You're my love เพราะเธอคือ...ความรัก

74.0K · จบแล้ว
Overtherainbow
50
บท
2.0K
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

กฤษตริณณ์ ทวีรัตนวงษ์ (เกียร์) หนุ่มวิศวะสุดฮ็อต อดีตนักมวยเก่า หลานชายเจ้าของค่ายมวยดัง เพลงเพลิน (เพลง) สาวน้อยตัวเล็กน่ารัก มองโลกในแง่ดี ผู้ใฝ่ฝันอยากเป็นนักเขียนชื่อดัง "เขียนรักใสๆไม่ปังหรือจะลองแนวรักผู้ใหญ่ดีนะ" คอร์สสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตต้องมาสินะ.. ว่าแต่..กับใครดีล่ะ??? อ่านเพลินๆ นะคะ พล็อตอาจไม่สมเหตุสมผล ใครชอบแนวๆน่ารักใสๆ ติดตามพี่เกียร์สายโหดหรือสายหื่น 555

นิยายรักโรแมนติกนิยายรักนิยายปัจจุบันวิศวกร

Chapter 1

ฉันแบกใบหน้าที่สุดแสนจะง่วงงุนเดินเข้าหอพักหญิง ‘สิรินารถ’ ที่แสนจะเก่าแก่ ผนังปูนด้านนอกที่ทาสีชมพูเริ่มหลุดลอกไปตามกาลเวลา ราคาที่พักจึงถูกตามไปด้วย ฉันไม่ได้พักอยู่คนเดียว หากแต่อาศัยแชร์ห้องกับเพื่อนอีกสองคน อย่างว่าแหละ..ต้นทุนชีวิตของคนไม่เท่ากัน แต่ฉันก็ไม่คิดจะโทษใครหรอกนะ ฉันเชื่อว่าทุกคนมีสมองและสองมือ ถ้าเราตั้งใจจะทำอะไรสักอย่างมันต้องสำเร็จอย่างแน่นอน

“ยัยเพลง เที่ยวดึก..เอ่อ ไม่สิ เที่ยวจนผับปิดอีกแล้วเหรอ?” ชะเอมรูมเมทหนึ่งในสองถามขึ้น ฉันไม่ตอบฝืนยิ้มเซียวๆพลางชูถุงน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ส่งให้เพื่อนสาว

“น้ำเต้าหู้หวานน้อยร้านป้านิดเจ้าประจำค่ะ”

“ค่าน้ำเต้าหู้จ้ะ” ชะเอมยื่นแบงค์ยี่สิบให้ ฉันส่ายหน้าปฏิเสธ

“ซื้อมาฝาก เมื่อวานชะเอมทำสุกี้ให้เพลงกินไม่คิดเงินสักบาทเลย แลกกันนะ” บ้านชะเอมขายเนื้อหมูในตลาดที่สุโขทัย เพื่อนสาวเข้ามาเรียนในเมืองกรุงโดยไม่ต้องขวานขวายอะไรมาก ชะเอมกลับบ้านทีไรมักจะมีหมูเห็ดเป็ดไก่ของฝากจากบ้านอัดแน่นในตู้เย็นเป็นประจำ ฉันก็พลอยได้อานิสงส์มีอาหารจากรูมเมทสาวในบางมื้อและชะเอมไม่ยอมให้เพื่อนออกเงิน เธออ้างว่าได้มาจากบ้านฟรีๆเหมือนกัน แค่เพื่อนช่วยกินก่อนจะเน่าก็พอ

“เมื่อไหร่จะเลิกเที่ยวซะทีเนี่ย เช้าวันจันทร์จะเรียนรู้เรื่องเหรอ อดนอนทั้งคืนขนาดนั้น” ชะเอมยังวกมาเรื่องเดิม เธอกำลังแต่งตัวเพื่อเตรียมไปเรียนเช้า ว่าที่คุณครูภาษาไทยแต่งกายถูกระเบียบกระโปรงทรงเอคลุมเข่าใส่กับเสื้อนักศึกษาพอดีตัวไม่รัดติ้วเหมือนนักศึกษาหญิงบางคณะ นี่สินะ..ที่เรียกว่าแม่พิมพ์ของชาติ

“ไปหาแรงบันดาลใจในการเขียนนิยายนิดหน่อย เจอผู้งานดีแซ่บเวอร์” ฉันเฉไฉ ไม่ยอมตอบความจริงให้เพื่อนรู้ ให้ชะเอมเข้าใจว่าไปเที่ยวแหละ ดีแล้ว..

“หาตามเน็ตก็ได้ ดูซีรี่ส์อยู่ห้อง เที่ยวกลางค่ำกลางคืนมันอันตรายนะ” ชะเอมพูดด้วยความห่วงใย

“โอเคค่ะคุณแม่” ฉันโผเข้ากอดเพื่อนสาว พลางซบหน้าที่ไหล่เล็กๆนั้นอย่างออดอ้อน

“ไปอาบน้ำได้แล้ว รีบไปเรียนเลย อ้อ..ทำข้าวกล่องเผื่อ วางอยู่บนโต๊ะนะ ทำเผื่อกิ๊บด้วย มาถึงจะได้กิน” ชะเอมบอกพลางเก็บข้าวของใส่กระเป๋าสะพายและเดินออกจากห้อง วันนี้มีเรียนไม่เช้านักเกือบสิบโมงยังพอมีเวลางีบ เมื่อคืนนอนบนโซฟาที่ผับไม่ค่อยสบายตัวเลย แต่ทำไงได้หอพักมีเวลาเปิดปิดจะกลับมานอนที่หอหลังจากเลิกงานก็ไม่ทัน ใช่แล้ว..ฉันทำงานพิเศษที่ผับคืนวันศุกร์และเสาร์ แต่วันอาทิตย์ถูกเรียกตัวไปแบบเฉพาะกิจเนื่องจากพนักงานขาด ฉันจึงจำเป็นต้องไปช่วยงานที่ร้านตามคำขอร้องของเจ้ก้อย เจ้าของร้านซึ่งอายุมากกว่าฉันเพียงไม่กี่ปี พออาบน้ำแต่งตัวกินน้ำเต้าหู้หนึ่งถุงกับปาท่องโก๋สองชิ้นเรียบร้อยแล้วจึงคว้าข้าวกล่องที่รูมเมทสาวทำเผื่อลงในกระเป๋า

‘ประหยัดมื้อเที่ยงไปอีกวัน’ ฉันอมยิ้มอย่างมีความสุขกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ

“เพลงจะไปเรียนแล้วเหรอ? ฮ้าว..” กิ๊บรูมเมทอีกคนเดินเข้ามาในห้องพอดี กิ๊บอยู่ปีสองแต่อายุเท่าฉันกับชะเอม เธอดรอปเรียนเพราะมีปัญหาเรื่องค่าเทอมจึงทำให้เรียนช้าไปหนึ่งปี กิ๊บเป็นคนชวนฉันไปทำงานพิเศษที่ผับ โดยฝากฝังฉันกับเจ้ก้อยอีกที

“จ้า ชะเอมทำอาหารเผื่ออยู่บนโต๊ะนะ” ฉันบอกก่อนจะออกจากห้องไปอีกคน กิ๊บนอกจากจะทำงานเป็นสาวเชียร์เบียร์ในร้านแล้ว ยังรับจ๊อบเป็นพริตตี้ตามงานต่างๆ แล้วแต่จะมีคนจ้างไป กิ๊บเล่าให้ฟังอย่างหมดเปลือกว่าทุกคืนเธอจะออกไปต่อกับแขก หรือเรียกง่ายๆว่าเป็นสาวไซด์ไลน์นั่นแหละ

‘บางที เราก็ไม่มีโอกาสดีๆในชีวิตนักหรอก ถ้าเลือกได้ใครจะอยากทำงานแบบนี้’

“เจ้ก้อยฝากมาให้ ขอบคุณที่ไปช่วยงานนะ” กิ๊บยื่นซองเงินพิเศษที่ได้รับนอกเหนือจากค่าจ้างรายวันที่ฉันได้วันละหกร้อย แลกกับการเดินรับออเดอร์เกือบค่อนคืน ตอนผับปิดก็ช่วยพนักงานคนอื่นๆเคลียร์ร้านกว่าจะเสร็จก็ตีสามแล้ว ฉันเลยถือโอกาสแอบงีบบนโซฟาชั้นวีไอพีที่เจ้ก้อยอนุญาตด้วยความสิเน่ห์หา ก่อนจะกลับห้องในตอนเช้า

“ขอบคุณนะกิ๊บ” ฉันยิ้มกว้างและปิดประตูห้องพัก เดินมารอรถเมล์ที่เลยจากหอพักประมาณห้าร้อยเมตร พอถึงมหา’ลัยก็ตรงไปยังโต๊ะประจำของกลุ่ม

“เที่ยวมาเหรอ? หน้าดูง่วงๆ” มิ้นท์ทัก

“ก็ไปดูผู้มาเขียนนิยายน่ะสิ” ฉันก็ยังเก็บเรื่องไปทำงานพิเศษไว้เป็นความลับกับเพื่อนในกลุ่ม ถึงจะสนิทกันแค่ไหน เรื่องบางเรื่องมันก็ไม่น่าจะเปิดเผยให้ใครรู้ โดยเฉพาะการเป็นสาวกลางคืนที่ทำงานในผับ โชคดีที่ไม่มีคนรู้จักมาเที่ยวในเวลาที่ฉันทำงาน เพราะผับที่ฉันทำงานอยู่ลูกค้าเป็นกลุ่มวัยทำงานที่มีอายุพอสมควร ไม่ค่อยเป็นที่นิยมของนักศึกษามหา’ลัย อาจเพราะค่าเมมเบอร์ที่ราคาแพงหูฉี่ ก็แพงกว่าค่าเทอมฉันละกัน..

“แล้วทำหน้าเคลิ้มๆจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่เนี่ยนะ เลิกเที่ยวคืนวันอาทิตย์ได้แล้ว” มิ้นท์บ่นพลางส่งน้ำส้มแบรนด์ของที่บ้านให้หนึ่งขวด

“ขอบคุณค่ะคุณมิ้นท์” ฉันส่งยิ้มหวานๆไปให้แทนคำขอบคุณ ช่อม่วงเพื่อนสาวคนสวยลูกครึ่งไทยอังกฤษเดินมานั่งที่โต๊ะ มิ้นท์จึงยื่นน้ำส้มให้ช่อม่วงด้วย

“ขอบใจนะมิ้นท์ เรามีตอกโบกิผัดหมูสามชั้นมาด้วย ลองชิมกันไหม?”

“อร่อยอ่ะช่อม่วง ทำครั้งแรกจริงเหรอ? เธอคือแม่นางแดจังกึมชัดๆเลย” ฉันเคี้ยวแป้งหนุบหนับที่ผัดด้วยโคชูจังแล้วหลับตาพริ้ม มันอร่อยจริงๆนะ..

“อร่อยมาก” พาร์ทส่งยิ้มให้ช่อม่วง ฉันกับมิ้นท์จึงส่งยิ้มให้อย่างรู้กัน ก็พาร์ทแอบชอบช่อม่วงตั้งแต่ปีสอง แอบดูแลเทคแคร์ไม่ห่างแต่ช่อม่วงก็เหมือนจะรู้แต่ทำเป็นไม่รับรู้ พวกฉันก็ไม่อาจเดาได้

“พะ..พี่..” ทันทีที่เห็นร่างสูงที่เดินมาพร้อมกันสามคนฉันก็เหมือนคนติดอ่าง ดวงตาเบิกกว้างแทบไม่กระพริบราวกับเจออะไรบางอย่างที่ตัวเองไม่คาดคิดว่าจะได้เจอ

“อะไรยัยเพลง ยังกะเห็นผะ..” มิ้นท์ก็อึ้งไปราวกับโดนสาปพอๆกันกับฉัน

“ช่อครับ” พี่ไคโร อดีตเดือนวิศวะ หนุ่มฮ็อตที่สาวๆต่างไม่มีใครไม่รู้จัก ก็กิติศัพท์ความเจ้าชู้ของเขามันดังกระฉ่อนไปทั่วมหา’ลัย เขาเอ่ยทักทายเพื่อนสนิทของฉันราวกับคนที่สนิทกันมานาน

“พี่ไคโร พี่ออโต้ พี่เกียร์ สวัสดีค่ะ” ฉันผู้ซึ่งรู้จักหนุ่มหล่อคนดังแทบทุกคนในมหา’ลัยเอ่ยทักทายหนุ่มหล่อทั้งสาม ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้เจอหนุ่มฮ็อตคณะวิศวะพร้อมกันถึงสามคนในระยะประชิดขนาดนี้ เห็นใกล้ๆแล้ว หล่อวัวตายควายล้มจริงๆ

“พี่ๆมาเที่ยวคณะอักษรฯเหรอคะ?” ฉันถามขึ้น ทุกคนในกลุ่มมองดูก็รู้ว่าพี่ไคโรสนใจช่อม่วงและคล้ายกับจะรู้จักกันมาก่อน แต่ช่อม่วงก็คือช่อม่วงที่ไม่เคยสนใจผู้ชายคนไหนเลยแถมยังแสดงออกว่าไม่ชอบอย่างชัดเจน

“พี่พาเพื่อนมาตามหาหัวใจครับ ไอ้ไคมันเรียกหาน้องช่อม่วงจนจะบ้าแล้ว เลยพามันมาหาว่าที่เพื่อนสะใภ้สักหน่อย” พี่เกียร์ผู้ซึ่งมีใบหน้าหล่อเหลาผิวคร้ามคมต่างจากเพื่อนทั้งสองซึ่งมีผิวขาวจัดพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่มีลักยิ้มทั้งสองข้าง ยิ้มทีฉันกับมิ้นท์แทบใจละลาย

ช่อม่วงเดินหายไปกับพี่ไคสักพัก ราวๆห้านาทีจึงเดินกลับมาที่โต๊ะ

“ช่อคะ พี่ไปเรียนก่อนนะ ไว้จะไลน์หา ตอบพี่บ้างล่ะ” พี่ไคเดินตามหลังช่อม่วงมาติดๆ

“งั้นพวกพี่ไปก่อนนะครับ” พี่ออโต้กับพี่เกียร์ลุกขึ้นจากม้านั่ง พี่ไคโรยิ้มกว้างพร้อมกับโบกมือให้ช่อม่วง จากนั้นฉันจึงถามเพื่อนสาวด้วยความอยากรู้ ได้ความว่าพี่ไคสนใจช่อม่วงและพยายามก่อกวน ช่อม่วงไม่ได้สนใจพี่ไคเพราะไม่อยากเป็นเป้าสายตาของใคร เพื่อนคนนี้ของฉันเป็นคนที่ประหยัดคำพูด ถามคำตอบคำ นานๆทีจะมีส่วนในบทสนทนา ฉันซะอีกที่พูดมากจนได้ฉายาว่า

‘พูดจนพาร์ทหลับ’ ก็ตอนที่วิดิโอคอลทำรายงานกัน ฉันสรุปหัวข้อรายงานจนพาร์ทหลับคากล้อง..

การที่เป็นคนช่างพูดช่างจาของฉันก็มีส่วนดีเหมือนกัน เพราะฉันเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นได้ง่าย แม้ว่าจะเพิ่งเจอกันครั้งแรกแต่ฉันก็ไม่รู้สึกเคอะเขินที่จะเริ่มต้นการสนทนา ก็ไม่รู้สิ..มันคงเป็นข้อดีเพียงอย่างเดียวที่ฉันมีล่ะมั้ง..