ตอนที่ 8
เงินคงเหลือในบัญชี 43,643 บาท
จัดว่าเยอะถ้าไม่มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น เงินจำนวนนี้จะพอสำหรับค่าเทอมเทอมสุดท้าย ค่าใช้จ่ายในการเข้ารับปริญญาและค่าผ่อนหนี้บ้านสำหรับเดือนนี้
แต่ไม่พอสำหรับผ่าตัดแม่
“ใช้สามสิบบาทก็ได้มั้งแก” มินนี่คิดอยู่นานแต่ไม่มีประโยคไหนจะปลอบเพื่อนได้ดีไปมากกว่านี้แล้ว สวัสดิการรัฐที่แม้ไม่เริ่ดแต่ก็พอกล้มแกล้มรอดตายได้อยู่
“มันมีค่าใช้จ่ายอื่นน่ะ สามสิบบาทมันก็ไม่ได้ครอบคลุมหมด” หนึ่งนางจนใจ คำนวณค่าใช้จ่ายในหัวคร่าว ๆ แล้วรู้สึกเหมือนว่าจะหายใจไม่ออก
พยายามนึกว่าตัวเองพอจะเหลือสมบัติอะไรที่จะขายเป็นเงินได้บ้าง คิดยังไงก็ไม่มีเลย บ้านก็ติดจำนอง ต้นไม้ต้นหญ้าหน้าบ้านคงขายไม่ได้หรอก แล้วกว่าจะเรียกร้องค่าเสียหายจากคู่กรณีได้คงอีกนาน
ทำไมมันซวยอย่างนี้ ละครดราม่าเข้าแล้ว
“แล้วแกจะทำยังไง แม่แกไม่มีเงินเลยเหรอ”
“ก็คงมีนิดหน่อย” แม่ไม่ค่อยได้ออกจากบ้าน แล้วก็คิดว่ายังไงตัวเองก็มีสิทธิการรักษาสามสิบบาทเลยไม่ได้ทำประกันอะไรไว้เลย ใครมันจะไปคิดว่าจะซวยอยู่ในบ้านตัวเองแท้ ๆ หนึ่งนางประเมินในใจคร่าว ๆ เงินในบัญชีแม่น่าจะสักหมื่นสองหมื่น
“เออนี่ อีหนึ่ง” มินนี่นึกอะไรขึ้นมาได้ หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู “ฉันยังไม่ได้ปฏิเสธไอ้รีวิวฟอกฟันขาวไปหรอกนะ แกหลับหูหลับตารีวิวไปมันก็ได้เงินอีกหลายพันอยู่ รอบนี้ฉันไม่หักแกโอเคมั้ย ถือว่าช่วยค่ารักษาป้าสอางค์”
“แกตกลงเขาไปเลย” เธอไม่เกลียดหมอปราชชั่วคราวก็ได้ ตอนนี้แม่สำคัญกว่า
“โอเคดีล” มินนี่แตะมือกับเพื่อนก่อน ลุกจากม้านั่งไปโทรหาเอเจนซี่เพื่อตอบตกลงรีวิวฟอกฟันขาวให้กับคลินิกของหมอปราช เหลือแค่หนึ่งนางนั่งเฝ้าหน้าห้องฉุกเฉินอยู่คนเดียว
เสียดายเงินเหมือนกันนะ … หนึ่งนางคิดหน้าเศร้า
ไม่ใช่เงินที่จะผ่าตัดแม่ เงินที่หมอปราชจะให้เมื่อสองสามวันก่อนน่ะ! โคตรเสียดายเลย รู้อย่างนี้ตอนนั้นไม่ฟิวส์ขาดง่าย ๆ โวยวายไปก่อนดีกว่า
หนึ่งนางนั่งระทดท้อได้ไม่ถึงสิบนาที มินนี่ก็เดินหน้ายุ่งกลับมา ทิ้งตัวลงข้าง ๆ ไหล่สองข้างลู่ลงแบบท้อแท้ห่อเหี่ยว
“แก”
“ว่า”
“เขาให้คนอื่นไปแล้ว เขาบอกเราคอนเฟิร์มช้า”
โชคชะตามักจะเป็นอย่างนี้ เวลาไม่มีเงินข้าวของเครื่องใช้จะทยอยกันหมดเกลี้ยง เช่นเดียวกันว่าเมื่อเกิดเรื่องฉุกเฉินงานก็จะถูกปฏิเสธเพื่อให้ชีวิตเราลำบากไปอี๊ก
หนึ่งนางได้แค่ถอนหายใจ
“เดี๋ยวฉันลองขอเบิกเงินพี่ก้อยดูก่อน” พี่ก้อยที่ว่าคือเจ้าของร้านทำผมที่เธอทำงานพาร์ทไทม์อยู่ด้วย
พูดไม่ทันขาดคำหนึ่งนางก็ลุกไปโทรศัพท์ สิบนาทีต่อมาก็เดินกลับมานั่งท้อแท้ไม่ต่างกัน มินนี่เหลือบมองเพื่อนถามเสียงเนือย
“ไม่ได้เหรอ”
“เขาให้เบิกล่วงหน้าได้สี่พัน” ถือว่าเมตตาแล้วสำหรับพาร์ทไทม์ที่ทำมาเกือบ ๆ สี่ปีอย่างเธอ แต่ปัญหาคือมันไม่พอไง อีกเดี๋ยวก็ต้องจ่ายค่าเทอมแล้ว เท่ากับเงินที่เหลือสำหรับรักษาแม่จริง ๆ มีไม่เท่าไหร่ จะกู้ธนาคารก็ไม่ได้ ถ้าบ้านไม่ติดจำนองคงเอาไปวางแล้ว ทำยังไงดีล่ะเนี่ย?
“แกไม่มีผู้ชายรวย ๆ ในสังกัดบ้างเหรอ” มินนี่หันมามองเสี้ยวหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราด้วยความสงสาร
ผู้ชายรวย?
หนึ่งนางเอียงคอคิด ส่วนใหญ่ที่มาจีบเธอก็มีแต่นักศึกษา ถึงยอมให้ยืมก็คงได้ไม่กี่บากแลกกับต้องลำบากใจว่าคนพวกนั้นจะคิดว่าเธอมีใจก็ดูแล้วไม่น่าจะคุ้ม นอกนั้น ….
ลำตัวที่กำลังจะลู่ลงกับพื้นด้วยความท้อแท้เด้งขึ้นดั่งมีความหวังอีกครั้ง
หมอปราช! เช็คห้าแสนนั่น ห้าแสนเชียวนะ วันเดียวเขาคงยังไม่เปลี่ยนใจหรอกมั้ง แล้วมันก็เป็นค่าเสียหายของเธอ เธอเสียตัวไปแล้วด้วย จะขายไม่ขายเขาก็เอาความซิงกลับมาให้เธอไม่ได้ คิดอย่างนั้นได้ประเดี๋ยวคิ้วเรียวก็ขมวดเข้าเป็นคลื่นรอยหยักระหว่างคิ้ว ประเดี๋ยวก็คลายออกแบบคนที่คิดไม่ตก
มันก็แอบมีศักดิ์ศรีค้ำคออยู่ไง
แล้วเขาจะโกรธเธอหรือเปล่าก็ไม่รู้ วันนั้นปาเช็คใส่หน้าเขาไปตั้งหลายรอบ ไม่น่าเลยอิหนึ่งเอ้ย! ถึงตอนนั้นหนึ่งนางคร่ำครวญในความใจร้อนของตัวเอง เขาอาจจะไม่ให้เธอแล้วก็ได้ ดีไม่ดีจะตะเพิดเธอเปิดเปิงอีก ยิ่งเกลียด ๆ เธออยู่ด้วย แล้วให้ไปง้อเขาก็เสียศักดิ์ศรีชะมัด
เอายังไงดี?
มือข้างซ้ายกำศักดิ์ศรีไว้แน่น ส่วนข้างขวากำความสบายของแม่ที่พิการ ตอนเด็ก ๆ หนึ่งนางชอบดูละครหลังข่าวช่องสามช่องเจ็ดเพราะยังไม่มีเนตฟลิกซ์ ไม่คิดว่าวันนี้ตัวเองจะได้รับบทเป็นนางเอก
ตัดสินใจแบมือข้างซ้ายออก ปล่อยศักดิ์ศรีหลุดลอยล่องขึ้นไปในอากาศ
บ๊าย บายยย
“ใคร” ปราชญาขมวดคิ้วถามเสียงเข้มหลังสิงหาบอกว่ามีคนมาขอพบกะทันหัน วันนี้เขาเป็นทันแพทย์ที่คลินิก สิงหาตามมาด้วยเป็นปกติ คนไข้ยังแน่นเหมือนเดิม หากปกติไม่ได้นัดไว้ก่อนปราชญาจะไม่พบใครเวลางาน จนกระทั่งสิงหาบอกชื่อ
“คุณหนึ่งนางครับ”
ยัยตัวแสบที่ปาเช็คใส่หน้าเขานับครั้งไม่ถ้วนวันนั้นจะมาขอทำฟันฟรีหรือไง หรือว่า? เขานึกไปถึงเมื่อวันก่อน สิงหาเอารายงานสรุปยูทูบเบอร์และอินฟลูเอนเซอร์มาให้เซ็นอนุมัติ ปราชญาเห็นมีชื่อของหนึ่งนางจึงดึงออก
‘คนนี้เขาคงไม่รับงานหรอก’
ก็เล่นปาเช็คใส่หน้าเขาขนาดนั้น อย่าให้คนทำงานต้องเสียเวลาจะดีกว่า
หรือจะกลับมาของาน เรื่องนี้ก็มีความเป็นไปได้ นอกนั้นเขาก็ไม่เห็นเหตุผลอื่นที่เธอจะมา แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามจะให้เจอง่าย ๆ ก็เหมือนยอม ปราชญากดโทรศัพท์ในห้องพักส่วนตัวออกไปถามถึงคิวคนไข้รายต่อไปที่หน้าเคาเตอร์
“คนไข้มาแล้วค่ะ หมอสะดวกเลยมั้ยคะ”
“สะดวก ไปรอเลย”
แล้วจึงเงยหน้าบอกสิงหาว่า
“ให้เข้ามารอข้างในแล้วกัน”
จากนั้นเขาก็ไม่กลับมาที่ห้องพักอีกเลยจนถึงเวลาคลินิกเลิก
#นิยายรัก #นิยายโรมานซ์ #นิยายออนไลน์ #นางเอกท้อง #พระเอกเป็นหมอ #นิยายอ่านเพลินๆ
