อันดับรายสัปดาห์

ชู่ว์...เจ้านาย'เซกส์จืด'แอบย่องหาตอนดึก
26ปีมานี้ สวี่ชิงฮวนไม่เคยมีความรักเลย ถึงตอนที่เธอตัดสินใจที่จะดูหนังผู้ใหญ่ คุณซีอีโอรูปหล่อข้างห้องจะมาจัดจริงให้ดูซะงั้น? คุณซีอีโอที่ปกติแล้วเซกส์จืดมาก ทำมั้ย ทำมัย คืนนี้จัดหนักราวกับสิงห็ร้ายกระหายเหยื่อ! คุณซีอีโอก็จัดแสดงหนังผู้ใหญ่กับสวี่ชิงฮวนไปจริงๆซะเลย สวี่ชิงฮวนนึกว่าตัวเองจะถูกไล่ออก ไม่คาดว่าเขาดูเหมือนจะพอใจความสัมพันธ์ระหว่างเรา ถึงกับขอเธอแต่งงานเลยทีเดียว?!

พลิกโฉมงามภรรยาอ้วนรวยวิชาของท่านโสวฝู่
พอลืมตาขึ้นกลายเป็นหญิงอ้วนที่ถูกขายมาล้างซวย เอาหัวชนกำแพงฆ่าตัวตาย คนแค้นหมาเกลียดไม่พอ ซ้ำยังต้องแบกชื่อเสียงเน่าๆที่ไปแย่งพี่เขยมาอีก โดนคนเหยียดหยามอย่างไร้ชิ้นดี เจียงยิ่งหลีอยากจะตายอีกสักครั้ง แต่พอเห็นหน้ารูปงามของสามี เธอก็มีแรงใจขึ้นมา เผชิญกับญาติใจร้าย อันธพาลไร้มนุษยธรรม มาแต่ละทีก็เอาซะให้น่วม เยียวยาให้กับแค้นที่ไม่เลิกราซะหน่อย ยัยอ้วนอัปลักษณ์เจียงยิ่งหลี สะบัดบ๊อบกลายเป็นแม่นางสวยสดงดงาม วิชาแพทย์เป็นหนึ่งวาสนาล้ำ กำลังจะเห็นจุดสูงสุดในชีวิต กลับมาพบว่าสามีรูปงามของตนนั้นเป็นคุณชายตระกูลร่ำรวย! เผชิญกับการตั้งคำถามของเหล่าผู้คน เจียงยิ่งหลีอยากจะสะบัดก้นหนีไปให้รู้แล้วรู้รอด ไม่คาดว่าสามีรูปงามที่ไม่เคยไยดีนางเลยดันมาดักรอที่ประตูเมือง:เลิกแล้วต่อกันไม่มีทางเสียหรอก นอกเสียจากจะตายจากกัน!

นางคือ...บุตรีเอกสารพัดพิษลิขิตสวรรค์
หยิ่นซู่ฮั่ว อัจฉริยะคู่ขนานทั้งแพทย์แผนจีนและตะวันตก ข้ามภพไปอยู่ในร่างของบุตรีเอกที่ไม่ได้รับการโปรดปราน แม้แต่งานสมรสก็ยังถูกกลั่นแกล้งขวางอยู่หน้าประตูจวนอ๋อง “อยากก้าวเข้าประตูจวนอ๋อง ก็ต้องตัดสัมพันธ์กับจวนเฉิงเซี่ยงเสียก่อน” “อยากได้มันก็ไม่มา แต่ถ้าซื่อจื่ออยากแต่งงานกับข้า จะมีสนมไม่ได้เด็ดขาดตลอดชีวิต” เข้าจวนเพียงลำพัง แต่งงานเพียงลำพัง เข้าห้องหอเพียงลำพัง หยิ่นซู่ฮั่วแสดงความในใจออกมา มันมีเรื่องดีอย่างนี้เชียวหรือ? ในมือมีห้องปฏิบัติการทางการแพทย์อยู่ นางยิ้มอย่างร้ายกาจ จัดการกับทาสบริวารที่ร้ายเล่ห์อวดดี พร้อมแผนการที่เด็ดขาดเฉียบแหลม และเขามองดูซื่อจื่อเฟยที่เหมือนเป็นเป็นอีกคนด้วยสายตาเยือกเย็น เพียงแต่ว่าแต่งงานไม่กี่วัน ทั้งตี้ตูก็พูดกันหนาหูว่าซื่อจื่อจวนหนิงอ๋องร่างกายอ่อนแอขี้โรค ในห้องหอมีใจไร้แรง น่าสงสารเยี่ยงนัก แต่หยิ่นซู่ฮั่วผู้ใส่ไฟแต่แรกกลับถูกซื่อจื่อบางคนโอบตัวเอาไว้ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น:ได้ยินว่าซื่อจื่อเฟยพูดว่าข้าเสียๆหายๆกับคนไปทั่วงั้นรึ?

ร้อยแค้นอดีต ภพนี้ขอทวงคืน คุณหนูสวมรอย
หลี่ชิงลั่ว คุณหนูตัวจริงที่พลัดหลงเร่ร่อนอยู่นอกจวนแม่ทัพ พอถึงวันที่นางถูกตามหาตัวกลับจวนนั้น หลี่ชิงจู คุณหนูสวมรอย เขียนหนังสือลาตายไว้ จุดไฟเผาจบชีวิตตัวเองลง พี่ชายกล่าวว่า:เพราะเจ้าเลยคนเดียว!หากเจ้าไม่กลับมา จูเอ๋อร์ก็ไม่คิดสั้นเช่นนี้!" พ่อแม่มองดูสายตาของนาง ปนเปไปด้วยความลังเล ถึงขนาดเจ็บปวดเหลือทน หลี่ชิงลั่วถึงเข้าใจว่า พวกเขามาเสียใจทีหลังที่นางกลับมา ว่าที่สามีที่ผู้ใหญ่หมั้นหมายให้แต่ยังไม่เกิด:"หญิงอสรพิษที่บีบให้คนไปตาย ตลอดชั่วชีวิตข้าไม่มีวันแต่งงานกับเจ้า ไม่มีวันให้เจ้ามาเป็นเมียข้าเด็ดขาด!" คุณหนูสวมรอยกลายเป็นหญิงผู้งดงามในใจขิงครอบครัวไปแล้ว หลี่ชิงลั่วที่ทุกข์ทรมานและพยายามอย่างหนักเพื่อเอาใจพวกเขา สุดท้ายก็กลายเป็นได้แค่โคลนเลนไม่มีใครใยดี หลี่ชิงลั่วตัวแข็งตายอยู่ในบ้านเก่าทรุดข้างคอกม้าในค่ำคืนหิมะตกหนักอันแสนเหน็บหนาว และ คุณหนูสวมรอยก็กลับมาในเวลานี้พอดี ในช่วงเวลาที่ครอบครัวกำลังปิติยินดีอยู่นั้น ข่าวการตายของหลี่ชิงลั่วก็ส่งมาถึงเรือนหน้าพวกเขากลับเอ่ยว่า:"นางมาไม้นี้ด้วยรึ ทำมาเป็นแกล้งตาย จับซากมันโยนทิ้งให้หมากินประไร!" คราลืมตาขึ้น หลี่ชิงลั่วเกิดใหม่อีกครั้ง

ย้อนชะตาหมอยาแม่ลูกอ่อน
เมื่อเยี่ยหลันก็ต้องลาโลกเก่าอย่างไม่ทันตั้งตัว วิญญาณบรรพบุรุษบอกว่าจะช่วยให้เกิดใหม่ ได้เกิดใหม่ทั้งทีดันเกิดในยุคโบราณแถมมาอยู่ในร่างของคนที่กำลังถูกจับถ่วงน้ำ ข้อหาหญิงงามเมืองท้องไม่มีพ่อ !!

เบิกเนตรทิพย์พลิกชะตาแค้น
ชาติที่แล้ว... ก่อนแต่งงาน “เจียงชิง” ถูกแม่แท้ๆ ปฏิบัติเหมือนทาสและขูดรีดจนหมดตัว หลังแต่งงานก็ยังถูกครอบครัวสามีโขกสับไม่เว้นวัน สามีนอกใจไปมีหญิงชู้จนมีลูกนอกสมรส และสุดท้ายลูกในท้องเธอกลับต้องตาย! สามี: "เจียงชิง เธอใจกว้างหน่อยไม่ได้เหรอ? ตอนนี้หล่อนอุ้มท้องลูกของฉันอยู่ ถ้าหล่อนแต่งเข้ามา พวกเธอก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ" แม่: "เจียงชิง แกจะยอมน้องหน่อยไม่ได้หรือไง?" น้องชาย: "พี่จะโวยวายอะไรนักหนา ปกติพี่ก็กินของพี่เขย ใช้ของพี่เขย ยังไม่พอใจอะไรอีก?” คนที่เธอรักล้วนแต่รัก “เจียงอวี๋” ลูกพี่ลูกน้องของเธอ แต่ยามสามีขัดสนเรื่องเงิน เธอต้องทำงานตัวเป็นเกลียวทั้งหาเงินและดูแลบ้าน พ่อแม่ขอเท่าไหร่เธอก็ให้ น้องชายจะเรียนหนังสือหรือซื้อบ้าน เธอก็เป็นคนออกเงินให้ทั้งหมด! กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งในชาตินี้! เธอขอเจิดจรัสด้วยตัวเอง ใช้ “ดวงตาทิพย์” นำทางจนชีวิตรุ่งโรจน์ วันแต่งงาน เธอส่งแม่สามีเข้าโรงพยาบาล! วันที่สอง สามีโวยวายจะขอหย่า... แบบนี้ก็สวยสิ! “ได้สิ! จัดการทีเดียวให้จบๆ ไปเลย จะได้ไม่เสียเวลา" น้องชายจะขอเงินเหรอ? ฝันไปเถอะ! ใครคิดจะลงไม้ลงมือกับเธอ? เธอก็แค่สวมวิญญาณคนบ้าแล้วตบคืนให้หนัก! ชาตินี้... อย่าหวังว่าใครหน้าไหนจะมาใช้ศีลธรรมจอมปลอมมาบีบบังคับเธอได้อีก!

เกิดใหม่ครั้งนี้กับการแต่งงาน ที่ถูกแย่งชิงจากน้องสาวตัวดี
คู่หมั้นเศรษฐี ถีบส่งฉันไปแต่งงานกับคนพิการ แต่หารู้ไม่ว่า นั่นคือการส่งฉันไปเป็นคุณนายนายพล! "หลินเจียว" น้องสาวฝาแฝดผู้เห็นแก่ตัว แย่งคู่หมั้นหนุ่มบ้านรวยไปเพราะกลัวความลำบาก และผลักไส "หลินซี" ให้ไปแต่งงานกับ "กู้หานเจิง" นายทหารขาเป๋ที่อนาคตดับวูบและถูกเนรเทศไปอยู่คอกวัว ทุกคนหัวเราะเยาะว่าหลินซีต้องตกนรกทั้งเป็น แต่ใครจะรู้ว่า หลินซีคนนี้พก "มิติวิเศษ" ติดตัวมาด้วย! ขาเป๋เหรอ? รักษานิดเดียวก็หาย! อดอยากเหรอ? ในมิติมีหมูมีไก่กินไม่หมด! ถูกรังแกเหรอ? เจอแม่ฟาดกลับหน้าหงาย! จากบ้านดินปลายนา สู่คฤหาสน์หรูในเมืองหลวง ในขณะที่น้องสาวตัวดีต้องทนทุกข์กับผัวเฮงซวย หลินซีกลับนั่งนับเงินพันล้านข้างสามีที่รักนางดั่งดวงใจ "ขอบคุณนะที่แย่งขยะไป แล้วโยนเพชรมาให้ฉัน!"

ทะลุมิติมาเลี้ยงดูครอบครับที่ตกยาก
กู้จื่อเว่ยต้องมาอยู่ในร่างเด็กสาวชนบท ที่บิดาไปทหารแทนพี่ชายของเขา เมื่อมีข่าวว่าบิดาเสียชีวิตในสนามรบ บ้านใหญ่ไม่ลังเลที่จะขับไล่นางกับมารดาและน้องๆ จากนักการตลาดต้องมาจับจอบจับเสียมขึ้นเขาล่าสัตว์ เพื่อเลี้ยงอีกสามชีวิต

ยอดหญิงพลิกชะตา อาณาจักรการค้าแห่งตงไห่
สุสานคนเป็นงั้นหรือ? ซีอีโอสาวที่ถูกเนรเทศขอพลิกเกาะร้างให้เป็นขุมทรัพย์มหาศาล! แถมยังกล้าจ้างท่านอ๋องหน้าน้ำแข็งมาเป็นผู้คุ้มกัน รู้ตัวอีกทีเขาก็หอบกองทัพมาเป็นสินสอดเพื่อขอผูกขาดหัวใจนางผู้เดียว!

ข้าไม่ใช่คนดีท่านอย่าได้หวัง
จางลี่สตรีเกิดมาพร้อมกับความเกลียดชัง บิดามารดาไม่รัก พี่สาวรังเกียจ รอบด้านทำร้ายร่างกาย ชาติภพนี้นางถูกคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีทำร้ายจนตาย เมื่อเกิดพบชาติใหม่อีกครั้ง นางก็ขอตอบแทบพวกเขาอย่างสาสม อย่าคิดว่าชาติภพนี้พวกเขาจะได้อยู่สุขสบาย นางในชาตินี้จะถนอมพวกเขาเป็นอย่างดี “ข้าไม่ใช่คนดี ท่านอย่าได้หวังว่าข้าจะดีเหมือนคนอื่น หากท่านปรารถนา พบสตรีที่ดีก็เชิญไปหาที่อื่น” บุรุษปริศนาที่ติดตามนางจะเลือกเส้นทางไหน แล้วนางจะตอบแทนพวกเขาเหล่านั้นเช่นไร รอพวกเขาหาคำตอบ แต่บอกได้เลยว่านางหาได้ใจดีเหมือนชาติที่แล้วไม่ “ข้าเตือนท่านแล้ว ว่าอย่าได้หวังว่าข้าจะเป็นคนดี”

สมบัติแห่งขุนเขา
เนี่ยหลิง ตายแบบ งงๆ และได้ไปเกิดใหม่แบบ งงๆ ในโลกลมปราณของผู้ฝึกตนและพร อีก สอง ข้อ พร้อมธนู และลูกธนูหนึ่งชุด แหวนมิติเก็บของหนึ่งวง อย่าถามหา เหตุผล ว่าทำไม เนี่ยหลิงก็ไม่รู้เช่นกัน หวังว่า มันจะดี

ย้อนเวลากลับมาอีกครา ใบหย่านี้ข้าจะฉีกทิ้งเอง
ชาติก่อนร่ำร้องแต่จะหย่าเพราะสามีเย็นชาเกินไป แต่หลังจากหย่า1ปีนางถูกบ้านเดิมขายให้โจร ส่วนสามีรับราชการรุ่งโรจน์ เขาตามหานางและฝังศพให้นางกับมือ ได้โอกาสเกิดใหม่ครานี้หนังสือหย่านี้ข้าฉีกทิ้งเอง!!

ข้าจับจองเจ้าตั้งแต่วัยเยาว์
'จ้าวเหยียนอวี้' ชินอ๋องผู้หล่อเหลา เยือกเย็น และเหี้ยมหาญ เฝ้ามองดรุณีน้อยจวนกั๋วกงเติบโตมาตั้งแต่นางยังก้าวเดินไม่มั่นคง ประคองมือน้อยๆ นั้นคัดอักษร สอนสั่งจริยธรรม และกางปีกปกป้องนางไว้ใต้ร่มเงาของตนมานับสิบปี สำหรับ 'กู้หนิงซี' เขาคือท่านอาผู้แสนดีที่นางเคารพรักประดุจบิดาคนที่สอง โดยหารู้ไม่ว่า ภายใต้ท่าทีเคร่งขรึมดุดันนั้น ซุกซ่อนความปรารถนาอันลึกล้ำที่รอวันปะทุ เมื่อวันปักปิ่นมาเยือน จากวัยเยาว์แปรเปลี่ยนสาวน้อยงดงามสะพรั่งที่ดึงดูดหมู่ภมร แม้แต่ราชสำนักยังหมายตานางให้เคียงคู่กับองค์ชายเจ็ดผู้สูงศักดิ์ บุรุษที่เคยวางมาดเป็นผู้ใหญ่จึงเริ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้... กำแพงแห่งศีลธรรมที่เขาสร้างไว้พังทลายลง พร้อมกับสัญชาตญาณราชสีห์หวงเนื้อที่ตื่นขึ้น เขาเริ่มรุกไล่ทีละนิด แทรกซึมเข้าไปในทุกจังหวะชีวิตและการเต้นของหัวใจนางอย่างแนบเนียน ผู้ใดกล้าแตะต้องดวงใจของเขา ต่อให้เป็นโอรสสวรรค์ เขาก็จะแย่งชิงนางกลับมาให้จงได้!

ปฐมบทนางร้ายจำยอม
นางคือ ‘เสิ่นลั่วอิง’ บุตรีคนโตผู้มีดวงอัปมงคลแห่งจวนกั๋วกง ถูกทอดทิ้งให้ดิ้นรนเอาชีวิตรอดในชนบทแสนกันดาร จนกระทั่งถึงวัยปักปิ่น ขบวนเกี้ยวสีแดงสดก็มารับตัวนางกลับเมืองหลวง ไม่ใช่เพื่อเชิดชูเกียรติ แต่เพื่อบังคับให้นางเป็นตัวตายตัวแทน เข้าพิธีวิวาห์กับ ‘ชินอ๋อง’ ทรราชผู้เหี้ยมโหดที่แม้แต่ฮ่องเต้ยังต้องหวาดระแวง ในเมื่อจวนกั๋วกงเน่าเฟะจนถึงขั้นบีบคั้นและพรากชีวิตคนสำคัญของนางไป นางก็จะขอลบความเป็นมนุษย์ทิ้ง แล้วตอบแทนความแค้นนี้อย่างสาสม การแต่งงานกับทรราชผู้ฆ่าคนเป็นผักปลาผู้นี้ คือหนทางเดียวที่จะมอบอำนาจให้นางใช้บดขยี้จวนกั๋วกงให้แหลกลาญ ทว่าบุรุษผู้มีรอยยิ้มอาบเลือดผู้นั้น กลับเป็นชายปริศนาในอดีตที่นางเคยพบเจอ และเป็นผู้ที่พรากความบริสุทธิ์ไปจากนาง เขาคือปีศาจร้ายที่แสนอันตราย แต่กลับยินดีคุกเข่าแทบเท้านาง พร้อมแปรเปลี่ยนตนเองเป็นอาวุธสังหารที่คมกริบที่สุด เพื่อแลกกับการได้ครอบครองร่างกายและหัวใจของนางแต่เพียงผู้เดียว เมื่อ ‘นางร้าย’ ผู้มีหัวใจด้านชา จับมือกับ ‘ทรราช’ ที่คลั่งรักอย่างไร้ศีลธรรม... นรกบนดินจึงได้เริ่มต้นขึ้น!

ข้านี่แหละ พระชายาตัวแทนของตัวร้ายตาบอด
.... โปรย.... ในวันอภิเษก ซูเยวี่ยลืมตาตื่นขึ้นมาในร่างของตัวประกอบไร้ชื่อ ผู้มีฐานะเป็นเพียง ‘บุตรสาวคนขายฟืน’ ที่กำลังจะถูกส่งตัวไปแต่งงานแทน ‘นางเอก’ ของนิยายเรื่องนี้ และคนที่นางต้องอภิเษกด้วยก็คือ ‘เยี่ยนเซียวเหิง’ อ๋องตาบอดผู้เย็นชา โหดเหี้ยม และขึ้นชื่อว่าเป็นตัวร้ายที่ผู้คนหวาดกลัวที่สุดในแคว้นเซิ่ง! ในฐานะคนที่เคยอ่านนิยายเรื่องนี้มาก่อน ซูเยวี่ยรู้ดีว่าจุดจบของตัวประกอบอย่างนางน่าเวทนาเพียงใด เพราะหลังจากความจริงเรื่องการสลับตัวถูกเปิดเผย เยี่ยนอ๋องจะสังหารนางอย่างเลือดเย็นโดยไม่ลังเล ดังนั้น สิ่งที่ซูเยวี่ยต้องทำก็คืออยู่ให้ห่างจากตัวร้ายผู้นั้นไว้ให้มากที่สุด และหาทางหนีออกจากวังหลวงให้เร็วที่สุดก่อนจะถึงจุดจบในนิยาย! แต่ใครจะคิดว่า ระหว่างที่กำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอด นางกลับถูกดึงเข้าไปพัวพันกับแผนการแก่งแย่งในวังหลวง และความลับมากมายที่พร้อมจะทำให้หัวนางหลุดจากบ่าได้ทุกเมื่อ และที่สำคัญที่สุดคือ… สามีของนาง อาจไม่ได้ ‘ตาบอด’ จริงๆ นี่สิ!

สามีเจ้าพ่อบังคับให้ฉันบริจาคไตช่วยชู้รัก พอฉันหายไป เขากลับเป็นบ้า
สามีของฉัน ลูกา แกมบีโน เจ้าพ่อมาเฟียแห่งนิวยอร์ก โยนเอกสารยินยอมผ่าตัดปลูกถ่ายไตลงมาตรงหน้าฉันแล้วพูดเพียงสั้น ๆ ว่า “เซ็นซะ” เขาต้องการใช้ร่างกายของฉัน เพื่อชดใช้หนี้บุญคุณที่ติดค้างผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ฉันรับเอกสารที่เขาเรียกว่า “ข้อตกลงชดเชย” ฉบับนั้นมา ในจังหวะนั้นเอง คามิลลาโทรมาพร้อมเสียงสะอื้นไห้ เขาแทบไม่ได้ก้มลงมองให้ดี รีบเซ็นชื่อตัวเองลงบนเอกสาร ก่อนจะหันหลังเดินจากไปอย่างร้อนรน แต่สิ่งที่เขาเซ็นจริง ๆ กลับเป็นใบหย่าที่ถูกซ่อนไว้ใต้สุดของกองเอกสาร คืนนั้นเอง ฉันหายตัวไปท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำในนครนิวยอร์ก ห้าปีต่อมา ในงานเลี้ยงฉลองครบรอบหนึ่งร้อยปีของธนาคารเอกชนแห่งหนึ่งในนครซูริก ฉันได้พบกับลูกา แกมบีโนอีกครั้ง บรรดาตระกูลเก่าแก่ผู้ทรงอิทธิพลของยุโรปกำลังยืนสนทนากันอยู่ไม่ไกล “นั่นใช่แกมบีโนหรือเปล่า? ได้ยินว่าห้าปีมานี้ เขาไม่มีผู้หญิงอยู่ข้างกายเลยสักคน” “แค่นั้นยังไม่ใช่ที่สุด เขาปฏิเสธการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างตระกูลแทบทุกครั้งที่ถูกเสนอมา ว่ากันว่าเจ้าพ่อแกมบีโนคนนี้ยังคงรอให้อดีตภรรยากลับมาอยู่เลย” ลูกา แกมบีโนเดินฝ่าฝูงชนมาหยุดตรงหน้าฉัน เสียงของเขาแหบพร่าจนแทบแตก “เอเลนา... ไม่ได้เจอกันนานเลย” “ไม่ได้เจอกันนานนะคะ คุณแกมบีโน” ฉันพยักหน้าเล็กน้อย น้ำเสียงสุภาพและห่างเหิน ราวกับกำลังต้อนรับลูกค้าคนหนึ่งที่มีมูลค่าทางธุรกิจเท่านั้น กรามของเขาเกร็งแน่น ดวงตาแดงก่ำ ราวกับมีคำพูดนับพันติดอยู่ในลำคอ แต่กลับเปล่งออกมาไม่ได้แม้แต่คำเดียว ผู้ช่วยของฉันเดินเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ก่อนก้มศีรษะเล็กน้อย “คุณคอสตา รถพร้อมแล้วค่ะ คุณฟัลโกถามมาว่าจะให้เขามารับคุณด้วยตัวเองหรือไม่” “ไม่ต้องหรอก” ฉันยิ้มบาง ๆ สายตาไล่ผ่านใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดของลูกา “บอกเขาว่าฉันจะไปเดี๋ยวนี้” ฉันหันหลังเดินไปยังรถยนต์สีดำที่จอดรออยู่ด้านนอก ซึ่งติดป้ายทะเบียนทางการทูตแบบพิเศษ นับตั้งแต่วินาทีที่เขาเซ็นชื่อลงไป เขาก็ถูกขับออกจากโลกของฉันตลอดกาล ……

ทายาทที่หายไป
เสียงปรบมือของแขกสามร้อยคนดังกึกก้อง ขณะที่ชายผู้เป็นที่รักของฉันกำลังคุกเข่าต่อหน้าผู้หญิงอีกคน—กลางสวนกุหลาบที่ฉันเป็นคนลงมือปลูกด้วยตัวเอง—พร้อมประกาศว่าตัวตนของฉันเป็นเพียงเรื่องหลอกลวง นับจากวินาทีนั้น ฉันก็ไม่ใช่ โอลิเวีย แลงแคสเตอร์ อีกต่อไป เพียงแต่ในตอนนั้น ฉันยังไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็นใคร สิ่งแรกที่สะดุดตาคือแหวนเพชรวงนั้นที่เปล่งประกายอยู่ใต้แสงแดดของเดือนมิถุนายน เพชรสามกะรัต เจียระไนทรงเอเมอรัลด์ ตัวเรือนแพลทินัม ฉันจำรายละเอียดได้ทุกอย่าง เพราะเมื่อแปดเดือนก่อน มาร์คัสเคยให้ฉัน “ช่วยเลือกแบบที่เป็นนิรันดร์” และฉันก็เป็นคนเห็นใบเสร็จวงนั้นกับตา ตอนนั้นฉันยังคิดว่า มันถูกเตรียมไว้เพื่ออนาคตของพวกเรา เขาคุกเข่าอยู่กลางสวน ท่ามกลางกุหลาบดามัสก์สี่ร้อยต้นที่ฉันใช้เวลาสามฤดูร้อนในการเสียบกิ่งและดูแลด้วยตัวเอง ซุ้มดอกไม้เหนือศีรษะของเขาก็เป็นแบบที่ฉันออกแบบเอง ทุกกลีบดอก ทุกหนาม ทุกส่วนโค้งของโครงเหล็ก ล้วนเป็นหยาดเหงื่อแรงกายที่ฉันทุ่มเทเพื่อสร้างภาพลักษณ์อันสมบูรณ์แบบให้กับตระกูลนี้ ส่วนโซเฟีย แลงแคสเตอร์ ยืนอยู่ท่ามกลางทุกสิ่งนั้น ใช้มือทั้งสองปิดปาก สีหน้าตกใจได้อย่างพอดิบพอดีราวกับซ้อมมาอย่างดี เธอสวมชุดสีขาวจากวาเลนติโนที่มองอย่างไรก็เหมือนชุดเจ้าสาว “โซเฟีย” มาร์คัสเอ่ยขึ้น เสียงของเขาถูกขยายผ่านไมโครโฟนไร้สายที่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเตรียมไว้อย่างเอาใจใส่จนดังก้องไปทั่วงาน “คุณต่างหากคือหัวใจที่แท้จริงของตระกูลแลงแคสเตอร์ ผมน่าจะมองเห็นเรื่องนี้ตั้งแต่แรก” เสียงฮือฮาดังขึ้นจากฝูงชน ราวกับทุกคนกำลังชมภาพยนตร์โรแมนติกเรื่องหนึ่ง ส่วนฉันยืนอยู่ด้านหลังสุด แถวที่สี่สิบเจ็ด หลังพนักงานฝ่ายจัดเลี้ยง นั่นคือจุดที่ผู้ช่วยของเฮนรี แลงแคสเตอร์ แนะนำให้ฉันยืนทันทีที่มาถึง “โอลิเวีย คืนนี้ช่วยทำตัวไม่ให้เด่นมากนะ เพื่อภาพลักษณ์ของตระกูล”

สิบเอ็ดวินาที
ตลอดห้าปีที่ผ่านมา ฉันเชื่อมาตลอดว่ามหาเศรษฐีผู้เป็นพ่อแท้ ๆ ของลูกแฝดของฉัน ไม่เคยรู้เลยว่าฉันมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ จนกระทั่งค่ำคืนนี้ ในงานเลี้ยงของบริษัทเขา ภรรยาของเขาชี้หน้าฉันต่อหน้าทุกคน พร้อมด่าว่าฉันเป็นเพียงเครื่องมืออุ้มบุญชั้นต่ำ ส่วนเขา...ตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่เอ่ยปากพูดแม้แต่คำเดียว มุมมองของ ลีน่า: ฉันไม่น่ากลับมานิวยอร์กเลย ไม่ว่าความร่วมมือครั้งนี้จะสำคัญต่อบริษัทของฉันมากแค่ไหน ฉันก็ไม่ควรตอบรับคำเชิญมางานกาลาดินเนอร์การกุศลประจำปีของ Ashford Group ตั้งแต่แรก ฉันควรส่งผู้ช่วยไปแทน หรือส่งทนายไปก็ได้ จะเป็นใครก็ได้...ยกเว้นตัวฉันเอง แต่สุดท้ายฉันก็มา เพราะลึก ๆ ในใจยังมีเศษเสี้ยวของตัวตนที่ฉันพยายามฆ่าทิ้งมาตลอดห้าปี ทั้งโง่เขลา ทั้งแตกสลาย และยังอยากเห็นหน้าเขาอีกสักครั้ง เดเมียน แอชฟอร์ด ผู้ชายที่ทำให้ฉันอุ้มท้องลูกของเขาอยู่เก้าเดือน ผู้ชายที่จ่ายเงินสองแสนดอลลาร์เพื่อจ้างฉันเป็นแม่อุ้มบุญ ก่อนจะลบฉันออกจากชีวิตอย่างง่ายดาย ราวกับขีดฆ่ารายการค่าใช้จ่ายรายการหนึ่งบนเอกสารบัญชี ตอนที่เซ็นสัญญา ฉันเพิ่งอายุยี่สิบเอ็ดปี ตอนนั้นฉันหมดหวังจนแทบไม่เหลืออะไร ถูกหนี้ค่ารักษาพยาบาลก้อนโตของแม่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก จึงตอบรับประกาศรับสมัครแม่อุ้มบุญทางคลินิกที่ไม่เปิดเผยตัวตน ทุกขั้นตอนเย็นชาและไร้ความรู้สึก ฉันไปคลินิก ทำการฝังตัวอ่อน แล้วเข้ารับการตรวจทุกเดือนกับแพทย์คนหนึ่งที่เรียกฉันว่า "ภาชนะ" ฉันไม่เคยเห็นหน้าพ่อแท้ ๆ ของเด็กเลย นั่นคือกฎของที่นั่น สำหรับพวกเขา ฉันเป็นเพียงมดลูกที่ให้เช่า เท่านั้นเอง แต่ธรรมชาติไม่เคยเดินตามเงื่อนไขในสัญญา ตอนตั้งครรภ์ได้เจ็ดเดือน ฉันตกเลือดอย่างหนัก แพทย์บอกว่าเด็กทั้งสองอาจจะไม่รอด ตลอดสามวันนั้น ฉันนอนอยู่บนเตียงคนเดียวด้วยความหวาดกลัว สวดอ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอแลกชีวิตของตัวเองเพื่อให้ลูกทั้งสองได้มีชีวิตอยู่ พวกเขารอดมาได้ เป็นเด็กผู้ชายฝาแฝด ก่อนที่ฉันจะถูกบังคับให้ส่งตัวพวกเขาไป ฉันได้อุ้มลูกเพียงสิบวินาที แค่สิบเอ็ดวินาทีเท่านั้น ได้สัมผัสความอบอุ่นของร่างเล็ก ๆ ที่แนบอยู่กับอก เห็นนิ้วน้อย ๆ ของพวกเขาเกี่ยวปลายนิ้วของฉันเอาไว้แน่น แล้วจากนั้นพวกเขาก็ถูกอุ้มจากไป ส่วนสิ่งที่ฉันได้รับกลับมา มีเพียงเช็คหนึ่งใบกับสัญญาปกปิดความลับ ฉันเซ็นชื่อลงไปทั้งที่มือยังสั่น และชุดคนไข้บนตัวก็ยังเปื้อนคราบเลือด แต่สิ่งที่บริษัทตัวกลางไม่เคยบอกฉันก็คือ ตัวอ่อนเหล่านั้นมีไข่ของฉันรวมอยู่ด้วย ภายหลังเมื่อฉันไปเจอความจริงจากเอกสารที่ถูกวางสลับกัน พวกเขากลับอธิบายหน้าตาเฉยว่าเป็นเพียง "ความผิดพลาดด้านเอกสาร" เด็กทั้งสองไม่ได้เป็นแค่ลูกที่เกิดจากการอุ้มบุญ พวกเขาคือลูกของฉัน มีดีเอ็นเอของฉัน มีสายเลือดของฉัน และเป็นลูกแท้ ๆ ของฉัน

ภรรยาที่หวนกลับมา
ฉันตายในวันอังคารวันหนึ่ง นอนเท้าเปล่าอยู่บนพื้นห้องครัว ส่วนสามีของฉันกลับก้าวข้ามศพของฉันไปรับโทรศัพท์อย่างไม่สะทกสะท้าน บนหน้าจอปรากฏชื่อของน้องสาวฉัน เขารับสายแล้วพูดเพียงประโยคเดียวว่า “ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว” นั่นคือประโยคสุดท้ายที่ฉันได้ยินก่อนตาย แต่เรื่องที่เหลือเชื่อที่สุดก็คือ ฉันกลับลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง และย้อนเวลากลับไปเมื่อสิบแปดเดือนก่อน... กลับไปยังเช้าวันที่เป็นจุดเริ่มต้นของหายนะทั้งหมดในชีวิตฉัน เสียงนาฬิกาปลุกกรีดร้องไม่หยุด เวลา 6.15 น. วันที่ 3 พฤศจิกายน 2022 ฉันจำวันที่นี้ได้ไม่มีวันลืม มันฝังอยู่ในความทรงจำราวกับความเจ็บปวดจากกระดูกหัก ทั้งรุนแรง ชัดเจน และไม่มีวันลบเลือน เพราะเช้าวันนี้เองที่ฉันเซ็นใบหย่า เช้าวันนี้เองที่ฉันยื่นทุกอย่างด้วยสองมือของตัวเอง ทั้งบ้าน ศักดิ์ศรี และอนาคตทั้งหมดให้กับ เนธาน ครอสเพียงเพราะทนายของเขาบอกว่าต่อให้ขึ้นศาลฉันก็จะไม่ได้อะไรเลย ขณะที่น้องสาวแท้ ๆ ของฉัน วาเนสซา ก็กระซิบข้างหูว่า “พอเถอะ ลิลี่ ปล่อยเขาไปเถอะ เธอสู้ผู้ชายแบบนั้นไม่ได้หรอก” ฉันสะดุ้งลุกขึ้นนั่งบนเตียง หอบหายใจแรง มือรีบลูบที่ลำคอตัวเองอย่างลนลาน ไม่มีรอยช้ำ ไม่มีคราบเลือด และไม่มีพื้นกระเบื้องเย็นเยียบรองอยู่ใต้ใบหน้า ปลายนิ้วของฉันสั่นระริกขณะลูบแก้มตัวเอง มันยังอุ่น ยังมีเลือดฝาด... ฉันยังมีชีวิตอยู่ ทุกอย่างในห้องนอนยังเหมือนในความทรงจำไม่มีผิด ที่นี่คืออพาร์ตเมนต์ที่เนธานโยนฉันออกมาให้อยู่หลังจากขอหย่า ผนังสีครีม กระเป๋าเดินทางที่เก็บของค้างไว้เพียงครึ่งเดียวตรงมุมห้อง และซองเอกสารสีเหลืองบนโต๊ะหัวเตียงที่วางอยู่นิ่ง ๆ นั่นคือเอกสารหย่า ฉันคว้าซองเอกสารขึ้นมา เปิดอ่านอย่างรวดเร็ว ไล่สายตาไปตามข้อความที่เคยจำได้ขึ้นใจในชาติก่อน ความขัดแย้งที่ไม่อาจประนีประนอม โจทก์: เนธาน ครอส จำเลย: ลิลี่ เฉิน และในหน้าสุดท้าย เพียงฉันเซ็นชื่อลงในช่องว่างนั้น ฉันก็จะสละชีวิตแต่งงานสามปี รวมถึงเงินทุกบาทที่ควรเป็นของฉัน

คนรักในกรงขังของเจ้าพ่อ
ตลอดสามปีที่ผ่านมา ฉันเป็นเพียงคนรักลับที่ไคลัน โคซาซ่อนไว้ในเงามืด คอยเฝ้ารอวันแล้ววันเล่าที่เขาจะมอบตำแหน่ง "เจ้าแม่" แห่งตระกูลโคซาให้กับฉัน แต่ในวันที่เขาอ้างว่าต้องออกไปจัดการ "ธุระของตระกูล" ฉันหยิบโทรศัพท์ของเขาขึ้นมา และก็พบว่าเมื่อไม่กี่นาทีก่อน เขาเพิ่งประกาศข่าวหมั้นหมายกับผู้หญิงอีกคนต่อหน้าสังคมทั้งประเทศ วินาทีนั้นเอง ฉันถึงได้ตาสว่าง ฉันไม่เคยเป็นผู้หญิงที่เขาเลือกให้ขึ้นเป็นเจ้าแม่เลย ฉันเป็นเพียงของเล่นส่วนตัวที่เขาเลี้ยงไว้เพื่อสนองความต้องการของตัวเองเท่านั้น แจ้งเตือนข่าวเด้งขึ้นมาบนหน้าจอเต็มไปหมดในเวลาสี่ทุ่มครึ่ง [ข่าวใหญ่: ตระกูลโคซาและตระกูลมอร์โรว์ประกาศผนึกกำลังอย่างเป็นทางการ—เจ้าพ่อเตรียมจัดพิธีหมั้นสุดยิ่งใหญ่กับบุตรสาวคนเดียวของตระกูลมอร์โรว์] ฉันจ้องพาดหัวข่าวนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกตัวอักษรราวกับกระสุนที่ยิงทะลุเข้ากลางอก ในภาพ เขาสวมสูทสีดำสั่งตัดเข้ารูปอย่างไร้ที่ติ แผ่บารมีของเจ้าพ่อผู้เยือกเย็นและน่าเกรงขามจนแทบทะลุออกมาจากหน้าจอ ข้างกายเขาคือหญิงสาวผมทองในชุดราตรีโอต์กูตูร์สีขาว เซเลสต์ มอร์โรว์ บุตรสาวเพียงคนเดียวของเจ้าพ่อตระกูลมอร์โรว์ เธอคล้องแขนเขาอย่างสง่างาม พร้อมสายตาที่ประกาศความเป็นเจ้าของอย่างไม่คิดปิดบัง ราวกับว่าเขาเป็นของเธอมาตั้งแต่แรก ราวกับว่าผู้ชนะคือเธอมาโดยตลอด โทรศัพท์หลุดจากมือฉัน ตกลงบนโซฟาหนังพร้อมเสียงทึบเบา ๆ ฉันพร่ำบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าทั้งหมดนี้ต้องไม่ใช่เรื่องจริง แต่ข่าวนั้นเผยแพร่โดยสื่อการเงินและสื่อสังคมชั้นสูงที่ทรงอิทธิพลที่สุด ทุกความคิดเห็นด้านล่างล้วนมาจากบุคคลระดับแนวหน้าที่ผ่านการยืนยันตัวตนแล้ว ฉันทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างเลื่อนลอย ไหล่สั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ก่อนจะหัวเราะออกมา หัวเราะจนแทบหยุดไม่ได้ กระทั่งเสียงหัวเราะนั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นเสียงสะอื้น ดวงตาร้อนผ่าวจนเจ็บไปหมด ทันใดนั้น เสียงไขกุญแจก็ดังขึ้น "โอฟีเลีย?" เสียงของไคลันทำลายเสียงอื้ออึงในหูของฉัน ฉันเงยหน้ามองเขา ราวกับเพิ่งรู้จักผู้ชายคนนี้เป็นครั้งแรก ดวงตาสีเทาปนน้ำเงินคู่นั้น... ดวงตาที่เคยทำให้ฉันหลงทางมานับครั้งไม่ถ้วน บัดนี้กำลังขมวดคิ้วมองฉันอย่างสงสัย "ทำไมนั่งอยู่กับพื้นล่ะ" เขารีบเดินเข้ามา ก้มตัวลงหมายจะพยุงฉันขึ้น ฉันปัดมือเขาออกทันที เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะฝืนยิ้มอย่างอ่อนโยน "เป็นอะไรไป โกรธที่ฉันกลับดึกเหรอ นกน้อยของฉันงอนแล้วหรือไง" ฉันมองเขา แต่สายตากลับทอดผ่านตัวเขาไปยังที่แสนไกล เขาคือเจ้าพ่อที่ทั้งชายฝั่งตะวันออกต่างหวาดเกรง แต่ต่อหน้าฉัน เขากลับสวมบทคนอ่อนโยนได้แนบเนียนเสียยิ่งกว่าใคร "คุณตั้งใจจะปิดบังฉันไปถึงเมื่อไหร่" ทั้งร่างของเขาแข็งค้างทันที สายตาของเขาเหลือบไปยังหน้าจอโทรศัพท์บนโซฟา ฉันมองเห็นสีหน้าของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนไป แต่มันไม่ใช่ความรู้สึกผิด และไม่ใช่ความตกใจ หากเป็นความโล่งใจปนจนใจ ราวกับว่าเขารอให้วันนี้มาถึงอยู่แล้ว "โอฟีเลีย..." "เมื่อไหร่กันแน่ ไคลัน" ฉันลุกขึ้นยืน "ตกลงมันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ไคลัน?" ฉันลุกขึ้นยืน "คุณตั้งใจจะปิดบังฉันไปถึงเมื่อไหร่ เรื่องที่คุณกำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงอีกคน"
