บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2

ตอนแรกก็ยังดี ๆ แต่หลังเก็บอาหารที่เหลือใส่กล่องล็อค หนึ่งนางก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติของร่างกาย แขนขาเธอคันยิบ ๆ

“คุณป้าคะ” หนึ่งนางหน้าบิดเบี้ยว ชักสังหรณ์ใจไม่ดี “อาหารที่กินมีอันไหนใส่กุ้งมั้ยคะ”

เธอแพ้กุ้ง แต่เท่าที่ดูอาหารบนโต๊ะไม่น่าจะมีกุ้งเลยนี่นา ก็เช็คแล้วนะ หรือว่าพลาดอะไรไป?

“ทำไมเหรอจ้ะ” นางรวิวรรณมองผื่นแดง ๆ บนเนื้อตัวหนึ่งนางด้วยความสงสัย “หรือหนูหนึ่งแพ้กุ้ง”

หนึ่งนางพยักหน้า

“ตายแล้ว” นางรวิวรรณยกมือทาบอก

หนึ่งนางตาเหลือก “มีเหรอคะ”

“ไข่จียวหมูสับ เขาใส่กุ้งด้วย ปกติตาปราชจะชอบให้สับกุ้งใส่ไปด้วย มันจะเด้ง ๆ ดึ้ง ๆ เด็กมันเลยติดนึกว่าต้องใส่”

หนึ่งนางหน้าเสีย ชักจะคันมากขึ้นทุกที แขนเธอเต็มไปด้วยรอยเกาแดงเป็นปื้น ตายแน่งานนี้! เธอกินไปซะเยอะเชียว

“เดี๋ยวนะ ป้าไปเอายาแก้แพ้ให้ ป้ามี” นางรวิวรรณหายไปแวบนึง ก่อนจะกลับลงมาพร้อมกล่องยา ควานหาแล้วก็เจอแต่ยาแก้แพ้แบบที่กินแล้วง่วง

“อันไหนก็ได้ค่ะคุณป้า” เพราะเธอไม่ไหวแล้ว

นางรวิวรรณยื่นเม็ดยาให้พร้อมน้ำเปล่า หนึ่งนางรับแล้วกินทันที จากนั้นก็นั่งเกาจนเนื้อตัวแดงไปหมด เป็นปื้นขนาดนี้ขืนกลับบ้านแม่เธอได้บ่นแน่

“หนึ่งขอนั่งอยู่นี่ก่อนนะคะ”

“หรือจะไปหาหมอมั้ยจ้ะ ป้าจะพาไป”

“ไม่เป็นไรค่ะ” ปกติถ้ากินยาแก้แพ้ก็พอจะช่วยบรรเทาลงไปได้บ้าง อีกสักพักเธอคงจะดีขึ้น โชคดีไปที่วันนี้หมอปราชกลับดึก ไม่อย่างนั้นจะวุ่นวายไปอีก “หนึ่งขอนั่งในห้องรับแขกสักแป๊บ ดีขึ้นแล้วจะกลับค่ะ”

แค่ให้อาการแพ้ทุเลาแล้วก็จะกลับแล้ว คงไม่มีอะไรมากกว่านั้น

ไม่น่าจะมีหรอกมั้ง หนึ่งนางคิดว่าอย่างนั้น !

พ้นหน้าร้านมาได้รถก็แล่นฉิว ปราชญาลูบหลังคอตัวเองเบา ๆ รู้สึกแปลก ๆ ตาลาย ตัวร้อนวูบวาบ เดี๋ยวหนาวเดี๋ยวเย็น คอแห้งด้วย

“มีน้ำมั้ย” เขาถามคนขับรถ อีกฝ่ายยื่นขวดน้ำเปล่าในรถให้ ปราชญารับมาดื่มหมดไปครึ่งขวด เขากดวางโทรศัพท์ไปแล้ว ไม่อยากให้แม่เห็นเดี๋ยวจะรู้ว่าเขากำลังกลับไป แม่ชอบเข้าข้างเด็กแก่แดดนั่น

อีกนิดเดียวจะถึงแล้ว พอกลับรถตรงหน้าก็เลี้ยวเข้าซอยบ้าน จากหน้าปากซอยถึงหน้าบ้านแค่ห้าร้อยเมตรเท่านั้น คราวนี้ปราชญาจะสั่งให้เด็ดขาด ถ้ามาอีกจะแจ้งตำรวจจับ

เขาปลดกระดุมเม็ดที่สี่ อีกสองเม็ดจะถอดเสื้ออยู่แล้ว อากาศมันบ้าบออะไรแบบนี้

คนขับรถลอบมองเขาผ่านกระจกหลังด้วยสายตาแบบที่ไม่เข้าใจว่าเจ้านายเป็นอะไร ทั้งกระสับกระส่ายร้อนรน บางทีก็สะบัดหน้าแรง ๆ

หรือเมา ?

เข้าไปไม่ถึงยี่สิบนาทีเอาอะไรมาเมา

"อีกไกลมั้ย"

จริง ๆ ก็เลี้ยวเข้าซอยมาแล้ว มันแค่อีกนิดเดียว ทำไมมันร้อนนัก  ปราชญาทนไม่ไหว ปลดกระดุมเสื้อจนครบทุกเม็ด จังหวะที่จะถอดเสื้อคนขับรถก็หันมาบอกว่า

"ถึงแล้วครับ"

เขาจึงดึงเสื้อกลับเข้าที่เดิม หยิบกระเป๋าสตางค์ควักแบงค์สีม่วงยื่นให้คนขับรถ

"เดี๋ยวฉันเอารถเข้าบ้านเอง" พูดพลางกดรีโมทเปิดประตูบ้าน คนขับรถลงไปกดมือถือเรียกรถแท็กซี่กลับบ้าน ปราชญาขับรถเข้าไปจอดด้านใน สมองเขาชักมึน

เป็นอะไรวะ ?

ความคิดที่ว่าจะไปจัดการเด็กแก่แดดน่ะลืมไปแล้ว แค่ประคองตัวเข้าไปในบ้านให้เป็นปกติก็พอ เขาดื่มวอดก้าไปนิดเดียว มันอะไรกัน

ส่วนเด็กแก่แดดกำลังเดินออกมาจากข้างในบ้านหลังอาการแพ้ทุเลา ที่คันยิบเบาลงแล้ว นางรวิวรรณขึ้นไปอาบน้ำอยู่ข้างบน หนึ่งนางได้ยินเสียงรถจึงเดินออกมาดู เห็นเมอเซเดสเบนซ์สีเงินจอดหรา

"ตายโหง" เธอพึมพำ "รถหมอปราช"

'ก็ไหนแม่เขาบอกกลับดึกตีสองตีสาม นี่เพิ่งห้าทุ่มเอง'

ไม่ได้ จะเผชิญหน้ากับเขาไม่ได้ หมอปราชไม่ใช่พวกประนีประนอม เขาน่ะเผด็จการขั้นสุด เธอซวยแน่

ไวเท่าความคิด หนึ่งนางเผ่นเผล็วกระโจนเข้าไปหลังกอต้นเข็มข้างสนามหน้าบ้าน ขืนช้าได้ถูกจับส่งตำรวจแน่ ตัวเธอเล็ก ถึงกระนั้นก็ยังต้องก้มลงจนเกือบจะหมอบกับพื้น

บ้าเอ้ย !

เธอคิดพลางเกาแขนยิก ๆ อาการคันเพิ่งดีขึ้น จะมาซวยโดนฆ่าทิ้งแล้วมั้ง ตอนชันสูตรศพจะซับซ้อนมั้ยล่ะ

"ใคร" เสียงปราชญาถาม เขาเหมือนเห็นเงาคนแวบ ๆ คิดว่าเด็กในบ้าน รอบกายมีแต่ความมืด แต่มองเข้าไปข้างในก็ไม่เห็นมีใคร

แล้วใครวะ ?

ปราชญาร้อนจนทนไม่ไหว เขาถอดเชิ๊ตสีขาวออกพ้นตัว แสงจันทร์สาดส่องเห็นเรือนร่างแน่นหนัดด้วยเกลียวกล้ามเนื้อ หน้าท้องซิกแพคเป็นลูกสวย

'โคตรล่ำ'

หนึ่งนางถึงกับซี้ดปาก อยากจะกรี๊ดให้ลิ้นไก่สั่น ผู้ชายที่มาถอดเสื้อตรงหน้าน่ะมี แต่หุ่นหมอดีสุดในบรรดาผู้ชายที่เคยผ่านสายตา อยากตายคาซิกแพค เอาจริง ๆ ถ้าไม่ติดว่าเขาเกลียดเธอจะกระโจนใส่เดี๋ยวนี้แหละ

โฮกกก (เสียงหนึ่งนางคำรามในใจ)

ปราชญาเดินมาใกล้กำล้งจะชะโงกไปตรงกอต้นเข็มแต่ความร้อนรุ่มดึงเขาไว้

มันเกืดอะไรขึ้น ! เขารู้สึกว่าความต้องการจะระเบิดออกมาเป็นชิ้น ๆ ร่างกายทุรนทุรายอย่างยากจะต้านทาน ถึงกับต้องกัดปากระงับความอยากอันพลุ่งพล่าน ฝืนตัวเดินเข้าไปบ้างในบ้านด้วยความยากลำบาก

หนึ่งนางเป่าปาก

โล่งอกไปที !

เธอควรจะรอดเพราะเขากำลังจะเข้าไปข้างในบ้านแล้ว ถ้าไม่มีเสียงอึ่งดังกังวาน

อึ่งงงง

"หืม"

หนึ่งนางชะงัก เหลียวหาที่มาของเสียง สายตาพลันสะดุดกับอึ่งอ่างยักษ์ตัวกลมอ้วนกำลังจ้องมาราวกับจะถามว่า 'ใครอ่ะ มาทำอะไร'

ดวงตากลมโตเบิกกว้าง  ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ วินาทีที่เห็นว่าอี่งอ่างยักษ์เหยียดขากระโจนเข้ามาหา หนึ่งนางก็เหยียดตัวพ้นกอต้นเข็มพุ่งออกไปข้างหน้า

อย่าเข้ามาาา

"กรี๊ด"

เธอหวีดร้องด้วยความขยะแขยง ปัดไม้ปัดมือไปทั่วตัวไม่ให้มันมีโอกาสมาแตะตัวได้ เดินถอยหลังหนีสัตว์น่าขนลุกขนพองด้วยความเผลอเรอ พลันหลังก็ชนปึงเข้ากับกำแพงยักษ์

ยักษ์ใหญ่หน้าถมึงทึง คิ้วขมวดแน่น ตาวาววับทีเดียวเชียว ยักษ์ตัวนี้ชื่อ

'ปราชญา'

ตาเขาเหมือนดาบเล่มยาวที่พร้อมจะกระซวกเธอให้ตายสิ้นแดดิ้นลงตรงนี้ หนึ่งนางจะผละออก แต่ช้าไป ปราชญาล็อกเธอไว้ทั้งสองแขน

"คุณ ฉันแค่เข้าบ้านผิด"

ผิดบ้าอะไรล่ะ ! บ้านต่างกันอย่างกับฟ้ากับเหว ไม่มีทางหรอกที่เธอจะเข้าผิด หลอกหมูหมูยังพ่นโคลนใส่เลย แต่จะให้ทำยังไง หนึ่งนางไม่คิดว่าวันนี้ตัวเองจะซวยนี่

ปราชญาสะบัดหน้าทีนึง มึนจนสมองตื้อไปหมด เห็นแต่ผิวเนื้อขาว ๆ อยู่ตรงหน้า ยิ่งพอล็อกมือเธอจากด้านหลังเสื้อผ้าบางที่เธอใส่ก็ดึงรั้งจนเห็นส่วนนูนส่วนเว้าชัดเจน คอเขาแห้งไปมด ส่วนกลางลำตัวตื่นเหมือนโดนมนตร์ดำ

"โกหก" เขาตวาด

เอ้อ ! ก็โกหกนี่แหละ แต่จะให้ทำยังไง ถ้าจะจมน้ำก็จะไม่ให้ตะเกียกตะกายเอาตัวรอดหน่อยหรือไงล่ะ

"ฉันแค่มาสระผมให้แม่คุณเอง" ไม่ได้มาอ่อยมายั่วหรอกน่า รู้ว่าใจแข็งเหมือนหินแกรนิต รู้หรอกจ้าว่าไม่ชอบผู้หญิงหิวเงิน

'ผู้หญิงหิวเงิน' เขาเคยว่าเธออย่างนั้น หนึ่งนางอยากจะเถียงว่าถ้าก้อนกรวดใบไม้มันซื้อข้าวกินได้ ใช้หนี้ค่าบ้านแทนเธอได้ เธอก็หิวก้อนกรวดก้อนดินแทนแหละ แต่เพราะความจริงมันไม่ด๊ายยย

ไม่นับเรื่องที่เคยว่าเธอหวังจะเกาะผู้ชายรวยอี๊กกกก ก็คนจนจะไปเกาะมันไหวเร้อออ มันมีอะไรให้เกาะเอาอย่างนี้ก่อน ดังนั้นมันจะแปลกอะไรถ้าเธอจะชอบผู้ชายรวยและอยากมี 'สามีรวย'

"เธอมันหวังมากกว่านั้นอยู่แล้วล่ะ" เขาบิดแขนเธอเพิ่มไปอีก หนึ่งนางร้องโอยลั่น และเสียงมันก็ดังพอจะทำให้นางรวิวรรณที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จได้ยินแว่ว ๆ

ผู้เป็นมารดาเดินลงมาจากข้างบนผ่านบันไดวนลงมาเรื่อย ๆ ปากก็ร้องเรียก

"หนูหนึ่งจ๊ะ"

ที่ห้องรับแขกว่างเปล่าไม่มีเงาของหนึ่งนาง นางรวิวรรณเดินเข้าไปดูในครัว เปิดประตูห้องน้ำชั้นล่างดูก็ไม่มี ไปเคาะประตูถามเด็กรับใช้ก็ไม่มีใครเห็น

"หรือจะกลับไปแล้ว" เจ้าของบ้านพึมพำ เดินออกมาดูข้างนอก เห็นแค่รถยนต์ของปราชญาจอดอยู่ "อุ๊ยตาย !" คนเป็นแม่ตกใจยกมือทาบอก "ไหนบอกกลับดึก แย่แล้ว"

นางรวิวรรณรีบเดินเร็ว ๆ กลับขึ้นไปข้างบน ตั้งใจจะโทรบอกหนึ่งนางว่าตอนนี้หมอปราชกลับมาแล้วให้เธอหาทางหลบไปทางหลังบ้านก่อน เกิดทะเล่อทะล่าออกมาจะซวยเอา

หารู้ไม่ว่าหนึ่งนางซวยแล้ว ..

ตอนนี้คนชะตาขาดหายใจหืดหาดอยู่ในรถ ตาเหลือกลาน ปากถูกปิดด้วยมือใหญ่แข็งแกร่ง

"อุนอิดอากฉันทำไม"

เจ้าหล่อนบ่นเสียงอู้อี้ 'คุณปิดปากฉันทำไม'

ที่เธอตกใจอีกอย่างคือเขาหายใจแรงจนเหมือนหอบ แค่ดึงเธอเข้ามาในรถมันใช้พลังมากขนาดต้องหายใจฟืดฟาดขนาดนี้เลยเหรอ

แล้วอีกอย่าง อีกอย่างที่ทำหนึ่งนางใจคอไม่ดี ไม่อยากจะคิดแต่ก็คิดก็คือ..อันนั้น ...ตรงนั้นของเขากำลังดันชนขาอ่อนเธอ

หมอเหมือนคนกำลังอารมณ์หื่นเลย...

"อ๋อ" หนึ่งนางจะเรียก 'หมอ' อยากจะพูดก็พูดได้ไม่เต็มปาก เธอดิ้นแต่พื้นที่ก็จำกัด แสงจันทร์สาดเข้ามาวาบหนึ่ง หนึ่งนางตกใจตาเบิกกว้าง แวบเดียวนั้นเธอเห็นแววหื่นกระหายในตาหมอปราช

ก็ไหนบอกไม่ชอบผู้หญิงหิวเงิน ไม่ได้นะหมอ ไม่ได้ ! ฉันมาสระผม ไม่ได้จะมาฟาดกับหมอในรถ โนว !

นี่มันในรถนะ นี่มันครั้งแรกของฉันจะเป็นในรถไม่ได้ !

"เธอ" ปราชญาใกล้จะตบะแตกเต็มที ร่างกายเขาต้องการปลดปล่อย ความทุกข์ทรมานทุรนทุรายภายใน เขาจัดการเองไม่ได้

สมองข้างหนึ่งบอกว่าไม่ อย่า ! แต่ฤทธิ์ยาบังคับร่างกายไปอีกทาง

ขาเธอขาว หน้าอกอวบอิ่ม ปากนิ่มภายใต้มือขยับเคลื่อนไหวเสียดสีผิวเนื้อบอบบางกับกลางฝ่ามือเขา ไม่รู้หรือไงว่ายิ่งกระตุ้นอารมณ์ผู้ชาย เขาอยากคำราม ร้องก้องกังวานให้ความอึดอัดร้อนรุ่มหายไป แต่ทำไม่ได้เลย

ทางเดียว หมอปราชมองขาขาวเนียนราวเสือจ้องตะปบเหยื่อ หนึ่งนางดิ้น กระโปรงยิ่งรั้งขึ้นสูงเผยขาขาวจนจะถึงต้นขา

“คุณ”

"ไม่ได้นะ" เธอพึมพำเหมือนละเมอ ทั้งตกใจทั้งกลัว

เหมือนปราชญาไม่ได้ฟัง พอหนึ่งนางจะพูดอีกเขาก็ก้มลงปิดปากเธอด้วยปากเขา จูบแรงและหนักเหมือนคนคอแห้งเจอโอเอซิสกลางทะเลทราย

หนึ่งนางตัวแข็ง ! มือเขาบีบต้นขาเธอหนักขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้ไม่แน่ใจแล้วว่าระหว่างมือเขากับอาการคันเพราะแพ้กุ้ง ใครทำเนื้อตัวขาว ๆเป็นรอยแดงมากกว่ากัน ?

#นิยายรัก #นิยายโรมานซ์ #นิยายออนไลน์ #นางเอกท้อง #พระเอกเป็นหมอ #นิยายอ่านเพลินๆ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel