ตอนที่ 11
หนึ่งนางงุนงง ทั้งกับจำนวนเงินและคีย์การ์ด รู้หรอกว่ารวย แต่เธอบอกว่าไม่เอาไง ทำไมเขายัดเยียดให้อยู่นั่น
ปราชญาจับทั้งโทรศัพท์มือถือและคีย์การ์ดใส่กระเป๋าสะพายใบเล็กของเธอ
"ไม่ได้กินยาคุมใช่มั้ย" เขาถามรัวจนเธอตามไม่ทัน "ไปฉีดได้เมื่อไหร่"
นี่มันนิยามของการมัดมือชกชัด ๆ
"ยังไม่ว่าง" เธอต้องเฝ้าแม่ก่อน ไม่รู้จะว่างตอนไหน ประจำเดือนก็ยังไม่มาด้วย "คือคุณ ..."
เธอจะปฏิเสธ ฟังกันบ้างสิ ไม่รับไง ไม่เอาเข้าใจมั้ย พอทำอย่างนั้นปราชญาก็จูบปิดปากเธอไว้
"คุณ ..." หนึ่งนางพยายามจะดันเขาออก
"ไม่ชอบให้จูบเหรอ"
ก็ไม่ใช่ไม่ชอบหรอก แต่เธอยังไม่ได้ตกลงสักหน่อย
"ร่างกายเธอไม่โกหกหรอก ถ้ายังฉีดยาคุมไม่ได้เดี๋ยวใส่ถุงยางไปก่อน"
หนึ่งนางหน้ายู่ ไอ้เรื่องที่เขาบอกร่างกายไม่โกหกน่ะก็ใช่ พอเขาจับนิดจับหน่อยเธอก็รับสนองโดยอัตโนมัติ แต่มันคนละเรื่องกับข้อตกลงเรื่องนี้ เธอก็มีศักดิ์ศรี อยากมีสามีรวยกับขายตัวมันคนละเรื่องกัน
“ฉันไม่เอาเงินคุณหรอก เอาคืนไป”
“เงินที่ให้ชดเชยเรื่องคืนก่อน ไม่ใช่ค่าตัว” เขาเปลี่ยนเหตุผล ในชีวิตไม่เคยต้องตะล่อมใครมาก่อน ปกติยื่นข้อเสนอไปผู้หญิงก็ตอบรับง่ายดาย มีแต่เด็กนี่แหละที่เขาต้องเดินวนอ้อมโลกตามเธอแล้วตามเธออีก “อย่าคิดเยอะสิ เรื่องวันนั้นย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้ หรือเธอจะให้ฉันรู้สึกผิด”
“แล้วคีย์การ์ด”
“เธอไม่ไปก็ได้ ตัดสินใจเอาสิ แต่ฉันจะรอ”
เขาบอกทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะเดินไปส่งเธอที่หน้าคลินิก หนึ่งนางยังลังเล มันต้องไม่เป็นอย่างนี้สิ เธอแค่จะมาขอในสิ่งที่เธอควรจะได้ เขาเองก็คิดว่าเธอควรจะได้ ไม่ใช่การมายื่นขอรับข้อเสนอใหม่
แถมยังเป็นข้อเสนอที่แบบว่า …
เธอขาดทุนนี่นา
“คุณ”
เขาทำหน้าดุกลบเกลื่อน หนึ่งนางไม่อยากจะเถียงกับเขาเรื่องนี้ที่หน้าคลินิก ถึงจะเริ่มมืดแล้วแต่ก็ยังมีคนเดินผ่านไปผ่านมา
“ฉันไม่ตอบตกลงหรอกนะ”
“อืม จะรอ” เขาย้ำคำเดิม เสียงหนัก ๆ ทำหัวใจวูบวาบน่าดูเชียว หนึ่งนางเม้มปากมองเขาด้วยสายตาต่อว่าต่อขาน ทำเป็นพูดน้อยแต่เอาแต่ใจชะมัด
ผู้ชายอะไรหน้ามึนโคตร ๆ คำว่าไม่เอาไม่ตกลงของเธอมันไม่เข้าหูเลยรึไง
พอแท็กซี่มาเขาก็เปิดประตูให้อีก
“กลับบ้านดี ๆ”
วินาทีที่มือหนัก ๆ ลูบลงบนศีรษะด้วยความนุ่มนวล ใจที่ดึงดันก็อ่อนเหลวเป๋วลงไปอีก
ตาย ตาย ตาย ละลายยิ่งกว่าก้อนชอคโกแลตโดนไฟเสียอีก เขายังย้ำซ้ำมาอีกว่า
“จะรอนะ”
หนึ่งนางกลับไปแล้ว ปราชญากลับเข้ามาเก็บของในห้องเรียบร้อยแล้วเดินไปดูปรมะที่ห้องทำฟัน นึกว่าจะเห็นน้องชายอยู่ที่นั่น แต่ที่พบมีแค่ห้องเปล่า ๆ
คิ้วหนาขมวดมองไปยังประตู 'มันออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่' นึกภาพมือน้องชายบีบก้นนิ่ม ๆ ของเธอแล้วหงุดหงิด
เขาก้าวเร็ว ๆ ออกไปที่ประตู ตั้งใจจะมองหาไอ้น้องตัวดีเผื่อจะกันไม่ให้มันไปยุ่งกับเธอ แต่สิ่งที่พบคือใครอีกคนที่หน้าตาเหมือนเขาราวกับพิมพ์เดียวเช่นเดียวกันยืนอยู่ข้างหน้า ใบหน้าเขาดูเคร่งเครียดกว่าเดิม ปราชญาพึมพำลอดริมฝีปาก
“พ่อ”
ยังไงก็ไม่ตกลง
หนึ่งนางคิดวนเวียนตลอดทางที่นั่งซ้อนท้ายรถบิ๊กไบท์ของปรมะมาจนเกือบถึงทางแยกหน้าหมู่บ้าน กว่าที่เธอจะรู้สึกตัวเงยหน้าขึ้นมองบรรยากาศรอบตัวแล้วพบว่าตัวเองไม่ได้ไปยังจุดหมายปลายทางที่ต้องการ
โรงพยาบาลต่างหาก เธอจะไปโรงพยาบาล
"พี่ปั๊มหนึ่งจะไปโรงพยาบาล" หนึ่งนางบอกปรมะก่อนเขาจะเลี้ยวเข้าปากซอบ
ปรมะโฉบมาเคาะกระจกรถตอนเธออยู่บนแท็กซี่ พอหนึ่งนางลดกระจกลงเขาก็ให้เธอเปลี่ยนมาไปด้วยกันแทน หนึ่งนางเลยให้แท็กซี่แฉลบเข้าข้างทาง เธอจ่ายเงินแล้วลงจากแท็กซี่เปลี่ยนไปซ้อนท้ายรถตามที่เขาบอก
ของฟรีหนึ่งนางไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว ประหยัดค่าแท็กซี่ไปได้ตั้งครึ่งทาง อยากลองมานานแล้วไอ้บิ๊กไบท์ราคาแพง ลูกชายบ้านนี้โชคดีชะมัด รวยเวอร์!
ปรมะเบรกเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ถอดหมวกกันน็อกหันมาถามหน้าตาตื่น
"ไปทำอะไร"
"แม่อยู่โรงพยาบาล"
"อ้าว" เขาไม่รู้เรื่องนี้เลย
“ไปถึงโรงพยาบาลก่อนเดี๋ยวเล่าให้ฟัง”
ปรมะจึงเปลี่ยนเส้นทางไปโรงพยาบาลตามที่บอก ถึงลานจอดรถแล้วจึงได้ถามไถ่เรื่องราวที่เกิดขึ้น หนึ่งนางเปิดข่าวให้เขาดูแทน
"แล้วน้าสอางค์เป็นอะไรมากหรือเปล่า" เขารู้จักมารดาของหนึ่งนาง ปกติหากปราชญาไม่อยู่ทั้งเขาและแม่ก็ชวนมารดาหนึ่งนางคุยประจำ ยิ่งแม่ของเขาชอบกินขนมฝีมือแม่เธอม๊ากมาก
"ต้องผ่าตัดขาน่ะ ยังไม่รู้เหมือนกัน ป่านนี้น่าจะผ่าเสร็จแล้ว หนึ่งต้องติดต่อเรื่องห้องเรื่องอะไรอีก ไปดูแม่ก่อนนะพี่ปั๊ม”
หนึ่งนางเดินเข้าไปข้างใน ปรมะตามมาด้วย
หลังถามไถ่เรื่องการผ่าตัดได้ความว่าการผ่านตัดเสร็จสิ้นด้วยดีตอนนี้พักดูอาการก่อน ถ้าไม่มีอาการแทรกซ้อนจึงจะสามารถออกไปพักฟื้นยังห้องพยาบาลได้ นางพยาบาลเข้ามาเชิญหนึ่งนางไปพูดคุยเรื่องห้องพยาบาลว่าจะให้แม่อยู่ห้องไหน
ตอนนี้เองที่หนึ่งนางไม่แน่ใจว่าควรจะทำอย่างไรดี
เธออยากให้แม่อยู่ห้องเดี่ยวจะได้ดูแลได้สะดวก แต่นั่นหมายความว่าเธออาจจะต้องยอมรับเงื่อนไขของปราชญาซึ่งมันออกจะประหลาดและย้อนแย้งกับความรู้สึกที่มีต่อกันสักหน่อย
เขาเคยปรามาสเธอไว้ว่า ‘ผู้หญิงหิวเงิน’ ถ้าตกลงรับข้อเสนอแปลว่าความคิดของเขาถูก คิดมาถึงตรงนี้หนึ่งนางก็นิ่วหน้า คำว่า ‘เสียศักดิ์ศรี’ ค้ำคอจนแข็งไปหมด
“ถ้าเป็นแบบห้องรวมสามสี่คนมีมั้ยคะ”
“มีเป็นห้องสี่คนค่ะ ราคาจะถูกลงมาหน่อย”
หนึ่งนางดูราคาแล้วพอรับได้ ถ้าไม่ไหวจริง ๆ เธอจะยอมดร๊อปเรียนไปก่อน ทำงานพาร์ทไทม์ไปสักปีคงไม่เป็นไร ทุกอย่างลงตัวแล้วค่อยกลับมาสอบจบการศึกษาก็ได้
เอาตามนี้แหละ! เธอตัดสินใจ
“เป็นห้องสี่คนก็ดีนะคะ” นางพยาบาลบอก “ถ้าห้องเดี่ยวต้องมีคนเฝ้าตลอด ห้องนี้จะมีพยาบาลคอยดูแลมากกว่า”
“ห้องนี้แหละค่ะ” หนึ่งนางจิ้มลงไปยังห้องพักผู้ป่วยรวมแบบห้องละสี่คน อย่างน้อยก็ประหยัดได้บ้าง ส่วนคีย์การ์ดกับเงินของปราชญาเธอจะเอาไปคืนเขาทีหลัง
เฮอะ! หวังจะเห็นขาอ่อนอิหนึ่งอีกเหรอ ไม่มีทางเสียหรอก จนแต่เล่นตัวนะจะบอกให้
“บ้านพังขนาดนี้จะนอนได้ยังไง”
ปรมะท้วงด้วยความเป็นห่วง มองสภาพบ้านหนึ่งนางที่ด้านหน้าพังไปทั้งแถบแล้วได้แต่เวทนา หน้าบ้านเธอมีแนวกั้นสีเหลืองห้ามคนภายนอกเข้าแต่หนึ่งนางต้องเข้าเพราะไม่อย่างนั้นจะไปนอนที่ไหน
“ไปนอนบ้านพี่ก่อนป่ะ” ปรมะจูงมือเธอจะพาเดินไปยังบ้านตัวเอง
หนึ่งนางบิดมือออก นิ่วหน้ากับความคิดที่เขาว่าจะให้ไปนอนบ้านหลังนั้น เมื่อก่อนไม่ไปแน่เพราะปราชญาต้องตะเพิดเธอออกมา
ส่วนตอนนี้ก็ไม่ไปเหมือนกันเพราะว่า ….เดี๋ยวเขาหาว่าอ่อย
“หนึ่งนอนได้ มันพังแค่รั้ว ประตูข้างในยังล็อกได้ ประตูห้องยังดี แล้วช่วงนี้หนึ่งก็คงไม่ได้มานอนเท่าไหร่หรอกค่ะ ต้องไปเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาล” ที่วันนี้กลับมานอนที่นี่ก่อนก็เพราะหมอยังไม่ได้ย้ายแม่เธอเข้าไปในห้องพยาบาล จะไปนอนรอที่โรงพยาบาลก็คงไม่ได้ กลับมาบ้านน่าจะดีกว่า
ปรมะยังไม่สบายใจ เขาเอ็นดูหนึ่งนางเหมือนน้องเหมือนนุ่ง เธอตัวคนเดียวอยู่กับแม่พิการสองคน ตอนนี้แม่ก็เข้าโรงพยาบาล ประตูรั้วบ้านก็พังอีก จะไม่ให้ห่วงได้อย่างไร
“เอาอย่างนี้รอพี่อยู่ตรงนี้ก่อนแป๊บนึงนะ” ปรมะหายเข้าไปในบ้าน สักพักก็ออกมาพร้อมกับยื่นคีย์การ์ดให้ “ไปนอนคอนโดพี่ไป”
หนึ่งนางอยากจะก้มกราบในความรวยของสองพี่น้องนี่เหลือเกิน คนพี่ก็ให้ไปอยู่ห้องพร้อมให้เงินอีกห้าแสน คนน้องก็ให้ไปอาศัยอยู่ก่อนฟรี ๆ
ชีวิตทำไมมันรุ่งเรืองเฟื่องฟูขนาดนี้นะหนึ่งนางเอ้ย! นี่แหละหนาเขาว่าแข่งเรือแข่งพายแข่งกันได้ แข่งมีผู้ชายรวยเปย์ให้แบบหนึ่งนางแข่งไม่ได้หรอกนะ ..
“คอนโดชื่อ privilege เลยแยกอโศกไปหน่อย ชั้น 22 ห้อง 212 ไปขึ้นรถ พี่ไปส่ง”
ปราชญาซื้อให้เขาห้องนึงตอนเรียนมหาวิทยาลัย เวลาเดินทางไปเรียนจะได้สะดวก แต่หลังเรียนจบห้องก็ถูกทิ้งเอาไว้เฉย ๆ ปรมะไม่ได้สนใจหาคนมาเช่าจริงจัง จนถึงตอนนี้จึงไม่มีคนอยู่
“หนึ่งโบกแท็กซี่ไปเองก็ได้” ของปรมะเธอยินดีรับเพราะเขาไม่เคี่ยวมีเงื่อนไขแบบพี่ชาย
พี่ชายคนที่บอกว่า ‘เกลียด’ เธอแต่อยากนอนกับเธอน่ะ ผู้ชายนี่มัน น่าหมั่นเขี้ยวจริงๆ
“ขึ้นมา” เขาขึ้นเสียงเข้ม ยื่นหมวกกันน็อกให้อีกรอบ “ดึกแล้วจะได้พัก โยกโย้ไปมา ง่วงนอนนะรู้มั้ย”
ก็จริงอย่างที่เขาว่าวันนี้เธอเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ถ้ายังโยกโย้จะเสียเวลา ยังไงห้องของปรมะก็ปลอดภัยไม่เสียตัวแน่นอน
“เดี๋ยวสิพี่ปั๊มก็” หนึ่งนางค้อนควับ เขาทำอย่างกับเป็นพระเอกหนังหลิวเต๋อหัวเมื่อหลายสิบปีก่อนที่แม่ชอบดู “หนึ่งขึ้นไปเอาของก่อนสิ”
ปรมะเลยรออยู่ที่รถ ปล่อยหนึ่งนางขึ้นไปเก็บของใช้ส่วนตัวเพียงลำพัง
เกือบยี่สิบนาทีหนึ่งนางก็ลอดเส้นแนวกั้นออกมาพร้อมกระเป๋าสะพายข้างใบเขื่องให้อารมณ์เหมือนจะหนีแม่ตามผู้ชายสุด ๆ เพียงแต่ว่าพอเป็นปรมะแล้วเรื่องแบบนั้นคงไม่มีทางเกิดขึ้น ต่อให้อีกร้อยวันพันชาติเธอก็คงไม่ใช่เป้าหมายของเขาแน่!
#นิยายรัก #นิยายโรมานซ์ #นิยายออนไลน์ #นางเอกท้อง #พระเอกเป็นหมอ #นิยายอ่านเพลินๆ
