
รักปักใจ (เอญ่า x ฮันเตอร์)
“เขาเห็นเธอครั้งแรกผ่านหน้าจอ…และตกหลุมรักโดยไม่มีเหตุผล” เพียงเสี้ยววินาทีในสายวิดีโอคอลที่เธอคุยกับน้องสาวฝาแฝด—เพื่อนสนิทของเขา—ภาพของผู้หญิงที่ไม่เคยพบหน้ากลับฝังลึกอยู่ในความทรงจำของเขาอย่างไม่อาจลบเลือน ดวงตาคู่นั้น รอยยิ้มบางเบานั้น ทำให้ผู้ชายที่ไม่เคยสนใจใครอย่างเขา…เริ่มคลั่งไคล้โดยไม่รู้ตัว จากความบังเอิญ กลายเป็นความตั้งใจ จากความสนใจ กลายเป็นความต้องการ และจากความต้องการ…กลายเป็นความอยากครอบครอง หลายปีผ่านไป เธอกลับมาเมืองไทยเพื่อศึกษาต่อ โดยไม่รู้เลยว่า “ใครบางคน” เฝ้ารอเธอมาโดยตลอด การพบกันอีกครั้งไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือ “แผนการ” ที่ถูกวางไว้ตั้งแต่วันแรกที่เขาได้เห็นเธอ เขาจะไม่ปล่อยให้เธอหายไปอีกครั้ง ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหน… ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร… เพราะสำหรับเขา เธอไม่ใช่แค่ผู้หญิงที่เขารัก แต่คือ “คนที่เขาต้องได้มา” เท่านั้น

บุปผากลางวสันต์
ซูฉิงเยี่ยน หนึ่งชีวิตน้อยๆ ของนางไม่เคยปรารถนาในสิ่งใดอย่างแท้จริง สิ่งเดียวที่นางร้องขอคือชีวิตเรียบง่ายกับบุรุษธรรมดาสามัญสักคน ทว่ายิ่งปรารถนาในสิ่งใดกลับได้รับในสิ่งที่ตรงกันข้าม ยิ่งในยามที่นางได้พบเขานางยิ่งแจ้งแก่ใจว่า ชั่วชีวิตของนางอย่าได้หวังพบความสงบสุข เพราะชีวิตเรียบง่ายของเขานั้นเป็นเพียงภาพลวงตา!!! เยวี่ยเทียนฉี ความปรารถนาเดียวของเขาคือขอเพียงบุคคลอันเป็นที่รักของเขาอยู่รอดปลอดภัย ถึงแม้ว่าเขาไม่อาจอยู่เคียงข้างเพียงได้ยืนมองอยู่ห่างๆ เขาก็พอใจ ทว่าภัยมืดที่กลับมาคุกคามอีกครั้ง ทำให้เขาต้องก้าวออกมาจากโลกที่เขาหลบซ่อน เขายอมสละได้แม้แต่หญิงสาวที่ทำให้เขาหวั่นไหว ทว่าชะตากลับเล่นตลกเมื่อเขาพบว่าในตอนที่ปล่อยมือจากนาง นางกลับเป็นฝ่ายเดินเข้ามาสู่อ้อมแขนของเขาเอง!!!

ลวงรักเมียแต่ง
เจ็บกว่าการไม่ถูกรักคือการถูกหลอกให้รักจากคนที่รักจนหมดหัวใจ ความฝันที่จะได้ใช้ชีวิตคู่หลังแต่งงานอย่างมีความสุขต้องพังทลายลงอย่างไม่มีชิ้นดี เมื่อรู้ว่าคำว่ารักที่เขาพร่ำเอ่ยออกมาเป็นเพียงแค่คำลวง. --คำโปรย-- "ฮึก~ที่ผ่านมาคุณไม่ได้รักฉันจริงๆ...ทั้งหมดมันคงเป็นแผนแก้แค้นให้กับคนรักของคุณ..."ใบหน้าสวยนองไปด้วยน้ำตา เมื่อถูกคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีหลอกใช้คำว่ารักให้มาติดกับบ่วงแค้นของเขา "ฉลาดขึ้นมาแล้วสินะ..."ติณภพยกยิ้มอย่างชอบใจ ก่อนจะเดินมานั่งลงตรงหน้ารสา มือแกร่งบรรจงเช็ดน้ำตาให้ร่างบางอย่างเสแสร้ง รสาเบือนหน้าหนีทันที เธอรู้สึกเกลียดสัมผัสจอมปลอมของเขาเป็นที่สุด กึก! มือแกร่งดังคีมเหล็กเคลื่อนลงมาบีบแก้มนวลอย่างไร้ความปราณี จนใบหน้าสวยเหยเกไปด้วยความเจ็บปวด "ฉันเจ็บนะคะ ฮึก~"รสาพยายามแกะมือหนาของซาตานออกเป็นพัลวัน แต่ก็ไม่สำเร็จ เมื่อติณภพออกแรงบีบเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว "หึ~เจ็บสิดีฉันชอบ!"ปากหยักเหยียดยิ้มร้ายอย่างพึงพอใจ ยิ่งเห็นเธอเจ็บเขาก็ยิ่งสะใจ รสาสะอื้นไห้ออกมาอย่างหวาดกลัว ความผิดหวังและความเสียใจถาโถมเข้ามา หัวใจดวงน้อยแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ชายหนุ่มตรงหน้าที่เคยบอกว่ารักและแสนดีกับเธอเสมอมา บัดนี้เขากลายเป็นซาตานร้ายไปเสียแล้ว...

หลุมพรางร้อยรัก
บางสิ่งที่เกิดมาคู่กัน แม้จะอยู่ห่างไกล แต่โชคชะตาจะนำพาให้มาพานพบ นางคือผู้ที่ชะตาชักนำให้เดินทางข้ามเส้นแบ่งกาลเวลา เพราะค้นพบกำไลหยกปริศนาสองวงโดยมิได้ตั้งใจ นางต้องเอาตัวรอดจากองค์ชายห้าแห่งแคว้นจ้าว จึงต้องสร้างข่าวลือขึ้นมา แต่แล้วนางกลับถูกจับยัดใส่เกี้ยวเจ้าสาว ของจอมมารจ้าววังเมฆาอัคคีโดยที่นางมิได้เต็มใจ จอมมารที่ใครๆ ต่างก็หวาดกลัวเช่นเขา กลับรับนางเอาไว้อย่างยินดียิ่ง ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่านางมิใช่เจ้าสาวของเขา เมื่อไม่มีทางเลือกนางจึงได้ทำพันธสัญญาร่วมกันระหว่างนางกับเขา โดยที่นางมิรู้เลยว่าพันธสัญญานั้นจะย้อนคืนมา ร้อยรัดหัวใจนางจนมิอาจแยกจาก!

ทะลุมิติมาพลิกชะตา
อยู่ๆนางก็ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของไป๋ซูหนี่ว์ที่มีอายุเพียงสิบห้าหนาว และยังเป็นยุคจีนโบราณแถมทุกคนในยุคนี้ยังฝากความหวังไว้กับนาง แล้วนางที่มาจากยุคปัจจุบันจะทำเช่นไรดี

อ๋องชั่วผู้นั้นเป็นทาสรักของข้า
ไปเที่ยวบาร์โฮสแต่กลับทะลุมิติไปยัง'หอจันทร์ดับ'โฮสหนุ่มงานดีกล้ามแน่นลีลาเด็ดผู้นั้นแท้จริงแล้วคือ'เว่ยอ๋อง'ตัวร้ายจอมโฉดในนิยาย ข้าต้องหนี! แต่เหตุใดอ๋องชั่วจึงตามราวีข้าไม่เลิก ตะ...ติดใจข้าหรือ? ++++++++++++++ จู่ๆ เหยาหนิงหลงก็ยื่นจมูกมาหอมแก้มเขาฟอดใหญ่ เว่ยอ๋องเถียนหย่งหนานตกใจจนตัวแข็งทื่อ ก่อนจะได้ยินเสียงในใจของนาง ‘กรี๊ด! แก้มผู้ชายหอมมาก ชาตินี้ได้หอมแก้มหนุ่มหล่อระดับชาติขนาดนี้ แม้ตายก็ตายตาหลับแล้ว’ แม้เว่ยอ๋องจะรู้ตัวว่าตนนั้นรูปงามเพียงใด แต่การได้ยินเสียงในใจของสตรีชื่นชมตนเองว่าหล่อ แถมยังส่งเสียงกรี๊ดดั่งคลั่งไคล้ก็ทำให้ชายหนุ่มถึงกับทำอะไรไม่ถูก ได้แต่นั่งนิ่งดั่งรูปปั้นบุรุษแกะสลักเสียกระนั้น แล้วจู่ๆ นางก็ใช้จมูกเล็กเชิดรั้นซุกไซ้ไปตามแก้มและสันกรามของเขา ก่อนจะใช้ปากกระแทกปากของเขาเต็มแรง ‘จูบแล้ว! นี่จูบแรกของฉันเชียวนะ!’ จูบแรกงั้นหรือ...ข้าเชื่อ เพราะมันห่วยสิ้นดี มันจะเรียกว่าจูบได้อย่างไรเล่า มันควรเรียกว่าชกด้วยปากมิใช่หรือ! เว่ยอ๋องไม่อาจอดทนอดกลั้นได้อีกต่อไป ทั้งฤทธิ์ยากำหนัด กลิ่นหอม เนื้อตัวนุ่มนิ่มของสตรีในอ้อมแขน และเรียวปากนุ่มที่บดจูบสะเปะสะปะทำให้เขาไม่อาจครองสติได้ เขาตวัดร่างบางให้นอนลงใต้ร่างตนเองอย่างรวดเร็ว หญิงสาวหวีดร้องเสียงหลงก่อนที่เสียงในใจของนางจะดังขึ้น ‘ระ...ร้อนแรง ดะ...ดิบเถื่อน กรี๊ด! โฮสงานดีจริงๆ รู้สึกตื่นเต้นจนใจสั่นไปหมดแล้ว’ เว่ยอ๋องได้ยินเช่นนั้นก็เกือบจะเผลอปล่อยเสียงหัวเราะออกมา ตื่นเต้นงั้นหรือ... นี่นะหรือคุณหนูแห่งจวนกั๋วกง นี่นะหรือนางร้ายที่ใครๆ ต่างกล่าวขานถึงว่านางหยิ่งผยองจองหองเห็นผู้คนเป็นเศษสวะไร้ค่า ที่เขาเห็นนางเป็นเพียงสตรีไร้เดียงสาคนหนึ่งเท่านั้นเอง

So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
“ว่าไงคะคุณนับเงินวันนี้พอจะได้ทิปเยอะไหม” น้ำเสียงหวานปนเซ็กซี่เอ่ยถามทันทีฉันที่เดินเข้ามาในห้องพักพนักงาน “เยอะค่า เยอะมากเวอร์ค่ะพี่พิม ขนาดแค่ครึ่งคืนนะคะ” ฉันตอบกลับสาวสวยผู้ช่วยผู้จัดการผับด้วยรอยยิ้มมีความสุข ผับคนรวยนี่มันดีจริง ๆ ทิปหนักแม้กระทั่งเด็กเสิร์ฟ “แล้วไม่สนเลื่อนขั้นมาทำพีอาร์บ้างเหรอนับเงิน ทิปเยอะกว่านี้อีกนะ” เสียงเดิมยังคงพูดต่อทำให้ฉันยิ้มแหยแล้วก็ส่ายหน้ากลับไป “ไม่ไหวหรอกค่ะพี่พิม นับกินเหล้าไม่เป็น เทคแคร์ใครไม่เก่ง ยิ่งให้ไปพูดหวาน ๆ ดูแลแขกนับว่าจะกลายเป็นไล่แขกมากกว่า” “พี่เสียดายความสวยของเราจริง ๆ ถ้ามาทำรับรองฮอตที่สุดแน่นอน แต่ไม่เป็นไรเอาความสมัครใจของคนทำดีกว่าเนอะ” พี่พิมพูดด้วยรอยยิ้มแต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรฉันต่อ “ขอบคุณนะคะพี่พิม” ฉันขอบคุณพี่เขาก่อนจะเดินไปจากห้องเพื่อทำงานต่อ ราตรีนี้ยังอีกยาวไกลค่ะ นี่เพิ่งจะเที่ยงคืนถึงจะเหลือแค่ 2 ชั่วโมงผับก็จะปิดแต่เชื่อเถอะค่ะเวลานับจากนี้นี่ล่ะคือช่วงบันเทิงขาบันเทิงสมองของเด็กเสิร์ฟอย่างฉัน อ้อลืมแนะนำตัวใช่ไหมคะ ฮายค่ะซิสฉันชื่อนับเงินนะคะ อายุ 21 ปี กำลังเรียนอยู่ปี 3 มหาวิทยาลัยรัฐบาลแห่งหนึ่ง ชื่อนับเงินแต่เงินไม่ค่อยมีให้นับหรอกนะ ฮ่า ๆๆ ชีวิตฉันปากกัดตีนถีบมากเพราะอยู่แบบหัวเดียวกระเทียมลีบมาหลายปีแล้ว เหนื่อยจากการเรียนแค่ไหนก็ต้องแบกร่างมาเดินเสิร์ฟเหล้าทุกคืน ผับ บาร์ หรือที่เที่ยวอโคจรคือที่ ๆ ฉันเกลียดมาตั้งแต่เด็กเพราะมองไปทางไหนก็มีแต่คนเมา แค่เห็นวงเหล้าหน้าบ้านก็เอียนเต็มทนนี่ต้องมาเจอคนเป็นร้อยเมาทุกวันเลยไม่รู้สึกประทับใจมันเท่าไหร่แต่พอโตขึ้นมามันกลับเป็นที่ ๆ ฉันต้องมาทุกวันเพราะมันคือแหล่งทำเงิน ไม่ทำก็ไม่ได้เงิน ไอ้พวกผู้ชายพอเมาแล้วมันก็แต๊ะอั๋งได้แม้กระทั่งเด็กเสิร์ฟ แม่ง! ถ้าไม่ใช่ลูกค้าจะเอาขวดเหล้าฟาดหัวให้ เรียนจบเมื่อไหร่ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำงานนี้เด็ดขาด “นับ ๆ คุณคนนั้นมาแล้วนะจ้ะ” เสียงอัญชันเพื่อนเด็กเสิร์ฟในผับเดินเข้ามากระซิบบอกฉันด้วยรอยยิ้มเพื่อบอกฉันว่าสิ่งเดียวที่ทำให้ฉันมีกำลังใจจะมาทำงานได้เดินทางมาถึงแล้ว “จริงดิ! ว่าแต่วันนี้มาดึกจัง แล้วโต๊ะเดิมไหมอ่ะอัญ” ฉันรีบหันไปมองหน้าอัญชันแล้วก็ถามด้วยความตื่นเต้น ผู้ชายคนนั้น แขกประจำของร้านที่หล่อมาก~ ผู้ชายคนแรกที่ปลุกความแรดในตัวนับเงิน ฮ่า ๆๆ “โต๊ะเดิมแล้วก็ซูกัสคนสวยคนเดิมค่ะคุณ” อัญชันตอบมาพร้อมเบ้ปากเบา ๆ ตอนที่พูดถึงชื่อของอีกคน ซูกัส คือพีอาร์สาวสวยเบอร์หนึ่งของผับ สวยมาก ยิ่งแต่งยิ่งสวย ซูกัสเป็นคู่แค้นของฉันเองค่ะ แต่อันที่จริงต้องบอกว่าฉันเป็นคู่แค้นของนางมากกว่า เพราะนางไม่ใช่คู่แค้นของฉัน เข้ามาทำงานวันแรกอีแม่ก็แขวะฉันแล้ว ซึ่งฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าไปทำอะไรให้ “หล่อรวยก็ต้องเลือกอะไรที่ดีที่สุดเนอะอัญ มาเที่ยวแบบนี้ก็คงสนใจแต่คนที่สวยที่สุด ช่างเหอะไปทำงานกันดีกว่า” ฉันพูดแล้วก็ห่อเหี่ยวใจเพราะว่านับเงินแอบชอบคุณคนนั้นมาเป็นปีแล้วค่ะ แต่คนเจียมตัวก็ได้แต่เจียมตน ทนทำใจได้แต่เฝ้ามองดูเธอ เฮ้อ! “อย่าห่อเหี่ยวสิจ๊ะ ลองนับแต่งตัวบ้างซูกัสก็ซูกัสเหอะ” อัญชันยังคงพูดต่อแต่ฉันก็ทำได้แค่ส่ายหน้าพร้อมยิ้มบาง ๆ “ไม่เอาหรอก เอาเวลาแต่งตัวไปเสิร์ฟเหล้าทำงานหาเงินหาทิปดีกว่า” ฉันหันไปบอกเพื่อนพร้อมกับยิ้มจนตาหยีแล้วก็เดินไปทำงานที่ดูท่าทางคงจะวุ่นวายมากจนกว่าร้านจะปิด “คุณคริชขา เอาเครื่องดื่มเพิ่มนะคะเดี๋ยวกัสสั่งเด็กเสิร์ฟให้” ฉันเดินไปเสิร์ฟเหล้าที่โต๊ะของผู้ชายคนนั้นซึ่งเพื่อนเขาเป็นคนสั่งแต่กลับไปยินเสียงยัยซูกัสคนสวยพูดหวาน ๆ แต่ดันเน้นคำว่าเด็กเสิร์ฟด้วยน้ำเสียงดูถูก ซึ่งแน่นอนค่ะต่อให้ตอนนี้ถ้าฉันเมาเหมือนหมาก็มีสติรับรู้ได้ว่านางพูดแขวะฉัน “...” เห็นกูเงียบ ๆ จะฟาดคำอะไรใส่ก็ได้งั้นเหรอมึง... “อื้ม สั่งมาเลยครับ” คุณคริช เทพบุตรหวานใจในมโนของฉันตอบกลับซูกัสด้วยน้ำเสียงทุ้ม หล่อ แบด ที่ทำให้ฉันใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ทั้งที่เขาไม่ได้พูดกับฉันแต่ฉันก็ยังใจสั่นแล้วถ้าเขาพูดกับฉันฉันว่าฉันระทวยลงไปกองได้เลยนะคะ คนบ้าอะไรคาริสม่าแรงมาก “นี่! เอาออนเดอะร็อคมาเสิร์ฟด้วย เร็ว ๆ ล่ะ” เสียงสำเนียงที่แตกต่างจากการคุยกับบุรุษเมื่อ 0.001 วินาทีเมื่อกี้หันมาพูดกับฉันประหนึ่งว่าแม่นางเป็นแขกโคตรซุปเปอร์วีไอพีของร้าน “ค่ะ” ฉันพยักหน้ารับแล้วก็ถอยออกมา เหอะ! ถ้าไม่ติดว่าอยู่ในหน้าที่แล้วโดนพูดจาด้วยน้ำเสียงสันขวานแบบนี้นับเงินคนนี้จะเอาถาดเหล้าฟาดลงไปกลางหน้าให้โบท็อกสะเทือนเลย! #NUB NGERN END #KRICH TALK “สวยว่ะ” ไอ้แทนหรือแทนคุณเพื่อนสนิทที่สนิทกันแค่ในวงเหล้าของผมหันมาคุยกับผมในทันทีที่ผู้หญิงคนนั้นเดินออกไปแล้ว “เหรอวะ” ผมแกล้งหันไปถามมันด้วยน้ำเสียงกวนตีน แต่ต้องยอมรับว่ามากี่ครั้งพอเห็นพนักงานเสิร์ฟที่หน้าสดแต่สวยโคตร ๆ คนนี้ทีไรผมอยากจะลากเธอขึ้นเตียงทุกครั้ง “เสียดายแค่เสิร์ฟ ถ้ามานั่งกูจะให้ 50 ดื่มตั้งแต่แรกเลยว่ะ” มันยังคงพูดต่อไม่หยุดแถมมองตามเธอคนนั้นโดยที่ไม่ได้เกรงใจน้องคนสวยที่นั่งข้างมันเลยสักนิด มันให้น้องเขาแค่ 10 ดื่มอยู่เลยแต่พูดว่าจะให้คนอื่น 50 ดื่มต่อหน้าต่อตา เลวฉิบหาย “ให้น้องเขาไปมีอนาคตเถอะไอ้ห่า” ผมพูดกับมันแค่สั้น ๆ แล้วก็ยกเหล้าขึ้นกระดกหมดแก้ว วันนี้มีเรื่องที่ทำให้หงุดหงิดใจเลยกะจะเมาให้เต็มที่ “มึงอย่าเมาหนักไอ้คริช กูขี้เกียจแบกกลับ” มันหันมาบอกผมแล้วก็เบนสายตาไปทางน้องคนสวยที่นั่งข้างมัน “กูกลับเองได้น่า มึงจะไปกดสาวที่ไหนก็ไปเถอะ” ผมบอกมันแล้วก็หันไปคุยกับน้องซูกัสต่อ ผู้หญิงคนนี้อ้อนเก่ง รู้หน้าที่ไม่ค่อยวุ่นวายเท่าไหร่ผมก็เลยชอบเรียกมานั่งด้วยเป็นประจำ “ออนเดอะร็อคค่ะ” ผมกำลังนั่งคุยกับซูกัสเพลิน ๆ ผู้หญิงคนนั้นก็เดินมาเสิร์ฟเครื่องดื่มพร้อมกับมองสบตากับผมเล็กน้อยแล้วก็รีบหลบสายตาด้วยความเขิน ซึ่งผมเจอปฏิกิริยาแบบนี้จากเธอหลายครั้ง ไม่ต้องฉลาดกูก็ดูออกครับว่าเธอคิดยังไง เด็กน้อยใสซื่อแอบชอบผู้ชายแต่ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา เธอเป็นแบบนั้นนั่นแหละครับผมดูออก และถึงแม้ว่าเธอจะดูน่ากินแค่ไหนแต่พอเห็นแววตาใสซื่อของเธอผมก็เปลี่ยนใจไม่เข้าไปวอแวทุกครั้ง แค่เห็นเธอมาทำงานเสิร์ฟโดยที่ไม่สนใจว่าตัวเองสวยจนสามารถเป็นนางแบบหรือพริตตี้ที่หาเงินได้มากกว่าการเดินเสิร์ฟเครื่องดื่มเป็นร้อยเท่าได้ผมก็ยิ่งไม่อยากไปทำให้เสียเด็ก ท่าทางคงเป็นเด็กดีอยู่พอสมควรแต่คงมาหารายได้พิเศษเท่านั้น เพราะฉะนั้นปล่อยน้องเขาไปดีกว่าครับ อนาคตที่สดใสอาจจะรอน้องเขาอยู่ “น้องคนเมื่อกี้หน้าตาเขาก็สวยนะซูกัสทำไมเขาถึงทำแค่งานเสิร์ฟล่ะ” ผมถามซูกัสในสิ่งที่สงสัยมานาน เพราะขนาดหน้าสดยังสวยถ้าลองได้แต่งตัวดี ๆ คงแซงซูกัสแบบไม่เห็นฝุ่น แต่ทำไมคนสวย ๆ ที่สวยธรรมชาติขนาดนี้ถึงได้มายอมเดินเสิร์ฟเหล้าทั้งคืนแบบนี้วะ “พี่คริชไม่รู้เหรอคะว่าคนที่น่าสนใจถ้าทำตัวให้ตัวเองเข้าถึงยาก แต่ก็ยังตัวธรรมดาเท่าไหร่มันก็ยิ่งมีคนสนใจมากขึ้น” ซูกัสมองตามหลังผู้หญิงคนนั้นก่อนที่จะหันมาบอกผมด้วยรอยยิ้มเหยียด “ยังไง?” ผมมองซูกัสด้วยความสงสัย มันก็พอจะเข้าใจนั่นแหละครับ แต่ผมไม่อยากคิดไปเอง ซูกัสมองหน้าผมนิดหนึ่งก่อนที่เธอจะพูดออกมาช้า ๆ “ก็...ยิ่งยากก็ยิ่งแพงไงคะ”

ข้าทะลุมิติมาเป็นนางร้ายในนิยายตัวเอง
โอ้ยเวรกรรมฟ้าดินคงลงโทษเธอสินะถึงได้ให้มาอยู่ในร่างที่แสนจะสุดเวทนานี้.. ไม่!… เธอต้องหาทางรอด เซี่ยหลัน นักเขียนที่หลงใหลการเขียนนิยายจีนโบราณ ขณะที่กำลังเขียนฉากนิยายอยู่ก็ได้ประสบอุบัติเหตุ ทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่นางกำลังเขียน แต่นางไม่ได้มาในบทบาทนางเอกผู้สูงส่ง แต่ดันมาเป็นนางร้ายตัวประกอบที่มีจุดจบแสนอานาถ นางพยายามหาทางรอดให้ตนเองด้วยการไม่กลั่นแกล้งนางเอกในนิยายกับไล่ตามองค์ชายรองแล้ว ทว่าฟ้าดินกลับส่งเขาคนนั้นที่นางไม่คิดว่าเขานั้นจะตกหลุมรักนางได้เลย เพราะนางไม่ใช่นางเอก แต่เป็นนางร้าย นางร้ายที่แสนจะโชคร้าย

รัก(ลับ)นายวิศวะ
"ฉันรวยมากพอ...ที่จะซื้อเธอ เอาคนอย่างเธอมากระแทกเล่นๆ ได้" ใบหน้าอันหล่อเหลาเอ่ยมาด้วยสีหน้าอันดุดัน "เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้ แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้" "คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ "แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..." "เพียะ" อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม "เธอ..." เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง

ความลับของท่านประธาน
นายพายุ ศิระภาคิณ อายุสามสิบปี นักธุรกิจหนุ่มประธานบริษัทส่งออกผ้าไทย วีรกรรมที่เขาทำไว้เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว กำลังจะย้อนกลับมา เมื่อนางสาวแพรไหม โภสิกุล ดีไซเนอร์สาวอายุยี่สิบเก้าปี ได้ปรากฏตัวขึ้นหลังจากที่เธอนั้นหายออกไปจากมหาวิทยาลัย เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว โดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้ท่านประธานหนุ่มเริ่มอยากรู้ชีวิตของเธอ เมื่อครั้งหนึ่งเรือนร่างอันบอบบางอรชรเคยหล่อหลอมเป็นหนึ่งเดียวกับเขามาแล้ว ถ้าหากเขาต้องการสานสัมพันธ์กับเธออีกครั้ง มันก็ไม่แปลกหากเธอนั้นยังโสดแพรไหมจะยังต้องการเขาอยู่หรือไม่ ในเมื่อเธอคิดว่าพายุนั้นเป็นแค่ผู้ชายที่พรากความบริสุทธิ์ไปจากเธอเท่านั้น ซึ่งเวลานี้เธอก็ยังคงมองเขาในด้านลบอยู่ดี แม้ว่าเวลาจะผ่านไปเป็นสิบปีแล้วก็ตาม ฝากติดตามด้วยนะคะ

ปรารถนารักอันตราย
นิยามคำว่า 'เพื่อน' จะไม่มีอีกต่อไป เมื่อเขาอยากเลื่อนขั้นมากกว่าเพื่อนไปเป็น 'แฟน' เลยงัดทุกกลเม็ดเผด็จศึก 'เพื่อน' ของตัวเองทุกอย่าง

สาวน้อยคืนเดียว ของนายซุป'ตาร์
เมื่อผู้จัดการส่วนตัวคนที่ 12 ของซุป'ตาร์ไร้วินัยอย่างธีร์จุฑา คือคนๆเดียวกันกับสาวน้อยคืนเดียวของเขาเมื่อหลายปีก่อน..ปฏิบัติการทวงของรักจึงเริ่มขึ้น ************************************** “หนาวหรอครับ มิลิน” เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู ตอนนี้ดาราหนุ่มขยับกายเข้ามาชิดร่างเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แขนแกร่งรั้งตัวเธอที่สั่นน้อยๆ เข้าสู่อ้อมกอด แผ่นหลังบอบบางที่มีเพียงเนื้อผ้าบางเบาสัมผัสกับหน้าอกกว้างเปลือยเปล่าของเขาที่หนั่นแน่นไปด้วยมัดกล้าม ยิ่งทำเอาเธอสั่นเป็นเจ้าเข้า เขากอดกระชับตัวเธอเอาไว้ ลมหายใจร้อนๆ รินรดตรงซอกคอของเธอจากช้าๆ ก่อนค่อยๆ ทวีความแรงและถี่ขึ้นจนเธอสัมผัสได้ “คุณธีร์ ...” ร่างน้อยที่หัวใจกระหน่ำรัวแล้วสั่นเป็นเจ้าเข้า เรียกชื่อเขาเสียงแผ่วเบา หวังให้เขาปล่อยเธอ แต่คำพูดอื่นๆ ดันไม่สามารถเปล่งออกมาจากปากได้ สถานการณ์ล่อแหลมนี้น่ากลัวเหลือเกิน “อืมมม นอนเถอะครับ ผมไม่ทำอะไรคุณหรอก แค่ให้ความอบอุ่นน่ะ บอกแล้วไง ถ้าจะทำจะขอ ถ้าไม่ให้ ก็ไม่ทำ” ไม่ได้ช่วยอะไรเลย คำพูดนั้นไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นมาสักนิด คนตัวน้อยในอ้อมกอดยังสั่นเป็นเจ้าเข้าอยู่ดี ซึ่งเขาก็รู้ดีว่าเธอไม่ได้หนาว แต่เธอตื่นเต้นที่ต้องนอนร่วมเตียงกับเขาที่ขยันอ่อยเธอต่างหาก หนุ่มหล่ออมยิ้มละมุนที่มุมปาก ยัยจอมเฉิ่มก็คือยัยจอมเฉิ่มวันยังค่ำ ขนาดพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เปรี้ยวจี๊ดเซ็กซี่ขยี้ใจแบบสาวมั่นขนาดไหน สุดท้ายอยู่กับเขา เธอก็คือสาวน้อยปีสามแสนหวานในคืนนั้นอยู่ดี

Bad Love พันธะรัก
"อื้อ! พี่คิม จะทำอะไรหนู" "ก็ถ้าหนูยังแกล้งหลับต่อ พี่จะถอดเสื้อผ้าปลุกหนูน่ะสิ" “หนูตื่นแล้ว พี่คิมทำหนูเปียกหมดเลย ทำไมไม่เป่าผมให้แห้งล่ะคะ" พริกหวานยู่ปากต่อว่าเขาอย่างน่ารัก กลบเกลื่อนที่ถูกเขาจับได้ว่าแกล้งหลับ ทำไมเขาถึงได้รู้ทันเธอไปซะทุกเรื่อง “ไม่เนียนเลยเด็กน้อย” เขาหัวเราะออกมา ก่อนจะโน้มตัวไปคร่อมร่างบางที่นอนราบอยู่ “พี่คิม อย่าแกล้งหนู” พริกหวานเอามือดันหน้าท้องแกร่งไว้ ก็เขานุ่งเพียงผ้าเช็ดตัวผืนบางๆ พันไว้ที่เอวสอบโชว์หน้าท้องซิกซ์แพ็ก อีกทั้งสัดส่วนของเขาดูกล้ามเนื้อแน่นสุขภาพดี ยิ่งมีน้ำเม็ดเล็กเกาะตามผิวกาย ยิ่งทำให้รูปร่างของเขาสัดส่วนสวยงามราวกับรูปปั้น "อึบ!" เธอกระดึ๊บตัวไปเหมือนตัวหนอนให้พ้นวงแขนแกร่ง จากนั้นเธอก็หยัดตัวนั่งชิดมุมโซฟา "ให้หนูเช็ดผมให้ไหมคะ" พริกหวานอาสา ที่เห็นเขาเอาแต่เสยผม ไม่ยอมเอาผ้าเช็ดผมให้แห้งสักที "เอาสิ" ว่าจบเขาหยัดตัวขึ้น พริกหวานมองงงๆ ว่าเขาจะลุกทำไม แต่แล้วเธอก็ร้องโวยวายเสียงหลง เมื่อเขาจะปลดผ้าเช็ดตัวออกจากเอวสอบ "พะ...พี่คิมทำอะไรคะ" พริกหวานถามเสียงสั่น เธอรีบยกมือใบหน้าแต่กางนิ้วออกกว้างตรงบริเวณดวงตา เมื่อเห็นเขาจะปลดผ้าออกจากเอวสอบ "อ้าว ก็ไหนหนูบอกว่าจะเช็ดผมให้พี่ไม่ใช่เหรอ" เขาทำท่าจะปลดปมผ้าออกจากเอวสอบด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ "ยะ…อย่าถอดนะคะ หนูหัวใจจะวาย จริงๆ นะ" พริกหวานขยับตัวรีบเอามือไปจับมือสากไว้ด้วยมือที่สั่นระริก -------------------------------- คำเตือน! นิยายเรื่องนี้มีฉาก NC เรท 18+ และพฤติกรรมไม่ค่อยเหมาะสม เหมาะสำหรับบุคคลที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป [ตัวละคร สถานที่ ในนิยายเรื่องนี้ไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงจินตนาการที่แต่งขึ้นของนักเขียนเพียงเท่านั้น ผู้แต่งไม่ได้มีเจตนายุยงส่งเสริมให้ลอกเลียนแบบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของตัวละครในเรื่องนี้แต่อย่างใด กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน] *ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 *ห้ามคัดลอก ลอกเลียน ดัดแปลง เนื้อหาโดยเด็ดขาด

Kiss me please จูบหน่อย นี่อ่อยอยู่นะ
อีกไม่กี่วันก็ปิดเทอมใหญ่เพื่อเลื่อนชั้นแล้วน่ะ เฮียเบี้ยก็รับหน้าที่มารับมาส่งฉันที่โรงเรียนเหมือนตอนนี้แหละแต่ติดตรงที่ วันนั้นแกก็พ่วงผู้ชายรูปหล่อคนหนึ่งมาด้วยแบบนี้ ตอนนั้นฉันไม่เห็นหรอกนะว่าหน้าตาเขาเป็นแบบไหน เห็นแค่ดวงตาสีน้ำตาลที่ชวนให้หลงไหลพร้อมกับคิ้วที่ดกดำเรียงตัวแบบเท่สุดๆ "เฮียเบี้ย นั่นใครน่ะ" ฉันเอ่ยถามพี่ชายที่ยืนรออยู่หน้าโรงเรียนมัธยมปลาย "เพื่อนเฮีย ทำไม?" พี่ชายฉันถามพร้อมกับคิ้วขมวดเป็นปม โด่! ถามมาได้ "หล่อดี สเปคนัสเลย" ฉันตอบพี่ชายอย่างไม่อายปาก "มันหล่อจริง แต่ขี้เก๊ก อย่าไปสนใจมันเลย" แต่พี่ชายฉันกลับดับฝันของน้องสาวแท้ๆ แบบไม่ถนอมน้ำใจกันเลย แต่คิดว่าโบนัสคนนี้จะเชื่อพี่ชายตัวเองเหรอ "นัสจะเอาผู้ชายคนนี้ พี่เบี้ยเองก็ต้องช่วยน้องด้วย จบนะ!" ฉันสั่งแบบเอาแต่ใจสุดๆ เลยในนาทีนั้น อารมณ์ตอนนั้นเหมือนเจอเนื้อคู่อะ แบบปิ๊งปั๊งทันทีแค่ได้มองตาผู้ชายใส่แมส โอ๊ยยยย โบนัสอยากได้ โบนัสอยากโดน

อ้อมกอดซาตาน
"เธอท้องกับใคร ฉันถามว่าเธอท้องกับใคร" พิมพ์ได้ยินคำถามที่ออกมาจากปากปีเตอร์ก็นิ่งอึ้งไปไม่คิดเลยว่าเขาจะถามมันออกมา "ฉันไม่รู้" ตัดสินใจตอบไปอย่างนั้นเพื่อตัดปัญหาทุกอย่างที่จะตามมาทีหลัง

คุณหมอโฮสต์ สุดที่รัก
พ่อเขา และ พ่อเธอ เป็นเพื่อนรักกัน แต่เขาและเธอ ต่างไม่รู้จักกัน อยากให้ทั้งคู่ลงเอยกันเพราะ พี่บ้าเรียน น้องบ้างาน กลัวจะขึ้นคานกันทั้งคู่ พี่รู้ ว่ามีน้องสาวชื่อ แองจี้ น้องรู้ ว่ามีพี่ชายชื่อ พี่หมอทอย เมื่อทั้ง 2 มาเจอกันในสถานการณ์เพื่อนแกล้งต่างก็แอบถูกชะตากันและกัน จนคบกันจริงจังและอยากเปิดเผย แต่จะเป็นยังไงเมื่อวันที่เมาเธอเข้าใจว่าเขามีแฟนอีกคนที่ไม่ใช่เธอ...

รัก(รอ)ลุ้น คุณหน้านิ่ง
เขา.... นิ่ง โหด ดุ ไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร แต่ ละมุนกับเธอเสมอ เธอ.... ดื้อ ซน ไม่ยอมคน แต่ ก็ไม่ยอมเขาเหมือนกัน ภาคิน แอนเดรียส หนุ่มรูปหล่อ พ่อแม่ตาย วัย 25 ปีที่ปัจจุบันเป็นลูกชายบุญธรรมของมาเฟียของ อิตาลี่ ชายหนุ่มรอดตายจากการเสียสละเลือดสำรองถุงสุดท้ายจากเด็กชายวัย 9 ขวบที่มีกรุ๊ปเลือดเดียวกัน และได้รับความเมตตาจากมาเฟียรับมาเป็นบุตรบุญธรรมตั้งแต่วัย 13 ปี เขาจึงตั้งปณิธานไว้ว่า ชีวิตนี้ต้องกตัญญูและตอบแทนผู้มีพระคุณให้ได้มากที่สุด เขาถูกปลูกฝักจากผู้เป็นพ่อบุญธรรมเพื่อที่จะรับช่วยต่อธุรกิจร่วมกับน้องชายต่างสายเลือดที่เป็นลูกชายแท้ๆ ของมาเฟียใหญ่ แต่ชายหนุ่มมักจะหาข้ออ้างหลีกเลี่ยงที่จะรับตำแหน่งใด ๆ ที่พ่อและแม่บุญธรรมพยายามบังคับยกให้ โดยที่เขาคิดเสมอว่าน้องชายต่างสายเลือดต้องเป็นผู้สืบทอดที่แท้จริงและเขาเป็นแค่ผู้ช่วยเท่านั้น.... แต่ไม่อยากรับก็ต้องรับ เพราะแม่จะจับแต่งงาน ^_-' มิ้น มินทิรา สาวน้อยหน้าใส วัย 19 เจ้าของร้านเบเกอรี่ร่วมหุ้นกับเพื่อนที่มีหลายสาขาทั่วภาคอีสาน ผู้รักความเร็วเป็นชีวิตจิตใจพอ ๆ กับการทำขนม ด้วยความที่เธอเป็นคนที่ไม่ยอมคน และไม่กลัวใครเลยทำกลายเป็นสาวห้าวที่คอยปกป้องเพื่อน และได้สมญานามจากเพื่อนว่า ผัว หรือ เฮียมิ้น... * นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการ ชื่อตัวละครเกิดจาการสมมติขึ้นเท่านั้นไม่มีตัวตนจริงนะคะ * ภาษาที่ใช้อิงกับยุคปัจจุบันจึงมีคำที่ค่อนข้างหยาบในบทสนทนา หากรีดส์ท่านใดไม่ชอบขออภัยด้วยค่ะ * เรื่องนี้พาร์ทคาบเกี่ยวกับ เรื่อง ดวงใจจักรา และ รักนะ ไอ้หลาน * ฝากติดตามและให้กำลังใจไรท์ด้วยนะคะ ...

หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก
'หานเชี่ยนหนิง' บุตรสาวคนโตของเจ้าเมืองอันหยาง นางเป็นหญิงสาวผู้ซึ่งใช้ชีวิตอยู่บนเหตุผลและความเป็นจริง ชีวิตนางเรียบง่ายและไร้ความวุ่นวาย กระทั่งการย้ายมาของหัวหน้ามือปราบ 'หยางอวี่' ชะตาชีวิตของนางก็เปลี่ยนไป นางไหนเลยจะคาดคิดว่าตนคือเหตุผล ให้ชายหนุ่มหลบเร้นออกมาจากความวุ่นวายของราชสำนัก

DELTA | รักสุดท้ายของนายแบดบอย
เธอแอบรักเขาตั้งแต่แรกเจอ ส่วนเขานั้นไม่เคยแม้แต่จะชายตามองเธอ เพราะเขามีคนที่ชอบอยู่แล้ว แล้วยังมีอดีตแฟนเป็นถึงนางแบบดัง ยังไม่รวมคนที่แอบชอบเขาอีกมากมาย เฮ้อ..แค่คิดก็เหนื่อยใจ

จวนอ๋องร้อนราคะ
เขาเก็บนางได้ที่ชายหาด ทว่าเมื่อนางฟื้นขึ้นมากลับจำสิ่งใดไม่ได้ ใบหน้าของนางนั้นคล้ายคลึงสตรีในดวงใจของเขาที่ตายไปแล้ว . เขาหลอกให้นางเป็นสตรีตัวแทน บำเรอกามให้เขาและองครักษ์หนุ่มข้างกาย ทว่ายังมีคนคิดพรากนางไปจากเขา นั่นก็คือพระชายาที่มีใจรักสตรีของเขาเอง และเมื่อนางรู้ความจริงว่าเขาเห็นนางเป็นสตรีตัวแทน นางจึงคิดหนีจากเขาไป ตัวอย่างบางตอน “มองข้า ไม่เช่นนั้นข้าจะวาดไม่ออก” นางเงยหน้าขึ้นจ้องดวงตาที่เห็นชัดว่ากำลังกระหาย เขายิ้มหล่อเหลา คนผู้นี้ทำให้หัวใจของนางสั่นคลอน จากนั้นเขาจึงค่อย ๆ ใช้พู่กันไล้ร่างกายของนางไปทีละส่วน เริ่มจากหน้าผาก กรอบหน้า ไล่ลงมาถึงลำคอ เนินเต้านมขาวที่โผล่พ้นเอี๊ยมสีชมพูของนาง เขาหยุดปลายพู่กันเอาไว้ที่หัวนมแล้วปัดเบา ๆ เขานั่งหันหลังให้หวงเฟยเทียน ในยามที่ปลายพู่กันตวัดเลียที่หัวนมของนางนั้น เขาก็แลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปาก ยังอ้าปากน้อย ๆ แล้วตวัดลิ้นไปมา ท่าทางนั้นคล้ายกับว่าเขากำลังเลียหัวนมของนางอยู่ นางรู้สึกเสียวซ่านไปทั้งกายจนเผลอครางออกมาแผ่วเบา “ซี้ด อา ขะ ข้าเสียว” “เสียวนมข้างนี้หรือ แล้วข้างนี้เล่าเสียวหรือไม่” เขาย้ายพู่กันมาอีกข้างหนึ่ง ละเลงลงไปบนหัวนมแผ่วเบา สัมผัสนั้นทำให้นางครางออกมาอีกครั้ง
