บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6

หมอหรือหมากันแน่ !ความโมโหของหนึ่งนางพุ่งปรี๊ดขึ้นเหมือนปรอทแตก สองขาก้าวเดินดุ่ม ๆ ตรงไปบ้านข้าง ๆ ใช้ปลายนิ้วกดออดรัว ๆ ตามด้วยกำปั้น จากนั้นก็ทุบด้วยกล่องข้าวจนออดบ้านเขาเละเทะไปหมด แล้วพอคนรับใช้เปิดประตูให้หนึ่งนางก็พรวดพราดเข้าไปข้างใน พุ่งตรงไปยังห้องของปราชญาทันที

“คุณหนึ่งคะ คุณหนึ่งมีอะไรคะ” คนรับใช้ร้อนรนตามมา หนึ่งนางเลือดขึ้นหน้าแล้ว เอาช้างมาขวางก็หยุดเธอไม่ได้

แต่ภายในห้องว่างเปล่าเพราะนี่เพิ่งทุ่มเดียวปราชญายังไม่กลับจากทำงาน เช็คนี่เขาให้สิงหาเอามาแขวนไว้หน้าบ้านพร้อมกับกล่องข้าวที่เด็กรับใช้เอามาถามไถ่เมื่อเช้า

“หมอปราชอยู่ไหน ..คะ” เธอพยายามกลั้นอารมณ์โกรธสุดฤทธิ์

“คุณปราชยังไม่กลับหรอกค่ะ ปกติคุณปราชกลับดึก”

งั้นจะรอ .. เธอสาบานเลยว่าถ้าวันนี้ไม่ได้เอากล่องข่าวปาใส่หน้าเขาอย่ามาเรียกว่าอีหนึ่ง!

ปราชญากลับบ้านตอนสี่ทุ่ม เดินเข้ามายังไม่ทันจะถึงห้องรับแขกกล่องข้าวก็ลอยหวือตกลงตรงหน้า เขาเอนตัวหลบเกือบไม่ทัน กล่องข้าวเฉียดปลายจมูกไปนิดเดียว หันหาที่มาของวัตถุอันตราย เห็นหนึ่งนางนั่งตาขวางอยู่ที่โซฟา

“มีอะไร” เขาถามเสียงเย็น

“เอาคืนไป” เธอขยำเช็คเป็นก้อนกลม ๆ แล้วปาตามไปอีก คราวนี้เข้าที่อกเขาเต็ม ๆ “ฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัวนะ”

“ก็ไม่ได้บอกว่าเป็น” หลังส่งเช็คให้สิงหาเอาไปแขวนไว้ที่หน้าประตูเธอแล้วปราชญาก็ค่อยสำนึกได้ว่าตัวเองก็ทำเกินไปหน่อย แต่พอจะให้เลขานุการกลับมาเอาคืนถุงกระดาษก็ไม่อยู่แล้วเขาเลยไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน

“คิดว่าตัวเองสูงส่งมากเหรอ คิดว่าเป็นผู้ชายรวยคนเดียว ผู้ชายคนอื่นเขาก็รวยเหมือนกันไม่รู้รึไง”

หนึ่งนางเลือดขึ้นหน้า ยิ่งเห็นท่าทางเฉย ๆ ของเขายิ่งโมโห อยากจะกรี๊ดแล้วเขาไปข่วนให้หน้าหล่อ ๆ พังพินาศยับเยินไปตรงหน้า ถ้าไม่ติดว่าไม่มีเงินจ่ายค่าเสียหาย แล้วหมอคงจะฉลาดน่าจะฟ้องเธอบรรลัยอยู่

“ไปคุยกันข้างบน” เขาดึงมือเธอจะพาขึ้นไปบนห้อง ไม่อยากให้คนรับใช้กับคนขับรถที่ได้ยินเสียงโวยวายเข้ามาดูแล้วรู้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น

“ไม่ไป ไม่ต้องมาจับ”

ปราชญาจึงปล่อย

“งั้นจะเอาอะไร จะให้ใช้ค่าเสียหายยังไง”

หนึ่งนางชี้หน้าเขาตาวาววับ สาปแช่งด้วยความเจ็บปวดทั้งหมดที่มี

“วันไหนที่หมอรักใครขอให้คนนั้นวิ่งหนีหมอ ขอให้เขาไม่ยอมรับในตัวหมอ ต่อให้รวยล้นฟ้าประเคนเงินประเคนทองให้เท่าไหร่ก็ขอให้เขาไม่สนใจ ขอให้หมออย่าสมหวังอีกเลยตลอดชีวิต” เธอทั้งแช่งทั้งหอบ เกิดมาในชีวิตไม่เคยโมโหใครขนาดนี้มาก่อน ขนาดพ่อที่ตายไปหลังจากทิ้งหนี้สินกองโตไว้ให้หนึ่งนางยังไม่รู้สึกชิงชังขนาดนี้

เขาเป็นคนแรก … ที่ทำให้เธอพูดคำสาปแช่งออกมาได้

“พอใจหรือยัง” ปราชญาถามเสียงเนือย ไม่อยากจะถือสาเพราะเห็นว่าเธอเป็นเด็ก

“ยัง” คนไม่หายโมโหก้มหยิบเช็คปาใส่เขาอีกรอบ ไม่สาแก่ใจปาอีกรอบ ปราชญาก็ยืนนิ่ง พยายามอดกลั้นเท่าที่จะทำได้ ทำอะไรปัญญาอ่อน

“หมอต้องขึ้นคานแก่ตายไปนั่นแหละ”

เธอยังหยิบเช็คกลับไปปาเขาอีกรอบ สาแก่ใจแล้วจึงกระทืบเท้าเร่า ๆ ออกจากบ้านไป

...........................................................................................................

ความจริงปราชญาเองก็ไม่ได้ตั้งใจหรอก ตอนนั้นมันก็โมโห ที่ทั้งวันไม่สามารถสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว ความคิดมันคอยจะวนเวียนกลับไปหาเซ็กส์หนักหน่วงเมื่อคืนแล้วไอ้ร่างกายเฮงซวยมันก็ตื่นเหมือนสิงโตโดนเตะ ถ้าไม่โกรธเธอก็ต้องยอมรับว่าต้องการ แต่กับคนที่เขาปรามาสไว้แล้วว่า ‘หิวเงิน’ น่ารังเกียจ จะให้ยอมรับได้ยังไงว่าอยากจะนอนกับเธออีก

ยอมรับไม่ได้ก็ต้องโกรธ พอโกรธก็อยากจะทำอะไรสักอย่างที่หยามเธอสักหน่อยให้มันเกลียดชังกันไปเลย

แต่พอทำแล้วก็รู้สึกแย่ ถึงตอนนี้ทิฐิก็ค้ำคอ ขอโทษก็ไม่ได้ ถ้าเกลียดเธอต่อก็ต้องเกลียดตัวเองที่ทำอะไรน่าขยะแขยงแบบนั้นลงไปอีก

"โว้ย" จะมาเสียคนตอนแก่หรือไง ใช่ว่าทั้งชีวิตไม่เคยผ่านผู้หญิงมา

ตรงกันข้าม! ปราชญาผ่านมาอย่างโชกโชน แล้วจะมาอะไรเซ็กส์แค่คืนเดียว หาที่ไหนก็ได้... ผู้หญิงอายุอ่อนกว่าดี ๆ กว่าเธอก็มีตั้งเยอะ

ตั้งเยอะ … คำนี้แผ่วในสมอง แต่เธอมีคนเดียว

เขายอมแพ้อย่างจนใจ

เมื่อคืนไม่เหมือนที่เคยผ่านมา ยิ่งรู้ว่าเธอไม่เคยผ่านใครยิ่งดีขึ้นไปอีก

แค่นึกถึงเสียงครางอือในคอเบา ๆ เขาก็แทบอยากจะกระโจนใส่อีกรอบ แววตาร้องขอ ร่างกายที่ผวาตามราวกับกลัวเขาจะแยกจาก

เขาถอดเชิ๊ตด้วยอารมณ์หงุดหงิด ทำไมต้องเป็นเด็กแก่แดดนี่ด้วย ทำไมต้องเป็นผู้หญิงที่ประกาศปาว ๆ อย่างไม่ละอายว่าอยากมีผัวรวย ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงจะยอมรับได้ง่ายกว่านี้ ใครก็ได้ที่ไม่ได้มักง่ายหวังเกาะผู้ชายกินแบบนี้

แล้วทำไมเธอถึงไม่ยอมรับเงิน ก็ชอบเงินไม่ใช่เหรอ หรืออยากจะอัพราคา คงแค่นั้นล่ะมั้ง ความคิดอะไรก็ได้ผุดมาที ความคิดที่เขาจะสนับสนุนให้เธอกลายเป็นคนไร้ค่าไร้ราคา

ไหน ๆ ก็จะเกลียดกันแล้ว เอาให้มันสุด ๆ ไปเลยแล้วกัน!

เขาจะได้ไม่ต้องการเธออีก

ปราชญาคว้าผ้าขนหนูพันตัว เดินเข้าห้องน้ำด้วยความหวังว่าน้ำเย็นจะช่วยดับความร้อนรุ่ม เปิดฝักบัวปล่อยสายน้ำไหลกระทบร่างกาย กลับกลายเป็นว่ายิ่งร่างกายเปลือยเปล่าเขายิ่งโหยหาสัมผัสลึกซึ้งตึงแน่นเหล่านั้น

จินตนาการเตลิดไปไกลว่าได้โอบรัดลูบไล้ผิวขาวเนียนละเอียด คลับคล้ายว่ากลิ่นเหงื่อชื้นและเย็นเหล่านั้นลอยอวลกลับมาหยอกล้อที่ปลายจมูก

ทั้งสุขสมและเวทนาตัวเองในคราวเดียวกัน ในชีวิตไม่เคยลำบากลำบนกับความต้องการที่มีต่อผู้หญิงคนไหนจนต้องใช้มือปลดปล่อยตัวเองอย่างนี้มาก่อนเลย

ส่วนหนึ่งนางหลังเดินปึงปังกลับมาบ้าน ขึ้นไปบนห้องตัวเองได้ก็กระทืบเท้าเร่า ๆ อยู่อย่างนั้น

อารมณ์โมโหยังปรี๊ดในเลเวลสูง ทำไมเขาไม่ขอโทษเธอก่อน ทำไมเอาเงินใส่ถุงให้เหมือนเธอเป็นผู้หญิงไร้ค่าไร้ราคา มารยาททรามชะมัด เธอไม่ใช่ผู้หญิงขายตัวหรอกนะ

คิดว่าเงินห้าแสนมันเยอะหรือไง …

เงียบไปอึดใจแล้วหนึ่งนางก็ต้องยอมรับว่า

เออ…เยอะสิ เยอะมาก ห้าแสนไม่ใช่น้อย ๆ ทำไมต้องลอยมาตรงหน้าในสถานการณ์แบบนี้ด้วย ถ้าเป็นคนอื่นเป็นสถานการณ์อื่นต่อให้ต้องถูกตราหน้าว่าหน้าด้านหน้าทนเธอก็จะไม่สนใจ

ตั้งห้าแสนนะว้อย! ปลดหนี้บ้านที่ค้างอยู่ได้หมดพอดี แถมดาวน์รถได้อีกตั้งคันนึง โลกไม่ยุติธรรมทำไมคนแบบนั้นจึงได้มีเงินเปย์ผู้หญิงตั้งสี่ซ้าห้าแสน ทีเธอทำงานงก ๆ ได้เดือนละสองหมื่นก็แทบจะกราบฟ้ากราบดินที่เมตตาปรานี

กรี๊ดดดด! หนึ่งนางเปล่งเสียงจนสุด ทำไมเธอไม่หน้าด้านหน้าทนเอาเงินนั้นมาให้รู้แล้วรู้รอด จะเล่นตัวเพื่อ? ยังไงก็เสียตัวไปแล้ว ไอ้ความซิงที่เสียไปเอากลับคืนมาก็ไม่ได้

อีหนึ่งนะอิหนึ่ง โคตรโง่เลย!

นวลสอางค์ผู้เป็นแม่ที่นั่งดูโทรทัศน์อยู่ข้างล่างถึงกับตกใจกับเสียงตึงตัง นึกว่ามีเปรตมาเดินขอส่วนบุญวันพระ

“หนึ่งโว้ย ไอ้หนึ่ง”

ลูกสาวได้ยินเสียงเรียกเลยเดินหน้าบึ้งหน้าบูดออกมา

“อะไรแม่”

“มึงปิดหน้าตงหน้าต่างให้ดีนะ”

“โอ้ย! ร้อนจะตายปิดทำไม”

“ก็ไม่รู้ใครมันกรี๊ด ทำเป็นเล่นไป วันพระนะเว้ย เขาว่าสัมภเวสีเอยเปรตเอย มันจะเดินขอส่วนบุญไปทั่ว” นางนวลสอางค์พูดเรื่อยเปื่อยเป็นตุเป็นตะตามประสา

ไม่มีหรอกสัมภเวสงสัมภเวสีมีแต่อีหนึ่งหน้าแห้งที่ชวดเงินห้าแสนไปแบบโง่ ๆ นี่แหละ

#นิยายรัก #นิยายโรมานซ์ #นิยายออนไลน์ #นางเอกท้อง #พระเอกเป็นหมอ #นิยายอ่านเพลินๆ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel