ชายาแพทย์ผู้ลึกลับกับท่านอ๋องอัปลักษณ์

155.0K · จบแล้ว
กัญจารีย์
88
บท
35.0K
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

โปรย: นางเป็นหมอที่ไม่เคยรักษาคนมาก่อน แต่กลับหลอมยาได้นิดหน่อย ส่วนเขามีรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์ตั้งแต่กำเนิด อีกทั้งยังมีดวงกินภรรยา แล้วนางผู้เป็นภรรยาคนที่หกจะมีชีวิตอยู่ในจวนเขาได้สักกี่สิบวัน ไรต์มีนิยายมาฝากอีกแล้วค่ะ เรื่องนี้เป็นจีนโบราณที่ไม่ได้อิงประวัติศาสตร์ใด ๆ ทั้งสิ้นนะคะ เนื้อหาเกิดจากจินตนาการของผู้เขียนเท่านั้น ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หากมีข้อผิดพลาดประการใดไรต์ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ ซินเหยียนหมอทหารจากยุคปัจจุบันเผลอหลับไปบนโต๊ะทำงาน พ่อตื่นขึ้นมาอีกทีก็อยู่ในร่างของเด็กหญิงอายุเก้าขวบแล้ว ที่สำคัญนางสามารถเดินลมปราณได้ทั้งยามหลับและยามตื่น อีกทั้งนางยังสามารถหลอมยาได้เล็กน้อย ส่วนเขาอัปลักษณ์ตั้งแต่กำเนิดไม่สามารถแข่งขันกับพี่น้องเพื่อชิงบัลลังก์มังกรได้ อีกทั้งยังถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวกาลกินีของแผ่นดิน จึงถูกเนรเทศไปอยู่ไกลสุดถึงชายแดนเหนือตั้งแต่ยังเยาว์ แต่โชคชะตาก็ทำให้เขากับนางได้มาอยู่เคียงคู่กันโดยไม่เต็มใจทั้งสองฝ่าย อีกทั้งคนยังเล่าลือว่าเขาเป็นบุรุษที่มีดวงกินภรรยา เว่ยซินเหยียนซึ่งเป็นภรรยาคนที่หกจะมีชีวิตอยู่ในจวนของเขาได้กี่สิบวัน ฝากกดหัวใจกดติดตามด้วยนะคะ ขอบคุณนักอ่านทุกคนมาก ๆ ค่ะ ตัวอย่างบางตอน “ขอรับ” ซ่งฉือรับคำ หลายลมหายใจจึงเอ่ยต่อ “เหตุใดฝ่าบาทถึงพระราชทานสมรสให้กับท่านอ๋องอีกเล่า ตอนนี้ชื่อเสียงของท่านอ๋องป่นปี้ไปหมดแล้วนะขอรับ” ไม่รู้ว่าเรื่องไหนจริงเรื่องไหนเท็จ พอคนพูดกันปากต่อปากก็รวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง ตอนนี้สตรีทุกคนที่อยู่ในวัยออกเรือนไม่ว่าอยู่ทางทิศไหนของแคว้นฉินย่อมหวาดกลัวเจิ้นเสิ่นอ๋องกันทั้งนั้น ริมฝีปากที่ลอดผ่านหน้ากากออกมายิ้มเย็น เอ่ยว่า “หากพวกนางอยากตายก็ปล่อยให้พวกนางมาเถิด” “แต่แค่นี้ชื่อเสียงของท่านอ๋องก็…” “ข้าไม่สนใจชื่อเสียง ข้าไม่สนว่าใครจะคิดกับข้าอย่างไร ถ้าเสด็จพ่ออยากให้ข้าแต่งงานข้าก็จะแต่ง แต่ใครจะตายนั้น ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่เกี่ยวกับข้า” ว่าจบร่างสูงใหญ่ก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้พลางสะบัดแขนเสื้อคราหนึ่งแล้วเดินออกจากห้องหนังสือไป ที่ผ่านมาเขาไม่เคยขัดราชโองการสักครั้ง เพราะรู้ว่าเสด็จพ่อทรงหวังดี อยากให้เขาแต่งงานมีบุตรมีภรรยาที่ดี แต่เสด็จพ่อไม่เคยถามเขาสักคำว่าเขาอยากมีใครหรือไม่ แล้วสตรีคนใดกันจะยอมมีสามีหน้าตาอัปลักษณ์เช่นเขา

นิยายรักโรแมนติกนิยายจีนโบราณนิยายรักฮ่องเต้ท่านอ๋องฮองเฮาหมอพระชายานิยายย้อนยุคราชวงศ์/ชนชั้นเจ้า

ตอนที่ 1 โทษฐานของการคบชู้

ภายในจวนสกุลเว่ย เสียงแส้กระทบเนื้อดังมาไม่ขาดสาย บุตรสาวตัวน้อยวัยเก้าขวบพยายามอ้อนวอนบิดาเจียนจะขาดใจ “ท่านพ่ออย่าตีท่านแม่เลยนะเจ้าคะ ฮือ ๆ” นางพยายามดิ้นสุดกำลังเพื่อให้หลุดพ้นจากการจับกุมของสาวใช้แต่ก็ไร้ผล

ส่วนผู้เป็นพ่อทำตัวราวกับเป็นคนหูหนวกตาบอด ตะเบ็งเสียงสั่งบ่าวรับใช้ออกไปว่า “โบยต่อไป อย่าได้หยุดเป็นอันขาด”

อดีตเว่ยฮูหยินที่ถูกโบยไปกว่าห้าสิบไม้กำลังอ่อนระโหยโรยแรงเต็มที นางแทบจะฝืนหายใจต่อไปไม่ไหว เห็นมารดาคล้ายจะสิ้นใจ เว่ยซินเหยียนทนดูมารดาถูกโบยต่อไปไม่ได้อีกแล้ว นางสะบัดแขนจากสาวใช้อย่างรุนแรง รีบวิ่งเข้าไปช่วยมารดาทันที แม่นมเตียวกับสาวใช้ต่างตกใจเป็นอย่างมากแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปขวาง

“ท่านแม่ ฮือ ๆ ท่านเจ็บหรือไม่” พูดพลางใช้ร่างอันเล็กจ้อยของตนขึ้นคร่อมร่างผู้เป็นมารดาไว้

บ่าวรับใช้ที่รับหน้าที่โบยอดีตฮูหยินใหญ่ของจวนชะงักมือ มองไปยังนายท่านเจ้าของจวนแวบหนึ่ง พอเว่ยเฉิงพยักหน้าเขาจึงโบยต่อด้วยความจำใจ

จนตัวนางถูกโบยไปด้วยสามที เว่ยซินเหยียนนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด ปากก็ร้องออกมาด้วยความน่าสงสาร “ท่านพ่อข้าเจ็บ ท่านหยุดตีท่านแม่ได้หรือไม่เจ้าคะ ฮือ ๆ”

“เหยียนเอ๋อร์” จ้าวฟางหรูพูดออกเสียงเบาหวิว แต่ทำอะไรไม่ได้แล้ว แม้แรงจะกระดิกตัวยังไม่มี

เว่ยเฉิงซึ่งอยู่ในอารมณ์โกรธจัดมีหรือจะสนใจคำพูดของเด็กสาว มารดาของนางบังอาจคบชู้ในจวนของเขา โทษแค่นี้ยังน้อยไป นางสมควรตายด้วยซ้ำ ยิ่งตอนนี้โดนเสิ่นอี๋เหนียงเป่าหูเขาก็เริ่มไม่มั่นใจว่าเว่ยซินเหยียนคนนี้เป็นลูกเขาจริง ๆ หรือไม่ อีกทั้งเด็กคนนี้ยังสติไม่สมประกอบเขาจะเก็บไว้ให้อับอายผู้คนทำไม เว่ยเฉิงตะโกนออกไปอีก “โบยต่อไป”

“ขอรับ” บ่าวชายรับคำแล้วโบยต่อไปอีกไม่ยั้ง

แม่นมเตียวกับสาวใช้ข้างกายจ้าวฟางหรูกอดกันร้องไห้มองดูเจ้านายทั้งสองโดนโบยไปพร้อมกัน

กระทั่งสองแม่ลูกสลบไปด้วยกันทั้งคู่ เตียวจินจึงนั่งคุกเข่าโขกศีรษะดังปึก ๆ ต่อหน้าเว่ยเฉิง “นายท่านได้โปรดไว้ชีวิตฮูหยินใหญ่ด้วยเถิดเจ้าค่ะ อย่างไรฮูหยินใหญ่ก็สิ้นสติไปแล้ว…”

“นางไม่ใช่ฮูหยินของข้า” เขาตวาดเสียงกร้าวก่อนที่แม่นมเตียวจะกล่าวจบ นอนกับชายอื่นแล้วยังมีหน้าเรียกนางว่าฮูหยินใหญ่อีกหรือ

นางสะดุ้งเฮือกพูดออกเสียงสั่นว่า “เจ้าค่ะ ๆ บ่าวผิดไปแล้วเจ้าค่ะ ถึงอย่างไรนายหญิงกับคุณหนูใหญ่ก็สลบไปแล้ว ขอนายท่านโปรดเมตตาด้วยเถิดเจ้าค่ะ”

“นางกับลูกสมควรตาย” เขาตวาดขึ้นอีก

เสิ่นอี๋เหนียงเดินเข้ามาทำสีหน้าเห็นใจเหลือคณากล่าวออกเสียงนุ่มนวลว่า “นายท่าน อย่าทำให้นางกับลูกถึงกับต้องตายเลยนะเจ้าคะ อย่างไรเสียนายท่านก็มอบหนังสือหย่าให้นางแล้ว รีบไสหัวนางกับลูกออกไปจากจวนเถิดเจ้าค่ะ อยู่ไปรังแต่จะเป็นตัวอัปมงคลเสียเปล่าเจ้าค่ะ” นางทำเหมือนคนดีที่รู้สึกเห็นใจจ้าวฟางหรูเป็นอย่างยิ่ง เดิมทีตามกฎของจวนหากฮูหยินเป็นชู้กับชายอื่น โทษคือโบยร้อยไม้กับมอบหนังสือหย่า หากเป็นเช่นนั้นจ้าวฟางหรูอาจสิ้นใจตายได้ ซึ่งเสิ่นอี๋เหนียงไม่ต้องการให้นางตาย เพียงแต่ต้องการให้นางกับบุตรสาวออกไปจากจวนหลังนี้ด้วยความอับอายและไม่มีสิทธิ์กลับมาอีกก็เพียงพอแล้ว

เมื่อได้ยินเสิ่นอี๋เหนียงกล่าวเช่นนั้น เว่ยเฉิงก็คล้อยตามทันทีหันไปมองอนุภรรยาคนโปรดด้วยแววตาหวานเยิ้ม พูดออกเสียงอ่อนโยนว่า “เจ้าช่างเป็นคนใจดีมีเมตตายิ่งนัก” จากนั้นรีบสั่งออกไปเสียงดุดันว่า “เช่นนั้นพวกเจ้ารีบเก็บข้าวของแล้วก็ไสหัวออกจากจวนของข้าไปเสีย”

เมื่อเห็นทางรอดของผู้เป็นนายที่ไม่ต้องถูกโบยถึงร้อยไม้แม่นมเตียวรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งไปหาจ้าวฟางหรูกับบุตรสาวทันที ตามด้วยซิ่วอิงสาวใช้คนสนิทของอดีตฮูหยินใหญ่ แม่นมเตียวกับสาวใช้อีกนางหนึ่งพยุงร่างของจ้าวฟางหรูกลับไปที่เรือนของตนอย่างทุลักทุเล ส่วนซิ่วอิงอุ้มร่างอ้อนแอ้นของเว่ยซินเหยียนตามไป

ก่อนที่นายท่านของจวนอย่างเว่ยเฉิงจะเปลี่ยนใจบ่าวทั้งสองไม่รอให้เจ้านายฟื้น รีบเก็บข้าวของใส่หีบอย่างว่องไว ใช้เวลาเก็บของไม่นานก็แล้วเสร็จ เพราะสมบัติและสินเดิมของอดีตฮูหยินใหญ่มีไม่มาก อีกทั้งเว่ยเฉิงก็ไม่ได้มอบสิ่งของมีค่าหรือเงินทองอันใดให้นางแม้แต่อีแปะเดียว จากนั้นคนทั้งสี่ก็รีบออกเดินทางทันที โดยมีรถม้าของจวนสกุลเว่ยไปส่งที่ตลาด ส่วนปลายทางคือบ้านเดิมของจ้าวฟางหรูที่เคยอาศัยอยู่กับท่านพ่อเมื่อครั้งยังเยาว์ เมืองนั้นชื่อเมืองหยางโจว ซึ่งอยู่ถัดขึ้นไปทางเหนือของเมืองลั่วหยาง ซึ่งเป็นเมืองหลวงของแคว้นฉินแห่งนี้

หลังจากรถม้าเคลื่อนตัวออกไปแล้ว เจียวจูสาวใช้ข้างกายของเสิ่นอี๋เหนียงจึงรีบวิ่งกลับเข้ามาในเรือน

เสิ่นอี๋เหนียงถามเสียงเรียบว่า “เป็นอย่างไรบ้าง”

“ออกไปกันหมดแล้วเจ้าค่ะ”

มุมปากของนางยกยิ้มขึ้นด้วยความพอใจ ถามต่อว่า “แล้วเรื่องพ่อบ้านจวง”

“คนของนายท่านจัดการเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”

“ดี”

“แล้วให้ข้าไปช่วยเขาดีหรือไม่เจ้าคะ” ตามที่ตกลงกันไว้เมื่อจวงชุนทำงานนี้สำเร็จ เสิ่นอี๋เหนียงต้องช่วยเหลือเขาให้พ้นจากความตายหากเขาได้รับโทษ

“ไม่ต้อง คนมีความผิดจะไปช่วยทำไม” ว่าแล้วก็ยกยิ้มหยันกล่าวต่อว่า “เจ้าออกไปได้แล้ว”

“เจ้าค่ะ”