หลงเสน่ห์ยัยเด็กเฉิ่ม

92.0K · อัพเดทล่าสุด
ปลาทองส่องแสง
38
บท
14
ยอดวิว
7.0
การให้คะแนน

บทย่อ

คำโปรย : “ให้กูชอบยัยเฉิ่มนั่น ให้กูแดกข้าวหมายังดีซะกว่า” เพื่อนไม่เชื่อ งั้นเขาเสริมให้อีก “กูบอกแล้วไง ว่าถ้าให้ชอบยัยเฉิ่มนั่นกูยอมแดกข้าวหมา จูบหมาโชว์ด้วยเลยก็ได้”

นิยายรักโรแมนติกหนุ่มเจ้าสำราญนักศึกษาโรงแรม/มหาลัยรักหวานๆตลกจากมิตรภาพสู่ความรัก

Chapter 1 ผู้ชายซื้อข้าวให้แปลว่าอะไร ?

Chapter 1

ผู้ชายซื้อข้าวให้แปลว่าอะไร?

ในช่วงเดือนมิถุนายนหน้าฝนของประเทศไทย ย่อมมีฝนฟ้าคะนองตกในพื้นที่เป็นหย่อมๆ โดยเฉพาะในเวลานี้ที่มหาวิทยาลัยเอกชนแอชตันเจเค

เสียงฝนกระทบหลังคาโรงอาหารกลางดังแผ่วเบา นักศึกษาต่างพากันเร่งฝีเท้าเข้ามาหลบฝน มีเพียงฉันคนหนึ่งที่ยืนลังเลอยู่หน้าร้านกะเพราไข่ดาว มือของฉันเอื้อมไปหยิบข้าวกล่องสุดท้ายบนถาด แต่ก่อนที่จะคว้าได้ มือของผู้ชายคนหนึ่งก็ฉวยมันไปก่อน

มินนี่ มินธิรา จิรสุข สาวเฉิ่มใส่แว่นกับกระโปรงพลีทยาวกรอมตาตุ่ม ผมสีน้ำตาลถูกรวบเป็นหางม้าเอาไว้ง่ายๆ ฉันเรียนอยู่คณะสังคมศาสตร์ปีสองและไม่ค่อยชอบแต่งตัวสักเท่าไหร่จึงปล่อยให้ตัวเองโทรมอยู่แบบนี้

ฉันเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า ชายหนุ่มร่างสูงในเสื้อช็อปสีแดงเปื้อนคราบน้ำมัน ทรงผมแสกกลางสีน้ำตาลพร้อมกับรอยสักไม้กางเขนที่แขนซ้ายโชว์รำไรออกมานอกขอบแขนเสื้อ สีหน้าของเขาเรียบเฉย ดวงตานิ่งสงบเหมือนไม่มีอะไรอยู่ในนั้น

“อ้าว พี่เวกัส…หนูกำลังจะหยิบกล่องนี้นะ”

ฉันเอ่ยเสียงอ่อย ไม่ได้สนิทอะไรกับเขา แต่เขาคนนี้เป็นเพื่อนสนิทกับแฟนของรูมเมทที่ฉันสนิทด้วย เรารู้จักกันเพียงห่างๆและช่วงตอนปิดเทอมปีหนึ่งเคยไปทริปกางเต็นท์ที่ต่างจังหวัดด้วยกัน แต่ก็ไม่ได้สนิท แทบไม่เคยพูดคุยกันเลยสักครั้ง

เขาเหลือบตามองเล็กน้อย ก่อนจะจ่ายเงินแล้วเดินจากไปโดยไม่สนใจคำท้วง

ฉันมองตามหลังเขาอย่างไม่พอใจ

“ใจร้ายจัง” ฉันบ่นกับตัวเอง ทุกวันที่มาเรียนก็ปั่นจักรยานมา ฉันพักอยู่ที่หอในหญิงของมหาวิทยาลัยแถมวันนี้ฝนยังตกหนักจนน้ำท่วมอีก การหาอาหารกินก็เป็นเรื่องยากในวันที่ฝนตกแถมยังไม่มีรถยนต์

ขณะที่กำลังจะถอนหายใจ เดินคอตกอย่างหดหู่กำลังจะกลับไปยังหอใน ป้าที่ร้านขายกระเพราก็ตะโกนเรียกฉัน

“นังหนู มานี่ก่อนลูก”

“คะ?” ฉันหันไปสบตาแล้วเดินกลับไปที่ร้าน ป้าแกยื่นกล่องข้าวผัดกะเพราไข่ดาวให้กับฉัน

“เด็กวิศวะที่มาซื้อเมื่อกี้ เขาบอกว่าซื้อให้หนูน่ะ”

“ฮะ?”

ฉันชะงัก หันกลับไปมอง แต่พี่เวกัสก็เดินออกจากโรงอาหารไปแล้ว ฝนยังคงโปรยปราย…และหัวใจของฉัน ก็สั่นแปลกๆ

“อะไรของเขากันนะ..”

ฉันถือกล่องข้าวผัดกระเพราไข่ดาวพร้อมกับใบหน้าที่แดงซ่าน เราไม่ได้สนิทกันแทบไม่เคยคุยกัน แล้วเขามาซื้อข้าวให้ฉันทำไม

อย่าบอกนะว่าพี่เวกัสคนหล่อสนใจฉันอ่ะ? ไม่มีทางซะหรอก เฉิ่มซะขนาดนี้อย่าคิดหลงตัวเองเลยยัยมินนี่เอ้ย!

ฉันส่ายหัวแล้วยิ้มเบาๆให้กับความคิดที่แสนตลกของตัวเอง

เวลาต่อมา ที่หอในหญิงของมหาวิทยาลัยเอกชนแอชตันเจเค หอในรวมที่ตอนนี้มีรูมเมทรวมตัวฉันทั้งหมดสามคน รูมเมทคนที่สี่ย้ายออกไปอยู่กับแฟนที่คอนโด ‘ยัยวาวา’ รูมเมทที่ฉันสนิทที่สุด

“ทำไมต้องซื้อให้เราด้วยนะ?”

ฉันยังคงคิดไม่ตกกับเรื่องเมื่อเย็น

กะเพราไข่ดาวสานรักเหรอ อ๊าย ฉันคิดอะไรเนี่ย

ก็พี่เวกัสเล่นไม่ได้พูดอะไรสักคำ ตอนแรกคิดว่าเขาอาจจะแค่ซื้อมาให้เพราะสงสารที่ฉันทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ตอนข้าวถูกแย่งไป แต่พอมาคิดอีกที…เอ๊ะ เขาชอบฉันปะวะ? แต่จะคิดเข้าข้างตัวเองมันก็ตลกไปปะ

“หรือว่าฉันคิดไปเอง?”

“คิดอะไรอยู่จ๊ะแม่สาวสังคม” เสียงใสของ พลอย รูมเมททักขึ้น

“ก็แค่…เอ่อ ไม่มีอะไรหรอก”

“หน้าแดงขนาดนี้ ไม่มีอะไรได้ไง”

“นี่ๆ พลอย ถ้าผู้ชายซื้อข้าวให้แปลว่าอะไร?”

ฉันรอลุ้นคำตอบ พิ้งค์รูมเมทอีกคนที่กำลังอ่านหนังสือก็หันมามองฉันด้วย

“ไม่รู้สิ ชอบรึเปล่า?”

พลอยตอบ พิ้งค์ก็พยักหน้าเห็นด้วย

“อย่าบอกนะว่ายัยเฉิ่มมินนี่ของเรามีผู้ชายมาจีบ!”

“ปล เปล่าๆ ไม่มีอะไร๊!”

ฉันรีบปฏิเสธหน้าแดง คิดไปเองทั้งนั้น ไม่มีอะไรหรอกน่า หล่อๆอย่างพี่เวกัส ลูกอดีตท่านรัฐมนตรีกระทรวงใหญ่เนี่ยนะจะมาชอบฉัน เหอะๆ ไม่มีทาง

ทางด้านของเวกัส

วิศวะเครื่องกลปีสาม นายเวกัส วีรพงษ์กุลศักดิ์

ในช่วงปีหนึ่งถึงปีสี่เขาเด็ดเดี่ยวและใช้ชีวิตคนเดียวในการเรียนมาโดยตลอด แต่พอปีสี่เขามาจับแก๊งค์อยู่กับ ‘เบย์แบด’ ลูกชายเจ้าของมหาวิทยาลัยเอกชนแอชตันเจเคที่เขาเรียนอยู่

ในอดีตทั้งคู่เคยสนิทกันมากแต่ก็มีเรื่องผิดใจกัน เพิ่งจะมาคืนดีกันได้ช่วงปิดเทอมปีสามนี้เอง ตอนนี้เขาอยู่กับแก๊งค์ของเบย์แบดซึ่งประกอบไปด้วย เบย์แบด ซีเค เม่นและเคน

เวกัสกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะใต้ตึกวิศวะ มือของเขาหมุนประแจเล่นไปมา ขณะที่สายตาจ้องมองเครื่องยนต์ที่ถูกถอดชิ้นส่วนไว้ตรงหน้า

“มึงเป็นไรวะ เหม่ออยู่นั่น?” ซีเคถามขณะเหลือบมองเพื่อนใหม่อย่างเวกัสที่พึ่งมารวมกลุ่มกัน

“เปล่า” เวกัสตอบเรียบๆ

“เมื่อวานตอนเย็นกูก็เห็นนะ มึงซื้อข้าวเลี้ยงน้องมินนี่ทำไมวะ?” สำหรับซีเคแล้วมันแปลก ซื้อข้าวให้ผู้หญิงที่ไม่ได้สนิทด้วย

มือที่กำลังหมุนประแจชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาเป็นปกติ

“ก็แค่สงสาร” เห็นยัยเด็กนั่นทำหน้าเหมือนลูกแมวหิวข้าว เขาแค่สงสารก็เลยยกข้าวกล่องนั้นให้

“เหรอ~ บังเอิญไปแย่งข้าวน้องมันมาแล้วเกิดสงสารเลยคืนให้อ่ะนะ?” ซีเคทำเสียงล้อเลียน

เวกัสไม่ตอบอะไร นัยน์ตาสีเข้มของเขาจ้องไปที่เครื่องยนต์ตรงหน้าเหมือนกำลังสนใจมันมากกว่าการสนทนา แต่ในหัวของเขากลับนึกถึงภาพของเด็กผู้หญิงคนนั้นที่ชื่อมินนี่ ผู้หญิงเฉิ่มๆ ที่มองตามแผ่นหลังเขาด้วยสายตาไม่พอใจปนสงสัยว่าแย่งข้าวเธอไปทำไม

“หึ” เวกัสแค่นยิ้มกับตัวเองแล้วทำเป็นสนใจงานตรงหน้าต่อไป

ทำไมกูจำหน้าลูกแมวหิวข้าวของยัยเด็กเฉิ่มนั่นได้ดีจังวะ สะบัดออกจากหัวไม่หลุดเลย...

เขาพยายามจะไม่นึกถึง แต่ใจก็เอาแต่จำภาพนั้น

“รึว่ามึงชอบน้องมินนี่?” เคนถามขึ้นบ้าง

“ไม่มีทางซะหรอก หล่อๆอย่างกูจะไปชอบยัยแม่ชีนั่นได้ยังไง” เวกัสปฏิเสธเสียงแข็ง

“อ๊ะ อ้าวว พูดแบบนี้ถ้าชอบขึ้นมาจริงๆกูจะขำให้ฟันร่วงหมดปาก” เม่นว่าขึ้นบ้างพร้อมเดินมากอดคอเคน

“ให้กูชอบยัยเฉิ่มนั่น ให้กูแดกข้าวหมายังดีซะกว่า”