ตอนที่ 3 โจรอะไรหน้าตาดี?
หลังจากตัดสินใจได้แล้วว่าจะกลับไปพักกายพักสมองหนีคนเหี้ยๆ อย่างเหมกานต์ เปรมราณีก็ลงมือทันทีด้วยการกลับมาเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าอีกนิดหน่อย พร้อมกับหยิบกุญแจเก่าๆ ของแม่ติดมือมาด้วย
เพราะเหมกานต์คนเดียวที่ทำให้เปรมราณีต้องหนีระเห็จออกจากคอนโดมาเช่าโรงแรมอยู่เกือบหนึ่งอาทิตย์ เพราะอะไรน่ะหรือ ก็ไอ้คนสันดานหมานั่นมันตามมาบุกรุกถึงคอนโดน่ะสิ ทำไมไม่ยอมเลิกราให้มันรู้แล้วรู้รอดไปให้สมกับเป็นลูกผู้ชายหน่อยนะ
ยังดีที่ รปภ. ไม่ให้คนนอกเข้ามาในคอนโด ไม่งั้นเห็นทีคงจะบุกมาหาถึงห้อง...
ตอนคบหากันเธอไม่เคยพาเหมกานต์มาที่ห้องเลย เวลามีอะไรกันก็มักจะไปที่บ้านเขาตลอด เปรมราณีถือว่าห้องเป็นที่ส่วนตัวของเธอ เป็นเขตหวงห้าม ต่อให้เป็นเหมกานต์เธอก็ยังไม่อนุญาตให้เขาเข้ามาได้อยู่ดี
แต่ดีแล้วล่ะที่เธอคิดถูก เพราะมันเหี้ยจริงๆ
เสียดายอย่างเดียวคือเวลาสามปีนี่แหละ เห้อ! เอาไปทำอะไรที่มีประโยชน์ได้อีกตั้งหลายอย่าง
"ไปถึงแล้วโทรมาด้วยนะเปลว"
พอเห็นเพื่อนรักจะหนีไปเที่ยวต่างจังหวัดคนเดียวแล้วก็รู้สึกกังวลใจยังไงไม่รู้ เปรมราณีไม่เคยอยู่ห่างสายตานินลกาเลย แต่จะให้ตามไปด้วยคงจะไม่ได้เพราะเธอก็มีครอบครัวอยู่ที่นี่
"รู้แล้วน่า แกย้ำกับฉันมาเป็นร้อยรอบแล้วนะ ก็บอกแล้วถ้าถึงจะโทรมาบอก ถ้าโทรติดนะ"
หญิงสาวจำได้ว่าบ้านเกิดที่แม่อยู่ค่อนข้างจะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์เท่าไร จริงๆ เธอยังไม่แน่ใจเลยว่าคนหัวสูงแบบเธอจะไปอยู่ได้จริงๆ หรือเปล่า เผลอๆ ทนไม่ไหวก็เผ่นกลับมาอยู่ที่นี่แล้วมั้ง
"ถ้าฉันอยู่ไม่ได้เดี๋ยวก็กลับมาเองแหละ"
เปรมราณีคิดง่ายๆ และไม่อยากคิดให้มันวุ่นวายด้วย แต่จู่ๆ นินลกาก็เข้ามากอดทำให้เธองุนงง
"อะไรของแก ฉันไปอยู่ต่างจังหวัดนะไม่ได้ไปอยู่ต่างประเทศ จะทำดราม่าไปทำไมเนี่ย"
"ห้ามแกทำอะไรโง่ๆ นะเว้ย แกยังมีฉัน มีพี่คำอยู่นะ ห้ามลืมเด็ดขาด!"
เห็นไหล่นินลกาสั่นไหวเล็กน้อย เปรมราณีคลี่ยิ้มเพื่อนสาวคิดได้ยังไงเนี่ยว่าเธอจะทำอะไรบ้าๆ อย่างฆ่าตัวตาย บอกเลยไม่มีความคิดแบบนั้นอยู่ในหัวเธอเลยสักนิด เธอไม่คิดจะทำให้ร่างกายอันมีค่าที่แม่ให้กำเนิดมาต้องเสียเปล่าหรอก
"เออ รู้แล้ว เลิกดราม่าได้แล้ว"
เปรมราณีดึงนินลกาให้ออกห่างแล้วมองหน้ายิ้มๆ เพื่อนเธอก็ยิ้มให้อย่างรู้กัน ก็ไม่มีอะไรมาก แค่เป็นห่วง
"ไว้จะกลับมาหาละกัน อาจจะเร็วๆ นี้"
ไม่รู้คิดถูกหรือคิดผิดที่ไป...
ราชบุรี...คือ จังหวัดบ้านเกิดของแม่ ตอนเด็กๆ เธอเคยอาศัยอยู่กับแม่สองคนที่นี่ ก็เป็นเรื่องราวก่อนที่พ่อจะรู้ว่าแม่หนีมานั่นแหละ พอพ่อพาแม่กลับไปอยู่ด้วยบ้านหลังนี้ก็ปล่อยถูกทิ้งให้ร้างไปเลย
แต่ก็นะ...
ก็รู้แหละว่าลำบาก
แต่มันจะลำบากเกินไปไหม!
นี่มันก็ตั้งเกือบยี่สิบปีแล้วนะ แต่ถนนหนทางเข้าบ้านยังขุรขระเต็มไปด้วยดินอยู่เลย นั่งรถทีนี่สะเทือนไปยันมดลูกได้แล้วมั้ง
กว่าจะขับจากกรุงเทพมาราชบุรีก็กินเวลาไปเกือบสามชั่วโมงกว่า เปรมราณีเหนื่อยใจจริงๆ หรือเธอจะคิดผิดเสียแล้ว นึกว่าแถวนี้จะเจริญขึ้นมาบ้าง เปล่าเลย...
ยังกันดารเหมือนเดิม!
ว่าไปนั่นระหว่างขับรถเข้าทางไปที่บ้านเก่าแม่ก็เจอเข้ากับคนรู้จักตอนเด็กพอดี เธอจอดรถก่อนจะเปิดหน้าต่างส่งเสียงทักทายอีกฝ่ายที่กำลังก้มหน้าก้มตาขุดดินอยู่
"สวัสดีจ้ะ ลุงขอม!"
"หือ? เอ็งเป็นใครนังหนู รู้จักข้าด้วยหรือ"
ลุงขอม เป็นเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงของแม่ สมัยตอนเธอยังเด็กก็เคยไปขอขนมลุงขอมกินเป็นประจำ เขาก็เหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เปรมราณีรู้จักที่นี่ แต่ดูเหมือนลุงขอมจะจำเธอไม่ได้แล้ว
ก็ไม่แปลก เธอกับแม่ย้ายออกจากที่นี่ไปก็หลายสิบปี ตอนไปก็ยังเด็กกลับมาเจออีกทีโตเป็นสาวสวยแล้วจะจำไม่ได้ก็ปกติ
"นี่หนูเปลว ลูกแม่เปลมไงจ๊ะ"
"ลูกแม่เปลม...อ๋อ อีหนูเปลว!"
ถ้าเป็นที่กรุงเทพเรียกอีหนูเห็นทีมีตบสักฉาดสองฉาด แต่เพราะที่นี่คือต่างจังหวัด ผู้ใหญ่เรียกแบบนี้ก็แค่เอ็นดูเฉยๆ
"โตเป็นสาวแล้วหรือ ลุงจำเอ็งแทบไม่ได้เลย"
"สาวสวยด้วยใช่ไหมคะลุงขอม"
"แหมะ เอ็งนี่โตมาแล้วหลงตัวเองซะจริง!"
เปรมราณีฟังแล้วก็ยิ้มไม่ได้คิดอะไรกับคำว่าของลุงขอม นึกๆ ไปก็คิดถึงสมัยตอนตัวเองยังเด็กที่วิ่งตามทุ่งนาจนเนื้อตัวมอมแมมเหมือนกัน
"แล้วแม่เปลมล่ะ ไม่มาด้วยหรือ?"
คำถามของลุงขอมทำให้เปรมราณีแสดงสีหน้าเศร้าอยู่แวบหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติแล้วยิ้มเล็กน้อย
"แม่เสียแล้วจ้ะลุง"
"อ้าว...งั้นหรือ เสียใจด้วยจริงๆ นะ"
"ขอบคุณจ้ะลุง บ้านแม่ยังอยู่ดีเหมือนเดิมไหมจ๊ะ"
"ก็อยู่ดีนะ แต่ลุงว่า..."
"ดีเลยจ้ะ เพราะฉันว่าจะกลับมาพักที่นี่สักระยะหนึ่งน่ะจ้ะ ยังไงเจอกันที่บ้านนะจ๊ะลุงขอม"
พูดจบเปรมราณีก็ขับรถออกไปทันที โดยที่ลุงขอมเกาหัวยิกๆ เพราะยังไม่ทันได้บอกสิ่งที่คิดเอาไว้เลย
"ไอ้ฉิบหาย ไปไวมาไวแท้ กูยังไม่ได้บอกมึงเลยอีหนูว่ามีคนมาอยู่แทนมึงแล้วน่ะ"
ลุงขอมครุ่นคิดในใจว่าหรือจะตามไปบอกดี ไม่เห็นลูกของเปลมธิราก็นานแล้ว เอาวะ ตามไปบอกดีกว่า เดี๋ยวจะโวยวายทีหลังเอาเปล่าๆ เขารับปากเอาไว้ว่าจะดูแลบ้านหลังนั้นให้ด้วยในตอนที่เธอจากไป
คิดได้ดังนั้นลุงขอมก็วางอุปกรณ์ทำไร่ลงแล้วขี่จักรยานเก่าๆ ตามหลังหญิงสาวไปอย่างเชื่องช้าตามประสาคนแก่
ใช้เวลาไม่นานประมาณสิบนาทีเปรมราณีก็ขับรถมาจอดที่บ้านชั้นเดียวหลังเก่าๆ หลังหนึ่ง แม้ตัวบ้านจะดูทรุดโทรมไปบ้าง แต่รอบๆ บ้านกลับไม่มีหญ้าขึ้นรกอย่างที่คิดเอาไว้ สงสัยลุงขอมที่อยู่บ้านใกล้ๆ กันจะคอยมาตัดให้หรือเปล่านะ
"ลุงขอมใจดีจังแฮะ คอยดูแลบ้านตอนแม่ไม่อยู่ด้วย"
พอลงมาจากรถเธอก็หิ้วกระเป๋าออกมาด้วย พร้อมกับหยิบพวงกุญแจเก่าๆ ออกมา เปรมราณีใช้กุญแจเสียบที่ประตูหน้าบ้านแต่ยังไม่ทันจะไขเลยประตูก็เปิดออกเสียก่อนสร้างความประหลาดใจให้แก่เธอ
"อะไรน่ะ ประตูเสียหรือ"
ความประหลาดใจยังไม่หยุดแค่นั้น พอเดินเข้ามาในบ้านก็เห็นว่าข้างในดูสะอาดสะอ้านกว่าที่คิด ราวกับว่ามันถูกทำความสะอาดทุกวันเพราะไม่มีฝุ่นจับเลย
"ลุงขอมมาทำให้หรือ...ไม่น่านะ ลุงแกไม่มีกุญแจบ้านนี้นี่นา"
เปรมราณีวางกระเป๋าลงกับโซฟาเก่าๆ ก่อนจะมองสำรวจไปรอบๆ ของทุกอย่างมีการถูกสับเปลี่ยนตำแหน่งไปบ้าง แต่ก็ยังมีของเก่าๆ อย่างของที่แม่เธอเคยใช้หลงเหลืออยู่บางชิ้น
"จะสะอาดเกินไปหน่อยไหมเนี่ย"
ปลายนิ้วลูบที่โต๊ะก็เห็นว่าไม่มีฝุ่นเลย คนที่ทำความสะอาดคงจะเนี๊ยบจัดจริงๆ อะไรจะรักความสะอาดขนาดนี้ ทีแรกนึกว่ากลับมาถึงแล้วต้องทำความสะอาดเองจนหัวฟูแล้วซะอีก
"คุณเป็นใครน่ะ"
เปรมราณีหันขวับไปตามเสียงแล้วก็ต้องเจอเข้ากับผู้ชายคนหนึ่งที่สวมเสื้อยืดกับกางเกงยีนขาดๆ เก่าๆ สภาพของเขาดูซ่อมซ่อเหลือเกินทน แถมหน้าตายังมีหนวดอีก ยังกับ...
"โจร!"
"บ้าแล้วคุณผู้หญิง โจรอะไรจะหน้าตาดีขนาดนี้"
เขาคนนั้นพูดแล้วคลี่ยิ้มหล่อให้หนึ่งที ถึงจะตกใจนิดหน่อยตอนได้ยินเสียงรถยนต์จอดหน้าบ้าน แต่ไม่คิดว่าคนที่บุกรุกเข้ามาหาจะเป็นหญิงสาวหุ่นสวยแซ่บขนาดนี้
"นี่ไอ้บุ้งส่งคุณมาหาผมหรือ"
"หา...บุ้งเบ่ออะไร ฉันไม่รู้จักหรอกนะ"
ว่าแต่เธอจะตอบคำถามของเขาทำไมเนี่ย!
"คุณนั่นแหละเป็นใคร เข้ามาในบ้านนี้ได้ยังไงไม่ทราบ!"
เปรมราณีชี้หน้าถามแล้วขมวดคิ้วมองผู้ชายตรงหน้าอย่างไม่ไว้ใจ อยู่ๆ ก็มีคนแปลกหน้ามาอยู่ในบ้านแม่เธอเนี่ยนะ ไม่ให้คิดว่าเป็นโจรแล้วจะให้คิดเป็นอย่างอื่นได้หรือไง
"ใจเย็นๆ นะคุณ ค่อยๆ พูดค่อยๆ จากันดีกว่านะ"
ชายหนุ่มยกมือขึ้นสองข้างเป็นเชิงบอกว่าเขาไม่มีอะไรที่เป็นอันตรายต่อเธอ ดูเหมือนผู้หญิงแซ่บๆ คนนี้จะไม่ใช่คนที่ลูกน้องเขาส่งมาสินะ
"ต้องให้พูดดีกับคนที่บุกเข้ามาในบ้านแม่ฉันด้วยหรือไง"
เธอถามเสียงเขียวสายตาก็มองหาอาวุธแล้วหนึ่ง ผู้หญิงตัวคนเดียวที่มีดีแค่ปากจะเอาอะไรไปสู้กับผู้ชายได้ล่ะ
"บ้านแม่คุณ? อ๋อ คุณเป็นลูกสาวของคุณเปลมธิราสินะ"
"รู้จักชื่อแม่ฉันได้ไง"
"บ้านนี้มีรูปแม่คุณเยอะ ผมรู้แค่ว่าคุณเปลมธิรามีลูกสาวอยู่หนึ่งคน แต่ไม่นึกว่าลูกสาวท่านจะสวยขนาดนี้หรอกนะ"
ชายหนุ่มชมแล้วมองเปรมราณีด้วยสายตาสนอกสนใจอย่างไม่ปิดบัง เขาเป็นคนตรงๆ แล้วคนตรงหน้าก็หุ่นดีแบบที่เขาชอบด้วย
"หยุดทำสายตาหื่นกามใส่ฉันได้แล้ว ไอ้โจร..."
"ผมไม่ใช่โจรนะคุณ ก็บอกแล้วโจรที่ไหนจะหน้าตาดีแบบนี้"
"ไม่รู้แหละ คุณรีบๆ ไสหัวออกไปได้แล้ว ไม่งั้นฉันจะโทรแจ้งตำรวจ"
เปรมราณีเห็นท่าไม่ดีก็หยิบโทรศัพท์ออกมาทำท่าจะกดโทรออกหาตำรวจจริงๆ ชายหนุ่มเห็นแววไม่ดีเลยรีบเข้าไปคว้ามือเธอไว้ก่อน
"นี่! ปล่อยนะ เป็นผู้ชายประสาอะไรถึงได้มาแตะเนื้อต้องตัวคนอื่นโดยไม่ขออนุญาตก่อนน่ะ!"
"ผมบอกแล้วนี่ว่าค่อยๆ คุยกันก่อนน่ะ"
ขืนโทรแจ้งเขาก็งานเข้าเสียชื่อเสียงกันพอดี
"ปล่อยนะ! บอกให้ปล่อยไงไอ้บ้า!"
"ไม่ได้แซ่บแค่หุ่นแฮะ ปากยังแซ่บอีกต่างหาก"
"พูดบ้าอะไรเนี่ย! อยากโดนด่านักหรือไง!"
"ลองด่ามาสิ ถ้าคุณด่าผมยินดีฟังนะ"
เขาว่าแล้วหัวเราะเบาๆ อย่างชอบใจ นานๆ ทีจะเจอผู้หญิงพยศบ้างสร้างสีสันในชีวิตดี
เปรมราณีพยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมกอดของชายแปลกหน้า แต่พละกำลังมันต่างกันเกินไป เห็นทีต้องใช้ไม้ตาย!
"อยากโดนด่ามาก?"
"ใช่ ว่าแล้วก็ด่ามาสิ ผมรอฟังอยู่"
ชายหนุ่มยิ้มแล้วโน้มหน้าไปหาจนเกือบใกล้ เขาได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมจากตัวเธอด้วย หอมใช้ได้เลย แต่เขาก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเรียวแขนบางโอบคอเขาลงมาหา
ยอมเล่นด้วยแล้ว?
"ฟังดีๆ ล่ะ..."
"ว่ามาเลย..."
ง่ำ!
"อ๊าก!"
เปรมราณีอาศัยจังหวะที่เขาอยู่ใกล้กัดตรงคอเขาอย่างแรงหนึ่งที จนอีกฝ่ายสะดุ้งด้วยความเจ็บจำต้องยอมปล่อยร่างบางแต่โดยดี
"คุณกัดกันเลยหรือ เป็นหมาหรือไง!?"
"ผู้ชายที่คิดว่าผู้หญิงมันง่ายทุกคนน่ะต้องเจอคนแบบฉันกัดสักที มันจะได้เข็ดหลาบรู้จักจำซะบ้าง!"
