บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 10

'ของตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อ'

หนึ่งนางพยายามนึกว่าตัวเองมีอะไรบ้าง เสื้อผ้าเครื่องสำอาง ก่อนหน้านี้เธอเคยรีวิวยาสีฟันฟันขาวได้เงินมาสี่พันสี่ร้อยบาทเลยไปซื้อครีมราคาแพงกระปุกตั้งพันกว่าบาทมาใช้

ส่วนในบ้านมีต้นมอนสเตอร่าไจแอ้นอยู่สามต้น รวมกันตอนนี้ราคาน่าจะเกือบ ๆ หมื่น ในห้องมีสร้อยทองแท้ซื้อเก็บไว้สลึงนึงตอนนี้คงได้สักหมื่นนึง

แล้วก็....ไม่มีแล้ว นอกจากเศษใบไม้แห้งเอาไปเป็นส่วนผสมของปุ๋ยหมัก

ห่างจากห้าแสนเยอะเลย!

"บ้านฉันติดจำนอง"

"แล้ว..." ไม่เข้าใจว่าเธอจะพูดเรื่องบ้านทำไม

"ฉันกลับก็ได้ ยังไงก็ยกบ้านไปแปะโป้งคุณไว้ก่อนไม่ได้อยู่แล้วนี่” หนึ่งนางจนใจจะอ้อนวอน ทรัพย์สินที่มีอยู่ไม่พอจะแลกเปลี่ยนกับเงินห้าแสนของเขา ราคาใกล้เคียงก็ไม่มี จะให้ขุดต้นหูกระจงหน้าบ้านยกให้ก็คงไม่ได้

คนตัวบางเดินไปเปิดประตู วินาทีที่มือจับลูกบิดเธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้ หนึ่งนางหันกลับมาหาเขา เรื่องอะไรเธอต้องกลับไปมือเปล่าด้วยเล่า “แต่จะว่าไปนะคุณ” เธอทำหน้าครุ่นคิด

ปราชญาโล่งอกแบบไม่แสดงอาการ

“ยังไงคุณก็ควรจะจ่ายค่าเสียหายให้ฉันสิ คุณจะมาขอของตอบแทนสมน้ำสมเนื้ออะไร ฉันไม่ควรต้องเอาอะไรไปแลกเช็คใบนั้นสักหน่อย” นี่ต่างหากที่ถูกต้อง

เขาอยากจะขำแต่ก็อดไว้ นี่ซื่อจริง ๆ หรือแกล้ง อยากจะรู้

“ก็เธอบอกเองว่าเธอไม่ได้ขายตัว”

“ก็นี่ไม่ใช่การขายตัว เรื่องคืนนั้นเราไม่ได้ตกลงราคากันก่อน …” ถ้อยคำติดขัดขึ้นมากะทันหัน "จะ...กันสักหน่อย"

"จะอะไร" เขาจ้องเขม็ง ภาพวันนั้นวาบชัดในหัวจนเป็นเขาที่ชักจะร้อนเนื้อร้อนตัว เผลอเหลือบต่ำมองขาขาว ๆ ปริผ่านรอยแยกกระโปรงอย่างอดใจไม่อยู่

"จะมีอะไรกัน" หนึ่งนางโพล่งไปด้วยอารมณ์หงุดหงิดเล็ก ๆ

เขาก็รู้ว่าคืนนั้นโซเดมาคอมกันยังจะถามเหมือนไม่รู้ไม่ชี้อีก ทำไมพวกผู้ชายชอบทำเป็นถามย้ำให้เราเป็นฝ่ายพูดว่า ‘มีอะไรกันด้วย’ โรคจิต!

"คุณดูสิตัวฉันยังมีรอยคุณทำไว้อยู่เลย" คนบางซื่อรวบผมปัดรวมไว้ข้างเดียว เอียงคอดันเสื้อออกให้เขาเห็นร่องรอยที่ทำไว้

ปราชญามองผิวเนื้อเนียนละเอียดเป็นรอยแดงจ้ำ ๆ ด้วยใบหน้าเรียบเฉย ยื่นมือข้างขวาแตะยังรอยแดงแผ่วเบาแล้วรวบทั้งลำคอเรียวขาวเข้าหาตัวซบหน้าแนบริมฝีปากลงบนนั้นอีกครั้ง

"อื้อ" เธอร้องด้วยทั้งตกใจทั้งสยิว "คุณทำอะไร"

มือบางผลักเขาออก แต่คนตัวใหญ่ไม่ขยับ

"ฉันไม่ชอบให้ใครมากล่าวหา ถ้าบอกรอยแดงเป็นเพราะฉัน ก็ต้องพิสูจน์ว่าใช่จริง ๆ"

พูดแล้วทำท่าจะโน้มลงมาอีก เธอขยับจะหนี ปากเก่งเม้มลงแน่น ที่เย้ว ๆ ในตอนแรกเหลือแค่หน้าเจื่อน ๆ

"อ๋อ ๆ" หนึ่งนางทำใจดีสู้เสือ "ติดใจล่ะสิ ฉันดีใช่มั้ยล่ะ"

"ถ้าลีลายังไม่ แต่อย่างอื่นน่ะใช่"

สายตาเขาเหมือนมีไฟลุก หน้าเธอร้อนผ่าว ๆ บรรยากาศการต่อรองสะดุด จู่ ๆ หนึ่งนางก็เกิดหายใจหายคอลำบากขึ้นมาเสียอย่างนั้น ตาเขาวาววาบราวกับจะเปลื้องผ้าเธอออกทั้งตัว

"ฉันจ่ายได้นะ เอาเลยมั้ย"

"คุณหวังอะไร" เธอไม่ใช่คนโง่ เขาส่งข้อเสนอมาทางสายตาขนาดนั้นมีหรือจะไม่รู้

"ไม่รู้หรือแกล้ง"

"แกล้ง" หนึ่งนางยอมรับ "ก็คุณเคยบอกว่าเกลียดฉันนี่" แล้วมาบอกว่าต้องการ ถึงจะแค่ตัวก็เถอะ! มันออกจะย้อนแย้งไปสักหน่อย คนอย่างเขาหาผู้หญิงสวย ๆ ได้ง่าย ๆ แม้ว่าสวยและเก๋แบบเธอจะมีไม่เยอะก็เถอะ

"ก็มันคนละเรื่องกัน เธอได้เงิน ฉันได้ตัว แฟร์ ๆ ไม่ดีเหรอ ผู้ชายรวย ๆ ที่เธออยากได้ คุณสมบัติฉันก็ตรงตามที่เธอต้องการไม่ใช่เหรอ"

เขามีแต่มาแล้วลูกจ๋าชุดโกโกวาที่หนูอยากได้ กลายเป็นว่ามาแล้วหนึ่งจ๋าผู้ชายรวยที่เคยอยากได้

บทจะได้ทำไมมันง่ายจัง เทวดาฟ้าดินหลอกให้ตายใจหรือเปล่า

ไม่ได้หรอกร้องระวังไว้ก่อน

หนึ่งนางย่นจมูก ส่ายหน้าตอบปฏิเสธไปว่า

" ไม่ตรง"

ปราชญาตาวาว ไม่คิดว่าจะได้คำตอบนี้มาก่อน

"ฉันอยากได้สามีรวย ไม่ได้อยากได้อาป๋ามาเลี้ยง ถ้าเป็นความสัมพันธ์แบบนี้คุณตายไปฉันก็ไม่ได้อะไร"

"ฉันยังไม่ตาย" เขากัดฟันกรอดจนหินปูนในปากสะเทือนแล้ว

"ก็คุณมีโอกาสมากกว่า ไม่เอาอ่ะ ฉันสึกหรอด้วยได้ห้าแสนเอง" เกิดวันข้างหน้าเจอผู้ชายรวยที่ถูกใจจะโดนด้อยราคาค่าสินสอดเอาได้ จะเสียตัวบ่อย ๆ ต้องคิดให้ถ้วนถี่

"เธอคิดว่าค่าตัวเธอมันมากมายรึไง" ผู้หญิงอะไรน่าหมั่นเขี้ยว

"เอ้า! แน่ซี้" หนึ่งนางขึ้นเสียงสูง "อีกเดี๋ยวก็จะจบปริญญาตรี แม่มีบ้านหลังใหญ่นะจ๊ะ แค่ราคาบ้านฉันก็หลายล้านแล้ว ฉันน่ะลูกสาวคนเดียวนะ" บ้านเธอราคาเท่าบ้านหมอเพราะก่อนมีสามีแม่เธอรวยจ้า

"บ้านเธอติดจำนอง"

หนึ่งนางตกใจ เขารู้ได้ยังไง

"เธอบอกเมื่อกี้" เขาเฉลยก่อนเธอทันได้ถาม หนึ่งนางเลิ่กลั่กแล้วหนึ่ง เหลือแต่ปริญญาตรีค่าเทอมปีละแสนนิด ๆ เรียนมาสี่ปีก็สี่แสน อั๊ยย่ะ! ก็น้อยกว่าห้าแสนอยู่ดี

"มูลค่าเหลือเท่าไหร่" เขาโน้มหน้าลงมาหา ลมหายใจอุ่นรินรดข้างแก้ม

หนึ่งนางค้อนใส่ คิดว่าเป็นพระเอกละครหรือยังไง

"เท่าไหร่ว่ามาจะจ่ายให้"

เขาอยากได้เธอใจจะขาดอยู่แล้ว ไอ้ที่ทำหน้าตึง ๆ นี่เกร็งจนเมื่อยหน้า จับเธอถอดเสื้อผ้าตรงนี้ได้ก็จะทำ ข้างในมันอึดอัดจนจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว

"ไม่!" เธอยืนยันคำเดิม

"แล้วทำยังไงจะยอม"

เสียงถามกระเส่า หนึ่งนางชักใจคอไม่ดี ตัวเขาชิดจนแทบจะแนบสนิทกันอยู่แล้ว ภาพคืนนั้นหมุนเวียนวนเป็นวงกลม

"ฉันกลับดีกว่า เรื่องคืนนั้นก็ไม่เป็นไร ถือว่าเป็นประสบการณ์แล้วกัน"

เธอทำท่าจะหันหนี ปราชญาไวกว่ารั้งทั้งตัวแน่งน้อยเอาไว้ จูบร้อนทาบลงมาแบบที่หนึ่งนางไม่มีโอกาสได้ตั้งตัว ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ

ส่วนเขาปรือตามองแล้วยิ้มมุมปากเพียงนิดเดียว

ใครให้โอกาสเธอปฏิเสธ!

เขาเหรอ?

ก็ไม่นะ!

'ร่างกายเธอคุ้น'

เขาแตะนิดหน่อยตัวเธอก็ร้อนผ่าว ปากร้อนไล้โลมทั่วแก้มนวลไม่หยุด จะดันตัวเขาออก มือเรียวก็ถูกรวบไว้ทั้งสองข้าง

ปราชญาทิ้งตัวลงบนโซฟา รั้งเอวแบบบางตามลงมา หนึ่งนางถลาซบลงตรงอกเขาพอดีแล้วเป็นเขาที่จัดท่าทางให้เธอนั่งตักเสร็จสรรพ ฝ่ามือร้อน ๆ ลูบไล้ขาขาวนุ่มเนียนวนเวียนแล้วบีบหมับด้วยความหมั่นเขี้ยว

“เอามือออก” พอเธอตีเขาก็หัวเราะ คิดว่าหยอกหรือไง นี่ตีจริงหรอกนะ

ปราชญาเปลี่ยนไปเลิกชายเสื้อช่วงเอวขึ้นสูงเผยผิวขาวเนียนนุ่ม เธอมีหน้าท้องนิด ๆ นุ่ม ๆ พอจะหยิกได้สนุกมือ

เขาชอบผิวเธอ เคยมองบ่อย ๆ แต่ไม่รู้ว่านุ่มขนาดนี้

“คุณ ปล่อย!”

เขายกมือขึ้นทั้งสองข้าง พอเธอทำท่าจะลุกเขาก็ล้อมโอบรอบเอวไม่ยอมให้ไป ปลดกระดุมเสื้อเม็ดล่างขึ้นแยกเสื้อนักศึกษาออกจากกัน หนึ่งนางตีมือเพี๊ยะ เขาเปลี่ยนเป็นประคองท้ายทอยโน้มหน้าเธอลงมาหา จูบเม้มเล็มเลียริมฝีปากอิ่มนุ่มนิ่มไม่ยอมปล่อย

พอเธอห้ามตรงนี้เขาก็แตะตรงนั้นเหมือนปูยักษ์ไต่ตามตัว สุดท้ายเป็นเธอที่แพ้ต้องรามือไปเอง เขาค่อยแกะกระดุมเสื้อส่วนอกแหวกสาบเสื้อสองข้างออกจากกันจูบเบา ๆ ผ่านบราเซียตัวสวย

เขาชอบหน้าอกเธอ ชอบกลิ่นชุดชั้นในหอม ๆ ปนกลิ่นเหงื่อนิด ๆ นี่ด้วย

“โรคจิต” เธอว่า หน้าแดงก่ำ ไม่อยากเขินแต่ก็เขิน พอครั้งแรกเกิดขึ้นแล้วครั้งต่อมาก็ดูจะต่อกันติดง่ายขึ้น แต่พอเขาจะรั้งบราเซียขึ้นด้านบนหนึ่งนางก็รีบตะครุบเอาไว้

“ไม่เอา” เสียงเบาเสียยิ่งกว่าลูกแมวอีก

“นิดเดียวไม่ได้เหรอ” เสียงเขาอ้อนนิด ๆ

กำแพงใจเธอหย่อนฮวบเรียกว่าโดนตีพังกระเจิดกระเจิงเลยจะดีกว่า

“จะกลับแล้ว ไม่ให้ก็ไม่ให้ ไม่ให้ก็ไม่เอา” หนึ่งนางหมายความตามที่พูดจริง ๆ เรื่องจะให้มาเป็นเด็กป๋าพวกนั้นยังไม่เคยอยู่ในสมอง เธอยังมีทางเลือก แค่อยากให้แม่สบายขึ้นก็เท่านั้น หากไม่ได้จริง ๆ ก็แค่ลำบากและไม่สะดวกนิดหน่อย หนึ่งนางทนได้

ปราชญาดูนาฬิกา เกือบจะสองทุ่มแล้ว ป่านนี้ไอ้น้องจอมแสบหลับคาโต๊ะทำฟันไปแล้ว ช่างเถอะ! พรุ่งนี้ยังมี ค่อยถอนให้ก็ได้ ปล่อยให้ปวดเสียวันนึงคงไม่เป็นไร

“จะรีบกลับไปไหน”

“ก็รีบ” แต่รีบไปโรงพยาบาล ป่านนี้ไม่รู้แม่เป็นยังไงบ้าง หนึ่งนางชักเป็นกังวล กอบโกยอารมณ์กระเจิดกระเจิงกลับที่เดิม เพราะเขานั่นแหละที่ทำสติเธอเปิดเปิง “ฉันจะกลับ”

“ก็เดี๋ยวกลับพร้อมกัน”

“ไม่เป็นไร ฉันรีบ กว่าคุณจะทำฟันให้พี่ปั๊มอีก”

คำว่า ‘พี่’ ที่หนึ่งนางเรียกปรมะสะดุดกึก เขาไม่ชอบแต่ไม่อยากวุ่นวาย นั่นก็น้องชายคนเดียว

“งั้นก็เรียกแท็กซี่” เขาพูดเหมือนสั่ง แบมือยื่นมาตรงหน้า หนึ่งนางทำหน้างง

“คะ”

“โทรศัพท์อยู่ไหน”

เธอก็งงยื่นให้เขาไปอีก อยากจะเขกกะโหลกตัวเองเหลือเกิน หลงผู้ชายหรือไงอีหนึ่ง!!

ปราชญารับมาเปิดแอพพลิเคชั่นธนาคารสีเขียวแล้วยื่นกลับให้เธอใส่รหัส ก่อนจะรับมาสร้าง QR รับเงินแล้วกดสแกนโอนเงินให้เสร็จสรรพอย่างรวดเร็วห้าแสน ไม่ให้เป็นเช็คเพราะเดี๋ยวเธอเอามาปาคืนอีก อารมณ์ผู้หญิงแปรปรวนเหมือนลมพัดใบต้นหูกวางปลิวตกไม่รู้ทิศรู้ทาง

รับเงินเขาไปแล้วเขาไม่รับคืน

“คุณ!”

เขาอุ้มเธอลงจากตัก ลุกอ้อมโต๊ะทำงานเปิดลิ้นชักหยิบคีย์การ์ดส่งให้

“คอนโดชื่อ privilege เลยแยกอโศกไปหน่อย ชั้น 22 ห้อง 221”

#นิยายรัก #นิยายโรมานซ์ #นิยายออนไลน์ #นางเอกท้อง #พระเอกเป็นหมอ #นิยายอ่านเพลินๆ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel