น้ำหวาน รสแซ่บ

28.0K · อัพเดทล่าสุด
aunyika
20
บท
130
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

ใครจะไปคิดว่า... ความมืดมิดในคืนพายุโหมกระหน่ำ จะเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่จุด "ไฟปรารถนา" ให้ลุกโชนขึ้นกลางใจคนสองคน แก้ม นักศึกษาสาวหน้าใสที่ต้องเผชิญกับความมืดในห้องพักเพียงลำพัง ทันทีที่ประตูเปิดออกรับร่างสูงใหญ่ของนายช่างไฟที่เปียกปอน ความกลัวในใจก็แปรเปลี่ยนเป็นความถูกใจ ภายใต้ท่าทางใสซื่อและดวงตากลมโตขี้อ้อน เธอคือ "สาวน้อยสายรุก" ที่เมื่อล็อกเป้าหมายแล้ว ก็พร้อมจะงัดทุกมารยามาอ่อยเหยื่อให้ติดกับ โดยไม่เกรงกลัวต่อท่าทีนิ่งขรึมนั้นแม้แต่น้อย ติณ นายช่างใหญ่ผู้เคร่งขรึมและบ้างาน ที่ตั้งใจแค่จะมาซ่อมไฟตามหน้าที่ แต่เมื่อต้องมาเจอกับลูกอ้อนและสายตาหวานเชื่อมที่จงใจ "ยั่ว" ให้หวั่นไหว ภายใต้ชุดนอนวาบหวิวและบรรยากาศที่เป็นใจ กำแพงที่เพียรสร้างมาก็เริ่มสั่นคลอน เมื่อความใสซื่อเป็นเพียงกับดัก และความนิ่งขรึมเป็นเพียงเปลือกนอก จากแค่จะมาซ่อมไฟ กลับกลายเป็นต้องมาซ่อมความกระหายให้กันและกัน ความอดทนเส้นสุดท้ายของนายช่างใหญ่ขาดผึง เมื่อแม่สาวน้อยป้อนคำหวานและท่าทางยั่วยวนจนเขาตบะแตก จากนายช่างมาดดุ ก็กลายร่างเป็น "เสือหิว" ที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ และนี่เป็นจุดเริ่มต้นของรสชาติ "น้ำหวาน" อันหอมหวล ที่จะถูกปรุงแต่งด้วยลีลาอัน "รสแซ่บ" ของคนสองคน จนกลายเป็นความสัมพันธ์ที่หยุดไม่ได้

นิยายรักนิยายรักโรแมนติกผู้ชายอบอุ่นนักศึกษารักแรกพบคู่รักลิขิตโรงแรม/มหาลัยรักหวานๆตลก18+

ตอนที่ 1 บริการนอกเวลาทำการ

ไอฝนที่โหมกระหน่ำอยู่ด้านนอกอาคาร พุ่งเข้าปะทะใบหน้าหวานทันทีที่ประตูลิฟต์บนชั้นเจ็ดเปิดออก ทำให้แก้มในชุดนักศึกษาต้องห่อไหล่เล็กน้อยเพราะความเย็น สองขาเรียวก้าวไปตามโถงทางเดินที่ทอดยาวและว่างเปล่า

เสียงฟ้าร้องดัง สลับกับเสียงฝนที่สาดซัดหน้าต่างกระจกตลอดทางเดิน แรงลมที่เล็ดลอดเข้ามาตามรอยต่อ ทำให้นึกถึงไออุ่นจากผ้าห่มหนาในห้องนอนจับใจ

เมื่อพาตัวเองมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องหมายเลข 712 หญิงสาวก็รีบล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพายใบเก่ง เพื่อหาพวงกุญแจเพื่อจะเปิดห้อง

แกร๊ก...

เสียงลูกบิดคลายล็อกดังขึ้นเบา ๆ ท่ามกลางเสียงของพายุ แก้มไม่รอช้ารีบเข้าไปด้านในทันที หวังเพียงจะได้กลับเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวที่คุ้นเคย

ก่อนจะเอื้อมมือไปกดสวิตช์ไฟอย่างเคยชิน...

แต่แล้ว...

ไฟในห้องกลับดับวูบลงในเสี้ยววินาที ทำให้หญิงสาวยืนเคว้งคว้างอยู่กลางโถงห้องรับแขกอย่างงง ๆ

แสงฟ้าแลบแปลบปลาบสาดเข้ามาทางระเบียง เผยให้เห็นเงาข้าวของวูบหนึ่งก่อนจะถูกความมืดกลืนกิน มีเพียงเสียงฝนด้านนอกที่ยังดังกระหน่ำไม่ขาดสาย แก้มค่อย ๆ คลำทางจนเจอโซฟาตัวโปรดแล้วทิ้งตัวลงนั่ง

แสงสลัวที่ลอดเข้ามาทำให้ห้องดูวังเวงขึ้น สำหรับเด็กสาววัยยี่สิบเอ็ดที่ต้องแยกตัวมาใช้ชีวิตลำพัง ในคืนพายุเข้าแบบนี้มันช่างน่ากลัวและดูอ้างว้างเกินทน มือเรียวรีบควานไปบนโต๊ะข้างตัวเพื่อหาที่พึ่ง จนกระทั่งปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับความเย็นเฉียบของโทรศัพท์มือถือ

แสงสว่างวาบจากหน้าจอกลายเป็นที่พึ่งเดียวในตอนนี้ แก้มรีบสไลด์หารายชื่อ "ช่างไฟ" ชื่อที่เคยบันทึกทิ้งไว้แบบส่ง ๆ ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้กดใช้จริง ๆ

เมื่อชื่อปรากฏขึ้นตรงหน้า ก็ไม่รอช้ารีบกดโทรออกไปที่ "ติณกฤษการช่าง" ทันที หัวใจดวงน้อยเต้นรัวแข่งกับเสียงฟ้าผ่าด้านนอก

ตื้ด...ตื้ด...

เสียงรอสายที่ลากยาวท่ามกลางความมืดและเสียงฝน แก้มได้แต่ภาวนาซ้ำ ๆ ในใจ...รับทีเถอะ ขอร้องล่ะ...

ดูเหมือนคำอธิษฐานจะเป็นผล เมื่อสัญญาณถูกตัดเข้าสู่การสนทนา เสียงของผู้ชายดังขึ้น แม้จะติดแหบพร่าคล้ายคนเพิ่งตื่นนอนแต่ก็ยังแฝงความสุภาพอยู่ "ครับ... ติณกฤษการช่างครับ"

แก้มสูดหายใจลึกรวบรวมความกล้า "ขอโทษที่รบกวนเวลานะคะ คือ... ไฟที่ห้องหนูดับหมดเลย พอจะมีช่างเข้ามาดูให้หน่อยได้ไหมคะ หนูอยู่ที่คอนโดพรีเมียร์ เพลส ซอยบวร ฯ 12 ชั้นเจ็ดค่ะ"

ปลายสายเงียบไป มีเพียงเสียงกุกกักเหมือนคนขยับตัวลุกขึ้นนั่ง "พรีเมียร์ เพลส... ชั้นเจ็ด..." ชายหนุ่มทวนสถานที่ ก่อนจะถอนหายใจออกมา "ขอโทษด้วยนะครับคุณ พอดีตอนนี้ดึกมากแล้ว ลูกน้องผมก็กลับบ้านกันหมดแล้วครับ"

ประโยคนั้นเป่าเอาความหวังริบหรี่ให้มอดดับลงทันตา หัวใจดวงน้อยหล่นวูบทันที โรคกลัวความมืดเริ่มตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง "อ๋อ... อย่างนั้นเหรอคะ... แย่จัง" น้ำเสียงหวานแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงฝน "งั้นไม่เป็นไรค่ะ ขอโทษที่รบกวนเวลาพักผ่อนนะคะ..."

มือเรียวลดโทรศัพท์ลงเตรียมจะกดวางสาย ทว่าเสียงจากปลายสายกลับสวนขึ้นมาทันควัน

"เดี๋ยวครับคุณ อย่าเพิ่งวาง" น้ำเสียงงัวเงียเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นตื่นตัวขึ้นมา "ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมเข้าไปดูให้เอง ผมอยู่แถวนี้พอดี... ว่าแต่พอจะทราบไหมครับว่าไฟดับแค่ห้องคุณคนเดียว หรือดับทั้งชั้นครับ"

แก้มเงี่ยหูฟังแข่งกับเสียงฝน มองลอดช่องว่างใต้ประตูเห็นแสงสว่างและเงาคนเดินผ่าน "เหมือนจะได้ยินเสียงห้องอื่นเปิดทีวี แล้วไฟทางเดินก็ยังติดอยู่... น่าจะเป็นแค่ห้องหนูห้องเดียวค่ะ"

"อืม... งั้นน่าจะเป็นที่เมนเบรกเกอร์ หรือไม่ก็จุดเชื่อมต่อภายในห้องมีปัญหา" น้ำเสียงปลายสายดูจริงจังและพึ่งพาได้จนคนฟังใจชื้น "โอเคครับ เดี๋ยวผมเข้าไปดูให้ ขอทราบชื่อกับเลขห้องด้วยครับ"

"แก้มค่ะ ห้อง 712" หญิงสาวรีบตอบแทบจะทันที

"รับทราบครับ คุณแก้ม ห้อง 712 พรีเมียร์ เพลส" เสียงกุกกักเหมือนคนกำลังลุกหยิบข้าวของดังลอดมาตามสาย ก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ยต่ออย่างนุ่มนวล "ฝนตกหนักขนาดนี้ผมอาจจะไปถึงช้าหน่อย แต่น่าจะไม่เกินครึ่งชั่วโมง... แต่ผมจะรีบไปให้เร็วที่สุดครับ"

"ขอบคุณมากค่ะ คุณ..." แก้มชะงักไปเล็กน้อย ลังเลว่าควรจะเรียกขานอีกฝ่ายอย่างไรให้เหมาะสม

"ติณกฤษครับ... เรียก "ช่างติณ" เฉย ๆ ก็ได้"

"ค่ะ ขอบคุณมากค่ะช่างติณ"

"ครับ ไม่ต้องกังวลนะครับ เดี๋ยวผมรีบไป"

หญิงสาวจึงค่อย ๆ ลดโทรศัพท์ลง แสงสว่างจากหน้าจอดับวูบ ปล่อยให้ความมืดเข้ายึดครองพื้นที่อีกครั้ง แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือความรู้สึกในใจ ลมหายใจที่เคยติดขัดถูกผ่อนออกมาอย่างโล่งอก

แม้มรสุมด้านนอกจะยังโหมกระหน่ำ แต่ความหนาวเหน็บในใจกลับจางหายไป เพียงแค่รู้ว่ากำลังมีใครสักคนฝ่าพายุมาหา และคืนนี้เธอก็ไม่ต้องเผชิญความมืดมิดเพียงลำพังอีกต่อไป