บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 1

"คุณป้าคะ ถ้าคุณป้าใช้แชมพูที่หนึ่งรีวิวนะคะ หนึ่งรับรองได้เลยนะคะว่าลูกคุณป้าต้องไล่คุณป้าออกจากบ้านแน่ค่ะ"

"ว้าย ! ตายแล้ว"  นางรวีวรรณยกมือทาบอก ห่อปากด้วยความตกใจไร้เดียงสาแม้วัยจะเกือบหกสิบเข้าไปแล้วแต่ยังทำราวกับตัวเองเป็นสาวรุ่นพุดโธ่พุดถังไปตามคำพูดหญิงสาวรุ่นลูก "ทำไมอย่างนั้นล่ะจ้ะหนูหนึ่ง แชมพูอาไร้ ใช้แล้วลูกจะไล่ออกจากบ้าน เกิดมาป้าไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน"

"แหม..ก็พอใช้แล้วผมคุณป้าจะดกดำเงางามจนดูเปลี่ยนไปเป็นคนล่ะคนเลยน่ะสิคะ หมอปราชกลับมาถึงบ้านนะคะ ก็ตกใจว่าแม่ไปไหน ทำไมมีพี่สาวคนนี้มาอยู่ที่บ้านแทน"

หนึ่งนางพูดได้ฉะฉานทั้งยังกะพริบตาปริบ ๆ หยอกเย้าผู้สูงวัยซึ่งเป็นเจ้าของบ้านที่หญิงสาวกำลังยืนอยู่นี้ด้วย อาชีพหลักหนึ่งนางเป็นนักศึกษานิเทศศาสตร์ปี 4 ผลการเรียนอยู่ในระดับกลาง กลางน้ำน่ะ หมายถึงจะจมแหล่ไม่จมแหล่ รอดมาได้สี่ปีเพราะบนบานศาลพระภูมิหน้าบ้านกับสารพัดมูเตลูเทพเจ้าทุกศาสนา เงินที่ได้จากทำงานพิเศษหมดไปกับการจ้างรถไปแก้บนเสียเป็นส่วนใหญ่

หญิงสาวเป็นคนหน้าตาจิ้มลิ้ม ตาโต จมูกรูปหยดน้ำ ปากอิ่มพริ้มเพรา ผมดำขลับดัดปลายดิจิตอลตามแฟชั่น สวมชุดนักศึกษาตึงเปรี๊ยะเหมือนพริตตี้จะไปล่อเสี่ยให้เลี้ยงข้าวมื้อหรูโรงแรมห้าดาว ส่วนอาชีพรองเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ร้านทำผมชื่อดังที่ห้างสรรพสินค้าใกล้บ้าน แล้วยังมีช่องยูทูปชื่อหนึ่งนางรีวิวทุกอย่างบนโลกยอดคนดูหลักหมื่นบ้างแสนบ้างเป็นบางคลิปเกี่ยวกับการ 'รีวิวเครื่องสำอาง' ที่มีสโลแกนว่า 'รีวิวทุกเครื่องสำอางที่จะทำให้คุณสวยและมีผัวรวยไปด้วยกัน'

ปกติคนในหมู่บ้าน โดยเฉพาะคนแก่มักจะเรียกตัวหนึ่งนางไปสระผมให้ที่บ้าน หนึ่งในลูกค้าขาประจำของหญิงสาวนั้นคือนางรวิวรรณ อดีตแม่ค้าขายบัวลอยผู้ชื่นชอบผีมือการสระผมอันนิ่มนวลของหนึ่งนางเป็นที่สุด

เพียงแต่การนัดหมายจองคิวระหว่างทั้งสองคนจำเป็นต้องทำแบบหลบ ๆ ซ่อน เหตุเพราะปราชญา ลูกชายของนางรวิวรรณกำชับเอาไว้ว่า

ห้าม ! จ้างเธอเด็ดขาด

เขาเป็นชายหนุ่มวัยสี่สิบสามปีที่ยังครองสถานะโสดด้วยวัน ๆ อาชีพหลักเป็นทันตแพทย์ ทำแต่งานขูดหินปูน ถอนฟัน อุดฟัน ใส่ฟันปลอม รักษาราก บลา บลา บลา และยังเป็นผู้บริหารสถาบันติวเตอร์สำหรับแพทย์และทันตแพทย์ชื่อดังอีก

รวย มะ หา ศาล ... ต้องลากเสียงอย่างนี้กันเลยทีเดียว ที่สำคัญยังโสด และสำคัญกว่านั้นคือ

เขาเกลียดเธอ ! นี่สำคัญที่สุด !!

เกลียดแบบไม่มีเหตุผล เกลียดแบบที่หนึ่งนางต้องเกาหัวแกรก ๆ เกลียดแบบวันนึงตื่นมาก็เกลียดกัน อะไรของเขาวะ ?? หนึ่งนางเคยสงสัยแบบนั้น

ดังนั้นมารดาของเขาจะต้องแอบ ๆ โทรหาเธอให้มาสระผมบ้างทำผมบ้างในช่วงที่ลูกชายไม่อยู่เท่านั้น !

"หนูหนึ่งนี่ก็" นางรวิวรรณฟาดปลายนิ้วบนแขนเรียวของหนึ่งนางเบา ๆ อีกข้างใช้ปิดปากแสดงอาการเขินอาย

หนึ่งนางอดขำไม่ได้

"พูดไป๊ ตาปราชน่ะเหรอจะจำแม่ไม่ได้เขารักแม่จะตายไป เออเนี่ย ! จะว่าไปกี่โมงแล้วเนี่ย" ผู้เป็นแม่สะดุ้งด้วยนึกขึ้นได้ว่าถึงแก่เวลาที่ลูกชายจะกลับบ้านแล้ว

หนึ่งนางสะดุ้งโหยง อย่าบอกนะว่าเขา..จะกลับมาแล้ว หญิงสาวตะปบกระเป๋าผ้าที่ได้มาจากการแลกแต้มในห้างสรรพสินค้า ขาที่ทั้งขาวทั้งเรียวก้าวกว้างไปข้างหน้าเตรียมวิ่ง หากนางรวีวรรณไม่พึมพำก่อนว่า

"เอ้อ ! ลืมไปตาปราชบอกว่าวันนี้จะไปสังสรรค์กับเพื่อนนี่นา" มารดาปราชญานั่งลงตามเดิม

โล่งอกไปที ! หนึ่งนางถอนหายใจจนอากาศหมดพุง

ขืนเจ้าของชื่อปราชญาหรือหมอปราชเห็นว่าเธออยู่ที่นี่เขาคงได้ตะเพิดเธอด้วยด้ามไม้กวาดข้อหาขัดคำสั่งก้าวล่วงเข้ามาในบ้านของเขาแบบนี้

หนึ่งนางก็ไม่อยากมานักหรอก หากมารดาเขาไม่จ้างมาสระผมให้ แล้วนางรวิวรรณก็เงินถุงเงินถัง จ่ายค่าจ้างดี๊ดีเสียด้วย ค่าสระผมถึงบ้านก็สามร้อย บางทีก็ชอบให้ทำผมทรงนั้นทรงนี้ให้เธอก็จะได้เพิ่มอีก ไม่นับทิปและอาหารอร่อย ๆ ที่นางรวิวรรณให้คนรับใช้ตักใส่ถุงให้ด้วย

คุ้มขนาดนี้ ! ต่อให้ต้องเข้าถ้ำเสือก็เอาล่ะ

"เห็นบอกไว้ว่าคงกลับดึก อาจจะสักตีหนึ่งตีสองเลยล่ะ"

"ดีจังเลยนะคะคุณป้า" วันนี้เธอจะได้ไม่ต้องเสียวสันหลังวาบ ๆ

นางรวิวรรณไม่ได้สนใจ หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปทรงผมที่หนึ่งนางจัดส่งให้ไปอวดเพื่อนทางกรุ๊ปไลน์ คนแก่ไฉไลเซลฟี่อวดรูปบ้างอะไรบ้าง

"งั้นวันนี้หนูหนึ่งอยู่กินข้าวกับป้าก่อนนะจ๊ะ กินคนเดียวมันเหงา"

"จะดีเหรอคะคุณป้า"

"ดีสิจ๊ะ ! กินกับตาปราชน่ะ นึกว่าอยู่ในค่ายทหาร นี่ยังดีไม่ให้ป้าตบฉากแล้วท่องข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้างไปด้วย"

ผู้เป็นมารดานินทาลูกชายจ้อย ๆ หนึ่งนางยิ้มแห้งลงไปอีก ถ้าเป็นแปลงดอกไม้ก็คงเป็นแปลงที่ขาดน้ำมาเสียหลายวัน หนึ่งนางเดินตามมารดาปราชญาไปที่โต๊ะอาหาร พอเห็นอาหารก็ตาโต ทั้งขาหมู หอยเชลล์อบ ไก่ทอดสมุนไพร บลาบลาบลา สมกับเป็นบ้านหมอปราชผู้ร่ำรวย อยากเก็บใส่กล่องล็อกไปแช่แข็งไว้อุ่นกินจริง พับผ่าสิ ! ที่ลังเลใจจึงเปลี่ยนเป็นนั่งลงบนเก้าอี้แทน รีบ ๆ กินรีบ ๆ ไปก็พอได้อยู่หรอก จะขัดผู้ใหญ่ก็เสียมารยาท

"กิน ๆ ดีกว่า จะได้กลับก่อนตาปราชจะมา เดี๋ยวโวยวายตีโพยตีพายน่าปวดหัว นี่ป้าไปบนพระตรีหน้าเซ็นทรัลไว้นะจ้ะว่าให้ตาปราชรีบ ๆ มีเมียไปสักที ไม่รู้ถึงคิวป้าหรือยังนะ"

สิ่งศักดิ์สิทธิ์สมัยนี้คิวยาวจริง

"แต่หน้าเซ็นทรัลเวิลด์ไม่ใช่พระตรีนี่คะคุณป้า" พระศิวะต่างหาก

"เอ้า !" มารดาหมอปราชหน้าเหวอ "จริงเหรอออ หนูหนึ่งแกงป้าหรือเปล่า" นางรวิวรรณหลับตาทำใจอยู่แป๊บนึงก่อนจะยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น ครู่ต่อมาจึงเปิดเปลือกตาขึ้น เปรย ๆ ออกไปเหมือนปลอบใจตัวเองว่า "ป้าว่าเขาคงคุยกันได้อยู่หรอกมั้ง เทพเจ้าท่านน่าจะแบ่งงานกันง่ายกว่าเรานะ แบบตั้งจิตระลึกถึงปุ๊บคุยกันได้ปั๊บเลย ที่สำคัญนะถึงตาปราชจะเอาแต่ใจ ขี้โวยวาย ขี้โมโห พูดไม่เข้าหูคน เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ ชอบบังคับแล้วก็ขี้หลงขี้ลืมไปบ้าง แต่เรื่องอื่นก็ดีอยู่น๊า"

หนึ่งนางหัวเราะแหะเดียว  มากกว่านี้จะดูไม่งาม บางทีก็แยกไม่ออกว่านี่แม่หรือศัตรู บรรยายสรรพคุณเสียไม่มีชิ้นดี

แต่สรรพคุณของหมอปราชน่ะเธอรู้ดีไม่แพ้ใครเหมือนกัน ที่แม่เขาบรรยายมาถูกเป๊ะ ! เธอแถมไม่มีเหตุผล เย่อหยิ่ง หน้าดุ เพิ่มให้อีกสามข้อ จะเพิ่มอีกก็ได้แหละแต่เห็นแก่ว่าตอนเด็ก ๆ เขาเคยติวหนังสือให้เลยไม่อยากทับถมไปด้วย

แต่ใคร้ ! ใครจะไปเชื่อว่าตอนเด็ก ๆ หนึ่งนางจะแอบหลงรักทันตแพทย์หนุ่ม เอ้อ ! หนุ่มใหญ่แล้วกัน

หนึ่งนางน่ะเคยหลงรักเขาขนาดหมายมั่นปั้นมือจะเอามาเป็นสามีให้ได้เชียวล่ะ

อดีตเป้าหมายนำมาทำสามีอันดับหนึ่งของหนึ่งนางกำลังเดินเข้าไปในสถานบันเทิงยามค่ำคืน แสงวิบวับทำให้เขาต้องหรี่ตามองหาเพื่อนที่นัดกันไว้

หมอปราชตัวสูงโดดเด่น สวมเชิ๊ตสีขาวปล่อยชายทิ้งนอกกางเกงยีนส์สีอ่อน หน้าเคร่งขรึม ตาสองชั้นแต่หลบใน คิ้วหนาได้รูปสวยเห็นช่วงกรามชัดเป็นสัน ยามกัดกระทบฟันด้านในกล้ามเนื้อนูนสวยจะเคลื่อนไหวเผยความเป็นชายแข็งแกร่ง ทรงผมทันสมัย ท่วงท่าสุขุมนุ่มนวลบาดลึกหัวใจผู้หญิง สำคัญคือริมฝีปากเป็นเส้นตรงคู่นั้นเย้ายวนเพศตรงข้ามยิ่งนัก

อายุจริงสี่สิบสาม อายุตามสายตาของสาว ๆ ราวสามสิบกลาง ๆ ดูเพอร์เฟคทุกอย่าง หล่อ รวย เก่ง ติดนิดเดียวว่าหากมีการจัดอันดับผู้ชายเอาแต่ใจระดับโลกปราชญาจะอยู่ท๊อปไฟว์ แต่ถ้าในระดับเอเชียอันดับหนึ่งยกให้พร้อมข้าวสารสองกระสอบได้เลย

"ไอ้ปราช" เสียงเรียกดังมาจากด้านหนึ่งนัว ๆ เข้ากับเสียงดนตรีวุ่นวาย

เพื่อน ๆ นั่งกันหน้าสลอน อดีตแกงค์ลูกหมูแห่งมหาวิทยาลัย สมาชิกส่วนใหญ่จบทันตะ มีซิ่วออกไปสาขาอื่นบ้าง แต่ยังรวมตัวกันเหนียวแน่นดี

อดีตแกงค์นี้มีปราชญาเป็นหัวหน้าแกงค์เพราะแข็งแกร่งที่สุด ฝ่าฝันได้ทุกการสอบ ประกวดดาวก็ได้เป็นดาวประกวดเดือนก็ได้เป็นเดือน สมัยเรียนมีงาน Open House ก็ดึงสาวม.ปลายสมัครเข้าคณะได้ล้นหลาม สมัยชั้นคลีนิกก็หาสาว ๆ มาเป็นเคสได้แบบสบาย ๆ คนอื่นมีปัญหาลูกค้าเลื่อนนัด ส่วนปราชญาลูกค้าไปเลื่อนนัดอื่นเพื่อมาทำฟันด้วย เรื่องความหล่อไม่ติด แต่เรื่องรสนิยมนี่สิไม่กระจ่าง

"มึงว่าไอ้ปราชจะแอบมีเมียยังวะ"

"หรือคนแบบมันจะอยากมีผัว"

เหตุเพราะสี่สิบสามปีที่ผ่านมาปราชญาไม่เคยมีแฟนเป็นตัวเป็นตนให้ใครได้เห็น เพื่อน ๆ จึงกังขา คนอื่นลูกเป็นขโยง ปราชญาก็ยังเดินโฉบไปโฉบมา

หรือมันจะเป็นเกย์ ?

ก่อนปราชญาจะมาถึงทั้งหมดจึงสุมหัวกัน

"กูมีนี่"

หมอบุญหรือบริบูรณ์ ความหล่อระดับกลาง การเรียนระดับเหวต้องโรยเชือกช่วย คิดได้ทุกอย่างยกเว้นเรื่องดี ๆ เป็นตัววุ่นวายของหมู่คณะ ชูเม็ดแคปซูลในมือ

"อะไรวะ" เพื่อนคนนึงถาม

"ยาวูบวาบ"

"เฮ้ย !" ตุลภพร้อง นอกจากปราชญาก็มีเขานี่แหละที่ดูเป็นผู้เป็นคนและไม่หลุดโลกเกินไป เขาซิ่วออกไปเรียนบริหารหลังเรียนทันตะได้หนึ่งปี

"นิดเดียวมึงแค่ร้อน ๆ เด็กในร้านเยอะแยะ เรียกให้มันหน่อยก็ได้ "

"จะดีเหรอวะ " เพื่อนคนอื่นในแกงค์ดูลังเล แล้วมือเรียวขาวข้างนึงก็ยื่นมาดึงเม็ดแคปซูลออกไป บิดออกแล้วโรยผงใส่ขวดน้ำเปล่า

เป็นอันจบ..

ศศินา มองเพื่ออนคนอื่น ๆ แบบลอยหน้าลอยตา สาวสวยดาวคณะทันตะ เคยแต่งงานกับนักธุรกิจร่ำรวย สามีแก่ตายจากไปแล้ว ตอนนี้เป็นกระดังงาลนไฟเนื้อหอม

"ฉันอยากรู้น่ะว่ารสนิยมหมอปราชเป็นแบบไหน"

ศศินาพูดหน้าตาเฉย  ถ้าเป็นผู้หญิงก็เธอนี่แหละจะเสนอตัว

ปราชญาเดินมาถึงโต๊ะ เขานั่งลงทักทายเพื่อน ๆ ไปตามประสา

"ปราชเอาว๊อดก้าสักหน่อยมั้ย"

"ก็ดี"

ศศินาเป็นคนสั่งให้ เพื่อน ๆในแกงค์รู้กันหมดว่าหญิงสาวเคยชอบปราชญา

แป๊บเดียวว๊อดก้าก็วางตรงหน้า ปราชญาดื่มแก้วแรกกำลังจะต่อแก้วที่สอง รู้สึกว่ามีอะไรสั่น ๆ ที่ขา อ้อ ! โทรศัพท์มือถือเขาเอง

ปราชญากดรับ ขอตัวกับกลุ่มเพื่อนออกไปคุยด้านนอก เพราะข้างในเสียงดัง เขาสู้ไม่ไหว เบอร์แม่ด้วย ไม่รับก็ไม่ได้

เอาหูแนบ แทนที่จะเป็นเสียงทักทายของมารดากลับกลายเป็นเสียงเหมือนคนคุยกัน

"หนูหนึ่งนี่ตลกจริง พูดมาได้ว่าตาปราชตอนเด็ก ๆ หน้าเหมือนเต่า!"

อารมณ์ปราชญาพุ่งปรี๊ดระดับปรอทแตก แค่ได้ยินเสียงหนึ่งนางก็หงุดหงิดมากพอแล้ว ประโยคที่ว่าหน้าเขาเหมือนเต่าร้ายแรงเท่าโยนก้านไม้ขีดจุดไฟลงไปในน้ำมันเบนซิน

หน้าเขาเหมือนเต่าตรงไหน! ปราชญามั่นใจว่าประกวดผู้ชายหล่อร้อยคนเขาจะอยู่อันดับหนึ่งแบบไม่มีข้อกังขา เธอกล้าดียังไงมาวิพากษ์วิจารณ์

เดินกลับมาที่โต๊ะอาหารพร้อมอารมณ์เดือดพล่าน จากแรกที่คิดไว้จะสังสรรค์จนดึกก็เปลี่ยนใจกะทันหัน ไม่กงไม่กินมันแล้ว จะกลับไปจัดการยัยเด็กแก่แดดที่บังอาจว่าเขาหน้าเหมือนเต่า

“กลับก่อนนะ”

ศศินาหน้าเหวอ คว้าแขนเขาหมับเข้าให้

“ปราชจะไปไหน”

“มีธุระด่วน” เขาไม่ต้องการอธิบาย จะบอกว่ากลับไปด่าเด็กก็คงไม่ใช่เรื่อง “ที่บ้าน”

“แต่ยังไม่ได้กินอะไรเลยนะ” ศศินาทำมองนาฬิกาข้อมือแบรนด์เนมของตัวเอง “อย่างน้อยกินอะไรสักนิด”

ปราชญาคว้าน้ำเปล่ากรอกลงคอออึก ๆ ก่อนจะวางฟั่บ! ลงบนโต๊ะ บอกลาเพื่อน ๆ อีกครั้งว่า

“โทษทีนะ ไว้คราวหลังแล้วกัน”

เพื่อนร่วมรุ่นต่างมองตาปริบ ๆ จะห้ามยังไงหน้าตาขึงขังขนาดนั้น คนอะไรมาไวไปไวยิ่งกว่าสายฟ้าแลบ มีแค่ศศินาคนเดียวที่ยังไม่ยอมเดินตามออกมา

“ปราช” เธอร้องเรียก “ดูอารมณ์ไม่ดี ศศิขับรถให้มั้ย”

“ไม่เป็นไร” เขาตอบสั้น มือกดเรียกคนขับรถที่จอดคอยไปด้วย

เอารถมาหน้าร้าน

“นาน ๆ ทีเราจะได้เจอกันนะ” ศศินาเดินตามขาแทบขวิด นี่จะไปไล่ควายที่ไหนเนี่ย

“นัดใหม่ก็ได้” มันจะไปยากอะไร เขาก็อยู่กรุงเทพ เพื่อนทุกคนก็อยู่บนโลกใบนี้ ใช่ว่าต้องจูดธูปเรียก

“ท่าทางปราชดูอารมณ์ไม่ดี ศศิขับรถให้ไป”

ยังไม่ทันขาดคำคนขับก็วนเมอร์เซเดส เบนซ์สีเงินคันใหญ่เข้ามาจอด ปราชญาเปิดประตู ศศินายังยื้อจนวินาทีสุดท้าย ยานั่นก็ออกฤทธิ์ช้าชะงัด

“หรือให้ศศินั่งไปเป็นเพื่อนมั้ย”

ปราชญาเอียงคอมอง ไม่เข้าใจว่าศศินาจะมาตื้ออะไรเขาขนาดนั้น นานแล้วที่ไม่ได้เจอกัน เมื่อก่อนสนิทกันน่ะใช่ ก่อนที่เธอจะแต่งงานไปกับเศรษฐีคราวพ่อ เอาจริง ๆ ก็ผู้หญิงแบบที่เขาไม่ชอบนั่นแหละ หวังเกาะผู้ชายรวย ติดว่าเป็นเพื่อนเลยเว้นเอาไว้คน แล้วก็ไม่ได้เจอกันบ่อย ๆ ด้วย

“คนขับรถมี” เขาตอบสั้น แกะมือที่เกาะแขนออก

“แล้วจะตรงกลับบ้านเลยเหรอ”

ถามอะไรนักหนา

ปราชญาชักหงุดหงิด เลยตัดบทไปเสียดื้อ ๆ

“ไว้คุยกันทีหลังแล้วกัน” แล้วก็เปิดประตูขึ้นรถไปทันที ศศินาจะเปิดตามมา เขากดล็อก บอกคนขับออกรถ ไม่อยากฟังคำถามวนไปวนมา

รถเคลื่อนห่างออกมา

ปราชญาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นแนบหู เหมือนปลายสายจะยังไม่รู้ตัวว่าโทรศัพท์โทรออกเอง เสียงหัวเราะคิกคักยังดังต่อเนื่อง

“หนูหนึ่งเอากลับบ้านได้เลยนะจ๊ะเนี่ย ตาปราชเขาไม่กลับมากินหรอก ช่วยป้าหน่อยเสียดาย”

“แหม จะดีเหรอคะคุณป้า หนึ่งเกรงใจ”

“โอ้ย! เกรงอกเกรงใจอะไร”

ปราชญาได้ยินเสียงแกะกล่องล็อกปึกปั่ก!

ปากบอกเกรงใจแต่มือเปิดกล่องเตรียมเก็บอาหารที่บ้านเขาเต็มที่ ยัยเด็กนี่มัน!

เขากัดฟันกรอด ใจร้อนรุ่ม มือเลื่อนขึ้นแกะกระดุมเสื้อเม็ดบนแล้วเลื่อนลงมาเม็ดที่สอง ครั่นเนื้อครั่นตัวแปลก ๆ อึดอัดจนต้องบอกคนขับรถ

“เปิดแอร์หรือยัง”

“เปิดแล้วครับ” คนขับรถตอบ กดเร่งแอร์ขึ้นอีกสองระดับ

“เปิดแรงกว่านี้หน่อย” เขาพึมพำ ขมวดคิ้วหนาเหลือบตามองฟ้าข้างนอก วันนี้มันวันอะไร ทำไมอากาศมันถึงได้ร้อนขนาดนี้?

.........................................................

#นิยายรัก #นิยายโรมานซ์ #นิยายออนไลน์ #นางเอกท้อง #พระเอกเป็นหมอ #นิยายอ่านเพลินๆ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel