บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3: แผนบุกรุกสุดพิลึก (กึกกือ) (2/2)

ติ๊งต่อง~

เสียงกริ่งดังเหมือนระฆังช่วยชีวิต มาริถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อเจ้าของห้องละสายตาจากเธอเพื่อไปเช็กจออินเตอร์คอมอีกครั้ง คนตัวสูงขยี้หัวตัวเองด้วยความงุ่นง่าน ไม่ได้นัดใครไว้สักหน่อยทำไมถึงได้แห่กันมากดกริ่งห้องเขากันจัง

“อาหารมาส่งครับ”

มาริใจเต้นแรงเมื่อเสียงที่เปล่งลอดลำโพงออกมาคือนักฆ่าคนเมื่อวานไม่ผิดแน่ สุดท้ายเขาก็หาทางขึ้นมาที่นี่จนได้ ไหนใครว่าคอนโดนี้การรักษาความปลอดภัยเป็นเลิศไง

“ผมไม่ได้สั่งนะครับ” เอ็มกดอินเตอร์คอมพูดผ่านไปยังคนส่งอาหาร

“คุณลูกค้าสั่งข้าวมันไก่ไปนะครับ”

“ไม่นะ ผมไม่ได้สั่ง”

“อ้าวคุณลูกค้า แบบนี้จะเบี้ยวค่าส่งผมใช่มั้ย”

เสียงที่ลอดผ่านมาออกอาการโมโห มาริแอบลอบมองผู้ชายคนนั้นผ่านไหล่กว้างของเอ็ม ท่าทางของเขากระสับกระส่ายมากขึ้นเมื่อเอ็มไม่มีทีท่าจะเปิดประตูต้อนรับเขาเลย

“งั้นรอแป๊บนะครับ”

คนตัวสูงก็เริ่มอารมณ์เสียไม่แพ้กัน แต่เขาไม่อยากมีเรื่องกับใครตอนนี้เลยคิดว่าจะออกไปดูออเดอร์หน่อย เผื่อจะมีความผิดพลาดเกิดขึ้น แต่ทันใดนั้นเองมาริก็คว้าหมับเข้าที่แขนของเขา

“ห้ามเปิดนะคะ!”

“ทำไมครับ?”

มาริกลืนน้ำลายลงคอ สมองหมุนติ้วพยายามคิดหาทางออก เธอไม่รู้จะทำยังไงแล้ว หัวใจเต้นโครมครามจนเหมือนจะหลุดออกจากอก แต่แล้วจู่ๆ ความคิดบ้าๆ ก็ผุดขึ้นมา…

ไหนๆ เขาก็คิดว่าเธอเป็นคนบ้าแล้ว ไปให้สุดเลยแล้วกัน!

“ที่รักรู้ใจจัง! กำลังหิวข้าวอยู่พอดีเลย!”

เอ็มหันขวับมามองด้วยดวงตาเบิกโพลงทันทีที่ประโยคนั้นหลุดออกจากปากของมาริ เธอยอมโดนตราหน้าว่าเป็นคนบ้าก็ได้ถ้ามันจะช่วยให้เขารอดพ้นคืนนี้ไปได้

แล้วความพยายามทุ่มสุดตัวของมาริก็เห็นผล นักฆ่าส่งอาหารมีทีท่าแตกตื่นเมื่อรู้ว่าเป้าหมายของเขาไม่ได้อยู่ห้องคนเดียว

“โทษทีครับ ผมส่งผิดห้อง”

มาริยืนมองหน้าจออยู่แบบนั้นจนมั่นใจว่าคนร้ายลงลิฟต์ไปแล้ว เธอถอนหายใจออกมาจนสุดปอดเมื่อภารกิจของวันนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

หลังจากนั้นทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ เจ้าของห้องสมองว่างเปล่าไปหมด เอาแต่คิดว่านี่มันเกิดบ้าอะไรกับเขากันแน่ คนส่งอาหารก็แปลก ผู้หญิงคนนี้ก็เพี้ยน ทำไมรอบตัวเขาถึงมีแต่คนสติไม่สมประกอบเลยสักคน

“เอ่อ…”

“...”

“ฉันขอตัวก่อนนะคะ!”

มาริไม่รู้จะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นยังไงจึงตัดสินใจหนีเอาตัวรอดก่อน เธอแน่ใจว่าถ้ายังอยู่ที่นี่ต่อ เขาต้องตั้งคำถามและเค้นเอาคำตอบจากเธอทั้งคืนแน่

เอ็มมองตามเธอไปขณะที่ประตูห้องปิดลง ถ้าเขาไม่มีสติมากพอคงคิดว่าตัวเองหลุดไปอีกมิติหนึ่ง หรือไม่ก็อยู่ในฉากหนังสยองขวัญสักเรื่องเป็นแน่ แม้จะไม่มีผีให้เห็นสักตัวแต่ก็หลอนไปหมด

อืด อืด~

เสียงโทรศัพท์ดังขัดความคิดเพ้อเจ้อของเขา เมื่อพลิกหน้าจอดูแล้วถึงนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้ตัวเองติดสายกับพี่สาวจอมขี้บ่นอยู่

“ฮัลโหล”

[เกิดอะไรขึ้น!? โทรไปกี่รอบก็ไม่รับ ทำไมเมื่อกี้ตัดสายไปเฉยๆ ฮะ!?]

เสียงแหลมๆ ของพี่สาวดังแสบแก้วหูจนเขาต้องยื่นโทรศัพท์ให้ห่างออกจากตัว

“...อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน”

[แกจะทำฉันประสาทเสียนะรู้มั้ย! ตอบมาซะดีๆ ว่าไปทำอะไรมา!]

เอ็มถอนหายใจออกมาเบาๆ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรเริ่มตรงไหน แต่ถ้าขืนเลี่ยงตอบไปคงมีแต่โดนเซ้าซี้จนหูชาแน่

“ผู้หญิงห้องข้างๆ มาหา”

[อ้อ! ที่แท้ก็เรื่องผู้หญิงนี่เอง ไหนว่ามา หน้าตาเป็นไง สวยน่ารักมั้ย?]

“อืม ก็น่ารักดี”

[งั้นแกก็จีบเลยสิ! รีบหาแฟนเป็นตัวเป็นตนได้แล้วมั้ง]

“ไม่ดีกว่า…” เอ็มนึกถึงภาพเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นแล้วหลุดขำออกมาโดยไม่รู้ตัว “ท่าทางจะเป็นคนประหลาดๆ”

[คนประหลาดกว่าแกน่ะไม่มีอีกแล้วว้อย อย่าให้พี่สาวคนนี้ต้องไปจัดการแม้กระทั่งเรื่องหาแฟนให้แกเลยนะ เหนื่อย]

“ถ้าจะพูดเรื่องนี้งั้นวางแล้วนะ”

ไม่ใช่แค่คำขู่ เอ็มตัดสายพี่สาวทิ้งเพราะไม่อยากเสวนากันไปมากกว่านี้ พลังงานที่เขามีอยู่เพียงน้อยนิดถูกใช้งานจนติดลบ

สาวข้างห้องคนนั้น...เธอเป็นใครกันแน่?

จุดมุ่งหมายของเธอคืออะไร แล้วมีเหตุผลอะไรถึงได้สนใจเขาขนาดนี้ ปากเธอพูดว่าสนใจแต่สายตากลับไม่ได้สื่อถึงความพิศวาสเลยแม้แต่น้อย เธอมีจุดประสงค์อะไรในการเข้าหาเขากันแน่นะ

เอ็มถอนหายใจยาว เขาควรลืมเรื่องนี้แล้วไปนอน แต่พอหลับตา ภาพและเสียงของผู้หญิงคนนั้นที่เรียกเขาว่า ‘ที่รัก’ ทำให้เขาหงุดหงิดจนต้องเอามือปิดหน้า

โอ๊ย เขากำลังเอาผู้หญิงเพี้ยนๆ คนนี้มาใส่ใจทำไมวะ!?

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel