กลอุบายในวัง

นางคือ...บุตรีเอกสารพัดพิษลิขิตสวรรค์
หยิ่นซู่ฮั่ว อัจฉริยะคู่ขนานทั้งแพทย์แผนจีนและตะวันตก ข้ามภพไปอยู่ในร่างของบุตรีเอกที่ไม่ได้รับการโปรดปราน แม้แต่งานสมรสก็ยังถูกกลั่นแกล้งขวางอยู่หน้าประตูจวนอ๋อง “อยากก้าวเข้าประตูจวนอ๋อง ก็ต้องตัดสัมพันธ์กับจวนเฉิงเซี่ยงเสียก่อน” “อยากได้มันก็ไม่มา แต่ถ้าซื่อจื่ออยากแต่งงานกับข้า จะมีสนมไม่ได้เด็ดขาดตลอดชีวิต” เข้าจวนเพียงลำพัง แต่งงานเพียงลำพัง เข้าห้องหอเพียงลำพัง หยิ่นซู่ฮั่วแสดงความในใจออกมา มันมีเรื่องดีอย่างนี้เชียวหรือ? ในมือมีห้องปฏิบัติการทางการแพทย์อยู่ นางยิ้มอย่างร้ายกาจ จัดการกับทาสบริวารที่ร้ายเล่ห์อวดดี พร้อมแผนการที่เด็ดขาดเฉียบแหลม และเขามองดูซื่อจื่อเฟยที่เหมือนเป็นเป็นอีกคนด้วยสายตาเยือกเย็น เพียงแต่ว่าแต่งงานไม่กี่วัน ทั้งตี้ตูก็พูดกันหนาหูว่าซื่อจื่อจวนหนิงอ๋องร่างกายอ่อนแอขี้โรค ในห้องหอมีใจไร้แรง น่าสงสารเยี่ยงนัก แต่หยิ่นซู่ฮั่วผู้ใส่ไฟแต่แรกกลับถูกซื่อจื่อบางคนโอบตัวเอาไว้ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น:ได้ยินว่าซื่อจื่อเฟยพูดว่าข้าเสียๆหายๆกับคนไปทั่วงั้นรึ?

เมื่อข้าเกิดใหม่กลายเป็นฮองเฮาไร้ประโยชน์ของฮ่องเต้ไร้ใจ
จากนางระบำต่ำต้อยสู่สตรีอันดับหนึ่งแห่งแคว้นเฟิ่ง ทว่าความจริงแล้วฮองเฮาเป็นเพียงสตรีที่พระสวามีชิงชัง... เขาจะชิงชังนางก็ช่างศีรษะเขาเถิด นางจะขอใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเป็นฮองเฮาไร้ประโยชน์ไปวันๆก็พอแล้ว

ชายาผู้มากพรสวรรค์ เป็นหนึ่งในบัลลังก์
ฉู่จิงกั๋วในฐานะผู้นำสูงสุดแพทย์ภาคสนามที่ทะลุมิติมา นางมีฝีมือในการผ่าตัด ทำการผ่าตัดคลอดด้วยตนเอง ราชาสงครามกลับเกลียดชังอย่างสุดขีด:“นังสัตว์ประหลาด!เทียบกับเหลียนเอ๋อไม่ถึงหนึ่งในสิบเลยด้วยซ้ำ!” ฉู่จิงกั๋วยกเท้าเข้าให้:“งั้นข้าก็สมหมายพวกเจ้า ขอให้พวกเจ้า น้องโสฯกับหมาวัด รักกันไปตราบฟ้าจะหาไม่!” นางอุ้มเด็กทารกและจากไปอย่างสง่า นับแต่นี้ไปข้าจะทำให้ใต้หล้าต้องสะเทือนกับความงามและความสามารถอันยิ่งยอด หมอมหัศจรรย์เป็นนางซะได้!เจ้าสัวหญิงวงการค้าอันดับหนึ่งเป็นนางซะได้!นางบรรเลงขิมผู้ลึกลับยังคงเป็นนาง!เทพสงครามหญิงยอดแกร่งก็ยังคงเป็นนางอีก! ราชาสงครามเสียดายสุดๆ:“กลับมาเถิด มาเป็นพระชายาของข้า” ฉู่จิงกั๋วแสยะยิ้ม:“ขออภัยด้วย ตอนนี้ข้าเป็นฮองเฮา!”พอสิ้นเสียง จักรพรรดิก็อุ้มเด็กน่ารักเยื้องกราย:“ยังไม่เคารพพี่สะใภ้เจ้าอีกรึ?”

โหวน้อยท่านเลิกตื๊อข้าเสียที
ชั่วชีวิตของเซี่ยเฟิงหรั่นมีความปรารถนาอยู่สามประการ ประการแรก: ขอให้มารดาของนางตาสว่างเสียที เลิกทุ่มเทความรักอย่างมืดบอด แล้วมองให้ชัดว่าบิดาของนางนั้นคือบุรุษสารเลวหาตัวจับยาก! ประการที่สอง: ขอให้ท่านย่าเลิกกังวลเรื่องการออกเรือนของนาง เพื่อให้นางได้เลือกเฟ้นสามีที่ว่าง่ายและเชื่อฟังมาเคียงคู่สักคน ประการที่สาม: ขอให้ ท่านโหวตัวน้อย แห่งจวนองค์หญิงอยู่ห่างจากนางไปไกลๆ ปล่อยให้นางได้หาเงินเก็บสะสมสินเดิมออกเรือนอย่างสงบสุขเสียที ใครบ้างจะไม่รู้ว่าท่านโหวผู้ยิ่งใหญ่แห่งจวนองค์หญิงผู้นี้ ผิวหน้าหนายิ่งกว่ากำแพงเมือง มีคู่หมายกระจายอยู่ทั่วเมืองหลวง สตรีทั้วเมืองหลวงต่างหมายปอง กล้ากระทั่งโต้เถียงฮ่องเต้ แย่งชิงสตรีกับเหล่าองค์ชาย ทำเอาอัครเสนาบดีโกรธจนเป็นลม ต่อยตีแม่ทัพจนหมอบราบคาบ ฝีปากกล้าจนเหล่าขุนนางสอดส่องนิ่งอึ้งไร้คำโต้ และทำเอาศาลต้าหลี่สั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว! คนแบบนี้นางย่อมมิอาจไปตอแยด้วยได้! แต่ใครจะไปคาดคิดว่าท่านโหวผู้ยิ่งใหญ่นอกจากจะหน้าหนาแล้ว ความสามารถในการตามตื้อยังเป็นเลิศ มู่ชิงเหยาได้แต่เฝ้ามองตนเองค่อยๆ หลุดจากกำแพงที่วางไว้ หน้ากากที่สวมอยู่ร่วงหล่นลงทีละชั้น จนกระทั่งตกอยู่ในอ้อมกอดของท่านโหวตัวร้าย... และไม่อาจหนีพ้นได้อีกต่อไป! .. นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องสมมุติ

หลินซือเยว่ผู้นี้ มีสามชะตาในคราเดียว
หลังผ่าตัดนักพรตเฒ่าผู้หนึ่งนั้น นางวูบหมดสติและเสียชีวิตลงไป ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกที ก็อยู่ในร่างของคุณหนูปัญญาอ่อนที่มีชื่อเดียวกันผู้นี้เสียแล้ว ทั้งยังจำอดีตชาติยามเป็นปรมาจารย์เต๋าได้อีกด้วย +++โปรย+++ “บอกมาเจ้าเป็นใครกันแน่!” หลินซือเยว่พ่นลมหายใจออกมาเบา ๆ หากไม่บอกความจริงไป เขาคงไม่ปล่อยนางไปง่าย ๆ “นายกองลู่ เจ้าบอกนายท่านผู้สูงศักดิ์ผู้นี้ทีว่าข้าเป็นใคร” “คุณหนูหลินเป็นนักโทษถูกเนรเทศมาอยู่ที่ค่ายทหารเมืองเหลียง นางออกมาทำงานนอกค่าย ตอนนี้ต้องกลับไปรับโทษที่ค่ายตามเดิม นายท่านโปรดอย่าขวางทางพวกเราเลย” นายกองลู่รู้สึกได้ว่าคนผู้นี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ เขาจึงเอ่ยอย่างนอบน้อมออกมา “หึ เป็นแค่นักโทษถูกเนรเทศ” นี่มันสายตาอันใดกัน หลินซือเยว่มองเห็นแล้วไม่สบอารมณ์ยิ่งนัก นางมองดูโหงวเฮ้งของเขา ลองทำนายดูเสียหน่อยจะเป็นไรไป “นายท่านดวงชะตาของท่านช่างลำบากนัก เติบโตมาท่ามกลางการแก่งแย่งชิงดี สูญเสียมารดาไปแล้วมีบิดาก็เหมือนไม่มี แต่ปราณมังกรของท่านยังพอมีพลังอยู่บ้าง เลยทำให้ท่านมีชีวิตรอดมาถึงทุกวันนี้ ตอนนี้แม้แต่บิดาก็ไม่มีแล้ว จุ๊ ๆ ชะตาดอกท้อยิ่งน่าสงสาร สามปีนี้ท่านคงไม่อาจตบแต่งสตรีเข้าจวนได้ แต่ก็ยังมีเรื่องดีอยู่บ้าง สิ่งของที่ท่านตามหานั้น...อยู่ที่นี่” นางดึงเชือกบังคับม้ากลับคืนไป เซวียนหมิงยู่ไม่รู้ว่าตัวเองปล่อยเชือกในมือไปตอนไหน ราวกับถ้อยคำของนางมีมนต์สะกดตรึงให้เขาอยู่กับที่ เขาหันไปทางองครักษ์คนสนิท “เก็บนางไว้ไม่ได้!”

แต่งเข้าวังศัตรูคืนเดียว …ข้าได้กองทัพมาครึ่งแคว้น
"ผู้คนทั่วหล้าต่างไว้อาลัย... คิดว่าองค์หญิงบรรณาการผู้นี้คงมีชีวิตรอดไม่พ้นรุ่งสาง" ทว่าเมื่อแสงตะวันสาดส่อง 'หลี่ชิงเกอ' เดินออกจากห้องหอด้วยรอยยิ้มอาบยาพิษ ในมือไม่ใช่ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตา แต่เป็น 'ตราพยัคฆ์ทมิฬ' ที่สั่งการทหารได้สามแสนนาย! ท่านอ๋องปีศาจผู้เป็นสามีทำได้เพียงมองดูนางกวาดต้อนกองทัพของเขาไปต่อหน้าต่อตา แทนที่จะโกรธเกรี้ยว เขากลับแสยะยิ้มมุมปากอย่างถูกใจ "ข้าต้องการสตรีที่เคียงบ่าเคียงไหล่... แต่ดูเหมือนสวรรค์จะส่ง 'นางมาร' ที่เหนือกว่าข้ามาให้แทน!" วิวาห์ครั้งนี้ไม่มีคำว่าจำยอม มีแต่เกมกระดานที่เดิมพันด้วยบัลลังก์และหัวใจ!

หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้
คำโปรย เพราะสวรรค์ยังมีเมตตา สตรีชั่วช้าอย่างนางถึงได้ย้อนเวลากลับมาแก้ไขอดีต คนไหนที่ทำชั่วไว้กับนาง นางจะเอาคืนมันให้สาสม ส่วนคนไหนที่นางทำผิด นางจะขอชดใช้คืนจนกว่าชีวิตจะหาไม่ แนะนำเรื่อง ชาติก่อนเพราะความโง่งมและหลงมัวเมากับความรักจอมปลอมที่ ‘โจวหยางเทียน’ มอบให้ ‘ลู่ฟางหนิง’ ถึงได้ยอมให้มือของตนแปดเปื้อนเลือดและก่อกบฏแย่งชิงบัลลังก์มาให้เขา แต่ในเมื่อเขาได้ในสิ่งที่ต้องการ เขากลับประหารครอบครัวของนางและวางยาพิษนางจนสิ้นใจตาย และที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือสหายรักของนางอย่าง ‘ซูเยี่ยนหลิง’ กลับแทงข้างหลังของนางอย่างไม่น่าให้อภัย กว่าจะรู้ตัวว่าตนเองถูกชายโฉดหญิงชั่วหลอกใช้ นางก็ไร้ซึ่งลมหายใจไปแล้ว ทว่าสวรรค์ก็ยังนับว่ามีเมตตาที่ให้โอกาสคนชั่วช้าอย่างนางได้ย้อนเวลากลับมาแก้ไขอดีต เมื่อได้หวนคืนกลับมาครานี้ นางจะไม่เป็นสตรีโง่งมให้คนทั้งสองหลอกใช้ อีกทั้งยังจะทำให้ชีวิตของพวกมันพังพินาศ ไม่ต่างจากนางในชาติที่แล้ว!

เกิดใหม่กลายเป็นน้องสาวที่แสนชังของตัวร้ายใช่ว่าจะง่ายเสียหน่อย
ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของเด็กทารกที่ตัวร้ายคิดจะสังหาร นางร้ายคนใหม่ต้องหาทางเอาชีวิตรอด ภารกิจในวันนี้คือการทำให้พี่ชายตัวร้ายเอ็นดู เมื่อความจริงเปิดเผยทำให้รู้พี่ชายตัวร้ายหาใช่คนธรรมดาที่ไหนกัน!

วุ่นนักรักข้ามภพ
แม่หมอดูดวงผู้ที่มีความสามารถพิเศษในการปราบผีได้พบกับรองแม่ทัพหน้านิ่งสุดหล่อผู้มองเห็นผีที่หน้าเหมือนรักแรก จนนางเอกหลงรักหัวปักหัวปำต้องตามจีบกว่าจะได้มาเป็นสามี สามีก็จะมี ผีก็จะต้องไล่!!!

กลับมาครั้งนี้ข้าจะเอาคืนอย่างสาสม
สิ่งที่ข้าต้องการมันสำคัญขนาดนั้นเชียวหรือ? เพียงเพื่อเอาใจชายคนรัก ถึงขนาดลากตระกูลหลินทั้งตระกูลและตระกูลเสวี่ยต้องลงเหวไปพร้อม ๆ กัน หากไม่เป็นเพราะข้าดึงดัน ทุกอย่างมันจะดำเนินมาถึงจุดนี้ไหมนะ ‘ลูกจะแต่งกับเขา!’ ‘หากเจ้าเป็นเด็กดียอมเชื่อฟัง ข้าจะให้ทุกอย่างกับเจ้า...’ ‘วางใจเถอะ! ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อท่าน’ ‘ตระกูลหลินและตระกูลเสวี่ยมีโทษฐานก่อกบฏ ประหารเก้าชั่วโคตร!’ ‘ถ้าไม่ใช่เพราะนาง ตระกูลของเราจะมีจุดจบเช่นนี้เหรอ!’ ‘ทั้งหมด มันก็เป็นเพราะความโง่งมของเจ้า!’ ‘ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านพี่ ซูเอ๋อร์ผิดต่อพวกท่าน ซูเอ๋อร์ไม่หวังให้พวกท่านให้อภัย แต่ซูเอ๋อร์จะตามพวกท่านไป’ ถ้าหากข้า สามารถกลับไปเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง...ข้าจะเอาคืนอย่างสาสม!!

เซี่ยชิงหลี ดรุณีเปลี่ยนชะตาพลิกอนาคต
หลายปีที่ใช้ชีวิตเป็นสายลับ หลังจากตายเซี่ยชิงหลีได้เข้าไปอยู่ในร่างหญิงใบ้ในยุคโบราณ ทั้งชีวิตไม่เคยได้อยู่ดีๆ หลังจากนี้เธอจะทำให้ครอบครัวใหม่มีแต่ความสุข เซี่ยชิงหลี สายลับที่แฝงตัวในนามหมอเถื่อนได้รับมอบหมายให้เจาะเอาข้อมูลลับของกลุ่มวิจัยมนุษย์ จากสถาบันวิจัยเถื่อน ทว่าเกิดการทรยศขึ้นภายในองค์กรทำให้สถานะตนเองถูกเปิดโปง การทรมานทุกรูปแบบได้เริ่มขึ้นเพื่อรีดเค้นเอาความลับ กว่าครึ่งปีที่ต้องทนทุกข์ทรมาน ทว่าฝ่ายศัตรูก็มิได้สิ่งใดจากปากของตน สองศูนย์แปด คือรหัสของเซี่ยชิงหลี พวกมันได้ไปเพียงเท่านั้น ทว่าต่อมาเธอได้ถูกส่งตัวไปยังห้องทดลองวิจัยเพื่อทดลองยาพิษ สามปีที่ติดอยู่ที่นั่นกว่าจะหลบหนีออกมาได้ ภายหลังจากส่งข้อมูลลับให้กับทางองค์กร ที่อยู่ของตนกลับถูกถล่มด้วยละเบิดนาปาล์มลูกใหญ่ เสียงสุดท้ายที่เซี่ยชิงหลีได้ยินคือคำบอกลาจากหัวหน้าครูฝึกของเธอ ตนถูกทิ้งแล้วสินะ... ********************************************* ม่านหมอกยามเช้าลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือพื้นดินและยอดไม้ ละอองน้ำค้างยัง เกาะพราวอยู่บนใบหญ้า เปล่งประกายระยิบระยับเมื่อกระทบกับแสงอาทิตย์ดวงน้อยที่กำลังคลี่แสงออก แม้รอบกายจะดูสวยงามจนมิอาจละสายตา ทว่า...ที่นี่คือที่ไหน! ดวงตาดำขลับสำรวจรอบกายอย่างระมัดระวังตามความเคยชินที่ฝึกเป็นประจำ ทำให้ร่างกายจดจำและกลายเป็นสัญชาตญาณ ไร้แผ่นดินที่แห้งแล้ง ไร้การต่อสู้ ไร้เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว ไร้เสียงปืนและระเบิด ************************************************* ร่างบางพึมพำเสียงเบา สมองยังไม่ทันได้ประมวลผลว่าเหตุใดตนเองยังคงมีชีวิตอยู่ วินาทีต่อมากลับมีผู้หญิงคนหนึ่งพุ่งตัวเข้าหาอย่างรวดเร็วจนไม่อาจหลบได้ทัน เซี่ยชิงหลีตกอยู่ภายใต้อ้อมแขนของหญิงสาวแปลกหน้า ท่าทางที่ดูเป็นกังวลและซุ่มเสียงที่เหมือนกำลังตำหนิตนเองทำให้คนพูดไม่ออก ดวงตากลมโตจดจ้องใบหน้าของหญิงสาวผู้นั้นด้วยท่าทีงงงัน พลันเสียงอื้ออึงก็ดังขึ้นในหัวราวกับประทัดแตก ความเจ็บปวดบางอย่างกรีดแทงเข้าไปในส่วนลึกของประสาท เซี่ยชิงหลียกมือขึ้นกุมหัวของตนด้วยสีหน้าเจ็บปวด แต่แล้วเสียงนั้นก็หายไป ความโล่งสบายเกิดขึ้นในชั่วขณะ ในหัวราวกับถูกกระชากบางอย่างออกไป “....เจ้าได้ยินที่แม่พูดหรือไม่!! หลีเอ๋อ!! เกิดอะไรขึ้น ลูกไม่สบายหรือเจ็บตรงไหนบอกแม่มา” ฟังออกแล้ว!! ในที่สุดตนเองก็สามารถฟังผู้หญิงตรงหน้าเข้าใจ มหัศจรรย์จริงๆ “ชิ! คนก็หาเจอแล้วยังต้องร้องไห้คร่ำครวญอันใดอีก” จางซุนโหรวที่ตามขึ้นเขาในตอนเช้าเพื่อดูลาดเลาเอ่ยเหน็บแนม หญิงสาวหันขวับไปในทันที ความทรงจำหนึ่งพลันแล่นเข้ามาในหัว ทว่าครั้งนี้กลับต่างออกไปเพราะมันคือความทรงจำของคนอื่น และนั่นทำให้ร่างกายของเซี่ยชิงหลีทำไปตามสัญชาตญาณเดิม หญิงสาวพุ่งเข้าคว้าลำคอสตรีนางนั้นด้วยใบหน้าสงบนิ่ง ดวงตาเย็นชาจ้องมองไปยังนางราวกับกำลังมองคนตาย หลายปีที่ต้องคุกคลีอยู่กับความตาย ทำให้กลิ่นอายที่แผ่ออกมาดูน่าพลั่นพรึง บัดนี้เซี่ยชิงหลีรู้แน่ชัดแล้วว่าตนไม่ได้อยู่ที่โลกเดิมที่คุ้นเคย และร่างที่ตนมาอาศัยอยู่เจ้าของเดิมถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมจากคนในครอบครัว ชีวิตที่สองนี้ต้องมาอยู่ในยุคโบราณที่แสนแปลกประหลาด แต่นางก็สามารถยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ทว่า...หากไม่แก้แค้นใจดวงนี้คงมิอาจสงบได้ หญิงสาวออกแรงอีกครั้งใบหน้าของคนที่ตกอยู่ภายใต้กรงเล็บของเธอ เริ่มบิดเบี้ยวเขียวคล้ำเพราะขาดอากาศหายใจ เซี่ยชิงหลีรู้ดีว่าหากออกแรงเพิ่มอีกเล็กน้อย คอเล็กๆ ที่แสนบอบบางคงจะหักอย่างง่ายดาย “หลี่เอ๋อ!! หยุดเดี๋ยวนี้!! ปล่อยป้าสะใภ้ของลูกเร็วเข้า!!” ราวกับได้รับคำสั่งจากผู้บัญชาการ หญิงสาวปล่อยมือโดยอัตโนมัติ แม้จะรู้สึกมึนงงในปฏิกิริยาของตนและเหมือนการควบคุมร่างกายนี้ช่างเป็นไปอย่างยากลำบาก เห็นทีในอนาคตต้องฝึกฝนให้ร่างกายนี้สามารถตามทันความเร็วที่เคยฝึกในชีวิตก่อน “แค่ก!! แค่ก!! แค่ก!!” หญิงผู้เคราะห์ร้ายรีบสูดอากาศเข้าปอดเพื่อให้ตนเองมีชีวิตอยู่ แม้จะถูกทำให้เกือบตายทว่าก็ยังไม่รู้สึกสลด นางชีนิ้วมายังเซี่ยชิงหลีด้วยท่าทางเอาเรื่อง หลังจากกลับมาเป็นปกติจึงร้องโวยวายด้วยสีหน้าเดือดดาล

SET อ๋องใหญ่...จวนสิบสี่
อ๋องใหญ่...จวนสิบสี่ การข้ามมิติของ "ซู่หลิงเถียน" ในครั้งนี้ทำให้เธอได้พบกับ "อ๋องใหญ่ หรือ จ้าวซ่านลู่" อ๋องผู้มีความคิดหื่นตลอดเวลา และแน่นอนว่าเธอจะไปไหนได้เมื่อเขาหมายปองเธอไว้แล้ว ความงามและนิสัยแปลกๆ ของเธอทำให้เขาไม่อาจมองข้ามได้ ยิ่งนับวันยิ่งหลงรักแม่หญิงประหลาดที่มาจากที่ใดตัวเขาเองก็ไม่อาจรู้ได้.... ------- “อือ...ปล่อยข้านะจ้าวซ่านลู่” “ไม่ปล่อยจนกว่าเจ้าจะเป็นของข้า และคืนนี้ข้าจักไม่ปล่อยเจ้าได้นอนหลับเหมือนทุกคืนแล้วเถียนเถียน ข้ามิอาจใจเย็นนอนมองแผ่นหลังเจ้าได้เหมือนทุกคืนที่ผ่านมาได้อีกแล้ว” เขาเกยคางไปกับไหล่เล็กของเธอพร้อมกับหันหน้าแนบถูปลายจมูกโด่งไปกับซอกคอระหงของซู่หลิงเถียน “อือ...อย่าทำแบบนี้จ้าวซ่านลู่ ข้ายังไม่พร้อม” “เดี๋ยวข้าทำให้เจ้าพร้อมเองเถียนเถียน” “มะ...ไม่ได้นะ” “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ชายหญิงเราถูกสร้างมาเพื่อให้เป็นของกันและกัน และเจ้า...เถียนเถียน เจ้าก็ถูกสร้างมาเพื่อข้าเหมือนข้าที่ถูกสร้างมาเพื่อครอบครองเจ้า” “ไม่เลย ท่านไม่ใช่ของข้าคนเดียว ท่านเป็นของคนอื่นด้วย ท่านไม่ได้มีแค่ข้าคนเดียว” เธอแย้งเขา “เจ้าไม่ชอบรึที่ข้ามีสนม หรือเจ้าหวงข้าเถียนเถียน” “ไม่ใช่สักหน่อย ข้าไม่ได้หมายความแบบนั้น ที่ข้าพูดเพราะข้า...เอ่อ...” เธอหาคำพูดของตัวเองไม่เจอซะงั้น ตอนนี้หัวใจของซู่หลิงเถียนนั้นเต้นแรงเหลือเกิน เพราะใจมันอ่อนแอหรือเพราะตกหลุมรักอ๋องใหญ่คิดหื่นไปแล้วกันแน่ “งั้นเจ้าหมายความว่ายังไงเถียนเถียน” เขาหมุนตัวเธอให้หันมาเผชิญหน้ากับตัวเองพร้อมเชยคางมนสวยให้แหงนเงยขึ้นหาตัวเองที่ก้มหน้ามองดูเธออยู่ ยิ่งเห็นริมฝีปากแดงระเรื่อเม้มแน่นก็ยิ่งอยากโน้มลงไปกัดเม้ม และก็ไม่ปล่อยให้ความต้องการนั้นอยู่ในหัวนาน อ๋องใหญ่โน้มลงมาบดจูบปากอวบอิ่มสีแดงระเรื่อของแม่นางในดวงใจตัวเองพร้อมกับบังคับคางมนให้อยู่นิ่งไม่ให้ขยับบิดเบือนดิ้นหนีจูบร้อนของตัวเอง “อ่ะ...อื้อ” *************************** อ๋องใหญ่...จวนสิบสี่(ภาคจบ) การข้ามมิติของ "ซู่หลิงเถียน" ในครั้งนี้ทำให้เธอได้พบกับ "อ๋องใหญ่ หรือ จ้าวซ่านลู่" อ๋องผู้มีความคิดหื่นตลอดเวลา และแน่นอนว่าเธอจะไปไหนได้เมื่อเขาหมายปองเธอไว้แล้ว ความงามและนิสัยแปลกๆ ของเธอทำให้เขาไม่อาจมองข้ามได้ ยิ่งนับวันยิ่งหลงรักแม่หญิงประหลาดที่มาจากที่ใดตัวเขาเองก็ไม่อาจรู้ได้.... ------- “อ๋องหื่น” “หึหึ...ข้าหื่นที่ไหนกันเล่า ข้าแค่อยากแสดงความรักกับเจ้าเท่านั้นเอง และตอนนี้ก็ลับตาคน ข้าว่าเรามาเย้ยฟ้าท้ายุทธภพกันดีไหม” เขาพูดจบก็ผลักร่างเล็กโน้มลงไปนอนราบกับหลังคาทันทีแล้วตัวเองก็คร่อมทับ “อือ...เดี๋ยวหลังคาบ้านเขาพังหรอก” “ไม่ลองไม่รู้เถียนเถียน” “บ้าน่า อย่าทำอะไรพิสดารได้ไหม เดี๋ยวพลาดท่าตกไปพิการเอาหรอก” “ข้ามีวิชาตัวเบา ไม่ทำให้เจ้าเป็นอันตรายหรอกเมียข้า” เขาพูดแล้วก็โน้มหน้าหมายจะลงไปซุกไซ้ซอกคอระหงทันที...... --------- ปล.ฝากเล่ม 2 ตอนจบนิยายจีนเซินเจิ้นเรื่อง "อ๋องใหญ่...จวนสิบสี่" ด้วยนะคะ

บทนางเอกผู้แสนโง่งม ข้าไม่ขอรับไว้!
นางเอกยุคใหม่ไม่ต้องการตบตีแย่งชิงพระเอกกับผู้ใด หากนางร้ายอยากได้พระเอกนางยอมยกให้ ทว่าอุตส่าห์สลัดพระเอกทิ้งได้ไม่นาน ไฉนโชคชะตากลับผลักให้นางได้เจอกับแม่ทัพผู้เหี้ยมโหดแทนเล่า เช่นนี้จะทำอย่างไรดี!

SET อ๋องตู้สะเทือนจวน
"ท่านอ๋องตู้" ผู้เย็นชา จะพ่ายแพ้ให้กับสายน้อย "ชู่เอ๋อ" อย่างไรมาลุ้นกันนะคะ ว่าการแต่งงานทางการเมืองอำนาจของทัั้งคู่จะเปลี่ยนเป็นรักที่ตัดไม่ขาดได้รึไม่.... ----- อ๋องตู้สะเทือนจวน เล่ม 1 “ท่านจะทำอะไรข้า?” ชู่เอ๋อเพิ่งหาน้ำเสียงตัวเองเจอ ส่วนตู้เหลียงเฉิงก็ผละมือที่จับคางมนออกแล้วเดินไปเก็บดาบกายในมือไว้ที่เก็บดาบข้างเตียงแล้วเดินกลับมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม นางช่างไร้เดียงสาตามที่อาจารย์ได้บอกไว้จริงๆ “อยากรู้เหรอว่าข้าจะทำอะไรเจ้าชายาของข้า” “ขะ...ข้าไม่อยากรู้แล้ว” นางขยับตัวถอยหนีทันทีเมื่อคนตรงหน้าได้เปลี่ยนมานั่งเบียดบนเตียง หึหึ “แต่ข้าอยากให้เจ้ารู้ชู่เอ๋อ ข้าอยากแสดงให้เจ้าดูว่าหน้าที่แท้จริงของชายานั้นต้องทำเยี่ยงไร” เขาเอ่ยพลางมือใหญ่ปลดเปลื้องอาภรณ์ของตัวเองออกช้าๆ “หม่อมฉันไม่อยากรู้แล้วท่านอ๋องตู้ หม่อมฉันง่วง อ่า...” นางพูดพร้อมยกมือปิดปากหาว เพราะรู้ถึงความหมายของคำพูดของตู้เหลียงเฉิง แม้นางจะซุกซน แต่ใช่ว่านางจะไม่รู้ว่าชายหญิงยามอยู่ด้วยกันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง “แต่เรายังไม่ง่วงชู่เอ๋อ คืนนี้คือคืนของเรา ยังไงเสียเจ้าก็ต้องปรนนิบัติข้าในฐานะเมีย!” ท้ายประโยคตู้เหลียงเฉิงเอ่ยเน้นให้นางเข้าใจเป็นพิเศษ “ตะ...แต่หม่อมฉันยังไม่พร้อมท่านอ๋อง เป็นวันอื่นได้ไหมเจ้าคะ?” นางต่อรอง “ช่างเจรจาเหลือเกิน เจ้ารู้ไหมว่าการแต่งเข้าจวนของอ๋องตู้ต้องเจอกับอะไรบ้าง” “ก็เจอกับท่านอ๋องตู้” นางตอบซื่อ “นั่นก็ถูก และรู้อะไรไหมว่ายามกลางคืนเจ้าต้องเจอเพลงดาบของข้าที่ได้ร่ำเรียนสะสมมานานตลอดหลายปี” “ท่านจะฆ่าหม่อมฉัน?” “เปล่าชายาข้า ดาบของข้ามันไม่ได้มีไว้เพื่อฆ่าเจ้าให้สิ้นลม แต่มันมีไว้เพื่อให้ความสุขเจ้าต่างหากเล่าชู่เอ๋อ” เอ่ยจบความอ๋องหนุ่มก็จัดการกับอาภรณ์ของตัวเองเสร็จพอดีพร้อมกับขยับตัวเคลื่อนไหวเข้าหาคนที่ขยับตัวถอยห่างและกักร่างเล็กไว้ไม่ให้หนีรอดพ้นมือตัวเองไปได้ “ทะ...ท่านถอดเสื้อทำไมเจ้าคะ” “ไม่ถอดแล้วจะแสดงวรยุทธ์ให้เจ้าดูได้เช่นไรเล่าชายาข้า และเจ้าเองก็ต้องถอดเหมือนกัน ที่หัวเจ้าคงหนักมากแล้วชู่เอ๋อ” มือใหญ่จัดการปลดเครื่องประดับบนหัวของพระชายาออกพร้อมกับก้มต่ำมองลำคอระหงสวยงามแล้วลอบกลืนน้ำลายลงคอไปด้วย กลิ่นกายอ่อนๆ ของสตรีโชยเข้าจมูกจนรู้สึกซาบซ่านท่อนเนื้อมังกรที่อยู่กลางหว่างขา.... *********************** อ๋องตู้สะเทือนจวน เล่ม 2 “เจ้าต้องการหย่างั้นรึชู่เอ๋อ?” เมื่อลุกขึ้นได้ เขาก็ถามย้ำอีกครา “คะ...คือ...” เมื่อนางยังตอบไม่ได้ ตู้เหลียงเฉิงจึงถามย้ำอีกและดังกว่าเดิม “ตอบข้ามาชู่เอ๋อ!” เขาตะโกนถามย้ำอีกครั้งและครั้งนี้ดังกว่าเดิมจนนางสะดุ้งและพลั้งปากตอบกลับไป “ใช่!” “หึ! งั้นก็คลอดบุตรชายให้ข้าก่อน หากข้ายังไม่ได้บุตรชายจากเจ้าก็อย่าหวังว่าข้าจะหย่าให้เจ้าชู่เอ๋อ” “อ่ะ...ว้าย!” ชู่เอ๋อถูกผลักล้มลงไปกับพื้นหญ้าโดยมีคนบาดเจ็บเคลื่อนไหวรวดเร็วมาคร่อมทับ นางเห็นแววตาเจ็บปวดของตู้เหลียงเฉิง แค่ชั่วคราวเท่านั้น ดวงตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา “ทะ...ท่านจะทำอะไรข้า ท่านอ๋องตู้” “ก็จะทำให้เจ้าท้องลูกของข้าไงเล่า อยากหย่ามิใช่รึ” “แต่ท่านบาดเจ็บอยู่นะ ท่านอ๋องตู้” “เจ็บแค่นี้ไม่อาจทำให้ข้าตายได้หรอกชู่เอ๋อ เจ้าอย่าห่วงไปไย ข้าไม่ทำให้เจ้าสะดุดล้มกลางคันแน่นอน” พูดจบเขาก็โน้มหน้าลงไปซุกไซ้ซอกคอระหงของนางในดวงใจของตัวเองทันที ****************************** อ๋องตู้สะเทือนจวน เล่ม 3 (จบ) “ท่านอ๋องตู้ดื่มน้ำชานะเพคะ เดี๋ยวหม่อมฉันรินน้ำชาให้” “มิต้องหรอก ข้าทำเองได้” เขาเอ่ยห้ามเสียงเข้ม “แต่...” “ข้าทำเองได้ชู่เอ๋อ แล้วเจ้าจะไปไหนก็ไปเถอะ ข้าต้องการอยู่คนเดียว เดี๋ยวตอนเย็นก็จะกลับค่ายทหารแล้ว” เขาบอกนางโดยมิสนใจ ยังคงให้ความสนใจก้มหน้าอ่านหนังสือในมือต่อ “ไม่ไปเพคะ หม่อมฉันจะอยู่กับท่านอ๋องตู้” แล้วชู่เอ๋อก็ดึงหนังสือในมือใหญ่ออกมาวางไว้แล้วตัวเองก็ลุกขึ้นขยับไปนั่งทับตักหนาตวัดแขนเรียวสวยโอบกอดลำคอหนา “เจ้าทำอะไรของเจ้าชู่เอ๋อ” “หม่อมฉันขอโทษเพคะที่ก่อนหน้านี้พูดอะไรไปไม่คิด” หึหึ ตู้เหลียงเฉิงแค่นขำในลำคอพร้อมลูบแก้มนวลเนียนก่อนจะเอ่ย “เจ้ารู้รึว่าเจ้าทำผิดอะไรชู่เอ๋อ” “อะ...เอ่อ...” “เจ้ามิรู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าพูดผิดอันใด แล้วทำไมต้องขอโทษด้วยเล่า” “หม่อมฉันขอโทษเพคะ” หึหึ “ข้าไม่ได้ต้องการคำขอโทษชู่เอ๋อ ข้าต้องการอย่างอื่นมากกว่าคำพูดพวกนี้จากปากเจ้า” เขาลูบไล้แก้มนวลเนียนไล้เลื้อยมายังลำคอระหง “อื้อ...ท่านอ๋องตู้” นางหดคอเมื่อรู้แล้วว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรจากตนเอง

ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงกำมะลอ
ตัวเอกเป็นผู้หญิงจากโลกปัจจุบัน ที่ถูกประตูมิติแห่งเวลาดูดไปอยู่ในยุคจีนโบราณ ... ใครๆ ต่างก็เรียกนางว่า องค์หญิง...เช่นนั้นแล้ว หนทางที่จะทำให้นางอยู่รอดได้ ก็คงหนีไม่พ้นต้องยอมสวมบทบาทเป็นองค์หญิงกำมะลอดูเสียแล้วละกระมัง...... ------------------------------------------------------------ ในมุมมืดหลังกำแพงหนาของหอสุราหมื่นลี้ มีสองเงาร่างที่ดูคล้ายกับจะรักใคร่กันดี ยืนประกบหันหน้าเข้าหากัน หากมองอย่างผิวเผิน ก็สามารถทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมา คิดเกินเลยได้ไม่ยากนัก “ดูเหมือนว่าท้องฟ้าก่อนหน้านี้จะเคยปลอดโปร่ง” บุรุษชุดสีเข้มส่ายหน้า พร้อมรอยยิ้มอย่างมีชัย “เหตุใดจึงกล่าวเช่นนั้นเล่า? เห็นได้ชัดว่าเวลานี้ลมพัดเย็นสบายยิ่งนัก” “ท่านไม่ควรที่จะตามข้าไปทุกฝีก้าว รู้ตัวหรือไม่?” เสียงไพเราะ เต็มไปด้วยความดุดันไม่เกรงใจคนที่ยืนประจันหน้าในระยะห่างเพียงฝ่ามือกั้น ในขณะที่คนฟัง ยิ่งกลับทำหน้าตาย ประหนึ่งไม่รู้ร้อนรู้หนาว พาให้ดวงตาคมที่ทอประกายอบอุ่นอยู่นั้น ต้องระเรื่อเจือเอาไว้ด้วยความดุดัน กระซิบน้ำคำเน้นหนัก ด้วยถ้อยคำที่เจ้าตัวตั้งใจต่อว่า ไปที่ใบหูเล็กน่ารัก ของสตรีที่ยืนหน้าง้ำงออยู่ตรงหน้า “เจ้าไม่ควรที่จะอยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่ เหตุใดเจ้าจึงไม่รู้ตัวเสียบ้างเล่า?” “ที่ที่ไม่ควรอยู่เช่นนั้นหรือ? ใครกันเป็นผู้กำหนด?” แม้ว่าจะโต้เถียงอย่างฉับพลัน แต่ความรู้สึกแปลกบางอย่าง ทำให้นางต้องหลุบสายตาของตนต่ำลง กลัวเขาหรือ? หากไม่ใช่ เช่นนั้นแล้ว ใยไม่กล้าสบตา?... “หากเจ้าไม่ลืม ว่าตนเองอยู่ในฐานะใด คำกล่าวเมื่อครู่ คงไม่หลุดออกมาจากปากงามของเจ้า” ใบหน้าหล่อเหลาราวกับลูกรักของพระเจ้า ตั้งใจโน้มต่ำลงมาจนอยู่ในระยะที่อันตราย พร้อมกับกล่าวด้วยเสียงทุ้มปนแหบพร่าออกมาว่า “หรือจะต้องให้ข้า ล้างคำพูดสับสนของเจ้าด้วยตัวข้าเอง?” ........................................... ................................ตัด........................ ร่างเล็กบางนอนระทวยอยู่บนเบาะนุ่มแน่น ครางเสียงที่คิดเองว่าเบา (แต่ไม่เบา)... พร้อมกับแอบซู๊ดปากปล่อยเสียงกระเส่า เมื่อผนังเนื้อนุ่มหยุ่นภายใน ถูกนิ้วร้ายของชายชำแรกแทรกผ่านเข้าไปสัมผัสเปิดช่องทางรักวาบหวาม นางระบายรอยยิ้มพึงใจไปทั่วหน้าจนถึงดวงตาคู่สวย...พลางนึกถึงขนาดขาที่สามของพระสวามีป้ายแดงของตน นิ้วเย็นๆ ยังเร้าใจข้าได้ขนาดนี้ แล้วเอ็นอุ่นๆ นั่นเล่า จะทำให้ข้าเร่าร้อนได้ขนาดไหนกันนะ...~ ~~**************~~ ขออภัยในความไม่เรียบร้อยของนางเอก++ พระเอกดุดันไม่เกรงใจใคร นิยายเรื่องนี้มีปมไม่เยอะ เน้นความย่อยง่าย อ่านสบายอารมณ์ มีดราม่าเล็กน้อยปะปน จบบริบูรณ์ภายในเล่มเดียว

ประตูทราย สู่หัวใจสุลต่าน
"เมื่อประตูทรายถูกเปิด หญิงต่างแดนจะเป็นทั้งคำทำนาย…และดวงใจของผู้ครองนคร" หญิงสาวจากโลกปัจจุบันหลงเข้าไปในอาณาจักรทะเลทรายผ่าน “ประตูทราย” โบราณ ที่นั่น นางถูกสุลต่านผู้ทรงอำนาจจับตามอง เขาเชื่อว่านางคือกุญแจของคำทำนาย แต่ยิ่งใกล้…เขากลับไม่ยอมปล่อยนางไปจากอ้อมแขน ท่ามกลางผืนทรายที่ร้อนระอุและไร้ที่สิ้นสุด “อันธิยา” หญิงสาวจากต่างมิติได้ก้าวข้ามขอบเขตแห่งกาลเวลามาด้วยเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เธอตื่นขึ้นมาในดินแดนที่ปกครองด้วยคมดาบและกฎเกณฑ์ที่เธอไม่รู้จัก ก่อนจะถูกจับตัวโดยกลุ่มโจรทะเลทรายที่ขึ้นชื่อเรื่องความอำมหิต ภายใต้ผ้าคลุมสีดำสนิทและดวงตาคมกริบดุจพยัคฆ์ร้าย คือ “ซาอีด” ชายลึกลับผู้กุมชะตาชีวิตของเธอไว้ แต่สิ่งที่ไม่มีใครล่วงรู้คือ ภายใต้คราบโจรผู้มั่งคั่ง เขาคือ เจ้าชายรัชทายาทแห่งอาณาจักรคาลิม ผู้ถูกหักหลังโดยสายเลือดเดียวกัน ถูกใส่ร้ายจนต้องระเห็จออกจากวัง และต้องกลายเป็นโจรเพื่อซ่องสุมกำลังรอวันทวงคืนความยุติธรรม เมื่อสุลต่านองค์ปัจจุบันเริ่มระแวงในรัชทายาทที่หายสาบสูญ และกองทัพหลวงเริ่มออกไล่ล่าหัวโจรทะเลทรายอย่างบ้าคลั่ง หญิงสาวที่หลงทางมาอย่างบังเอิญกลับกลายเป็นกุญแจสำคัญที่จะชี้ชะตาว่า... ซาอีดจะได้กลับคืนสู่บัลลังก์ในฐานะกษัตริย์ หรือจะยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อรักษาดวงใจเพียงดวงเดียวไว้ในอ้อมกอดแห่งผืนทราย

เสน่ห์รักข้ามศตวรรษ
เสน่ห์รักข้ามศตวรรษ...นิยายรักโรแมนติกที่นางเอกย้อนอดีตกลับไปในศตวรรษที่ 18 เพื่อช่วยเจ้าชายรัชทายาทแห่งชัยปุระได้รับสถาปนาเป็นรัชทายาทสืบต่อมหาราชา มีความพิเศษที่ผู้เขียนได้หยิบยกเอาอาหารอินเดียที่มีวัฒนธรรมหลากหลายและจุดเด่นเรื่องเครื่องเทศที่มีมานานกว่า 7,000 ปี มาเป็นตัวเชื่อมโยงการดำเนินเรื่องไปกับความรักซาบซึ้งของพระเอกในโลกอดีตและโลกปัจจุบัน และขาดไม่ได้ คือ...ดอกบัวหลวง...ดอกไม้ประจำชาติของประเทศอินเดียที่ผู้เขียนนำมาเป็นสื่อรักสร้างความประทับใจ แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้ในนิยายโรมานซ์ คือ บทโรมานซ์ที่จัดให้แบบซ่านซึ้งตรึงใจ @@...การได้สัมผัสรสรักจากพระสวามีเป็นบทเรียนให้รู้ว่าไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด คู่ครองสามารถเสพสุขได้ตามใจปรารถนาและพระสวามีที่รักก็มอบความสุขแก่เธอมากมายเหลือจะพรรณนา...เสน่ห์รักไร้พรหมแดนขวางกั้น แม้นานข้ามศตวรรษรักนั้นมิเลือนหาย ดั่งสัญญาจดจำรักเสน่หาไม่รู้คลาย ตราบฟ้าดินมลายไม่สิ้นรักเสน่หาในตัวเธอ....@@

ย้อนเวลามาเป็นพระชายาของท่านอ๋องตาบอด
เมื่อย้อนเวลามาอยู่ในยุคโบราณที่ผู้ชายล้วนมีสามภรรยาสี่อนุ จื่อรั่วอิงจึงมองหาบุรุษที่จะทำให้นางใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและได้รู้ว่ามีอ๋องผู้หนึ่งไร้ภรรยาและตาบอดเขาคือคนไม่มีใครเอา"สวรรค์ให้ทางรอดข้าแล้ว"

ผืนทราย ร่ายมนต์รัก
เมื่อสาวผู้พลัดถิ่นจากเมืองไทย ต้องพบเจอกับเจ้านายหนุ่มสุดหล่อหน้าคมที่หมายมาดเธอตั้งแต่แรกเห็นหน้า ว่าจะมอบหมายหน้าที่ให้มากกว่าเลขานุการ คำตอบรับจากเธอคือการปฏิเสธ ที่สุดแสนจะหยามหน้ากัน เสือร้ายจึงไล่ตาม ไล่ต้อน แม่สาวตัวเล้กพริกขี้หนู เข้ามาในอ้อมกอดให้จงได้! มนต์แห่งผืนทราย กำลังร่ายดลมนต์แห่งรัก อัสลานชายหนุ่มผู้มีปูมหลังเป็นปริศนา และ จันทร์กระจ่าง เลขานุการสาวชาวไทย ให้ติดกับด้ายแดงแห่งพรหมลิขิต เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายไปด้วยกัน จนกว่าจะพบรัก ก็ต้องฟาดฟันกับชะตากรรมที่โถมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว “ขอบคุณนะครับ ที่ทำให้ผมรู้สึกคลายเครียดขึ้นบ้าง คาไลลา” อัสลานพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เมื่อหยุดหัวเราะได้แล้ว อารมณ์ปรับเปลี่ยนกะทันหันของเขาทำให้เธอค่อนข้างจะงงๆ อยู่สักหน่อย แต่ก็ยิ้มรับ พร้อมกับส่งมือให้เขาจับแถมท้ายอีกด้วย “ไม่เป็นไรหรอกค่ะเจ้านาย เราก็มาช่วยๆ กันไหนๆ เราก็ร่วมหัวจมท้ายกันแล้ว เฮ้อ...เรามาจับมือกันเป็นเพื่อนชั่วคราวดีไหมคะเจ้านาย เพื่อนตายกันเลยก็ได้นะคะเจ้านาย เพราะเราเฉียดตายด้วยกันมาแล้วทั้งคู่” คำพูดของเธอทำให้เขายิ่งยิ้มมากยิ่งขึ้น และยื่นมือของตนเองออกมาจับกับมือเธอแล้วบีบแน่น พลางเอ่ยเสียงทุ้ม “นั่นสิครับ เราเป็นเพื่อนตายกันแล้ว คุณอย่าทิ้งผมไปเสียกลางทางนะครับคาไลลา เราเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกันมาแล้วแบบนี้ ห้ามทิ้งกันเด็ดขาด” “ค่ะ เราเป็นเพื่อนตายกันแล้ว แล้วเจ้านาย เอ่อ...” คนพูดแก้มแดงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง “เพื่อนตายกันน่ะ เค้าห้ามลวนลามเพื่อนนะคะ แล้วก็ห้ามคิดร้ายกับเพื่อนด้วย” “หึๆ ครับ” ชายหนุ่มอมยิ้ม ก่อนจะพยักหน้ารับ นัยน์ตาคมกริบมองใบหน้าหวานด้วยประกายตาระยับยิ้ม เขาไม่เคยมีเพื่อนเพศหญิง ที่เรียกตัวเองว่าจะเป็นเพื่อนตายของเขามาก่อนเลยจริงๆ มีเธอเป็นคนแรก และเขาก็อยากให้เป็นเธอไปตลอดเสียด้วยสิ กับตำแหน่งเพื่อนหญิงคนเดียวของเขาแบบนี้

จารใจ
ครั้งหนึ่งนางเคยรัก จนกระทำเรื่องโง่งม ครั้งหนึ่งเขาเคย ละเลย จนเสียคนที่รักยิ่งไป --- บุตรีจวนแม่ทัพที่ในใจเต็มไปด้วยปณิธานอันแรงกล้า หวังให้แผ่นดินนี้กลายเป็นดินแดนในอุดมคติ ทว่านางกลับถูกคนผู้หนึ่งบังคับหมั้นหมาย เพียงเพราะหยกสลักลายมังกรชิ้นหนึ่ง องค์ชายผู้ไร้ฐานอำนาจ บุรุษไร้ยางอายที่นาง...จำไม่ได้
