ครอบครัวใช้ความรุนแรง

เมียเสือ(ภาคต่อเมียเสี่ย)
เขามองเห็นเธอเป็นแค่ของเล่นไร้ราคา แต่กว่าจะรู้ว่ามีค่า ก็เมื่อได้เสียเธอไป…. “คุณเสือ หนูเจ็บ!” คนตัวเล็กพยายามสะบัดตัวหนี แต่ไม่สำเร็จเพราะสู้แรงเขาไม่ไหว “ปล่อยหนู ปล่อยสิคะ!” “ปล่อยให้โง่น่ะสิ! เอาสิ ร้องสิ ร้องแหกปากดังๆ คนอื่นจะได้รู้ว่าเราเป็นอะไรกัน!” ใบหน้าคมคายโน้มลงต่ำเข้าไปใกล้ กระซิบข้างใบหู ยิ่งได้เห็นท่าทางกระวนกระวายของคนตรงหน้าเขายิ่งพอใจ “เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันทั้งนั้นแหละค่ะ เลิกทำแบบนี้กับหนูสักที” “พูดใหม่อีกทีซิ แน่ใจหรอว่าไม่ได้เป็น?” “…..” ริมฝีปากบางสั่นระริก เมื่อชายหนุ่มใช้มือลูบไล้ที่ใบหน้าเธอเบาๆ “ต้องให้รื้อฟื้นไหม ถึงจะได้กลับมาจำได้ว่าเราเป็นอะไรกัน” “งะ…เงินคุณก็มีตั้งมากมาย จะซื้อผู้หญิงเป็นสิบเป็นร้อยคนให้มานอนด้วยก็ยังได้ แล้วทำไมต้องเป็นหนู?” เธอพูดมันออกมาด้วยความยากลำบาก เพราะไม่สามารถคาดเดาอารมณ์ของคนตรงหน้าได้เลย “ก็คนอื่นมันไม่ได้น่าเอาเหมือนเธอไง!” “…..”

ตั้งครรภ์ลับบำเรอทราย
‘นัทมน’ ไม่รู้ตัวสักนิด ว่างานเงินดี กินดี อยู่สบาย ที่เธอตัดสินใจตอบรับ แท้ที่จริงก็คือแผนการหา ‘คนเลี้ยงลูก’ และ ‘เลี้ยงพ่อ’ ไปพร้อมๆ กัน ของผู้ชายจิตทราม ที่พยายามทำมิดีมิร้ายเธอเมื่อหลายปีก่อน แต่กว่าจะรู้ว่านั่นคือกับดัก... ตัวเธอก็ตกอยู่ในสภาพนักโทษสาวกิตติมศักดิ์ ถูกขังอยู่ในคฤหาสน์อันหรูหราซึ่งรายล้อมด้วยทะเลทรายที่ไร้ทางหนีเสียแล้ว ‘คามิน เอบาฮิม’ ชีคหนุ่มสุดเซ็กซี่แห่งบาห์เรน... ยังจำได้ไม่เคยลืมว่าผู้หญิงขี้โวยวายคนนั้น เคยทำให้เขาหัวปั่นมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่เหตุผลสำคัญที่เขาต้องจำเพาะเจาะจงเอาตัวเธอมาเป็นพี่เลี้ยงให้ได้ ไม่ใช่เพียงเพราะเขาต้องการเอาชนะ หากทว่า หญิงสาวคือพี่เลี้ยงในสเปกที่ลูกชายตัวแสบรีเควสต์เอาไว้ต่างหาก ไหนๆ ก็ลงทุนลงแรงล่อหลอกกันถึงขนาดนี้แล้ว ให้เป็นพี่เลี้ยงอย่างเดียวท่าจะไม่คุ้ม... ก็เอาเป็นเมียด้วยเลยก็แล้วกัน... “ไอ้คนบ้า” เจ้าของมือเรียวบางตวัดมือฟาดใบหน้าเขาจนเต็มแรง “คุณเป็นนายจ้างฉันก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำอะไรกับร่างกายฉันก็ได้” “ก็แค่ขอค่าแรงที่ผมช่วยคุณเอาไว้จากพวกหมาป่า” “บุญคุณก็ส่วนบุญคุณ แต่คุณทำไม่ดี ดูถูกฉันก่อน ที่ฉันตบคุณก็สาสมดีแล้ว” “ผมไม่ได้ดูถูกคุณนะนัทมน” “ถ้าไม่ได้ดูถูก คุณดึงฉันไปจูบทำไมไม่ทราบ” “ผมก็แค่อยากจูบ” นิ้วโป้งและนิ้วชี้ไล้ไปที่ริมฝีปากอิ่มของนัทมน “อยากจูบตรงนี้ ตรงนี้ และก็ตรงนี้” เขาเคลื่อนมือผ่านลำคอระหงลงไปที่ไหล่ลาด “และอยากจูบไปทุกที่”"

พิษรักซาตาน
อ๊ะ..อ๊ะ...อื้ออ!!! เสียงหญิงสาวครางระงมดังเล็ดลอดออกมาจากภายในห้อง หญิงสาวสองคนค่อยๆ เดินย่างกรายเข้ามาบริเวณห้องพัก “เวย์ฉันไม่อยากเปิด ฉันกลัว” เสียง ริสา เอ่ยขึ้นขณะเดินย่างกรายมาถึงห้องพักของแฟนหนุ่มของตัวเอง “สักวันแกก็จะต้องรู้ความจริง” ปัง! เสียงประตูถูกเปิดออกโดยฝีมือของ เวเลน ริสา แทบทรุดลงไปกองที่พื้นกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า

เสิ่นชิงรั่ว
บรรยากาศในห้องหนักอึ้งราวกับมีพายุกำลังก่อตัว"หนิงชิงรั่ว" หนิงเจิ้งเป็นฝ่ายเปิดฉาก เขากระแทกมือลงบนโต๊ะเสียงดังปัง "เมื่อเช้าเธอทำบ้าอะไรลงไป คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงกล้ามาพูดจาสั่งสอนพี่ๆ ของเธอแบบนั้น เธอจงใจจะสร้างความแตกแยกให้บ้านนี้ใช่ไหม" ชิงรั่วเพียงยืนนิ่ง มองตอบกลับไปด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ไม่ได้แสดงความหวาดกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อย "พี่ๆ เหรอคะ?" เธอทวนคำ "หนูไม่แน่ใจว่าตอนนี้เรายังอยู่ในสถานะนั้นกันอีกหรือเปล่า" "แก" คำตอบของเธอราดน้ำมันลงบนกองไฟ สวีลู่ลุกพรวดขึ้นชี้หน้าเธอ "นังเด็กอกตัญญู ตระกูลหนิงเลี้ยงแกมาจนโต ยังไม่สำนึกบุญคุณอีก ตั้งแต่เวยอันกลับมา แกก็พยศขึ้นทุกวัน ทำให้ลูกสาวฉันไม่สบายใจ แกมันเป็นตัวหายนะ"

รักร้ายๆ
เสียงตีดังเพียะ ดังออกมานอกห้อง คนข้างนอกต่างสงสารคนในห้องจับใจนัก ทำไมนะทำไม น้องครีมต้องทนถึงเพียงนี้ คนข้างนอกห้องต่างภาวนาให้พายุอารมณ์ของคนในห้อง สงบลงโดยไว ภาวนาให้ทุกอย่างจบลงอย่างรวดเร็ว ก่อนที่คนที่ถูกกระทำ จะบอบช้ำไปมากกว่านี้

เพลิงสวาทสีเงิน
อนาคิน และมุจลินทร์ ต้องมาอยู่ใต้หลังคาเดียวกันอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง มุจลินทร์ คือภาพของความรักและความอ่อนหวานของน้องสาวประดุจสายน้ำช่วยกร่อนเซาะความกระด้างอย่างหินผาในหัวใจของพี่ชายที่ไม่เคยยอมรับแม่ใหม่มาแทนที่มารดา แม้อนาคินจะพยายามตั้งข้อรังเกียจและบริภาษเธอไว้มากแค่ไหน หากท้ายที่สุดแล้วเขาก็มิอาจปฏิเสธว่าได้เผลอใจรับน้องสาวแสนงามอย่างมุจลินทร์เข้าไปเต็มหัวใจเย็นชาดวงนั้นจนหมด

หนี้หัวใจซาตาน
นิตา เฝ้ารอคอยการกลับมาของ คลีฟ เวสเนอร์ นาวิกโยธินหนุ่มชาวอเมริกันที่จดทะเบียนสมรสกับเธอก่อนกลับไปร่วมปฏิบัติการทางการทหารในอาฟกานิสถาน หลังจากนั้นเขาไม่ได้ติดต่อกลับมาหาเธอเป็นเวลาเกือบสองปี หญิงสาวตัดสินใจไปตามหาสามีที่อเมริกา จนกระทั่งได้พบกับเขา ทว่า คลีฟ เวสเนอร์ที่เธอเคยรู้จักกลับไม่ใช่นายทหารนาวิกโยธินคนนั้นอีกต่อไป

เล่ห์รักลิขิตสวาท
ทศรัสมิ์เคยมีใจผูกพันกับอณัศยา แต่เมื่อเขาพาเธอไปรู้จักกับครอบครัว กลับกลายเป็นพ่อของทศรัสมิ์ที่หลงใหลแม่ของอณัศยาถึงขั้นหย่ากับแม่ของเขาที่ตรอมใจจนต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศ ความรักของเขาและเธอจบสิ้นลง ทศรัสมิ์หายไปจากชีวิตของอณัศยาจวบจนกระทั่งวันที่เขากลับมาร่วมงานศพบิดาและรับรู้ว่าเขาคือผู้ครอบครองอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้านของครอบครัวแต่เพียงผู้เดียว แม่ของอณัศยาร้องขอให้เขาช่วยเหลือและทศรัสมิ์จะไม่มีวันปฏิเสธโอกาสอันงดงามนี้...โอกาสที่เขาจะได้เอาคืน ล้างหนี้แค้นที่สองแม่ลูกเคยทำให้ชีวิตของเขาแทบสิ้นไร้ทางเดิน

พิศวาสเถื่อน
เบน คริสเตียนเซน ต้องสูญเสียน้องชายฝาแฝดของเขาไปในอุบัติเหตุซึ่งเขาฝังใจว่าจะต้องเอาตัวคนผิดมาชดใช้ความแค้น และคนที่ถูกเขาตราหน้าว่าเป็นฆาตกรคือพลอยพิชญา หญิงสาวที่ยอมรับผิดแทนเพื่อนแต่ไม่รู้เลยว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของความยุ่งยากอย่างที่สุด

เมียซ่อนเสน่หา
ข้ามฟ้าจำต้องเข้าพิธีแต่งงานอย่างไม่เอิกเกริกกับ กีรยาร์ ลูกสาวของแม่บ้านที่พึ่งเสียชีวิตก่อนเขาเดินทางกลับจากต่างประเทศไม่ทันถึงเดือนทั้งที่ก่อนหน้าแม่ของเขาเกลียดชังแม่บ้านกับเด็กสาวคนนั้นเข้ากระดูกดำและพลอยทำให้เขาฝังใจโกรธเกลียดตามไปด้วยเพราะเข้าใจว่าสองแม่ลูกพยายามเอาใจบิดาเพื่อหาผลประโยชน์ เขาตั้งใจว่าจะทำตามความต้องการของพ่อแม่ รักษาการแต่งงานไว้แค่หนึ่งปี แต่จะไม่มีวันญาติดีกับลูกสาวกำพร้า แค่เก็บเธอไว้เป็นแค่ เมียซ่อนเสน่หา แต่จะไม่มีวันรักเป็นอันขาด!

เงารักเพลิงเสน่หา
เขา...ไม่อาจหยุดไฟแค้นที่จะทำลายหัวใจเธอได้และเธอ...ก็ไม่อาจหยุดหัวใจรักเขา แม้ถูกแผดเผาจนเหลือเพียงเถ้าธุลีด้วยเพลิงเสน่หา

ราคีรักรอยสวาท
แมทเทียส คอสแทนทิโน เก็บความคั่งแค้นไว้ในอกตลอดระยะเวลาห้าปีหลังจากที่ผู้หญิงชั่วช้าอย่าง ลักษณ์นารา ลูกสาวแม่บ้านที่เขาเคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งจนตั้งท้อง หลอกเอาเงินจากมารดาของเขาสองล้านยูโรแล้วหนีหายไปกับแม่ของเธอ เขาตามหาผู้หญิงหน้าเงินและต้อยต่ำอย่างเธอจนพบเพื่อยื่นข้อเสนอและบีบบังคับให้หญิงสาวโดยเธอไม่มีทางเลือก

เจ้าสาวนอกทะเบียน
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นก่อนงานแต่งทำให้ เรยา กลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา และทำให้ราณี ผู้เป็นน้องสาวต้องเข้าพิธีวิวาห์กับ กฤติ ทั้งที่ตลอดเวลาเขาคิดว่าเธอคือต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด เขายอมแต่งงานกับเธอแต่ไม่เคยสนใจ กลั่นแกล้งสารพัดเพื่อให้เธอไปจากชีวิต แต่กว่าจะรู้ว่าราณีมีค่ากับเขาแค่ไหน เธอก็จากไปพร้อมกับหัวใจน้อย ๆ อีกดวง

ปลาวาฬ (ไม่) อ่อนโยน
ในคืนที่ 'วันวิวาห์' ต้องหนีการตามล่าแบบหัวซุกหัวซุน ผู้ชายท่าทางเถื่อน ถ่อย อ่อยเก่ง แถมยังเจ้าเล่ห์ไม่มีใครเกินคือที่พึ่งเดียวที่ช่วยเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนรอดคืนนั้นมาได้อย่างหวุดหวิดเตือนก็เตือนแล้วว่าอย่ามายุ่งกับเธออีก ไม่อย่างนั้นเขาจะโดนร่างแหไปด้วย แต่อีตา 'ปลาวาฬ' หน้ามึนนี่เคยเชื่อกันเสียที่ไหนนี่นอกจากเขาจะหาเรื่องมายุ่งวุ่นวายและทวงบุญคุณกับเธอได้ทุกวี่ทุกวันเหมือนคนว่างงานแล้ว เขายังชอบแสดงอาการหึง หวงเธอจนออกนอกหน้าอีกต่างหาก บ้าจริงๆ

หัวใจซ่อนรัก
ขัตติยะ...เพราะไม่อยากมีห่วงมาคล้องคอจึงคิดเกม 'แฟนกำมะลอ' ขึ้นมาเพื่อตบตามารดาพีรยา...เพราะรักและหนี้จึงยอมกระโดดลงไปร่วมเกม 'แฟนกำมะลอ' อย่างเลี่ยงไม่ได้“เธอทำอะไร”“อ้าว ก็นายให้ฉันแสดงความรักฉันก็ทำแล้วไง”“นี่แม่คุณ ฉันไม่ใช่ลูกชายหรือน้องชายของเธอนะ จะได้มาแสดงความรักโดยการกอด ลูบหัวลูบหลังอย่างนี้น่ะ”ขัตติยะดันร่างนุ่มนิ่มในอ้อมแขนออก แล้วยืดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เท้าสะเอวเอียงคอมองหญิงสาวที่นั่งมองเขาตาเขียว ก่อนส่ายหน้า นี่เขาคิดผิดหรือคิดถูกที่มาเลือกยายลิงทโมนอย่างพีรยามาแสดงเป็นแฟนเนี่ย“ยังไงการกอดมันก็ถือได้ว่า เป็นการแสดงความรัก ต่อคนที่รักอีกวิธีหนึ่งละน่า”“แต่สำหรับคนเป็นแฟนกันมันต้องจูบ...เคยไหม จูบน่ะจูบ แล้วก็ต้องจูบตรงนี้ด้วย” ชายหนุ่มชี้ไปที่ริมฝีปากของตัวเอง พร้อมกับทิ้งตัวลงไปนั่งจนชิดกับหญิงสาวอีกครั้ง“ห๊า! จูบปากนายเนี่ยนะ..."

รอยรัก หัวใจทมิฬ
“ฮืออ...พี่โตเอาแสงไฟออกไปจากหน้าพรได้แล้ว” พรพรรณเกิดความโมโห คนหน้ามึนส่องอยู่ได้ บางทีการที่เธอมีปากเสียงใส่คนตัวใหญ่ก็เป็นการดีอยู่ไม่น้อย เพราะนั่นจะแสดงให้สิงโตรู้ว่าเธอไม่ใช่หญิงสาวที่จะมาบังคับจิตใจกันได้ตามอำเพ่อใจ“ปล่อยขาฉันได้แล้ว...” สิงโตขยับขาจะเดินหนี สับสนใจตัวเอง เขาไม่ยอมรับความจริง ว่าเวลาอยู่ไกล้ร่างอวบอั๋นแล้ว หัวใจที่มีให้แต่น้ำผึ้งนัน มันหวันไหว่ให้กับใครอีกคนที่เขาบอกตัวเองเสมอว่าเกลียด“พี่โตจะไปไหนพรยังไม่เสร็จเลย” แขนสลวยกอดที่ขาใหญ่ของสามีไว้แน่น กลัวเขาจะไปจากตรงนี้จริงๆ“เร็วๆ สิ...ทำไมนั่งนานจังวะนี่เธอปลดเบาหรือปลดทุกข์ฮ่ะ” ชายหนุ่มเปล่งเสียงเข้มดุดันกลบเกลื่อนความเปลี่ยนแปลงในหัวใจของตัวเอง“เสร็จแล้ว...อย่าไปไหนนะ...”“เสร็จก็ลุกสิ...” สิงโตยังเปล่งเสียงคำรามยังกับสิงโต แล้วทำหน้าทมึงทึงก้มมองคนร่างน้อยอยู่ในความมืด“พี่โตขา...” ร่างอวบยังนั่งอยู่ที่เดิม เธอแหงนมองคนตัวสูง“อะไร ?” คนขี้เก๊กแกล้งทำเสียงสูง“พรไม่มีกระดาษทิชชู่ค่ะ...” พรพรรณเปรยเสียงหวานออดอ้อน มือที่กอดขา เปลี่ยนมาเป็นสะกิดขากางเกงสามีหยิกๆ“อะไรว่ะ...ไม่มีกระทิชชู่...ก็ใช่ใบข้าวโพดเช็ดแทนก็แล้วกัน” สิงโตเด็ดใบข้าวโพดที่อยู่ไกล้มือที่สุด แล้วยื่นให้กับหญิงสาวที่ยังนั่งยองๆ ใบหน้าของเธอที่เงยมองเขานั่นเอ่อไปเลยทีเดียว“บ้า...ไอ้พี่โตทุเรศจะให้พรใช้ใบข้าวโพดเช็ดได้ไงมีหวังคันตาย...” พรพรรณเปรยเสียงสะบัดแผ่วเบา เพราะความเขินอาย“เอ้า...ฉันก็เห็นเธอกำลังคันอยู่ไม่ใช่เหรอ...” สิงโตเปล่งเสียงเย้ยหยันหญิงสาวไม่เลิก พูดตอกย้ำให้เธอได้เจ็บใจอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่า“ทุเรศ...” คนร่างอวบรีบลุกขึ้นยืนเผชิญหน้าคนตัวสูง ถึงจะมีความสูงแค่ราวนมของเขา เธอก็ไม่กลัว มือบางยกขึ้นผลักร่างใหญ่ให้หลีกทางให้ พร้อมทั้งก้าวเดินผ่าความมืดออกไปข้างนอก ตาก็มองแสงไฟจากกองไฟหน้ากระท่อง“ฮ่าๆๆ...ถ้าไม่หายคันเดียวคืนนี้ฉันช่วยเก่าให้ก็ได้นะ” เขาส่งเสียงร้องตะโกนถาม สองเท้าก็ก้าวเดินตามร่างอวบอั๋น พร้อมทั้งส่องไฟฉายให้เธอด้วย

โสเภณีไร้เดียงสา
เธออายุเพียง 15 ปี ก็ถูกนำตัวมาขายให้มหาเศรษฐีหนุ่ม เขาอายุ 32 ปี หนุ่มใหญ่ผู้ร่ำรวยและเย็นชา เมื่อเธอถูกนำมาขายใช้หนี้และเขาก็รับเธอไว้ในฐานะคนรับใช้ส่วนตัวทว่าเพียงวันแรกที่เธอได้มาเหยียบบ้านของเขา เธอก็สูญเสียพรหมจรรย์ไปอะไรคงไม่ร้ายเท่าเขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว และเธอเกิดตั้งครรภ์ขึ้นมาเธอไม่มีวันยอมเป็นโสเภณีไร้เดียงสาตลอดไปหรอก เพื่อลูกและเพื่ออนาคต เธอจึงต้องอุ้มท้องหนีเขาไปอยู่ที่อื่น โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าเธอกำลังตั้งครรภ์และเมื่อเวลาผ่านไป 4 ปี เธอและเขาได้กลับมาเจอกันอีกครั้งในฐานะท่านประธานกับเลขาสาวการพบกันครั้งนี้ เธอเปลี่ยนไปมาก จากเด็กสาวผู้อ่อนต่อโลก กลายเป็นหญิงสาวที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ที่สำคัญ...เด็กชายวัย 3 ขวบที่เรียกเธอว่า ‘แม่’ ก็มีใบหน้าเหมือนเขาราวกับพิมพ์เดียวกัน !

บำเรอรัก บำบัดSEX
บำเรอรักบำบัดSEXพราวแสง พราวรตี“เมื่อไหร่แกจะเลิกทำตัวสำส่อนสักที แกอายุยี่สิบเจ็ดแล้วนะ เรียนยังไม่จบแล้วริอ่านจะร่านอีก!”นี่คือประโยคเด็ดที่แม่สุดที่รักด่าประจานผมทุกวัน“โธ่ แม่ครับ ผมร่านที่ไหน แล้วที่เรียนไม่จบเนี่ยก็มีเหตุผล อีกอย่างผมก็เป็นโรคติดเซ็กส์ด้วยนะแม่ แม่ก็รู้นี่ครับ”และผมก็มักจะตอบกลับไปแบบนี้ แต่ครั้งนี้มันดันไม่จบอยู่แค่นั้น เพราะแม่สุดที่รักดันพูดประโยคที่ทำให้ผมอึ้งและช็อกไปสามวิ“งั้นก็ดี ในเมื่อแกมันเป็นโรคที่ชาวบ้านเขาไม่เป็นกัน ถ้าอย่างนั้นแกก็ไปหาจิตแพทย์ซะ เอาให้รู้ไปเลยว่าแกจะเลิกบ้าเซ็กส์ไม่ได้!!!”ภาคิน บริโภคทรัพย์“ผมเป็นโรคติดเซ็กส์...ช่วยบำบัดให้ผมทีครับ!”นฤมล นฤกวี“ลองงดมีเซ็กส์สักสามเดือนดีกว่าไหม หรือไม่ก็ไปตัดทิ้งเลย รับรองว่าหายขาด!”*ไม่รับประกันความแซ่บ แต่ความน่ารักน่าหยิกของผู้ชายคนนี้จะมาทำให้ทุกคนหวั่นไหว!ใครชอบผู้ชายสายยั่ว น่ารัก น่าตบ ก็เชิญทางนี้ค่ะส่วนใครชอบผู้หญิงร้ายเงียบ เย็นชา แต่แอบหื่น ก็เชิญทางนี้เช่นกันเรื่องนี้เป็นแนว ๒๐ เด็กต่ำกว่าอายุสิบแปดควรพิจารณา*ยังมีเรื่องราวของพี่ชายพี่สาวพระเอกอีกนะคะ ถ้าแต่งเสร็จแล้วจะเอามาลงให้ค่ะ

รอยแค้นตราบาปรัก
ชไปมากกว่านี้อีกแล้ว...ร่างบางนั่งลงตรงหน้าสามีเมื่อคนใช้เรียกเธอมาพบเขาที่ห้องรับแขก พลางมองชายหนุ่มที่ไม่ยอมพูดคุยกับเธอเลยตั้งแต่เข้ามานั่ง และอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าจะกลายเป็นอดีตสามี เธอพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะกั้นอารมณ์ไว้ไม่ให้เผยด้านอ่อนแอออกมามันน่าตลกไหมล่ะ...เธอถูกกล่าวหาว่ามีชู้ ทั้งที่ตัวเองไม่รู้สติ...ไม่มีแม้แต่สิทธิ์ที่จะยื่นอุทธรณ์เพื่อตามหาความจริงเขาตัดสินเธอเพียงแค่สิ่งที่เห็น เชื่อคำพูดของมารดาผู้ประเสริฐมากกว่าสะใภ้กาฝากที่แม่ผัวไม่ยอมรับ เพราะไม่มีหัวนอนปลายเท้า...ตอนนี้เธอเข้าใจกระจ่างแจ้งแล้วว่า...ต่อให้รักกันมากแค่ไหน ก้าวผ่านอุปสรรคมาด้วยกันมากมาย ก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะรักกันยืนยาวตลอดไปได้ เหมือนเธอตอนนี้ยังไงล่ะ ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี พิพากษาว่าเป็นหญิงมักมาก คบชู้สู่ชาย“เชิญคุณเมฆาเซ็นชื่อตรงนี้เลยครับ” เจ้าพนักงานอำเภอพูดทำลายความเงียบใบหย่าถูกยื่นไปยังตรงหน้าของเมฆา มือหนาหยิบปากกาขึ้นมาแล้วจรดเซ็นชื่อลงอย่างไม่ลังเลใจ จากนั้นก็เลื่อนไปหาหญิงสาวตรงหน้า"เซ็นซะ" น้ำเสียงที่ใช้ดูห่างเหินรวมทั้งนัยน์ตาเต็มไปด้วยอาการเฉยเมยเมื่อมองเข้าไปลึก ๆ จะพบกับความเจ็บปวดที่ไม่สามารถเอ่ยออกมาได้มือเรียวบางหยิบปากกาขึ้นมา นัยน์ตาคู่สวยสั่นระริก พลางกะพริบตาเพื่อขับไล่น้ำตาไม่ให้ไหลออกมา แม้จะพยายามไม่ให้คนตรงหน้าเห็นความอ่อนแอ แต่มันไม่สามารถกั้นเอาไว้ได้หมดแล้วซึ่งความรักของเธอ ความรักที่บ่มเพาะมานานถึงสามปีกับอีก สามเดือนที่แต่งงานกัน เธอถูกคนใจร้ายลงทัณฑ์อย่างเจ็บปวดทรมาน พวกเขายัดเหยียดความอดสูมาให้ราวกับเป็นตราบาปในชีวิต เธอถูกตราหน้าว่าเป็นหญิงชั่วช้าไพลินทร์จัดการเซ็นเอกสารตรงหน้าทั้งน้ำตา ไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้วันที่เธอกับเขาตัดขาดความเป็นสามีภรรยาเพียงแค่ไม่เชื่อใจ

ฉันต้องอยู่ต่อให้ได้
ครืน ครืน!!เปี้ยง! เปี้ยง!วิ้ววววววววว แอ๊ดด อี๊ดด เสียงท้องฟ้าร้องดังระงม พร้อมสายฟ้าที่ฟาดลงมาไม่หยุด ภายในกระท่อมที่เก่าทรุดโทรม แค่ลมพัดก็เกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด ไม่ว่าจะพยามปิดเท่าไรมันก็ยังคงเปิดอยู่อย่างนั้นแปะ แปะ แปะ น้ำฝนที่ร่วงจากฟ้าค่อยๆ หยดลงบนเตียงเก่าๆ ที่บัดนี้มี 3 แม่ลูกนอนขดกกกอดเพื่อให้ความอบอุ่นแก่กันที่บนเตียง เด็กชายผมเพ้ายุ้งเยิงหน้าตามอมแมมตัวผอมแห้งแทบจะหนังติดกระดูกนอนที่กลางเตียง ส่วนทางซ้ายมือเป็นเด็กหญิงที่หน้าเหมือนกันยังกะแกะกันมา ต่างแค่เป็นหญิงเท่านั้น ส่วนริมขวาสุดเป็นหญิงกลางคนนอนกอดเด็กๆ ทั้งสองคนไว้ด้วยผ้านวมที่มีรอยปะชุนเย็บแล้วเย็บอีก ที่หาความอุ่นแทบไม่มี“ท่า...นแม่ ท่านแม่ ข้ากลัวจังเลยขอรับ”เด็กชายมอมแมมกล่าวเสียงสั่น สะอื้นไห้นอนกอดผู้เป็นมารดาแน่น“อาซิ่น อย่ากลัวนะลูก แม่จะปกป้องลูกๆ เอง”
