ราชวงศ์/ชนชั้นเจ้า

ชายาแพทย์ผู้ลึกลับกับท่านอ๋องอัปลักษณ์
โปรย: นางเป็นหมอที่ไม่เคยรักษาคนมาก่อน แต่กลับหลอมยาได้นิดหน่อย ส่วนเขามีรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์ตั้งแต่กำเนิด อีกทั้งยังมีดวงกินภรรยา แล้วนางผู้เป็นภรรยาคนที่หกจะมีชีวิตอยู่ในจวนเขาได้สักกี่สิบวัน ไรต์มีนิยายมาฝากอีกแล้วค่ะ เรื่องนี้เป็นจีนโบราณที่ไม่ได้อิงประวัติศาสตร์ใด ๆ ทั้งสิ้นนะคะ เนื้อหาเกิดจากจินตนาการของผู้เขียนเท่านั้น ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หากมีข้อผิดพลาดประการใดไรต์ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ ซินเหยียนหมอทหารจากยุคปัจจุบันเผลอหลับไปบนโต๊ะทำงาน พ่อตื่นขึ้นมาอีกทีก็อยู่ในร่างของเด็กหญิงอายุเก้าขวบแล้ว ที่สำคัญนางสามารถเดินลมปราณได้ทั้งยามหลับและยามตื่น อีกทั้งนางยังสามารถหลอมยาได้เล็กน้อย ส่วนเขาอัปลักษณ์ตั้งแต่กำเนิดไม่สามารถแข่งขันกับพี่น้องเพื่อชิงบัลลังก์มังกรได้ อีกทั้งยังถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวกาลกินีของแผ่นดิน จึงถูกเนรเทศไปอยู่ไกลสุดถึงชายแดนเหนือตั้งแต่ยังเยาว์ แต่โชคชะตาก็ทำให้เขากับนางได้มาอยู่เคียงคู่กันโดยไม่เต็มใจทั้งสองฝ่าย อีกทั้งคนยังเล่าลือว่าเขาเป็นบุรุษที่มีดวงกินภรรยา เว่ยซินเหยียนซึ่งเป็นภรรยาคนที่หกจะมีชีวิตอยู่ในจวนของเขาได้กี่สิบวัน ฝากกดหัวใจกดติดตามด้วยนะคะ ขอบคุณนักอ่านทุกคนมาก ๆ ค่ะ ตัวอย่างบางตอน “ขอรับ” ซ่งฉือรับคำ หลายลมหายใจจึงเอ่ยต่อ “เหตุใดฝ่าบาทถึงพระราชทานสมรสให้กับท่านอ๋องอีกเล่า ตอนนี้ชื่อเสียงของท่านอ๋องป่นปี้ไปหมดแล้วนะขอรับ” ไม่รู้ว่าเรื่องไหนจริงเรื่องไหนเท็จ พอคนพูดกันปากต่อปากก็รวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง ตอนนี้สตรีทุกคนที่อยู่ในวัยออกเรือนไม่ว่าอยู่ทางทิศไหนของแคว้นฉินย่อมหวาดกลัวเจิ้นเสิ่นอ๋องกันทั้งนั้น ริมฝีปากที่ลอดผ่านหน้ากากออกมายิ้มเย็น เอ่ยว่า “หากพวกนางอยากตายก็ปล่อยให้พวกนางมาเถิด” “แต่แค่นี้ชื่อเสียงของท่านอ๋องก็…” “ข้าไม่สนใจชื่อเสียง ข้าไม่สนว่าใครจะคิดกับข้าอย่างไร ถ้าเสด็จพ่ออยากให้ข้าแต่งงานข้าก็จะแต่ง แต่ใครจะตายนั้น ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่เกี่ยวกับข้า” ว่าจบร่างสูงใหญ่ก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้พลางสะบัดแขนเสื้อคราหนึ่งแล้วเดินออกจากห้องหนังสือไป ที่ผ่านมาเขาไม่เคยขัดราชโองการสักครั้ง เพราะรู้ว่าเสด็จพ่อทรงหวังดี อยากให้เขาแต่งงานมีบุตรมีภรรยาที่ดี แต่เสด็จพ่อไม่เคยถามเขาสักคำว่าเขาอยากมีใครหรือไม่ แล้วสตรีคนใดกันจะยอมมีสามีหน้าตาอัปลักษณ์เช่นเขา

ชาตินี้ ข้าไม่ขอรัก
ชาติที่แล้วนางรักเขาสุดหัวใจแต่กลับต้องเจ็บปวดจนชีวิตพังทลาย ครานี้เหยียนซือเหยียนย้อนเวลากลับมา จึงตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่ขอรักเขาอีกแล้ว! แต่ผู้ใดจะคิดเล่า ว่าสุดท้ายแล้ว กลับกลายเป็นเขาที่ตามนางไม่ปล่อย ต่อให้หนีก็ไม่พ้น ต่อให้หลบก็ไม่รอด บอกไว้เลยว่า... ชาตินี้นางไม่ขอรักเขาอีกแล้วจริงๆ!

ทะลุมิติมาเป็นบุตรสาวหญิงหม้าย
จือหลินเธอเป็นเด็กกำพร้า ที่ถูกมารดาทอดทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันแรกที่ลืมตามาดูโลก ต่อมาทางโรงพยาบาลจึงส่งตัวเธอให้กับสถานสงเคราะห์ พออายุได้สามปี ก็มีองค์กรหนึ่งมารับเลี้ยงตัวเธอ แต่พวกเขาเลี้ยงเธอและเด็กคนอื่นๆ ไว้เพื่อเป็นหนูทดลองเท่านั้น ครั้งแรกที่ถูกนำตัวมา ต่างก็โดนจับฉีดยาเข้าสู่ร่างกาย เพื่อหาเด็กที่เลือดต้านเชื้อที่ฉีดเข้าไปได้เท่านั้น หากร่างกายทนรับไม่ไว้สิ่งที่ทางองค์กรมอบให้คือความตาย จือหลินอาจเป็นเพราะเลือดของเธอพิเศษกว่าเด็กคนอื่น ไม่ว่าฉีดยาตัวไหนเข้าสู่ร่างกายเธอก็ทนรับได้ทั้งนั้น นับจากนั้นมาเธอจึงถูกเลี้ยงดูจากองค์กรมาอย่างดี เรื่องการศึกษาเธอก็สามารถเรียนรู้ทุกสิ่งได้อย่างเต็มที่ แต่เพราะความฉลาดของเธอจึงถูกส่งให้เรียนวิทยาศาสตร์การแพทย์และเรียนแพทย์ควบคู่ไปด้วย เมื่อเรียนจบมาแล้ว จือหลินยังคงทำการให้องค์กรเช่นเดิม แม้จะไม่ได้เป็นนักฆ่าเช่นเพื่อนคนอื่นที่มาพร้อมกัน แต่เธอก็ต้องฝึกไม่ต่างจากพวกเขา ยิ่งเมื่อต้องนำเด็กเข้ามาเป็นหนูทดลองเช่นเดียวกับเธอในตอนเล็ก ต่อให้ไม่อยากทำก็ต้องทำ หากฝ่าฝืนไม่ทำการชิปที่ถูกฝังอยู่ในตัวจะถูกกระตุ้นให้ได้รับความทรมานทันที นานวันเข้า ความดำมืดก็ก่อเกิดในใจ ไม่ว่าจะฉีดยาให้เด็กร้ายแรงเพียงใดจือหลินก็เลิกรู้สึกผิดไปเสียแล้ว เพราะการทำงานของเธอตลอดหลายปีที่ผ่านมาทำให้ทางองค์กรยกย่องและมักจะให้สิ่งดีๆ กับเธอเสมอ เมื่อมีชิปตัวหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อฝังมิติอีกห้วงหนึ่งไว้ภายในร่างกาย จือหลินนางก็ได้รับเลือกให้ทดลองใช้สิ่งนี้ด้วยเช่นกัน จือหลินถูกฝังชิปมิติเข้าที่แกนสมองของเธอ ความเจ็บปวดที่ได้รับทำให้เธอแทบสิ้นสติ เมื่อชิปถูกฝังลงไปแล้ว เพียงไม่นานก็มีเสียงจากระบบให้เธอยืนยันตัวตน ก่อนที่จะปรากฏภาพต่างๆ ภายในหัวของเธอ ของจากภายนอกล้วนแต่ถูกส่งเข้าไปเก็บไว้ด้านในได้ทั้งสิ้น หากเป็นเนื้อสด ผักผลไม้ ยังคงความสดอยู่เช่นเดิมแม้จะเก็บไว้นานมากเพียงใด ห้วงมิติของจือหลินเหมือนเป็นห้องสูทในคอนโดของเธอเองที่มีทุกอย่างพร้อมใช้อยู่ภายใน แม้แต่ห้องทดลอง ห้องทำงานของเธอก็ปรากฏอยู่ในนั้นเช่นกัน นับจากนั้นจือหลินจึงซื้อของเขาเก็บภายในมิติของเธอเป็นจำนวนมาก ตัวเธอเพียงผู้เดียวที่สามารถเข้าออกในห้วงมิติได้ วันเวลาผ่านไปจนจือหลินล่วงเข้าวัยสามสิบปี เธอสามารถผลิตยาที่ทำให้ทั่วโลกจับตามองออกมาได้ ยายื้อชีวิตจากความตาย แต่การทดลองของเธอที่ผ่านมาต้องใช้คนจำนวนมากในการเข้าทดลอง จือหลินสามารถยื้อชีวิตของชายชราที่กำลังจะหมดลมหายใจให้กลับมามีชีวิตปกติได้ เมื่อเธอกักตัวเขาไว้ได้หกเดือนเห็นว่าไม่มีสิ่งใดที่ผิดปกติจึงคิดจะปล่อยเขาออกไปใช้ชีวิตเช่นเดิม แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อชายชราที่กำลังจะเดินออกจากห้องทดลองล้มลงต่อหน้าทุกคนที่เข้าร่วมชื่นชมผลงานของเธอ จือหลินรีบเข้าไปตรวจดูความผิดปกติทันที ก็พบว่าเขาหยุดหายใจเสียแล้ว เจ้าหน้าที่ทั้งหมดจึงต้องพาชายชราคนนั้นกลับเข้าไปในห้องทดลองเพื่อหาสาเหตุ ผ่านไปเพียงสองครึ่งชั่วโมงเขากลับลืมตาขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ แต่แววตาที่มองมาทางทุกคนได้เปลี่ยนไป ในดวงตาของชายชราผู้นั้นมีเพียงตาขาวไม่มีตาดำเช่นคนมีชีวิต “เกิดเรื่องอะไรขึ้น” ผู้อำนวยการองค์กรเดินเข้ามาหาจือหลินแล้วเอ่ยถามอย่างตื่นตระหนก เพราะนักข่าวที่ข่าวเชิญมายังอยู่ที่ด้านนอกเพื่อรอฟังคำตอบ “ขอดิฉันตรวจสอบก่อนค่ะ” จือหลินกุมหน้าผากอย่างมึนงง เธอก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร คนทั้งหมดยืนมองชายชราที่เดินท่าทางประหลาดอยู่ในห้องทดลอง ในตอนนี้เขาเริ่มหยิบสิ่งของทำร้ายตัวเองอย่างบ้าคลั่ง เจ้าหน้าที่คนหนึ่งรีบวิ่งเข้าไปในห้องทดลองเพื่อห้ามไม่ให้เขาทำร้ายตัวเอง ชายชราเมื่อได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาก็พุ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว และเริ่มกัดกินเนื้อตัวของเขาอย่างโหดร้าย คนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดต่างยกมือขึ้นปิดปากอย่างตกใจ เพราะกลัวข่าวเรื่องนี้จะรั่วไหล ผู้อำนวยการสั่งให้คนไปแจ้งนักข่าวให้กลับไปก่อน ทางองค์กรจะแถลงการณ์เรื่องนี้ในภายหลัง เจ้าหน้าที่ที่ถูกทำร้ายล้มลงเสียชีวิตไม่นานก็มีสภาพไม่ต่างจากชายชราคนนั้น เสียงวุ่นวายไม่ได้จบลงที่ห้องทดลองของจือหลินเพียงแห่งเดียว เพราะห้องทดลองอื่นก็ล้วนพบเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ต่างกัน ผู้อำนวยการจำต้องส่งสัญญาณเคลื่อนย้ายเจ้าหน้าที่ออกจากตึกทดลองให้เร็วที่สุด จือหลินไม่รู้ว่ายาของนางจะสร้างผลเสียมากถึงเพียงนี้ เพราะเจ้าหน้าที่หลายคนล้วนจบชีวิตจนกลายเป็นซอมบี้ไปเสียแล้ว ตึกทดลองถูกปิดตาย เพื่อไม่ให้ซอมบี้ที่อยู่ด้านในออกมาสร้างความเสียหายภายนอกได้ “เรื่องนี้ดิฉันขอจัดการด้วยตนเองค่ะ” จือหลินเดินเข้าไปหาผู้อำนวยการที่ห้องทำงานของเขา เพื่อบอกสิ่งที่เธอคิดว่าอย่างดีแล้วในหลายวันที่ผ่านมา เมื่อเห็นว่าผู้อำนวยการไม่ห้ามในสิ่งที่เธอจะทำจือหลินจึงเดินไปที่หน้าตึกทดลองพร้อมระเบิดเวลาในมือ เธอคิดจะทำลายสิ่งของทุกอย่างที่เธอสร้างขึ้นมาลงด้วยมือของเธอเอง จือหลินเปิดประตูตึกทดลองแล้วรีบปิดลงทันที เธอเดินเข้าไปที่กลางตึกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะระหว่างทางเธอต้องคอยต่อสู้กับซอมบี้ที่จะเข้ามาทำร้ายเธอไปด้วย เสียงสัญญาณระเบิดดังขึ้น จือหลินหลับตาลง พร้อมทั้งถอนหายใจให้กับเรื่องราวในชีวิตที่ผ่านมา เสียงระเบิดดังไปทั่วบริเวณพร้อมทั้งตึกทดลองที่ถล่มลงมาจนแทบไม่เหลือซาก “เจ็บชะมัด” จือหลินร้องครางออกมาเบาๆ แต่เมื่อรู้สึกตัวได้เธอก็รีบพยุงตัวขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วพร้อมมองไปรอบๆ อย่างไม่อยากเชื่อ เธอคิดว่าตายไปแล้วเสียอีก แต่ทำไมถึงได้มีความรู้สึกเจ็บได้ “นี้มันเรื่องบ้าอะไรอีกว่ะเนี้ย” จือหลินเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ รอบๆ ตัวเธอในตอนนี้เป็นป่าทึบ มือของเธอก็ไม่ใช่ของเธออย่างแน่นอนเพราะมีขนาดเล็กราวกับเป็นเด็กน้อยคนหนึ่งเท่านั้น ตอนที่เธอมึนงงสับสน เรื่องราวความทรงจำของเจ้าของร่างก็ไหลเข้าสู่หัวของเธอจนต้องลงไปนอนดิ้นกับพื้น

ชาตินี้ข้าขอเป็นชายาองค์ชายจอมโฉด
องค์ชายเก้าจอมโฉดผู้นั้นข้าจะให้เขาเป็นสามี! หวนคืนกลับมาครานี้ข้าขอตัดวาสนากับสามีเก่า เดินหน้าแก้ไขชีวิตไปพร้อมๆ กับยั่วยวนว่าที่สามีใหม่ ทว่า...เหตุใดจึงกลายเป็นนางที่ถูกเขายั่วยวนเล่า! ++++++ “ให้ตายเถอะเจ้าตัวแสบ!” องค์ชายเก้าถานซีหยางใช้มือข้างหนึ่งประคองร่างบางที่ถูกสกัดจุดจนสลบให้นอนลงบนฟูก ก่อนจะหันไปมองมือเล็กที่ยังคงกำกระบอกไม้ไผ่ของเขาเอาไว้แน่น “ยุ่งยากแล้ว” องค์ชายหนุ่มมีสีหน้าปั้นยาก ค่อยๆ แกะนิ้วมือที่เหนียวดั่งตีนตุ๊กแกของเจ้าลิงน้อยทีละนิ้ว ความอุ่นนุ่มของมือที่กุมแท่งหยกของเขานั้นยิ่งทำให้เอ็นอุ่นขยายใหญ่ขึ้นอย่างไม่อาจควบคุม ปวดตุบๆ หน่วงไปทั้งหน้าขาด้วยต้องการปลดปล่อย ใบหน้าของเขาเหยเก ลมหายใจติดขัด ลอบมองคนเมาที่ยังคงหลับตาพริ้มเป็นระยะ “ให้ตายเถอะ! เจ้าคิดว่าแท่งหยกของข้าเป็นกระบอกไม้ไผ่ไปได้อย่างไรกัน” คิดแล้วก็ถึงกับเผลอหลุดหัวเราะออกมา ไม่คิดเลยว่าเฟิ่งเยว่สือยามเมามายจะทำเรื่องตลกน่าขบขันถึงเพียงนี้ แต่แล้วชายหนุ่มก็ต้องบิดเบี้ยวใบหน้าเหยเกเมื่อนิ้วชี้และนิ้วกลางที่แกะออกไปแล้วดีดกลับมากำรอบแท่งหยกของเขาเอาไว้อีกครา “อา...” องค์ชายถานซีหยางหน้าแดงก่ำ เม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรง พยายามควบคุมหัวใจไม่ให้เต้นกระโจนแรงไปมากกว่านี้ เขาตั้งใจแกะนิ้วตุ๊กแกออกอีกครั้งอย่างระมัดระวังยิ่งกว่าเดิม เพราะไม่เช่นนั้นคืนนี้ทั้งคืนเขาอาจต้องนั่งให้นางกุมกระบอกไม้ไผ่จนถึงรุ่งสาง ครานี้เรื่องที่เขาปลอมเป็นสตรีคงได้ถูกเปิดโปงเป็นแน่! แล้วในที่สุดเขาก็แกะนิ้วสุดท้ายของนางออก ทันทีที่แท่งหยกเป็นอิสระชายหนุ่มผงะถอยหลังไปหลายก้าวราวกับต้องการเวลาตั้งตัว เขายกมือลูบหน้าตนเองหลายๆ ครั้งเพื่อเรียกสติ จากนั้นจึงเดินวนไปวนมาในห้องจนแท่งหยกแข็งขึงค่อยๆ สงบลง เมื่อแน่ใจว่านางจะไม่ตื่นขึ้นมาแน่ๆ แล้ว จึงได้เดินกลับเข้าไปหาแล้วห่มผ้าให้นางอย่างเบามือ “ขยันทำให้ข้าเป็นห่วงเสียจริง” ปลายนิ้วเรียวเกลี่ยไปตามเส้นผมที่ระกรอบหน้าหวาน ก่อนจะสัมผัสเบาที่ใต้ตาแดงช้ำ หยาดน้ำตาของนางทำให้เขาเจ็บปวดใจยิ่งนัก ชาติก่อนนางลำบากมากเหลือเกินแล้ว ชาตินี้เขาจะไม่ให้นางต้องพบเจอกับความลำบากอีก “เจ้าลิงน้อย เจ้าจับแท่งหยกของข้าแล้ว อย่างไรเจ้าก็ต้องรับผิดชอบตัวข้า ต้องเป็นเจ้าสาวของข้า เข้าใจหรือไม่...” เขาหัวเราะในลำคอก่อนจะโน้มใบหน้าลงไป สัมผัสเบาๆ ที่ริมฝีปากอวบอิ่มเย้ายวน อยากจะ ‘จูบ’ มากกว่าแค่ประกบปากสัมผัส แต่ก็จำต้องหักห้ามใจ “ฝันดีนะเจ้าลิงน้อย”

ท่านร้ายข้าก็ร้าย...มีสิ่งใดไม่เหมาะสม
ครั้นเมื่อลืมตาตื่นขึ้นอันเนี่ยนฉีพบว่าตนเองได้รับโอกาสให้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง สวรรค์ส่งให้นางย้อนเวลากลับมา แต่เหตุใดจึงไม่ให้นางย้อนเวลาไปก่อนหน้านั้นสักสองถึงสามชั่วยาม อย่างน้อยก็ควรจะเป็นก่อนที่นางจะกระทำเรื่องโง่เง่าอย่างการวางยาพิษกับบุรุษที่นอนร่วมเตียงกับนางในเวลานี้ เมื่อได้รับโอกาสก็ต้องลองดู เป้าหมายของนางคือการแก้แค้นครอบครัวที่เคยทอดทิ้ง แก้แค้นทุกคนที่กระทำเรื่องชั่วช้าต่อนาง แต่ไฉนเลยเมื่อนางยิ่งแก้ทุกอย่างยิ่งกลับตาลปัตรเลวร้ายลงยิ่งกว่าเดิม ทุกอย่างดำเนินไปราวกับผีเสื้อขยับปีก เมื่อเดินไปเส้นทางหนึ่ง อีกทางหนึ่งก็ย่อมเปลี่ยน ทุกสิ่งทุกอย่างที่นางคาดเดาล้วนแล้วแต่เปลี่ยนแปลงไปราวกับพลิกฝ่ามือ หรือจริง ๆ สาเหตุที่สวรรค์ส่งนางมาอีกครั้งก็เพื่อให้เผชิญกับความยากลำบากอีกครั้ง หรือสวรรค์ก็เพียงแค่ต้องการกลั่นแกล้งเล่นสนุกกับชีวิตมนุษย์ที่ไร้ค่าของนางแค่เพียงเท่านั้นงั้นเหรอ?

ข้ามภพมาเป็นที่ปรึกษาขององค์ชาย
“เดี๋ยวก่อน หรงเว่ยอิง นี่เจ้า” “ถอดเสื้อผ้าออก ไม่ต้องห่วง ข้ารับผิดชอบท่านเอง ข้าจะไม่ทิ้งท่านหรอก วางใจได้แต่ตอนนี้ช่วยข้าก่อน ....” มาแล้วจ้าเรื่องใหม่พร้อมเสิร์ฟค่ะ ครั้งนี้มาพร้อมกับเรื่องแนวทะลุมิติมานะคะ เรื่องของบุตรสาวของท่านแม่ทัพและองค์ชายที่เก่งกาจด้านกลยุทธ์การศึกและออกรบ แต่กลับอ่อนหัดเรื่องสตรีชนิดที่เด็กอนุบาลยังเก่งกว่า มาตามลุ้นกับเรื่องราวของที่ปรึกษาและองค์ชายกันนะคะ “แม่นางหรง!! นี่เจ้า….มาทำอะไรอยู่ในป่านี้” “ท่าน….ท่านเป็นใครกัน” เสียงแหบพร่าถามออกไป ใบหน้านางเริ่มเปลี่ยนสี ปากแดงจัดราวลูกเชอร์รี่สุกทำเอาคนตรงหน้าลอบกลืนน้ำลายลงไป “ข้าหมิงตงหยาง ไม่เจอกันแค่ไม่กี่เดือนเจ้าก็ลืมข้าแล้ว……อืม” เว่ยอิงกระโจนใส่เขาทันที ปากบางนั้นกำลังบดขยี้เขาอย่างจงใจ ร่างน้อยๆ เบียดไปมาบนร่างแกร่งของเขาที่ตกใจกับการกระทำนี้ “เดี๋ยวก่อน หรงเว่ยอิง นี่เจ้า” “ถอดเสื้อผ้าออก ไม่ต้องห่วง ข้ารับผิดชอบท่านเอง ข้าจะไม่ทิ้งท่านหรอกวางใจได้ แต่ตอนนี้ช่วยข้าก่อน อืมม..” ** นิยายเรื่องนี้แต่งมาจากจินตนาการของนักเขียนล้วนๆ ตัวละครและสถานที่เป็นสิ่งสมมุติขึ้นมาทั้งหมด อาจจะมีซ้ำหรือใกล้เคียงกับเรื่องอื่นๆ ได้บ้าง เนื้อหาและพลอตเรื่องนี้เน้นเรื่องรักตามชื่อเรื่องค่ะ ปมมีนิดหน่อย แต่ตอนเขียนไรต์แอบมีน้ำตาเล็กน้อยนะ อิอิ เหมาะสำหรับผู้อ่านอายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไป อาจจะมีการบรรยายฉากอีโรติกและการใช้ความรุนแรง โปรดใช้วิจารณญาณในการเสพนะคะ

ท่านอ๋องเย็นชากับพระชายาจำเป็น
ตกลงจะเป็นแค่พระชายาจำเป็นให้เพียงหกเดือน แต่ทำไมจ้องแต่จะกินข้าเช่นนี้เล่าเพคะท่านอ๋อง....ทั้งตามหึง ทั้งรุกหนักขนาดนี้ แล้วข้าจะรอดหรือไม่ ไหนบอกว่าท่านอ๋องผู้นี้เย็นชาไง!! นี่มันหื่นเกินไปแล้ว!! "หมิงอันเฟย" ศิษย์สาวอันดับหนึ่งของสำนักเทียนซู หนีลงเขาเพราะจดหมายจากบิดาที่จะจับนางหมั้นหมายกับบุรุษที่นางไม่พึ่งใจ ด้วยนิสัยรักสนุก ชอบท่องเที่ยว ดื้อดึง นางจึงหนีมายังเมืองฉินโจว แคว้นฉิน จนได้พบกับเขาโดยบังเอิญ "เซียวฟู่เฉิน" ชินอ๋องแห่งฉินโจวที่ถูกคนรักและพี่ชายแท้ ๆ หักหลัง เขากลายเป็นคนเย็นชา ไม่ไว้ใจผู้ใดอีกเลยแต่เมื่อพบกับนาง เขากลับเริ่มถูกละลายพฤติกรรมไปทีละน้อยจนต้องตามหานางไปถึง "หอต้าหรง" หรือองค์กรลับที่ทำงานเป็นสายสืบทั่วทุกแคว้น มาสาขาตามที่ต่าง ๆ ถึงสิบกว่าแห่ง เขายื่นเงื่อนไขให้นางเป็น "พระชายา" ให้เขา ที่หอต้าหรง หากอยากได้เงิน ที่พักและอาหาร ต้องทำงานแลก อันเฟยจึงยอมตอบรับเงื่อนไขของท่านอ๋องผู้นี้แต่ว่าใครจะรู้.... "ยิ่งใกล้ ยิ่งอยากสัมผัส...." "ยิ่งอยู่ห่างสายตา กลับยิ่งมองหา" "ยิ่งเห็นคนอื่นเข้าใกล้ ก็เริ่มรู้สึกหงุดหงิด" หึหึสุดท้ายก็ระเบิดอารมณ์จนเผอทำร้ายคนจนได้ เอ๊า!!....พระเอกผู้เย็นชาของชั้น จะไม่ทน "จากไม่สนใจกับเริ่มรุก.....และรุกหนักขึ้น" "จากพระชายาปลอม ๆ กลับไม่ยอมทำตามข้อตกลงเสียแล้ว" "จู่ ๆ ท่านอ๋องก็อยากกินพระชายาปลอม ๆ ผู้นี้ขึ้นมา เอาอย่างไรล่ะ จะรอดหรือไม่กันนะ....... ตามไปดูความคลั่งรักพระชายาปลอม ๆ ของท่านอ๋องที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง จะถูกสาวน้อยเช่นอันเฟยละลายหัวใจจนกลายเป็นโบ้น้อยได้หรือไม่.... เหตุการณ์ในนิยายเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น มีถ้อยคำและการบรรยายเรื่องเพศค่อนข้างละเอียด ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุไม่ถึง 18 ปี ชื่อคน สถานที่และอื่น ๆ ล้วนสมมุติขึ้น โดยมิได้อิงประวัติศาสตร์ใด ๆ อ่านเพื่อความบรรเทิงเท่านั้น

กลับมาครั้งนี้ข้าจะเอาคืนอย่างสาสม
สิ่งที่ข้าต้องการมันสำคัญขนาดนั้นเชียวหรือ? เพียงเพื่อเอาใจชายคนรัก ถึงขนาดลากตระกูลหลินทั้งตระกูลและตระกูลเสวี่ยต้องลงเหวไปพร้อม ๆ กัน หากไม่เป็นเพราะข้าดึงดัน ทุกอย่างมันจะดำเนินมาถึงจุดนี้ไหมนะ ‘ลูกจะแต่งกับเขา!’ ‘หากเจ้าเป็นเด็กดียอมเชื่อฟัง ข้าจะให้ทุกอย่างกับเจ้า...’ ‘วางใจเถอะ! ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อท่าน’ ‘ตระกูลหลินและตระกูลเสวี่ยมีโทษฐานก่อกบฏ ประหารเก้าชั่วโคตร!’ ‘ถ้าไม่ใช่เพราะนาง ตระกูลของเราจะมีจุดจบเช่นนี้เหรอ!’ ‘ทั้งหมด มันก็เป็นเพราะความโง่งมของเจ้า!’ ‘ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านพี่ ซูเอ๋อร์ผิดต่อพวกท่าน ซูเอ๋อร์ไม่หวังให้พวกท่านให้อภัย แต่ซูเอ๋อร์จะตามพวกท่านไป’ ถ้าหากข้า สามารถกลับไปเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง...ข้าจะเอาคืนอย่างสาสม!!

สถาปนิกสาวเกิดใหม่พาครอบครัวสู่ความร่ำรวย ภาค 1
สถาปนิกสาวทายาทมหาเศรษฐีกลับมาตายในไซต์งานก่อสร้างเพราะเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว จนดวงวิญญาณถูกดึงให้ย้อนเวลาไปยังยุคโบราณ“โอ้โห มีปู่ย่าและญาติพี่น้องเห็นแก่ตัวเอาเปรียบกันถึงขนาดนี้ ฉันไม่ยอมเด็ดขาด!"

ข้านี่หรือขึ้นชื่อว่าสตรีตัวร้ายแสนอัปลักษณ์
เพื่อนและแฟนที่รักจงใจปั่นหัวดั่งเธอโง่งม ท่ามกลางไฟสลัวกลับมีมือคู่หนึ่งยื่นบางอย่างมาให้ พร้อมแสงสุดท้ายในโลกใบเดิม ทว่าเธอกลับได้เกิดใหม่ในร่างสตรีตัวร้าย ซ้ำยังถูกตราหน้าว่าอัปลักษณ์ทั้งกายและใจ

เกิดมาชาตินี้ ข้าจะผูกด้ายแดงเส้นใหม่
เพราะลุ่มหลงในรัก จึงมิรู้ว่าตนถูกพี่สาวและสวามีหลอกใช้ ร่วมมือกันแทงข้างหลังจนตระกูลต้องโทษประหารเจ็ดชั่วโคตร เมื่อได้ย้อนกลับมาครานี้ นางจะเอาคืนให้สาสม ไม่มีทางผูกด้ายแดงกับคนชั่วผู้นั้นอีกเด็ดขาด เรื่องย่อ : ฟ่านลี่จวิน บุตรีสกุลแม่ทัพ เก่งกาจห้าวหาญไม่แพ้ชาย ทว่าเรื่องรักกลับอ่อนหัด ถูกองค์ชายที่เกิดจากคณิกาหลอกให้รัก เพื่อใช้อำนาจทางการทหารในการแย่งชิงบัลลังก์ แต่ใครจะรู้ว่าเมื่อได้รับตำแหน่งองค์รัชทายาทแล้ว คนผู้นั้นกลับใส่ร้ายสกุลนางจนต้องโทษประหาร หนำซ้ำยังร่วมมือกับพี่สาวต่างสายเลือดของฟ่านลี่จวิน ป้อนยาพิษให้นางกับมือของพวกเขา ถึงอย่างนั้นสวรรค์ก็พอจะเมตตาอยู่บ้าง ชาตินี้นางจะไม่มีทางยอมให้พวกมันทำลายครอบครัวของนางได้อีก ฟ่านลี่จวินผู้นี้จะเอาแค้นนี้กลับคืนให้พวกมัน แล้วจะผูกด้ายแดงเส้นใหม่ แม้ใครต่อใครจะเอ่ยว่านางโง่เง่า ที่เลือกองค์ชายตาบอดมาเป็นสวามีก็เถิด ชีวิตนี้นางมิขอเดินทางผิดอีก ทว่าเหตุใดสวามีตาบอดผู้นี้จึงมิคิดจะให้ความร่วมมือกับนางเลยสักนิด! เหรินเทียนเล่อ x ฟ่านลี่จวิน “ข้าไม่แต่งกับเจ้า!” “พระองค์มีสตรีในใจอยู่แล้วหรือ” “ข้า ข้า-” เสียงตะกุกตะกัก ถือเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด “องค์ชายอย่าได้เป็นกังวล อีกไม่นานก็จะหย่าขาดกับพระองค์ หลังจากนั้นจะแต่งนางเป็นชายาเอกก็ย่อมได้ หรือจะให้นางแต่งเข้าพร้อมข้าก็ตามแต่ใจท่าน” “จะเป็นไปได้อย่างไร! โง่เง่า หากข้าหย่าน้องแล้วแต่งพี่ หรือแต่งพี่น้องเข้ามาพร้อมกัน มันเหมาะอย่างนั้นหรือ” “พระองค์หมายถึง หงชินฮวา สตรีชั่วนางนั้นหรือ” หึ เหตุใดนะเหตุใด นังสตรีชั่วผู้นั้นจึงมีแต่คนชื่นชอบ คิดจะต่อด้ายแดงเส้นใหม่ บุรุษผู้นี้ก็ดันมีใจรักกับพี่สาวสารเลวของนางอีกหรือ ลี่จวินนะลี่จวิน...ช่างโชคร้ายเหลือเกิน

ต้องทำเช่นไร ให้พวกท่านลุ่มหลง
(3P) เรื่องย่อ นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายจีนโบราณ รักสำหรับผู้ใหญ เน้นฉาก NC พล็อตเบามากมีบทบนเตียงตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป โปรดใช้พิจารณาในการอ่านค่ะ เมื่อน้องชายต้องกลายเป็นฮ่องเต้น้อยตั้งแต่อายุเพียงสี่ขวบ องค์หญิงใหญ่รั่วเสียนจึงต้องช่วยปกป้องฝ่าบาทน้อยเพื่อรักษาอำนาจเอาไว้ ด้วยการใช้ความงามหลอกล่อสองฝาแฝดผู้มากอิทธิพลแห่งวังหลวงให้ลุ่มหลง!

สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูที่ถูกทิ้ง
เกริ่น อดีตสายลับอย่างนางความอดทนอดกลั้นไม่เป็นสองรองผู้ใดอยู่แล้ว ...ถูกทิ้งหรือ ? ทนได้ชิว ๆ ...ถูกกลั่นแกล้งหรือ ? นางย่อมทนได้ ...แต่การอดทนของ เฟยเมี่ยว ผู้นี้ย่อมไม่เหมือนใคร ! ต่อหน้านางจะพยายามหลีกเลี่ยงไม่โต้ตอบ แต่ลับหลังนั้นใครทำอัันใดไว้ย่อมต้องได้รับผลกรรมนั้นตอบสนอง สำหรับสายลับหน่วยงานราชการเก่าอย่างนาง วังหลวงก็แค่สนามเด็กเล่นแหละน่า ขนาดองค์รัชทายาทยังเป็นสหายคนสนิท ฮองเฮาก็เอ็นดูราวเป็นลูกแท้ ๆ แต่กับชินอ๋องผู้นั้นไยเข้าถึงได้ยากยิ่ง สายลับก็เถอะนางขอถอยห่างเสียดีกว่า... ถูกทิ้งแล้วอย่างไร คุณหนูเฟยเมี่ยวผู้นี้จะยืนหยัดด้วยขาของตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งใครให้ดู !!!

หวนคืนครานี้ข้าขอเป็นเพียงนางร้ายปลดระวางผู้หนึ่ง
จุดจบของนางร้ายนั้นคือความตาย ภพชาติใหม่นี้ขอเป็นเพียงนางร้ายปลดระวางผู้หนึ่งแต่ดูเหมือนเรื่องราวกลับตาลปัตร ทั้งพระเอกและตัวร้ายทำเหมือนมีใจให้นางร้าย นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกัน ฉู่ไจ๋ไจ๋งงไปหมดแล้ว!

ท่านกั๋วกงเมื่อไหร่จะแต่งงานกับข้า
ชาติก่อนนางถูกสามีสารเลวทรมานจนสิ้นใจ ตระกูลย่อยยับ! เมื่อได้เกิดใหม่จึงขอทิ้งศักดิ์ศรี เดินเข้าไปหา 'ท่านกั๋วกง' ผู้ทรงอำนาจล้นราชสำนักพร้อมคำถามที่สั่นสะเทือนเมืองหลวง"ท่านยินดีแต่งกับข้าหรือไม่?"

ชายาพิษ โฉมสะคราญบรรณาการ
พระชายาเว่ยเยว่ซินโฉมงามบรรณาการ มอบร่างให้วิญญาณนางบุตรสาวของเจ้าสำนักหมื่นพิษถูกฆ่าตาย การแก้แค้นและทำหน้าที่พระชายาจึงได้เริ่มต้นขึ้น

นางร้ายสายบด...ขยี้ใจแม่ทัพ!
"เกิดใหม่เป็นนางร้ายที่มีจุดจบคือถูกสามีสั่งประหาร? ฝันไปเถอะ! ทางรอดเดียวคือต้อง 'จับ' แม่ทัพหน้าตายทำหลัวให้ได้ งานนี้ไม่อาศัยดวง ไม่พึ่งยาปลุกกำหนัด เน้นอาศัย 'เอว' และลีลายั่วเย้าที่สตรีในหอห้องไม่เคยทำ... ท่านแม่ทัพที่ว่าดุ จะทนหน้านิ่งได้สักกี่น้ำ!" ? เรื่องย่อ "แพรวา" พริตตี้สาวตัวท็อปเจ้าของฉายา 'เอวหวานสะท้านทรวง' ดันชะตาขาดหัวใจวายตายคาฟิตเนส แต่สวรรค์ยังไม่รับตัวกลับส่งเธอทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของ "ไป๋ลี่หลิน" ฮูหยินเอกจอมร้ายกาจของจวนแม่ทัพ ตามนิยายต้นฉบับ 'ไป๋ลี่หลิน' คือนางร้ายสมองกลวงที่วันๆ เอาแต่ตามหึงหวงและวางแผนทำร้ายนางเอก จนสุดท้ายต้องถูก "หยางเฟย" แม่ทัพปีศาจผู้เป็นสามี สั่งขังลืมและตรอมใจตายอย่างน่าสมเพช แต่ในเมื่อแพรวามาสิงร่างนี้แล้ว เรื่องอะไรจะยอมตายฟรี! ทว่าทางรอดเดียวที่จะเปลี่ยนใจแม่ทัพน้ำแข็งผู้นี้ได้ ไม่ใช่การทำตัวเรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้ แต่คือการทำให้เขา "ขาดนางไม่ได้" ต่างหาก ปฏิบัติการงัดมารยาหญิง 500 เล่มเกวียนฉบับสาวสมัยใหม่จึงเริ่มขึ้น... จากฮูหยินที่เคยเอาแต่กรี๊ดวีนแตก เปลี่ยนมาเป็นแมวน้อยขี้อ้อน สวมชุดนอนที่ (จงใจ) หลุดลุ่ย และสายตาที่มองเขาราวกับจะกลืนกิน "ท่านพี่... อากาศคืนนี้หนาวเหน็บนัก ท่านจะไม่ช่วยมอบความอบอุ่นให้ข้าหน่อยหรือเจ้าคะ?" แรกๆ แม่ทัพหยางเฟยก็มองนางด้วยสายตารังเกียจและสงสัย แต่พอนานวันเข้า เจอทั้งลูกล่อลูกชน และลีลา "บด" ขยี้ใจที่ไม่เคยพบเจอในสตรีแคว้นไหน... กำแพงน้ำแข็งในใจท่านแม่ทัพก็เริ่มละลาย กลายเป็นลาวาเดือดพล่านบนเตียงแทน! งานนี้ใครจะเสร็จใคร... ระหว่างนางร้ายสายรุก กับแม่ทัพผู้ (เคย) ถือศีลกินเจ?

กลวิธีหย่าสามีสำหรับสตรียุคใหม่
...โปรย... โชคชะตาเล่นตลกให้จันจ้าวได้ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในยุคจีนโบราณที่ไม่คุ้นเคย อีกทั้งไม่ใช่การทะลุมิติเข้ามาในนิยายเหมือนคนอื่น ที่นี่มันยุคโบราณสมัยไหนก็ยังไม่ทราบ ไม่มีแม้แต่เนื้อเรื่องให้อ่านเพื่อเอาชีวิตรอด มิหนำซ้ำเจ้าของร่างเดิมยังไปแย่งวาสนาของคนอื่นมา ในตอนที่ลืมตาตื่นก็ดันมาตื่นตอนที่กำลังร่วมรักกับบุรุษหนุ่มแปลกหน้าที่ได้มารู้ในภายหลังว่าเขาคือ 'แม่ทัพจางอี้เหลียง' สามีผู้เย็นชาและชิงชังเจ้าของร่างนี้จนเข้าไส้ จันจ้าวได้แต่นั่งหน้าม่อยคอตกจะหาหนทางกลับโลกเดิมที่จากมาก็ไม่พบวิธีไหน สุดท้ายจึงยอมก้มหน้ารับชะตากรรม พร้อมลั่นคำปฏิญาณต่อตนเองในใจ 'หวงซานซาน' คนใหม่นี้จะไม่มีวันง้องอนสามีบุรุษไร้หัวใจผู้นั้น แต่ในตอนที่ตัดสินใจจะหย่ากลับได้พบว่าเจ้าของร่างนี้กำลังตั้งครรภ์ เวรแล้วสิ... งานเข้าจันจ้าวเสียได้! เอาเถิด ตั้งครรภ์แล้วอย่างไรกัน สตรียุคใหม่ไม่ยอมให้การตั้งครรภ์กลายเป็นอุปสรรคผูกรั้งชีวิตคู่ที่แสนห่วยแตกเช่นนี้หรอก นางจะทำให้แม่ทัพจางอี้เหลียงหย่าขาดกับนางให้จงได้ ต่อให้ต้องกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวก็ตาม แต่ถ้าเขาไม่ยอม นางจะตัดสินใจหอบลูกหนีเสียเลย ชาตินี้ทั้งชาติอย่าหวังว่าจะได้อุ้มชูบุตรในครรภ์คนนี้อีกต่อไป!

กลับมาครานี้ขอใช้ชีวิตแบบสงบ
ซูเหมยฮวา ใช้อำนาจของบิดาเสนาบดีซูเหลียง ขอพระราชทานสมรสระหว่างแม่ทัพใหญ่เซี่ยซีฮั่น ด้วยความรักที่นางมีคิดว่าแต่งไปแล้วท่านแม่ทัพจะสนใจตัวนางบ้าง แต่นางคิดผิด ท่านแม่ทัพไม่แม้แต่จะเข้าหอ ไม่เคยก้าวเท้าไปที่เรือนของนางเลย เพราะท่านแม่ทัพมีหญิงในดวงใจอยู่แล้วคือ แม่นาง หลันเฟยหย่า สาวงามผู้เพียบพร้อมแห่งเมืองหลวง หลันเฟยหย่ามักจะตั้งโรงทานบ่อยครั้ง จนชาวบ้านทั่วเมืองเรียกขานว่าคุณหนูใหญ่หลันผู้ใจบุญ ซูเหมยฮวา แต่งเข้าจวนท่านแม่ทัพได้เพียงเดือนเดียว เซี่ยซีฮั่นก็แต่งหลันเฟยหย่ามาเป็นฮูหยินรองที่ใช้เกี้ยวแปดคนหามเทียบเท่าซูเหมยฮวา งานแต่งครั้งนี้เป็นการตบหน้าจวนเสนาบดีซูอย่างแรง ซูเหมยฮวา ได้แต่เก็บความเจ็บช้ำเพราะทุกสิ่งที่นางได้รับนางเป็นคนเลือกเอง ในเมื่อไม่เป็นที่โปรดปรานของท่านแม่ทัพบ่าวไพร่ก็ไร้การเหลียวแล มีแค่บ่าวที่มาจากบ้านเดิมสองคน อาหารการกินก็โดนกลั่นแกล้งจากหลันเฟยหย่า ข้าวของที่ฮูหยินเอกสมควรได้ก็ไม่เคยมาถึง ซูเหมยฮวาโดนหลันเฟยหย่าส่งมาอยู่ท้ายจวน หลันเฟยหย่าแจ้งท่านแม่ทัพว่าซูเหมยหย่าอยากอยู่สงบๆ ท่านแม่ทัพไม่เคยสนใจเลยให้ทุกอย่างในจวนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของหลันเฟยหย่าทั้งหมด ทุกครั้งที่ซูเหมยฮวาพบหน้าท่านแม่ทัพ หลันเฟยหย่าจะหาเรื่องบ่าวทั้งสองคนของซูเหมยฮวาต้องเจ็บตัวทุกครั้งและไม่ให้ทางห้องครัวส่งข้าวมาให้ บ่าวในจวนไม่มีคนใดกล้าปากมากบอกท่านแม่ทัพเพราะจะโดนโบยแล้วขายออกไป ตั้งแต่แต่งเข้าจวนแม่ทัพ ซูเหมยฮวาได้พบหน้าท่านแม่ทัพแค่เพียงนิ้วมือนับได้ หลังจากแต่งเข้ามาสองปี ชีวิตของซูเหมยฮวามีแต่ความทุกข์นางร้องไห้จนไม่มีน้ำตาให้ไหลอีกแล้ว วันหนึ่งได้ข่าวร้ายของจวนเสนาบดีซูถูกกล่าวหาเข้าร่วมกบฏกับเฉิงอ๋อง โดนโทษประหารทั้งตระกูล ระหว่างที่นางเสียใจ หลันเฟยหย่า มาหาที่เรือน กล่าวว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นเพราะความโง่ของซูเหมยฮวาที่คิดอยากจะแย่งท่านแม่ทัพจากนาง การที่จวนเสนาบดีซูโดนโทษประหารเพราะถูกใส่ร้ายจากเสนาบดีหลัน บิดาของ หลันเฟยหย่า หลังจากจวนเสนาบดีซูถูกประหารได้ สามวัน หลันเฟยหย่าให้มือสังหารมาจัดการกับซูเหมยฮวา จิตสุดท้ายก่อนตายซูเหมยฮวา วิงวอนต่อสวรรค์ขอโอกาสกลับมาอีกครั้งนางจะไม่โง่เลือกเซี่ยซีฮั่นแน่นอน ซูเหมยฮวา "ข้าแต่สวรรค์ ข้าขอโอกาสอีกสักครั้ง ข้าทำผิดต่อตระกูลซูนัก ผิดต่อท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านพี่ทั้งสอง ข้าผิดที่เลือกเซี่ยซีฮั่น ข้าขอโอกาส" "เซี่ยซีฮั่น แม้กระทั่งเกิดเรื่องกับตระกูลข้า ท่านไม่เคยถามความรู้สึกข้าสักคำ จนวันที่ข้าจะตายหน้าท่านข้าก็ไม่ได้พบ ถ้าได้โอกาสกลับมาอีกครั้ง ขออย่าได้พบกันอีกเลย" "หลันเฟยหย่าผู้ใจบุญ ถ้าขอได้โอกาสกลับมา ขอสาบานว่าข้าจะฉีกหน้ากากใจบุญของเจ้าออกมาให้คนทั้งแคว้นฉีได้รู้"

ภรรยากำมะลอของท่านหมอรูปงาม
นางตกกะไดพลอยโจรต้องรับหน้าที่เป็นภรรยาเขา เพื่อเอาตัวรอด ส่วนเขารับนางเอาไว้เป็นไม้กันหมา หวังใช้นางเป็นเกราะกำบังจากสตรีทั่วทั้งเมือง แล้วเรื่องวุ่นวายก็บังเกิดขึ้นกับสถานะกำมะลอของทั้งคู่
