
ข้ามภพมาเป็นหญิงโง่แห่งหมู่บ้านไท่ผิง
ภพชาติก่อนเป็นโสดไร้คู่ครองภพชาตินี้ได้มีสามีสมใจแต่สามีที่รูปงามดั่งพานอันดันมีเมียถึง3คนนี่สิ สตรีร่างอวบอ้วนจากศตวรรษที่21เช่นนางเลยเลือกที่จะเดินจากมา

สถาปนิกสาวเกิดใหม่พาครอบครัวสู่ความร่ำรวย ภาค 1
สถาปนิกสาวทายาทมหาเศรษฐีกลับมาตายในไซต์งานก่อสร้างเพราะเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว จนดวงวิญญาณถูกดึงให้ย้อนเวลาไปยังยุคโบราณ“โอ้โห มีปู่ย่าและญาติพี่น้องเห็นแก่ตัวเอาเปรียบกันถึงขนาดนี้ ฉันไม่ยอมเด็ดขาด!"

ซูซีหลาน หนึ่งรักเคียงใจ
ซูซี่/ซูซีหลาน ดูเหมือนแค่อกหักรักคุด สวรรค์คงคิดว่าเป็นบททดสอบที่ไม่มากพอ ดังนั้นจึงทำให้หญิงสาวต้องมีอันต้องไปโผล่ยังแคว้นฉิน ทั้งยังเป็นช่วงที่แคว้นฉินกำลังผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน เหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงในราชสำนัก ทำให้หญิงสาวจำต้องระวังทุกย่างก้าว ยิ่งในยามที่รู้จุดประสงค์ในการมายังเมืองหลวงของเฉินเซวีย นางก็บอกตัวเองว่าไม่ว่าอย่างไร นางก็จะพาเขาไปให้พ้นจากเรื่องวุ่นวายนี้ให้ได้ เฉินเซวีย ท่านหมอเฉินผู้เก่งกาจในด้านการรักษา เพราะบิดาของเขาต้องตายอย่างไร้ความเป็นธรรม อีกทั้งตัวเขากับมารดาก็ต้องระหกระเหิน โดยจำต้องทิ้งศพบิดาเอาไว้ในห้องลับภายในจวน ระหว่างทางกลับไปจัดการทุกอย่างให้ถูกต้อง เขากลับพบหญิงสาวปริศนาที่ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า และนางก็เปลี่ยนชะตาของเขาไปตลอดกาล

ซ่อนเงารัก ใต้แรงปรารถนา
นางรักเพียงเขามาหลายปี แต่เขากลับรักเพียงพี่สาวแท้ ๆ ของนางเพียงคนเดียว ในวันที่คิดจะตัดใจ เขากลับพึ่งรู้ตัวว่า หัวใจของเขาปรารถนาแต่เพียงนาง “ฟางเยว่ เจ้าเป็นของข้า… ของข้าเท่านั้น” "กู้ฟางเยว่" บุตรีคนเล็กของเสนาบดีกู้ฮ่วน สตรีที่รักมั่นเพียงแค่ชายคนเดียว เขาเป็นสหายสนิทของพี่สาวแท้ ๆ ของนาง "เฉินตงหยาง" องค์ชาย 9 หรือ "ฉีอ๋อง" แห่งซานโจว ท่านอ๋องเย็นชา สุขุม สันโดษ และรักสงบ แต่กลับชื่นชอบพี่สาวนาง "กู้อันหลิน" บุตรีคนโตของเสนาบดีกู้ นางงดงาม มากไปด้วยความรู้ เป็นที่หมายปองของบุรุษทั้งแคว้น จนกระทั่ง... "ลูกตัดสินใจอภิเษกกับอวี้อ๋องเจ้าค่ะท่านพ่อ" พี่สาวของนาง ตัดสินใจแต่งงานกับ อวี้อ๋อง "ฟ่านเยี่ยนหรง" ซึ่งทูลขอนางกับฮ่องเต้ และนั่นทำให้ ฉีอ๋องอย่าง เฉินตงหยาง รู้สึกราวกับบรรพตถล่มลงมาทับหัวใจของเขา ฟางเยว่รู้ว่า ตัวเองมิอาจสู้พี่สาวของนางได้ ในหัวใจของเขา จึงเลือกที่จะถอยออกมา แต่ทว่า.... ท่านอ๋องกลับพึ่งรู้ใจตัวเองว่า คนที่พระองค์รัก และปรารถนาจะครอบครอง มิใช่พี่สาวของนาง.... “ท่านอ๋อง…” "ข้าขอโทษ ข้าผิดไปแล้ว ข้าทำร้ายเจ้ามาโดยตลอด ข้าขอโทษ" “ท่านกำลังขอโทษข้า เรื่องอันใดกัน” “ทุกเรื่อง ทุกอย่างที่เคยทำ ข้าทำร้ายเจ้า” “ท่านเมาแล้วท่านอ๋อง ข้าต้องรีบกลับไปที่ห้องโถง” “ไม่! อย่าไป ข้าไม่ให้เจ้าไปฟางเยว่” “ท่านกำลังคิดอะไรอยู่ นี่ท่านกำลังสับสน ได้โปรดเถิดเพคะท่านอ๋อง ปล่อยข้า อย่า…” เขาปล่อยนางไปไม่ได้ หากปล่อยนางไปวันนี้ ก็ไม่รู้ว่าอีกเมื่อใด ที่ฟางเยว่จะยอมพบเขาอีก ตอนนี้เขาต้องการให้นางเข้าใจ แม้ว่าจะช้าเกินไป ก็ไม่อยากเสียนางไป “ท่านอ๋องปล่อยข้า กรี๊ด!” ฝากติดตามเรื่องราวความรัก ของทั้งคู่กันด้วยนะคะ นิยายแนวรัก โรแมนติก มีดราม่าเพียงเล็กน้อย เน้นความสัมพันธ์ของตัวละคร ยังคงเป็นแนวสุขนิยม รักเดียวเช่นเดิมค่ะ *** นิสัยของตัวละคร เป็นเหมือนคนทั่วไป ไม่ได้แสนดี นางเอกจ๋า พระเอกตลอดกาล แต่เป็นไปตามสิ่งแวดล้อมและความคิดในเวลานั้นที่พบเจอ ในนิยายมีฉากบรรยายบทอีโรติกค่อนข้างละเอียด ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ

บุพเพผูกรัก
หลิงอวิ๋น อวิ๋นอวิ๋น บุตรสาวคนเดียวของศิษย์แห่งเทพโอสถที่หลงเหลืออยู่ หลังเกิดสงครามแบ่งต้าฉู่ออกเป็นสามแคว้น นางลืมตาขึ้นมาด้วยความทรงจำจากโลกเดิม บิดารักและตามใจที่สุด เพราะชื่อเสียงของบิดาทำให้เขาเลือกที่จะเก็บงำนางเอาไว้จากคนนอกจนอายุสิบห้า หลิงอวิ๋นบังเอิญช่วยชีวิตบุรุษผู้หนึ่งเอาไว้บนเขา บุรุษที่นางเลือกแม้มีคนที่ดีพร้อมกว่าเขามากมาย เหยียนซี หัวหน้าเหยียนผู้หล่อเหลาเก่งกาจแห่งอวี้สื่อต้าฟู ชาติกำเนิดทำให้เขาจำต้องกลายเป็นบุรุษไร้วรยุทธ์ ทั้งยังต้องลาออกจากราชการ เขาโดดเดี่ยวมาทั้งชีวิตกระทั่งได้พบกับหลิงอวิ๋น แม้พยายามพาตัวออกห่างด้วยกลัวนางได้รับอันตราย แต่หัวใจกลับเอาแต่เรียกร้องให้เข้าใกล้นาง ชะตาพานพบ บุพเพผูกพัน แม้พยายามแล้วที่จะปฏิเสธ หากแต่หัวใจรักกลับไม่ยอมเชื่อฟัง ด้วยนางเป็นหนึ่งเดียวที่เป็นดังแสงนำทางชีวิต

ชะตารัก...ฝันข้ามภพ
ศิรชัช รุจิระไพศาล ชายหนุ่มรูปหล่อบ้านรวนที่แสนจะเย่อหยิ่ง จองหอง อวดดี อดีตชาติของเขาคือ เฉินมู่ซาน ชายหนุ่มที่ซื่อสัตย์ จิตใจดี ช่างต่างกับปัจจุบันราวฟ้ากับเหว นลินญาหรือหลิน สาวน้อนแก่นแก้วที่ไม่เคยยอมใคร ชอบเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ในอดีตชาติเธอคือซูฮุ่ยหลิน และเป็นคนรักของเฉินมู่ซาน แต่ในชาติปัจจุบันเธอกับศิรชัชกลับไม่ชอบหน้ากัน ทะเลาะกันทุกครั้งที่พบหน้า หนุ่มยะโสกับสาวปากไวไม่เคยลงรอยกันเลย ทั้งที่สองครอบครัวหมายมั่นจะให้พวกเขาแต่งงานกัน ป้าฉวีหรือตัวจริงคือจิ้งจอกเก้าหาง นางคือองค์หญิงฉีเป่าจูแห่งเผ่าจิ้งจอก นางมีพันธะสัญญากับซูฮุ่ยหลินในอดีตชาติ นางต้องการให้ศิรชัชกับนลินญาจดจำความรักในชาติที่แล้วของพวกเขาได้ จึงมาพาดวงจิตของทั้งสองย้อนอดีตไปเมื่อพันปีก่อน นลินญาไม่เคยเชื่อเรื่องย้อนยุค หรือภพชาติในอดีต ไม่เคยเชื่ออะไรที่พิสูจน์ไม่ได้ แต่เธอกับศิรชัชกลับต้องฝันประหลาดพร้อมกัน ย้อนเวลากลับไปในสมัยต้าซ่ง พวกเธอต้องผจญไปกับเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย จนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด ทั้งออกศึกกับทัพตระกูลหยาง ฝึกวิชา ฝึกเวทจากองค์หญิงจิ้งจอก ฝ่าค่ายกลเวทมนตร์ ต้องสู้กับจอมมารขมังเวท พวกเขาสองคนต้องจับมือฝ่าฟันอุปสรรคนานับประการ และแก้ไขอดีตชาติด้วยกัน แล้วสุดท้ายพวกเขาจะได้กลับมารักกันอีกไหม จะได้กลับโลกปัจจุบันหรือเปล่านะ...

Don't do it อย่าดื้อนะใจ๋
“ลูบป้ายคณะวิศวะเพราะอยากได้แฟนเรียนวิศวะ แล้วที่ยืนหัวโด่อยู่นี่คืออะไร?” ----------------------------- เขาว่ากันว่า ‘ลูบป้ายหน้าคณะไหนจะได้แฟนเรียนคณะนั้น’ ภารกิจที่สาวในมหาวิทยาลัยต่างพากันพิชิต ไม่เว้นแม้แต่ตัวเองที่ดันถูกเพื่อนลากให้ไปทำด้วยอีกคน แต่จะลูบไปทำไมในเมื่อ ‘หวานใจ’ ได้หนุ่มวิศวะตัวพ่อปี 4 ของรุ่นอย่าง ‘เจ้าสมุทร’ มาครอบครองอย่าง 'ไม่' ต้องการอยู่แล้ว... จากเพื่อนสนิทในวัยเยาว์สู่ ‘คู่หมั้น’ ที่ไม่ต้องการให้ใครรู้เรื่องของเรา ความห่างเหินเกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกที่รับรู้สถานะสิ้นสุดจากเพื่อนมาเป็นคู่หมั้น แต่แล้ววันหนึ่งก็ดูเหมือนว่าจะมีคนอยากแสดงความเป็นเจ้าของ... “อย่าดื้อนะใจ๋...” คำพูดติดปากที่เจ้าของชื่อไม่เคยกลัว

เร้นรักสลับดวงชะตา
ในวันที่นางสูญเสียดวงตา เขาก็พาสตรีอีกนางมาหยามหน้า ในเมื่อฟ้าไม่ยุติธรรมสวรรค์ไร้เมตตาเช่นนั้นนางจะขอคืนชีวิตด้วยการยอมเขียนหนังสือหย่า พร้อมดื่มสุราพิษจากไปกลายเป็นเถ้าธุลีเพื่อคืนอิสรภาพให้แก่เขา!

นางบำเรออุ้มท้องบุตรจอมโฉด
เจ็บ..ที่ถูกเขากอดแต่ไม่รัก หวังอ้ายซินเป็นสุนัขรับใช้ที่ซื่อสัตย์ของแม่ทัพหยางไร้ใจ รับใช้ไม่เว้นแม้แต่ปรนเปรอราคะบนเตียง เมื่อหัวใจปริร้าวจึงหนีไปพร้อมกับบุตรในครรภ์ #พระเอกธงแดงแต่โบ้หนักมาก **** “หะ...หากว่าร่างกายของข้า จะทำให้ท่านแม่ทัพผ่อนคลายจากความเศร้า ขะ...ข้าก็ยินดีเจ้าค่ะ อื้อ...” เรียวปากหนักๆ กดทับเรียวปากอวบอิ่มของหญิงสาวอย่างแรง เขาบดจูบแล้วขยี้แรงจนเรียวปากแตกยับ รับรู้ได้ถึงความเค็มเฝื่อนของคาวเลือด แม้เรียวปากจะบวมช้ำจากแรงบดจูบของคนไม่มีสติ กระนั้นอ้ายซินกลับอ่อนระทวยไปกับสัมผัสแปลกใหม่ที่นางไม่เคยรู้จัก ยิ่งมือหนาหนักลามไล้บีบขยำไปตามส่วนเว้าส่วนโค้ง ลมหายใจของนางก็ยิ่งหอบกระชั้นดั่งว่าจะขาดห้วงลง ***** แม้นางจะไม่เคยร่วมหลับนอนกับบุรุษ แม้นางจะไม่เคยมีคนรัก แต่นางก็เคยเรียนรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์บนเตียงระหว่างชายหญิง นางรู้ดีว่าเวลานี้ร่างกายของนางกำลังต้องการการเติมเต็มจากแม่ทัพหยางอย่างน่าละอาย ทั้งๆ ที่เขาเสพสุขกับเรือนร่างของนางโดยปราศจากสติสัมปชัญญะ ทุกการกระทำปราศจากความรัก ปราศจากความอ่อนโยน ดิบเถื่อน รุนแรง ดั่งสัตว์ป่าผสมพันธุ์ที่ดำเนินไปตามสัญชาตญาณ กระนั้นนางกลับมิอาจต้านทานเปลวเพลิงราคะที่กำลังแผดเผานางให้ตายทั้งเป็นได้เลย

วิศวะร้าย แกล้งรัก
เกียร์วิศวะไม่ได้มีไว้แค่คล้องคอ แต่มีไว้เพื่อ 'คล้องใจ' ธาม (Thame) : พี่ว้ากคณะวิศวกรรมศาสตร์ปี 4 มาดนิ่ง โหด และมีอดีตที่ฝังใจกับความรักจนกลายเป็นคนเย็นชา เขาเห็นผู้หญิงเป็นเพียงเครื่องมือในการเดินหมากเพื่อประชดอดีตคนรักเก่า แต่กฎของแรงดึงดูดกลับเหวี่ยงให้เขามาเจอ ‘ของจริง’ ที่เขาคุมเกมไม่อยู่ ต้นข้าว (Tonkhao) : ดาวคณะบริหารธุรกิจปี 1 สาวสวยสายสตรองที่ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่พกพาไอคิวและไหวพริบมาเต็มพิกัด เธอคือคนเดียวที่กล้าต่อปากต่อคำกับพี่ธาม และเป็นคนเดียวที่มองเห็น ‘ความอ่อนโยน’ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อช็อปสีเข้มตัวนั้น ธามพยายามเข้าหาต้นข้าวโดยการแกล้ง แกล้งแทบจะทุกเวลาที่เจอหน้ากัน วันไหนที่ไม่ได้เจอหน้า ธามก็จะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เจอจนได้ กิจกรรมรับน้องของตึกคณะบิรหารธุรกิจ “ไอ้ธาม! มึงมาคณะบริหารทำไมวะ?” ปืน เพื่อนสนิทเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ คณะตัวเองก็มีรับน้องเหมือนกันแท้ๆ แต่ไอ้ธามกับโดดงานตัวเองมาที่คณะบริหาร “พามึงมาดูความตื่นเต้นไง มึงชอบแบบนี้ไม่ใช่เหรอ?” “ใช่! กูชอบ แต่มึงไม่ชอบไม่ใช่เหรอ?” ปืนทำหน้างง หันไปมองเพื่อนสนิทอีกคน “ใช่ไหมวะ ไอ้หมอก” “ใช่” หมอกพยักหน้า “กูว่ามึงแอบปิ้งสาวคนไหนอยู่หรือเปล่าวะ ไอ้ธาม” “กูจะปิ้งใครได้ เสือวิศวะอย่างกูไม่ปิ้งใครง่ายๆ หรอก แค่พาพวกมึงมาเช็กเรทติ้งเท่านั้น” ในระหว่างที่ทั้ง 3 กำลังถกเถียงกัน ดาวคณะบริหารคนล่าสุดก็เดินถือกล่องบริจาคเข้ามา “พี่คะ ช่วยบริจาคเงินเพื่อสมทบทุนไปช่วยเด็กดอยด้วยกันมั้ยคะ” “ช่วยแล้วพี่จะได้อะไรล่ะ?” “ได้บุญไงคะ” “บุญน่ะพี่ไม่ต้องการ พี่ชอบความสนุกมากกว่า” “ยังไงคะ?” “ถ้าพี่บริจาคให้ 1 พัน เธอต้องยอมให้พี่แกล้งทั้งเทอมนะ โอเคปะ!” ธามขบริมฝีปากเล็กน้อยก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์ “เธอต้องหาเงินให้ได้ตามเป้าเพื่อผ่านกิจกรรมไม่ใช่เหรอ? หากพี่บริจาค 1 พัน เธอก็ผ่านกิจกรรมอย่างสบายๆ เลยนะ” “แบบนี้ก็มีด้วยเหรอพี่! บริจาคเงินเพื่อแกล้งฉันนี่นะ” “พี่ไม่ได้แกล้งใครง่ายๆ นะ ถ้าไม่ถูกชะตาพี่จริงๆ” และแล้วการแกล้งเพื่อดึงให้เธอเข้ามาใกล้ เพื่ออยากอยู่ในสายตา เพื่ออยากให้เธอจดจำ แต่ยิ่งแกล้งเขากลับยิ่งหลง ยิ่งร้ายเขากลับยิ่งหวง จนสุดท้ายเสือที่เคยคิดจะตะครุบเหยื่อแบบกินแล้วคายทิ้ง กลับกลายเป็นหมาโบ้ที่ยอมคุกเข่าอ้อนวอนขอความรักจากเธอ

ก้าวย่างนางบำเรอจอมยั่ว
แม่ทัพหมิงคือผู้เดียวที่จะช่วยให้ข้าหลุดพ้นจากการหวนคืนมาถูกฆ่าซ้ำๆ! ดังนั้นข้าจะยั่วยวนใช้มารยาจนกว่าท่านแม่ทัพจะหลงรัก คะ...แค่หลงรักก็พอ ไม่ต้องตามหึงตามหวงตามคลั่งรักข้าก็ได้เจ้าค่ะ!

นายใหญ่เจ้าของไร่ฟ้า(Omegaverse)
”กูไม่ได้ชอบ มันก็แค่เด็กในบ้าน“ เป็นแค่เด็กในบ้านเท่านั้นแหละ! ‘มึงหึงน้องเขานะ’

ENCHANTED มาเฟียสะกดรัก
พวกเขาเข้าหาเธอด้วยการล่อลวง กักขังเธอไม่ให้ไปไหน หัวใจดวงน้อยจะรับมือชายหนุ่มทั้งสองคนได้หรือไม่…

ร้อยหัวใจใยเสน่หา
“ดัดจริตใครบอกให้เรียกคุณ ขึ้นมาเร็วๆเหยียบที่พักเท้าแล้วนั่งซ้อนหลังพี่” ชายหนุ่มพูดเสียงขุ่นด้วยความไม่พอใจยัยเด็กนี่ดเรียกเขาว่าคุณทั้งที่เรียกพี่ทัพพ์มาตลอดแค่ไม่ได้เจอกันไม่เท่าไหร่กลับดัดจริตเรียกคุณมันน่ามั้ยล่ะ “นี่..” ใบพลูกำลังจะอ้าปากพูดแต่ทวิภาคชี้หน้าเธอบอกให้ซ้อนท้ายเขา “ขึ้นมาเดี๋ยวนี้” เสียงห้าวพูดดังขึ้นกว่าเดิม “ก็ได้ อยากให้ซ้อนใบพลูจัดให้” ร่างเพรียวเหยียบที่พักเท้าแล้วยกขาขึ้นข้ามบังโคลนหลังนั่งลงบนบังโคลนแข็งๆ “ก็แค่นั้นแหละ” ชายหนุ่มกระตุกยิ้มแล้วบิดคันเร่งก่อนจะออกตัวกระชาก “บรืนนๆๆ บรื้นนน..” “ว้ายยย!!.....” อัยยาร้องเสียงหลงด้วยความตกใจเกือบหงายหลังยังดีที่เธอคว้าเอวสอบไว้ได้แรงกระชากทำให้เธอโถมตัวลงเอาหน้าอกกระแทกเข้าแผ่นหลังหนั่นแน่นเต็มแรงสะโพกงอนหลุดจากบังโคลนรถลงไปเบียดเอวสอบ “คุณทัพพ์..” "เอี้ยดดด..” “ว้ายยย!!....” อัยยาร้องออกมาอีกครั้งเมื่อชายหนุ่มเบรกรถเสียงดังจนล้อเสียดสีกับถนนคอนกรีตหน้าผากกระแทกหลังเขาจนทำให้คนงานที่ทำงานอยู่แถวนั้นมอง “เมื่อกี้เรียกพี่ว่าอะไรนะ” ทัพพ์ถามเจ้าของก้อนเนื้อนุ่มที่กระแทกแผ่นหลังเขาถึงสองครั้งไหนจะเนื้อนุ่มนิ่มบดเบียดเอวสอบเขาไว้แน่นอีกล่ะพระเจ้า ยัยใบพลูทำให้ร่างกายของเขามันมีชีวิตได้ด้วยสิ “เอ่อ.. พี่ทัพพ์..”

คุณหนูสี่ไป๋เกิดใหม่ครานี้ข้าขอเลือกสามีเอง
ตระกูลเส้าที่ผู้นำตระกูลเป็นถึงเสนาบดีใหญ่กรมขุนนาง ภายนอกที่ผู้คนเห็นอาจแลดูรุ่งเรืองแต่ภายในกลับลวงโบ๋ แต่เพราะมีสตรีอย่างคุณหนูสี่ตระกูลไป๋ที่ตกหลุมรักคุณชายตระกูลเส้า แผนชั่วของคนเห็นแก่ตัวจึงเกิดขึ้น ความรักทำให้คนดวงตามืดบอดไม่ยอมฟังคำทัดทานของผู้ใด เมื่อบุตรสาวที่เป็นแก้วตาดวงใจของใต้เท้าไป๋เสนาบดีกรมพิธีการ อ้อนวอนให้บิดาตอบรับการสู่ขอของตระกูลเส้า หากบิดาไม่ยินยอมนางจะใช้ความตายเพื่อความรักครั้งนี้ ในที่สุดคุณหนูสี่ “ไป๋เล่อฉิง” ก็สมหวังได้แต่งเข้าจวนตระกูลเส้าในฐานะฮูหยินน้อย เพียงแต่หลังการแต่งงานผ่านไปไม่ทันไร บุรุษที่เคยบอกว่ารักนางนักหนากลับกลายเป็นอีกคน จนนางคิดว่าสิ่งที่เห็นคือความฝันไม่ใช่ความจริง สินเดิมมากมายที่นำมาถูกสามียึดไปทั้งหมด และยังรับสหายของนางเข้ามาในฐานะฮูหยินเช่นเดียวกับนาง ชีวิตที่เคยวาดหวังไว้พังทลายไม่มีชิ้นดี สาวใช้คนสนิทถูกสังหารต่อหน้าต่อตา ส่วนตนเองก็ถูกคนเคยรักและสหายสนิททรมานจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต “เพราะเหตุใด...พวกเจ้าถึงต้องหักหลังข้าเช่นนี้” “หึ ไป๋เล่อฉิงเจ้ามันโง่เองที่ไม่เชื่อคำทัดทานของคนที่หวังดี แค่ข้าพูดคำหวาน ๆ ไม่กี่คำหรือทำตัวน่าสงสารเจ้าก็ยอมทำให้ทุกอย่าง ช่างเป็นสุนัขที่เชื่องสำหรับข้าจริง ๆ” “เล่อฉิงเจ้ามันก็แค่สมบัติเดินได้ที่อาเสียงกับข้าไว้หยิบใช้เท่านั้น เจ้าคิดว่าอาเสียงจะรักเจ้าจริง ๆ น่ะหรือ ข้าจะบอกอะไรให้นะคนที่อาเสียงรัก และทุกคนในตระกูลเส้ายอมรับตั้งแต่แรกมีเพียงข้า “หลัวอี้หรู” ส่วนเจ้าจงเป็นฮูหยินที่ป่วยตายจากโรคประหลาดไปเถิด ฮ่า ๆ ๆ” “ฮึก ข้าช่างโง่เขลาอย่างที่พวกเจ้าพูดจริง ๆ หากมีชาติหน้าข้าจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับพวกเจ้าอีก อึก เฮือก! ตุบ” ก่อนลมหายใจเฮือกสุดท้ายจะสิ้นสุดลง ไป๋เล่อฉิงกลับเห็นเงาอันเลือนลางของบุรุษผู้หนึ่ง ใบหน้าของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด แต่ดวงตาของนางฝืนเอาไว้ไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว แม้ว่านี่จะเป็นการช่วยเหลือที่นางไม่รู้ว่าเป็นผู้ใด แต่ภายในใจนางได้ภาวนาเอาไว้ว่าจะขอตอบแทนเขาในชาติหน้าก็แล้วกัน ‘ฉิงเอ๋อร์!’

สหายคิดไม่ซื่อ
จู่ๆ สหายสนิทตั้งแต่วัยเยาว์ก็ขอตัดความสัมพันธ์ อีกทั้งยังยัดเยียดความเป็นสามีให้นางอย่างหน้าไม่อาย ‘ข้าไม่อยากเป็นสหายแต่อยากเป็นสามีของเจ้า!’/ ‘อาหลง นะ.นี่เจ้าใหญ่โตถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!' ++++ อี้เฟยหลงไม่รอให้อีกฝ่ายปฏิเสธ เขาตวัดลิ้นชื้นแฉะเลียลงบนปลายถันอีกครา สองมือสากกระด้างกอบกุมเต้าขาวๆ แล้วบีบเฟ้นเคล้นจนเนื้อนมทะลักออกตามง่ามนิ้วมือ ‘ทั้งนุ่ม ทั้งหอมหวาน ซินเอ๋อร์ข้าแทบจะบ้าอยู่แล้ว ข้าต้องการเจ้ามากมายเพียงใดเจ้าคงไม่มีวันรู้ เพราะเจ้ามองข้าเป็นเพียงสหาย แต่ข้าไม่เคยอยากได้เจ้าเป็นสหายเลย ข้าอยากได้เจ้าเป็นเมียมาโดยตลอด!’ จ๊วบ! เสียงดูดนมดังราวกับจะเขย่าความรู้สึกของจางซินเหยียนให้ยิ่งแกว่งไกวสับสน ด้วยการถูกเขาดูดเลียเต้านมทำให้นางเสียวซ่านและสุขสมอย่างที่ไม่เคยสัมผัส ไม่คิดว่าการถูกบุรุษสัมผัสแตะต้องร่างกายจะทำให้นางรู้สึกราวกับจะคลั่งเช่นนี้ อี้เฟยหลงบีบสองเต้าให้ชิดเข้าหากัน แล้วแลบลิ้นเลียไปยังร่องอกแผ่วเบา พลางจ้องมองใบหน้าหวานที่แดงระเรื่อ ยามเมื่อกามราคะมอดไหม้ ใบหน้าของนางก็ยิ่งเย้ายวนน่าหลงใหล “ดูนี่สิซินเอ๋อร์ ดูเจ้าในเวลานี้” ชายหนุ่มผายมือเรียกกระจกที่วางอยู่มุมหนึ่งให้ลอยเข้ามาอยู่ในมือ ก่อนจะยื่นให้นางมองใบหน้าของตนเอง “นะ...นี่ข้าหรือ” จางซินเหยียนสับสน นางไม่เคยเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความใคร่ของตนเองเช่นนี้มาก่อน ใบหน้าที่ราวกับหญิงร่านราคะ ดวงตาของนางฉ่ำเยิ้ม เรียวปากอ้ากว้างหอบกระเส่าหายใจแรง “ซินเอ๋อร์ข้าไม่โกหกเจ้าหรอก” เขาพลิกตัวแล้วอุ้มคนเมาขึ้นนั่ง วางกระจกไว้ที่ปลายตั่งเพื่อให้นางมองเห็นตนเองอย่างถนัดถนี่ “อาหลงจะ...เจ้าจะทำอะไร” จางซินเหยียนสับสนยิ่งกว่าเดิมเมื่อเขานั่งซ้อนนางจากทางด้านหลัง ก่อนที่มือหนาจะคว้าเต้านมกลมกลึงแล้วเริ่มบีบขยำ “ไม่นะ...ต้องหยุดได้แล้ว มะ...มันอันตรายเกินไป” สติที่พอจะมีอยู่น้อยนิดเฝ้าบอกว่าสิ่งที่สหายหนุ่มทำนั้นไม่ถูกต้อง แต่นางก็ไร้เรี่ยวแรงเกินกว่าจะขัดขืน “มองเงาตนเองในกระจกสิซินเอ๋อร์ มองดูว่าเจ้างดงามมากเพียงใดยามถูกข้าสัมผัสแตะต้องเช่นนี้” พูดพลางใช้นิ้วโป้งบี้บดปลายถันช้าๆ “อะ...ฮึก อื้อ....” ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาซุกไซ้ไปตามซอกคองามระหงของสหายวัยเยาว์ ค่อยๆ บรรจงจูบ ค่อยๆ ตวัดลิ้นลามเลียอย่างช้าๆ ราวกับต้องการเล้าโลมให้หญิงสาวซ่านกระสันไร้หนทางจะต้านทาน “อะ...อื้อ อะ...อาหลง อาหลง มะ...ไม่นะ...” ได้ผล...หญิงสาวระทวยอ่อน ยิ่งนางครวญครางดั่งใจจะขาดรอนๆ ก็ยิ่งเขินอายที่เห็นตนเองบิดเร่าไปกับฝ่ามือที่บีบเฟ้นเต้านม เงาสะท้อนในกระจกทำให้นางรู้สึกวูบวาบหัวใจเต้นระรัวแรง

เซ็ตอุ่นเตียงร้อนแรง นิยายจีน
เซ็ตอุ่นเตียงร้อนแรง นิยายจีน เรื่องแรก ข้าเป็นนางอุ่นเตียงของพ่อสามีในยุค 70 หลังจากที่นางได้ไปจดทะเบียนสมรสกับคุณชายเทียนหยู จากหญิงสาวบ้านป่าเข้าสู่เซี่ยงไฮ้ หลินฮวาก็กลายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของลูกชายตระกูลฟู่ นางหาได้เต็มใจในการแต่งงานครั้งนี้ไม่ เพราะผู้เป็นพ่อที่ครอบงำและเจ้าเล่ห์ของนาง ท่านได้ขายนางมาเพื่อเงินทองและความสุขสบายของทุกคนในครอบครัว แต่หลินฮวาก็ยังมีความหวัง นางคิดว่าจะมีความรักที่เบ่งบาน แต่เทียนหยูผู้เป็นสามี เขาเป็นลูกที่ไม่เอาไหน และสมองมีเพียงน้อยนิดที่จะคิดอะไรเองได้ อยู่ใต้อาณัติของท่านพ่อ วันเวลาแห่งการเริ่มต้นใหม่ที่คิดว่าจะดี แต่ทว่านางกลับได้ขึ้นเตียงกับพ่อสามี ท่านฟู่เทียนเฉิน ผู้ที่เป็นคนเลือกลูกสะใภ้ และถูกใจหลินฮวามาก ๆ ในเมื่อลูกชายไม่เอาไหนอย่างเทียนหยูทำหน้าที่สามีที่ดีไม่ได้ เขาก็จักทำเอง เรื่องที่สอง ลูกสะใภ้อุ่นเตียงของพ่อสามีแซ่บ เมื่อสามีไม่ทำการบ้าน แล้วยังนอกใจ คุณพ่อว่างทำให้ได้ไหม ความอุ่นเตียงจึงเกิดขึ้น แต่เริ่มองศาเดือดจนเตียงร้อนแทบเผาไหม้ นิยายเรื่องนี้ไม่มีอะไร ดำเนินไปด้วยเซ็กซ์ค่ะ แก่หรือ คำนี้ไม่มีอยู่ในสารบบของเขา ส่วนเธอ... อย่างไรก็ได้ แค่ไม่เหงา และมีอะไรทำทั้งวันก็เพียงพอ เรื่องที่สาม ร้อนทุกองศา Friend นะโว้ย เพื่อนกันทั้งนั้น แต่เขาสองคนรักผู้หญิงคนเดียวกัน หากตกลงกันได้ บนเตียงมีสามคนก็ไม่แปลก บทนำ “อะไรกันนักหนาน่ะพวกนาย” “ซือหลิน... ชีวิตมันสั้นนะ” “ซือหนิง... ฉันรักเธอนะ” “เฮ้ย! แต่ว่าฉัน...” หญิงสาวมองหน้าทั้งสองคนสลับกันไปมา ที่ไม่เลือกเพราะอะไรซือหนิงรู้อยู่แก่ใจ “ฉันก็รักเธอ... ซือหนิง” “แล้วไงเนี่ย ไม่นะ ฉันไม่เลือกใครทั้งนั้น” “ซือหนิง พวกเราอยู่กันแบบเราสามคนได้ไหม” “ใช่ ฉันขอเถอะ” “หา!”

รักปักใจ (เอญ่า x ฮันเตอร์)
“เขาเห็นเธอครั้งแรกผ่านหน้าจอ…และตกหลุมรักโดยไม่มีเหตุผล” เพียงเสี้ยววินาทีในสายวิดีโอคอลที่เธอคุยกับน้องสาวฝาแฝด—เพื่อนสนิทของเขา—ภาพของผู้หญิงที่ไม่เคยพบหน้ากลับฝังลึกอยู่ในความทรงจำของเขาอย่างไม่อาจลบเลือน ดวงตาคู่นั้น รอยยิ้มบางเบานั้น ทำให้ผู้ชายที่ไม่เคยสนใจใครอย่างเขา…เริ่มคลั่งไคล้โดยไม่รู้ตัว จากความบังเอิญ กลายเป็นความตั้งใจ จากความสนใจ กลายเป็นความต้องการ และจากความต้องการ…กลายเป็นความอยากครอบครอง หลายปีผ่านไป เธอกลับมาเมืองไทยเพื่อศึกษาต่อ โดยไม่รู้เลยว่า “ใครบางคน” เฝ้ารอเธอมาโดยตลอด การพบกันอีกครั้งไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือ “แผนการ” ที่ถูกวางไว้ตั้งแต่วันแรกที่เขาได้เห็นเธอ เขาจะไม่ปล่อยให้เธอหายไปอีกครั้ง ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหน… ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร… เพราะสำหรับเขา เธอไม่ใช่แค่ผู้หญิงที่เขารัก แต่คือ “คนที่เขาต้องได้มา” เท่านั้น

เปลี่ยนเพื่อนร้าย ให้กลายเป็นรัก
"ลิน" หญิงสาว ผู้มีรอยแผลในใจที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง "วิน" ผู้กำกับหนุ่มสุดกวนที่คอยวนเวียนอยู่ข้างๆ เธอมาตลอดสิบปี เขาทำให้เธอทั้งหงุดหงิดและอบอุ่นใจในเวลาเดียวกัน แต่เมื่อฝันร้ายในอดีตย้อนกลับมา ทั้งคู่จะค้นพบว่าความรักที่แท้จริงนั้นไม่ใช่แค่การครอบครอง แต่เป็นการเยียวยา เข้าใจ และพร้อมที่จะก้าวผ่านความเจ็บปวดไปด้วยกัน

ทาสรักดวงใจทมิฬ
“คนเลว ถอยไปนะ” เมื่อคนตัวใหญ่ไม่สะเทือนแม้แต่น้อยกับแรงผลักอันน้อยนิดของเธอ ทำให้วรินญาต้องเอ่ยปากไล่ พร้อมทั้งบิดข้อมือให้หลุดพ้นจากการเกาะกุมของเขา “คนเลวงั้นเหรอ ก็ดี ฉันจะได้เลวให้มันถึงใจเลยเป็นไง นี่ก็คงลงมาดักรอฉันล่ะสิ ผู้หญิงร่าน หน้าด้านอย่างเธอ!” เขาบอกเสียงเข้มชิดเรียวปากนุ่มนิ่มของเธอ วรินญาสะบัดใบหน้าหนีทันควัน หากแต่ถูกมือใหญ่บีบใต้คาง บังคับให้เธออยู่นิ่ง “ไอ้คนสารเลว ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ” วรินญา พยายามเปล่งเสียงออกมาด้วยความยากลำบาก เมื่อถูกมือหนาออกแรงกดจนทำให้เธอต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ “จะปล่อยได้ไงล่ะฮะ! อุตส่าห์ร่านออกมาดักรอ” ภูวเดชยังต่อว่าเธอด้วยน้ำเสียงดูแคลน พร้อมสายตาเยาะเย้ย ผลงานเรื่อง ‘ทาสรักดวงใจทมิฬ’ เคยได้รับตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์สีแทน ในนามปากกา ธิชาร์ ในปี 2554 เมื่อหมดสัญญา นักเขียนจึงนำมารีไรท์ลงอีบุ๊ค สำหรับฉบับอีบุ๊ค นั่นนักเขียนได้ทำการรีไรท์เนื้อหาใหม่ทั้งหมด จึงทำให้เนื้อหาไม่ต่างในส่วนของหนังสือพอสมควร แต่โครงเรื่องยังคงเหมือนเดิมค่ะ ปล.เรื่องนี้เป็นผลงานแรกๆ ที่เริ่มเขียน หากผิดพลาดประการใด ขออภัยด้วยนะคะ
