นางรอง..ตอนที่ 5 มื้ออาหารแห่งความสุข
“ทานให้เยอะๆนะเจ้าคะ ในหม้อยังเหลืออีกเพียบเลย”
ใบหน้างามฉาบไปด้วยรอยยิ้มละมุน มือเรียวงามวางชามน้ำแกงตรงหน้าร่างหนาอย่างเบามือ ร่างระหงทรุดกายลงนั่งข้างผู้เป็นพี่ชาย ที่ๆนางจากมาเต็มไปด้วยความโดดเดี่ยวและเงียบเหงา บิดามารดาหย่าร้าง พวกเขาต่างไปแต่งงานมีครอบครัวใหม่ ไม่มีใครสนใจนางแม้แต่คนเดียว หญิงสาวเป็นเหมือนส่วนเกินที่ไร้ค่า แม้นางจะพยายามเข้มแข็ง ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนมากแค่ไหน ทว่าสุดท้ายกลับไม่มีผู้ใดรู้สึกยินดีกับความสำเร็จเหล่านั้น
แต่หลังจากจิตวิญญาณของนางมาอยู่ที่นี่ หญิงสาวดีใจที่รู้ว่าเจ้าของร่างนี้ยังมีครอบครัวอันเป็นที่รัก แม้จะเหลือพี่ชายเพียงคนเดียวก็ตาม หวังลี่หลันได้เรียนรู้ว่าคนที่ห่วงใยไม่จำเป็นต้องมีเยอะ ขอแค่คนเดียวก็เกินพอแล้ว
“น้องสาวข้าไปร่ำรวยมาจากที่ใด ไยจึงทำอาหารมากมายถึงเพียงนี้”
หวังจี้หมิงยกมือขึ้นลูบศีรษะผู้เป็นน้องอย่างเอ็นดู แต่ไหนแต่ไรมาหวังลี่หลันเป็นคนพูดน้อยไร้ซึ่งชีวิตชีวา เนื่องจากสมัยเด็กนางเห็นเหตุการณ์ที่บิดามารดาตกลงไปในหุบเหวก่อนจะเสียชีวิตพร้อมกัน ส่งผลให้เด็กหญิงมีท่าทีที่เปลี่ยนไป จากเด็กยิ้มง่ายอารมณ์ดีกลายเป็นคนเก็บตัวไม่พูดไม่จา เขาต้องใช้เวลาเข้าหาและปลอบประโลมน้องน้อยอยู่นานหลายปี หวังลี่หลันจึงสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ
ทว่าหนึ่งเดือนมานี้น้องสาวของเขาดูต่างไปจากเดิม นางเหมือนก้าวขาหลุดพ้นจากโลกแห่งความโศกเศร้า กลับมาสดใสร่าเริงอีกครั้ง หวังจี้หมิงสูดลมหายใจเข้าปอดลึก พยายามข่มกลั้นอารมณ์อ่อนไหว มองแม่ครัวตัวน้อยน้ำตาคลอเบ้า
หวังลี่หลันเห็นดวงตาของผู้เป็นพี่ฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำสีใส พานทำให้ขอบตาของตัวเองร้อนผ่าวขึ้นมาด้วย หญิงสาวไม่อยากให้บรรยากาศแห่งความชื่นบานนี้ต้องอันตรธานหายไป จึงเอ่ยถามพี่ชายด้วยน้ำเสียงซุกซนว่า
“พี่ใหญ่ไม่ชอบอาหารที่ข้าทำหรือเจ้าคะ”
“ชอบสิ ชอบมากด้วย อาหารของหลันเออร์อร่อยทุกอย่าง พี่ใหญ่จะทานให้เกลี้ยงเลย” ชายหนุ่มรีบตอบคำถามอย่างเอาใจ ฉีกยิ้มกว้างเพื่อกลบเกลื่อน เขาดีใจที่ได้น้องสาวคนเดิมกลับคืนมา น้องน้อยที่สดใสเหมือนแสงตะวันในยามเช้า ไม่มีสิ่งใดจะทำให้หวังจี้หมิงสุขใจมากไปกว่านี้อีกแล้ว
“ถ้าเช่นนั้นก็ลงมือเลยสิเจ้าคะ” หวังลี่หลันพยักพเยิดไปยังอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ นางทำกับข้าวถึงสี่อย่าง นับว่าหรูหรามากแล้วหากเทียบกับมื้ออาหารของชาวบ้านธรรมดาทั่วไป
“อึ้ม” หวังจี้หมิงพยักหน้ารับ มือหนาจับตะเกียบคีบซี่โครงหมูตุ๋นให้ผู้เป็นน้องก่อน ทอดมองคนตัวเล็กด้วยสายตาอบอุ่น พร้อมกับเอ่ยเสียงนุ่มนวลว่า
“หลันเออร์ก็ต้องทานเยอะๆ เจ้าผอมบางเกินไป ประเดี๋ยวผู้อื่นจะตำหนิว่าพี่ใหญ่เลี้ยงเจ้าไม่ดี” หลังสิ้นบิดามารดาหวังจี้หมิงก็เอาแต่ทำงานอย่างหนัก แม้จะพยายามดูแลน้องสาวเป็นอย่างดี แต่เขารู้ว่าแค่นั้นยังไม่พอ ชายหนุ่มแทบไม่มีเวลาให้นางเลย นานๆทีถึงจะมีโอกาสได้ร่วมโต๊ะอาหารด้วยกันเช่นนี้ ต้องขอบคุณหวังลี่หลันที่นางไม่งอแงและยอมเข้าใจ
“ข้าจะกินให้อ้วนเป็นหมูเลยเจ้าค่ะ จะอยู่เป็นสาวเทื้อจนมิมีบุรุษใดกล้าส่งแม่สื่อมาขอ จะได้อยู่กับพี่ใหญ่ตลอดไป” หญิงสาวย่นจมูกใส่คนตรงหน้า นางที่โหยหาความรักจากคนในครอบครัวมาโดยตลอด ไม่มีทางยอมให้บรรยากาศเช่นนี้สูญหายไปอย่างแน่นอน หญิงสาวตั้งปณิธานว่าขออยู่ดูแลพี่ชายไปจนกว่าเขาจะเบื่อ หรือจนกว่าหวังจี้หมิงจะมีครอบครัวเป็นของตัวเอง
“เด็กดี หากนั่นเป็นความปรารถนาของเจ้า พี่ใหญ่ก็ยินดี” หวังจี้หมิงลูบศีรษะทุยสวยอย่างทะนุถนอม แม้จะเอ่ยออกไปเช่นนั้น ทว่าชายหนุ่มก็รู้ดีว่าตนมิอาจอยู่ดูแลน้องสาวได้ตลอดไป งานของเขามีความเสี่ยง ชีวิตต้องแขวนอยู่บนเส้นด้ายตลอดเวลา อย่างไรก็ต้องเร่งหาคู่ครองให้น้องสาวก่อนที่ตนจะไปปฏิบัติภารกิจครั้งต่อไป
บรรยากาศการประทานอาหารอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสุข พระจันทร์ยามรัตติกาลลอยสูงเด่น ราวกับมันกำลังร่วมเฉลิมฉลองให้กับช่วงเวลาแสนล้ำค่าที่แผ่กระจายออกมาจากบ้านหลังน้อย
ไกลออกไปมีเงาร่างหนึ่งกำลังจับจ้องเหตุการณ์ในบ้านอย่างไม่คลาดสายตา แว่วเสียงคุยหยอกล้อกันอย่างมีความสุขเป็นระยะ ริมฝีปากหยักสวยลอบกลืนน้ำลายลงคอ อาหารพวกนั้นออกจะธรรมดาเกินไปเสียด้วยซ้ำ ไยเขาต้องรู้สึกอยากกินมันด้วยเล่า
หวังลี่หลันชีวิตเจ้าเคยมีความทุกข์กับผู้อื่นบ้างหรือไม่ รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าเล็กช่างงดงามสว่างไสวเสียยิ่งกว่าดวงดารายามค่ำคืน หัวใจของหลี่ซีเจี๋ยร่ำร้องหาสตรีในอาภรณ์สีเหลืองอ่อนมากเข้าไปทุกที ชายหนุ่มคงต้องทำอะไรสักอย่างแล้วก่อนที่เขาจะเสียนางไป ดูก็รู้ว่าผู้เป็นพี่ชายกำลังมองหาเจ้าบ่าวให้น้องสาว อีกสองเดือนข้างหน้าหวังจี้หมิงต้องเดินทางไปทำภารกิจลับ เจ้าหมอนั่นคงไม่ยอมปล่อยให้หวังลี่หลันอยู่ลำพังคนเดียวแน่
“ข้ากำลังรอผ้าเช็ดหน้าจากเจ้าอยู่ หวังลี่หลัน” เจ้าของร่างสูงเอ่ยเสียงพึมพำ สายตาคู่คมยังไม่ละไปจากดวงหน้างาม เขาเคยหวั่นไหวให้ความอ่อนหวานของเมิ่งจื่อหยวน หากแต่มิได้มีความรู้สึกรุนแรงมากมายถึงเพียงนี้ มันแตกต่างและรวดเร็วเสียจนหลี่ซีเจี๋ยตั้งรับไม่ทัน
