
บทย่อ
คำโปรย : “ให้กูชอบยัยเฉิ่มนั่น ให้กูแดกข้าวหมายังดีซะกว่า” เพื่อนไม่เชื่อ งั้นเขาเสริมให้อีก “กูบอกแล้วไง ว่าถ้าให้ชอบยัยเฉิ่มนั่นกูยอมแดกข้าวหมา จูบหมาโชว์ด้วยเลยก็ได้”
Chapter 1 ผู้ชายซื้อข้าวให้แปลว่าอะไร ?
Chapter 1
ผู้ชายซื้อข้าวให้แปลว่าอะไร?
ในช่วงเดือนมิถุนายนหน้าฝนของประเทศไทย ย่อมมีฝนฟ้าคะนองตกในพื้นที่เป็นหย่อมๆ โดยเฉพาะในเวลานี้ที่มหาวิทยาลัยเอกชนแอชตันเจเค
เสียงฝนกระทบหลังคาโรงอาหารกลางดังแผ่วเบา นักศึกษาต่างพากันเร่งฝีเท้าเข้ามาหลบฝน มีเพียงฉันคนหนึ่งที่ยืนลังเลอยู่หน้าร้านกะเพราไข่ดาว มือของฉันเอื้อมไปหยิบข้าวกล่องสุดท้ายบนถาด แต่ก่อนที่จะคว้าได้ มือของผู้ชายคนหนึ่งก็ฉวยมันไปก่อน
มินนี่ มินธิรา จิรสุข สาวเฉิ่มใส่แว่นกับกระโปรงพลีทยาวกรอมตาตุ่ม ผมสีน้ำตาลถูกรวบเป็นหางม้าเอาไว้ง่ายๆ ฉันเรียนอยู่คณะสังคมศาสตร์ปีสองและไม่ค่อยชอบแต่งตัวสักเท่าไหร่จึงปล่อยให้ตัวเองโทรมอยู่แบบนี้
ฉันเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า ชายหนุ่มร่างสูงในเสื้อช็อปสีแดงเปื้อนคราบน้ำมัน ทรงผมแสกกลางสีน้ำตาลพร้อมกับรอยสักไม้กางเขนที่แขนซ้ายโชว์รำไรออกมานอกขอบแขนเสื้อ สีหน้าของเขาเรียบเฉย ดวงตานิ่งสงบเหมือนไม่มีอะไรอยู่ในนั้น
“อ้าว พี่เวกัส…หนูกำลังจะหยิบกล่องนี้นะ”
ฉันเอ่ยเสียงอ่อย ไม่ได้สนิทอะไรกับเขา แต่เขาคนนี้เป็นเพื่อนสนิทกับแฟนของรูมเมทที่ฉันสนิทด้วย เรารู้จักกันเพียงห่างๆและช่วงตอนปิดเทอมปีหนึ่งเคยไปทริปกางเต็นท์ที่ต่างจังหวัดด้วยกัน แต่ก็ไม่ได้สนิท แทบไม่เคยพูดคุยกันเลยสักครั้ง
เขาเหลือบตามองเล็กน้อย ก่อนจะจ่ายเงินแล้วเดินจากไปโดยไม่สนใจคำท้วง
ฉันมองตามหลังเขาอย่างไม่พอใจ
“ใจร้ายจัง” ฉันบ่นกับตัวเอง ทุกวันที่มาเรียนก็ปั่นจักรยานมา ฉันพักอยู่ที่หอในหญิงของมหาวิทยาลัยแถมวันนี้ฝนยังตกหนักจนน้ำท่วมอีก การหาอาหารกินก็เป็นเรื่องยากในวันที่ฝนตกแถมยังไม่มีรถยนต์
ขณะที่กำลังจะถอนหายใจ เดินคอตกอย่างหดหู่กำลังจะกลับไปยังหอใน ป้าที่ร้านขายกระเพราก็ตะโกนเรียกฉัน
“นังหนู มานี่ก่อนลูก”
“คะ?” ฉันหันไปสบตาแล้วเดินกลับไปที่ร้าน ป้าแกยื่นกล่องข้าวผัดกะเพราไข่ดาวให้กับฉัน
“เด็กวิศวะที่มาซื้อเมื่อกี้ เขาบอกว่าซื้อให้หนูน่ะ”
“ฮะ?”
ฉันชะงัก หันกลับไปมอง แต่พี่เวกัสก็เดินออกจากโรงอาหารไปแล้ว ฝนยังคงโปรยปราย…และหัวใจของฉัน ก็สั่นแปลกๆ
“อะไรของเขากันนะ..”
ฉันถือกล่องข้าวผัดกระเพราไข่ดาวพร้อมกับใบหน้าที่แดงซ่าน เราไม่ได้สนิทกันแทบไม่เคยคุยกัน แล้วเขามาซื้อข้าวให้ฉันทำไม
อย่าบอกนะว่าพี่เวกัสคนหล่อสนใจฉันอ่ะ? ไม่มีทางซะหรอก เฉิ่มซะขนาดนี้อย่าคิดหลงตัวเองเลยยัยมินนี่เอ้ย!
ฉันส่ายหัวแล้วยิ้มเบาๆให้กับความคิดที่แสนตลกของตัวเอง
เวลาต่อมา ที่หอในหญิงของมหาวิทยาลัยเอกชนแอชตันเจเค หอในรวมที่ตอนนี้มีรูมเมทรวมตัวฉันทั้งหมดสามคน รูมเมทคนที่สี่ย้ายออกไปอยู่กับแฟนที่คอนโด ‘ยัยวาวา’ รูมเมทที่ฉันสนิทที่สุด
“ทำไมต้องซื้อให้เราด้วยนะ?”
ฉันยังคงคิดไม่ตกกับเรื่องเมื่อเย็น
กะเพราไข่ดาวสานรักเหรอ อ๊าย ฉันคิดอะไรเนี่ย
ก็พี่เวกัสเล่นไม่ได้พูดอะไรสักคำ ตอนแรกคิดว่าเขาอาจจะแค่ซื้อมาให้เพราะสงสารที่ฉันทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ตอนข้าวถูกแย่งไป แต่พอมาคิดอีกที…เอ๊ะ เขาชอบฉันปะวะ? แต่จะคิดเข้าข้างตัวเองมันก็ตลกไปปะ
“หรือว่าฉันคิดไปเอง?”
“คิดอะไรอยู่จ๊ะแม่สาวสังคม” เสียงใสของ พลอย รูมเมททักขึ้น
“ก็แค่…เอ่อ ไม่มีอะไรหรอก”
“หน้าแดงขนาดนี้ ไม่มีอะไรได้ไง”
“นี่ๆ พลอย ถ้าผู้ชายซื้อข้าวให้แปลว่าอะไร?”
ฉันรอลุ้นคำตอบ พิ้งค์รูมเมทอีกคนที่กำลังอ่านหนังสือก็หันมามองฉันด้วย
“ไม่รู้สิ ชอบรึเปล่า?”
พลอยตอบ พิ้งค์ก็พยักหน้าเห็นด้วย
“อย่าบอกนะว่ายัยเฉิ่มมินนี่ของเรามีผู้ชายมาจีบ!”
“ปล เปล่าๆ ไม่มีอะไร๊!”
ฉันรีบปฏิเสธหน้าแดง คิดไปเองทั้งนั้น ไม่มีอะไรหรอกน่า หล่อๆอย่างพี่เวกัส ลูกอดีตท่านรัฐมนตรีกระทรวงใหญ่เนี่ยนะจะมาชอบฉัน เหอะๆ ไม่มีทาง
ทางด้านของเวกัส
วิศวะเครื่องกลปีสาม นายเวกัส วีรพงษ์กุลศักดิ์
ในช่วงปีหนึ่งถึงปีสี่เขาเด็ดเดี่ยวและใช้ชีวิตคนเดียวในการเรียนมาโดยตลอด แต่พอปีสี่เขามาจับแก๊งค์อยู่กับ ‘เบย์แบด’ ลูกชายเจ้าของมหาวิทยาลัยเอกชนแอชตันเจเคที่เขาเรียนอยู่
ในอดีตทั้งคู่เคยสนิทกันมากแต่ก็มีเรื่องผิดใจกัน เพิ่งจะมาคืนดีกันได้ช่วงปิดเทอมปีสามนี้เอง ตอนนี้เขาอยู่กับแก๊งค์ของเบย์แบดซึ่งประกอบไปด้วย เบย์แบด ซีเค เม่นและเคน
เวกัสกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะใต้ตึกวิศวะ มือของเขาหมุนประแจเล่นไปมา ขณะที่สายตาจ้องมองเครื่องยนต์ที่ถูกถอดชิ้นส่วนไว้ตรงหน้า
“มึงเป็นไรวะ เหม่ออยู่นั่น?” ซีเคถามขณะเหลือบมองเพื่อนใหม่อย่างเวกัสที่พึ่งมารวมกลุ่มกัน
“เปล่า” เวกัสตอบเรียบๆ
“เมื่อวานตอนเย็นกูก็เห็นนะ มึงซื้อข้าวเลี้ยงน้องมินนี่ทำไมวะ?” สำหรับซีเคแล้วมันแปลก ซื้อข้าวให้ผู้หญิงที่ไม่ได้สนิทด้วย
มือที่กำลังหมุนประแจชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาเป็นปกติ
“ก็แค่สงสาร” เห็นยัยเด็กนั่นทำหน้าเหมือนลูกแมวหิวข้าว เขาแค่สงสารก็เลยยกข้าวกล่องนั้นให้
“เหรอ~ บังเอิญไปแย่งข้าวน้องมันมาแล้วเกิดสงสารเลยคืนให้อ่ะนะ?” ซีเคทำเสียงล้อเลียน
เวกัสไม่ตอบอะไร นัยน์ตาสีเข้มของเขาจ้องไปที่เครื่องยนต์ตรงหน้าเหมือนกำลังสนใจมันมากกว่าการสนทนา แต่ในหัวของเขากลับนึกถึงภาพของเด็กผู้หญิงคนนั้นที่ชื่อมินนี่ ผู้หญิงเฉิ่มๆ ที่มองตามแผ่นหลังเขาด้วยสายตาไม่พอใจปนสงสัยว่าแย่งข้าวเธอไปทำไม
“หึ” เวกัสแค่นยิ้มกับตัวเองแล้วทำเป็นสนใจงานตรงหน้าต่อไป
ทำไมกูจำหน้าลูกแมวหิวข้าวของยัยเด็กเฉิ่มนั่นได้ดีจังวะ สะบัดออกจากหัวไม่หลุดเลย...
เขาพยายามจะไม่นึกถึง แต่ใจก็เอาแต่จำภาพนั้น
“รึว่ามึงชอบน้องมินนี่?” เคนถามขึ้นบ้าง
“ไม่มีทางซะหรอก หล่อๆอย่างกูจะไปชอบยัยแม่ชีนั่นได้ยังไง” เวกัสปฏิเสธเสียงแข็ง
“อ๊ะ อ้าวว พูดแบบนี้ถ้าชอบขึ้นมาจริงๆกูจะขำให้ฟันร่วงหมดปาก” เม่นว่าขึ้นบ้างพร้อมเดินมากอดคอเคน
“ให้กูชอบยัยเฉิ่มนั่น ให้กูแดกข้าวหมายังดีซะกว่า”
