
วิศวะหลงรักลูกสาวมาเฟีย
วิศวะหลงรักลูกสาวมาเฟีย ชิลิน : ลูกสาวคนเล็กของ ชาร์ล-อลินดา(พิษรักมาเฟีย) ดีเซล อายุ 22 ปี เรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปี 4 หัวหน้ารับน้องของคณะ รุ่นใหญ่สุด ทุกคนกลัวและไม่กล้าสู้หน้า มาดนิ่ง โผงผาง เจ้าเล่ห์ และเห็นแก่ความถูกต้อง แต่ถ้าได้เต๊าะใครแล้วมีใจละลาย รูปร่างหน้าตา : ใบหน้าคมคาย หล่อ จมูกเป็นสันคม ความสูง 185 CM. ชิลิน อายุ 19 ปี เรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปี 1 ลูกสาวมาเฟียผู้ไม่ยอมคน กล้าได้กล้าเสีย และไม่ยอมถูกใครเอาเปรียบ กล้าพูดและกล้าด่า เฟรชชีปีหนึ่งเข้าใหม่ ที่ต้องมาเรียนไกลถึง จ.เชียงใหม่ รูปร่างหน้าตา : ใบหน้าหวานรูปไข่ น่ารัก จมูกทรงหยดน้ำ ปากกระจับได้รูป ความสูง 162 CM. ❌ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงนิยายเรื่องนี้ รูปภาพห้ามนำไปใช้ทุกกรณี ถ้าพบเห็นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย

ยืมเพื่อนมาเป็นผัว (NC20+)
ดาวมหา’ลัยสุดสวยเก็บความบริสุทธิ์ไว้กับตัวจนใกล้เรียนจบ พอกลุ่มเพื่อนสาวเล่าอวดเรื่องบนเตียงเลยเผลอหลุดปากว่าตัวเองก็มีคู่ขาที่เด็ดถึงใจ เดือดร้อนเพื่อนชายคนสนิทที่โตมาด้วยกันต้องรับบทคู่นอนปลอมๆ ให้

รักปักใจ (เอญ่า x ฮันเตอร์)
“เขาเห็นเธอครั้งแรกผ่านหน้าจอ…และตกหลุมรักโดยไม่มีเหตุผล” เพียงเสี้ยววินาทีในสายวิดีโอคอลที่เธอคุยกับน้องสาวฝาแฝด—เพื่อนสนิทของเขา—ภาพของผู้หญิงที่ไม่เคยพบหน้ากลับฝังลึกอยู่ในความทรงจำของเขาอย่างไม่อาจลบเลือน ดวงตาคู่นั้น รอยยิ้มบางเบานั้น ทำให้ผู้ชายที่ไม่เคยสนใจใครอย่างเขา…เริ่มคลั่งไคล้โดยไม่รู้ตัว จากความบังเอิญ กลายเป็นความตั้งใจ จากความสนใจ กลายเป็นความต้องการ และจากความต้องการ…กลายเป็นความอยากครอบครอง หลายปีผ่านไป เธอกลับมาเมืองไทยเพื่อศึกษาต่อ โดยไม่รู้เลยว่า “ใครบางคน” เฝ้ารอเธอมาโดยตลอด การพบกันอีกครั้งไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือ “แผนการ” ที่ถูกวางไว้ตั้งแต่วันแรกที่เขาได้เห็นเธอ เขาจะไม่ปล่อยให้เธอหายไปอีกครั้ง ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหน… ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร… เพราะสำหรับเขา เธอไม่ใช่แค่ผู้หญิงที่เขารัก แต่คือ “คนที่เขาต้องได้มา” เท่านั้น

ปรารถนารักอันตราย
นิยามคำว่า 'เพื่อน' จะไม่มีอีกต่อไป เมื่อเขาอยากเลื่อนขั้นมากกว่าเพื่อนไปเป็น 'แฟน' เลยงัดทุกกลเม็ดเผด็จศึก 'เพื่อน' ของตัวเองทุกอย่าง

รัก(ลับ)นายวิศวะ
"ฉันรวยมากพอ...ที่จะซื้อเธอ เอาคนอย่างเธอมากระแทกเล่นๆ ได้" ใบหน้าอันหล่อเหลาเอ่ยมาด้วยสีหน้าอันดุดัน "เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้ แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้" "คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ "แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..." "เพียะ" อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม "เธอ..." เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง

หลุมพรางมาเฟีย
"ขออนุญาตเสิร์ฟอาหารนะคะ" รอยยิ้มบางๆฉายขึ้นบนใบหน้าหวานพยายามแสดงความเป็นมิตรให้กับแขกเหมือนทุกครั้งที่ฉันทำ ฉันค่อยๆหยิบอาหารออกจากรถเข็นและจัดวางไว้ตรงหน้าของทั้งสองคนด้วยท่าทางอ่อนน้อมและระมัดระวังมากที่สุด ทุกการกระทำของฉันถูกสายตาคมกริบจ้องมองอยู่ตลอดเวลา ถึงจะไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปมองแต่ก็รับรู้ได้ว่ามีคนกำลังจ้องอยู่ ส่วนหญิงสาวชุดแดงเพลิงก็มองมาที่ฉันด้วยสายตารังเกียจอย่างเปิดเผยตั้งแต่ฉันเดินเข้ามา "อ๊ะ" ลินร้องเสียงหลงเมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้ๆกับหญิงสาวชุดแดง แต่แล้วเท้าของผู้หญิงคนนั้นที่สวมใส่รองเท้าส้นเข็มก็เหยียบและบดขยี้ปลายเท้าของเธออย่างแรง "เป็นอะไรจ๊ะ" โซเฟียถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง แต่สีหน้าเธอกำลังเยาะเย้ยอย่างเปิดเผย "เปล่าค่ะ" และนี่คือคำตอบของหน้าที่ลูกจ้างอย่างฉัน ต้องจำยอมลูกค้าที่ดุจดั่งพระเจ้า แต่ถ้าฉันไม่ได้อยู่ในหน้าที่ก็ไม่ยอมเหมือนกัน ฉันไม่ใช่คนที่จะเสียเปรียบอยู่ฝ่ายเดียว "ถ้าต้องการอะไรเพิ่มเติมกดกริ่งบนโต๊ะเรียกพนักงานได้นะคะ" ฉันพูดหลังจากวางอาหารจานสุดท้ายลง และโค้งคำนับอย่างเช่นทุกครั้งที่ทำตามแบบฉบับของร้านอาหารแห่งนี้ "เธอควรแจ้งวัตถุดิบของอาหารในตอนที่เสิร์ฟฉัน" น้ำเสียงเข้มพูดขึ้นในตอนที่หญิงสาวกำลังจะหมุนตัวเดินออกไป "ชาร์ลคะเสียบรรยากาศเปล่าๆ มันจะพานทำให้อาหารเสียรสชาตินะคะ" "เธอไม่ได้ยินที่ฉันพูดเหรอไง" คิ้วหนาเลิกขึ้น เมื่อเห็นว่าเด็กสาวกำลังจะก้าวเดินออกไป สายตาคมกริบยังคงจับจ้องที่ผู้หญิงตัวเล็กไม่วางตา "ขอโทษค่ะ ดิฉันจะให้เชฟมาอธิบายให้คุณฟังนะคะ ฉันเป็นแค่เด็กเสิร์ฟเรื่องรายละเอียดของอาหารคงบอกคุณไม่ได้" เคล้ง… ครืด.... ชาร์ลโยนช้อนให้กระทบกับจานเสียงดัง และเลื่อนเก้าอี้ออกก่อนจะลุกขึ้นอย่างไม่พอใจ "กลับ!" "ชาร์ลคะ แต่เรายังไม่ได้ทานเลยนะคะ" "เธอควรดีใจนะโซเฟีย ที่เด็กคนนี้จะรับผิดชอบค่าเสียหายทุกอย่างในวันนี้" ใบหน้าคมคายหันไปพูดคุยกับหญิงสาวข้างกาย แต่คำพูดของเขาก็ทำให้เด็กสาวอีกคนได้ยิน ------------------------- "อื้อ...ปล่อยนะ" ฝ่ามือหนาบีบเข้าที่ลำคอระหงด้วยความเร็วและดันตัวฉันติดกับกำแพงห้องอย่างแรง แรงที่เขากระทำราวกับไม่เห็นว่าฉันเป็นคน ฉันพยายามแกะฝ่ามือหนาออกจากลำคอตัวเองแต่กลับไม่เป็นผลเหมือนฉันยิ่งดิ้นเขายิ่งเพิ่มแรงมากขึ้นกว่าเดิม สายตาคมคู่นั้นราวกับซาตาน ไม่รู้เลยว่าตอนนี้เขากำลังคิดจะทำอะไร ทุกอย่างมันดูไร้ความรู้สึกแม้แต่หน้าตาของเขา "คะ คุณชาร์ล อึก" "หึ สายตาเธอกำลังกลัวฉันบีบคอเธอตายตรงนี้นะอลินดา" "ปะ ปล่อย อื้อ.. แค่กๆ" "ฉันมาวันนี้ไม่ได้มาฟังเธอพูดพร่ำ ฉันมาวันนี้แค่บอกให้เธอทำตามคำสั่งฉันเท่านั้น เธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะปฏิเสธฉันแม้แต่คำเดียว” “ฉัน…ไม่มีทาง…ทำตาม…คำสั่ง…คุณ!” ใบหน้าหวานแดงก่ำเมื่อเขาเพิ่มแรงบีบขึ้นเรื่อยๆ ลมหายใจเริ่มติดๆขัดๆ “แน่ใจแล้วที่พูดคำนี้” “….อึก….อื้อ ฉัน…หายใจ…ไม่ออก” “ไหนๆก็จะตายแล้ว ลองนึกถึงหน้าพ่อแม่เธอดูสิ ตอนนี้จะทำอะไรอยู่นะ อยู่บ้าน ทำงาน หรือ…นอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล” “มะ หมาย…ความ…ว่าไง” ภาพของคนตรงหน้าเริ่มพร่ามัวลงไปทุกที สายตาของฉันริบหรี่ลงเรื่อยๆ แต่ยังได้ยินสิ่งที่เขาพูดออกมามันเกี่ยวกับพ่อแม่ของฉัน “ในเมื่ออีกไม่ถึงห้านาทีเธอก็จะตายคามือฉัน ไม่จำเป็นต้องรู้หรอกจริงไหม” “อื้อ ออ…ขอร้อง…อย่า ทำอะไร พ่อแม่…ฉัน ยอม แล้ว ฉันยอม…อึก” “หึ! มันเป็นภาพที่สวยงามซะเหลือเกิน” ชาร์ลหัวเราะในลำคอเบาๆ เมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มตาเหลือก ใบหน้าจากแดงก่ำเริ่มซีดเผือดลงต่อหน้าต่อตา ลมหายใจรวยรินลงไปทุกที น้ำเสียงสั่นเครือเริ่มพูดไม่เป็นคำ “อึก…คะ คุณ ชาร์ล…” มือหนาค่อยๆคลายมือออกจากลำคอระหง เมื่อพอใจกับภาพตรงหน้าและได้คำตอบที่เขาต้องการ แค่เพียงเธอเป็นอิสระ เด็กสาวตัวเล็กก็ร่วงลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง สายตาคมปรายตามองเธอเพียงนิด แค่กๆ แค่กๆ… ลินรีบโกยอากาศเข้าปอดอย่างเร็ว มือบางลูบลำคอของตัวเองไปพลางๆ แรงบีบรัดทำให้เธอรู้สึกปวดร้าว “อย่าริอาจมาสอนฉันอีก คนอย่างฉันสามารถฆ่าเธอได้โดยไม่รู้สึกอะไร เธอไม่มีสิทธิ์กลับไปทำร้านอาหารนั้นอีก เพราะตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปเธอต้องไปทำงานที่บริษัทฉัน”

บังเอิญรู้สึกรัก
ลูกมาเฟียสองตระกูลมาเจอกัน พ่อเป็นเพื่อนรักกัน แต่ลูกดันเป็นคู่กัดเจอหน้ากันฟาดฟันฝีปากกันสุดฤทธิ์ ฟาดไปฟาดมาดันฟาดกันถึงเตียง

หวานใจพี่หมอ
ทีแรกบอกว่าขอยืมชื่ออ้างเป็นไม้กันคุณย่า พอน้องบอกว่าหมดเวลายืม พี่หมอจะไม่ยอมซะอย่างนั้น ด้วยความที่ยอมน้องมาตลอดแต่พอน้องบอกว่าจะหาแฟน คุณพี่ก็ถึงกับหน้ามืดขึ้นมาทันที...

เด็กวิศวะของหมอเถื่อน
หมอเถื่อน ผู้เก็บซิงไว้ชิงโชค เขาหวงซิงยิงกว่าไข่ในหิน ตัวละคนหลัก : สายลม : คุณหมอที่ทำงานด้านหมอได้นิดหน่อย มีนิสัย หวงตัว ชนิดที่ว่ายังซิงจนถึงอายุ 26 ปี อิงเดือน : อายุ 19 ปี นักศึกษาสาววิศะปีสอง ชีวิตที่ถูกกำหนดโดยผู้เป็นพ่อ แต่ทว่าชีวิตกลับพลิกผัน เมื่อได้มารู้จักคุณหมอเถื่อนสุดเท่ ซีรีย์นิยายเซท 4 เรื่อง เด็กวิศวะของหมอเถื่อน - พี่หมอสายลม เรื่อง เด็กบริหารของเพลย์บอย - พี่ซีวิค เรื่อง เด็กคนนี้...หวงรักเพื่อนพี่ชาย - พี่สกาย เรื่อง เด็กอักษรศาสตร์ของคนรวย - พี่ธาวิน เรื่อง เด็กฝึกงานของหมอโหด - พี่หมอธีโอ (ถึงจะเป็นเซ็ทซีรีย์ก็หาสามารถอ่านแยกเล่มได้ค่ะ) สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และ พ.ศ. 2558 (ฉบับเพิ่มเติม) นิยายเรื่อง เด็กวิศวะของหมอเถื่อน เป็นลิขสิทธิ์ของนามปากกา บีน่าเลดี้ แต่เพียงผู้เดียว ไม่อนุญาตให้คัดลอก ลอกเลียน และดัดแปลง เนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของนิยายเรื่องนี้โดยเด็ดขาด

สลับร่างป่วนหัวใจ
"บนขอแฟน...แต่ศาลให้ร่างเขามาแทน!" เมื่อสาวมนุษย์ฯ กับหนุ่มวิศวะถูกสลับร่างเพราะปากดีใส่ศาลเจ้า ความรักวุ่น ๆ ปนฮาจึงเริ่มขึ้น พร้อมภารกิจคืนร่างที่อาจต้องแลกด้วย ‘หัวใจ’

แผนรัก มังกรร้าย
คำสัญญาในวัยเด็กที่ทั้งคู่สัญญาว่าจะแต่งงานกัน เมื่อเวลาผันผ่านไปทั้งคู่กับลืมสัญญาที่ให้กันไว้ไปจนหมด การหวนกลับมาเจอกันอีกครั้งเขาและเธอจะมีใครที่มีความคิดเหมือนกับวัยเด็กอีกไหม **มังกร ดราก้อน อังเดรฟิโก้ อายุ 22 ปี วิศวะปี 4 สูง 187 เซนติเมตร รูปร่างหน้าตาหล่อเหลาราวเทพบุตร ลูกชายคนโตของตระกูลมาเฟียที่ทรงอิทธิพล เขาเริ่มสืบทอดธุรกิจตั้งแต่อายุยังน้อย นิสัย เจ้าชู้ เอาแต่ใจ อยากได้สิ่งไหนก็ต้องได้ **เอลล่า อาริษา อัครเดช อายุ 20ปี คณะบริหารธุรกิจปี2 สูง 168 เซนติเมตร ใบหน้าสวยนางพญา ผิวขาวดุจหิมะ หุ่นงามระหงขยี้ใจชาย

แผนรักร้ายของนายเพลย์บอย
“นี่นายทุกอย่างมันไม่ได้ซื้อมาได้ด้วยเงินหรอกนะ” “แล้วเธอฉันไม่ได้ซื้อมาด้วยเงินหรอ?”

น้ำหวาน รสแซ่บ
ใครจะไปคิดว่า... ความมืดมิดในคืนพายุโหมกระหน่ำ จะเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่จุด "ไฟปรารถนา" ให้ลุกโชนขึ้นกลางใจคนสองคน แก้ม นักศึกษาสาวหน้าใสที่ต้องเผชิญกับความมืดในห้องพักเพียงลำพัง ทันทีที่ประตูเปิดออกรับร่างสูงใหญ่ของนายช่างไฟที่เปียกปอน ความกลัวในใจก็แปรเปลี่ยนเป็นความถูกใจ ภายใต้ท่าทางใสซื่อและดวงตากลมโตขี้อ้อน เธอคือ "สาวน้อยสายรุก" ที่เมื่อล็อกเป้าหมายแล้ว ก็พร้อมจะงัดทุกมารยามาอ่อยเหยื่อให้ติดกับ โดยไม่เกรงกลัวต่อท่าทีนิ่งขรึมนั้นแม้แต่น้อย ติณ นายช่างใหญ่ผู้เคร่งขรึมและบ้างาน ที่ตั้งใจแค่จะมาซ่อมไฟตามหน้าที่ แต่เมื่อต้องมาเจอกับลูกอ้อนและสายตาหวานเชื่อมที่จงใจ "ยั่ว" ให้หวั่นไหว ภายใต้ชุดนอนวาบหวิวและบรรยากาศที่เป็นใจ กำแพงที่เพียรสร้างมาก็เริ่มสั่นคลอน เมื่อความใสซื่อเป็นเพียงกับดัก และความนิ่งขรึมเป็นเพียงเปลือกนอก จากแค่จะมาซ่อมไฟ กลับกลายเป็นต้องมาซ่อมความกระหายให้กันและกัน ความอดทนเส้นสุดท้ายของนายช่างใหญ่ขาดผึง เมื่อแม่สาวน้อยป้อนคำหวานและท่าทางยั่วยวนจนเขาตบะแตก จากนายช่างมาดดุ ก็กลายร่างเป็น "เสือหิว" ที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ และนี่เป็นจุดเริ่มต้นของรสชาติ "น้ำหวาน" อันหอมหวล ที่จะถูกปรุงแต่งด้วยลีลาอัน "รสแซ่บ" ของคนสองคน จนกลายเป็นความสัมพันธ์ที่หยุดไม่ได้

ข้ามเส้นมาเล่นเพื่อนจบ
"เราเป็นเพื่อนกันนะ...แถมไม่ได้รู้สึกชอบกันสักหน่อย" "แต่เราเอากันไปแล้ว คบกับกูก็ไม่ได้เสียหายตรงไหนนี่" กลีบปากบางเม้มหาเข้ากันครุ่นคิดตามคำพูด เธอกลัวว่าความสัมพันธ์ฉาบฉวยแบบนี้มันจะไม่ยั่งยืนเท่าความเป็นเพื่อนที่มีมาตลอดสิบห้าปี กลัวว่าพอเปลี่ยนสถานะไปแล้ววันหนึ่งเธอจะเสียเพื่อนสนิทคนเดียวไปตลอดกาล "ก็ไม่เอาอยู่ดีอะ" "เฮ้ออออ~ ทำไมดื้อจังวะ" "มึงแค่อยากรับผิดชอบเพราะกูเป็นเพื่อนไม่ใช่เหรอ...ถ้าเป็นคนอื่นมึงไม่สนใจความรู้สึกหรอก" "ก็รู้นี่ แล้วจะปฏิเสธทำไมอีก" ใบหน้าหล่อเหลาดูขัดเคืองใจที่ม่านฟ้าไม่ยอมตอบตกลง เนื่องจากเป็นเพื่อนกันมานานทำให้ทั้งคู่พอจะรู้ความคิดอีกฝ่ายได้ เพราะม่านฟ้าเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเขา ก็อยากให้เกียรติ ไม่อยากทำตัวมักง่ายใส่เหมือนผู้หญิงทั่วไปจึงแสดงความรับผิดชอบ ซึ่งเธอไม่ต้องการแบบนี้ "ก็ให้มันจบแค่วันนี้พอ แล้วเรากลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้เหรอ" "ไม่...กูอยากเอามึงอีก" "ไอ้เค!" ม่านฟ้าหน้าบึ้งเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงดัง เมื่อคาเตอร์ยอมรับออกมาตรง ๆ แบบหน้าไม่อาย พร้อมใช้กำปั้นเล็ก ๆ ทุบเข้าที่อกกว้างด้วยความหงุดหงิด "จะเอาไง? อยากโดนกูเอาแบบไม่มีสถานะเหรอไง" "กูไม่ให้แล้วโว้ย!" เธอทั้งโกรธทั้งอายกับความหน้าด้านของเขา ใช้เรี่ยวแรงน้อยนิดดีดดิ้นพยายามดันตัวชายหนุ่มออกห่าง มุมปากหนากระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ เพียงแค่ออกแรงเบา ๆ ก็สามารถกดหญิงสาวในอ้อมแขนลงไปนอนราบกับโซฟาในท่าทางล่อแหลมได้แล้ว ม่านฟ้านอนหอบหายใจเหนื่อยอยู่คนเดียว ขณะที่ร่างสูงเปลี่ยนมาขึ้นคร่อมเธอเอาไว้ พร้อมยักคิ้วกวนอารมณ์ให้เธอขัดใจเล่น "มีแรงแค่นี้จะห้ามกูได้เหรอ" "ปล่อยเลย! ถ้ากูไม่ยอมแล้วมึงจะข่มขืนกูเหรอไง" "ม่าน~ กูไม่ต้องใช้กำลังหรอก มีวิธีอีกเยอะที่จะทำให้มึงเคลิ้มจนต้องยอม เหมือนในห้องน้ำนั่นไง" "..." กลีบปากแดงระเรื่อเม้มเข้าหากันแน่น ไม่อาจคิดหาคำมาตอบโต้ได้อีก ใบหน้าร้อนผ่าวยามคิดถึงเหตุการณ์ร้อนแรงวาบหวามที่เพิ่งเกิดขึ้น "หึ! มึงความรู้สึกไวแค่ไหน กระตุ้นนิดเดียวก็เตลิดแล้ว" "เค~ กูไม่เล่นนะ ปล่อยได้แล้ว" เธอเปลี่ยนมาอ้อนเขาเสียงอ่อนเมื่อหมดทางต่อกรกับความร้ายกาจของเพื่อนสนิท "กูก็ไม่ได้เล่น กูเอาจริง" "แต่..." "มึงรู้จักกูดีม่าน...อะไรที่กูอยากได้กูก็ต้องได้ และตอนนี้กูอยากได้มึง" พวงแก้มเธอร้อนผ่าวลามลงมาลงถึงหน้าท้อง มันวูบไหวปั่นป่วนประหลาดยามสบเข้ากับสายตาร้อนรุ่มของเขา อกซ้ายทำงานอย่างหนักเมื่อใบหน้าอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซ็นต์ คาเตอร์กระตุกยิ้มร้ายพร้อมใช้ปลายจมูกโด่งมาสัมผัสปลายจมูกเธอแผ่วเบาหยอกล้อ "เมื่อกี้ก็รู้สึกดีมากไม่ใช่เหรอ อย่าปฏิเสธตัวเองเลย" น้ำเสียงทุ้มลึกเซ็กซี่กระซิบยั่วราวกับจะค่อย ๆ สะกดจิตเธอให้ยอมคล้อยตาม "แต่กูก็ไม่อยากคบมึงอยู่ดีอะ" คาเตอร์ขี้เบื่อและเจ้าชู้แค่ไหนเธอรู้ดีที่สุด เขาเปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าและไม่เคยจริงจังกับใคร ทำให้เธอไม่อยากจะเอาความสัมพันธ์ตลอดสิบห้าปีไปเสี่ยงบนเส้นด้ายแบบนั้น "กลัวอะไรม่าน มึงไม่มีใคร กูก็ไม่มีใคร เราไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย" "ไม่อยากเสียมึงไปอะ" ม่านฟ้ายอมรับออกมาตามตรง หันหน้าไปอีกทางเพื่อหลบสายตาคมกริบของคนด้านบน แต่ก็ถูกปลายนิ้วเรียวยาวช้อนใบหน้าให้หันกลับมาสบตาอีกครั้ง "ใครบอกว่าจะเสียกูไป มึงสำคัญกับกูที่สุด รู้ดีไม่ใช่เหรอ" น้ำเสียงนุ่มพร้อมถ้อยคำหวานและสายตาหนักแน่นสั่นคลอนความตั้งมั่นของเธอให้ค่อย ๆ ทลายลงมาทีละน้อย "แล้ว...ไม่ต้องคบกันไม่ได้เหรอ" "มึงโอเคไหมล่ะ ถ้าเราจะมีเซ็กซ์กันเฉย ๆ นึกว่าผู้หญิงเขาจะอยากได้สถานะกันซะอีก" "กูไม่รู้อะ" เธอไม่เคยมีแฟนหรือคบหากับใคร ระดับความรู้เรื่องความรักต่ำเตี้ยเรี่ยดินมาก จึงไม่รู้ว่าคนอื่นจะตัดสินใจแบบเธอไหม คาเตอร์บีบปลายจมูกของเธอด้วยความมันเขี้ยวปนเอ็นดู ซึ่งม่านฟ้าก็ปั้นหน้าบึ้งแล้วปัดมือหนาออก "มีอะไรยังคาใจอีกไหม" "ไม่บอกใครได้ไหม กูไม่อยากให้เพื่อนคนอื่นรู้" เธอไม่อยากให้คนอื่นต้องมากระอักกระอ่วนใจไปด้วย กับความสัมพันธ์แปลก ๆ นี้ "ตามใจมึงทุกอย่างเลยม่าน" "แล้วถ้าวันหนึ่ง...มึงเจอคนที่ชอบอะ" "ถ้าความรู้สึกเราทั้งคู่ยังไม่เปลี่ยนไป...วันหนึ่งมึงหรือกูจะมีแฟน เราก็แค่หยุดความสัมพันธ์นี้ แล้วก็กลับไปเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม" "กูกับมึงจะไม่เปลี่ยนไปใช่ไหม" เธอถามย้ำด้วยสีหน้าลังเล กลัวเหลือเกินว่ามันจะถลำลึกจนไม่อาจกลับมามองหน้ากันได้สนิทใจเหมือนที่ผ่านมา "กูไม่มีทางเปลี่ยน มึงจะเป็นเพื่อนที่กูรักที่สุดตลอดไป มึงนั่นแหละอย่าหลบหน้ากูเหมือนที่ผ่านมาอีก" "อืม"

So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
“ว่าไงคะคุณนับเงินวันนี้พอจะได้ทิปเยอะไหม” น้ำเสียงหวานปนเซ็กซี่เอ่ยถามทันทีฉันที่เดินเข้ามาในห้องพักพนักงาน “เยอะค่า เยอะมากเวอร์ค่ะพี่พิม ขนาดแค่ครึ่งคืนนะคะ” ฉันตอบกลับสาวสวยผู้ช่วยผู้จัดการผับด้วยรอยยิ้มมีความสุข ผับคนรวยนี่มันดีจริง ๆ ทิปหนักแม้กระทั่งเด็กเสิร์ฟ “แล้วไม่สนเลื่อนขั้นมาทำพีอาร์บ้างเหรอนับเงิน ทิปเยอะกว่านี้อีกนะ” เสียงเดิมยังคงพูดต่อทำให้ฉันยิ้มแหยแล้วก็ส่ายหน้ากลับไป “ไม่ไหวหรอกค่ะพี่พิม นับกินเหล้าไม่เป็น เทคแคร์ใครไม่เก่ง ยิ่งให้ไปพูดหวาน ๆ ดูแลแขกนับว่าจะกลายเป็นไล่แขกมากกว่า” “พี่เสียดายความสวยของเราจริง ๆ ถ้ามาทำรับรองฮอตที่สุดแน่นอน แต่ไม่เป็นไรเอาความสมัครใจของคนทำดีกว่าเนอะ” พี่พิมพูดด้วยรอยยิ้มแต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรฉันต่อ “ขอบคุณนะคะพี่พิม” ฉันขอบคุณพี่เขาก่อนจะเดินไปจากห้องเพื่อทำงานต่อ ราตรีนี้ยังอีกยาวไกลค่ะ นี่เพิ่งจะเที่ยงคืนถึงจะเหลือแค่ 2 ชั่วโมงผับก็จะปิดแต่เชื่อเถอะค่ะเวลานับจากนี้นี่ล่ะคือช่วงบันเทิงขาบันเทิงสมองของเด็กเสิร์ฟอย่างฉัน อ้อลืมแนะนำตัวใช่ไหมคะ ฮายค่ะซิสฉันชื่อนับเงินนะคะ อายุ 21 ปี กำลังเรียนอยู่ปี 3 มหาวิทยาลัยรัฐบาลแห่งหนึ่ง ชื่อนับเงินแต่เงินไม่ค่อยมีให้นับหรอกนะ ฮ่า ๆๆ ชีวิตฉันปากกัดตีนถีบมากเพราะอยู่แบบหัวเดียวกระเทียมลีบมาหลายปีแล้ว เหนื่อยจากการเรียนแค่ไหนก็ต้องแบกร่างมาเดินเสิร์ฟเหล้าทุกคืน ผับ บาร์ หรือที่เที่ยวอโคจรคือที่ ๆ ฉันเกลียดมาตั้งแต่เด็กเพราะมองไปทางไหนก็มีแต่คนเมา แค่เห็นวงเหล้าหน้าบ้านก็เอียนเต็มทนนี่ต้องมาเจอคนเป็นร้อยเมาทุกวันเลยไม่รู้สึกประทับใจมันเท่าไหร่แต่พอโตขึ้นมามันกลับเป็นที่ ๆ ฉันต้องมาทุกวันเพราะมันคือแหล่งทำเงิน ไม่ทำก็ไม่ได้เงิน ไอ้พวกผู้ชายพอเมาแล้วมันก็แต๊ะอั๋งได้แม้กระทั่งเด็กเสิร์ฟ แม่ง! ถ้าไม่ใช่ลูกค้าจะเอาขวดเหล้าฟาดหัวให้ เรียนจบเมื่อไหร่ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำงานนี้เด็ดขาด “นับ ๆ คุณคนนั้นมาแล้วนะจ้ะ” เสียงอัญชันเพื่อนเด็กเสิร์ฟในผับเดินเข้ามากระซิบบอกฉันด้วยรอยยิ้มเพื่อบอกฉันว่าสิ่งเดียวที่ทำให้ฉันมีกำลังใจจะมาทำงานได้เดินทางมาถึงแล้ว “จริงดิ! ว่าแต่วันนี้มาดึกจัง แล้วโต๊ะเดิมไหมอ่ะอัญ” ฉันรีบหันไปมองหน้าอัญชันแล้วก็ถามด้วยความตื่นเต้น ผู้ชายคนนั้น แขกประจำของร้านที่หล่อมาก~ ผู้ชายคนแรกที่ปลุกความแรดในตัวนับเงิน ฮ่า ๆๆ “โต๊ะเดิมแล้วก็ซูกัสคนสวยคนเดิมค่ะคุณ” อัญชันตอบมาพร้อมเบ้ปากเบา ๆ ตอนที่พูดถึงชื่อของอีกคน ซูกัส คือพีอาร์สาวสวยเบอร์หนึ่งของผับ สวยมาก ยิ่งแต่งยิ่งสวย ซูกัสเป็นคู่แค้นของฉันเองค่ะ แต่อันที่จริงต้องบอกว่าฉันเป็นคู่แค้นของนางมากกว่า เพราะนางไม่ใช่คู่แค้นของฉัน เข้ามาทำงานวันแรกอีแม่ก็แขวะฉันแล้ว ซึ่งฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าไปทำอะไรให้ “หล่อรวยก็ต้องเลือกอะไรที่ดีที่สุดเนอะอัญ มาเที่ยวแบบนี้ก็คงสนใจแต่คนที่สวยที่สุด ช่างเหอะไปทำงานกันดีกว่า” ฉันพูดแล้วก็ห่อเหี่ยวใจเพราะว่านับเงินแอบชอบคุณคนนั้นมาเป็นปีแล้วค่ะ แต่คนเจียมตัวก็ได้แต่เจียมตน ทนทำใจได้แต่เฝ้ามองดูเธอ เฮ้อ! “อย่าห่อเหี่ยวสิจ๊ะ ลองนับแต่งตัวบ้างซูกัสก็ซูกัสเหอะ” อัญชันยังคงพูดต่อแต่ฉันก็ทำได้แค่ส่ายหน้าพร้อมยิ้มบาง ๆ “ไม่เอาหรอก เอาเวลาแต่งตัวไปเสิร์ฟเหล้าทำงานหาเงินหาทิปดีกว่า” ฉันหันไปบอกเพื่อนพร้อมกับยิ้มจนตาหยีแล้วก็เดินไปทำงานที่ดูท่าทางคงจะวุ่นวายมากจนกว่าร้านจะปิด “คุณคริชขา เอาเครื่องดื่มเพิ่มนะคะเดี๋ยวกัสสั่งเด็กเสิร์ฟให้” ฉันเดินไปเสิร์ฟเหล้าที่โต๊ะของผู้ชายคนนั้นซึ่งเพื่อนเขาเป็นคนสั่งแต่กลับไปยินเสียงยัยซูกัสคนสวยพูดหวาน ๆ แต่ดันเน้นคำว่าเด็กเสิร์ฟด้วยน้ำเสียงดูถูก ซึ่งแน่นอนค่ะต่อให้ตอนนี้ถ้าฉันเมาเหมือนหมาก็มีสติรับรู้ได้ว่านางพูดแขวะฉัน “...” เห็นกูเงียบ ๆ จะฟาดคำอะไรใส่ก็ได้งั้นเหรอมึง... “อื้ม สั่งมาเลยครับ” คุณคริช เทพบุตรหวานใจในมโนของฉันตอบกลับซูกัสด้วยน้ำเสียงทุ้ม หล่อ แบด ที่ทำให้ฉันใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ทั้งที่เขาไม่ได้พูดกับฉันแต่ฉันก็ยังใจสั่นแล้วถ้าเขาพูดกับฉันฉันว่าฉันระทวยลงไปกองได้เลยนะคะ คนบ้าอะไรคาริสม่าแรงมาก “นี่! เอาออนเดอะร็อคมาเสิร์ฟด้วย เร็ว ๆ ล่ะ” เสียงสำเนียงที่แตกต่างจากการคุยกับบุรุษเมื่อ 0.001 วินาทีเมื่อกี้หันมาพูดกับฉันประหนึ่งว่าแม่นางเป็นแขกโคตรซุปเปอร์วีไอพีของร้าน “ค่ะ” ฉันพยักหน้ารับแล้วก็ถอยออกมา เหอะ! ถ้าไม่ติดว่าอยู่ในหน้าที่แล้วโดนพูดจาด้วยน้ำเสียงสันขวานแบบนี้นับเงินคนนี้จะเอาถาดเหล้าฟาดลงไปกลางหน้าให้โบท็อกสะเทือนเลย! #NUB NGERN END #KRICH TALK “สวยว่ะ” ไอ้แทนหรือแทนคุณเพื่อนสนิทที่สนิทกันแค่ในวงเหล้าของผมหันมาคุยกับผมในทันทีที่ผู้หญิงคนนั้นเดินออกไปแล้ว “เหรอวะ” ผมแกล้งหันไปถามมันด้วยน้ำเสียงกวนตีน แต่ต้องยอมรับว่ามากี่ครั้งพอเห็นพนักงานเสิร์ฟที่หน้าสดแต่สวยโคตร ๆ คนนี้ทีไรผมอยากจะลากเธอขึ้นเตียงทุกครั้ง “เสียดายแค่เสิร์ฟ ถ้ามานั่งกูจะให้ 50 ดื่มตั้งแต่แรกเลยว่ะ” มันยังคงพูดต่อไม่หยุดแถมมองตามเธอคนนั้นโดยที่ไม่ได้เกรงใจน้องคนสวยที่นั่งข้างมันเลยสักนิด มันให้น้องเขาแค่ 10 ดื่มอยู่เลยแต่พูดว่าจะให้คนอื่น 50 ดื่มต่อหน้าต่อตา เลวฉิบหาย “ให้น้องเขาไปมีอนาคตเถอะไอ้ห่า” ผมพูดกับมันแค่สั้น ๆ แล้วก็ยกเหล้าขึ้นกระดกหมดแก้ว วันนี้มีเรื่องที่ทำให้หงุดหงิดใจเลยกะจะเมาให้เต็มที่ “มึงอย่าเมาหนักไอ้คริช กูขี้เกียจแบกกลับ” มันหันมาบอกผมแล้วก็เบนสายตาไปทางน้องคนสวยที่นั่งข้างมัน “กูกลับเองได้น่า มึงจะไปกดสาวที่ไหนก็ไปเถอะ” ผมบอกมันแล้วก็หันไปคุยกับน้องซูกัสต่อ ผู้หญิงคนนี้อ้อนเก่ง รู้หน้าที่ไม่ค่อยวุ่นวายเท่าไหร่ผมก็เลยชอบเรียกมานั่งด้วยเป็นประจำ “ออนเดอะร็อคค่ะ” ผมกำลังนั่งคุยกับซูกัสเพลิน ๆ ผู้หญิงคนนั้นก็เดินมาเสิร์ฟเครื่องดื่มพร้อมกับมองสบตากับผมเล็กน้อยแล้วก็รีบหลบสายตาด้วยความเขิน ซึ่งผมเจอปฏิกิริยาแบบนี้จากเธอหลายครั้ง ไม่ต้องฉลาดกูก็ดูออกครับว่าเธอคิดยังไง เด็กน้อยใสซื่อแอบชอบผู้ชายแต่ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา เธอเป็นแบบนั้นนั่นแหละครับผมดูออก และถึงแม้ว่าเธอจะดูน่ากินแค่ไหนแต่พอเห็นแววตาใสซื่อของเธอผมก็เปลี่ยนใจไม่เข้าไปวอแวทุกครั้ง แค่เห็นเธอมาทำงานเสิร์ฟโดยที่ไม่สนใจว่าตัวเองสวยจนสามารถเป็นนางแบบหรือพริตตี้ที่หาเงินได้มากกว่าการเดินเสิร์ฟเครื่องดื่มเป็นร้อยเท่าได้ผมก็ยิ่งไม่อยากไปทำให้เสียเด็ก ท่าทางคงเป็นเด็กดีอยู่พอสมควรแต่คงมาหารายได้พิเศษเท่านั้น เพราะฉะนั้นปล่อยน้องเขาไปดีกว่าครับ อนาคตที่สดใสอาจจะรอน้องเขาอยู่ “น้องคนเมื่อกี้หน้าตาเขาก็สวยนะซูกัสทำไมเขาถึงทำแค่งานเสิร์ฟล่ะ” ผมถามซูกัสในสิ่งที่สงสัยมานาน เพราะขนาดหน้าสดยังสวยถ้าลองได้แต่งตัวดี ๆ คงแซงซูกัสแบบไม่เห็นฝุ่น แต่ทำไมคนสวย ๆ ที่สวยธรรมชาติขนาดนี้ถึงได้มายอมเดินเสิร์ฟเหล้าทั้งคืนแบบนี้วะ “พี่คริชไม่รู้เหรอคะว่าคนที่น่าสนใจถ้าทำตัวให้ตัวเองเข้าถึงยาก แต่ก็ยังตัวธรรมดาเท่าไหร่มันก็ยิ่งมีคนสนใจมากขึ้น” ซูกัสมองตามหลังผู้หญิงคนนั้นก่อนที่จะหันมาบอกผมด้วยรอยยิ้มเหยียด “ยังไง?” ผมมองซูกัสด้วยความสงสัย มันก็พอจะเข้าใจนั่นแหละครับ แต่ผมไม่อยากคิดไปเอง ซูกัสมองหน้าผมนิดหนึ่งก่อนที่เธอจะพูดออกมาช้า ๆ “ก็...ยิ่งยากก็ยิ่งแพงไงคะ”

พ่ายรักร้ายคุณชายตำรวจ
****++++++++++++++++++**** "มาทำให้ฉันรัก แล้วคิดจะออกไปจากฉันง่ายๆ งั้นเหรอ ไม่มีวัน" พูดจบ มือหนาก็กระชากคนตัวเล็กเข้ามาระดมจูบเข้าใบหน้าสวย อย่างหนักหน่วง จูบที่ดิบเถื่อน และรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เขาเป็นคนรักใครรักยาก แต่ในเมื่อยัยตัวแสบเข้ามาทำให้รักแล้ว ก็ยากที่จะปล่อยเธอไป ปากหยักหนาถอนจูบออกจากคนตัวเล็ก และอุ้มเดินไปยังลานจอดรถ "...พี่ธีร์นี้พี่จะทำอะไร ปะ...ปล่อยฉันนะ" "ของเคยๆ กันอยู่จะกลัวไปทำไม" ธีร์ณัฐจ้องมองคนตรงหน้าที่แสนจะพยศ "อย่านะพี่ธีร์ ไม่..." หึ... รอยยิ้มอันร้ายกาจผุดขึ้นมาที่มุมปากหยัก "เด็กแสบๆ อย่างเธอจะได้ไม่กล้า มาบอกเลิกฉันอีก" ธีร์ณัฐตะเบ่งเสียงด้วยท่าทีโกรธจัด พร้อมกับโน้มใบหน้าเข้าไปจัดการปิดเสียงอันน่ารำคาญที่ออกจากปากคนตัวเล็ก (ธีร์ณัฐ พี่ชายดีเทล เรื่องหวงรักร้ายนายวิศวะ) (ข้าวตัง เพื่อนสนิทโรรา เรื่องหวงรักร้ายนายวิศวะ) คำเตือน⛔️ พระเอก หล่อ รวย นิ่ง ร้ายลึก ใครไม่ชอบพระเอกสายนี้ ผ่านไปได้เลยจ้า อ่านแล้วไม่ถูกจริต ไม่ทิ้งคอมเมนท์แย่ๆ ให้กับนักเขียนนะคะ เพื่อเซฟความรู้สึกนักเขียน นิยายเรื่องนี้เขียนขึ้นตามจิตนาการของผู้แต่ง ห้ามคัดลอกหรือลอกเรียนแบบใดๆ ทั้งสิ้น ไม่อนุญาตให้ละเมิดลิขสิทธิ์แต่อย่างใด ฝ่าฝืน ทั้งจำทั้งปรับ เนื้อหาในเรื่องเขียนขึ้นตามจิตนาการของผู้เขียนเท่านั้น นิยายเรื่องนี้อาจมีเนื้อหารุนแรงในบางตอน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน อายุต่ำกว่า18 ปีควรได้รับคำแนะนำ ฝากเป็นกำลังใจให้ไรท์คิมกันด้วยนะคะ เปิดเรื่อง 20.12.2023

DELTA | รักสุดท้ายของนายแบดบอย
เธอแอบรักเขาตั้งแต่แรกเจอ ส่วนเขานั้นไม่เคยแม้แต่จะชายตามองเธอ เพราะเขามีคนที่ชอบอยู่แล้ว แล้วยังมีอดีตแฟนเป็นถึงนางแบบดัง ยังไม่รวมคนที่แอบชอบเขาอีกมากมาย เฮ้อ..แค่คิดก็เหนื่อยใจ

So Sexy Girl สยบรักร้ายนายเจ้าชู้
"พี่เควินคะ" ฉันเดินเข้าไปหาผู้ชายที่ทั้งฮอตทั้งน่ารักก่อนที่จะเรียกชื่อพี่เขาออกมาด้วยพลังทั้งหมดที่มี "ครับ เรียกพี่เหรอ" พี่เขาหันมายิ้มให้ฉันพร้อมทั้งเอียงคอด้วยความสงสัยแล้วก็เอานิ้วชี้ที่ตัวเอง งือ~ น่าร้าก~ ยิ่งเห็นหน้าพี่เขาใกล้ ๆ แบบนี้ก็ยิ่งตกหลุมรัก หน้าหล่อ ขาวใส ออร่าเวอร์ "ค่ะ" ฉันตอบเบา ๆ แล้วก็ยิ้มด้วยความอาย แถมขาเริ่มสั่นแล้ว เอาไงดี เอาไงดี! "มีอะไรกับพี่รึเปล่าครับ" พี่เขามองหน้าฉันยิ้ม ๆ งื้อ~ ถามบ้าอะไรก็ไม่รู้ มีอะไรกับพี่รึเปล่า บ้า! >///< ไม่ใช่แล้วอย่าคิดลึกนะขนมอิอิ เอาวะมาถึงขนาดนี้เเล้วจะถอยก็คงไม่ทัน ตั้งใจแล้วก็ต้องสู้สิ ฉันค่อย ๆ สูดลมหายใจเข้าให้เต็มปอดแล้วก็มองหน้าพี่เขาที่กำลังยืนมองฉันอยู่ "หนู...หนูชอบพี่ค่ะ หนูชอบพี่มาก หนูแอบชอบพี่มานานแล้ว พี่คบกับหนูได้ไหม!" กรี๊ด! พูดไปแล้ว พูดไปรัว ๆ คล้ายท่องอาขยาน แต่ไม่เป็นไรเพราะความจริงใจฉันใส่ไปเต็ม อิอิ “น้องชอบพี่?” พี่เขาดูจะไม่ได้อึ้งหรือแปลกใจอะไรกับการสารภาพรักของฉัน พี่เขาแค่ถามพร้อมกับยิ้มแค่นั้น “ค่ะ” ฉันพยักหน้าตอบรับแล้วก็ยิ้มแฉ่งให้ ใจเต้น ตื่นเต้นไปหมดแล้ว ^///^ “ขอบคุณนะครับ ถ้างั้นพี่ขอตัวก่อนนะ” ฮะ! อะไร? ขอบคุณครับ ขอตัวก่อนนะ แล้วจะทิ้งให้ฉันยืนเบลออยู่ตรงนี้น่ะเหรอ จะไม่พูดอะไรสักนิดเลย? “พี่จะไม่...เอ่อ” ฉันถามเขาเบา ๆ รู้สึกหน้าแหกนิด ๆ ที่พี่เขาไม่หือไม่อืออะไรเลยกับคำสารภาพรัก “ถ้าน้องไม่มีธุระอะไรแล้วพี่ขอตัวก่อนนะครับ” พี่เขาบอกด้วยน้ำเสียงปกติไม่ต่างจากตอนที่หันมาคุยกับฉันในประโยคแรก แถมยังเดินอ้อมฉันเพื่อไปเปิดประตูรถอีก “พี่ไม่ชอบหนูเหรอคะ ถ้าไม่ชอบพี่บอกมาตรงนี้ได้เลยค่ะ หนูโอเค” ฉันหันขวับไปถามทันที คือฉันมาสารภาพรักนะเว้ย ไม่ชอบไม่ว่าแต่บอกดี ๆ สิ ไม่ใช่ขอบคุณแล้วหนีไป ทำแบบนี้มันค้างคาใจ “น้อง น้องยังจะให้พี่พูดอีกเหรอครับ” พี่เค้าหันมามองหน้าฉันพร้อมมองด้วยสายตาที่มีประโยคคำถาม เออสิถ้าไม่ให้พูดฉันจะถามเขาทำไม “ค่ะ หนูอยากได้ยินจากปากพี่ว่าพี่รู้สึกยังไง” “วันนี้พี่มีผู้หญิงมาสารภาพรักเยอะมาก เสนอตัวนอนด้วยก็มี สวย ๆ ทั้งนั้นแต่พี่ปฏิเสธหมดเลย” พี่เขาพูดไปยิ้มไป แต่ทำไมฉันเริ่มรู้สึกว่ารอยยิ้มของเขามันไม่ได้สดใสเหมือนที่เคยมองเห็นจากที่ไกล ๆ หรือที่เคยเห็นในรูปเลย “...” “ทีนี้รู้แล้วใช่ไหมครับว่าคำตอบของพี่คืออะไร กลับบ้านไปพักผ่อนได้แล้วครับ อย่ามาเสียเวลากับพี่เลย สวยกว่าน้องเป็นร้อยเท่าพี่ก็ปฏิเสธมาหมดแล้ว” “พี่ชอบคนสวย?” ฉันถามด้วยความอึ้ง ก็ไม่ได้แปลกใจนะใครล่ะจะไม่ชอบคนสวย ฉันก็รู้ตัวว่าฉันไม่ได้เกิดมสวยจัดจ้านเหมือนคนอื่นเขา หน้าตาก็แค่พอไปวัดไปวา ยิ่งเทียบกับบรรดาผู้หญิงที่พี่เขาควงก็ยิ่งไม่เห็นฝุ่นแต่มันใช่เรื่องที่จะต้องมาพูดปฏิเสธคนที่มีความรู้สึกดี ๆ ให้ตัวเองด้วยคำพูดแบบนี้เหรอ “ใครไม่ชอบบ้างล่ะน้อง สวยก่อนค่อยมาให้พี่พิจารณาแล้วกันนะครับ ส่วนตอนนี้...พี่ขอผ่านก่อนนะคะ”

เด็กเลี้ยงหมอแสนร้าย
“ความสัมพันธ์ระหว่างเรามันก็แค่คนที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน ระวังหัวใจของเธอเอาไว้ด้วยเด็กน้อย อย่าเผลอปล่อยใจมารักฉัน อย่าหลงละเลิงไปกับความใจดีที่ฉันมีให้ เพราะคนอย่างฉันไม่เคยคิดที่จะรักใคร”

พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"เธอมันก็แค่น้องสาวของผู้หญิงขายตัว ที่หาวิธีทำให้ฉันสนใจไม่ได้ เธอก็วิ่งไปหาคนอื่น" "พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" "เป็นเด็กเอ็นมันไม่ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเน้นด้วยความโกรธจัด ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัว "ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ "ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ" "พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด !! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบ และมองมิริณด้วยสายตาดุดัน "ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห ใครรอคอยพี่อรัณสายหวานละมุน อบอุ่น ข้ามไปได้เลยจ้า แก๊งค์นี้ไม่มีคนดี ถึงคิวเรื่องของพี่อรัณ แล้วนะคะ ฝากนักอ่านที่น่ารักติดตามและให้กำลังใจพี่อรัณและนุ้งมิริณกันด้วยนะคะ รักพี่อรัณ มิริณ อย่างลืมกดไลท์และเป็นกำลังใจไรท์กันด้วยนะคะ ❤️??????
