บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 Dirty talk(2)

“รอบสองแล้วนะที่เธอเดินชนฉันแบบนี้...” เสียงทุ้มที่คุ้นเคย ใบหน้าหวานเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ เพราะเขาคือผู้ชายที่เธอเจอเมื่อคืนนี้ และไม่คิดว่าจะต้องเจอเขาอีก

“คุณ...” ดวงตาสาวเบิกกว้างเพราะเธอจำวีรกรรมของตัวเองได้ดีว่าทำอะไรบ้างเมื่อคืนนี้

“เมื่อคืนตบฉันแล้วเดินหนีไปมันไม่น่ารักเลยนะ...” น้ำเสียงนิ่งขรึมทำให้พะแพรไม่รู้เลยว่าชายหนุ่มกำลังอยู่ในห้วงอารมณ์อะไรกันแน่

“ก็เมื่อคืนคุณมาทำรุ่มร่ามกับฉันก่อน ถ้าคุณไม่ทำอย่างนั้น ฉันก็คงไม่ตบคุณหรอก” พะแพรแก้ต่างให้ตัวเองเพราะเธอไม่ได้คิดจะทำร้ายใครก่อน

“แล้วรู้ไหมว่าคนที่กล้าทำอย่างนี้กับฉันต้องเจอกับอะไรบ้าง...”

“ถอยออกไปนะ ที่นี่เป็นสถานศึกษานะอย่ามาทำตัวรุ่มร่ามนะ”

“ต้องเป็นที่ไหนล่ะถึงทำได้ โรงแรมดีไหม...พะแพร...”

ทำไมนะการที่ชายหนุ่มเรียกชื่อมันทำให้เธอรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน

“คุณรู้ชื่อฉันได้ยังไง...ฉันจำได้ว่าไม่เคยบอกคุณนะว่าฉันชื่อนี้” พะแพรถามด้วยความแปลกใจ ดวงตากลมโตจ้องมองไปยังคนตัวโตอย่างพิจารณาทำไมนะนัยน์ตาของเขามันแพรวพราวเหมือนมีบางอย่างที่กำลังคิดอยู่ แต่เธอก็ไม่สามารถคาดเดาได้

“หึหึ...เธอเป็นคนบอกฉันเอง...”

“หะ...ฉันเนี่ยนะ...” พะแพรถามย้ำอีกครั้ง เพราะเท่าที่จำได้ว่าตัวเองไม่เคยบอกชื่อกับเขา แต่เมื่อคนตรงหน้าบอกอย่างนั้นเธอก็คิดว่าอาจจะหลุดบอกไปก็ได้ “ช่างมันเถอะค่ะ รบกวนถอยออกไปด้วยฉันมีเรียน”

มือน้อยของพะแพรพยายามดันร่างใหญ่ให้ออกห่าง หลังมือบางจึงแตะโดนหน้าท้องแกร่งที่สัมผัสได้ดีว่ามันแข็งแรงมากแค่ไหน จนเธอสะดุ้งอย่างตกใจแล้วชักมือกลับอย่างรวดเร็ว

“ตกใจเหรอ...”

“อะไรของคุณ” พะแพรเงยหน้าขึ้นมองเมื่อชายหนุ่มตรงหน้าพูดจาประหลาด เขากระดกลิ้นอย่างยียวนพร้อมมองเธอด้วยสายตาที่มันเลศนัย

“เปล่าหรอก จะไปที่ห้องเรียนใช่ไหม...งั้นเชิญ” มือหนาผายไปทางห้องเรียนแต่สายตาที่มองมาทำให้พะแพรรู้สึกแปลกบางอย่างแต่ไม่สามารถอธิบายออกมาได้ ทำไมถึงรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก พยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก

สมองพยายามนึกบางอย่างแต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก จนเธอต้องสลัดความคิดนั้นให้ออกไปจากสมองในตอนนี้เพราะว่างานใหญ่กำลังรอเธออยู่

ร่างเล็กของพะแพรเดินเข้าไปหาอาจารย์ประจำคลาสหลังเลิกเรียน เมื่ออาจารย์ขอนัดพบกับเธอ ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องอะไร

“สวัสดีค่ะอาจารย์”

“อ้าวมาแล้วเหรอพะแพร นั่งสิ” เสียงบอกของอาจารย์ประจำวิชาบอก ทำให้พะแพรยิ่งอยากจะรู้มากกว่าเดิมว่าอาจารย์เรียกมาทำไม

“อาจารย์มีเรื่องอะไรให้หนูช่วยหรือเปล่าคะ” ด้วยความที่พะแพรเป็นหัวหน้าห้องทำให้เวลามีงานอะไรอาจารย์มักจะเรียกพะแพรไปช่วยงานคนแรก

“ใช่...พอดีมีคนรับไหว้วานให้ดูแลเรื่องอาหารการกินสำหรับการเปิดตัวโชว์รูมสาขาใหม่ของบริษัท ตติวัฒนากร เขาอยากให้นักศึกษาที่สาขาของเราส่งคนไปช่วยงาน และอาจารย์เล็งเห็นว่าพะแพรมีความสามารถตรงนี้เลยอยากให้เข้าไปคุยเรื่องอาหารที่ใช้แล้วเดี๋ยวอาจารย์จะหาคนไปช่วยวันงาน”

บริษัท ตติวัฒนากร ทำไมคุ้นชื่อนี้จังนะ หลังๆ มานี่เธอความจำสั้นลงหรือเพราะงานเยอะจนไม่มีเวลาจดจำเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างละเอียด

“ให้หนูเข้าไปคุยเรื่องดีเทลงานก่อนเหรอคะ...”

“ใช่จ้ะ แต่พะแพรไม่ต้องห่วงนะ ทางนั้นเขาจะมีค่าเสียเวลาให้เราด้วย พร้อมกับเงินสนับสนุนสาขาของเราด้วย อาจารย์เลยอยากให้พะแพรไปช่วย เพราะเชื่อในศักยภาพของหนูด้วย”

“แล้วหนูต้องไปคุยเรื่องอาหารที่ใช้ในวันงานวันไหนเหรอคะ” พะแพรถามด้วยความสนใจ เพราะรู้สึกว่างานนี้อาจจะเป็นใบเบิกทางในวงการทำอาหารของเธอได้เป็นอย่างดี ไม่ได้สนใจเรื่องเงินแต่อย่างใด

“เร็วที่สุดจ้ะ...แต่ทางกรรมการบริหารเขาจะสะดวกพรุ่งนี้ช่วงเย็น พะแพรว่างไหมจ๊ะ”

“พรุ่งนี้ช่วงเย็นเหรอคะ...” พะแพรถามย้ำด้วยความแปลกใจเพราะถ้าจะคุยงานทำไมต้องเป็นตอนเย็นด้วย ตอนกลางวันเวลาเยอะแยะ

“ส่วนค่าเดินทางพะแพรสามารถเอาไปเบิกกับทางนั้นได้เลยนะจ๊ะ ทางนั้นเขาแจ้งอาจารย์มาแบบนี้”

“เอ่อ...มีพะแพรไปคนเดียวเหรอคะ”

“ใช่จ้ะ พะแพรโอเคใช่ไหม...”

“ได้ค่ะอาจารย์ พะแพรไม่มีปัญหา” พะแพรตอบรับด้วยความเต็มใจ เพราะไม่ได้มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว การที่ได้ไปทำอาหารในงานเปิดตัวแบบนั้นถือเป็นโปรไฟล์ที่ดีให้กับเธออีกต่างหาก

“งั้นอาจารย์ก็มีเรื่องแค่นี้จ้ะ ขอบใจมากนะที่ช่วยอาจารย์ ส่วนคนที่จะไปช่วยวันงานอาจารย์จะหาไว้ให้อีกที”

“ได้ค่ะ”

สาวร่างเล็กเดินออกมาจากห้องพักอาจารย์ด้วยความดีใจเพราะเธอจะได้ออกงานอีกแล้ว การเก็บผลงานก่อนเรียนจบจะได้ทำตามความฝันที่อยากมีร้านอาหารเป็นของตัวเองในอนาคต

“ยิ้มอะไรอะเจ้...เพเห็นยิ้มมาตั้งแต่ไกล” จู่ๆ เพทายก็เดินมาดักหน้าพี่สาวที่เดินยิ้มออกมา

“อาจารย์แค่จะให้พี่ไปดูแลเรื่องอาหารที่ใช้เสิร์ฟในงานเปิดตัวโชว์รูมรถแห่งหนึ่งน่ะ” พะแพรบอกน้องชายที่ชอบสงสัยไปเรื่อย

“โชว์รูมที่ไหน”

“เหมือนจะเป็นของบริษัท ตติวัฒนากร อะไรเนี่ยแหละ พี่ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรแบบนี้หรอก เดี๋ยวจะไปตามที่อยู่ที่อาจารย์ให้พรุ่งนี้”

“ไม่ได้!!” จู่ๆ เพทายก็พูดโพล่งขึ้นมาทำเอาพะแพรตกใจเสียงของน้องชายและแปลกใจเมื่อใบหน้าของเพทายจริงจังและเคร่งเครียดผิดปกติ

“อะไรของแกอะเพ ทำไมต้องทำหน้าตกใจอะไรขนาดนั้นล่ะ...” พะแพรถามย้ำอีกครั้งเพราะเธอสงสัยกับท่าทีของน้องชายที่มันผิดปกติไปหมด

“เจ้ไปทำงานที่นั่นไม่ได้นะ เพไม่ให้ไป!!”

“ทำไมแกต้องห้ามพี่ล่ะ มันผิดนิสัยของแกนะ” ดวงตากลมโตจ้องมองน้องชายอย่างวิเคราะห์ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่พะแพรเห็นสีหน้าของเพทายดูเครียดมากกว่าปกติ ราวกับว่ามีความลับอะไรบางอย่างที่เธอไม่รู้เกี่ยวกับน้อง

“ไม่มีอะไร รู้แค่ว่าเพไม่ให้เจ้ไปช่วยงานที่นี่ ห้ามเด็ดขาด!” เสียงของเพทายแข็งมากขึ้น แต่ถึงกระนั้นพะแพรจะไม่ยอมหยุดเรื่องนี้เด็ดขาด

“ถ้าเพไม่อธิบายว่าทำไมถึงห้ามให้พี่ทำงานกับที่นั่น พี่ก็จะไม่ยอมหยุดตามที่เพบอกหรอกนะ เพราะพี่ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะต้องยอมทิ้งงานดีๆ แบบนี้เพียงเพราะเพห้ามพี่หรอกนะ”

“พี่พะแพร...” นี่เป็นครั้งแรกที่เพทายเรียกชื่อของพะแพรเต็มยศ แต่ถึงกระนั้นเธอจะไม่ยอมทำอะไรตามที่เพทายห้ามเด็ดขาดมันไม่มีเหตุผลอะไรเลยด้วยซ้ำ

“ถ้าเพไม่บอก งั้นก็อย่ามาห้ามพี่ เรื่องนี้มันคือเรื่องที่พี่ตัดสินใจเอง” พะแพรบอกด้วยเสียงแข็ง

“โธ่เว้ย!!” เพทายสบถคำออกมาด้วยความหงุดหงิดแล้วจะเดินจากไป ปล่อยให้พะแพรงงงวยกับท่าทีของน้องชาย ตั้งเกิดมาเธอไม่เคยเห็นเพทายทำหน้าตาจริงจังเท่านี้มาก่อน

“อะไรของมัน”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel