หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก

77.0K · จบแล้ว
หรงเย่า/นาย่า/สุราพันจอก
58
บท
2.0K
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

'หานเชี่ยนหนิง' บุตรสาวคนโตของเจ้าเมืองอันหยาง นางเป็นหญิงสาวผู้ซึ่งใช้ชีวิตอยู่บนเหตุผลและความเป็นจริง ชีวิตนางเรียบง่ายและไร้ความวุ่นวาย กระทั่งการย้ายมาของหัวหน้ามือปราบ 'หยางอวี่' ชะตาชีวิตของนางก็เปลี่ยนไป นางไหนเลยจะคาดคิดว่าตนคือเหตุผล ให้ชายหนุ่มหลบเร้นออกมาจากความวุ่นวายของราชสำนัก

นิยายจีนโบราณรักแรกพบจีนโบราณโรแมนติกกำลังภายในผู้ชายอบอุ่น18+สืบสวนสอบสวนผู้หญิงเรียบร้อย

บทที่ 1.1

เมืองอันหยาง ราชวงศ์ซาง รัชสมัยฮ่องเต้อี้หลง

ทุกหัวมุมในเมืองอันหยางยามนี้ เรื่องที่ชาวบ้านต่างก็กำลังให้ความสนใจ ล้วนหนีไม่พ้นใต้เท้าหานลู่ ท่านเจ้าเมืองคนใหม่ที่เพิ่งจะย้ายมาประจำการ

ข่าวลือบอกต่อกันมาว่าใต้เท้าหานผู้นี้เป็นคนที่ท่านเสนาบดีเสิ่นชื่นชมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นคนซื่อสัตย์เถรตรง ทั้งยังเปี่ยมไปด้วยคุณธรรม ชาวบ้านเมืองอันหยางต่างก็พากันตื่นเต้นยิ่งนัก

เมืองอันหยางห่างไกลจากเมืองยินที่เป็นเมืองหลวง ใต้เท้าเจ้าเมืองคนเดิมเป็นขุนนางกังฉิน ชาวบ้านต่างก็เดือดร้อนจนกระทั่งทนไม่ไหวจนร้องเรียนไปยังเมืองหลวง กระทั่งมีการส่งผู้ตรวจการมาอย่างลับๆ จึงสามารถหาหลักฐานเอาผิดเจ้าเมืองผู้นั้นได้

หลังจากเล็งเห็นแล้วว่าจวนสำหรับเจ้าเมือง อยู่ภายในที่ว่าการเมืองอันหยาง หานลู่ก็ตัดสินใจซื้อคฤหาสน์หลังหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลกันนัก เพราะเขาไม่ต้องการให้ฮูหยินและบุตรสาวทั้งสองต้องเข้าไปอยู่ในเรือนรับรองของเจ้าเมือง

เขาตั้งใจแล้วว่าจะลงหลักปักฐานที่เมืองอันหยางแห่งนี้ หลังจากที่เขาเกษียณจากการเป็นขุนนาง เนื่องจากตอนนี้น้องชายของเขาแต่งฮูหยิน เขาจึงหมดห่วงเรื่องคนดูแลบิดาและมารดา

ความจริงเขาอยากได้คฤหาสน์หลังที่อยู่ติดกัน แต่เพราะขนาดที่ใหญ่กว่าราคาจึงสูงเกินที่เขาจะสามารถจ่ายได้ ดังนั้นจึงได้แต่ลดทอนส่วนที่ไม่จำเป็นลง

จวนว่าการเมืองอันหยางครั้งนี้ เรียกได้ว่าเป็นการกวาดล้างก็คงไม่ผิดนัก เนื่องจากนอกจากท่านเจ้าเมืองแล้ว ท่านเสนาบดียังส่งมือปราบจากเมืองยินถึงสี่คน ทั้งนี้ก็เพื่อให้มาช่วยงานหานลู่โดยเฉพาะ

แต่เพราะเรื่องนี้เพิ่งมีการตัดสินใจ หานลู่จึงมาถึงก่อนมือปราบทั้งสี่คน

“เช่นนั้นเรือนรับรองก็ยกให้มือปราบทั้งสี่ที่จะย้ายมาก็แล้วกัน”

หานลู่ตัดสินใจหลังจากได้รับคำสั่งจากเมืองหลวง เขาให้เจ้าหน้าที่ในจวนว่าการเก็บกวาดและเตรียมการ ในขณะที่ตัวเขาและกุนซือที่ติดตามมากลับเข้าไปจัดการงานที่คั่งค้างอยู่ เนื่องจากเจ้าเมืองคนที่แล้วแทบจะไม่ได้หยิบจับอะไรเลย

“ใต้เท้า” ถงหลี่ผู้ซึ่งเป็นกุนซือขมวดคิ้ว เมื่อกวาดสายตาไปยังรายชื่อของมือปราบทั้งสี่คน ซึ่งท่านเสนาบดีเป็นคนคัดเลือกด้วยตัวเอง

“ท่านเห็นรายชื่อแล้วหรือขอรับ”

“เห็นแล้ว” หานลู่ถอนหายใจ

“หยางอวี่ผู้นี้มิใช่...” ถงหลี่พูดยังไม่จบหานลู่ก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา

“เขาเป็นคนดีมีฝีมือผู้หนึ่ง”

“แต่เหตุใดท่านเสนาบดีจึงเลือกที่จะส่งมาให้ท่าน คนผู้นี้คือเผือกร้อนหัวหนึ่ง หาได้มีใครอยากจะได้มาไว้ในมือ”

“ส่งเขามาที่นี่น่าจะเลวร้ายน้อยกว่าที่อื่น จะอย่างไรก็ดีกว่าให้เขาอยู่ที่เมืองหลวง ให้เขามาที่นี่นับว่ามีประโยชน์มาก ที่นี่ขาดคนดีมีฝีมือ เขาจะช่วยเราได้มากกว่ามือปราบคนอื่นๆ ที่ถูกส่งตัวมา”

ถงหลี่ถอนหายใจอีกครั้ง “ดูเหมือนท่านเสนาบดีจะเอาแต่ใจเกินไปแล้ว หากฮ่องเต้และองค์หญิงหมิงจูทรงทราบนี่มิเท่ากับหาเรื่องให้ท่านหรอกหรือขอรับ”

“เจ้าคิดว่าฮ่องเต้ไม่ทรงทราบหรือ แต่ไหนแต่ไรมีเรื่องใดรอดพ้นพระเนตรพระกรรณบ้าง ถึงนี่จะเป็นคำสั่งท่านเสนาบดี แต่การย้ายหยางอวี่มาเป็นมือปราบเล็กๆ ที่เมืองอันหยาง ไม่มีทางที่จะไม่ทรงทราบ”

จากองครักษ์ขั้นสี่กลับกลายมาเป็นมือปราบต่ำต้อย กระนั้นชายหนุ่มกลับยืดอกรับอย่างเต็มใจ แทนตำแหน่งราชบุตรเขยที่ฮ่องเต้ทรงเสนอให้

แน่นอนว่าเรื่องนี้ย่อมทำให้ฮ่องเต้ทรงกริ้ว แต่ถึงจะกริ้วอย่างไรก็เพียงมีราชโองการให้ส่งตัวไปขังคุกเท่านั้น การที่เสนาบดีส่งเขาออกมาจากเมืองหลวงเช่นนี้ ฮ่องเต้ไหนเลยจะไม่ทรงทราบ ดีไม่ดีเรื่องนี้อาจจะทรงเป็นราชโองการจากฮ่องเต้ก็เป็นได้

“ขณะที่เมืองหลวงกำลังเฉลิมฉลองพิธีเสกสมรสขององค์หญิงหมิงจู ท่านเสนาบดีกลับส่งตัวเขาออกมาจากเมืองหลวง นี่นับเป็นการแก้ปัญหาที่ชาญฉลาด เขาเป็นหัวหน้าราชองครักษ์ที่ฮ่องเต้ทรงโปรดปราน แต่ถึงอย่างนั้นใครจะคิดว่าเขาจะกล้าปฏิเสธ เฮ้อ!”

“แต่ข้าน้อยว่าเขาอาจคิดถูก เป็นขุนนางยังมีวันเกษียณออกมาจากราชสำนัก หากแต่การเป็นราชบุตรเขยนั้นต้องใช้ชีวิตภายใต้สถานการณ์ที่ไม่แน่นอน แต่ถึงอย่างนั้นใครจะคิดว่าเขาจะกล้าปฏิเสธฮ่องเต้ นั่นมิเท่ากับรนหาที่หรอกหรือ เอ...หรือเขาคิดว่าเป็นที่โปรดปรานแล้วฮ่องเต้คงไม่...”

หานลู่ส่ายหน้า “ข้าเคยพบเขาสองครั้ง มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคนหนักแน่นมั่นคง คิดว่าเขาคงยอมรับโดยดีหากฮ่องเต้ทรงพระราชทานโทษตายให้”

ถงหลี่ขมวดคิ้ว “ท่านคิดเช่นนั้นหรือขอรับ”

“เอาไว้เจ้าพบเขาเจ้าจะรู้”

มองดูใต้เท้าของตนมั่นอกมั่นใจปานนั้น ถงหลี่ไหนเลยจะกล้ากล่าวอะไรออกมาอีก เขาได้แต่หวังว่าเมืองอันหยางคงไม่วุ่นวายจนรับมือไม่ได้

เรื่องคดีความต่างๆ นั้นเขามั่นใจว่ารับมือได้ แต่องค์หญิงหมิงจูผู้นั้น เขาไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายจะตามหยางอวี่มาหรือไม่

ข่าวลือที่องค์หญิงหมิงจูชื่นชมในตัวหยางอวี่ แน่นอนมีขุนนางในราชสำนักคนใดบ้างไม่รู้ และก็เช่นกันเรื่องที่หยางอวี่ไม่เคยมีท่าทีใดๆ ก็เป็นที่ประจักษ์

จะว่าไปแล้วการที่เขาปฏิเสธก็ไม่ได้เหนือความคาดหมาย แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่หลายคนไม่คาดคิดอยู่ดี เพราะหากฮ่องเต้ทรงสั่งประหาร แน่นอนว่าศีรษะของหยางอวี่ก็คงหลุดจากบ่าไปแล้ว