ตอนที่ 12
ปรมะมาส่งเธอที่ใต้คอนโดแล้วกลับไปทันที
ขึ้นมาถึงชั้น 22 ด้วยตัวเองแล้วหนึ่งนางก็ประสบปัญหาหนักอย่างนึง นั่นก็คือเธอแยกไม่ออกว่า คีย์การ์ดอันไหนเป็นของปรมะ อันไหนเป็นของปราชญา
ก็เลขห้องมันสับสนวุ่นวาย จำไม่ได้แล้วว่าห้องไหนเป็นห้องไหน ขืนเข้าห้องผิดได้เสียตัวแน่ แต่นั่นไม่แย่เท่าเขาจะมาหาว่าเธอหิวเงินเข้าอีก
“212 224 236 เลขไหนวะ” เธอพึมพำเป็นสูตรคูณ
หนึ่งนางกดโทรศัพท์หาปรมะหลายครั้งเขาก็ไม่รับคงกำลังขับรถกลับไปนั่นแหละ ห้องของปรมะนี่สองอะไรนะ
“หรือจะเปิดทั้งสองห้องไปเลย” หนึ่งนางเพิ่งคิดได้ ตบหน้าผากตัวเองป๊าบเข้าให้
สองคนนี้รสนิยมไม่เหมือนกันอยู่แล้ว ห้องของปราชญาก็คงจะขึงขังเคร่งขรึมเหมือนที่บ้าน …
เวลาคิดอะไรเกี่ยวกับเขาทีไรหนึ่งนางหายใจไม่ทั่วท้องทุกที มันชอบเป็นแบบว่าคิดถึงหมอปราชหมอปราชก็มาอะไรแบบนี้
ช่างเถอะ ๆ เธอพยายามปัดไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว
เปิดประตูเข้าไปในห้อง 221 เป็นอันดับแรก พอเห็นผ้าปูที่นอนสีเทาก็แทบไม่ต้องเดาเลยว่า
นี่ห้องหมอปราชแน่ ๆ
ตอนแรกหนึ่งนางจะเผ่นออกมาอย่างรวดเร็ว แต่ใจนึงมันเกิดอยากจะรู้เหมือนกันว่าไอ้ห้องที่เกือบจะได้เป็น …. ว้าย! เธอยกมือแนบแก้มแล้วกดเบา ๆ คิดแล้วก็แอบเขิน ๆ ไม่เอา ๆ ไม่คิด
เธอแค่อยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมของเขาอีกนิดหน่อย วันนี้เขาคงไม่ได้มาที่นี่หรอกมั้ง เธอยังไม่ได้ตอบตกลงสักหน่อย
โฉบ ๆ ดูสักหน่อยคงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง
หนึ่งนางเดินสำรวจในห้องขนาดหกสิบตารางวาด้วยความอยากรู้อยากเห็น เปิดตู้เสื้อผ้าพบชุดทำงานเรียงกันเป็นระเบียบ ข้าวของเครื่องใช้เครื่องสำอางอยู่ในตู้กระจก ห้องน้ำสะอาดสะอ้าน หนังสือธุรกิจและการแพทย์เรียงบนชั้นตามขนาดอย่างสวยงาม
“ต้องตะเบ๊ะทำความเคารพมั้ย” ถ้าจะเป็นระเบียบเรียบร้อยขนาดนี้
มันไม่น่าจะมีความลับอะไรหรอกมั้ง ถ้ามีของที่เธอพบเจอไม่ได้เขาคงไม่ให้คีย์การ์ดมา จังหวะที่คิดเธอดึงลิ้นชักข้างหัวเตียงออกมาตามประสา ไม่ได้คิดว่าจะมีอะไรแต่ก็มี
ถุงยาง! เป็นกล่องเลย
‘ถ้ายังฉีดยาคุมไม่ได้เดี๋ยวใส่ถุงยางไปก่อน’
หมดนี่เธอก็ตายพอดี ว้าย! คิดแล้วหน้าก็ร้อน หนึ่งนางคว้ากระเป๋าใส่เสื้อผ้าเปิดประตูออกจากห้องไป ไม่เอาหรอก ได้ไม่คุ้มเสีย ไปห้องของปรมะดีกว่า ที่ห้องนั้นนอนได้ไม่เสียตัวด้วย!
ตอนแรกปราชญานั่งมองวิวข้างนอกไปเรื่อย ใบหน้าคมเคร่งขรึมครุ่นคิดถึงคนที่เพิ่งพบเจอที่หน้าคลินิก คนที่ไม่เจอกันมาเนิ่นนาน กี่สิบปีแล้วก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน คนที่ทำให้เขาต้องแบกรับทุกอย่างตั้งแต่อายุยี่สิบสอง
ปีนั้นเป็นปีแรกที่ปราชญาเอ่ยปากขอของขวัญจากบิดาเป็นบ้านหลังที่อาศัยอยู่และรถหนึ่งคัน
‘ผมอยากได้บ้าน พ่อโอนบ้านให้ผมได้มั้ยครับ โอนให้แม่ก็ได้นะ แล้วก็รถคันนึง นะครับ ๆ ผมเป็นลูกชายคนโตเพื่อน ๆ ผม พ่อแม่บางคนยกหุ้นให้แล้วนะครับ’
เหตุผลก็เพราะตอนนั้นปราชญาล่วงรู้ว่าบิดามีผู้หญิงอีกคนเป็นเลขานุการหน้าห้องที่ทั้งสาว สวย และมีความสามารถในการทำงาน
“คุณปรีติเขามีครอบครัวแล้วนะแก”
“สนทำไม แก่หน่อยแต่ก็ดูดีที่สำคัญมีเงินด้วย ฉันสวยกว่า สาวกว่า แล้วก็เก่งด้วย ไม่เลือกฉันก็โง่เต็มทีแล้ว”
เขาเคยได้ยินผู้หญิงคนนั้นพูดกับเพื่อนที่ร้านอาหารใกล้ ๆ คลินิกศัลยกรรมของผู้เป็นบิดา พอหันไปมองอีกฝ่ายก็ทำท่าผงะเพียงนิดแล้วก็ไม่แยแสอะไรอีก
จากวันนั้นปราชญาก็แน่ใจว่าอีกไม่นานหรอกครอบครัวเขาจะต้องพังแน่!
เขายังเรียนไม่จบ แม่ไม่มีงานทำ น้องชายก็ยังเล็ก ถ้าไม่เรียกร้องเอาทรัพย์สินไว้เขากับแม่และน้องต้องลำบากแน่
แล้วไม่นานครอบครัวเขาก็พังจริง ๆ พังเพราะผู้หญิงหน้าเงินที่ไม่สนว่าผัวเขาครอบครัวใคร พวกที่หวังจะเกาะผู้ชายรวยแบบหน้าด้าน ๆ
ปราชญาไม่ได้เจอพ่อนานแล้ว นับตั้งแต่พ่อออกจากบ้านไปพร้อมกับผู้หญิงอีกคนเขาก็ตัดขาดเยื่อใยระหว่างพ่อลูกทิ้งไปแล้วรับหน้าที่ดูแลทั้งแม่และน้องมาเพียงลำพัง แบกรับภาระผู้นำของครอบครัวและเติมฝันตัวเองด้วยความสามารถล้วน ๆ
ไม่คิดว่าวันนี้พ่อจะกลับมา
กลับมาทำไม?
ปราชญาไม่เคยมีเยื่อใยกับคนที่ทำให้เขาลำบาก ไม่ว่าใครก็ตาม!
“พ่อปวดฟัน เลยลองแวะมา”
ผู้ชายคนที่ปล่อยให้เขาต้องลำบาก ต้องเอาบ้านไปจำนอง ทำงานพิเศษไปด้วยเรียนหมอไปด้วย ไหนจะแม่และน้องที่ต้องประคองกันไปข้างหน้าให้ได้
คนที่ทำกับเขาแบบนั้นไม่ควรจะกลับมาเลย
“คลินิกปิดแล้ว”
ปราชญาตัดบัวไม่เหลือเยื่อใย เขาเห็นแววตาโหยหาสำนึกผิด แต่ความเหนื่อยล้าในช่วงเวลาเก่า ๆ ปิดกั้นเขาจากผู้ชายที่เคยเป็นพ่ออย่างสิ้นเชิง
เขาหลับตาลงชั่วขณะ เพราะคิดวนเวียนกลับไปเรื่องเก่าจึงปวดหัว หากไม่เพราะเสียงเตือนจากโทรศัพท์เรียกความในใจเขาคงยังคิดถึงเรื่องเก่าไม่จบสิ้น
แอปพลิเคชั่นของคอนโดที่เขาให้คีย์การ์ดหนึ่งนางไปแจ้งเตือนว่ามีคนเข้าไปในห้อง เธอเข้าไปแล้วหรือ นี่มันเพิ่งจะไม่กี่ชั่วโมงหลังแยกกับเขาเอง ปราชญานึกว่าเธอจะปฏิเสธเสียอีก ก็เห็นทำเป็นอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ แล้วบอกว่าไม่อยากได้เงินแล้ว
แต่เอาเถอะ! เธอไม่ผิดจากที่เขาเคยปรามาสเอาไว้ก็ดีแล้ว ถ้าเธอเป็นผู้หญิงที่ดีเขาคงเสียดายที่ทำร้ายเธอวันนั้น
“เปลี่ยนไปคอนโดนะ”
คนขับเหลือบมองกระจกหลัง แวบนึงแววตางุนงงกับคำสั่ง แต่พอเจอสายตาดุ ๆ คล้ายจะถามว่าทำไมเหรอ มีปัญหากับการเปลี่ยนใจของเขาหรืออย่างไร
คนขับรถจึงได้แต่เงียบ จากที่ต้องเลี้ยวขวาข้างหน้าก็เปลี่ยนเป็นกลับรถแทน
ห้องของปรมะสดใส สีครีมละมุนเหมือนเจ้าของ หนึ่งนางถอนหายใจด้วยความโล่งอก เดินเข้าไปวางกระเป๋าบนโซฟาสีครีม
เพลียเต็มทีแล้วอยากจะนอนพัก วันนี้เหมือนมีมาราธอนชีวิต วิ่งไปมาระหว่างโรงพยาบาลและที่อื่น ๆ ทั้งวัน
แค่วันเดียวสามารถเขียนไดอารี่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้เจ็ดหน้ากระดาษหรืออาจจะมากกว่านั้น
“กลิ่นห๊อมหอม” เธอได้กลิ่นสดชื่นภายในห้อง เหมือนห้องนี้ได้รับการทำความสะอาดอยู่ตลอดเวลา ปรมะบอกไว้หลังจากมาส่งเธอที่นี่ว่า
‘ใช้ได้ทุกอย่างเลยนะไม่ต้องเกรงใจ แล้วไม่ต้องไปซักไปล้างอะไร ปกติจะมีแม่บ้านมาทำความสะอาดอยู่แล้ว ห้องนั้นน่ะไม่มีคนอยู่หรอก มีแต่ผี’
คนอย่างหนึ่งนางน่ะไม่กลัวผีหรอก ผีที่ไหนก็ไม่ดุเท่าหมอปราช! เธอแน่ใจอย่างนั้น
หนึ่งนางเดินไปเปิดดูเสื้อผ้าขนหนูสีขาวออกมาวาง ปลดชุดนักศึกษาทิ้งใส่ตะกร้า พันเรือนร่างเปลือยเปล่าด้วยผ้าขนหนูที่หยิบออกมา ก่อนจะรื้อข้าวของส่วนตัวที่หยิบมาแค่ที่จำเป็นหายเข้าไปในห้องน้ำ
เหนื่อยทั้งวันขอแช่อ่างหน่อยแล้วกัน ห้องน้ำคนรวยนี่ว้าวเวอร์ มีจากุชชี่ด้วย! เหมือนโรงแรมห้าดาวเลย ..
ในห้องไม่มีใคร แอปพลิเคชั่นเพิ่งแจ้งเตือนเมื่อไม่นานนี้เองว่ามีคนเข้าไปในห้อง แล้วเขาก็ให้คีย์การ์ดหนึ่งนางไปคนเดียว แม่เขาไม่มีคีย์การ์ดที่นี่ ส่วนปรมะก็อยู่อีกห้องนึง น้องชายเขาไม่เคยรุกล้ำห้องส่วนตัวของอยู่แล้ว
‘หรือจะลงไปซื้ออะไรกิน’ แต่มองไปก็ไม่เห็นมีข้าวของอะไรเลยสักอย่าง ต่อให้จะมาแค่คืนเดียวหรือว่าอย่างไรก็ควรจะมีกระเป๋าถือเป็นอย่างน้อย แต่นี่ไม่มีเลย! ไม่มีอะไรเลย!
เขานิ่วหน้า ดูแอปพลิเคชั่นในมือถืออีกครั้ง คราวนี้มีแจ้งเตือนว่าห้องของปรมะถูกเปิด ปราชญาถอนหายใจ หรือไอ้น้องตัวดีมันจะบุกมาห้องเขาก่อนกลับไปห้องตัวเอง
เวร! เสียอารมณ์หมด เขานั่งนึกถึงเนื้อตัวอวบอิ่มตลอดทางจนอารมณ์เตลิดเปิดเปิงต้องเร่งคนขับรถให้ขับเร็ว ๆ
ความหงุดหงิดทำให้ปราชญาก้าวเร็ว ๆ ไปเคาะประตูห้องของปรมะ ตั้งใจจะบ่นเรื่องที่น้องชายบุกเข้ามาในห้องแล้วก็ไม่ยอมกลับไปทักทายแม่ที่บ้าน แต่เคาะอยู่นานก็ไม่มีคนเปิด ปราชญาจึงหยิบคีย์การ์ดสแกนเปิดเข้าไป
ก็คอนโดนี้เขาเป็นคนซื้อ เขาก็มีคีย์การ์ดทั้งสองห้องนั่นแหละ
ปราชญาวางกระเป๋าที่โซฟา ตอนนั้นที่คิ้วหนาต้องขมวดแล้วขมวดอีก กระเป๋าใคร ดูไม่น่าจะใช่ของน้องชายเขาเลย รายนั้นเอะอะก็แบรนด์เนม หาเงินไม่เก่งแต่ใช้เก่งเกินตัว หรือจะเปลี่ยนรสนิยม
ก็อาจจะเป็นไปได้ เขาไม่คิดว่าจะมีใครอยู่ในห้องนี้ได้ ไม่เขาก็ต้องปรมะนี่แหละ
เสียงซู่ซ่าดังมาจากด้านใน คนเป็นพี่นั่งไขว่ห้างยกขาข้างนึงพาดเข่า หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่นฆ่าเวลา รอไอ้น้องตัวดีออกจากห้องน้ำให้บ่นระบายอารมณ์สักหน่อย
#นิยายรัก #โรมานซ์ #พระเอกเป็นหมอ #ทันตแพทย์ #FWB #onenight
