Unintentional love รักที่ไม่ได้ตั้งใจ บทที่ 4
เซวียนลู่เอนหลังพิงประตูห้องน้ำ หัวใจเต้นแรงจนควบคุมไม่อยู่ ในใจกำลังขัดแย้งกับการกระทำอันบุ่มบ่ามของตัวเอง
“ฉันทำบ้าอะไรอยู่เนี่ย”
จำได้ว่าปีนั้น ‘ฟู่อวี๋เสียน’ ได้รับการไหว้วานจากคุณน้า ‘สุ่ยหนิง’ ซึ่งเป็นแม่เลี้ยงของซูเว่ยหลัน อีกฝ่ายให้เอาของใช้มาให้ซูเว่ยหลัน การปรากฏตัวของเขาทำให้เพื่อนๆ ในหอพักฮือฮาและรบเร้าซูเว่ยหลันเพื่อหาทางสานสัมพันธ์
ซูเว่ยหลันแนะนำว่าเขาเป็นพี่ชาย แต่เป็นพี่ชายที่ไม่เกี่ยวข้องกันทางสายเลือด เพราะเขาเป็นลูกติดของแม่เลี้ยง และเขาเพิ่งย้ายกลับมาจากอเมริกา
ตอนนั้นเซวียนลู่ยังจำได้ถึงท่าทางนิ่งเฉยของเขาแม้ถูกจ้องมอง ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาเหมือนเข้าถึงได้ยาก แต่หากเขายิ้มก็จะมองเห็นลักยิ้มทั้งสองข้างแก้มอย่างชัดเจน
จริงๆ เขาไม่ได้ยิ้มให้ซูเว่ยหลันหรือใครๆ ที่ยืนมุงดูความหล่อเหลาโดดเด่น แต่เป็นเพราะความบังเอิญเซวียนลู่ได้เจอเขาที่ร้านสะดวกซื้อวันต่อมา เขากำลังคุยกับใครบางคนผ่านโทรศัพท์มือถือ
รอยยิ้มของเขาตอนนั้นทำให้เซวียนลู่ถึงกับใจเต้นแรง มันตราตรึงไม่หายไปตลอดระยะเวลาสองปี และก็เป็นครั้งสุดท้ายที่เธอได้มีโอกาสมองเห็นลักยิ้มของเขา เพราะหากบังเอิญเจอกันก็เป็นเพียงการเดินสวน ไม่ก็เจอกันที่บ้านตระกูลซูซึ่งก็จะเป็นจังหวะที่เขากำลังกลับออกมา
เขาจำเธอไม่ได้ และไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตัวเองอยู่ในความทรงจำของเซวียนลู่มาโดยตลอด
ขณะที่ได้ยินเสียงฝักบัวในห้องน้ำ ฟู่อวี๋เสียนกดโทรหาใครบางคนพร้อมกับก้าวออกไปยังนอกระเบียง เขาก้มลงไปมองคนของตนที่ยืนอยู่ด้านล่าง
“พวกนายขับรถฉันกลับไปได้เลย ที่นี่ฉันจัดการเอง สองสามวันนี้ให้คนมาผลัดกันเดินถามหาคนตระกูลซูที่นี่ ถ้าเห็นฉันก็แกล้งทำเป็นมองไม่เห็น...ไม่ บอกกู้เซิงว่าไม่ต้องยุ่งกับเธอ ฉันจะจัดการเอง”
เขาพูดพร้อมกับมองไปยังประตูห้องน้ำแล้ววางสาย
ชายหนุ่มเดินกลับไปนั่งลงยังโซฟา ยาแอสไพรินสองเม็ดยังคงวางอยู่ที่เดิม เขาหยิบขึ้นมาพร้อมกับกินเข้าไปตามด้วยน้ำอุ่น เสียงฝักบัวเงียบลงไปแล้ว เขาเองก็เอนตัวลงไปนอน ไม่นานคนที่อยู่ในห้องน้ำก็ก้าวออกมา
เสียงฝีเท้าแผ่วเบาก้าวมาใกล้ เขาได้ยินเสียงเรียกชื่อเบาๆ “คุณฟู่?...ฟู่อวี๋เสียน? หลับแล้ว?” จากนั้นปลายนิ้วเย็นๆ ก็แตะลงไปที่หน้าผาก
“ยังดีที่ไม่มีไข้ ไม่รู้ว่าตากฝนอยู่อย่างนั้นนานหรือยัง”
เสียงถอนหายใจแผ่วเบาดังขึ้นจากนั้นคนก็ค่อยๆ ย่องไปปิดไฟ
แสงจากโคมไฟหัวเตียงส่องลอดออกมาจากฉากกั้นเล็กๆ ที่ถูกลากออกมากาง ฟู่อวี๋เสียนแอบมองเงาวอมแวมผ่านฉากกั้น ในใจของเขากำลังครุ่นคิดด้วยความลังเล
เขามองออกถึงความจริงใจในทุกการกระทำของเซวียนลู่ หญิงสาวเป็นคนมองโลกในแง่ดีไม่มีพิษภัยกับใคร
ถึงอย่างนั้น...เขาจำเป็นต้องตามหาตัวสามพ่อลูกตระกูลซู เขาไม่มีทางเลือกอื่นได้แต่หลอกใช้หญิงสาวแล้ว...
เซวียนลู่ตื่นขึ้นมาด้วยท่าทีงัวเงียเพราะกว่าจะนอนหลับก็ปาเข้าไปกว่าตีสาม เสียงและกลิ่นในครัวปลุกเธอขึ้นมาตอนเจ็ดโมงครึ่ง
เมื่อสวมเสื้อคลุมและเดินออกมานอกฉากกั้น ภาพชายหนุ่มที่ยังคงสวมชุดนอนสั้นเต่อกำลังยกหม้อโจ๊กมาวางบนโต๊ะ ทำเอาหญิงสาวอ้าปากค้างทำอะไรไม่ถูก
“คุณทำมื้อเช้าเหรอคะ”
“ผมทำคุณตื่นเหรอครับ” เขาไม่ตอบแต่ถามคำถามเธอแทน
“เปล่าค่ะฉันตื่นเวลานี้ปกติอยู่แล้ว อีกเดี๋ยวต้องออกไปที่แกลเลอรี่” เธอเดินไปนั่งลงทั้งที่ยังไม่ล้างหน้าแปรงฟัน “จำได้ว่าในตู้เย็นมีของกินไม่เยอะแล้ว” คิ้วเรียวมุ่นลงเล็กน้อย
เขาชะงัก “ขอโทษครับที่ทำอะไรไม่บอกก่อน ผมใช้ของไปไม่เยอะ”
เซวียนลู่เลิกคิ้วมองเขาพร้อมรีบปฏิเสธ “ไม่ใช่นะคะ ฉันไม่ได้จะว่าคุณ ฉันกำลังคิดว่าวันนี้ทั้งวันคุณจะอยู่ยังไงถ้าไม่มีของกิน สั่งของมาส่งคงไม่สะดวกถ้ามีคนเห็นคุณเข้าจะทำยังไง”
ฟู่อวี๋เสียนอึ้งไปจนสังเกตได้
เซวียนลู่ครุ่นคิดอย่างจริงจัง “คุณไม่มีที่อยู่ที่ปลอดภัย?”
เขาพยักหน้าด้วยท่าทางลังเล