บทที่ 3 เผยโฉมคนแปลกหน้า(1)
ตั้งแต่ทะเลาะกับเพทายเมื่อวานเธอก็ไม่เจอน้องชายอีกเลย ไม่รู้ว่าป่านนี้เพทายจะไปนอนบ้านเพื่อนคนไหนอีก แต่ถึงกระนั้นก็อดแปลกใจกับท่าทีของเพทายไม่ได้จริงๆ ด้วยความที่เป็นผู้ชายผู้หญิงทำให้ไม่ค่อยคุยเรื่องส่วนตัวกันสักเท่าไหร่ จนแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวน้องชายเลย
พะแพรนั่งดูเมนูอาหารในอินเทอร์เน็ตเพราะพรุ่งนี้จะได้เสนอเมนูอาหารให้ที่จะใช้ในงานเปิดตัวโชว์รูมก่อนที่สมองจะคิดถึงบางอย่างขึ้นมาอีกจนได้
“บ้าน่ะ เลิกคิดถึงเขาได้แล้ว” ใบหน้าหวานส่ายไปมาเมื่อนึกถึงผู้ชายแปลกหน้าคนนั้น แต่จะเรียกอย่างนั้นก็ไม่ถูกเพราะเธอไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้าด้วยซ้ำ เห็นแต่อย่างอื่นมากกว่า
ตอนนี้พะแพรพยายามที่จะโฟกัสที่หน้าจอคอมแต่สายตาของเธอกลับโฟกัสไปที่โทรศัพท์อีกเครื่องอย่างใจจดใจจ่อว่าจะได้ยินเสียงแจ้งเตือน โดยลืมไปว่าเธอบล็อกผู้ชายคนนั้นไปแล้ว
“แกจะคิดถึงเขาทำไมเนี่ย แกบล็อกเขาไปแล้วนะ” มือที่พยายามจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาเป็นอันต้องวางมันลงอีกครั้งด้วยความลังเล ใจหนึ่งอยากจัดการปลดบล็อก แต่อีกใจก็คิดว่าผู้ชายคนนั้นคงไม่ส่งข้อความอะไรกลับมาแล้วเพราะเธอเล่นบอกว่าจะบล็อกเขาไปอย่างนั้น
“ผู้ชายคนนั้นทักมาเพราะหวังแค่เรื่องเซ็กซ์เท่านั้นแหละ แกอย่าไปใส่ใจเลยพะแพร” หญิงสาวบอกกับตัวเองและให้เรียกสติกลับมาเพื่อไม่ให้ตัวเองถลำลึกกับความต้องการไปมากกว่านี้ “คุณเป็นใครกันแน่นะ”
ใจสาวตอนนี้มันรู้สึกกระวนกระวายอย่างบอกไม่ถูก เธอยอมรับเลยว่าชื่นชอบในสิ่งที่เขาพูดทุกอย่าง เพียงแต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครทำให้เลยไม่สามารถระบายความรู้สึกนั้นออกมาได้ และมัวแต่เขินอายในความต้องการที่มีด้วย
“เลิกคิดถึงเขาได้แล้วพะแพร”
เมื่อคิดดังนั้นพะแพรก็เลือกที่จะปิดคอมปิดไปเพื่อเตรียมตัวนอน เนื่องจากมัวทำงานจนลืมดูเวลาว่าตอนนี้ล่วงเลยไปเกือบตีสองแล้ว ยังดีที่พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ เธอมีแค่ไปคุยธุระช่วงเสาร์ตอนเย็นเท่านั้น
“ออกไปจากหัวของฉันซะที”
ดวงตากลมโตพยายามข่มตาให้นอนหลับ ช่วงสองสามวันมานี้เธอนอนไม่ค่อยหลับเพราะมีเรื่องให้ต้องคิดหลายอย่างจนเครียดก่อนนอนทุกคืน
พะแพรนอนตื่นสายกว่าทุกวันเพราะอยากจะนอนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ที่ผ่านมานอนน้อยจนรู้สึกร่างกายอ่อนเพลีย โดยที่ไม่รู้เลยว่าวันนี้เธอจะศึกหนักมากที่สุดในชีวิตเลยทีเดียว
ติ๊ด!!
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำให้พะแพรเอื้อมมือไปหยิบมาดูและพบว่าอาจารย์โทรมาหา เธอจึงรีบรับสายอย่างรวดเร็ว
“สวัสดีค่ะอาจารย์ โทรมาหาพะแพรมีอะไรหรือเปล่าคะ”
(พอดีอาจารย์จะมาโทรแจ้งพะแพรจ้ะว่าทางบริษัทเขาขอเลื่อนเป็นสถานที่อื่น ไม่รู้ว่าพะแพรจะสะดวกไหม)
“ที่ไหนเหรอคะ”
(เดี๋ยวอาจารย์ส่งที่อยู่ไปให้นะจ๊ะ อาจารย์ดูแล้วไม่น่าไกลจากบ้านของพะแพรเท่าไหร่ด้วย)
พะแพรอ่านข้อความที่อาจารย์ส่งมาแล้วได้แต่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยว่าทำไมเธอถึงต้องไปที่คอนโดฯ แห่งนี้ด้วย มันดูไม่ค่อยเหมาะสมกับการคุยงานกันสักเท่าไหร่เลย จนเธอต้องรีบถามอาจารย์ทันทีก่อนที่จะวางสายไป
“อาจารย์คะ ทำไมแพรต้องไปคุยที่คอนโดฯ ของกรรมการผู้จัดการด้วยคะ พะแพรว่ามันจะไม่เหมาะหรือเปล่าคะ” เธอถามย้ำ เพราะปกติแล้วเวลาคุยงานถ้าไม่นัดไปที่บริษัทก็อาจจะเป็นร้านอาหารสักแห่งหนึ่ง
(ทางนั้นแจ้งมาว่า กรรมการผู้จัดการติดวิดีโอคอลกับทางเมืองนอกด่วน เลยไม่สะดวกจะออกมาคุยงานกับพะแพรได้ที่บริษัท แต่พะแพรไม่ต้องห่วงนะจ๊ะ อาจารย์ถามแล้วเขาบอกว่าจะคุยที่ส่วนกลางด้านล่างของคอนโดฯ)
สิ่งที่อาจารย์บอกมันทำให้พะแพรรู้สึกเบาใจขึ้นมานิดหนึ่ง เพราะถ้าคุยที่ส่วนกลางคอนโดฯ ก็ไม่ต้องกังวลอะไรมากเกินไป เพราะไม่ได้อยู่กันแบบสองต่อสอง
“งั้นก็ได้ค่ะ เวลาเดิมใช่ไหมคะ”
(ใช่จ้ะ ไว้ถ้าพะแพรคุยเรื่องไลน์อาหารที่จะใช้แล้วรีบบอกอาจารย์เลยนะ เดี๋ยวอาจารย์จะหาจัดคนมาช่วยทำในวันงาน)
“ค่ะ”
เมื่อวางสายไปแล้วพะแพรก็ได้หน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความแปลกใจเพราะไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมถึงไม่เลื่อนวันไปคุยวันอื่นแทนที่จะมาคุยวันนี้ที่ด้านล่างคอนโดฯ เพราะเท่าที่ดูงานก็ไม่ได้เร่งรีบอะไรขนาดนั้น
“ช่างเถอะ คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง”
ร่างเล็กเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าคอนโดฯ หรูด้วยความตกตะลึง เพราะไม่คิดเลยว่าที่นี่จะหรูหราใหญ่โตได้ขนาดนี้ มันเหมือนคนละโลกกับที่เธออยู่เลย นี่สินะที่เป็นที่เรียกว่าสังคมไฮโซ เกิดมาเธอไม่เคยคิดว่าตัวเองจะรวยได้เท่านี้เลยด้วยซ้ำ แค่พอมีพอกินก็ดีใจแล้ว
“สวัสดีค่ะ พอดีฉันมาคุยงานกับกรรมการผู้จัดการบริษัท ตติวัฒนากร ไม่ทราบว่าต้องไปรอที่ไหนคะ” พะแพรเดินไปถามเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของคอนโดฯ เพราะตอนนี้มันก็เกือบหกโมงแล้ว อยากจะรีบคุยแล้วก็รีบกลับก่อนที่จะดึกไปมากกว่านี้
“ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรคะ”
“พะแพรค่ะ”
“เดี๋ยวคุณพะแพรขึ้นไปที่ชั้น 22 นะคะ อันนี้คีย์การ์ดสำหรับขึ้นลิฟต์นะคะ” สิ้นเสียงพนักงานทำให้พะแพรงงไปหมดว่าไหนตอนแรกอาจารย์บอกว่าคุยงานที่ส่วนกลาง แต่ทำไมกลายเป็นว่าต้องขึ้นไปด้านบนด้วย
“เอ่อ...ขอโทษนะคะ ตอนแรกมีคนแจ้งว่าจะต้องนั่งคุยที่ส่วนกลางไม่ใช่เหรอคะ ทำไมถึง...”
“อ๋อ พอดีคนที่คุณจะคุยงานด้วยมีธุระเลยให้คุณขึ้นไปรอก่อนได้เลยค่ะ”
“เอ่อ...ฉันรอข้างล่างก่อนได้ไหมคะ ถ้าเขามาเดี๋ยวคุยตรงนี้” คำพูดแปลกๆ ของพนักงานสาวทำให้พะแพรคิดว่าเรื่องนี้มันอาจจะมีอะไรทะแม่งๆ แล้ว
“ขึ้นไปรอข้างบนดีกว่าค่ะ เดี๋ยวดิฉันให้พนักงานเอาเครื่องดื่มไปเสิร์ฟให้ระหว่างรอนะคะ” ตอนนี้พะแพรสองจิตสองใจแต่คิดว่าคงไม่มีอะไรหรอกมั้ง เพราะเธอไม่ได้เป็นคนสวยที่จะโดนใครหลอกมาหรอก
“งั้นก็ได้ค่ะ ห้องอะไรนะคะ”
“2201 ค่ะ ขึ้นลิฟต์ไปถึงห้องเลยนะคะ”
“ค่ะ”
พะแพรเดินไปที่ลิฟต์ที่คิดว่าน่าจะเป็นลิฟต์ส่วนตัวด้วยอาการประหม่าอย่างบอกไม่ถูก แต่เพื่องานนี้เลยจำใจขึ้นมาข้างบนและคุยให้มันจบๆ ไป
เมื่อขึ้นมาแล้วสิ่งที่เห็นตรงหน้ามันช่างตื่นตาตื่นใจเพราะไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีห้องพักที่ใหญ่ขนาดนี้อยู่เกือบชั้นบนสุดแบบนี้มาก่อน มันใหญ่กว่าบ้านของเธอรวมกันสามถึงสี่หลังเลยทีเดียว
“ใหญ่ไปไหมเนี่ย...”
ดวงตากลมโตสำรวจห้องที่ตัวเองขึ้นมาด้วยความตะลึง จนอยากจะรู้นักว่าคนรวยเขาทำอะไรกันถึงได้รวยเอาๆ ขนาดนี้ ไม่รู้ชาตินี้เธอจะมีวาสนาแบบนี้หรือไม่
“สำรวจห้องพอหรือยัง...” เสียงทุ้มที่ดังมาจากด้านหลังจนสาวร่างเล็กหันขวับกลับมาด้วยความตกใจ และเมื่อเห็นว่าเจ้าของเสียงเป็นใครมันก็ยิ่งทำให้เธอตะลึงมากกว่าเดิม
“คุณ!!”
“ตกใจอะไรเหรอ” ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่าเธอเห็นชายตรงหน้ายิ้มกริ่มที่มุมปากราวกับกำลังสะใจ
“ทำไมถึงเป็นคุณไปได้” ถ้าไม่ใช่ผู้ชายคนนี้เธอจะไม่ตกใจเลย เพราะเขาคือคนที่เคยมีเรื่องกับเธอทั้งที่คลับและที่มหาวิทยาลัย
“ทำไมล่ะ ทำไมจะเป็นฉันไม่ได้ หึ...ก็ฉันเป็นเจ้าของบริษัทที่จะให้เธอมาช่วยงานยังไงล่ะ”
“เอ่อ...นี่คุณออกไปให้ห่างๆ ฉันหน่อยก็ได้มั้งคะ จะมายืนคุยใกล้อะไรขนาดนี้” พะแพรบอกแล้วพยายามถอยหลังให้ห่างออกมา แต่มารู้ตัวอีกทีคือแผ่นหลังบางก็ติดกับกำแพงสีขาวเสียแล้ว
“ตื่นเต้นเหรอที่ใกล้ฉัน” แอชตันบอกด้วยเสียงทุ้มต่ำจนพะแพรรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก แต่ทำไมนะเธอถึงคุ้นโทนเสียงแบบนี้เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน
“ใครเขาตื่นเต้นกัน แต่ฉันคิดว่าเราสองคนมาคุยงานกันดีกว่า” สาวร่างเล็กบอกก่อนจะทำการเบี่ยงตัวเองเพื่อออกจากวงล้อมการกักตัวของแอชตัน
“หึ...ได้สิ งั้นเชิญที่โซฟาเลย”
ไม่รู้ทำไมตอนที่เขาพูดคำว่าโซฟาเธอรู้สึกเสียวสันหลังอย่างบอกไม่ถูก แต่หญิงสาวก็เร่งฝีเท้าเพื่อไปนั่งโซฟาให้เร็วที่สุด
“รีบคุยธุระของคุณมาเถอะค่ะ” พะแพรคิดว่าตัวเองต้องรีบคุยแล้วออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดไม่รู้ทำไมเธอถึงมีลางสังหรณ์บางอย่างเกิดขึ้น
“จะรีบไปไหนล่ะพะแพร...”
“ขอโทษนะคะ เราไม่ได้สนิทกันถึงขนาดที่เรียกชื่อกันอย่างนี้นะคะ” ตอนนี้พะแพรรู้สึกไม่พอใจชายหนุ่มเป็นอย่างมากที่เขาทำเหมือนสนิทกับเธอ
“ฉันว่าเราสองคนสนิทกันมากกว่าที่เธอเข้าใจอีกนะ”
“คุณหมายความว่ายังไง”
“จำฉันไม่ได้เหรอพะแพร เวลาเธอครางเสียงอ่อนนุ่มกว่านี้ตั้งเยอะไม่ใช่เหรอ” เหมือนฟ้าผ่ากลางหน้าของพะแพรเมื่อสิ้นคำของชายหนุ่ม ตอนนี้ความคิดทุกอย่างถูกประมวลผล และมันทำให้เธอปะติดปะต่อเรื่องทุกอย่าง และไม่อยากจะเชื่อว่าวันนี้จะเจอกับคนแปลกหน้าที่เผลอไปคอลเสียวด้วย
“คุณ!!”
“จำได้แล้วเหรอ”
“แสดงว่าที่ผ่านมาคุณรู้มาตลอดเลยว่าผู้หญิงคนนั้นคือฉัน แล้วนี่คุณก็หลอกฉันมาด้วยใช่ไหม!! ฉันจะกลับแล้ว!!”
“ใช่!! ทำไมฉันจะจำปากแบบนี้ หุ่นแบบนี้ของเธอไม่ได้ เห็นครั้งแรกฉันก็จำได้แล้ว” สายตาของแอชตันปรายตามองพะแพรตั้งแต่หัวจรดเท้าเพราะถึงจะไม่เห็นใบหน้าหวานเต็มๆ แต่อย่างอื่นเขาจำได้เป็นอย่างดี
เมื่อฟังจบพะแพรก็หยิบกระเป๋าแล้วจะเดินไปที่ลิฟต์อย่างรวดเร็ว แต่เหมือนจะช้ากว่าคนตัวโตที่ทำการดึงรั้งร่างบอบบางเอาไว้เสียก่อน
