้องหนีมารักษาตัวเอง แต่แล้วโชคชะตากลับเล่นตลกให้เธอและเขาได้พบกันอีกครั้ง อดีตไม่อาจผสาน และผู้หญิงอีกคนผู้กำความลับดำมืด เรนิกาจะยินยอมอภัยหรือเลือกตัดใจจากเขาเสียที

เล่ห์พยาบาทไฟปรารถนา
เธอ เป็นเจ้าสาวที่ไม่มีโอกาสได้กลับไปงานแต่ง เพราะเขา ผู้ชายโหดร้ายทารุณ พาเธอมากักขังไว้ในป่าลึกเมืองกาญจน์ เธอจะแก้ต่างให้เจ้าบ่าวที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุทำให้น้องสาวของ เขา เสียสติ ได้เช่นไร ในเมื่อเขาไม่เคยฟังเหตุผล หากแต่เล่ห์แห่งความพยาบาทนั้นกลับจุดไฟปรารถนาจนบุรุษใจหินเช่นเขากลับต้องถลำลึกเข้าสู่บ่วงรักเกินจะหักห้ามใจ

‘ลูกไม้’มาเฟีย [ Heir Of Mafia ] เซต Romance Of Mafia ลำดับที่ 3
“ถือซะว่าพี่เป็นสินค้า...ที่เต็มใจให้หนูมุกได้ทดลองใช้ได้ตามใจ...ครับ”อลัน ซาวันเดอร์ (พี่อลัน) ปัจจุบัน อายุยี่สิบเจ็ดปี ลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ที่ต้องพลัดพรากจากพ่อแม่ ไปอยู่และเติบโตที่ประเทศไทย โดยมีพ่อและแม่ทูนหัวเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนจนถึงอายุสิบห้า แต่ตอนที่อลันอายุได้เจ็ดขวบพ่อและแม่ทูนหัวที่เลี้ยงดูเขามา ได้ให้กำเนิดบุตรสาว ผู้ซึ่งที่จะมาครอบครองหัวใจของเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข ปิ่นมุก อัครถาวรกุล (หนูมุก) ปัจจุบัน อายุยี่สิบปี ที่เกิดมาท่ามกลางความรักของคนรอบข้าง และรวมถึงผู้ที่จะมาเป็นเจ้าของหัวใจ ‘พี่อลัน’ ชายเพียงคนเดียวที่เธอต้องรักเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข เมื่อลมหายใจแรกของเธอที่เกิดขึ้นนั้นมาพร้อมกับภาระที่ยิ่งใหญ่ เมื่อเธอต้องเป็นสะใภ้ใหญ่ของตระกูลซาวันเดอร์ หนูมุกจึงถูกเลี้ยงดูให้พร้อมกับหน้าที่ตำแหน่ง ‘เมีย’ ของพี่ชายท้องชนกัน ที่เขาไม่ใช่เป็นเพียง อลัน ซาวันเดอร์ แต่เขาคือ ‘ลูกไม้’มาเฟีย ที่มีเลือดส่วนนี้ไหลเวียนเป็นส่วนใหญ่ในร่างกาย ‘ให้ตายเถอะ!!!’ คำนี้ต้องเกิดขึ้นกับอลันแทบทุกวัน เมื่อเขาคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เขาต้องรับเจ้าสาวตัวจริงของเขามาดูแลต่อจากพ่อแม่ เพื่อรอเวลาที่เหมาะสมที่เขาจะมอบตำแหน่ง ‘เมีย’ ที่ถูกต้องตามกฎหมายให้กับเธอ แต่เมื่อเธอทั้งแสบ ทั้งดื้อ และรักเขามากมายจนทำให้เขาต้องกระทำบางอย่างเพื่อปกป้องเธอจากภัยร้ายที่ครอบครัวเขาต้องพบเจอ ‘ให้ตายเถอะ!!!’ เขาเกลียดตัวเองที่ต้องทำให้ ‘หนูมุก’ เสียน้ำตาครั้งแล้วครั้งเล่า เขาจึงต้องชดเชยให้กับเธอด้วยการมอบตัวเองให้ตกเป็นของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อฆ่าเวลารอคอยวันที่เธอจะเข้ามารับตำแหน่ง ‘ภรรยา’ ในอีกหนึ่งปีข้างหน้า “ถือซะว่าพี่เป็นสินค้า...ที่เต็มใจให้หนูมุกได้ทดลองใช้ได้ตามใจ...ครับ”SET : Romance Of Mafia ลำดับที่ 1 ; จังหวะรักมาเฟีย [ Mafia’s Rhythms Of Love ] ลำดับที่ 2 ; มาเฟีย'จ้าว'ชีวิต [ Mafia’s King ] ลำดับที่ 3 ; 'ลูกไม้'มาเฟีย [ Heir Of Mafia ] ลำดับที่ 4 ; นางฟ้ามาเฟีย [ Mafia’s Fairy ] SET : Romance Of Mafia ภาคพิเศษของเอ็ดเวิร์ด และ น้ำใส จอมใจมาเฟีย [ Mafia’s Beloved ]

ละอองดารา (NC-18)
เพื่อช่วยเจ้าหญิงตัวจริงให้รอดพ้นภัย 'ดารา' นางจัณฑาลชั้นต่ำถูกบังคับส่งไปถวายตัวแก่เจ้าชายเมืองยักษ์ 'ลักษมินทร์' ที่ว่ากันว่าดุร้ายน่ากลัวที่สุดในชมพูทวีป เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวความรัก มายา น้ำตา และตัณหาอันแสนหวาน

ขอความรักที
ร้อยรัก ผู้เชื่อมั่นในรัก แต่ไฉนเลยกลับถูกโชคชะตากลั่นแกล้งอยู่ร่ำไปคนที่คิดว่าใช่ กลับไม่ใช่ สุดท้ายยังต้องเข้าพิธีวิวาห์กับน้องชายของเจ้าบ่าว! ‘นี่คุณมานอนบนนี้ตั้งแต่เมื่อไร’ร้อยรัก ถามเสียงห้วนแล้วก้มสำรวจตัวเองตามสัญชาตญาณ‘ก็ตั้งแต่เมื่อคืนนั่นแหละครับ’‘ฉะ...ฉันนึกว่าคุณจะนอนข้างล่างเสียอีก’คีรินทร์ หัวเราะขำ แล้วตอบกลับตรงๆ‘ฝันไปเถอะ เหนื่อยจะตายมีที่นอนนุ่มๆ จะไปนอนที่พื้นเพื่อ...’‘ก็...เราไม่ได้เป็นอะไรกัน และคิดว่าคุณจะเป็นสุภาพบุรุษกว่านี้เสียอีก’‘ตื่นจากมโนได้แล้วคุณ คนที่แต่งงานกับคุณไม่ใช่ผู้ชายอ่อนโยน แสนดีและเป็นสุภาพบุรุษอย่างที่ต้องการหรอกนะมีแต่ผม...ผู้ชายที่สันดานไม่ดีคนนี้แหละ’

เจ้าสาวรอรัก
“ถ้าพี่ปุ๊ไป...ฮึกกก...ฮือออ...พี่ปุ๊จะไม่ได้เจอปานอีกพี่ปุ๊จะต้องเสียใจ...ฮึกก” ปานประดับกระซิบเสียงอันสั่นเครือบอกชายหนุ่มที่ยังก้าวเดินไปหาอันทิตา ยามที่เขาก้าวออกไปหาอันทิตาแต่ละก้าวมันเหมือนชายหนุ่มเหยียบย่ำอยู่บนหัวใจของเธอ เจ็บจุกอกยิ่งนัก ยามเห็นคนรักเดินออกไปหาหญิงอื่น“ถ้าพี่ปุ๊ไป...พี่ปุ๊จะไม่ได้เจอหน้าปานอีก” ย้ำเตือนเขาเป็นครั้งสุดท้าย ตาดวงโตเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา แววตาของเธอที่มองแผ่นหลังชายหนุ่มมันพร่ามัวสั่นระริก ปุริมหยุดนิ่งชะงักอยู่กับที่ แต่ไม่คิดที่จะหันมามองเธอเลยสักนิด ร่างบางหมดเรี่ยวแรงเซล้มลงนั่งทับส้นเท้าของตัวเองอยู่ตรงพื้น หญิงสาวใช้มือปิดกลั้นเสียงสะอึกสะอื้นไว้ เรียวปากบางเม้มกัดนิ้วตัวเองหวังไม่ให้ใครต่อใครได้ยินเสียงสะอื้นของเธอ ส่วนอีกข้างยกขึ้นทุบลงไปบนอกข้างซ้าย หัวใจของเธอมันจะแตกสลายทรมานเหมือนมีใครเอาคมมีดมากรีดตรงกลางหัวใจ น้ำตาอุ่นร้อนไหลออกมาจากตาดวงโตเพียงข้างเดียว เพราะเธอสุดจะกลั้นมันไหวได้

ใจช้ำรัก
"โอ๊ย"กวินตาอุทานออกมาด้วยความเจ็บ "หวา! ทำบ้าอะไรเนี่ย"เขาว่าพร้อมกับบีบแขนเรียวแน่นด้วยแรงโทสะ วริษฐาสะบัดลำแขนออกจากมือแกร่งก่อนจะฟาดลงบนใบหน้าคมเต็มแรงทำให้ใบหน้าคมนั้นหันไปตามแรงตบ น่าแปลกใจที่ตอนนี้หล่อนไม่มีน้ำตาเลยสักหยด เพิ่งเข้าใจวันนี้นี่เองว่าเจ็บจนจุกมันเป็นยังไง "หนีงานแต่งมากกอยู่กับแฟนเก่า ดีจริงๆเลย สุภาพบุรุษที่สุด"หล่อนว่าพร้อมกับแค่นหัวเราะออกมา "มันไม่ใช่อย่างนั้นหวา"เขาพยายามระงับอารมณ์ที่เดือดพล่านไว้ "ก็อธิบายมาสิคะ บอกหวามาสิว่าเพราะอะไร เพราะมันใช่ไหม"หล่อนขึ้นเสียง "กลับไปก่อน"เขาเอ่ยบอกเสียงเหนื่อย เพราะยังไงวันนี้ก็คุยกันไม่รู้เรื่องแน่ถ้าวริษฐายังใช้อารมณ์เหนือเหตุผลแบบนี้ "มดพาเกรซขึ้นไปที"พชรพลเอ่ยบอกสาวใช้ สาวใช้คนนั้นก็ค่อยๆเข้ามาพยุงกวินตาโดยมีพชรพลช่วยอยู่ห่างๆ ภาพที่เขาดูเป็นห่วงเป็นใยผู้หญิงคนนั้นมันยิ่งทำให้เพลิงโทสะของวริษฐาลุกโชน เจ้าหล่อนจึงเข้าไปดึงแขนพชรพลออกมา "พี่ต้องคุยกับหวาให้รูเรื่องก่อนนะ" "กลับไประงับสติอารมณ์ก่อนแล้วเราค่อยคุยกัน"เขาว่าก่อนจะเข้าไปช่วยสาวใช้พยุงกวินตา "ถ้าพี่ไม่กลับมาเราไม่ต้องมาคุยกันอีก"หล่อนยื่นคำขาดทำให้คนตัวโตหยุดชะงัก แต่มันก็เป็นแค่เพียงเสี้ยวนาทีเดียวเท่านั้นเพราะเขาเลือกที่จะไม่สนใจหล่อนและพากวินตาขึ้นไปยังชั้นบนต่อ "พี่เพชร!"วริษฐาตะโกนตามหลัง ตอนนี้หล่อนไม่สามารถกักเก็บความเสียใจไว้ได้อีกต่อไป เพราะมันถูกระบายออกมาในรูปของหยดน้ำตาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เล่ห์ลวงบ่วงรักเมษา
“ประจำเดือนมาหรือยัง” ยื่นมือเข้าไปเชยคางงามให้หันหน้ามาเผชิญ ตาสีเข้มเอาแต่จ้องมองเรียวปากบางที่ขยับโต้ตอบเขาอย่างไม่ลดละ ยัยเด็กหัวรั้นเอ้ย เขายิ้มอยู่ในใจทำเป็นอวดเก่งถ้าเขาคิดจะทำอะไรเธอเวลานี้ก็ยังได้ ยิ่งคิดหัวใจดวงโตก็เริ่มเต้นแรงดังกลองถูกตี เขาอยากให้สาวน้อยที่นอนหมดแรงตรงหน้านี้ท้องเหลือเกิน“ประ…ประจำเดือนกั้งมาตามกำหนดค่ะ” นอนนิ่งไม่ไหวติงเมื่อได้ยินคำถามของน้าชายอีกครั้ง กังสดาลกั้นลมหายใจเข้าออก แล้วลืมตามองหน้าเขา คนชีเปลือยทำไมไม่ใส่เสื้อนะ เธอดันแผ่นอกหนาออกแล้วพยุงตัวลุกนั่ง“จะลุกทำไม…เวียนหัวไม่ใช่หรือ” คนตัวโตได้ผลักให้เธอลงไปนอนที่เดิม เขาใช้วงแขนทั้งสองข้างค้ำยันที่นอนขนาบระหว่างลำตัวบางซ้ายขวา“กั้งจะออกไปเอาน้ำค่ะ” ยกมือขึ้นผลักอกอันแข็งแกล่ง มองหน้าเขาอย่างทรมานแต่ก็ต้องกลั้นไว้ไม่ให้อาเจียน กลืนน้ำลายเหนียวหนึบลงคออย่างติดขัด อยากจิบน้ำผลไม้แก้วนั้น“อยู่นี่แหละเดี๋ยวน้าไปเอามาให้” แววตาที่ดุดันเมื่อคู่อ่อนแสงลงมองจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้นข้นหาความจริง“ค่ะ” หลับเปลียกตาหนีหน้าของเขา“อย่าลุกไปไหนนะ…เดี๋ยวน้ามาจะพาไปอาบน้ำดูสิอ้วกจนเลอะเสื้อหมดแล้ว” คนตัวใหญ่ยิ้มเจ้าเหล์ยิ่งสงสัยอาการแบบนี้ เขายื่นใบหน้าเข้าหา แตะริมฝีปากลงบนผิวหน้าผากนวล จูบผิวขาวซีดอยากให้เจ้าหล่อนรับรู้สัมผัสของเขาว่าเขาเป็นห่วงเธอมากแค่ไหน ในใจทั้งสี่ห้องเป็นของเธอจนหมดแล้ว“อื่ออ” นอนหลับตาหัวใจเจ็บลึก เธอจะไม่มีวันบอกเขาแน่ในสิ่งมีชีวิตในท้องของเธอ ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ ไปแบบนั้นเอง ขณะนี้กังสดาลอยากให้เขาไปให้ไกลตัว

พันธะหัวใจ
มันเป็นความผิดพลาด เป็นความเห็นแก่ตัวที่ทอดทิ้งเธอและลูกเมื่อสามปีก่อน…ณ วันนี้ที่รู้สึก…ยังคงรัก ยังคงโหยหาเธอทุกลมหายใจ เขาจึงยินยอมทุ่มเททุกอย่างเพื่อทวงคืนหัวใจตัวเองกลับคืนมาทว่า…“เจียวไม่ต้องการความรับผิดชอบของพี่” หญิงสาวยิ่งชอกช้ำหัวใจเมื่อได้ยินว่าเขาต้องการรับผิดชอบเพียงแค่ลูกเท่านั้น“ตอนนั้นพี่สับสน…พี่รู้ใจตัวเองช้าไปเลยบอกเจียวไปว่าพี่รักเขา แต่ในความรู้สึกลึกๆ พี่ไม่เคยรักเขาเลยสักนิดเดียว”“พี่ไม่ได้สับสนใจตัวเองหรอก พี่ตั้งใจอยากจะหย่านานแล้ว พี่ยังไม่มีความรู้สึกเสียใจด้วยซ้ำที่ขอหย่ากับเจียว” หญิงสาวมองเขาอย่างเย้ยหยัน ‘ผู้ชายสารเลว’ เธอพยายามนึกคำนี้ไว้ให้มั่น เพื่อกลบความรู้สึกข้างในลึกๆในหัวใจแม้จะเลิกรากันไปเนิ่นนานในความรู้สึกทุกอย่างจบสิ้นลง ณ วันนั้น ทว่า ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างผูกรั้งให้เขาและเธอต้องกลับมาพบเจอกันอีกครั้ง…มันเป็นเหมือนพันธะ…พันธะที่ฝ่ายหนึ่งอยากตัดให้ขาด อีกฝ่ายกลับพยายามก่อร่าง ถักทอมันขึ้นให้แน่นเหนียวยิ่งกว่าเดิม…แล้วเช่นนี้ เรื่องราวจะลงเอยเช่นไรกันจะเจ็บปวด หรือสุขสมหวัง?

รอยอสูร
ดวงจันทร์เต็มดวง แต่มีเมฆสีดำเคลื่อนตัวมาบดบังจึงเหลือเพียงครึ่งซีกส่องแสงไม่เต็มที่ เหมือนหัวใจขาดแหว่ง ความรักล้มเหลวของหญิงนางหนึ่งที่ยืนมือเกาะลูกกรง ไม่มีสักครั้งที่จะหยุดหัวใจของตัวเองไม่ให้รักและคิดถึงเขา“พี่วัฒน์ขา แพรคิดถึงพี่เหลือเกิน พี่รู้ไหมคะ ลูกสาวของเราหน้าตาเหมือนพี่มาก” ดวงตากลมโตชื้นน้ำใสๆ มองท้องฟ้าดำทมิฬ จะสว่างก็ต่อเมื่อฟ้าแลบเปรี้ยงๆ ดังอยู่สุดขอบฟ้า แพรพรรณยกมือประคองกุมความร้าวระบมเจ็บ เพราะหัวใจของหล่อนเป็นแผลกลัดหนองเรื้อรังมาเป็นปีๆ “คุณแม่ขา” เสียงของลูกสาวดังทำให้คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวตื่นจากภวังค์รีบยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาออกจากพวงแก้มแล้วเดินเข้าไปหาลูก แพรพรรณคลานขึ้นเตียงแล้วล้มตัวนอนลงข้างปลายเท้าของยายหนู“เจ้าหญิงของแม่ นอนได้แล้วนะคะ” มือเรียวสวยยื่นเข้าไปจับนิ้วเท้าน้อยทั้งห้า“หม่อนยังไม่ง่วงค่ะ” หนูน้อยแพรไหมผงกศีรษะมองมารดา แล้วหันไปสนใจสิ่งของในมือ นิ้วมือก็เลื่อนภาพในโทรศัพท์“ดูอะไรคะ นางฟ้าของแม่ ไหนแม่ขอดูหน่อยสิคะ” เรียวปากอิ่มบรรจงจูบลงกลางเท้าที่เคยหอมดมตั้งแต่เท้าน้อยนี้เท่าฝาหอย“แม่ขา คุณลุงคนนี้ใครคะ?” หนูน้อยแพรไหมขยับตัวลุกนั่งคลานขึ้นไปนอนทับบนตัวของคุณแม่แล้วเอาภาพของชายหนุ่มให้คุณแม่ดู“ดึกมากแล้ว นอนนะคะ” ดวงตากลมโตคลอน้ำตาสั่นระริกเมื่อเห็นภาพนั้นด้วยความขื่นขม แพรพรรณไม่อาจหาคำตอบและบอกลูกได้ว่าคนในโทรศัพท์นั้นเป็นพ่อผู้ให้กำเนิด“ทำไมลุงหน้าไม่เหมือนลุงกรานต์เลยคะ?” หนูน้อยยิ้มยิงฟัน มองภาพของผู้ชายตัวใหญ่ในมือถือ“เก็บโทรศัพท์ได้แล้วนะคะ” ปากคอสั่นยามลูกถามเรื่องของคนในรูป ไม่ใช่ว่าไม่อยากบอกว่าเขาคนนั้นเป็นใคร แต่คุณแม่คนสวยไม่รู้จะเอ่ยบอกลูกอย่างไรดี“คุณแม่ขา”“คะ?”“พรุ่งนี้ให้หม่อนไปด้วยนะคะ”“แม่ต้องทำงานนะคะ หม่อนจะไปได้ไงคะ”“หม่อนอยากไปทำงานกับคุณแม่ค่ะ”“เป็นเด็กดีเชื่อฟังแม่นะคะ” ใบหน้าเศร้าลงมองหน้าลูก เธอสงสารลูกจับหัวใจ ทุกวันเสาร์ต้องตื่นแต่เช้ามืดขึ้นรถเมล์ไปทำงานด้วยกัน เป็นแบบนี้ทุกครั้ง เพราะหล่อนไม่อยากฝากลูกให้ใครที่เธอไม่รู้จักดูแลให้“หม่อนเป็นเด็กดีค่ะ หม่อนจะหลับตาแล้วค่ะ” แหงนหน้าให้แม่ดู ดวงตาที่หลับนั้นดิ้นหยุกหยิกๆ “ชื่นใจของแม่” แพรพรรณมองหน้าลูก เรียวปากบางยิ้มชิดแพขนตายาวงอนไหวระริกที่เด็กหญิงตัวน้อยแกล้งทำเป็นหลับตา“คิก แม่ขา หม่อนยังไม่ง่วง หม่อนอยากฟังคุณแม่เล่านิทานค่ะ” หัวเราะชอบใจเมื่อแม่พรมจูบไปตามดวงหน้าและลำคอ หนูน้อยเกลือกกลิ้งคลานหนีไปหยิบหนังสือหลายเล่มมาให้คุณแม่“อยากให้แม่อ่านเรื่องไหนคะ?” แพรพรรณขยับตัวกึ่งนั่งกึ่งนอน แผ่นหลังบางพิงหัวเตียง แขนข้างหนึ่งเป็นหมอนให้ลูกหนุน“คนแคระทั้งเจ็ดค่ะ” หนูน้อยวัยสามขวบยังไม่ยอมเลิกที่จะดูดนมของแม่ ร่างป้อมนอนตะแคงหันหน้าเข้าหาทรวงอก แขนขายกขึ้นพาดลำตัวบอบบาง มืออีกข้างก็สาละวนปลดกระดุมเสื้อนอนของแม่ให้แยกออกจากกัน แพรไหมยิ้มยิงฟันตาลุกวาวมองทรวงอวบขาวแล้วรั้งบราสีเนื้อถลกขึ้น เรียวปากจิ้มลิ้มอมเม็ดบัวสีชมพู เสียงดูดนมจากทรวงของมารดาดังแข่งกับเสียงของแม่ที่อ่านนิทานอย่างไพเราะ เหมือนเป็นเสียงเพลงกล่อมให้หนูน้อยผู้แสนอาภัพกำพร้าบิดาเคลิ้มหลับลงอย่างแสนง่ายดาย“แม่ไม่ได้ตั้งใจที่จะปิดบังหนู เขาเป็นพ่อของลูกค่ะ เราอย่าเข้าไปยุ่งวุ่นวายครอบครัวอบอุ่นของเขาเลยนะคะ คิดเสียว่าเขาตายจากเราไปแล้ว” เสียงกระซิบสั่นเครือชิดกระหม่อมบาง อดกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลไว้จนขอบตาแดงช้ำ เธอผงกหัวขึ้นมองเมื่อลมหายใจของลูกผ่อนคลายหายใจสม่ำเสมอ แพรพรรณขยับตัวนอนตะแคงหันหน้าเข้าหาลูกรัก“เรามีสิทธิ์ได้แค่มองเขาแค่นี้ก็พอแล้วนะลูกแม่” คนช้ำรักดวงหน้าเศร้าหมองเจ็บปวดหัวใจเมื่อนึกถึงอนาคตของลูก ดวงตากลมโตคลอน้ำตาเหลือบขึ้นมองเสื้อของชายหนุ่มที่พวกหล่อนใช้นอนกอดแทนตัวตนของเขา…
