บท
ตั้งค่า

Chapter 5

เกียร์ยิ้มขำที่สุดท้ายไอ้ไคก็ออกจากกลุ่มเพราะรำคาญเพื่อนสองคน เดี๋ยวต้องมีสักคนเชิญมันเข้ากลุ่มอีกอยู่ดี เขาเดินออกมาจากโรงพยาบาล กดแอพลิเคชั่นจองห้องพักซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่มากนัก เขาปิดปากหาวความอ่นเพลียกำลังจู่โจมจนทำให้ต้องหาที่นอนอย่างเร่งด่วน ยังนึกงุนงงว่าทำไมเขาต้องยอมขับรถตั้งหลายร้อยกิโลเมตรเพื่อมาส่งเพลงเพลิน รุ่นน้องปีสามซึ่งเป็นเพื่อนกับน้องช่อม่วง ผู้หญิงที่ไอ้ไคเพื่อนเขาหมายตาพร้อมกับบอกว่าอยากได้มาก..แค่เห็นผู้หญิงตัวเล็กหน้าเด็กร้องไห้ต่อหน้า จิตใจของเขาก็อ่อนยวบ จนถึงกับหาเรื่องขับรถมาส่งน้องเพลงถึงเชียงใหม่...

‘ไอ้เกียร์ มึงบ้าไปแล้ว’ เขาอมยิ้มแล้วส่ายหัวให้ความบ้าบอของตัวเอง

@กลุ่มไลน์ Three beauties and the beast

My mint : เพลงแม่เป็นไงมั่ง?

Ponnabpan : เราแจ้งอาจารย์นลินีแล้วนะ ว่าเพลงจะขอสอบทีหลัง

PART : โอเคไหม?

ฉันยิ้มให้กับข้อความที่แสดงความเป็นห่วงของเพื่อนๆในกลุ่ม ก่อนจะพิมพ์ข้อความตอบไป

ซองเฮเพลิน : แม่กำลังจะผ่าตัดตอนบ่ายจ้า พักฟื้นสองวันก็กลับบ้านได้แล้ว

My mint : ขอให้แม่ดีขึ้นเร็วๆนะ

Ponnabpan : ขอให้แม่หายเร็วๆจ้า

PART : ให้แม่หายเร็วๆนะ

ซองเฮเพลิน : ขอบคุณค่า

“เพลงไปคุยกับพยาบาลก่อนลูก เรื่องผ่าตัดของแม่” คุณยายบอกเพราะท่านคงคิดว่าพยาบาลคงจะแนะนำเรื่องการดูแลแม่หลังจากผ่าตัด จึงให้ฉันไปรับข้อมูลเพื่อจะเล่าให้คุณยายฟังอีกที ฉันเดินไปที่เคาท์เตอร์ของวอร์ดผู้ป่วยรวม

“ญาติของคุณเพลงพิณนะคะ คือจะแจ้งค่าใช้จ่ายในการผ่าตัด สามหมื่นห้าพันบาทนะคะ มีประกันใช่ไหมคะ ต้องจ่ายก่อนแล้วค่อยเคลมกับประกันทีหลังค่ะ” ฉันสูดลมหายใจเรียกกำลังใจให้กับตัวเอง พยายามคิดทบทวนว่าแม่ทำประกันชีวิตไว้หรือเปล่า? ซึ่งไม่น่าจะได้ทำเพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ นอกจากส่งให้ฉันแล้วก็เป็นค่าใช้จ่ายภายในบ้าน

“ค่ะ” ฉันฝืนยิ้มพลางตอบรับสั้นๆ อีกสองวันแม่จะออกจากโรงพยาบาล อาจจะลองหยิบยืมเงินญาติสนิทที่พอจะยืมได้ซึ่งญาติของฉันแต่ละคนก็ต่างมีภาระหนี้สินกันทั้งนั้น การผ่าตัดผ่านไปด้วยดี ฉันซื้อโจ๊กหมูร้านประจำมาให้แม่เป็นมื้อเช้า

“แม่กินเยอะๆนะคะ จะได้แข็งแรงเร็วๆ”

“แม่เลยทำให้เราเสียเวลาร่ำเวลาเรียน เพราะแม่เดินไม่ระวังเองแท้ๆ” แม่ลูบเรือนผมฉันเบาๆ

“โอ้ยแม่ ไม่เสียการเรียนหรอกวันเดียวเอง เดี๋ยวไปขอสอบทีหลังได้ เพื่อนเพลงบอกอาจารย์ให้แล้ว อีกปีเดียวเพลงก็จะเรียนจบ เพลงจะรีบหาเงินมาเลี้ยงแม่กับยาย ทุกคนจะได้สบายเสียที ลำบากเพื่อเพลงมามากแล้ว”

“ลำบากอะไรล่ะ แม่กับยายอยู่สบายจะตาย เราน่ะแหละ อยู่เมืองหลวง บ้านก็ต้องเช่าข้าวก็ต้องซื้อ แล้วได้กินข้าวทุกมื้อรึเปล่า ผอมจนจะเป็นกระดูกเดินได้” แม่บ่น แต่หน้ายิ้มอย่างมีความสุข

“เพลงกินเก่ง แต่มันไม่อ้วนอ่ะ แก้มล่ะกลมอยู่ที่เดียว เอ้อ แม่ เดี๋ยวเพลงกลับไปเอาของที่บ้านก่อนนะ สายๆเพลงจะมาหา” ฉันบอกแม่ ธุระที่ว่าคือการหาเงินมาจ่ายค่าผ่าตัดของแม่นี่แหละ ฉันเดินออกมารอรถแดงเพื่อจะไปสถานีขนส่ง ต่อรถไปสะเมิง ขณะที่ยืนรอรถอยู่นาน รถสปอร์ตคาร์คันหรูก็มาจอดตรงหน้า กระจกฝั่งข้างคนขับเลื่อนลง พี่เกียร์สวมแว่นกันแดดแบรนด์ดัง เปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่เป็นเสื้อเชิร์ตสีฟ้ากับกางเกงยีนส์สีเข้ม

“เพลงจะไปไหน?”

“จะกลับบ้านที่สะเมิงค่ะ รอรถแดงไปขนส่ง” ฉันตอบ หวังว่าพี่เกียร์คงจะไม่บังเอิญมีธุระที่สะเมิงอีก

“พอดีเลย พี่จะไปถ่ายรูปคาเฟ่ที่แม่ริม งั้นเลยไปสะเมิงด้วยเลย”

“คือ..เพลง” เป็นครั้งแรกที่ฉันเริ่มลังเล เพราะอยู่ๆพี่เกียร์ก็มาพัวพันในชีวิตของฉัน ซึ่งเราสองคนไม่น่าจะได้เจอกัน เนื่องจากความแตกต่างระหว่างชนชั้น พี่เกียร์เป็นหนุ่มฮ็อต หน้าตาดีฐานะดี กลุ่มคนดังในมหา’ลัย ส่วนฉัน..เอ่อ..ไม่ต้องพูดถึงเลยจะดีกว่า

“เข้ามาเร็วๆ อากาศร้อน” เสียงเรียกพร้อมกับใบหน้าที่เชื้อเชิญของพี่เกียร์ทำให้ฉันเดินไปเปิดประตูรถของเขาอย่างเสียไม่ได้

“ขอบคุณนะคะ รบกวนพี่เกียร์ตลอดเลย” ฉันยกมือไหว้ขอบคุณ ไม่รู้จะตอบแทนเขายังไงดีเหมือนกัน

“กินข้าวเที่ยงยัง แวะกินข้าวก่อนไหม?” พูดถึงมื้อเที่ยงท้องฉันก็ร้องขึ้นมาทันที แถมยังเสียงดังจนคนข้างๆยิ้มขำ โอ้ย..ขายหน้าจริง ไอ้ท้องไม่รักดี

“ก็น่าจะแวะแหละ” พี่เกียร์กดยิ้มมุมปากจนเห็นลักยิ้ม ฉันแอบมองเขาด้านข้าง เสี้ยวจมูกโด่งคมรับริมฝีปากหยัก คิ้วเข้มได้รูปสวยนั่นอีก คนอะไรหล่อจริง..ยิ่งมองใกล้ๆยิ่งหล่อ กล้ามก็แน่น ดีกรีนักมวยเก่าอีกตะหาก ต้องแอบจิ๊กอิมเมจพี่เกียร์เป็นพระเอกนิยายสักเรื่องแล้วล่ะ

“เพลงกินอะไรดี” เกิดความคิดหื่นๆในหัว อยากกินพี่เกียร์นี่แหละ!! แต่พี่เขาคงไม่ได้อยากกินฉันแน่นอน สเป็กพี่เกียร์น่าจะเป็นสาวสวยตัวสูงพอๆกันกับเขา เพราะเขาน่าจะสูงเกือบๆร้อยเก้าสิบ หน้าตาเฉี่ยวๆหน่อยตามพิมพ์นิยม ส่วนตัวฉันนั้น..คนละโลกกับสาวในฝันเขาแน่ๆ เพราะฉันมันเป็นสาวไซส์มินิ ตัวเล็กหน้าเด็ก เปรียบเทียบกับสุนัข น่าจะโกลเดนท์กับหมากระเป๋า

“ข้าวซอยไหมคะ พี่เกียร์ชอบไหม?” ฉันหันไปยิ้มกว้างให้คนข้างๆ

“ได้หมดครับ”

“พี่เกียร์บอกว่ามาธุระ ทำเสร็จรึยังคะ” ตั้งแต่แยกกันตอนเช้า เขาน่าจะหาที่พักอาบน้ำแต่งตัว จากนั้นก็มาเจอฉันอีกรอบ ธุระที่ว่าคงจะยังไม่ได้ทำแน่ๆ

“ยังเลย เพิ่งตื่นเลยอาบน้ำ ว่าจะออกมาหาไรกินก็เจอเพลงพอดี” คำว่าพอดีหรือบังเอิญ ระหว่างฉันกับเขามันบ่อยเหลือเกิน เอ๊ะ..หรือว่าเราจะมีวาสนาต่อกัน ไม่แน่ว่าฉันกับพี่เกียร์อาจจะเป็นเนื้อคู่กันก็เป็นได้ ใช่แล้ว..ฉันมั่นใจมาก คืนนี้แหละฉันจะเปิดนิยายเรื่องใหม่ พี่เกียร์เป็นพระเอกและฉันเป็นนางเอก ชื่อเรื่องน่าจะเป็น

‘หนุ่มหล่อหน้าใสกับยัยม้าแคระ’ ไม่สิเพลง ไม่แกงตัวเอง

‘สาวน้อยหน้าใสกับนายนักมวย’ เรื่องนี้แหละ เกิดแน่ยัยเพลง..ฉันอมยิ้มคนเดียว

“เพลงนี่อารมณ์ดีจังนะ มองข้าวซอยแล้วก็หัวเราะคนเดียว” อ้าว..ตายแล้ว นี่ฉันจินตนาการจนแสดงออกทางสีหน้าเหรอเนี่ย อายจัง..

“เพลงคิดอะไรเพลินๆน่ะค่ะ” ฉันเกาท้ายทอยแก้เก้อ มองสบตาหนุ่มหล่อตรงหน้าอย่างมีความสุข นางเอกก็ต้องเขินพระเอกประมาณนี้แหละ

“พี่ไม่กินผักดอง” ร้านนี้ไม่ได้แยกผักดองลงในจานต่างหาก แต่ใส่ลงมาในถ้วยพร้อมผักชี หอมแดงหั่น ฉันจึงตักผักดองในถ้วยของพี่เกียร์ออกมาจนหมด

“เพลงกินให้ค่ะ” เรื่องกินผักแค่นี้ เพลงเพลินสบายมาก

“อ่ะให้” พี่เกียร์ตักน่องไก่ในถ้วยของตัวเองให้ฉัน

“ไม่ค่ะ พี่เกียร์ไม่กินโปรตีนเลย เดี๋ยวไม่มีแรงนะคะ” ฉันตักน่องไก่คืนลงในถ้วยของเขา

“แล้วเพลงจะอิ่มเหรอ? เห็นตัวเล็กๆกินเก่งจะตาย”

“ไม่อิ่มเดี๋ยวเพลงสั่งเพิ่มเองค่ะ” เรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่สำหรับฉัน ไอ้การที่จะมาขวยเขิน กินแบบเงียบๆเรียบร้อยไม่ใช่เพลงเพลินหรอก

“ว่าจะถาม โน้ตบุคเราพังไม่ใช่เหรอ? เมื่อคืนพี่เห็นมันหลุดจนไม่น่าจะซ่อมไหว”

“ค่ะ เพลงว่าจะถอดฮาร์ดดิสท์ออกเอามาใช้เป็นเอ็กเทอร์นอล” ให้ซื้อใหม่ตอนนี้คงไม่มีปัญญาแน่ๆ เงินที่จะจ่ายค่าผ่าตัดแม่ยังต้องไปหาหยิบยืมญาติๆเลย

“พี่พาไปซื้อใหม่ไหม พี่ก็มีส่วนทำให้มันพังอ่ะ” ความจริงฉันควรจะชดใช้ค่าเสียหายพี่เกียร์ด้วยซ้ำเพราะเล่นเอาโน้ตบุคมือสองไปฟาดพี่เกียร์จนเต็มแรง

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเพลงไปใช้คอมที่ร้านเกมก็ได้ สะดวกดี”

“ในร้านมีแต่ผู้ชายติดเกมนะ พี่ว่ามันไม่ปลอดภัยกับผู้หญิงเลย”

“เพลงเก็บเงินได้ค่อยซื้อค่ะ ช่วงนี้ค่าใช้จ่ายเยอะ” พอพูดจบฉันก็ตั้งหน้าตั้งตากินข้าวซอยในถ้วยทันที..

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel