จบเล่ม

ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี
เมื่อยมทูตหน้าใหม่ดึงวิญญาณมาผิดดวง เพื่อรักษาไว้ซึ่งสมดุลของโลกวิญญาณ หลินลู่ฉีผู้มีปราณมงคลในยุคปัจจุบัน จึงถูกส่งไปยังต่างโลก สวมร่างเด็กน้อยวัยสามขวบ ที่เพิ่งถูกงูกัดตายด้านหลังอารามเต๋า เจ้าอาวาสไม่อาจยอมรับวิญญาณสวมร่างได้ แต่เมื่อขับไล่วิญญาณร้าย ออกจากร่างกายไม่ได้ จึงจำเป็นต้องขับไล่คน ออกจากอารามแทน (3เล่มจบ 252ตอน)

ร้อยแค้นอดีต ภพนี้ขอทวงคืน คุณหนูสวมรอย
หลี่ชิงลั่ว คุณหนูตัวจริงที่พลัดหลงเร่ร่อนอยู่นอกจวนแม่ทัพ พอถึงวันที่นางถูกตามหาตัวกลับจวนนั้น หลี่ชิงจู คุณหนูสวมรอย เขียนหนังสือลาตายไว้ จุดไฟเผาจบชีวิตตัวเองลง พี่ชายกล่าวว่า:เพราะเจ้าเลยคนเดียว!หากเจ้าไม่กลับมา จูเอ๋อร์ก็ไม่คิดสั้นเช่นนี้!" พ่อแม่มองดูสายตาของนาง ปนเปไปด้วยความลังเล ถึงขนาดเจ็บปวดเหลือทน หลี่ชิงลั่วถึงเข้าใจว่า พวกเขามาเสียใจทีหลังที่นางกลับมา ว่าที่สามีที่ผู้ใหญ่หมั้นหมายให้แต่ยังไม่เกิด:"หญิงอสรพิษที่บีบให้คนไปตาย ตลอดชั่วชีวิตข้าไม่มีวันแต่งงานกับเจ้า ไม่มีวันให้เจ้ามาเป็นเมียข้าเด็ดขาด!" คุณหนูสวมรอยกลายเป็นหญิงผู้งดงามในใจขิงครอบครัวไปแล้ว หลี่ชิงลั่วที่ทุกข์ทรมานและพยายามอย่างหนักเพื่อเอาใจพวกเขา สุดท้ายก็กลายเป็นได้แค่โคลนเลนไม่มีใครใยดี หลี่ชิงลั่วตัวแข็งตายอยู่ในบ้านเก่าทรุดข้างคอกม้าในค่ำคืนหิมะตกหนักอันแสนเหน็บหนาว และ คุณหนูสวมรอยก็กลับมาในเวลานี้พอดี ในช่วงเวลาที่ครอบครัวกำลังปิติยินดีอยู่นั้น ข่าวการตายของหลี่ชิงลั่วก็ส่งมาถึงเรือนหน้าพวกเขากลับเอ่ยว่า:"นางมาไม้นี้ด้วยรึ ทำมาเป็นแกล้งตาย จับซากมันโยนทิ้งให้หมากินประไร!" คราลืมตาขึ้น หลี่ชิงลั่วเกิดใหม่อีกครั้ง

มู่ชิงเหยียน ทะลุมิติพลิกชะตาตระกูลมู่
จากลูกสาวหมอที่ถูกเหยียดหยาม สู่แพทย์หญิงผู้ยิ่งใหญ่แห่งต้าเหวิน! มู่ชิงเหยียนจะรักษา ฟื้นฟู ร่ำรวย และแก้แค้นให้คนทั้งแคว้นคุกเข่าคารวะใต้ฝ่าเท้าของนาง! เรื่องย่อ จากยอดศัลยแพทย์แห่งโลกยุคใหม่ สู่คุณหนูตระกูลหมอที่สิ้นหวัง หลินเยว่ พบว่าตัวเองตื่นขึ้นมาในร่างของ มู่ชิงเหยียน บุตรีคนโตแห่งตระกูลมู่ อดีตตระกูลหมอหลวงผู้เคยรุ่งเรือง แต่บัดนี้กลับต้องใช้ชีวิตอย่างยากไร้ในหมู่บ้านห่างไกล เมื่อบิดาผู้เคยเป็นที่พึ่งพิงต้องกลายเป็นคนติดสุราเพราะถูกใส่ร้ายป้ายสีจนหมดสิ้นทุกอย่าง เขายอมพ่ายแพ้ต่อโชคชะตา มารดาผู้แสนอ่อนโยนที่ความจำเสื่อม และน้อง ๆ อีกสองคนต้องผอมโซเพราะขาดแคลนอาหาร ความรู้สึกผิดที่ไม่อาจจะช่วยชีวิตบิดาตัวเองไว้ไม่ได้ กลายเป็นแรงผลักดันให้เธอลุกขึ้นสู้ในโลกใบใหม่นี้! ด้วย มีดผ่าตัด ที่กลายเป็นมิติลึกลับซึ่งอัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์การแพทย์สมัยใหม่และเสบียงที่ไม่เคยหมดสิ้น มู่ชิงเหยียนจึงเริ่มภารกิจพลิกชะตาชีวิตของตระกูล! เธอใช้ความรู้ความสามารถทางการแพทย์อันเหนือชั้น เพื่อรักษาชาวบ้านที่เคยดูถูกเหยียดหยาม จนได้รับฉายาว่า หมอเทวดาน้อย แต่ชื่อเสียงที่ขจรขจายกลับนำมาซึ่งภัยอันตราย เธอต้องเผชิญหน้ากับอำนาจมืดที่คอยหาผลประโยชน์จากการค้าขาย และแล้วโชคชะตาก็นำพาเธอให้กลับไปเผชิญหน้ากับ เซียวจิ่งฮ่าว ท่านโหวหนุ่มผู้เย็นชาและหยิ่งผยอง บุตรชายของตระกูลที่เคยทำลายครอบครัวของเธอ! จากความขัดแย้งที่บาดลึก สู่การร่วมมือกันเพื่อไขปริศนาความจริงเบื้องหลังที่ซ่อนอยู่ เส้นทางรักของท่านโหวและแพทย์หญิงผู้เด็ดเดี่ยวกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางการต่อสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้ครอบครัว "คนที่เคยเหยียบย่ำตระกูลข้า วันนี้ข้าจะให้พวกเขารู้ว่าอะไรคือการตอบโต้!" การแก้แค้นสุดสะใจที่ต้องทำให้คนทั้งแคว้นต้องสั่นสะเทือนจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว! ติดตามเรื่องราวของ มู่ชิงเหยียน แพทย์หญิงผู้จะมาพลิกชะตาของตระกูลให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ได้ในนิยายเรื่องนี้! ด้วยรัก primพริมโรส

หลิวซินซิน วิศวกรสาวทะลุมิติพลิกแผ่นดิน
เมื่อวิศวกรสาวอัจฉริยะผู้เกลียดไสยเวทย์เข้าไส้แต่ดันมีพ่อเป็นจอมขมังเวทย์ต้องทะลุมิติมาอยู่ในกองทัพอดอยากยุคโบราณสมองแห่งวิทยาศาสตร์จะผสานมนตราขุนแผนพร้อมกุมารทองสายฮาสายโหดที่จะปลุกพลังสะเทือนแผ่นดิน

โหวน้อยท่านเลิกตื๊อข้าเสียที
ชั่วชีวิตของเซี่ยเฟิงหรั่นมีความปรารถนาอยู่สามประการ ประการแรก: ขอให้มารดาของนางตาสว่างเสียที เลิกทุ่มเทความรักอย่างมืดบอด แล้วมองให้ชัดว่าบิดาของนางนั้นคือบุรุษสารเลวหาตัวจับยาก! ประการที่สอง: ขอให้ท่านย่าเลิกกังวลเรื่องการออกเรือนของนาง เพื่อให้นางได้เลือกเฟ้นสามีที่ว่าง่ายและเชื่อฟังมาเคียงคู่สักคน ประการที่สาม: ขอให้ ท่านโหวตัวน้อย แห่งจวนองค์หญิงอยู่ห่างจากนางไปไกลๆ ปล่อยให้นางได้หาเงินเก็บสะสมสินเดิมออกเรือนอย่างสงบสุขเสียที ใครบ้างจะไม่รู้ว่าท่านโหวผู้ยิ่งใหญ่แห่งจวนองค์หญิงผู้นี้ ผิวหน้าหนายิ่งกว่ากำแพงเมือง มีคู่หมายกระจายอยู่ทั่วเมืองหลวง สตรีทั้วเมืองหลวงต่างหมายปอง กล้ากระทั่งโต้เถียงฮ่องเต้ แย่งชิงสตรีกับเหล่าองค์ชาย ทำเอาอัครเสนาบดีโกรธจนเป็นลม ต่อยตีแม่ทัพจนหมอบราบคาบ ฝีปากกล้าจนเหล่าขุนนางสอดส่องนิ่งอึ้งไร้คำโต้ และทำเอาศาลต้าหลี่สั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว! คนแบบนี้นางย่อมมิอาจไปตอแยด้วยได้! แต่ใครจะไปคาดคิดว่าท่านโหวผู้ยิ่งใหญ่นอกจากจะหน้าหนาแล้ว ความสามารถในการตามตื้อยังเป็นเลิศ มู่ชิงเหยาได้แต่เฝ้ามองตนเองค่อยๆ หลุดจากกำแพงที่วางไว้ หน้ากากที่สวมอยู่ร่วงหล่นลงทีละชั้น จนกระทั่งตกอยู่ในอ้อมกอดของท่านโหวตัวร้าย... และไม่อาจหนีพ้นได้อีกต่อไป! .. นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องสมมุติ

คุณหนูสิบเอ็ดจวนราชครู
ไป๋เสวี่ยหรู ปรมาจารย์แห่งกระบี่สิ้นใจอย่างสงบ อยู่ๆ เสียงร่ำไห้ของเด็กสาวปริศนาก็ปลุกวิญญาณให้ตื่นรู้อีกครั้ง วนเวียนอยู่รอบกายเด็กสาวมากกว่าสามปี พริบตาเดียวก็พบว่าตัวเองเข้ามาอยู่ในร่างอีกฝ่ายเสียแล้ว!!! เยี่ยนเสวี่ยหรู คุณหนูสิบเอ็ดที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเกลียดชังหม่นหมอง แม้บิดาสูงศักดิ์เป็นถึงราชครูแคว้นต้าเย่า ทว่าเพราะจวนใหญ่ทำให้อนุและบุตรแย่งชิงความโปรดปรานโดดเด่น เพิ่งปักปิ่นก็ถูกทิ้งเอาไว้ในเรือนไม่มีใครสนใจ สิ้นใจอย่างเดียวดายโดยไม่มีใครตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้น จากปรมาจารย์กระบี่วัยสามสิบ กลายมาเป็นเด็กสาวที่เพิ่งปักปิ่น เสวี่ยหรู บอกตัวเองให้มีความสุขกับการกลับมามีชีวิต ขออยู่เงียบๆ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้ใด ไม่ทะเลาะตบตีแย่งชิงความโดดเด่น กระทั่ง...นางทนไม่ไหวก่อเรื่องต่อยตีกับบุรุษขึ้น ทั้งยังจำเพาะต้องเป็นต่อหน้าบุรุษหล่อเหลา น่ามอง ทั้งยังน่าหมายปอง เฟิงเสียนกวง ผู้นั้น! เขาที่ดันผ่านมาเห็นตอนนางกำลังเหยียบบุรุษอีกคนเอาไว้ใต้ฝ่าเท้า... ต่อมายังบังเอิญผ่านมาเห็นตอนที่นางกำลังถีบผู้อื่นตกน้ำ... ยังมีตอนที่นางกำลังปีนกำแพงจวนออกมา ก็ยังเป็นเขาที่ผ่านมาเห็นอีก! เหตุใดนางต้องขายหน้าต่อหน้าคนผู้นี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่านะ!!!

ย้อนอดีตกลับมาเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวสุดแกร่งในปี 1988
ชาติก่อน หลังหย่าจึงยกลูกสาวให้สามีเพราะกลัวลูกลำบาก แต่ลูกสาวตัวน้อยกลับถูกกดขี่จากแม่เลี้ยงจนทนไม่ไหว อายุสิบหกก็ต้องจมน้ำตายอย่างไม่ทราบสาเหตุ ชาตินี้ย้อนเวลากลับมาใหม่ เธอจะไม่ยกลูกสาวคนเดียวให้ต้องเผชิญชะตาชีวิตแบบเดิม เลี้ยงดูลูกสาวสุดที่รักด้วยความสามารถของตนเอง

หลินเสวี่ย จุติใหม่เป็นคุณหนูตกยาก พลิกชะตาเป็นดาวนำโชค
"ท่านพ่อ ท่านบอกว่าข้าเป็นตัวซวยงั้นหรือ? เช่นนั้นทองคำท่วมหัวกับโสมพันปีในมือข้านี้ ท่านก็อย่าหวังจะได้เห็นมันแม้แต่เงา"

ข้าถูกถอนหมั้นก่อนวันออกเรือน
เสิ่นหมิงเล่อ คุณหนูสี่ตระกูลเสิ่น ปีนี้อายุได้เพียงสิบเจ็ด ในวันหมั้นหมายนางฝันร้ายคล้ายเป็นลางบอกเหตุ บิดาของนางเดิมทีเป็นถึงประมุขป้อมตระกูลเสิ่นแห่งเทียนซาน ในยามบิดาล้มป่วยและสิ้นใจ ตัวนางไร้ซึ่งที่พึ่งพิง ไม่เพียงถูกรังแก ถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกทอดทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ท้ายสุดยังถูกสามีทิ้งให้สิ้นใจในห้องใต้ดินอันเย็นเยียบ!! สะดุ้งตื่นขึ้นก็พบว่าหลายอย่างเกิดขึ้นจริงดังฝัน เช่นนี้แล้วหากนางพยายามเปลี่ยนมันเล่า เปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดี แม้นางต้องถูกครหาว่ากลายเป็นสตรีที่ถูกถอนหมั้นก่อนวันออกเรือนเพียงวันเดียว แล้วอย่างไรเล่า?? อย่างไรเสียคู่หมายที่ดีก็คือคู่หมายคนใหม่!! หากคนเก่าไม่ดี เช่นนี้แล้วมิสู้หาบุรุษที่ดีกว่า หล่อเหลากว่า เอาให้รู้กันไปเลยว่าชะตานี้นางจะกำหนดเองไม่ได้!!!

อวี้จื่อลู่ ณ หมู่บ้านม่านหมอก
ข้อมูลเบื้องต้น องุ่นก็แค่หญิงสาวกำพร้าคนหนึ่ง ที่หาปลา ปลูกผักข้างบ้าน รับจ้างล้างจาน ทำงานทุกอย่างเพื่อเลี้ยงปากท้อง แล้วทำไมคนเห็นแก่ตัวเหล่านั้นต้องมาแย่งเงินและทำให้เธอตายด้วย คิดแล้วเจ็บใจจริง ๆ หลังจากเธอเสียพ่อและแม่ไปในอุบัติเหตุครั้งนั้น ทุกคนที่เคยรู้จักต่างเริ่มห่างหายไปทีละคนสองคน ราวกับว่าไม่มีเคยมีตัวตนอยู่ในชีวิต ทรัพย์สินเงินทองอย่าได้ถามหา ทุกอย่างล้วนถูกลุงและป้า ๆ เอาไปจนหมดสิ้น เหลือทิ้งไว้ให้เพียงแค่กระท่อมหลังหนึ่งติดริมคลองพร้อมกับเรือพายคู่ใจของเธอและจักรยานคันเก่า ที่พอจะช่วยให้ทำมาหากินได้ในตอนนี้ แต่จะไปโทษพวกเขาทั้งหมดก็ไม่ได้ ถ้าหากเธอไม่โง่เอง ทั้งยังไว้ใจลุงกับป้าจนเกินไป สุดท้ายกลับกลายเป็นว่าเธอโดนหลอกจนแทบหมดตัว มิหนำซ้ำยังโดนลุงเขยและป้ารังแกจนตัวตาย องุ่นค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา หันไปมองสิ่งรอบข้างก็ต้องแปลกใจ นี่เธอตายไปแล้วไม่ใช่เหรอแล้วทำไมถึงยังหายใจอยู่ สถานที่พวกนี้ก็แปลกตาช่างไม่คุ้นเคยเอาซะเลย ทว่าความคิดเหล่านั้นเป็นอันต้องหยุดชะงัก เมื่อความทรงจำต่าง ๆ ที่เธอไม่รู้จักของเด็กสาวคนหนึ่งต่างไหลทะลักเข้ามาในหัว ทำให้องุ่นรู้ว่าเด็กหญิงคนนี้มีชื่อ อวี้จื่อลู่ อายุสิบหนาว มีพี่ชายสองคน คนโตมีนามว่า อวี้เหิงเยว่ อายุสิบสามหนาว และคนรองชื่อ อวี้เฉิงรุ่ย อายุสิบเอ็ดหนาว ส่วนบิดามารดาได้เสียชีวิตไปตั้งแต่เมื่อสองปีก่อน เมื่อไม่มีบิดามารดาคอยปกป้อง สามพี่น้องอวี้จึงโดนลุงและป้าสะใภ้ขับออกจากตระกูล จากนั้นก็พาพวกเขาทั้งสามไปทิ้งไว้ยังบ้านเดิมของมารดา และที่นั่นก็คือ หมู่บ้านม่านหมอก สาเหตุที่องุ่นเข้ามาอยู่ในร่างของเด็กคนนี้ ก็เพราะอวี้จื่อลู่เดินเข้าไปยังป่าด้านในเพื่อหาผักและผลไม้ป่าให้พี่ชายทั้งสองได้กิน แต่ก็โชคร้ายนักเมื่อนางเจอเข้ากับหมีที่ออกมาจากป่าชั้นใน จึงโดนหมีทำร้ายอาการสาหัส เมื่อเห็นความทรงจำของร่างนี้ องุ่นก็ไม่รู้ว่าจะขำหรือสงสารเด็กตรงหน้าดี “มีอย่างที่ไหนหนีหมีขึ้นต้นไม้ ใครสั่งใครสอนกัน” ...................................................... *นิยายเป็นแนวฝึกยุทธ ฝึกลมปราณ นะคะ* ระดับผู้ฝึกยุทธ ลมปราณนั้นมี 7 ขั้น และมี 9 ระดับ ได้แก่ - ขั้นปราณก่อเกิด - ขั้นปราณกำเนิด - ขั้นปราณปฐพี - ขั้นปราณนภา - ขั้นปราณเทวะ - ขั้นปราณบรรพกาล - ขั้นล้ำลึก (ไม่มีจุดสิ้นสุด) โปรดอ่านสักนิด อ่านเพื่อความเพลิดเพลิน เพื่อความบันเทิง อาจจะขัดหูขัดตาบ้างบางฉากบางตอน กรุณาอ่านอย่างมีสติเพราะนี่คือนิยายหาใช่ชีวิตจริงไม่ ทุกอย่างอาจจะไม่สมเหตุสมผล เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์จีน ทุกอย่างในนิยายคือเรื่องที่ไม่มีอยู่จริง สนองความต้องการของไรต์ล้วนๆ หากอ่านไปแล้วคิดว่าไม่ใช่แนวที่ชอบก็กดออกไปได้เลยค่ะ อย่าบั่นทอนด้วยคำพูดแรงๆ หากชอบก็อย่าลืมสนับสนุนกันด้วยนะคะ หากมีคำผิด หรือข้อผิดพลาดตรงไหนสามารถติเตือนกันได้ค่ะ รบกวน ติ ชม ตักเตือน ด้วยความสุภาพนะคะ ขอบคุณค่ะ สามารถเข้ามาพูดคุยกันได้ที่ Facebook : นามปากกา คุณมะนาวหวาน โปรดอ่านอีกนิดนึงนะเจ้าคะ นิยายเรื่อง อวี้จื่อลู่ ณ หมู่บ้านม่านหมอก เป็นลิขสิทธิ์ของนามปากกา คุณมะนาวหวาน / Solaris Libra ห้ามมิให้ผู้ใดนำไปดัดแปลง คัดลอก ปลอมแปลง จัดเผยแพร่จำหน่าย ทำซ้ำ หรือการกระทำใดๆ เกี่ยวกับสิทธิและทรัพย์สินทางปัญญาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงานนามปากกา คุณมะนาวหวาน / Solaris Libra

ไป๋หลัน ทะลุมิติมายุคจีนโบราณ
เรื่องย่อ “มาเถอะหลันหลันน้อย ตาทำอาหารเสร็จแล้วมารีบกินเสีย ประเดี๋ยวจะได้ดื่มยา” พอได้ยินว่าดื่มยาเด็กน้อยถึงกับเบ้หน้าขยาดในรสชาติของมัน บัดซบ! ยาอะไรขมจนฆ่าคนตายได้เลย คนเป็นหมอนี่ได้ชิมรสชาติของมันบ้างหรือเปล่า หากถามว่านางรู้ได้อย่างไรนะหรือ ก็จากความทรงของร่างนี้ไงล่ะ ความรู้สึกขมยังตรึงอยู่ในปากนางอยู่เลย ชาติก่อนว่าเจอยาขมแล้วนะ มาชาตินี้ขมยิ่งกว่าเข้าไปอีก “มิกินอีกมิได้หรือเจ้าคะท่านตามันขมยิ่งนัก และที่สำคัญนะหลันเอ๋อร์หายแล้วจริง ๆ” ดวงตากลมโตช้อนมองขึ้นอย่างอ้อน ๆ เชื่อข้าเถอะ เชื่อข้านะ ข้าพูดจริง “ถึงอย่างนั้นก็ยังต้องกินจนกว่าจะหมดเทียบยานั่นละ” เขาพยายามไม่มองตาหลานสาวตัวน้อย เกรงว่าหากไปสบตาเข้าจะพลันใจอ่อนเผลอรับปากโดยไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้นต้องท่องไว้อย่าได้ใจอ่อนเป็นอันขาด อย่าสบตาและอย่ามองใบหน้ากลมน่ารักนั่น “ไม่ได้จริง ๆ หรือเจ้าคะ” เด็กน้อยช้อนตามองปริบ ๆ เลี้ยงน้ำตาไว้อย่าให้ร่วง ฮึบไว้อย่าไหลเชียวนะ ตาต้องแดงเข้าไว้เบะปากเล็กน้อย นั่นแหละ ๆ อ้อนเข้าไว้ท่านตาจะได้ใจอ่อน “โธ่หลันหลันน้อย เจ้าอย่าได้บีบบังคับตาเช่นนี้เลยเลยหนา” ยิ่งเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มน้ำตารื้น ดวงตาแดงช้ำก็พาลปวดใจ “หลันเอ๋อร์เปล่าทำ ท่านตาให้ร้ายหลานแล้ว” น้ำตาคลอหน่วยใกล้จะร่วงหมิ่นแหม่ ปากเบะเล็กน้อย ทำเอาชายชราใจอ่อนยวบพ่ายแพ้อย่างราบคาบ “เฮ้อ ครึ่งถ้วย” ไป๋หลันดีดนิ้วเปาะดีใจด้วยความลืมตัว “ดีล! เจ้าค่ะ” “ห๊ะ! เมื่อครู่เจ้าว่ากระไรนะ” ************************************************** นิยายเรื่องนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งของนิยาย ไปเผยแพร่หรือกระทำการใด ๆ ก่อนได้รับการอนุญาตจากผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ หากฝ่าฝืนจะดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้กระทำละเมิดอย่างเด็ดขาด โดยไม่มีการยกเว้น ***** เรื่อง ไป๋หลัน ทะลุมิติมายุคจีนโบราณ ผู้แต่ง คุณมะนาวหวาน : Solaris Libra นิยายเรื่องนี้เป็นลิขสิทธิ์ของนามปากกา คุณมะนาวหวาน : Solaris Libra

ลี่หลัน มาเฟียสาวข้ามภพ
นิยายเรื่อง ลี่หลัน มาเฟียข้ามภพ เป็นเรื่องราวของมาเฟียสาวที่ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของตู้ลี่หลัน นางต้องแก้แค้นตระกูลตู้ที่เคยรังแกตู้ลี่หลันจนทำให้นางถึงแก่ความตาย จนมาพบซ่งซือหยุน แม่ทัพใหญ่ผู้บังคับบัญชาของ จ้าวชิงรุ่ย คนรักของเจ้าของร่าง เรื่องวุ่นๆ จึงเกิดขึ้นตามมาไม่น้อย ทั้งยังมีคนรู้จักที่อยู่ภพเดียวกันมาเจอกันโดยบังเอิญอีกด้วย ยังมีเจ้าไป่ไป๋ตัวแสบคอยป่วนเรียกคะแนนความน่าเอ็นดู

คู่หมั้นเจ้าพ่อกับเกมเอาคืนถึงตาย
"สามวันแล้วที่ฉันไม่ได้เคาะประตูห้องของลอเรนโซ แต่เขากลับเป็นฝ่ายมาหาฉันเอง…ในตอนที่ฉันไม่ต้องการเขาอีกต่อไปแล้ว “เซลีน” น้ำเสียงตอนเขาเรียกชื่อฉัน ฟังยังไงก็เหมือนคำสั่ง ทุ้มต่ำ เย็นนิ่ง และไม่เปิดโอกาสให้ใครโต้แย้ง ฉันไม่ได้หันกลับไปมอง แค่พับเสื้อในมือแล้ววางลงในกระเป๋าเดินทางที่เปิดค้างไว้ ลอเรนโซเดินเข้ามาใกล้อีกสองก้าว ก่อนสายตาจะหยุดอยู่ที่กระเป๋าเดินทางของฉัน “ช่วงนี้เธอว่านอนสอนง่ายดีนี่” เขาพูดเรียบ ๆ “ในที่สุดก็คิดได้สักที” คิดได้สักทีงั้นเหรอ ฉันแทบหลุดหัวเราะออกมา แน่นอนสิ…ฉันคิดได้แล้วจริง ๆ เพราะนิโค่ตายแล้ว เมื่อสามวันก่อน หลังจากเงินทุนก้อนนั้นไม่ถูกอนุมัติ การรักษาของเขาก็ถูกบังคับให้หยุดลง แล้วเขาก็ตายอยู่บนเตียงโรงพยาบาลเตียงนั้น…เตียงที่เขานอนมานานถึงสองปี เขาตายต่อหน้าต่อตาฉัน ส่วนผู้ชายที่ยืนอยู่ด้านหลังฉันตอนนี้—คู่หมั้นของฉัน เจ้าพ่อแห่งตระกูลมอเรตติ—กลับไม่รู้อะไรเลยสักนิด เงินช่วยชีวิตก้อนนั้น…จนถึงตอนนี้ก็ยังติดอยู่ในระบบดำเนินการ น่าขันสิ้นดี ฉันกดเสื้อผ้าชิ้นสุดท้ายลงไปในกระเป๋าเดินทาง ซิปมันติดอยู่ชั่วครู่ ก่อนฉันจะกระชากมันแรง ๆ จนฟันเหล็กเสียดสีกันเกิดเสียงครูดแสบหู “เธอกำลังทำอะไร?” ลอเรนโซถาม เก็บของเตรียมหนีออกจากสถานที่บัดซบนี่ไง ยังต้องถามอีกเหรอ ฉันหันกลับไปมองเขา ใบหน้านั้นยังคงหล่อเหลาเสียจนทำให้คนหวั่นไหวได้เหมือนเดิม ครั้งหนึ่ง…ฉันเคยหลงเขาจนถอนตัวไม่ขึ้น “แค่จัดเสื้อผ้าเก่า ๆ น่ะ” ฉันตอบเรียบ ๆ ลอเรนโซดูพอใจขึ้นกว่าเดิม เพราะฉันไม่ได้พูดถึงชื่อที่ทำให้เขาหงุดหงิดอยู่เสมอ “ก็ดี” เขาพูด “เลิกมาหาฉันเรื่องนิโค่ได้แล้ว เซลีนกำลังจัดการเรื่องนี้อยู่” เซลีน..."

เจ้าพ่อมาเฟียที่สูญเสียฉันไปตลอดกาล
"ฉันได้รับอีเมลตอนหกโมงสิบสองนาทีของเช้า ผลการคัดเลือกรอบสุดท้าย — ตำแหน่งที่ปรึกษาใหญ่แห่งตระกูลมอเรตติ อันดับ 1 — เอล์ฟ มาร์ติโน่ ฉันยังไม่ทันได้ยิ้มด้วยซ้ำ บางอย่างก็สั่นสะเทือนอยู่ในอก—ทั้งความภูมิใจ ความรู้สึกว่าในที่สุดก็ได้รับความยุติธรรม และความสะใจที่แผนการซึ่งวางหมากมาหลายปี ในที่สุดก็ออกผลเสียที แต่อีเมลฉบับถัดมา พุ่งเข้ามาเหมือนกระสุนปืน ประกาศแก้ไข — อัปเดตผลการจัดอันดับ อันดับ 1 — มีอา รอสซี่ อันดับ 2 — เอล์ฟ มาร์ติโน่ ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีแม้แต่คำขอโทษ แค่แก้ผลทุกอย่างที่ฉันเป็นคนคว้ามาด้วยตัวเองอย่างเย็นชา มือของฉันเย็นเฉียบทันที มีอา รอสซี่ไม่แม้แต่จะโผล่มาในวันประเมินรอบสุดท้ายด้วยซ้ำ ฉันจำได้ทุกใบหน้ารอบโต๊ะประชุมนั่น—ทั้งอันเดอร์บอส คาร์โป และที่ปรึกษาประจำตระกูล ทุกคำถามเกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องเขตอิทธิพล ระบบฟอกเงิน และการเจรจาพันธมิตร รวมถึงทุกบททดสอบเงียบ ๆ ที่ใช้วัดว่าฉันจะเสียอาการหรือเปล่า ขณะที่พวกผู้ชายในองค์กรจ้องมองเพื่อหาจุดอ่อนของฉัน แต่มีอาไม่ได้อยู่ที่นั่น ฉันตรงไปยังชั้นประชุมของสภาตระกูลทันที เลขาสภาพยายามกันฉันไว้ด้วยคำพูดสุภาพกับรอยยิ้มตึง ๆ “คุณเอล์ฟคะ ทางคณะกรรมการคัดเลือก—” “ฉันจะไม่ไปไหน จนกว่าจะมีคนอธิบายว่าทำไมผู้หญิงที่ไม่ได้เข้าร่วมการประเมิน ถึงกลายเป็นอันดับหนึ่งได้” ฉันพูดเรียบ ๆ พวกเขาถ่วงเวลา โทรศัพท์หากันไปมา แล้วขอให้ฉันรออยู่หน้าห้องทำงานกระจกฝ้า ราวกับฉันเป็นตัวปัญหา ราวกับฉันเป็นผู้หญิงอีกคนที่ควรเรียนรู้ว่าตัวเองควรยืนอยู่ตรงไหน ในโลกของผู้ชายและความรุนแรงแบบนี้ แล้วฉันก็ได้ยินเสียงคู่หมั้นของตัวเองดังมาจากข้างในห้องนั้น ลูเชียน มอเรตติ สุขุม เย็นนิ่ง และคุ้นเคย..."

ทายาทมาเฟียที่ไม่เคยเป็นของฉัน
การแจ้งเตือนบนหน้าจอโทรศัพท์ส่องประกายแสบตาเหมือนน้ำกรดที่กำลังแผดเผาดวงตาของฉัน ฉันเอาแต่จ้องมองรูปภาพนั้นนิ่ง รูปของจูเลีย โมเรตติ ม่ายสาวของพี่ชายผู้ล่วงลับของสามีฉัน เธอกำลังประคองหน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้นมาเล็กน้อยของตัวเองอย่างทะนุถนอม และข้อความที่บรรยายอยู่ใต้ภาพนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับมีดที่ปักลึกเข้าสู่กลางอกของฉัน 'ด้วยความเมตตาจากสายเลือดแห่งตระกูลเบเนเดตติ' นิ้วมือของฉันสั่นเทาเล็กน้อยขณะกดขยายรูปภาพนั้นดู รูปนี้ถูกโพสต์ลงในเว็บบอร์ดของดาร์กเว็บ ซึ่งเป็นโลกส่วนตัวของพวกเรา โลกของตระกูลมาเฟีย ที่ซึ่งแต่ละตระกูลต่างใช้ข่าวลือ ข่าวฉาว และเสียงกระซิบในการทำสงครามที่ไร้เสียงกันอย่างเงียบเชียบ เรื่องนี้ไม่มีทางเป็นเรื่องจริงไปได้ แต่เวลาที่โพสต์ระบุว่าเพิ่งจะผ่านมาแค่หนึ่งชั่วโมง และในช่องแสดงความคิดเห็นก็เดือดพล่านไปหมดแล้ว "ลอเรนโซ เบเนเดตติ ทำลายเกียรติยศของพี่ชายตัวเองจนย่อยยับ" "พันธมิตรระหว่างตระกูลโรมาโนกับตระกูลเบเนเดตติจบสิ้นลงอย่างสมบูรณ์แล้ว" "สงครามภายในของตระกูลเบเนเดตติกำลังจะระเบิดขึ้น" ฉันวางฝ่ามือลงบนหน้าท้องของตัวเองโดยสัญชาตญาณ ท้องของฉันยังคงราบเรียบอยู่ แต่ภายในนั้นกลับซ่อนความลับที่มีเพียงฉันเท่านั้นที่รู้เอาไว้ ฉันตั้งท้องลูกของลอเรนโซได้สามเดือนเต็มแล้ว เดิมทีฉันตั้งใจจะบอกข่าวดีนี้ให้เขาประหลาดใจในระหว่างมื้อค่ำฉลองครบรอบวันแต่งงานในคืนนี้ ที่ผ่านมาฉันช่างไร้เดียงสาเหลือเกิน จู่ๆ โทรศัพท์มือถือก็สั่นเตือนขึ้นมา ชื่อของลอเรนโซปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ฉันกดรับสายแล้วตอบกลับไปเพียงสั้นๆ ว่า "?" "อะเลสเซีย เรื่องมันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดนะ!" เสียงของเขาดังระเบิดออกมาจากลำโพงทันที "จูเลียเป็นภรรยาม่ายของมัตเตโอนะ! ในฐานะพี่น้องร่วมสายเลือด ผมมีหน้าที่ต้องดูแลเธอ!" "ดูแลเธองั้นเหรอคะ?" น้ำเสียงของฉันราบเรียบอย่างน่าประหลาดใจ "เดี๋ยวนี้ทุกคนเขาเรียกเรื่องแบบนี้ว่าการดูแลกันแล้วเหรอคะ?" "คุณไม่เข้าใจหรอกว่าคำสาบานนั้นมันหมายความว่ายังไง!" ลอเรนโซสะกดกลั้นความโกรธไว้ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความหงุดหงิด "มัตเตโอให้ผมสาบานไว้ก่อนที่เขาจะสิ้นใจ—" "และในคำสาบานนั้น มันรวมถึงการปล่อยให้เธอท้องลูกของคุณด้วยงั้นเหรอคะ?"

เมื่อฉันหมดรัก เจ้าพ่อก็ร้องไห้ขอให้ยกโทษ
คืนวันเกิดอายุครบสามสิบห้าปีของสามีฉัน ฉันใช้เวลาอยู่ในครัวถึงหกชั่วโมงเต็มเพื่อเตรียมดินเนอร์ใต้แสงเทียนแต่สุดท้ายกลับเห็นเขาไปโผล่อยู่บนอินสตาแกรมสตอรี่ของชู้รัก เจ้าพ่อมาเฟียผู้ทำให้ทั้งฝั่งตะวันตกหวาดกลัว กำลังเต้นแนบแก้มอยู่กับเธอ เธอเหมาจองแจ๊สคลับทั้งร้าน พร้อมเขียนแคปชันว่า “ค่ำคืนฉลองวันเกิดให้บอส” ฉันกดไลก์ แล้วคอมเมนต์ไปว่า “ปาร์ตี้ดูดีมากเลยนะ ถ้ามีใครยังจำได้ว่าภรรยาของเขานั่งรอทั้งคืนอยู่ ก็คงจะสมบูรณ์แบบกว่านี้” สามวินาทีต่อมา สตอรี่นั้นก็หายไป หลังจากนั้น โทรศัพท์ของเขาก็ดังเข้ามาทันที “มันก็แค่เรื่องล้อเล่นเองนะ เอเลน่า เธอจะอ่อนไหวขนาดนี้ได้ไหม” ปลายสายยังแทรกมาด้วยเสียงหัวเราะใสราวกระดิ่งเงินของผู้หญิงคนนั้น ถ้าเป็นฉันเมื่อก่อน ฉันคงพังทลายไปแล้ว คงร้องไห้ คงให้อภัยเขาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ จะไม่มีอีกแล้ว ในเมื่อการทรยศหักหลังมันชัดเจนโจ่งแจ้งถึงเพียงนี้... การที่หัวใจตายด้านไปเสีย ย่อมถือเป็นความหลุดพ้น เจ้าพ่อแห่งตระกูลมอเรตติ อาจจะควบคุมเมืองนี้ได้ทั้งเมือง ทว่าเขากลับสูญเสียภรรยาของตัวเองไปนานแล้ว สูญเสียไป... ตลอดกาล

หลังเซ็นหย่า ฉันก็เป็นอิสระอีกครั้ง
“เด็กในท้องเธอไม่ใช่ลูกของฉัน” เนธาน เพียร์ซโยนผลตรวจพิสูจน์ความเป็นพ่อมาตรงหน้าฉัน ฉันก้มมองแค่แวบเดียวก็รู้ทันที—รายงานฉบับนี้เป็นของปลอม ฝีมือของ “รักแรกวัยเด็ก” ของเขา เมแกน ฉันรู้ เพราะฉันจบด็อกเตอร์ด้านพันธุศาสตร์ แค่ปรายตามองก็เห็นข้อมูลที่ถูกดัดแปลงแล้ว แต่ฉันไม่ได้อธิบาย ไม่ร้องไห้ และไม่คิดจะอ้อนวอน ฉันพูดออกไปเพียงคำเดียวว่า “ได้” จากนั้นก็เซ็นใบหย่าแล้วหายตัวไป พร้อมอุ้มสายเลือดแท้ๆ ของเขาไว้ในท้อง ห้าปีต่อมา ในงานเลี้ยงระหว่างการประชุมดาวอส เด็กผู้ชายคนหนึ่งเผลอเหยียบรองเท้าของเนธาน เพียร์ซ เนธานก้มลงมอง—แล้วก็เห็นใบหน้าที่เหมือนตัวเองตอนเด็กไม่มีผิด เด็กคนนั้นเงยหน้าขึ้นพูดอย่างสุภาพว่า “ขอโทษครับคุณลุง” จากนั้นเขาก็หันไปเรียก “แม่ครับ!” สายตาของเนธานมองตามไป—ก่อนจะหยุดอยู่ที่ฉัน ……

เมื่อพับดาวครบเก้าสิบเก้าดวง ฉันก็ไปจากเจ้าพ่อมาเฟีย
"ถ้าผู้ชายโสดคนไหนสามารถโชว์ภาพหน้าจอที่แคปหลักฐานการเลิกราให้ฉันดูได้ คืนนี้ฉันจะยอมไปฉลองวันวาเลนไทน์เป็นเพื่อนเขาเองค่ะ" นี่คือข้อความที่เซียนนา วอส โพสต์ลงในสตอรี่อินสตาแกรมของเธอ เซียนนา... ผู้หญิงที่ดันเต้ โมเรตติ เรียกเธอว่า "น้องสาว" ผู้หญิงที่ร่วมเป็นร่วมตายมากับเขา และเป็นตัวตนที่ใครก็ห้ามแตะต้อง เธอเป็นลูกสาวของที่ปรึกษาตระกูล และคอยติดตามอยู่เคียงข้างดันเต้ราวกับเป็นเงามาตั้งแต่ตอนที่ฉันยังไม่มีตัวตนอยู่ในชีวิตของเขาเสียด้วยซ้ำ ฉันเกือบจะหลุดหัวเราะออกมา วินาทีต่อมา ชื่อของดันเต้ก็สว่างขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ของฉัน '—โนราห์ พวกเราจบกันแค่นี้แหละ' ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งนาที โพสต์ใหม่ของเซียนนาก็อัปเดตขึ้นมา เธอแคปภาพหน้าจอข้อความที่ดันเต้ส่งมาให้ฉันแล้วโพสต์มันลงไป พร้อมกับแนบอิโมจิรูปจูบ '—อุ๊ย ดันเต้บ้านฉันคว้าโบนัสตัดหน้าไปซะก่อนแล้วล่ะค่ะ' ช่องแสดงความคิดเห็นระเบิดความเดือดพล่านขึ้นมาทันที "พวกแกสองคนใจกล้าเกินไปแล้ว ฮ่าๆๆๆๆ ถ้าครั้งนี้โนราห์หนีไปจริงๆ จะทำยังไงล่ะ?" ดันเต้เข้าไปตอบกลับโดยตรงว่า "ก็แค่คนในครอบครัวหยอกล้อกันเล่นน่ะ ทำตัวตามสบายเถอะ เธอรักผมมากจนไม่มีวันทิ้งผมไปไหนหรอก" ด้านล่างยังมีคนเข้ามาตอบกลับอีกประโยคว่า "ฮ่าๆๆๆๆ โมเรตตินี่คุมผู้หญิงของตัวเองอยู่หมัดจริงๆ" ฉันไม่ได้โทรศัพท์ไปหาเขา ไม่ได้ร้องไห้ และไม่ได้ปาโทรศัพท์อัดกำแพงอย่างบ้าคลั่งเหมือนแต่ก่อน ฉันแค่เอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักโต๊ะข้างเตียง หยิบกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งออกมา แล้วค่อยๆ พับมันเป็นรูปดาวดวงน้อยอย่างตั้งอกตั้งใจ ก่อนจะใส่ค้างไว้ในขวดโหลแก้วข้างเตียง ข้อตกลงนี้ เป็นข้อตกลงที่ฉันกับดันเต้เคยทำร่วมกันในตอนที่พวกเรายังรักกันดีอยู่ ทุกครั้งที่เขาเลือกเซียนนา ทุกครั้งที่เขาเบิกตากว้างเฝ้ามองดูเธอหยามเกียรติฉันแต่กลับไม่ยอมทำอะไรเลย ฉันก็จะพับดาวดวงน้อยหนึ่งดวง เมื่อไหร่ที่พับครบเก้าสิบเก้าดวง ฉันก็จะไปจากที่นี่ ตอนนี้...ดวงที่เก้าสิบห้าแล้ว เหลืออีกแค่สี่ดวงเท่านั้น ...

ทองคำแท่งที่สามียกให้เมียน้อย คือสินเดิมที่พ่อให้ฉัน
บ่ายวันนั้น ฉันกำลังนั่งจิบชายามบ่ายอยู่เงียบ ๆ แล้วก็เลื่อนดูคลิปในโทรศัพท์ไปเรื่อยเปื่อย จนบังเอิญไปสะดุดเข้ากับวิดีโอหนึ่ง “แฟนหนุ่มมหาเศรษฐีของฉันมอบคฤหาสน์วิวทะเลให้หนึ่งหลัง แถมยังให้ทองคำแท่งสั่งทำพิเศษที่สลักอักษรย่อชื่อฉันอีกด้วย!” “เขาบอกว่านี่เป็นแค่เงินค่าขนมของที่บ้านเองนะทุกคน แบบนี้ควรแต่งงานด้วยไหม?” คลิปนั้นกลายเป็นกระแสไวรัลในชั่วข้ามคืน ส่วนช่องคอมเมนต์ก็เต็มไปด้วยผู้คนที่หลั่งไหลเข้ามาแสดงความอิจฉาในโชคดีของเธอ ตอนแรกฉันคิดว่านี่คงเป็นแค่อินฟลูเอนเซอร์สายอวดรวยอีกคนที่กำลังสร้างคอนเทนต์เรียกยอดวิว แต่ทันทีที่ฉันใช้นิ้วขยายภาพบนหน้าจอเพื่อมองรายละเอียดให้ชัดขึ้น ร่างทั้งร่างก็แข็งค้างในทันที บนทองคำแท่งนั้น มีอักษรย่อชื่อของลูกสาวฉัน ลีอา สลักอยู่ และหมายเลขโฉนดของคฤหาสน์หลังนั้น ก็ตรงกับหมายเลขทรัพย์สินในกองทรัสต์ส่วนตัวของฉันทุกตัวอักษร ทรัพย์สินก่อนแต่งงานของฉัน กลายเป็นของขวัญแสดงความรักจากแฟนหนุ่มของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? ...

หลังแกล้งตาย ราชินีสิทธิบัตรก็หวนกลับมาอีกครั้ง
หลังจากที่คู่หมั้นของฉันประกาศหมั้นกับพี่สาวของฉัน ฉันก็ตัดสินใจจัดฉากการตายของตัวเอง เขาขโมยสิทธิบัตรที่เป็นผลงานของฉันไปใช้สร้างอาณาจักรธุรกิจอันยิ่งใหญ่ของตัวเอง ขณะที่ฉันถูกผลักลงสู่ห้วงแห่งความอัปยศและความเจ็บปวดจนแทบไม่เหลืออะไร แต่ตอนนี้ ผู้หญิงที่พวกเขาร่วมมือกันฝังทั้งเป็นคนนั้นได้กลับมาแล้ว และฉันก็ไม่ใช่คุณหนูผู้ไร้เดียงสาที่เชื่อใจคนง่ายเหมือนในอดีตอีกต่อไป เพราะฉันต่างหากคือเจ้าของตัวจริงของเทคโนโลยีหลักที่ค้ำจุนอาณาจักรธุรกิจทั้งหมดของเขา ครั้งนี้ฉันจะทวงคืนทุกอย่างที่เป็นของฉัน ไม่ว่าจะเป็นผลงานที่ฉันทุ่มเททั้งชีวิต ศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบย่ำ หรืออนาคตที่ถูกพรากไป คอยดูให้ดีเถอะ เจ้าของสิทธิบัตรผู้ล่วงลับคนนี้จะฟื้นคืนจากกองเถ้าถ่าน ฉีกทำลายโลกทั้งใบของเขาจนไม่เหลือชิ้นดี และสร้างความรุ่งโรจน์ของตัวเองขึ้นใหม่บนซากปรักหักพังเหล่านั้น ราชินีกลับมาแล้ว และครั้งนี้ฉันจะไม่หยุดจนกว่าทุกอย่างจะจบสิ้น ...
