ตอนที่ 4 ผู้ใหญ่บ้าน
"แม่คุณทำเกินเหตุไปหน่อยไหม!?"
เขาถามแล้วยกมือลูบคอตัวเองตรงจุดที่โดนกัด สัมผัสได้ถึงรอยฟันที่แม่ตัวแสบฝากฝังเอาไว้เลย
"เกินเหตุตรงไหน ต้องรอให้ฉันโดนคุณทำอะไรก่อนหรือไงถึงจะป้องกันตัวได้น่ะ!"
เปรมราณีไม่คิดจะลดการป้องกันลงหรอกนะ อีกอย่างเธอไม่ชอบให้มีเรื่องอะไรต้องเกิดขึ้นกับตัวเองก่อนด้วย
"คุณนี่มัน..."
"อีหนูเปลวเอ๊ย!"
สงครามประสาทที่กำลังจะเริ่มยกใหม่ต้องสิ้นสุดลงเมื่อลุงขอมเดินเข้ามาในบ้านแล้วเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี เปรมราณีรีบเดินไปหลบหลังลุงขอมทันทีเพราะยังไงลุงก็เป็นผู้ใหญ่ต้องเข้าข้างเธอที่รู้จักกันมานานมากกว่าอยู่แล้ว
"ลุงขอม! อีตานี่อยู่ๆ ก็บุกเข้ามาในบ้านแม่ฉัน เป็นโจรหรือเปล่าก็ไม่รู้!"
ได้ทีก็รีบฟ้องใหญ่เชียวนะแม่ตัวแสบ...
ชายหนุ่มยืนมองคนตัวเล็กที่วิ่งไปหลบหลังลุงขอม ไม่ได้รู้สึกกลัวหรอก ออกจะเอ็นดูเธอเสียด้วยซ้ำ ก็บอกแล้วยิ่งพยศยิ่งชอบ
"อีหนูเปลว เอ็งใจเย็นๆ ก่อนนะ ลุงก็ว่าจะบอกเอ็งอยู่แต่เอ็งก็ขับรถไปซะก่อน"
"บอก? บอกอะไรจ๊ะลุง"
"ผู้ชายคนนี้น่ะไม่ใช่คนแปลกหน้าหรอกนะ เขาคือ ผู้ใหญ่บ้าน ที่ดูแลหมู่บ้านที่นี่น่ะ"
"ห๊ะ"
คำอธิบายของลุงขอมทำเอาเปรมราณีหน้าเหวอเล็กน้อยแล้วหันไปมองผู้ชายคนนั้นอีกครั้ง คล้ายไม่เชื่อว่าผู้ชายมีหนวดรกหน้าแบบนี้ใส่เสื้อยืดกางเกงขาดๆ เนี่ยอ่ะนะจะเป็นผู้ใหญ่บ้าน!?
"เดี๋ยวนะจ๊ะลุง ผู้ใหญ่บ้านน่ะไม่ใช่ลุงธรหรือจ๊ะ?"
หญิงสาวจำได้ว่าตอนยังเด็กแม่เคยพาไปเจอผู้ใหญ่บ้านที่ดูแลหมู่บ้านนี้มาก่อน ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะชื่อ ธินธร แล้วก็ลุงแกอายุเยอะแล้วด้วย! แต่อีตาผู้ชายคนนี้น่ะอายุน่าจะยังไม่ถึงสี่สิบเลยนะ!
"น่าเกลียดน่ะคุณ เล่นประเมินกันด้วยสายตาแบบนั้นน่ะ ผมเสียใจนะ"
เห็นสายตาของเปรมราณีที่มองตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองถูกประเมินอยู่ยังไงยังงั้น
"เขาเป็นลูกชายของคุณธรน่ะ"
ลูกชาย?
"ใช่ ผมรับหน้าที่เป็นผู้ใหญ่บ้านต่อจากพ่อมาอีกที ผมชื่อ ธรณี เรียกสั้นๆ ว่าพี่ธาผมก็ไม่ถือสานะคุณ"
"ไอ้...เอ๊ย คุณธาสินะคะ"
คิ้วเข้มกระตุกเล็กน้อยเมื่อเปรมราณีหลุดคำว่า 'ไอ้' ออกมาแล้วจู่ๆ ก็เปลี่ยนคำเรียกใหม่ เหมือนเธอจะจงใจเสียมากกว่า แต่ก็นะ ไม่ถือสาหรอก
"ครับ"
"แล้วคุณธามาอยู่บ้านแม่ฉันได้ยังไงคะ บ้านตัวเองไม่มีให้ซุกหัวนอนหรือไง?"
ปากคอเราะร้าย...
ธรณีคิดอย่างนั้น แต่เขากลับคลี่ยิ้มแล้วอธิบายอย่างใจเย็น
"ก่อนหน้าที่คุณจะมาน่ะ บ้านแม่คุณถูกพวกขี้ยามายึดเอาทำเป็นที่สุมหัวเล่นยากัน"
เปรมราณีฟังแล้วก็หันขวับไปมองลุงขอมคล้ายจะถามว่าสิ่งที่เขาพูดเป็นความจริงหรือเปล่า แต่ลุงขอมก็พยักหน้ารับ
"แล้วยังไงคะ"
"ลุงขอมเขามาปรึกษาผม เพราะลุงรับปากว่าจะดูแลบ้านแม่คุณให้ในตอนที่แม่คุณไม่อยู่"
"จริงอย่างที่ผู้ใหญ่พูดแหละอีหนูเปลว ลุงก็แก่แล้ว วัยรุ่นพวกนั้นมีกันตั้งหลายคน ลุงไม่มีปัญญาไปไล่หรอกหนา"
เปรมราณีฟังแล้วก็รู้สึกสงสารและขอบคุณลุงขอมไม่น้อยเลย ที่พยายามปกป้องบ้านเก่าๆ หลังนี้ให้
"จริงๆ เคยแจ้งตำรวจไปทีแล้วล่ะ เขาก็มาดูให้เป็นระยะๆ แต่ไม่บ่อยเท่าไร พวกวัยรุ่นเห็นไม่มีใครมาอยู่ก็แอบมาสุมหัวกันใหม่อยู่ดี ผมว่างๆ เลยอาสามาอยู่แทนสักระยะหนึ่ง"
"เนี่ยนะเหตุผล..."
"ใช่สิ หรือคุณอยากกลับมาแล้วเจอวัยรุ่นสี่ห้าคนรุมปล้ำคุณดีล่ะคุณหนูเปลว"
ก็ไม่อยาก...บ้านหลังนี้แม้จะเก่าแต่ก็เป็นที่แห่งความทรงจำของเธอกับแม่ เธอไม่อยากเสียมันไปหรอก
"อย่ามาเรียกฉันแบบนั้น ฉันไม่ชอบ"
"โอเคๆ คุณเปลว ทีนี้คุณคงเข้าใจแล้วนะ"
"เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณมากค่ะที่เสียสละเวลาอันมีค่ามาเฝ้าบ้านให้ แต่คราวหน้าไม่ต้องก็ได้ค่ะ"
"ถึงจะขอบคุณแบบไม่เต็มใจสักเท่าไร แต่ผมยอมรับหน่อยหนึ่งก็ได้"
"เข้าใจกันแล้วนะ ลุงก็นึกว่าจะมีเรื่องกันไปแล้วซะอีก"
"จะไปมีได้ยังไงล่ะจ๊ะลุงขอม ฉันก็แค่ตกใจนิดหน่อยเอง จริงไหมผู้ใหญ่บ้าน"
เปรมราณีตวัดสายตามองธรณีที่ยกยิ้มอยู่ แต่เจ้าตัวกลับชี้มาที่คอตัวเองโชว์ให้เห็นรอยฟันที่เธอทำเอาไว้ซะเจ็บแสบก่อนหน้าที่ลุงขอมจะเข้ามาเห็น
"จริงครับลุง คุณเปลวเขาไม่ซ่าแสบขนาดนั้นหรอก"
ก็แค่มากกว่านั้น...เขาต่อประโยคที่เหลือในใจ
"งั้นรบกวนคุณผู้ใหญ่ช่วยออกไปจากบ้านแม่ฉันด้วยค่ะ ฉันจะพักผ่อนแล้ว"
"อีหนูเปลว นี่ก็ดึกแล้วหนา เอ็งจะไล่ผู้ใหญ่กลับได้ลงคอเชียวหรือ"
"เอ๊ะ แต่ลุงจ๊ะ ฉันเป็นผู้หญิงนะ อีกอย่างจะให้ฉันอยู่กับผู้ชายสองต่อสองได้ยังไงล่ะ"
ดูท่าธรณีจะมีความน่าเชื่อถือสุดๆ เพราะลุงขอมดูพูดเข้าข้างเขามากกว่าเธออีก แทนที่จะห่วงว่าเธอจะต้องอยู่กับผู้ชายแปลกหน้าสองคน กลับห่วงว่าเขาจะไม่มีที่ซุกหัวนอนเนี่ยนะ
เป็นคนเร่ร่อนหรือไง!
"ลุง เจ้าของบ้านก็กลับมาแล้ว ผมคงหมดหน้าที่แล้วละนะ ผมขอตัวกลับเลยละกัน เดี๋ยวจะมีเรื่องซะเปล่าๆ"
ชายหนุ่มเสนอตัวก่อนที่หญิงสาวสุดแสบจะออกฤทธิ์มากไปกว่านี้ เขาเองก็ผิดด้วยแหละที่เข้ามาอยู่บ้านแม่เธอโดยไม่ได้ขออนุญาตก่อน แต่ที่ทำไปก็เพราะหวังดีเฉยๆ ไม่ได้มีเจตนาไม่ดี
"เอางั้นหรือ งั้นผู้ใหญ่ยืมจักรยานลุงขี่กลับก็ได้นะ"
"ขอบคุณมากครับลุง"
"กลับๆ ไปซะได้ก็ดี"
เปรมราณีพึมพำเบาๆ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อถูกธรณีจับจ้องอยู่ราวกับว่าเขาได้ยินที่เธอนินทา แต่ชายหนุ่มกลับยิ้มออกมา
"ผมกลับล่ะคุณเปลว ไว้เจอกันอีกนะครับ"
"ค่ะ"
ถ้าให้ดีไม่ต้องเจอกันหรอก ไม่ได้อยากเจอ
แต่จะให้พูดออกไปแบบนั้นคงไม่ได้ เปรมราณีเลยได้แค่ยิ้มให้อย่างมีมารยาทเท่านั้น พอส่งลุงขอมเข้าบ้านไปเรียบร้อยแล้วเธอก็รีบกลับเข้าบ้านแล้วปิดกลอนล็อกประตูทันที
"เฮ้อ มีแต่เรื่อง...สงสัยต้องไปทำบุญหน่อยแล้วมั้ง"
แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว...
เปรมราณีจัดการเอาข้าวของที่มีเพียงน้อยนิดเก็บเข้าตู้ แน่นอนว่ายังดีที่อีตาผู้ใหญ่อะไรนั่นไม่ได้เอาของๆ ตัวเองมาวางในบ้านแม่เธอมากนัก เท่าที่ดูด้วยตาแล้วคงจะแค่ทำความสะอาดกับเฝ้าบ้านให้เธออย่างที่ปากพูดจริงๆ
"หรือฉันจะทำเขาแรงไปหน่อยหรือเปล่านะ"
ไอ้ที่กัดคอเขาก็กัดซะเต็มแรงด้วย แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าผู้ชายหน้าตายุ่งเหยิงเหมือนโจรแบบนั้นจะเป็นผู้ใหญ่บ้าน อีกอย่างไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าลุงธินธรจะมีลูกชายกับเขาด้วย
ช่างสิ ใครสนล่ะ คนผิดไม่ใช่เธอสักหน่อย ต้องรู้สึกผิดทำไม ยังไงก็หายกันเพราะเขาเองก็ได้โอกาสแต๊ะอั๋งเธอด้วยเหมือนกัน ถือว่าวินๆ ทั้งคู่
กว่าจะจัดของอะไรในบ้านให้เข้าที่เข้าทาง ก็ปาไปเกือบสี่ทุ่มแล้ว เปรมราณีอาบน้ำเสร็จก็มานั่งพักในห้องนอนตัวเอง แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าต้องโทรรายงานนินลกาอีก คิดได้แบบนั้นเลยหยิบโทรศัพท์มาโทรออกหาเพื่อนรักทันที ก็คิดๆ อยู่ว่าจะโทรติดหรือเปล่า เพราะสัญญาณมีแค่ขีดเดียว กันดารของแท้
(อีเปลว! อีบ้า!)
แต่พออีกฝ่ายรับสายเท่านั้นแหละก็เรียกเธอซะดังลั่นเชียว เธอรีบเอาโทรศัพท์ออกห่างจากหู
"นิน แกตะโกนดังไปหน่อยไหม"
(กี่โมงกี่ยามแล้วยะ ได้ดูเวลาบ้างไหม! ไม่รู้หรือว่าฉันเป็นห่วงแกแค่ไหน โทรไปกี่สายก็ไม่ติด)
"เอ้า แกโทรมาด้วยหรือ สงสัยสัญญาณไม่มีน่ะสิ ฉันไม่เห็นได้ยินเสียงเลย"
แต่พอกดตรวจดูก็พบว่ามีข้อความที่บอกว่านินลกาโทรเข้ามาหลายสิบสายเลย ตั้งแต่ช่วงเย็นๆ จนถึงสามทุ่มได้
(แล้วไง ถึงแล้วหรือบ้านแม่แกน่ะ)
"ถึงแล้ว"
และก็เจอเรื่องด้วย...
แต่อันนี้เปรมราณีขอไม่เล่าดีกว่า เพราะไม่อยากให้เพื่อนต้องเป็นห่วง ขืนรู้เรื่องที่เธอไปปะฉะดะปะทะริมฝีปากกับผู้ใหญ่หน้าโจรนั่นมา มีหวังนินลกาได้บุกมาหาถึงที่แน่ๆ
(ทุกอย่างโอเคไหม?)
"โอเคดี ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันเอาอยู่"
อย่างน้อยๆ ก็กัดคอคนแปลกหน้าไปแล้วหนึ่ง...
(ถ้าที่นั่นไม่สะดวกสบายแกกลับมาอยู่ที่นี่นะ ฉันจะดูแลแกเองเปลว)
"พูดซะฉันน้ำตาจะไหลเลยนะเนี่ย"
(อีบ้า ฉันพูดจริงนะ!)
จริงๆ นินลกาไม่เห็นด้วยเลยสักนิดที่เปรมราณีไปอยู่ต่างจังหวัดคนเดียว แต่คนอย่างเปรมราณีเวลาตัดสินใจอะไรไปแล้วมักจะห้ามไม่ได้
"อือ รู้แล้วน่า ขอบใจนะ ถ้ามีเรื่องอะไรจะรีบบอกเลย จริงๆ"
แต่บางเรื่องก็ขอไม่บอก เธอไม่ได้อยากรบกวนเพื่อนขนาดนั้น ชีวิตเพื่อนออกจะแสนสุขจะให้เธอเอาเรื่องแย่ๆ ไปรบกวนทำไม
(ได้เจอคนรู้จักบ้างไหม?)
"เจอนะ มีลุงขอมที่บ้านอยู่ติดกันเนี่ยแหละ เป็นคนรู้จักของแม่สมัยฉันยังเด็ก ทีแรกแกก็จำฉันไม่ได้หรอก แต่พอบอกชื่อไปก็จำได้"
(ลุงแกคงไม่นึกว่าเด็กน่ารักในตอนนั้นโตมาจะปากหมาหรือเปล่า)
"อีนิน นี่เพื่อนเอง!"
(ก็แค่แซวเล่น แล้วพรุ่งนี้แกจะทำอะไร?)
"ยังไม่มีแผนเลย แต่ว่าจะไปทำบุญล้างซวยสักหน่อย เผื่ออะไรดีๆ จะเข้ามาในชีวิตบ้าง"
(เออ ก็ดีนะ ยังไงก็โทรมาหาด้วยล่ะ โทรไปหาแกนี่กว่าจะติดโคตรยากเลย)
"กันดารน่ะ แกต้องเข้าใจหน่อย นอนละ ดึกแล้ว"
(ฝันดีเปลว)
"ฝันดีแก"
คุยจบเปรมราณีก็ทิ้งตัวลงนอนกับที่นอนนุ่มๆ หวนคิดถึงสิ่งที่จะทำในวันพรุ่งนี้ อย่างน้อยๆ ก็ไปทำบุญดูก่อน เผื่อจิตใจเธอจะได้สดชื่นบ้าง
'ไว้เจอกันอีกนะครับ'
คำพูดของธรณีแวบเข้ามาในหัวครู่หนึ่ง แต่เปรมราณีก็สลัดรอยยิ้มบ้าๆ นั่นออกไปพลางเอาหน้าซุกกับหมอน
คนมีหนวดรกรุงรังแบบนั้นน่ะเจอกันครั้งเดียวก็พอแล้ว!
