บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5

หลังคิดอย่างรอบคอบถี่ถ้วนแล้วคงไม่ได้อะไร หนึ่งนางก็ใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาทีหาเสื้อผ้าตัวเอง พบว่ามันพับเรียบร้อยอยู่ปลายเตียงด้านหนึ่งนึกชมเขาในใจว่าเป็นระเบียบแฮะ .. เสื้อผ้าพับเสียเนี๊ยบอย่างกับร้านขายเสื้อผ้าแบรนด์หรู ที่คิดอย่างนั้นเพราะเธอไม่เชื่อว่าเขาจะให้คนรับใช้ทำให้หรอก น่าจะเขาพับเองนี่แหละ

ร่างกายยังระบมแต่ก็พอไหว เธอใส่เสื้อก่อนเป็นอันดับแรก หน้าแดงร้อนผ่าว ๆ ตอนหยิบชั้นในตัวจิ๋วใส่กลับเข้าที่เดิม สุดท้ายจึงสะบัดกระโปรงเตรียมจะสวม ตอนนั้นที่เศษโพสท์อิสปลิวไหวลอยในอากาศก่อนร่วงลงสู่พื้น

หนึ่งนางลงจากเตียงย่อหยิบขึ้นมาอ่าน

‘ไปทำงานตอนเย็นจะมาคุยด้วย แม่ไม่อยู่ไปทำบุญที่อยุธยา หิวก็ลงไปบอกเด็กทำข้าวให้กินแล้วกัน ของฟรีเธอน่าจะชอบ’ ลงชื่อว่าปราชญา

แน่ะ! มีเหน็บ คนแก่เหน็บเก่งแบบนี้ทุกคนมั้ยเนี่ย ลายมือหรือลาย … ดีนะที่เธอเก่งเลยอ่านออก

แต่ก็ยังดีที่แจ้งให้ทราบ แล้วก็ดีด้วยที่แม่เขาไม่อยู่ ขืนแม่เขาเห็นว่าเธอเดินออกจากห้องเขาอาจจะตกอกตกใจยกมือทาบอกเป็นครั้งที่ร้อยก็เป็นได้ เอะอะก็ยกมือทาบอกอย่างเดียวเลย

เรียบร้อยแล้วหนึ่งนางก็ลงมาข้างล่าง เจอเด็กรับใช้ในบ้านกำลังยกอาหารเตรียมจะเอาขึ้นไปให้ตามคำสั่งของปราชญาพอดี

“คุณหนึ่งกินข้าวก่อนสิคะคุณปราชสั่งให้เตรียมให้”

ใส่ยาพิษหรือเปล่า … ไว้ใจได้เร้อ เธอตายอยู่ที่นี่ใครจะไปรู้

“ไม่ดีกว่าจะรีบไปแล้วน่ะ”

“คุณหนึ่งคะ”

อีกฝ่ายชี้มือมาตรงคอเธอ

“คุณหนึ่งลืมพับปกเสื้อลง”

หนึ่งนางรู้แก่ใจ เธอไม่ได้ลืมหรอก แต่เจ้าของบ้านจอมโหดเล่นซะคอเธอเป็นจ้ำแดงไปหมด ขืนเอาลงคนอื่นก็นึกว่าไปฟัดกับใครมา ก็ฟัดจริง ๆ นี่แหละ แต่ไม่อยากให้ใครรู้ นี่ยังคิดไม่ออกเลยว่าจะตีลังกาเข้าบ้านดีมั้ย จะได้เบี่ยงเบนความสนใจแม่สักหน่อย

“แฟชั่นเกาหลีน่ะ” ตอบอ้อมแอ้มแล้วหนึ่งนางก็จ้ำออกจากบ้านทันที

ประตูรั้วของสองบ้านห่างกันหนึ่งช่วงแขน กำแพงที่ใช้ยังเป็นแนวเดียวกัน หนึ่งนางเดินเร็ว ๆ เข้าไปข้างในไม่ทันจะพ้นสนามที่มีเสื้อผ้าตากเต็มไปหมด เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกรอบ

วันนี้จะเกิดคิดถึงอะไรกันนักหนาเนี่ย คนยิ่งขวัญอ่อนเพราะเพิ่งผ่านศึกหนักมาเมื่อคืนอยู่ ..

"อีหนึ่งงงง" สาวสองเพื่อนรักชื่อจริงว่ามงคล พ่อตั้งให้ ชื่อเล่นมินนี่ อันนี้ตั้งเอง "ตื่นหรือยังมึง ไม่มาเรียนเหรอหรือไปกกผู้ชายรวยที่ไหน" คนบนโลกนี่เห็นเธอเป็นคนยังไงกันนะ แม่ก็คนนึงแล้ว เพื่อนนี่ก็อีก

"ฝากจดหน่อย วันนี้ไม่ได้เข้า" ชั่วโมงเรียนบ่ายครึ่งนี่ก็เกือบ ๆ จะบ่ายโมงแล้วเหาะไปยังไม่ทันเลย เกเรวันนึงแล้วกัน

"ว้าย" มินนี่เปลี่ยนเสียงดัดจริตเป็นจริงจังขึงขังขึ้นมาทันที "อย่าบอกนะว่าไปกกผู้ชายจริง ๆ หาได้แล้วเหรอยะ รวย ๆ เปย์ ๆ น่ะ"

"ไม่บอก"

"อีนี่ อีเพื่อนทรพี มีผู้ชายไม่บอกเพื่อน"

“โทรมามีอะไรเอาอย่างนี้ดีกว่า” วันนี้ไม่มีอารมณ์สุนทรีมาต่อปากต่อคำด้วย

“มีงาน” มินนี่บอกเสียงจริงจัง

มินนี่รับจ๊อบพิเศษด้วยการเป็นนายหน้าหาพวกอินฟลูเอ็นเซอร์ ยูทูบเบอร์ให้กับเอเจนซี่ ถ้าแบรนด์เลือกคนที่มินนี่หาให้เธอก็จะได้ค่าขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ หนึ่งนางก็ได้อาศัยใบบุญมีงานเล็กน้อยจากเพื่อนไปด้วย

“มีรีวิวเหรอ” อย่างนี้ค่อยน่าฟังหน่อย มีงานก็หมายความว่าจะมีเงิน แค่ค่าครีมทาผิวเดือน ๆ นึงก็หลายร้อยแล้ว อีกไม่นานหนึ่งนางก็ใกล้จะเรียนจบแล้ว ไหนจะค่าจบการศึกษา ค่ารับปริญญา ค่าแต่งหน้าแต่งตัวไปหางานประจำทำ บลา บลา บลา อีกมากมาย แม่เธอขายเค้กได้แค่ค่ากับข้าว ส่วนค่าอื่น ๆ ในบ้านเธอต้องรับผิดชอบหมด

“จ้า ห้าพันกรุบกริบทำฟันฟรีด้วย”

หนึ่งนางขมวดคิ้ว

“สินค้าอะไร”

“คลินิกทำฟันน่ะ เขาจะโปรโมทฟอกฟันขาว ฉันเสนอแกไปแล้วลูกค้าโอเค”

สังหรณ์ใจอีกละ ..

“คลินิกไหน”

“ปราชญาทันตกรรมของหมอปราชสุดสวาทขาดใจแกไง”

ถ้าเป็นปกติหนึ่งนางคงกระดี๊กระด๊ารับงานหน้าระรื่นชื่นบาน ค่าจ้างห้าพันหักให้มินนี่เรตกันเองยี่สิบเปอร์เซ็น หักภาษงภาษีแล้วยังเหลืออีกสามพันปลาย ๆ ได้ฟอกฟันขาวฟรีด้วยคุ้มเวอร์ ช่องหนึ่งนางรีวิวของเธอยอดติดตามแสนนิด ๆ ค่าจ้างจึงไม่สูงมาก แต่เงินจำนวนนี้ก็ช่วยเธอได้มาก ถ้าแบรนด์นั้นจะไม่ใช่ปราชญาคลินิกที่เธอเพิ่งฟาดกับเจ้าของมาแบบงง ๆ เมื่อคืนนี้

ขืนเจอเขาตอนนี้คงอึดอัดตาย ไม่อยากให้เขาคิดด้วยว่าเธอพยายามจะเข้าหา ถึงเมื่อคืนจะเข้ากันไปหลายรอบก็เถอะ!

เสียศักดิ์ศรี!

“ไม่เอาดีกว่าแก ไม่ว่าง”

“อะไรไม่ว่างอีหนึ่ง” มินนี่เสียงเขียว แปลกใจอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน “นี่งานไม่ยากเลยนะ ไม่ต้องถ่ายวิดิโอแค่ภาพกับแคปชั่นแล้วฟอกฟันฟรีด้วย ก็บ่นว่าฟันเหลืองเพราะกินกาแฟเยอะอยู่ไม่ใช่หรือไง” เธอหรืออุตส่าห์ขายเพื่อไว้เสียเยอะว่าฟันสวยเวอร์ รับรองกับเอเจนซี่เป็นมั่นเป็นเหมาะว่าทำแล้วยิ้มทีเหมือนมีประกายวิบวับเลยทีเดียว

แล้วมันปฏิเสธคืออาร๊าย

“มีงานอื่นน่ะ”

“งานอะไร”

“เออน่า” หนึ่งนางชักจะไม่ไหว จะบอกยังไงว่าฟาดกับเจ้าของคลินิกมาเมื่อคืนยังไม่หายระบมเลยเนี่ย แล้วพอเช้าเขาก็หายไปทิ้งแค่โพสต์อิทเย้ยหยันว่าเธอชอบของฟรีเอาไว้ แล้วจะให้เธอหน้าระรื่นไปช่วยโปรโมทคลินิกให้เขาอีกเนี่ยนะ

ใครจะไปทำลง!

“เอางี้แล้วกัน แกไปคิดสองสามวัน ฉันจะโฮลไว้ให้ก่อน แล้วจะโทรมาถามแกอีกที”

“อืม” หนึ่งนางไม่มีอารมณ์จะให้เหตุผลเรื่องการปฏิเสธ เธออยากจะขึ้นบ้านไปพักผ่อน ตัวรุม ๆ เหมือนจะเป็นไข้แล้วด้วย “งั้นแค่นี้ก่อนนะ”

แล้วก็วางโทรศัพท์ไปทันที

ผ่านด่านแม่ที่ถามเรื่องปกเสื้อเหมือนเด็กรับใช้บ้านปราชญาหนึ่งนางก็อ้างว่าอาหารเป็นพิษแล้วรีบเผ่นขึ้นไปบนห้อง ถึงพื้นที่ของตัวเองแล้วค่อยได้ถอนหายใจ สักพักจึงเข้าไปอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัว ดูสิ! ตัวเธอมีแต่รอยแดงเต็มไปหมด เดินไปไหนอายเข้าตาย

หลังอาบน้ำหนึ่งนางสวมทั้งเสื้อฮู้ดและกางเกงขายาว มองซ้ายมองขวาให้แน่ใจว่าแม่ไม่อยู่ในห้องรับแขก แล้วจึงเผ่นออกจากบ้านอย่างรวดเร็ว แว่วเสียงแม่ตะโกนด่าออกมาจากในครัว

“หนีไปเที่ยวไหนอีก ห๊า”

ไม่ได้เที่ยวแต่ต้องไปซื้อยาคุมฉุกเฉิน ขืนป่องขึ้นมาต้องมาทนเห็นหน้าโฉด ๆ ของหมอไปตลอดชีวิตคงหาความบันเทิงไม่เจอ ตอนแรกหนึ่งนางจะไปซื้อที่ร้านขายยาหน้าปากซอย ฉุกคิดได้ว่าเภสัชกรร้านนั้นสนิทสนมกับแม่จึงเปลี่ยนใจ ขืนไปซื้อยัยป้ามหาภัยต้องต่อสายตรงบอกแม่เธอแน่ อันที่จริงเรื่องพวกนี้ก็เป็นเรื่องธรรมดาแต่ก็ไม่ธรรมดา

เก็ทซาโนว่าต้องอินโทรแล้วณ จุด ๆ นี้

ด้วยเหตุนี้หนึ่งนางจึงเปลี่ยนใจโบกแท็กซี่ไปห้างสรรพสินค้าแถวมหาวิทยาลัยแทน ถึงหน้าร้านขายยาในห้างก็ตะขิดตะขวงใจอีก ตอนไปซื้อเขาก็ต้องรู้ว่าเธอเสียตัวมา เอ้อ! มันก็เรื่องธรรมดาแต่ทำไมรู้สึกขัดเขินชะงัด

เสียตัวครั้งแรกทำไมมันระแวงไปหมดอย่างนี้วะ …

เปลี่ยนใจครั้งสุดท้ายไปซื้อข้างนอกเอาแล้วกัน ร้านขายยาที่เธอจะพบเจอแค่ครั้งเดียวแล้วไม่ต้องวนเวียนมาพบกันอีก เหมือนเธอกับหมอปราช

ถึงประตูห้างเสียงวี๊ดว๊ายก็ดังลั่น หนึ่งนางต้องชะงักเพราะเสียงเรียก

“อีหนึ่งงง”

มินนี่ปรี่เข้ามาหาพร้อมเพื่อนสาวอีกสองคน หนึ่งนางอยากจะกัดลิ้นตายไปสักทีนึง ร้อยวันพันชาติก็ไม่เจอหรอกจะมาเจออะไรวันนี้เนี่ย

“แหม มหาลงมาลัยไม่ไปแต่มาเดินห้าง”

ถึงชื่อเล่นจะน่ารักคิกขุแต่ภายนอกยังหนีบกระเป๋าหนังสีดำแต่งตัวเต็มยศเป็นผู้ชาย ทั้งเสื้อผ้าหน้าผมหากมองเผิน ๆ จะไม่รู้เลยว่าเป็นสาวประเภทสอง ยกเว้นตอนพูดเท่านั้นที่กิริยาสะบัดสะบิ้งบอกรสนิยมชัดเจน

“มาซื้อของย่ะ”

“ซื้ออะไร ยาคุมฉุกเฉินเหรอ”

อีเพื่อนทำไมรู้ รู้ดีเก่งงง

หนึ่งนางเงียบ มินนี่หรี่ตามอง ถึงเสื้อจะแขนยาวกางเกงจะขายาวแต่ซอกคอยังเห็นแวบ ๆ ว่ามีรอยแดงเป็นจ้ำ ๆ หนึ่งนางร้อนตัว เห็นเพื่อนจ้องเอา ๆ ก็รีบเอาฮูดขึ้นมาปิด

“แพ้กุ้งน่ะ” แล้วก็ออกตัวล้อฟรีไปก่อนเลย “วันนี้เรียนอะไรบ้างล่ะ”

“ไม่เยอะหรอกหนึ่ง มินนี่มันจดให้แล้ว” ประกายดาวเป็นคนตอบแทน สาวเรียบร้อยพูดเพราะผมยาวสวยสมฉายากุลสตรีแห่งคณะประชาสัมพันธ์เป็นฝ่ายตอบแทน ส่วนอีกคนที่ยืนข้างกันเป็นสาวห้าวผมสั้นหน้าเข้มชื่อพรนภาแม่ตั้งใจ ส่วนชื่อเล่นพันอันนี้ตั้งเอง เป็นทอมคนรักของประกายดาว ทั้งสามคนเป็นเพื่อนสนิทของหนึ่งนาง

หลากหลายทางเพศสุด ๆ ไปเลย

“ว่าแต่ตกลงแกจะไปไหน”

“ซื้อของไง ก็บอกอยู่”

“เออ พวกฉันก็เสร็จธุระพอดี ซื้ออะไรไปสิ จะไปเป็นเพื่อน”

หนึ่งนางกลอกตาขึ้นฟ้า ช่วงนี้มันราหูอมดวงเธอหรือไงนะ

กว่าจะหลอกล่อพาตัวเองออกมาจากมินนี่และผองเพื่อนได้หนึ่งนางต้องลงทุนถึงขนาดชวนทั้งสามคนดูหนัง แถมออกปากว่าจะเลี้ยงอีกต่างหาก พอหนังฉายไปได้สามสิบนาทีก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำจากนั้นหนึ่งนางก็วิ่งพรวดพราดออกมาโบกแท็กซี่หน้าห้างทันที

เกิดมาในชีวิตไม่คิดเลยว่าการซื้อยาคุมฉุกเฉินมันจะต้องทุ่มเทถึงเพียงนี้

“วิธีรับประทานยาอยู่ด้านหลังนะคะ จะกินพร้อมกันสองเม็ดหรือรับประทานเม็ดแรกหลังมีเพศสัมพันธ์ก็ได้จากนั้นอีกสิบสองชั่วโมงก็กินอีกเม็ด ไม่จำเป็นก็อย่าใช้บ่อยนะคะ ถ้ามีเพศสัมพันธ์โดยที่ยังไม่พร้อมมีบุตรใส่ถุงยางหรือใช้วิธีคุมกำเนิดแบบอื่นดีกว่าค่ะ”

เภสัชกรสอนด้วยเสร็จสรรพก่อนจะเลื่อนกล่องยาสีขาวแถบน้ำตาลมาตรงหน้า หนึ่งนางหน้าเจื่อน ๆ รับมาแล้วรีบเก็บเข้ากระเป๋า เดินก้มหน้างุด ๆ ออกไปโบกแท็กซี่กลับบ้านทันที

ขึ้นแท็กซี่ได้เธอก็แอบแกะกล่องยาในกระเป๋าบิดเอาแต่เม็ดยาทั้งสองเม็ดยื่นใส่ปาก ตามด้วยน้ำเปล่าไปอีกครึ่งขวดแล้วดัน ๆ กล่องยากลับเข้าไปข้างใน เอาไว้ไปทิ้งที่หน้าบ้าน

ค่อยโล่งอกหน่อย ถือว่าคราวซวยคราวเคราะห์มันหมดสิ้นแค่นี้แล้วกัน เกิดชาติหน้าฉันใดเธอไม่อยากจะเจอเขาอีก

จากนั้นหนึ่งนางก็นั่งมองถนนข้างนอกด้วยอารมณ์สดใสขึ้นกว่าเดิมหลังส่งไลน์ไปลางานวันนึงเพราะไม่อยากให้ใครทักเรื่องรอยแดงจ้ำ ๆ ตรงลำคอ

ปกติหนึ่งนางรับจ๊อบเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ร้านทำผมใกล้กับมหาวิทยาลัยสัปดาห์ละสี่วันสลับกับพนักงานประจำของร้าน เธอได้วิชาตัดสระซอยดัดผมทำผมม้วนมวยและอีกหลาย ๆ ทรงมาจากร้านนั้นเอามารับจ๊อบคนในหมู่บ้าน

หลังเสร็จจากร้านทำผมหนึ่งนางก็จะแวะเก็บค่าเค้กที่ร้านกาแฟใกล้ปากซอยบ้านที่แม่เธอส่งไปขาย

ส่วนเสาร์อาทิตย์หรือช่วงที่มีเวลาว่างเธอจะอัดคลิปรีวิวสินค้า รีวิวคาเฟ่ สถานที่ท่องเที่ยว บางทีก็สอนแต่งตัวไปเที่ยวถ่ายรูปลงยูทูปและโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เวลาที่มินนี่ขายงานให้ได้เธอก็จะได้ค่าขนมมาเก็บไว้จ่ายค่าเทอมบ้าง ค่าผ่อนหนี้บ้านบ้าง

เรื่องที่อยากมีผัวรวยนั่นก็จริงแต่ความฝันที่หนึ่งนางหมายมั่นจะไขว่คว้าให้ได้คือการได้เป็นพนักงานออฟฟิศ ฝันง่าย ๆ นี่แหละ

แม่เธอเคยเล่าว่าซื้อบ้านหลังนี้ได้เพราะทำงานเป็นเลขานุการให้กับผู้บริหารต่างประเทศอย่างหนัก บริษัทส่งออกรายใหญ่ให้โบนัสดี ได้เท่าไหร่แม่ก็เก็บไว้ซื้อบ้าน หนึ่งนางจึงอยากเดินตามรอยแม่

เธออยากเป็นพนักงานออฟฟิศแต่งตัวสวย ๆ ไปทำงาน เข้างานตามเวลาเลิกงานตรงตามเวลา มีเงินเดือนมีสวัสดิการชีวิตจะได้ไม่ลำบาก หนึ่งนางเคยนั่งเขียนไดอารี่ไว้ว่าตอนเรียนจบหากได้เข้าทำงานแล้วจะแต่งตัวยังไง ทำผมตรงไหน แต่งหน้าสีอะไร

แค่ย้อนคิดกลับไปเธอก็อดยิ้มไม่ได้

ช่างเถอะ! เรื่องร้าย ๆ ผ่านไปแล้ว อีกเดี๋ยวก็จะเรียนจบ แล้วก็จะได้เริ่มสมัครงาน อีกไม่นานคงจะได้เป็นพนักงานออฟฟิศอย่างที่เคยฝัน

ถึงหน้าบ้านรถแท็กซี่ก็จอดเทียบริมฟุตพาธ หนึ่งนางย้ำเรื่องค่าโดยสารอีกครั้งก่อนลง

“เงินตัดไปแล้วนะคะ”

“ครับผม”

หน้าประตูรั้วมีถุงกระดาษสีน้ำตาลห้อยอยู่ เธอหยิบออกมาดู

ของแม่เหรอ?

เพราะมันไม่น่าจะใช่ของเธอ เปิดดูข้างในเป็นเหมือนกล่องกับข้าว

นี่มันกล่องกับข้าวที่แม่หมอปราชแบ่งให้เธอมากินนี่นา หนึ่งนางลืมไปเสียสนิท มันน่าจะตกอยู่ในสนามหน้าบ้านเขาตอนที่เจออึ่งอ่างมหาภัยนั่นแหละ ตอนกระโจนหนีมันเธอคงไม่ได้เอามาด้วย ไม่เน่าไปแล้วเหรอ แล้วใครเอามาแขวนไว้

หนึ่งนางเหลียวหาใครที่อาจจะอยู่ใกล้ ๆ มองให้ชัดอีกทีก็เห็นว่าข้างในมีซองจดหมายสีขาวอยู่ด้วย

ซองกฐิน?

หยิบมาเปิดดูพบว่ามันไม่ใช่ซองกฐินแต่อย่างไร แต่เป็นเช็คเงินสดห้าแสนพร้อมโพสต์อิทที่เขียนด้วยลายมือไก่เขี่ยแบบเดียวกับที่เจอเมื่อเช้า

‘ค่าเสียหายแค่นี้คงพอ’

ลงชื่อปราชญา

#นิยายรัก #นิยายโรมานซ์ #นิยายออนไลน์ #นางเอกท้อง #พระเอกเป็นหมอ #นิยายอ่านเพลินๆ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel