ตอนที่ 9
หนึ่งนางรอจนหลับ ตอนที่ปราชญากลับเข้ามาเจ้าหล่อนก็นอนฟุบกับที่พักแขนของโซฟาผมยาวปรกหน้าปรกตา ถ้าไฟสลัว ๆ หน่อยปราชญาก็อาจจะสะดุ้งเอาได้ แต่เขาไม่ใช่คนขวัญอ่อนขนาดนั้น
เขามองนาฬิกาข้อมือนับตั้งแต่ตอนสิงหามารายงานจนถึงตอนนี้ก็เกือบห้าชั่วโมง อึดไม่เบา! นอกจากจะอึดแล้วยังไม่ระมัดระวังตัวเอาเสียเลย กระโปรงนักศึกษาสั้นผ่าจนแทบจะเห็นต้นขาอยู่แล้ว เขาเดินไปดึงปิดลงมาให้ ปราชญาลำคอแหบแห้ง เดินไปวางแฟ้มคนไข้ปึง! ลงบนโต๊ะปลุกเธอให้ตื่น
หนึ่งนางสะดุ้งลุกขึ้นนั่ง ขยับตัวเสยผมลวก ๆ มองซ้ายมองขวากว่าจะหาสติตัวเองเจอก็พักใหญ่ ๆ คนตัวสูงยืนกอดอกพิงโต๊ะทำงานมองมาที่เธอสายตาวาว
ปราชญาพยายามอย่างยิ่งยวดไม่ให้สายตาจ้องไปยังส่วนเนื้อเปลือยขาวอันโผล่พ้นรอยผ่าของกระโปรงนักศึกษา ใจคอเขาไม่ดี ท้องก็คอยแต่จะร้อนวูบวาบ ๆ อยู่เรื่อย
“คุณ” มาเสียที เธอรอมาตั้งแต่บ่าย ข้าวสักเม็ดยังไม่ตกถึงท้อง “นึกว่าจะมาพรุ่งนี้ซะอีก”
“มีอะไร” เขายังจำภาพที่เธอปาเช็คใส่ปั่ก ๆ ได้ดี
หนึ่งนางขยับตัว นึกถึงวันนั้นที่ตัวเองโหวกเหวกใส่เขาไปเสียมากมายก็เกิดกระดากละอายใจขึ้นมา
ไม่สิ! เธอสั่นศีรษะเบาๆ เงินจำนวนนั้นเขาควรจะให้เธอไม่ว่าเธอจะร้องขอตอนไหนก็ตาม มันควรจะเป็นของเธอนั่นคือสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ความจริงเขาควรขอโทษเธอเพิ่มเสียด้วยซ้ำ
“ฉัน” เธอเลียปากนิดนึง พูดยังไงดี อ้อมค้อมก่อนดีมั้ย
“เอาตรง ๆ” เขายืนกอดอกพิงโต๊ะทำงานรอว่าเธอจะพูดอะไร หรือจะมาทวงความรับผิดชอบอย่างอื่นที่ไม่ใช่เงิน หนึ่งนางยู่หน้าแหงนเงยสบตา กระพริบตาปริบ ๆ มองเขา ปากที่เคยแจ๋ว ๆ ก็เกิดหนักขึ้นมาในวินาทีนี้ “เวลามีน้อย จะกลับบ้านแล้ว … เหนื่อย”
“จะมาทวงเช็ค …”
มีคนเปิดประตูห้องอย่างแรงขนาดที่ประตูไม้ประทบผนังปูนดังปัง! จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงทักทายเริงร่าสุด ๆ
“พี่ปราช!”
คำพูดของหนึ่งนางสะดุดลงฉับพลัน ทั้งปราชญาและหนึ่งนางหันไปพร้อมกัน
คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูสวมแจ็คเกตหนังสีดำ กางเกงยีนส์ เสื้อข้างในสีเขียวเข้ม ผมรองทรงสั้นยุ่งเล็กน้อย ใบหน้าละม้ายคล้ายปราชญาราวกับพิมพ์เดียว ต่างที่ผิวสว่างกว่าและท่าทางรื่นเริงสุด ๆ ไม่เหมือนพี่ชายที่เอาแต่ทำหน้าดุ
ปรมะไม่ทันสังเกตว่าที่โซฟามีหญิงสาวตัวเล็ก ๆ นั่งอยู่ด้วย
“ผมปวดฟัน พี่ถอนฟันให้หน่อย” เขากุมแก้มเดินเข้ามาซบหน้าลงแนบบ่าพี่ชาย ปราชญาเบี่ยงตัวหนีทำหน้าเหมือนรำคาญ วันนี้วันรวมญาติหรือไง จู่ ๆ ไอ้น้องชายตัวแสบก็โผล่เข้ามาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
“คลินิกปิดแล้ว”
“โธ่!” ทำท่าออดอ้อนน่าสงสาร อุตส่าห์พุ่งบิ๊กไบท์มาจากขอนแก่นเพราะปวดฟัน ดันไม่ทันเวลาเสียนี่ “พี่อย่าใจดำเลยน่าแค่ถอนฟันเอง” จนถึงตอนนี้ปรมะก็ยังไม่เห็นว่าหนึ่งนางยังนั่งอยู่ที่โซฟา
กระทั่งคนถูกเมินไม่ยอมเป็นอากาศธาตุตัดสินใจทักทายเขาออกไป
“พี่ปั๊ม!”
เขาจึงหันไปมอง ตาโตด้วยความตกใจ
“หนึ่ง”
การเจอหนึ่งนางที่นี่นับเป็นเรื่องแปลกประหลาด แต่ความดีใจมีมากกว่าทั้งสองคนจึงปรี่เข้าสวมกอดกันแน่น นำพาให้คนมองหงุดหงิดงุ่นง่านอย่างบอกไม่ถูก
อยากจะเดินไปดึงออกก็หาเหตุผลที่จะให้ตัวเองทำอย่างนั้นไม่เจอ
ปรมะไม่ได้มีอคติกับการที่ใครสักคนจะอยากมีผัวรวยหรือผัวจนเพราะถือคติเรื่องชาวบ้านที่ไม่เกี่ยวกับเขาก็คือเรื่องชาวบ้านที่ไม่เกี่ยวกับเขา
ดังนั้นต่อให้หนึ่งนางจะอยากมีผัวรวยหรือมีผัวสามคนสี่คนก็ไม่ได้ทำให้ความเป็นเพื่อนที่มีระหว่างกันเลือนรางแปรเปลี่ยน
หลังคลายอ้อมกอดหนึ่งนางมองชายหนุ่มรุ่นพี่จนเต็มตา
“โอ้โห ไม่เจอพี่ปั๊มตั้งนานนึกว่าไปอยู่ขอนแก่นแล้วจะไม่กลับมาแล้วซะอีก”
หลังปรมะเรียนจบบริหารธุรกิจ ปราชญาส่งเขาไปคุมสถาบันติวแพทย์และคลินิกทำฟันที่ขอนแก่น นอกจากทำงานเขาก็ตะลอนเที่ยวไปทั่ว นาน ๆ ครั้งจึงจะกลับบ้าน
ยกเว้นเวลาที่ปวดฟันปรมะจะรีบบึ่งกลับมาที่กรุงเทพ เขาก็เหมือนหนึ่งนาง หมอฟันที่โกหกว่าฉีดยาไม่เจ็บมีแค่ปราชญาคนเดียว
“ปวดฟันน่ะ” ปรมะชี้ไปที่แก้มซึ่งเริ่มบวมตุ่ย ๆ “เดี๋ยวปากเหม็นด้วย”
“ไหนอ้าปากดูซิ” หนึ่งนางทำตัวเป็นหมอตรวจฟัน แต่ก็แค่อยากรู้อยากเห็นคงช่วยอะไรไม่ได้ ปรมะอ้าปากเล่นบทเป็นคนไข้แบบที่เรียกว่ารู้กัน
“กินลูกอมก่อนนอนเหรอคะ”
“อื้อ” เจ้าตัวพยักหน้าทำหน้าละห้อยน่าเอ็นดู มีพี่ชายเป็นหมอฟันนี่จะกินของหวานตอนไหนก็ได้ แตกต่างกับคนที่โดนผลักออกนอกวงโคจรอย่างหนึ่งนาง ตั้งแต่ปราชญาเมินเธอไปตอนอายุสิบสองหนึ่งนางก็คอยแปรงฟันดูแลช่องปากอย่างดี ขืนปล่อยให้ฟันผุไปให้หมอคนอื่นฉีดยาให้เธอคงน้ำตาไหล ครั้นจะให้เขาทำเขาก็ไม่ทำให้อีก
ท่าทางสนิทสนมขวางหูขวางตาปราชญายิ่งนัก เขาถึงกับต้องคลายมือที่กอดอก หันไปกดโทรศัพท์บอกสิงหาแจ้งหมอธีระอย่าเพิ่งกลับให้รอทำฟันให้น้องชายเขาก่อน
สิงหาเงียบไปอึดใจก็ตอบกลับมาสั้น ๆ ว่า
“หมอธีบอกว่าวันนี้วันเกิดลูกชายไม่รับงานด่วนครับ”
ปราชญากัดฟันกรอด ไม่ได้ดั่งใจเอาเสียเลย
“ผมขับรถจากขอนแก่นให้พี่ถอนฟันให้ ไม่ใช่ให้พี่บอกคนอื่นมาถอนฟันให้ผม” ปรมะหันมาประท้วง ถ้าจะให้หมอธีระทำ เขาจะลงทุนบึ่งบิ๊กไบท์มาจากขอนแก่นเพื่ออะไรกัน
“งั้นออกไปรอข้างนอกฉันติดธุระอยู่”
ปรมะงง จะบอกว่าธุระของปราชญาคือหนึ่งนางก็ไม่อยากจะเชื่อ ก็พี่ชายเขาไม่ชอบเธอนี่นา ไหงมาคุยธุระกันได้ หรืออะไรมันเปลี่ยนไปแล้ว
“ไปสิ!” ปราชญาเกือบ ๆ จะตวาด
ปรมะจึงเกาหัวแกรก ๆ ก่อนออกไป มิวายจะโผเข้าไปกอดหนึ่งนางอีกรอบ จูบหน้าผากหยอกล้อกันตามประสา ขยำก้นนุ่มนิ่มด้วยความหมั่นเขี้ยวไปอีก ก้นเธอทั้งนิ่มทั้งตึงเขาช๊อบชอบ หนึ่งนางหัวเราะคิกชอบใจ
ดวงตาสีเข้มลุกวาว ขาข้างนึงของปราชญาคือสั่นแล้ว ถ้าช้าอีกนิดจะยกถีบสายเลือดเดียวกันเดี๋ยวนี้เลย
ยังดีว่าชะตาของปรมะยังไม่ถึงฆาต เขาเลยเผ่นออกไปก่อนจะถูกทำร้ายร่างกาย
รอดตัวไป...
ปรมะออกไปแล้ว ปราชญาจึงเบนหน้ากลับมาหาหนึ่งนาง ยกมือขึ้นกอดวางท่าเหมือนเดิม “แล้วเธอว่ายังไง ตกลงมีธุระอะไร”
“มาทวงเช็ค” คราวนี้บอกรวดเร็ว ชักช้าเดี๋ยวใครจะโผล่มาอีก
“ก็ไหนบอกไม่ได้ขายตัว”
“ก็คืนนั้น …” จะพูดยังไงดี ถ้ายังไม่เสียตัวก็จะไม่ทำ แต่มันเสียไปแล้วไง แล้วคนมันจำเป็นต้องใช้เงิน ตอนนั้นเธอก็แค่โกรธที่เขาไม่ขอโทษ ไอ้เช็คนั่นถ้าเขาเป็นคนเอามาให้เธอเองแล้วขอโทษสักหน่อยหนึ่งนางก็คงไม่โกรธขนาดนั้น คนบ้าอะไร เอาเช็คแนบมากับกล่องข้าวที่จะบูดไม่บูดแหล่ ทำอย่างกับเธอเป็นคนงกมากมายขนาดนั้น “ไหน ๆ ก็ได้กันแล้วฉันไม่อยากให้คุณต้องรู้สึกผิดน่ะ”
“ไม่นะ” เขาปฏิเสธ ถึงภายในจะรู้สึกอีกอย่างแต่ต่อหน้าผู้หญิงคนนี้เขาจะไม่ให้เธอเห็นความรู้สึกเหล่านั้น ไม่อย่างนั้นแม่เจ้าประคุณได้เอามาใช้โจมตีเขาแหลกราญแน่ “ฉันได้ผู้หญิงฟรีบ่อย ๆ”
“อย่าเลย” หนึ่งนางรู้ทัน “ผู้หญิงสวย ๆ ระดับพริตตี้ตัวท๊อปคืนนึงก็ยังแค่สองสามแสน คุณเซ็นให้ฉันตั้งห้าแสนถ้าไม่ชอบฉันมากก็รู้สึกผิดม๊ากมากนั่นแหละ” เธอแจกแจง “แต่คนอย่างคุณก็คงไม่ชอบผู้หญิงที่อยากเกาะผู้ชายกินอย่างฉันหรอก เพราะฉะนั้น…”
“พอ” ปราชญาตวาด เกลียดที่เธอรู้ทันแต่รู้ไม่ครบ
เพราะความจริงที่ซ่อนอยู่ส่วนลึกทั้งหมดคือเขาโคตรชอบตัวเธอเลย แล้วก็รู้สึกผิดกับเรื่องราวในคืนนั้นมากด้วย
แต่เพราะเป็นเธอ ผู้หญิงที่เขาปรามาสเอาไว้แล้วว่าจะไม่ให้ได้เห็นขาอ่อนเป็นอันขาด ไม่มีทางเสียหรอกที่จะยอมรับง่าย ๆ “ฉันให้โอกาสเธอครั้งเดียว แล้วเธอก็ปฏิเสธมันแล้วด้วย” แถมยังกำเช็คปาใส่หน้าเขาปั่ก ๆ ติดว่าตัวเธอเล็กมันเลยโดนอกเขาแทน
เหมือนเธอปาความรู้สึกผิดคืนมาให้ ปิดประตูใส่หน้าไม่ให้เขาชดเชยอะไรคืนกลับไปเลย
ปราชญาก็เป็นอย่างนี้ เขาก็มีอิโก้ มีการแสดงออกในแบบของตัวเอง จะให้คุกเข่าขอโทษสำนึกผิดกับเด็กข้างบ้านก็เสียหน้า แต่ใช่ว่าจะไม่รู้สึกรู้สา ที่หนึ่งนางพูดนั่นไม่ผิด ห้าแสนนั่นบอกได้ชัดเจนว่าเขารู้สึกผิดมากแค่ไหน
หนึ่งนางเหลือบตามองเขาปริบ ๆ
ท่าทางเขาคงไม่ยอมง่าย ๆ อ้อยกลับเข้าปากช้างไปแล้วคงจะคายกลับมาหาเธอยาก เห็นที่จะปิ้ว
คิ้วหนาเลิกสูงมองมา คล้ายจะถามว่ายังไง เอายังไงต่อ?
สำหรับหนึ่งนางการต้องบากหน้ามาขอคืนเช็คใบนั้นทำให้เสียศักดิ์ศรีมากพอแล้ว จะให้ถึงขั้นคุกเข่าอ้อนวอนเกาะแข้งเกาะขาคงไม่ไหว
หลังคิดอย่างรอบคอบถี่ถ้วนแล้วจึงตกลงปลงใจกับตัวเองแล้วบอกเขาไปว่า
“โอเคงั้นฉันกลับ” ก็ไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรมาต่อรอง ไม่ให้ก็ไม่ให้ ที่ลองมาเนี่ยก็ไม่ได้หวังขนาดว่าจะได้หรอกนะ
แค่เผื่อว่าถ้าเขายังมีน้ำใจเธอจะได้มีเงินย้ายแม่เข้าห้องพิเศษ
อยู่ห้องอนาถาต่อไปก่อนนะแม่! แล้ววันนึงจะเล่าให้แม่ฟัง แม่จะได้สาปแช่งถูกคนว่าใครที่มีส่วนทำให้แม่ต้องลำบากลำบน
ปราชญาตัวกระตุกเหยียดยืนตรงขึ้นเต็มตัว แล้วเธอจะไม่ต่อรองเขาสักหน่อยเหรอ เงินตั้งห้าแสน ต้องอ้อนวอนสิ ร้องไห้คร่ำครวญ เสียทั้งตัวเสียทั้งเงิน
"รู้งี้ไลน์มาถามดีกว่า ไม่น่ามาเลย" หนึ่งนางพึมพำเหนื่อยหน่าย ยังมีมารยาทยกมือไหว้เขาแบบขอไปทีแล้วหันหลังตะเดินออกไป
ปราชญาเกี่ยวคอเสื้อเชิ๊ตเธอกลีบมาด้วยปลายนิ้ว
"ฉันจะให้"
น้ำเสียงเขาเรียบเรื่อย ใบหน้านิ่งเฉย
หนึ่งนางหันควับมาทันที
"ถ้ามีของตอบแทนสมน้ำสมเนื้อ"
#นิยายรัก #นิยายโรมานซ์ #นิยายออนไลน์ #นางเอกท้อง #พระเอกเป็นหมอ #นิยายอ่านเพลินๆ
