
ย้อนเวลามาเป็นสาวน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เฮ่อรั่ว นางเอกของเรื่อง ประสบอุบัติเหตุตกน้ำ ชีวิตของเธอช่างอาภัพเสียเหลือเกิน นอกจากตกงาน ทำงานทุกอย่างเพื่อมาจ่ายห้องเช่าขนาดเท่ากับรูหนู วันนี้แค่ขึ้นเรือไปเพื่อส่งงานให้ลูกค้าแต่ยังต้องมาตกน้ำอีก โผล่มาอีกทีเธออยู่ในกระโจมโบราณ ดวงตากลมสวยเบิกโพลงเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ชายไม่คุ้นตาแต่เขากลับมองเธอราวกับสัตว์ร้ายที่พร้อมขย้ำเหยื่อ เฮ่อรั่วอ่านนิยายมาเยอะทำไมเธอจะไม่รู้ว่าเธอตายแล้วมาเกิดใหม่ในยุคจีนโบราณ ถ้าตายแล้วก็ขอย้อนมาเป็นนางเอกของเรื่องเถอะนะ แต่ใครจะคิดเล่าว่า เฮ่อรั่วจะย้อนมาเป็นหลินหลันสาวน้อยอุ่นเตียงของตัวร้ายในนิยายที่เธอเพิ่งอ่านจบ ชะตากรรมของหลินหลันถูกปลิดชีพโดยท่านอ๋องเจ็ดตั้งแต่ต้นเรื่อง งานนี้เธอต้องหนีจากตัวร้ายหน้าเลือดอย่างเขาให้ได้

ชาตินี้ไม่ขอเป็นฮองเฮาอีก
เขาปล่อยให้นางฆ่าสตรีวังหลังมากมายโดยไม่เคยถามไถ่หรือลงโทษ เขาปล่อยให้นางหมกมุ่นอยู่กับความรัก อำนาจ ราคะ จนหลงลืมว่าตนเองเคยเป็นแม่ทัพผู้เก่งกาจ จากนั้นก็ค่อยๆ ยึดอำนาจทหารในมือของนาง และที่โหดร้ายที่สุด คือเขาซ่อนสตรีอันเป็นที่รักไว้อย่างมิดชิด ทั้งยังแอบให้กำเนิดโอรส รอจนวันที่เสวียนฮองเฮาไม่เหลืออำนาจ เขาถึงได้แต่งตั้งสตรีนางนั้นเป็นหวงกุ้ยเฟย พร้อมทั้งแต่งตั้งลูกของนางเป็นองค์รัชทายาท แต่เสวียนฮองเฮามีหรือจะยอมให้ผู้ใดมาเสวยสุขบนหยาดเหงื่อของตัวเอง นางวางยาจนหวงกุ้ยเฟยมิอาจตั้งครรภ์ได้อีกชั่วชีวิต ทั้งยังสังหารโอรสเพียงคนเดียวของเขา สุดท้ายเขาก็มอบสุราจอกนั้นให้นาง

จากนางร้ายสู่พระชายาของท่านอ๋อง
เมื่อนางร้ายในยุคปัจจุบันอย่างเฟยเจิน ย้อนเวลาไปเป็นชายาของท่านอ๋องที่แสนจะเย็นชา รอวันให้ชายาตายเพื่อจะได้แต่งนางในดวงใจเข้ามาใหม่ แล้วคิดเหรอว่าคนอย่างเฟยเจินคนใหม่จะยอม นางจะต้องทวงคืนทุกคนที่เคยทำร้าย

โหวน้อยท่านเลิกตื๊อข้าเสียที
ชั่วชีวิตของเซี่ยเฟิงหรั่นมีความปรารถนาอยู่สามประการ ประการแรก: ขอให้มารดาของนางตาสว่างเสียที เลิกทุ่มเทความรักอย่างมืดบอด แล้วมองให้ชัดว่าบิดาของนางนั้นคือบุรุษสารเลวหาตัวจับยาก! ประการที่สอง: ขอให้ท่านย่าเลิกกังวลเรื่องการออกเรือนของนาง เพื่อให้นางได้เลือกเฟ้นสามีที่ว่าง่ายและเชื่อฟังมาเคียงคู่สักคน ประการที่สาม: ขอให้ ท่านโหวตัวน้อย แห่งจวนองค์หญิงอยู่ห่างจากนางไปไกลๆ ปล่อยให้นางได้หาเงินเก็บสะสมสินเดิมออกเรือนอย่างสงบสุขเสียที ใครบ้างจะไม่รู้ว่าท่านโหวผู้ยิ่งใหญ่แห่งจวนองค์หญิงผู้นี้ ผิวหน้าหนายิ่งกว่ากำแพงเมือง มีคู่หมายกระจายอยู่ทั่วเมืองหลวง สตรีทั้วเมืองหลวงต่างหมายปอง กล้ากระทั่งโต้เถียงฮ่องเต้ แย่งชิงสตรีกับเหล่าองค์ชาย ทำเอาอัครเสนาบดีโกรธจนเป็นลม ต่อยตีแม่ทัพจนหมอบราบคาบ ฝีปากกล้าจนเหล่าขุนนางสอดส่องนิ่งอึ้งไร้คำโต้ และทำเอาศาลต้าหลี่สั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว! คนแบบนี้นางย่อมมิอาจไปตอแยด้วยได้! แต่ใครจะไปคาดคิดว่าท่านโหวผู้ยิ่งใหญ่นอกจากจะหน้าหนาแล้ว ความสามารถในการตามตื้อยังเป็นเลิศ มู่ชิงเหยาได้แต่เฝ้ามองตนเองค่อยๆ หลุดจากกำแพงที่วางไว้ หน้ากากที่สวมอยู่ร่วงหล่นลงทีละชั้น จนกระทั่งตกอยู่ในอ้อมกอดของท่านโหวตัวร้าย... และไม่อาจหนีพ้นได้อีกต่อไป! .. นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องสมมุติ

ชาตินี้ข้าจักไม่ยอมเป็นสตรีโง่งม
ตาย… หรือ? แล้วที่ท่านสัญญากับข้าว่าจะแต่งให้ข้าเป็นชายาเพียงคนเดียวของท่าน? เพียงความเข้าใจผิดเล็กน้อย ทำให้นางให้การสนับสนุนเขาและหลงไปในคำหวานของเขา จนถูกหลอกใช้เป็นหมากในเส้นทางแย่งชิงอำนาจในเมืองหลวง เมื่อนางหมดประโยชน์ก็ สังหารอย่างไร้เยื่อใย… แต่วันที่นางถูกสังหาร เหตุใดคนที่มาปกป้องนางถึงเป็นคนที่นางหักหลังเขาได้ล่ะ เหตุใดเขาต้องมาทิ้งชีวิตเพื่อนาง… … แต่เมื่อสวรรค์เมตตาให้นางหวนกลับมาอีกครั้งครานี้ นางจะแก้ไขชะตาของคนที่นางรักและรักนางทั้งสองคน… ส่วนความแค้นที่นางได้รับต้องทวงคืนอย่างสาสม

ตำหนักต้องห้าม เขตอ๋องปีศาจ
"ข้ารู้มาว่าเจ้ามีน้องสาวต่างมารดา เจ้าว่านางเป็นวรยุทธ์หรือไม่" "ทะทะทำไมหรือขอรับ" "หากนางมิเป็นวรยุทธ์ ข้าเกรงว่านางจะตายง่ายเกินไป เมื่อเทียบกับความผิดที่นางใจกล้าก่อเอาไว้" เมื่อตระกูลตกอับจากพ่อค้าที่ร่ำรวย สู่คนธรรมดาที่ไม่มีแม้แต่ข้าวสารกรอกหม้อ บุรุษชาวต้าโจวหากอายุครบ 18 ปี แล้วไม่ได้เป็นขุนนางหรือเกณฑ์ทหาร ต้องเข้าไปเป็นขันทีในวังสองปี งานบ่าวรับใช้เช่นนั้นไหนเลยคุณชายผู้เคยร่ำรวยจะทำได้ เพื่อไม่ให้ถูกจับเข้าคุก จึงส่งตัวน้องสาวต่างมารดาไปแทน สลัดคราบสตรีแต่งกายเป็นบุรุษ เป็นตัวตายตัวแทน เข้ามาเป็นขันทีในวังหลวง ตำหนักมีมากมาย แต่นางกลับได้มารับใช้อ๋องปีศาจในตำหนักต้องห้ามท้ายวัง ข่าวร่ำลือว่าเขาเดินสี่ข้า ใบหน้าน่ากลัว อีกทั่งรังเกียจสตรีเพราะเรื่องราวในอดีตที่โหดร้าย โชคชะตาที่รันทดนี้.....นางไม่รู้เลยว่าตัวเองจะมีชีวิตรอดถึงสองปีกลับออกไปหรือเปล่า

สองพยัคฆ์ขย่มนางพญามังกร
เรื่องนี้เป็นนิยายจีนโบราณ ขอย้ำว่าผัว 2 เมีย 1 ต้องเสียวซี๊ดแค่ไหน รับประกัน NC แตกต่างและไม่เหมือนเรื่องอื่นที่เขียนมา ไม่ต้องกลัวว่าจะมีคำราชาศัพท์ เรื่องนี้ไม่มีคำราชาศัพท์แต่อย่างใด นอกจากบรรยายเกี่ยวกับเซ็กส์อย่างเดียว ใครที่เคยอ่านนิยาย NC ของไรท์เรื่องอื่นๆ จะรู้ว่าไรท์เขียน NC เป็นเช่นไร แต่เรื่องนี้ 2 รุม 1 มันเร่าร้อนแค่ไหนมาลองอ่านกันดู

สามีคนงามของข้า
“ให้ตายก็ไม่แต่ง!! นางอัปลักษณ์เช่นนั้น ทั้งอ้วนท้วนสูงใหญ่ ป่าเถื่อน นิสัยโหดเหี้ยม ให้ตายข้าก็ไม่แต่ง!!” กู้หนิงอัน บุตรสาวตัวกลมจอมพลังของ กู้เฉิงเยี่ยนกับซูเหมยหลัน เติบโตมากับการฝึกฝนวรยุธ นางแอบตามบิดาเข้ากองทัพจนได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองแม่ทัพ และต่อมาได้เลื่อนเป็นแม่ทัพใหญ่ แต่ราชโองการแต่งตั้งมาถึงจวน ความลับที่นางปลอมตัวเข้าไปในค่ายทหารก็ถูกท่านย่าและท่านแม่จับได้ ราชโองการแต่งตั้งเป็นเหมือนใบสั่งตาย ฐานหลอกลวงเบื้องสูง โชคดีที่ท่านย่าของนางถือจดหมายของบุตรชายนาง เข้าวังไปขออภัยโทษจากฝ่าบาท แต่เมื่อรู้ว่า นางเป็นสตรี ฝ่าบาทกลับไม่โกรธแถมยังมอบรางวัลที่แสนจะยิ่งใหญ่ให้นางอีกด้วย คือการแต่งงานกับองค์ชายที่มีรูปร่างงดงามที่สุดในวังหลวง! สวัสดีค่ะ นิยายเรื่องนี้ไรท์เขียนต่อในภาคลูกของนิยายเรื่อง ชาตินี้ข้าขออยู่ห่างจากคนไร้ใจเช่นท่าน แต่เนื้อหาแยกกันค่ะ สามารถอ่านแยกได้เลยไม่งง

ข้าทะลุมิติมาเป็นนางร้ายในนิยายตัวเอง
โอ้ยเวรกรรมฟ้าดินคงลงโทษเธอสินะถึงได้ให้มาอยู่ในร่างที่แสนจะสุดเวทนานี้.. ไม่!… เธอต้องหาทางรอด เซี่ยหลัน นักเขียนที่หลงใหลการเขียนนิยายจีนโบราณ ขณะที่กำลังเขียนฉากนิยายอยู่ก็ได้ประสบอุบัติเหตุ ทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่นางกำลังเขียน แต่นางไม่ได้มาในบทบาทนางเอกผู้สูงส่ง แต่ดันมาเป็นนางร้ายตัวประกอบที่มีจุดจบแสนอานาถ นางพยายามหาทางรอดให้ตนเองด้วยการไม่กลั่นแกล้งนางเอกในนิยายกับไล่ตามองค์ชายรองแล้ว ทว่าฟ้าดินกลับส่งเขาคนนั้นที่นางไม่คิดว่าเขานั้นจะตกหลุมรักนางได้เลย เพราะนางไม่ใช่นางเอก แต่เป็นนางร้าย นางร้ายที่แสนจะโชคร้าย

ฮูหยินใหญ่ ภาคมารดาแผ่นดิน
เดือนสามย่างเข้าฤดูใบไม้ผลิ สายลมอบอุ่นพัดผ่านประปรายด้วยกลีบเถาฮวาสีสด ต้าโจวแห่งรัชสมัยโจวหลงฮ่องเต้แม้ไม่เรียกได้ว่าเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด หากก็ยังห่างไกลคำว่าทุกข์ยากแสนเข็ญอยู่มากโข “น้องรอง ว่าวของเจ้ากำลังจะตกแล้วนะ!” เสียงร้องโหวกเหวกของดรุณีน้อยดังกังวานสดใส เจ้าของนามที่ถูกเรียกแหงนใบหน้ามองท้องฟ้า นัยน์ตาหงส์หรี่ลงลดความเจิดจ้าของแสงแดด ข้อมือขาวผ่องกระตุกสายป่านในมือเป็นระยะ ทว่าจนใจที่พยายามจนสุดชีวิตแล้ว แต่ว่าวเจ้ากรรมก็ยังจ้องแต่จะร่วงหล่นทิ้งตัวพุ่งสู่ผืนดิน “พี่ใหญ่ ทำไมว่าวของท่านกับข้ามันถึงได้ต่างกันนักเล่า” คนน้องร้องอุทธรณ์ ใบหน้างอง้ำ ทั้งที่ตอนทำก็ทำด้วยกันแท้ๆ ไฉนว่าวของพี่สาวถึงกินลมขึ้นฉิว แตกต่างกับของนางที่วิ่งจนสุดกำลังแล้วกลับเอาแต่จะพุ่งโหม่งพื้นตลอดเวลาเสียนี่ ผู้พี่มองท่าทีกระเง้ากระงอดนั้นพลางอมยิ้ม “ก็ใครใช้ให้เจ้าอวดเก่ง ไม่ยอมให้ผู้อื่นช่วยเล่า” น้องสาวของนางนั้นอะไรก็ทำได้ดี แต่กลับมีจุดอ่อนในการเล่นว่าวง่ายๆ เสียนี่ คิดแล้วอี้ซิ่นก็อดปิดปากหัวเราะขันไม่ได้ “ฮึ!” สาวน้อยสะบัดเสียงแสดงท่าทีแง่งอน ใบหน้าเล็กยับย่นสื่อถึงความไม่ยินยอมในใจ ถ้าต้องให้คนอื่นชักให้ แล้วนางจะลำบากมาเล่นเพื่ออะไรเล่า เพียงแต่จนใจที่ฮึดฮัดไปก็ไม่ช่วยให้ว่าวเจ้าปัญหาในมือขึ้นสูงได้อยู่ดี “ไม่เอาแล้ว ข้าไม่เล่นแล้วๆ” เสียงใสว่าพลางโยนม้วนสายป่านในมือทิ้ง สายตามองตามว่าววิหคที่ทำท่าจะปักพื้นอยู่รอมร่อด้วยความหงุดหงิด ทว่าเจ้าว่าวไม่รักดีคล้ายต้องการเยาะเย้ยนางกระนั้น เพราะพออี้อินปล่อยมือจากสายป่าน มันก็เชิดหัวขึ้นตามกระแสลมทันที “คิก…” เห็นดังนั้นทั้งสาวใช้และอี้ซิ่นก็ทนไม่ไหว หลุดเสียงหัวเราะขบขันออกมาให้ได้ยิน ในขณะที่เจ้าของว่าวได้แต่ยืนถลึงตาใส่มันราวกับมีชีวิตอย่างไรอย่างนั้น ส่งค้อนให้เจ้าสิ่งที่ลอยอยู่บนฟ้าแล้ว ดวงตาหงส์ก็เลยมาค้อนส่งให้ผู้พี่ด้วยอีกคน อี้ซิ่นมองท่าทีแง่งอนนั้นแล้วก็ให้นึกใจละลายด้วยความอาลัยอย่างบอกไม่ถูก “อินเอ๋อร์ อีกไม่นานพี่ก็ต้องแต่งออกไปแล้ว พี่ต้องคิดถึงเจ้ากับท่านพ่อมากแน่เลย” อี้ซิ่นว่าพลางรั้งร่างเล็กมากอดกระชับ ในใจหญิงสาวคล้ายลังเลไม่แน่ใจปะปนกันจนแยกไม่ออกระหว่างความกังวลกับความสุขใจ “ดูพูดเข้าสิ วันหน้าต่อให้พี่แต่งเข้าสกุลฉิงแล้วอย่างไร ท่านก็ยังเป็นบุตรสาวของท่านพ่อ เป็นพี่สาวของข้า แซ่อี้ก็ยังเป็นคำเรียกขานท่านเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงมิใช่หรือ” กล่าวพลางตวัดมือตบหลังพี่สาวเป็นเชิงปลอบประโลม หากดวงตาเผยแววหนักใจให้เห็นอยู่เลือนราง ความรู้สึกที่รู้แต่พูดไม่ออกช่างชวนให้ผู้คนอึดอัดเสียจริง พี่สาวของนางยามนี้อายุสิบหกใกล้สิบเจ็ด หากเป็นบุตรีบ้านอื่นคงได้แต่งเข้าตระกูลสามีไปนานแล้ว ทว่าเพราะบิดารักใคร่ถนอมจึงยอมตามใจไม่บังคับ จนปล่อยเวลาให้ล่วงเลยมาถึงป่านนี้ คิดถึงว่าที่พี่เขยแซ่ฉิง เด็กสาวก็อดขมวดคิ้วคิดหนักมิได้ คนคนนั้นดูอย่างไรก็มีใจให้บุตรสาวตระกูลจาง แต่เพราะเหตุใดจึงกลายเป็นพี่สาวของนางที่ได้รับการสู่ขอก็สุดจะรู้ได้ เห็นท่าทางเปี่ยมสุขของคนตรงหน้า อี้อินได้แต่นึกภาวนาอยู่ในใจ นางหวังเพียงให้ชีวิตแต่งงานของพี่สาวราบรื่นสงบสุขก็พอแล้ว เพราะชีวิตลูกผู้หญิงเรานั้นยากนัก สิ่งที่ปรารถนาของแต่ละคนล้วนมีแค่สามีที่รักและซื่อสัตย์กับตนผู้เดียว ทว่านั่นคือสิ่งที่เป็นไปได้ยากยิ่งในความเป็นจริง เพียงแต่อี้อินนั้นไม่รู้เลยว่าในภายหน้า พี่สาวที่นางกำลังคิดสงสารนั้น แม้จะไม่ได้ใจสามีมาครอบครอง แต่ก็มีชีวิตที่เรียกได้ว่าสุขสงบกว่าตัวนางมากมายนัก… ว่าววิหคที่ไร้สายป่านคอยฉุดรั้งเหินลอยตามกระแสลมไร้ทิศทางได้เพียงไม่นาน ก็ทิ้งตัวร่วงหล่นตกสู่พื้นเบื้องล่าง ทว่าก่อนที่ตัวว่าวจะทันได้สัมผัสกับพื้นดิน มือเรียวยาวเห็นข้อนิ้วชัดเจนของบุรุษก็ยื่นออกมารองรับมันไว้ได้เสียก่อน บุรุษหนุ่มพินิจรูปวาดวิหคอ้วนกลมบนว่าวอยู่เนิ่นนาน ก่อนที่มุมปากได้รูปจะตวัดรอยยิ้มบางเบา ดวงตาเรียวมีเสน่ห์หรี่โค้งด้วยสาเหตุเดียวกัน “นี่เป็นนกอะไร ไฉนจึงดู…” ปกติเคยเห็นแต่เพียงภาพวาดองอาจ แม้เพียงวิหคป่าก็สง่าผ่าเผยดั่งเช่นพญาอินทรี ส่วนเจ้านกหลากสีอ้วนตุ๊ต๊ะคู่นี้… ช่างมีเอกลักษณ์ชวนให้คนมองแล้วถอนหายใจเสียจริง “องค์ชาย คิดว่านี่คงเป็นภาพวาดคู่นกยวนยางพ่ะย่ะค่ะ” คนสนิทกล่าว พลางชี้ให้ดูอักษรตัวเล็กงดงามอ่อนช้อยที่เขียนอยู่อีกด้าน “กลอนคู่ยวนยางเป็นที่โปรดปรานของเหล่าสตรี คุณหนูท่านนั้นก็คงชื่นชอบมิต่างกันพ่ะย่ะค่ะ” โจวหย่งฟังแล้วคลี่รอยยิ้ม ถ้าจำไม่ผิดกลุ่มคนที่ออกมาเล่นว่าวเหล่านั้นพากันจากไปทางจวนสกุลอี้ คาดว่าสองพี่น้องเมื่อครู่คงเป็นบุตรีของใต้เท้าอี้แห่งกรมอาลักษณ์กระมัง ใต้เท้าอี้นับว่าเป็นขุนนางที่มีความสามารถโดดเด่นผู้หนึ่ง ยิ่งในช่วงหลายวันที่ผ่านมา มีข่าวเรื่องการเกี่ยวดองระหว่างคุณหนูใหญ่อี้กับคุณชายสกุลฉิงให้ได้ยินอยู่เนืองๆ ทำให้โจวหย่งพอจดจำอีกฝ่ายได้ ดวงตาสุกใสแฝงแววมุ่งมั่นของสาวน้อยแล่นผ่านในความคิด ส่งผลให้มุมปากที่เดิมยกสูงอยู่แล้วยิ่งโค้งมากกว่าเดิม บุตรสาวสกุลอี้แต่ละคนช่างน่าสนใจ คนโตยินยอมแต่งให้แก่สกุลพ่อค้าธรรมดาผู้หนึ่ง ส่วนคนเล็กก็ดูจะไม่แยแสต่อลาภยศสรรเสริญ คิดว่านางคงวาดหวังต้องการแค่สามีที่รักเดียวใจเดียว เดินเคียงคู่กันตราบชั่วชีวิตหาไม่กระมัง วอนขอรักแท้ที่มั่นคง เพียงหนึ่งยวนยางยืนยงจนแก่เฒ่า...เช่นนั้นหรือ “อืม เป็นกลอนที่ดี” เพียงแต่ในความเป็นจริงแล้ว จะมีสักกี่คนที่สามารถเป็นอย่างนั้นได้…

บุปผาไร้ใจแห่งตำหนักทิศประจิม
ข้ามิหมายหมั่นเป็นหนึ่งเหนือสตรีใดในตำหนักบูรพา หวังเพียงชั่วชีวิตที่มิอาจเลือกชะตาตนเองนี้ ตัวข้าที่มิอาจหลุดพ้นกรงทอง ใจแท้จริงจะหลุดพ้นเป็นอิสระชั่วกาล ***************************************************************** เพราะความฝันบอกเหตุร้ายที่กำลังกล้ำกลายถึงชีวิต นางจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาชีวิตตนไว้ ซ้ำร้ายนางยังถูกราชโองการโยนเข้าตำหนักบูรพาที่มีแต่การแย่งชิง ทำให้ต้องระแวดระวังยิ่งขึ้นทุกฝีก้าว สงครามการแย่งชิงความโปรดปรานจากองค์ไท่จื่อ ใครอยากจะเข้าร่วมก็ตามสบาย นางของนั่งจิบชาดูเฉย ๆ ดีกว่า จะไม่ขอแกว่งเท้าหาเสี้ยนเร่งเวลาตายให้ตนเองเป็นเด็ดขาด แต่ดูเหมือน องค์ไท่จื่อ ผู้ชื่นชมความครื้นเครงนั้นจะไม่อยากปล่อยให้นางได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขยืนยาวนี่สิ ***************************************************************** “เจ้า…กำลังทำสิ่งใด” นางนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะอ้างตอบกลับไป “อุ่นผ้าห่มให้พระองค์ไงเพคะ” “พระชายารองของข้าช่างใส่ใจนัก” “เป็นเรื่องที่หม่อมฉันควรใส่ใจเพคะ” “ได้ยินเจ้าเอ่ยเช่นนี้ก็แสดงว่าเป็นผู้ที่รู้จักหน้าที่ของตนเองเป็นอย่างดีใช่หรือไม่” คราวนี้ชายหนุ่มตรัสออกมาด้วยพระสุรเสียงที่จริงจัง พระพักตร์คมเข้มน่ามองยามนี้ดูเจ้าเล่ห์เล็กน้อย “หม่อมฉันไหนเลยจะกล้าเอ่ยว่ารู้ชัดเจนทุกเรื่อง” “เช่นนั้นในฐานะที่เจ้าเป็นชายารองของข้าหน้าที่สำคัญหลัก ของเจ้าคือสิ่งใด” โม่หลงอวี้ตรัสถาม สายพระพักตร์ยังคงจับจ้องไปที่เจ้าของร่างบางที่ยามนี้ยังคงนั่งห่อตัวเป็นเม่นน้อยอยู่ด้านในเตียงใหญ่ “หน้าที่ของหม่อมฉัน แน่นอนว่าย่อมต้องเป็นการตั้งใจดูแล ปรนนิบัติพระองค์เพคะ” เจ้าของใบหน้าอ่อนหวานเอ่ยตอบกลับไป “ปรนนิบัติอย่างไร” “เวลาเสวยหม่อมฉันคอยดูแล ยามพระองค์อ่านหนังสือหม่อม ฉันก็ควรคอยรินชาแก้กระหาย หากทรงอักษรหม่อมก็ควรคอยฝนหมึก เพคะ” “ที่เจ้าเอ่ยมาล้วนเป็นการปรนนิบัติข้าก็จริง แต่กลับเป็นเพียง การปรนนิบัติบนโต๊ะ การปรนนิบัติจริง ๆ กลับยังขาดอยู่”

เฟิ่งหวง
นางรับงานสังหารรัชทายาทต้าฉินเพราะรู้มาว่าเขาเป็นชายรักชาย แม้จะเปลือยเปล่าต่อหน้าเขานางก็ได้หาอับอายไม่ แล้วไฉนเขาถึงทำราวกับว่ารู้จักสนิทสนมกับพี่ชายนางดีเช่นนี้

เร้นรักห้องบรรทม
แนะนำเรื่อง ตั้งแต่เด็ก ฮ่องเต้น้อยอายุเพียงเจ็ดขวบ ถูกไทเฮายึดอำนาจจับขังไว้วังตะวันออก ยามนั้นข้างกายเค้ามีเพียงนางกำนัลอวบอัดผู้หนึ่งดูแล หลายปีผ่านไปพอไทเฮาสวรรคต ฮ่องเต้ในวัยหนุ่มยังมิวายถูกขุนนางในราชสำนักชักใย ดังนั้นเค้าจำเป็นต้องกำจัดเสี้ยนหนาม แต่เอาเป็นว่าคงต้องเริ่มกำจัดจากวังหลังตนเองก่อน Trigger -NTR -Incest ในบางตอน -มีการร่วมเพศแบบโจ่งแจ้ง -มีฉากเลิฟซีนค่อนข้างเยอะ คำเตือนตัวโตๆ นิยายเรื่องนี้เหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป การกระทำที่ไม่เหมาะสมของตัวละครไม่ควรเอาเป็นแบบอย่างและควรแยกแยะให้ได้ค่ะ นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นมาจากจินตนาการของคนเขียนล้วนๆ ไม่มีเจตนาพาดพิงใคร หรือสถานที่ใด อ่านเพื่ออรรถรสนะคะ **นิยายเรื่องนี้เป็นผลงานของ สำนักพิมพ์ซาชิกิวาราชิ ไม่อนุญาตให้ทำซ้ำ ดัดแปลง คัดลอกเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งไปใช้ไม่ว่ากรณีใดๆ ภาพปกก็ห้ามเอาไปใช้นะคะ** กฎหมายคุ้มครองงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์ แล้วกำหนดโทษหนักแก่ผู้ทำละเมิดไว้ชัดเจน การละเมิดต่องานของผู้สร้างสรรค์ทั้งทำซ้ำ ดัดแปลงงาน เผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยไม่ได้รับความยินยอมตามกฎหมาย ต้องมีโทษปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หากพฤติกรรมทำละเมิดดังกล่าวเพื่อการค้า ผู้กระทำจะมีโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสี่ปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงแปดแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ท่านแม่ทัพโปรดมีลูกกับข้าเถอะ (ซีรี่ส์ชุด บุปผาสะท้านรัก)
เต้าเฟย ธิดาสายรองหัวหน้าเผ่าเออเค่อร์ซิน ถูกบิดาส่งมาเป็นสตรีบรรณาการแด่องค์จักรพรรดิแห่งต้าชิง ความฝันของบิดาที่อยากเห็นธิดาเป็นพระสนมต้องพังทลายเมื่อนางถูกส่งต่อให้เป็นฮูหยินพระราชทานแก่ ลู่เคอตัว แม่ทัพไร้พ่ายคู่พระทัย ก่อนวันแต่งงาน นางขอคำมั่นจากองค์จักรพรรดิ หากนางมีลูกชายเมื่อไร ขอให้นางมีสิทธิ์พาสายเลือดของนางกลับไปยังบ้านเกิด เป็นการสิ้นสุดพันธนาการที่มีต่อกัน ‘ลูกชายเท่านั้น!’ แต่บุรุษผู้ช่ำชองในสนามรบกลับหนีการเข้าหอตั้งแต่วันแรก ในเมื่อท่านแม่ทัพใหญ่ใจเสาะไม่ยอมยกทัพมาประชิด นางก็จะยกทัพออกไล่ล่าสู้ศึกกับแม่ทัพใหญ่ไปจนสุดขอบเตียง! ไร้ยางอาย ปีศาจตนใดเสกคาถาใส่ สติเจ้าถึงได้ฟั่นเฟือนถึงเพียงนี้" "ท่านแม่ทัพ ท่านเปลี่ยนใจยอมร่วมเตียงกับข้าแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ" เต้าเฟยร้องถามด้วยน้ำเสียงมีจริตจะก้านกว่าเคย "เจ้าใจกล้าเทียมฟ้าจริงๆ ถึงได้คิดจะปล้ำข้า เจ้าคิดว่าเจ้าจะทำสำเร็จหรือไงกัน" "ทำสำเร็จหรือไม่ข้าไม่รู้ แต่ท่านเป็นสามีของข้า ในเมื่อท่านไม่ไปหาข้า ข้าก็จะมาหาท่านเอง ผิดตรงไหน ท่านต่างหากที่ไม่ยอมทำหน้าที่สามีแก่ข้า" ตอนนี้นี่เองที่ลู่เคอตัวไม่รู้แล้วว่า ที่นางเป็นอยู่ตอนนี้คือจิตสำนึกของนางเอง หรือเพราะมนตร์สะกดใดครอบงำอยู่กันแน่ "นี่เจ้า" ลู่เคอตัวเปล่งเสียงออกมาได้แค่นั้น คาถาที่เขาเคยเล่าเรียนมาจากอาจารย์ถูกลืมเลือนไปชั่วขณะ แล้วใช้พละกำลังที่เหนือกว่าพลิกร่างเต้าเฟยที่ไม่ทันตั้งตัวให้นอนลงกับเตียง นางหวีดร้องออกมาคำหนึ่ง "โอ้ย!" จากนั้นร่างบอบบางที่มีเพียงแค่เอี๊ยมกับกางเกงนอนก็เป็นฝ่ายเสียท่านอนหงาย สายตาประสานกัน เป็นนางที่ถูกเขาทาบทับไว้จนหมดตัว "เจ้าทำให้ข้าลืมคาถา แล้วข้าจะช่วยเจ้าได้เยี่ยงไร" "ท่านลืมคาถาก็ไม่ต้องท่องสิเจ้าคะ แค่ทับขึ้นมาบนร่างของข้าก็พอ" "ไร้ยางอาย ปีศาจตนใดเสกคาถาใส่เจ้า สติเจ้าถึงได้ฟั่นเฟือนเพียงนี้" "ท่านแม่ทัพ ท่านเปลี่ยนใจยอมร่วมเตียงกับข้าแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ" เต้าเฟยร้องถามด้วยน้ำเสียงมีจริตจะก้านกว่าเคย "เจ้าใจกล้าเทียมฟ้าจริงๆ ถึงได้คิดจะปล้ำข้า เจ้าคิดว่าเจ้าจะทำสำเร็จหรือไรกัน" "ทำสำเร็จหรือไม่ข้าไม่รู้ แต่ท่านเป็นสามีของข้า ในเมื่อท่านไม่ไปหาข้า ข้าก็จะมาหาท่านเอง ผิดตรงไหน ท่านต่างหากทีไม่ยอมทำหน้าที่สามีแก่ข้า" (เรื่องนี้เคยตีพิมพ์กับ สนพ ไลต์ออฟเลิฟ)

ตัวร้ายอย่างข้าไม่ขอเป็นฮองเฮา
‘บิดาของนางต้องพรากจากมารดา ก็เพราะฮั่นหลิวตี้ ฮ่องเต้อันธพาล’ ‘ท่านอาที่นางรักเคารพประดุจมารดาแท้ๆ หายสาบสูญไป ก็เพราะฮั่นหลิวตี้ ฮ่องเต้อันธพาล’ ‘ซารังน้อย เด็กในปกครองของนางต้องพลัดพรากจากพ่อแม่ ก็เพราะฮั่นหลิวตี้ ฮ่องเต้อันธพาล’ จางหยูเฟย รังเกียจฮ่องเต้อันธพาลผู้นี้ยิ่งนัก จนไม่อยากเฉียดกายเข้าใกล้ นางถึงขั้นหลอกลวงเบื้องสูงหนีการคัดเลือกนางในก็ทำมาแล้ว แต่เหตุไฉนฮ่องเต้อันธพาลนั่นกลับกล้าปลอมตัวมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กอยู่ข้างกายนาง แล้วยังใช้เล่ห์กลวางหมากหลอกนางเข้ามาในวังแล้วยัดเยียดตำแหน่ง ‘หลานสาวฮองเฮา’ ให้ ตำแหน่งอะไร! ไม่เคยปรากฏในหน้าประวัติศาสตร์มาก่อน แต่เชื่อเถอะ ฮั่นหลิวตี้ โอรสสวรรค์ผู้นี้ทำได้ทุกอย่างโดยไม่สนกฎหรือธรรมเนียมใดๆ “เอาหูมานี่” คุณหนูจางหยูเฟยกระดิกนิ้ว ลี่ถิงเอียงหูมาใกล้นาง จากนั้นริมฝีปากแดงระเรื่อก็ขยับเอื้อนเอ่ยให้ได้ยินกันเพียงสองคน “ฮ่องเต้ไร้คุณธรรมผู้นั้นรูปงามเสียที่ไหน อ้วนลงพุง คนขายหมั่นโถวที่ตลาดยังรูปงามกว่าหลายเท่า เจ้าไม่เคยเข้าวังคงยังไม่รู้” คุณหนูคนงามไม่คิดว่าคนที่นางกำลังนินทาจะได้ยินบทสนทนานี้ ‘ข้าลงพุงหรือ ข้าขี้เหร่กว่าคนขายหมั่นโถวที่ตลาดงั้นหรือ ดีละ พรุ่งนี้ข้าจะส่งทหารไปลากตัวคนขายหมั่นโถวไปประหาร โทษฐานที่หล่อกว่าข้า’ ฮั่นหลิวตี้ลอบมองจางหยูเฟย พอนางบอกเสร็จก็มองออกไปนอกหน้าต่างขณะที่รถม้ากำลังเคลื่อนไปข้างหน้า ‘ข้าว่าที่เจ้าไม่เข้าวัง คงเพราะคิดว่าข้าอ้วนลงพุงและไม่หล่อ’ “แล้วคุณหนูเคยเห็นพระพักตร์ฮ่องเต้แล้วหรือเจ้าคะ” “ใช่ ข้าเคยเห็นครั้งหนึ่ง ท่านอาวาดภาพฮ่องเต้พอดี อาสาวของข้ามีฝีมือการวาดภาพยอดเยี่ยม เห็นจากภาพก็เหมือนเห็นจากพระองค์จริงนั่นแหละ แล้วอย่าปากมากเอาเรื่องนี้ไปบอกใครเล่า ถึงหูฮ่องเต้โฉดเมื่อใด ข้ากับเจ้าอาจไร้เงาหัว” ‘ไม่ต้องห่วงแค่หัว ตัวเจ้าข้าก็จะฉีกเป็นชิ้นๆ’ ‘บังอาจเกินไปแล้วนังหนู

ฮองเฮาเขย่าบัลลังก์
หลินหลิน เด็กหญิงกำพร้าถูกนำมาวางทิ้งไว้หน้าบ้าน อาม่าเฉินเมตตาเลี้ยงดูนางและคอยเป็นแรงบันดาลใจ เมื่อโตขึ้นนางจึงยึดอาชีพเขียนบทละครตามความใฝ่ฝัน ชีวิตของหลินหลินต้องพลิกผันเมื่อซุปตาร์คนดังปฏิเสธบทที่นางเขียนขึ้น และส่งนางย้อนกลับไปในยุคต้าชิง เพื่อแก้ไขทั้งบทละครและเรื่องราวบางอย่าง ที่นั่นหลินหลิน ได้พบกับบุรุษรูปงามที่มีความผูกพันกันมาตั้งแต่อดีตชาติ ท่านอ๋องเก้า ฉินจิ้นเหอ โอ้สวรรค์ ไยต้องแกล้งกัน ส่งนางลงมายืนงงๆ ในดงคนหื่นเช่นเขา! “หม่อมฉันจะไม่ไปไหนอีกแล้วเพคะ อยู่ที่บ้านเกิดต้องนั่งเขียนบทกว่าจะได้เงินแต่ละครั้งเมื่อยจะตาย มารับจ้างเป็นฮองเฮาของฝ่าบาทดีกว่า รายได้คงดีกว่ามาก” “กล้าล้อเล่นกับข้าเหรอ ข้าเป็นฮ่องเต้ ไม่ใช่เพื่อนเล่นเจ้า มองข้าแบบนี้หรืออยาก...” “อยากเพคะ มาครั้งนี้ หม่อมฉันมีแผนการ” “เจ้ามันร้ายนัก คิดจะมาเขย่าบัลลังก์ข้าหรืออย่างไร” “ไม่ใช่เช่นนั้นเพคะ ฝ่าบาทเป็นฮ่องเต้ที่ดี นำพาแผ่นดินสู่ความเจริญ หม่อมฉันจะทำแบบนั้นทำไม” “แล้วเจ้ามีแผนการอะไร จงบอกข้ามา” เสียงหวานสดใสมีเสน่ห์ชวนให้ลุ่มหลงก้มลงกระซิบเบาๆ ฉินจิ้นเหอมุ่นคิ้วพักเดียวก็หน้าแดงไปหมด “จริงหรือ เจ้าจะกลับมาเขย่าแท่นบรรทมของข้า” “เพคะ” นางออดอ้อนเสียงหวาน กล่าวจบแล้วซบลงบนแผ่นอกกำยำที่อบอุ่นจนนางไม่รู้สึกว่าตัวเองขาดแคลนความรักแม้แต่น้อย “ถ้าเช่นนั้น ข้าขอดูฝีมือของเจ้าหน่อยว่าเจ้ามีฝีมือแค่ไหนกัน ขาเตียงของข้าแข็งแรงยิ่งนัก สงสัยเจ้าต้องเหน็ดเหนื่อยมากทีเดียว”

สุ่ยปิง องค์หญิงตำหนักเย็น
เด็กสาวในวัย 20 ปี เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อตื่นมาอีกครั้งพบว่าเธอกลายเป็นเด็กสาวในวัย 14 ปี แถมยังเป็นถึงองค์หญิงสองที่เกิดจากฮองเฮาชีวิตช่างอาภัพแม้จะเกิดจากเสด็จแม่ที่เป็นถึงฮองเฮาแต่นางก็ไม่เคยได้รับความโปรดปรานจากฮองเต้ผู้เป็นเสด็จพ่อเลยสักนิดเดียวเมื่อชีวิตยังต้องเดินหน้าต่อนางเลือกที่จะเดินออกจากวังหลวงมุ่งหน้าสู่สามัญชนคนธรรมดาก็แน่สิ เสด็จแม่คลอดนางในตำหนักเย็นอันหนาวเหน็บโดยที่เสด็จพ่อเอาแต่สนใจโอรสที่เกิดจากนางสนมคนโปรดขังลืมนางกับเสด็จแม่ใครมันจะไปทนอยู่ในวังหลวงเฮงซวยนี้กันมิสู้ไปหาอิสระภาพสร้างฐานะให้มันมั่งคั่งไม่ดีกว่าหรือ...?

กุ้ยเฟยหลงยุคมาสืบคดี
เธอมีฉายาว่ามือปราบแม่เสือสาวเป็นสารวัตสาวมือหนึ่งจากดีเอสไอ แต่ถูกพวกค้ายายิงระหว่างล้อมจับกุมอยู่ๆเธอก็ฟื้นขึ้นมาในร่างของหญิงสาวรูปร่างบอบบางแต่งตัวคล้ายกับในหนังจีนโบราณแถมยังท้องโตใกล้คลอด!เธอมีฉายาว่ามือปราบแม่เสือสาวเป็นสารวัตสาวมือหนึ่งจากดีเอสไอ แต่ถูกพวกค้ายายิงระหว่างล้อมจับกุมอยู่ๆเธอก็ฟื้นขึ้นมาในร่างของหญิงสาวรูปร่างบอบบางแต่งตัวคล้ายกับในหนังจีนโบราณแถมยังท้องโตใกล้คลอด!เธอมีฉายาว่ามือปราบแม่เสือสาวเป็นสารวัตสาวมือหนึ่งจากดีเอสไอ แต่ถูกพวกค้ายายิงระหว่างล้อมจับกุมอยู่ๆเธอก็ฟื้นขึ้นมาในร่างของหญิงสาวรูปร่างบอบบางแต่งตัวคล้ายกับในหนังจีนโบราณแถมยังท้องโตใกล้คลอด!

องค์หญิงอย่าคิดหนี
องค์หญิงหลิวอี้เฟยถูกส่งตัวไปแต่งงานกับอ๋องชราต่างแคว้นโดยไม่เต็มใจ ยังถูกคุมตัวโดยหัวหน้าองครักษ์ผู้เหี้ยมโหดที่คิดสังหารนาง เพราะนางดันไปรู้ความลับดำมืดของเขาโดยบังเอิญ ด้วยความกลัวตายนางจึงคิดหนี!

พระราชาทรงรักผู้รับใช้ของพระองค์
Tเรื่อง พระราชาทรงรักผู้รับใช้ของพระองค์ บอกเล่าเรื่องราวของกษัตริย์หนุ่มผู้เคร่งครัดและเผด็จการ ผู้ทรงผดุงความยุติธรรมด้วยความยุติธรรม ไม่ว่าใครจะถูกหรือผิด ไม่ว่าคนในครอบครัวของเขาหรือไม่ก็ตาม ความยุติธรรมต้องคู่กับความชอบธรรมเสมอ... อยู่มาวันหนึ่งชายหนุ่มตกหลุมรักคนรับใช้ของเขาและตัดสินใจที่จะแต่งงานกับเธอ แต่พระราชมารดาและน้องสาวของกษัตริย์ไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานของพวกเขาเนื่องจากชั้นเรียนที่หญิงสาวครอบครอง การแต่งงานที่จะเต็มไปด้วยอุปสรรคที่ราชาจะต้องต่อสู้เพื่อปกป้องคนรักของเขาโดยพยายามกำจัดคนที่พยายามรักษาคืน
