บทย่อ
ความฝันอันสูงสุดของหนึ่งนางคือ ‘อยากมีสามีรวย’ ตอนเด็ก ๆ เธอแอบหลงรัก ‘ปราชญา’ ทันตแพทย์หนุ่มข้างบ้าน เพราะเขาหล่อและรวย ถึงจะแก่ไปนิดก็เถอะ แต่ยังล่ำสันและล่ำซำอีกต่างหาก แต่พอเขาได้รู้ว่าความฝันเธอคืออะไร เขาก็เกลียดเธอราวกับเป็นไส้เดือนกิ้งกือ หรืออะไรสักอย่างที่วรรณะต่ำศักดิ์กว่าสองประเภทนี้ลงไปอี๊กกกก โชคชะตาบัดซบเกิดขึ้นในคืนหนึ่ง ปราชญาโดนผู้หญิงมอมยา แต่เขาหลุดรอดมาได้ หนึ่งนางบังเอิญเจ๋อไปอยู่ในบ้านของเขาพอดี ซวยแล้ว! ความสัมพันธ์ปุ๊บปั๊บรวดเร็วเกิดขึ้น แล้วใครจะไปคิด ว่าผู้ชายที่เอาแต่ทำงานงก ๆ เหมือนกลัวเงินจะหมดโลกเชื้อจะดีขนาดที่ทำให้หนึ่งนางท้องปุ๊บปั๊บ! ขนาดนี้ “คุณก็คิดจะจับผมอยู่แล้วนี่ สมใจแล้วไม่ใช่เหรอ” “แก่แล้วปากเสียด้วยอย่างคุณ ไหว้พระเก้าวัดแล้วโกนหัวบวชชีหนีให้ไกลดีกว่า” ไม่พูดเปล่าหนึ่งนางยังหันหลังหนี ลูบท้องบอกลูกว่า 'อย่าไปนับคนแบบนั้นเป็นพ่อนะลูกไว้แม่หาให้ใหม่ หล่อ ๆ รวย ๆ ไม่เอาแต่ใจด้วย" เท่านั้นแหละ เขาก็แทบจะกระโจนมาบีบคอเธอให้ตายคาคลีนิกทำฟันเลยทีเดียว! ....................................................... เรื่องนี้เป็นโรแมนติกคอเมดี้ผสมโรมานซ์เหมือนว๊อดก้าใส่น้ำหวาน (วรั้ยยย เวอร์มากก) สำนวนจะเบา ๆ ไม่เน้นบรรยายเท่าไหร่ค่า
ตอนที่ 1
"คุณป้าคะ ถ้าคุณป้าใช้แชมพูที่หนึ่งรีวิวนะคะ หนึ่งรับรองได้เลยนะคะว่าลูกคุณป้าต้องไล่คุณป้าออกจากบ้านแน่ค่ะ"
"ว้าย ! ตายแล้ว" นางรวีวรรณยกมือทาบอก ห่อปากด้วยความตกใจไร้เดียงสาแม้วัยจะเกือบหกสิบเข้าไปแล้วแต่ยังทำราวกับตัวเองเป็นสาวรุ่นพุดโธ่พุดถังไปตามคำพูดหญิงสาวรุ่นลูก "ทำไมอย่างนั้นล่ะจ้ะหนูหนึ่ง แชมพูอาไร้ ใช้แล้วลูกจะไล่ออกจากบ้าน เกิดมาป้าไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน"
"แหม..ก็พอใช้แล้วผมคุณป้าจะดกดำเงางามจนดูเปลี่ยนไปเป็นคนล่ะคนเลยน่ะสิคะ หมอปราชกลับมาถึงบ้านนะคะ ก็ตกใจว่าแม่ไปไหน ทำไมมีพี่สาวคนนี้มาอยู่ที่บ้านแทน"
หนึ่งนางพูดได้ฉะฉานทั้งยังกะพริบตาปริบ ๆ หยอกเย้าผู้สูงวัยซึ่งเป็นเจ้าของบ้านที่หญิงสาวกำลังยืนอยู่นี้ด้วย อาชีพหลักหนึ่งนางเป็นนักศึกษานิเทศศาสตร์ปี 4 ผลการเรียนอยู่ในระดับกลาง กลางน้ำน่ะ หมายถึงจะจมแหล่ไม่จมแหล่ รอดมาได้สี่ปีเพราะบนบานศาลพระภูมิหน้าบ้านกับสารพัดมูเตลูเทพเจ้าทุกศาสนา เงินที่ได้จากทำงานพิเศษหมดไปกับการจ้างรถไปแก้บนเสียเป็นส่วนใหญ่
หญิงสาวเป็นคนหน้าตาจิ้มลิ้ม ตาโต จมูกรูปหยดน้ำ ปากอิ่มพริ้มเพรา ผมดำขลับดัดปลายดิจิตอลตามแฟชั่น สวมชุดนักศึกษาตึงเปรี๊ยะเหมือนพริตตี้จะไปล่อเสี่ยให้เลี้ยงข้าวมื้อหรูโรงแรมห้าดาว ส่วนอาชีพรองเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ร้านทำผมชื่อดังที่ห้างสรรพสินค้าใกล้บ้าน แล้วยังมีช่องยูทูปชื่อหนึ่งนางรีวิวทุกอย่างบนโลกยอดคนดูหลักหมื่นบ้างแสนบ้างเป็นบางคลิปเกี่ยวกับการ 'รีวิวเครื่องสำอาง' ที่มีสโลแกนว่า 'รีวิวทุกเครื่องสำอางที่จะทำให้คุณสวยและมีผัวรวยไปด้วยกัน'
ปกติคนในหมู่บ้าน โดยเฉพาะคนแก่มักจะเรียกตัวหนึ่งนางไปสระผมให้ที่บ้าน หนึ่งในลูกค้าขาประจำของหญิงสาวนั้นคือนางรวิวรรณ อดีตแม่ค้าขายบัวลอยผู้ชื่นชอบผีมือการสระผมอันนิ่มนวลของหนึ่งนางเป็นที่สุด
เพียงแต่การนัดหมายจองคิวระหว่างทั้งสองคนจำเป็นต้องทำแบบหลบ ๆ ซ่อน เหตุเพราะปราชญา ลูกชายของนางรวิวรรณกำชับเอาไว้ว่า
ห้าม ! จ้างเธอเด็ดขาด
เขาเป็นชายหนุ่มวัยสี่สิบสามปีที่ยังครองสถานะโสดด้วยวัน ๆ อาชีพหลักเป็นทันตแพทย์ ทำแต่งานขูดหินปูน ถอนฟัน อุดฟัน ใส่ฟันปลอม รักษาราก บลา บลา บลา และยังเป็นผู้บริหารสถาบันติวเตอร์สำหรับแพทย์และทันตแพทย์ชื่อดังอีก
รวย มะ หา ศาล ... ต้องลากเสียงอย่างนี้กันเลยทีเดียว ที่สำคัญยังโสด และสำคัญกว่านั้นคือ
เขาเกลียดเธอ ! นี่สำคัญที่สุด !!
เกลียดแบบไม่มีเหตุผล เกลียดแบบที่หนึ่งนางต้องเกาหัวแกรก ๆ เกลียดแบบวันนึงตื่นมาก็เกลียดกัน อะไรของเขาวะ ?? หนึ่งนางเคยสงสัยแบบนั้น
ดังนั้นมารดาของเขาจะต้องแอบ ๆ โทรหาเธอให้มาสระผมบ้างทำผมบ้างในช่วงที่ลูกชายไม่อยู่เท่านั้น !
"หนูหนึ่งนี่ก็" นางรวิวรรณฟาดปลายนิ้วบนแขนเรียวของหนึ่งนางเบา ๆ อีกข้างใช้ปิดปากแสดงอาการเขินอาย
หนึ่งนางอดขำไม่ได้
"พูดไป๊ ตาปราชน่ะเหรอจะจำแม่ไม่ได้เขารักแม่จะตายไป เออเนี่ย ! จะว่าไปกี่โมงแล้วเนี่ย" ผู้เป็นแม่สะดุ้งด้วยนึกขึ้นได้ว่าถึงแก่เวลาที่ลูกชายจะกลับบ้านแล้ว
หนึ่งนางสะดุ้งโหยง อย่าบอกนะว่าเขา..จะกลับมาแล้ว หญิงสาวตะปบกระเป๋าผ้าที่ได้มาจากการแลกแต้มในห้างสรรพสินค้า ขาที่ทั้งขาวทั้งเรียวก้าวกว้างไปข้างหน้าเตรียมวิ่ง หากนางรวีวรรณไม่พึมพำก่อนว่า
"เอ้อ ! ลืมไปตาปราชบอกว่าวันนี้จะไปสังสรรค์กับเพื่อนนี่นา" มารดาปราชญานั่งลงตามเดิม
โล่งอกไปที ! หนึ่งนางถอนหายใจจนอากาศหมดพุง
ขืนเจ้าของชื่อปราชญาหรือหมอปราชเห็นว่าเธออยู่ที่นี่เขาคงได้ตะเพิดเธอด้วยด้ามไม้กวาดข้อหาขัดคำสั่งก้าวล่วงเข้ามาในบ้านของเขาแบบนี้
หนึ่งนางก็ไม่อยากมานักหรอก หากมารดาเขาไม่จ้างมาสระผมให้ แล้วนางรวิวรรณก็เงินถุงเงินถัง จ่ายค่าจ้างดี๊ดีเสียด้วย ค่าสระผมถึงบ้านก็สามร้อย บางทีก็ชอบให้ทำผมทรงนั้นทรงนี้ให้เธอก็จะได้เพิ่มอีก ไม่นับทิปและอาหารอร่อย ๆ ที่นางรวิวรรณให้คนรับใช้ตักใส่ถุงให้ด้วย
คุ้มขนาดนี้ ! ต่อให้ต้องเข้าถ้ำเสือก็เอาล่ะ
"เห็นบอกไว้ว่าคงกลับดึก อาจจะสักตีหนึ่งตีสองเลยล่ะ"
"ดีจังเลยนะคะคุณป้า" วันนี้เธอจะได้ไม่ต้องเสียวสันหลังวาบ ๆ
นางรวิวรรณไม่ได้สนใจ หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปทรงผมที่หนึ่งนางจัดส่งให้ไปอวดเพื่อนทางกรุ๊ปไลน์ คนแก่ไฉไลเซลฟี่อวดรูปบ้างอะไรบ้าง
"งั้นวันนี้หนูหนึ่งอยู่กินข้าวกับป้าก่อนนะจ๊ะ กินคนเดียวมันเหงา"
"จะดีเหรอคะคุณป้า"
"ดีสิจ๊ะ ! กินกับตาปราชน่ะ นึกว่าอยู่ในค่ายทหาร นี่ยังดีไม่ให้ป้าตบฉากแล้วท่องข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้างไปด้วย"
ผู้เป็นมารดานินทาลูกชายจ้อย ๆ หนึ่งนางยิ้มแห้งลงไปอีก ถ้าเป็นแปลงดอกไม้ก็คงเป็นแปลงที่ขาดน้ำมาเสียหลายวัน หนึ่งนางเดินตามมารดาปราชญาไปที่โต๊ะอาหาร พอเห็นอาหารก็ตาโต ทั้งขาหมู หอยเชลล์อบ ไก่ทอดสมุนไพร บลาบลาบลา สมกับเป็นบ้านหมอปราชผู้ร่ำรวย อยากเก็บใส่กล่องล็อกไปแช่แข็งไว้อุ่นกินจริง พับผ่าสิ ! ที่ลังเลใจจึงเปลี่ยนเป็นนั่งลงบนเก้าอี้แทน รีบ ๆ กินรีบ ๆ ไปก็พอได้อยู่หรอก จะขัดผู้ใหญ่ก็เสียมารยาท
"กิน ๆ ดีกว่า จะได้กลับก่อนตาปราชจะมา เดี๋ยวโวยวายตีโพยตีพายน่าปวดหัว นี่ป้าไปบนพระตรีหน้าเซ็นทรัลไว้นะจ้ะว่าให้ตาปราชรีบ ๆ มีเมียไปสักที ไม่รู้ถึงคิวป้าหรือยังนะ"
สิ่งศักดิ์สิทธิ์สมัยนี้คิวยาวจริง
"แต่หน้าเซ็นทรัลเวิลด์ไม่ใช่พระตรีนี่คะคุณป้า" พระศิวะต่างหาก
"เอ้า !" มารดาหมอปราชหน้าเหวอ "จริงเหรอออ หนูหนึ่งแกงป้าหรือเปล่า" นางรวิวรรณหลับตาทำใจอยู่แป๊บนึงก่อนจะยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น ครู่ต่อมาจึงเปิดเปลือกตาขึ้น เปรย ๆ ออกไปเหมือนปลอบใจตัวเองว่า "ป้าว่าเขาคงคุยกันได้อยู่หรอกมั้ง เทพเจ้าท่านน่าจะแบ่งงานกันง่ายกว่าเรานะ แบบตั้งจิตระลึกถึงปุ๊บคุยกันได้ปั๊บเลย ที่สำคัญนะถึงตาปราชจะเอาแต่ใจ ขี้โวยวาย ขี้โมโห พูดไม่เข้าหูคน เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ ชอบบังคับแล้วก็ขี้หลงขี้ลืมไปบ้าง แต่เรื่องอื่นก็ดีอยู่น๊า"
หนึ่งนางหัวเราะแหะเดียว มากกว่านี้จะดูไม่งาม บางทีก็แยกไม่ออกว่านี่แม่หรือศัตรู บรรยายสรรพคุณเสียไม่มีชิ้นดี
แต่สรรพคุณของหมอปราชน่ะเธอรู้ดีไม่แพ้ใครเหมือนกัน ที่แม่เขาบรรยายมาถูกเป๊ะ ! เธอแถมไม่มีเหตุผล เย่อหยิ่ง หน้าดุ เพิ่มให้อีกสามข้อ จะเพิ่มอีกก็ได้แหละแต่เห็นแก่ว่าตอนเด็ก ๆ เขาเคยติวหนังสือให้เลยไม่อยากทับถมไปด้วย
แต่ใคร้ ! ใครจะไปเชื่อว่าตอนเด็ก ๆ หนึ่งนางจะแอบหลงรักทันตแพทย์หนุ่ม เอ้อ ! หนุ่มใหญ่แล้วกัน
หนึ่งนางน่ะเคยหลงรักเขาขนาดหมายมั่นปั้นมือจะเอามาเป็นสามีให้ได้เชียวล่ะ
อดีตเป้าหมายนำมาทำสามีอันดับหนึ่งของหนึ่งนางกำลังเดินเข้าไปในสถานบันเทิงยามค่ำคืน แสงวิบวับทำให้เขาต้องหรี่ตามองหาเพื่อนที่นัดกันไว้
หมอปราชตัวสูงโดดเด่น สวมเชิ๊ตสีขาวปล่อยชายทิ้งนอกกางเกงยีนส์สีอ่อน หน้าเคร่งขรึม ตาสองชั้นแต่หลบใน คิ้วหนาได้รูปสวยเห็นช่วงกรามชัดเป็นสัน ยามกัดกระทบฟันด้านในกล้ามเนื้อนูนสวยจะเคลื่อนไหวเผยความเป็นชายแข็งแกร่ง ทรงผมทันสมัย ท่วงท่าสุขุมนุ่มนวลบาดลึกหัวใจผู้หญิง สำคัญคือริมฝีปากเป็นเส้นตรงคู่นั้นเย้ายวนเพศตรงข้ามยิ่งนัก
อายุจริงสี่สิบสาม อายุตามสายตาของสาว ๆ ราวสามสิบกลาง ๆ ดูเพอร์เฟคทุกอย่าง หล่อ รวย เก่ง ติดนิดเดียวว่าหากมีการจัดอันดับผู้ชายเอาแต่ใจระดับโลกปราชญาจะอยู่ท๊อปไฟว์ แต่ถ้าในระดับเอเชียอันดับหนึ่งยกให้พร้อมข้าวสารสองกระสอบได้เลย
"ไอ้ปราช" เสียงเรียกดังมาจากด้านหนึ่งนัว ๆ เข้ากับเสียงดนตรีวุ่นวาย
เพื่อน ๆ นั่งกันหน้าสลอน อดีตแกงค์ลูกหมูแห่งมหาวิทยาลัย สมาชิกส่วนใหญ่จบทันตะ มีซิ่วออกไปสาขาอื่นบ้าง แต่ยังรวมตัวกันเหนียวแน่นดี
อดีตแกงค์นี้มีปราชญาเป็นหัวหน้าแกงค์เพราะแข็งแกร่งที่สุด ฝ่าฝันได้ทุกการสอบ ประกวดดาวก็ได้เป็นดาวประกวดเดือนก็ได้เป็นเดือน สมัยเรียนมีงาน Open House ก็ดึงสาวม.ปลายสมัครเข้าคณะได้ล้นหลาม สมัยชั้นคลีนิกก็หาสาว ๆ มาเป็นเคสได้แบบสบาย ๆ คนอื่นมีปัญหาลูกค้าเลื่อนนัด ส่วนปราชญาลูกค้าไปเลื่อนนัดอื่นเพื่อมาทำฟันด้วย เรื่องความหล่อไม่ติด แต่เรื่องรสนิยมนี่สิไม่กระจ่าง
"มึงว่าไอ้ปราชจะแอบมีเมียยังวะ"
"หรือคนแบบมันจะอยากมีผัว"
เหตุเพราะสี่สิบสามปีที่ผ่านมาปราชญาไม่เคยมีแฟนเป็นตัวเป็นตนให้ใครได้เห็น เพื่อน ๆ จึงกังขา คนอื่นลูกเป็นขโยง ปราชญาก็ยังเดินโฉบไปโฉบมา
หรือมันจะเป็นเกย์ ?
ก่อนปราชญาจะมาถึงทั้งหมดจึงสุมหัวกัน
"กูมีนี่"
หมอบุญหรือบริบูรณ์ ความหล่อระดับกลาง การเรียนระดับเหวต้องโรยเชือกช่วย คิดได้ทุกอย่างยกเว้นเรื่องดี ๆ เป็นตัววุ่นวายของหมู่คณะ ชูเม็ดแคปซูลในมือ
"อะไรวะ" เพื่อนคนนึงถาม
"ยาวูบวาบ"
"เฮ้ย !" ตุลภพร้อง นอกจากปราชญาก็มีเขานี่แหละที่ดูเป็นผู้เป็นคนและไม่หลุดโลกเกินไป เขาซิ่วออกไปเรียนบริหารหลังเรียนทันตะได้หนึ่งปี
"นิดเดียวมึงแค่ร้อน ๆ เด็กในร้านเยอะแยะ เรียกให้มันหน่อยก็ได้ "
"จะดีเหรอวะ " เพื่อนคนอื่นในแกงค์ดูลังเล แล้วมือเรียวขาวข้างนึงก็ยื่นมาดึงเม็ดแคปซูลออกไป บิดออกแล้วโรยผงใส่ขวดน้ำเปล่า
เป็นอันจบ..
ศศินา มองเพื่ออนคนอื่น ๆ แบบลอยหน้าลอยตา สาวสวยดาวคณะทันตะ เคยแต่งงานกับนักธุรกิจร่ำรวย สามีแก่ตายจากไปแล้ว ตอนนี้เป็นกระดังงาลนไฟเนื้อหอม
"ฉันอยากรู้น่ะว่ารสนิยมหมอปราชเป็นแบบไหน"
ศศินาพูดหน้าตาเฉย ถ้าเป็นผู้หญิงก็เธอนี่แหละจะเสนอตัว
ปราชญาเดินมาถึงโต๊ะ เขานั่งลงทักทายเพื่อน ๆ ไปตามประสา
"ปราชเอาว๊อดก้าสักหน่อยมั้ย"
"ก็ดี"
ศศินาเป็นคนสั่งให้ เพื่อน ๆในแกงค์รู้กันหมดว่าหญิงสาวเคยชอบปราชญา
แป๊บเดียวว๊อดก้าก็วางตรงหน้า ปราชญาดื่มแก้วแรกกำลังจะต่อแก้วที่สอง รู้สึกว่ามีอะไรสั่น ๆ ที่ขา อ้อ ! โทรศัพท์มือถือเขาเอง
ปราชญากดรับ ขอตัวกับกลุ่มเพื่อนออกไปคุยด้านนอก เพราะข้างในเสียงดัง เขาสู้ไม่ไหว เบอร์แม่ด้วย ไม่รับก็ไม่ได้
เอาหูแนบ แทนที่จะเป็นเสียงทักทายของมารดากลับกลายเป็นเสียงเหมือนคนคุยกัน
"หนูหนึ่งนี่ตลกจริง พูดมาได้ว่าตาปราชตอนเด็ก ๆ หน้าเหมือนเต่า!"
อารมณ์ปราชญาพุ่งปรี๊ดระดับปรอทแตก แค่ได้ยินเสียงหนึ่งนางก็หงุดหงิดมากพอแล้ว ประโยคที่ว่าหน้าเขาเหมือนเต่าร้ายแรงเท่าโยนก้านไม้ขีดจุดไฟลงไปในน้ำมันเบนซิน
หน้าเขาเหมือนเต่าตรงไหน! ปราชญามั่นใจว่าประกวดผู้ชายหล่อร้อยคนเขาจะอยู่อันดับหนึ่งแบบไม่มีข้อกังขา เธอกล้าดียังไงมาวิพากษ์วิจารณ์
เดินกลับมาที่โต๊ะอาหารพร้อมอารมณ์เดือดพล่าน จากแรกที่คิดไว้จะสังสรรค์จนดึกก็เปลี่ยนใจกะทันหัน ไม่กงไม่กินมันแล้ว จะกลับไปจัดการยัยเด็กแก่แดดที่บังอาจว่าเขาหน้าเหมือนเต่า
“กลับก่อนนะ”
ศศินาหน้าเหวอ คว้าแขนเขาหมับเข้าให้
“ปราชจะไปไหน”
“มีธุระด่วน” เขาไม่ต้องการอธิบาย จะบอกว่ากลับไปด่าเด็กก็คงไม่ใช่เรื่อง “ที่บ้าน”
“แต่ยังไม่ได้กินอะไรเลยนะ” ศศินาทำมองนาฬิกาข้อมือแบรนด์เนมของตัวเอง “อย่างน้อยกินอะไรสักนิด”
ปราชญาคว้าน้ำเปล่ากรอกลงคอออึก ๆ ก่อนจะวางฟั่บ! ลงบนโต๊ะ บอกลาเพื่อน ๆ อีกครั้งว่า
“โทษทีนะ ไว้คราวหลังแล้วกัน”
เพื่อนร่วมรุ่นต่างมองตาปริบ ๆ จะห้ามยังไงหน้าตาขึงขังขนาดนั้น คนอะไรมาไวไปไวยิ่งกว่าสายฟ้าแลบ มีแค่ศศินาคนเดียวที่ยังไม่ยอมเดินตามออกมา
“ปราช” เธอร้องเรียก “ดูอารมณ์ไม่ดี ศศิขับรถให้มั้ย”
“ไม่เป็นไร” เขาตอบสั้น มือกดเรียกคนขับรถที่จอดคอยไปด้วย
เอารถมาหน้าร้าน
“นาน ๆ ทีเราจะได้เจอกันนะ” ศศินาเดินตามขาแทบขวิด นี่จะไปไล่ควายที่ไหนเนี่ย
“นัดใหม่ก็ได้” มันจะไปยากอะไร เขาก็อยู่กรุงเทพ เพื่อนทุกคนก็อยู่บนโลกใบนี้ ใช่ว่าต้องจูดธูปเรียก
“ท่าทางปราชดูอารมณ์ไม่ดี ศศิขับรถให้ไป”
ยังไม่ทันขาดคำคนขับก็วนเมอร์เซเดส เบนซ์สีเงินคันใหญ่เข้ามาจอด ปราชญาเปิดประตู ศศินายังยื้อจนวินาทีสุดท้าย ยานั่นก็ออกฤทธิ์ช้าชะงัด
“หรือให้ศศินั่งไปเป็นเพื่อนมั้ย”
ปราชญาเอียงคอมอง ไม่เข้าใจว่าศศินาจะมาตื้ออะไรเขาขนาดนั้น นานแล้วที่ไม่ได้เจอกัน เมื่อก่อนสนิทกันน่ะใช่ ก่อนที่เธอจะแต่งงานไปกับเศรษฐีคราวพ่อ เอาจริง ๆ ก็ผู้หญิงแบบที่เขาไม่ชอบนั่นแหละ หวังเกาะผู้ชายรวย ติดว่าเป็นเพื่อนเลยเว้นเอาไว้คน แล้วก็ไม่ได้เจอกันบ่อย ๆ ด้วย
“คนขับรถมี” เขาตอบสั้น แกะมือที่เกาะแขนออก
“แล้วจะตรงกลับบ้านเลยเหรอ”
ถามอะไรนักหนา
ปราชญาชักหงุดหงิด เลยตัดบทไปเสียดื้อ ๆ
“ไว้คุยกันทีหลังแล้วกัน” แล้วก็เปิดประตูขึ้นรถไปทันที ศศินาจะเปิดตามมา เขากดล็อก บอกคนขับออกรถ ไม่อยากฟังคำถามวนไปวนมา
รถเคลื่อนห่างออกมา
ปราชญาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นแนบหู เหมือนปลายสายจะยังไม่รู้ตัวว่าโทรศัพท์โทรออกเอง เสียงหัวเราะคิกคักยังดังต่อเนื่อง
“หนูหนึ่งเอากลับบ้านได้เลยนะจ๊ะเนี่ย ตาปราชเขาไม่กลับมากินหรอก ช่วยป้าหน่อยเสียดาย”
“แหม จะดีเหรอคะคุณป้า หนึ่งเกรงใจ”
“โอ้ย! เกรงอกเกรงใจอะไร”
ปราชญาได้ยินเสียงแกะกล่องล็อกปึกปั่ก!
ปากบอกเกรงใจแต่มือเปิดกล่องเตรียมเก็บอาหารที่บ้านเขาเต็มที่ ยัยเด็กนี่มัน!
เขากัดฟันกรอด ใจร้อนรุ่ม มือเลื่อนขึ้นแกะกระดุมเสื้อเม็ดบนแล้วเลื่อนลงมาเม็ดที่สอง ครั่นเนื้อครั่นตัวแปลก ๆ อึดอัดจนต้องบอกคนขับรถ
“เปิดแอร์หรือยัง”
“เปิดแล้วครับ” คนขับรถตอบ กดเร่งแอร์ขึ้นอีกสองระดับ
“เปิดแรงกว่านี้หน่อย” เขาพึมพำ ขมวดคิ้วหนาเหลือบตามองฟ้าข้างนอก วันนี้มันวันอะไร ทำไมอากาศมันถึงได้ร้อนขนาดนี้?
.........................................................
#นิยายรัก #นิยายโรมานซ์ #นิยายออนไลน์ #นางเอกท้อง #พระเอกเป็นหมอ #นิยายอ่านเพลินๆ

