นางรอง..ตอนที่ 6 ผ้าเช็ดหน้าสีเงิน
“คุณหนูเมิ่งจื่อหยวนคนงามมาทำอันใดที่ตลาดหรือเจ้าคะ” หวังลี่หลันเหลือบไปเห็นร่างอันคุ้นตาของสหาย จึงรีบเข้าไปทักทายทันที
“ลี่หลัน เจ้ามาได้อย่างไร” เมิ่งจื่อหยวนที่กำลังยืนนิ่งเหมือนรอใครบางคนอยู่ รู้สึกตกใจระคนดีใจที่เจอเข้ากับสหายรักโดยบังเอิญ
“ข้าเดินมา” หวังลี่หลันตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม บ้านของนางอยู่ไม่ไกลจากตลาด หญิงสาวเดินไปเดินมาทุกวันจนชินแล้ว
“เจ้าก็รู้ว่าข้ามิได้หมายความว่าอย่างนั้น” คุณหนูคนงามบีบแก้มนุ่มนิ่มของสหายอย่างมันเขี้ยว พักหลังมานี้หวังลี่หลันขยันตีหน้ามึนเหลือเกิน
“ข้ามาส่งผ้าเช็ดหน้าให้ลูกค้า แล้วเจ้าเล่ากำลังรอท่านป้าอยู่หรือ” หวังลี่หลันยกกล่องขนาดกะทัดรัดในมือให้สหายดู ก่อนจะพยักพเยิดไปยังแผ่นหลังที่ค่อนข้างเจ้าเนื้อของเมิ่งฮูหยิน
“ใช่แล้ว ข้ากำลังรอท่านแม่ซื้อของอยู่ อีกเดี๋ยวต้องเดินทางไปไหว้พระนอกเมือง” เมิ่งจื่อหยวนมีสีหน้าเบื่อหน่ายเล็กน้อย หลายวันมานี้นางเอาแต่ขลุกอยู่ในบ้านกับมารดา แทบไม่มีเวลาออกมาหาสหายเลย
“ข้าได้ข่าวว่าเส้นทางสายรองมีโจรป่ากลุ่มหนึ่งกำลังออกอาละวาด ดักปล้นรถม้าทุกคันที่แล่นผ่าน ทางที่ดีเจ้ากับท่านป้าใช้เส้นทางสายหลักจะดีกว่า” หญิงสาวจำได้ว่าเหตุการณ์ที่เมิ่งจื่อหยวนไปไหว้พระถูกโจรป่าดักปล้นระหว่างทาง แต่เคราะห์ดีที่หลี่ซีเจี๋ยไปช่วยไว้ทัน ทว่าตอนนี้ดูเหมือนทุกอย่างจะเปลี่ยนไปแล้ว พระเอกของเรื่องไม่ได้คลั่งรักนางเอกอย่างที่ควรจะเป็น เขาไม่ได้ส่งองครักษ์เงาติดตามเมิ่งจื่อหยวนตามเนื้อเรื่องเดิม หวังลี่หลันจึงคิดว่าต้องมาดักรอสหายที่นี่ก่อน จะได้บอกให้พวกนางคอยระวังตัวไว้
“เป็นเรื่องจริงหรือ ขอบใจเจ้ามากนะลี่หลันที่มาบอก มิเช่นนั้นข้ากับท่านแม่คงแย่แน่” นางกับมารดาเดินทางกันไปเงียบๆ มีเพียงสารถีกับสาวใช้อีกหนึ่งคนเท่านั้น หากมีโจรป่าอย่างที่สหายบอกจริงๆ คงยากที่จะรักษาชีวิตไว้
“คงเพราะพระโพธิสัตว์รู้ว่าท่านป้ากับเจ้ากำลังไปไหว้พระขอพร จึงดลใจให้ข้ามาเจอเจ้าก่อน” หวังลี่หลันเอ่ยตามน้ำ หากเมิ่งจื่อหยวนรู้ว่าตนตั้งใจมารอพบ สหายคงจะตกใจไม่น้อย
“ขอบคุณพระโพธิสัตว์ เมิ่งจื่อหยวนสำนึกผิดแล้ว ต่อไปจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ตั้งใจปฏิบัติธรรมและเข้าวัดให้บ่อยขึ้นเจ้าค่ะ” คุณหนูคนงามรีบประนมมือขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นการใหญ่ สีหน้าของนางเปี่ยมไปด้วยความเลื่อมใสในพุทธศาสนา ต่างจากคนเมื่อครู่ราวกับคนละคน
“อย่าลืมใช้เส้นทางสายหลักเล่า ข้านัดลูกค้าไว้ประเดี๋ยวจะสาย ไปก่อนนะขอพรเผื่อข้าด้วย” หวังลี่หลันบรรลุจุดประสงค์แล้วจึงเอ่ยตัดบท โบกมือหย็อยๆให้สหาย ก่อนจะปลีกตัวออกมา
“ได้เลย ขอบใจมาก ไว้ข้ากับท่านแม่จะหาทางตอบแทนเจ้า” เมิ่งจื่อหยวนโบกมือตอบ ตอนเช้านางกับมารดาคุยกันว่าจะใช้ถนนสายใดดี และก็เป็นหญิงสาวเองที่เสนอว่าอยากชื่นชมธรรมชาติจากถนนสายรอง ดีที่เจอหวังลี่หลันเสียก่อน มิเช่นนั้นนางไม่อยากคิดถึงผลที่ตามมาเลย
“ข้านำผ้าเช็ดหน้ามามอบให้ใต้เท้าตามที่ตกลงไว้เจ้าค่ะ” หญิงสาวยื่นกล่องสีน้ำตาลขนาดเล็กให้เจ้าของโรงเตี๊ยมหนุ่ม พร้อมกับมอบรอยยิ้มงดงามให้
หลี่ซีเจี๋ยรับกล่องกระดาษที่ถูกประทับตราด้วยตัวอักษรมงคลสีแดงสด มือหนาค่อยๆเปิดฝากล่องออกเพื่อตรวจดูสินค้าที่ตนสั่งเอาไว้ สายตาคมกริบมองผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยที่ถูกพับอย่างประณีตด้วยความชื่นชม หวังลี่หลันใช้ผ้าสีเงินอย่างที่เขาบอก ปักใบไผ่สีเขียวลงไป ปกคลุมด้วยหิมะสีขาวโพลนอีกที ดูแล้วให้ความรู้สึกสงบอย่างประหลาด นางช่างรังสรรค์ผลงานออกมาได้งดงามยิ่งนัก
“ใบไผ่เรียวแหลมพวกนี้สื่อถึงความเฉลียวฉลาด หิมะสีขาวคือตัวแทนของความสะอาดบริสุทธิ์ และผ้าสีเงินหมายถึงความเยือกเย็น หวังว่าสหายของท่านจะชอบเจ้าค่ะ” ร่างอรชรอธิบายงานที่ตนอดหลับอดนอนปักทั้งคืนให้คนตรงหน้าฟัง มองใบหน้าคมคายที่กำลังฉีกยิ้มกว้าง เขาคงถูกใจผลงานชิ้นเอกของนางเข้าให้แล้ว
“ข้ามั่นใจว่าเขาต้องชอบแน่ นี่คือเงินค่าจ้างของเจ้ารับไว้สิ” อัครเสนาบดีหนุ่มมอบถุงเงินสีสดให้หญิงสาว
“ค่าแรงข้าแค่ยี่สิบอีแปะ นี่มันมากเกินไป ข้ารับไว้ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ” หวังลี่หลันรับมาเปิดดูแล้วรีบส่งคืนให้อีกฝ่ายทันที เงินในถุงนี้รวมแล้วเกือบร้อยตำลึงได้กระมัง เขาทำเช่นนี้กลัวผู้อื่นไม่รู้หรือว่าตัวเองร่ำรวย
“รับไว้เถอะ ข้าให้แล้วให้เลยไม่รับคืน” หลี่ซีเจี๋ยปฏิเสธ เขาเต็มใจมอบให้ เงินแค่นั้นเทียบกับความพึงพอใจที่ได้รับแล้วถือว่าเล็กน้อย
“ก็ได้เจ้าค่ะขอบคุณใต้เท้ามาก หมดธุระแล้วข้าขอตัว” หญิงสาวเก็บถุงเงินไว้ในแขนเสื้อ ตามใจเขา หากไม่รับคืนนางจะเก็บไว้เอง เงินแค่นี้ขนหน้าแข้งชายหนุ่มแทบไม่กระดิกเลยด้วยซ้ำ
เจ้าของร่างสูงมองตามสตรีแสนสดใสที่เดินออกจากโรงเตี๊ยมไปจนลับสายตา ก่อนจะหันมาส่งสัญญาณให้ลูกน้องข้างกาย
หรงเสียพยักหน้ารับคำสั่ง จากนั้นจึงรีบพุ่งออกไปตามทิศทางที่หญิงสาวจากไปเมื่อครู่ เขาได้แต่เก็บความสงสัยหนึ่งไว้ในใจ หัวหน้าหวังจี้หมิงจะรู้หรือไม่ว่าน้องสาวของตัวเองถูกสะกดรอยตามแทบทุกวัน บางทีน้องเขยที่ฝ่ายนั้นกำลังตามหา อาจอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนี่ก็ได้
