ตอนที่ 4: ติดอยู่กับเขา แต่เราเป็นบ้า (1/2)
‘ที่รักรู้ใจจัง!’
“อ๊ากกกกกกก!” มาริใช้มือทั้งสองข้างทุบหมอนที่อัดแน่นด้วยขนเป็ดเพื่อระบายความอัดอั้น เธอกดหน้าลงหมอนกรีดร้องออกมาไม่หยุด “ไม่น่าพูดออกไปเลย ทำไมต้องพูดคำนั้นด้วย!”
แต่ถึงจะอายแค่ไหน อย่างน้อยวันนี้เธอก็ทำสำเร็จแล้ว นักฆ่าคนนั้นคงเข้าใจไปแล้วว่าหนุ่มข้างห้องไม่ได้อยู่คนเดียว เพราะฉะนั้นเขาคงไม่กล้ากลับมาเหยียบที่นี่อีก
แต่ถ้าเขากลับมาล่ะ?
มาริลุกพรวดขึ้น วิ่งไปแนบหูกับผนังที่ขั้นกลางระหว่างห้อง เงี่ยหูฟังเสียงจากห้องข้างๆ เพราะอยากรู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ดีไหม
คนตัวเล็กค้างท่านั้นอยู่นานจนกระทั่งนึกขึ้นได้ว่าเธอกำลังทำตัวเป็นผู้หญิงโรคจิตอีกแล้ว เธอกระแอมไอกับตัวเองเบาๆ แก้เขิน แล้วก็ตั้งใจจะไปอาบน้ำเข้านอนให้มันจบๆ
“ช่างเถอะ”
มาริพูดปัดเสียงเบา เธอต้องเลิกสร้างเรื่องน่าอายให้กับตัวเองเสียที เพิ่งย้ายมาได้แค่วันเดียว แต่วีรกรรมมหาศาล กะไว้ว่าจะไม่ไปยุ่งวุ่นวายกับหนุ่มข้างห้องอีกแล้ว เธอจะยึดมั่นกับคำพูดของตัวเองให้ถึงที่สุด!
ซะเมื่อไหร่ล่ะ…
@Athena Coffee House
14.38 น.
วันรุ่งขึ้นมาริมีนัดกับพี่ชายสุดที่รักที่ร้านกาแฟโปรดของเขา เธอมาสายกว่าเวลานัดเพราะกว่าเมื่อคืนจะหลับลงก็ปาไปตีสามกว่าแล้ว วันนี้มาริแต่งตัวลวกๆ ด้วยเสื้อยืดสีฟ้าสว่างโอเวอร์ไซส์กับกางเกงยีนส์สีซีดขายาว รวบผมเป็นหางม้าหลวมๆ แล้วรีบออกจากห้องทันที
นี่ยังไม่นับอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ออกจากบ้านช้า เพราะมัวแต่กังวลว่าจะเจอหนุ่มคู่กรณีที่เมื่อคืนไปสร้างเรื่องไว้อีกนะ กว่าเธอจะกลั้นใจเปิดประตูออกจากห้องได้ก็ท่องนะโมไปหลายจบแล้ว
“พี่เร็น! รอนานมั้ย”
เสียงสดใสของน้องสาวตัวเล็กเรียกรอยยิ้มจากพี่ชายที่มานั่งรออยู่นานแล้วได้ทันที ทั้งๆ ที่เพิ่งย้ายออกไปแค่ไม่กี่วัน แต่เขาก็คิดถึงจนอยากให้เธอกลับมาอยู่ที่บ้านไวๆ
“ไม่นานเลย กินอะไรมั้ยเดี๋ยวพี่สั่งให้”
“เอานมสดสตรอว์เบอร์รีเหมือนเดิม”
“โอเค รอแป๊บนึงนะ”
ฝ่ามือหนาจากพี่ชายคนโปรดวางลงบนศีรษะของมาริอย่างเอ็นดู ด้วยความที่เขาเป็นเพื่อนเล่นกับมาริมาตั้งแต่เด็กๆ เธอเลยสนิทกับ ‘เร็น’ พี่ชายที่อายุห่างกันเพียง 2 ปีมากกว่าคนอื่นๆ
เร็นเป็นลูกคนที่ 4 ของตระกูลทาคาฮาชิ เขามีนัยน์ตาสีน้ำตาลอมเขียวอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว หน้าตาหล่อเหลาสะอาดสะอ้าน ผิวขาวจัดเหมือนหิมะ รูปร่างสูงโปร่งโดดเด่น ผมสีน้ำตาลเข้มถูกตัดแต่งด้วยทรงมัลเล็ต
เขามักจะแต่งตัวเหมือนศิลปินที่หลุดออกมาจากแกลเลอรี่ย่านเมืองเก่า การเคลื่อนไหวทุกอย่างของเขาดูนุ่มนวล สุขุม ราวกับกำลังจมอยู่ในโลกของตัวเอง สร้างเสน่ห์ลึกลับที่ชวนให้ผู้คนอยากเข้าไปทำความรู้จัก
เร็นเดินกลับมาที่โต๊ะพร้อมเครื่องดื่มสองแก้ว เขายื่นของโปรดของมาริให้ก่อนจะจัดแจงฉีกหลอดพลาสติกให้เสร็จสรรพ เจ้าของเสียงทุ้มเอ่ยถามทันทีที่นั่งลง
“ว่าแต่อยากเจอพี่มีเรื่องอะไรเหรอ”
“คือ…”
“หรือว่าคิดถึงพี่จนอยากกลับบ้านแล้ว?”
คนถามทำหน้าอย่างมีความหวัง พยายามจ้องตามาริเพื่อให้เธออ่านความคิดของเขาได้อย่างสะดวก
‘ที่บ้านให้อภัยแล้ว กลับมาเถอะนะน้องสาวของพี่’
“ไม่ใช่เรื่องนั้นค่ะ”
“หืม ถ้างั้นมีปัญหาอะไรรึเปล่า”
“เรื่องนิมิตที่พี่เร็นส่งข้อความมาบอกเมื่อวันก่อนน่ะ…” มาริชั่งใจว่าจะถามต่อดีไหม แต่พอคนตรงหน้าหยักยิ้มขึ้นมาเหมือนต้องการได้ยินอีกเธอเลยตัดสินใจถามออกไป “นอกจากนั้นแล้วพี่เห็นอะไรอย่างอื่นอีกมั้ย?”
“อย่างอื่นเหรอ…”
“...”
“ไม่มีนะ”
“อ้าว! ไหงงั้นล่ะ”
“ก็รู้นี่ว่าพี่ควบคุมการมองเห็นไม่ได้ มันนึกอยากจะมาก็มา บางทีก็หายไปเป็นเดือน”
มาริคอตกด้วยความผิดหวัง คิดว่าจะได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากความสามารถของพี่เร็นสักหน่อย แต่เหมือนเธอจะโลภเกินไปเพราะพลังนี้มันใช้ตามใจไม่ได้อยู่แล้ว
ทุกคนในบ้านรู้ดี ว่ามันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แถมถ้าใช้มากเกินไปยังส่งผลกับร่างกายอีกด้วย
ส่วนเร็นเองพอเห็นมาริทำหน้าเศร้าก็ยิ่งรู้สึกเป็นห่วง ไม่คิดว่าคำเตือนจากเขาจะทำให้น้องคิดมากขนาดนี้
“สรุปมีอะไร เล่าให้พี่ฟังได้นะ”
