ตอนที่ 3: แผนบุกรุกสุดพิลึก (กึกกือ) (1/2)
“ขอโทษนะคะ ขอเข้าไปหน่อยได้มั้ยคะ!?”
มาริตะโกนเสียงดังลั่นแถมยังคงเคาะประตูไม่เลิก ความร้อนรนในน้ำเสียงของเธอทำให้เอ็มชะงักไปเล็กน้อย แต่เขาก็ยังไม่สามารถไว้วางใจสาวน้อยปริศนาคนนี้ได้
“มีอะไรครับ”
“เอ่อ…พอดีห้องของฉันน้ำไม่ไหลน่ะค่ะ ขอใช้ห้องน้ำหน่อยได้มั้ยคะ?”
มาริคิดข้ออ้างตื้นๆ มาร้องขอความช่วยเหลือ ตอนนี้ไม่ว่ายังไงเธอก็ต้องหาทางเข้าไปในห้องเขาให้ได้ พอเข้าไปแล้ว ก็ต้องหาวิธีเตือนเขาแบบแนบเนียนที่สุด โดยอย่าให้เขาสงสัยว่าเธออ่านใจคนออกเด็ดขาด!
“ห้องน้ำข้างล่างก็มีครับ”
เสียงปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยของเอ็มทำให้มาริเหงื่อตก ถึงแม้ว่าปฏิกิริยาตอบรับของเขาจะสมเหตุสมผล แต่แบบนี้ก็ใจร้ายเกินไปหน่อยนะ
“ไม่ไหวแล้วค่ะ ต้องตอนนี้เลย อั้นไม่ไหวแล้วจริงๆ ค่า!”
มาริรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังมองเธอจากกล้องที่ติดอยู่หน้าห้อง เลยตัดสินใจแอคติ้งทำท่ากระโดดโลดเต้นเหมือนเด็กเล็กๆ ที่กลั้นปัสสาวะไว้ไม่อยู่
เอ็มยังคงยืนลังเลอยู่ที่หน้าจออินเตอร์คอม เขากำลังคิดหนักว่าควรจะทำยังไง เธออาจจะเดือดร้อนอยู่จริงๆ ก็ได้ ผู้หญิงคงไม่มาโกหกกันเรื่องแบบนี้หรอกมั้ง
“ได้โปรดเถอะค่ะ! ขอฉันเข้าไปหน่อยนะคะ!”
เสียงเร่งเร้าอ้อนวอนจากคนด้านนอกที่ดังขึ้นอีกครั้งทำให้เอ็มเริ่มใจอ่อน แม้ว่าสมองเธอจะไม่ปกติขนาดไหน แต่ผู้หญิงตัวบอบบางแบบนี้คงทำมิดีมิร้ายเขาไม่ได้หรอก
ติ๊ด~
มาริตาโตด้วยความดีใจเมื่อได้ยินเสียงเซนเซอร์จากประตูห้อง เอ็มผลักประตูออกมามองหน้าเธอนิ่ง แต่แววตาระแคะระคายราวกับอยากจะเช็กดูให้แน่ใจว่าเธอจะมาไม้ไหนกันแน่
“เดี๋ยวๆ คุณ!”
ไม่รอให้เจ้าของห้องได้ตั้งตัว มาริฉวยจังหวะนั้นพุ่งตัวแทรกผ่านช่องว่างระหว่างเขากับขอบประตูราวกับเจ้าหนูลมกรด ถือวิสาสะเข้าไปในห้องเขาทันทีทั้งๆ ที่เจ้าตัวยังไม่ทันได้อนุญาต
เอ็มได้แต่มองตามเธอไปด้วยสีหน้ามึนงง เขาปิดประตูก่อนจะหมุนตัวไปสำรวจสาวน้อยที่ยืนอยู่กลางห้องด้วยสีหน้าสติแตกพลางคิดในใจว่า ปวดขนาดนั้นเลยเหรอวะ?
“ห้องน้ำอยู่ทางนั้นครับ”
“อะ…อ๋อ ค่ะ”
เจ้าของห้องทำตัวสุภาพยกมือขึ้นบอกทางให้ผู้บุกรุกเสร็จสรรพ แต่แทนที่คนตรงหน้าจะรีบตรงดิ่งไปยังจุดหมายเหมือนที่อ้างไว้ตอนแรก เธอกลับยืนลอยหน้าลอยตามองสำรวจนู่นนี่ในห้องของเขาไปทั่วเหมือนคนไร้มารยาท
เอ็มเริ่มหงุดหงิดเพราะดันหลงเชื่อคำโกหกของเธอเข้าให้แล้ว แต่หารู้ไม่ว่ามาริแค่พยายามยื้อเวลาให้นานที่สุด เธอแทบจะจดจำรายละเอียดอะไรในห้องนี้ไม่ได้เลยเพราะเอาแต่คิดว่าจะผ่านพ้นเหตุการณ์น่าขายหน้าแบบนี้ไปยังไงดี
ไหนๆ ก็เล่นใหญ่มาขนาดนี้แล้ว จัดไปอีกสักหน่อยจะเป็นไรไปเนอะ มาริ!
“ว้าว! ภายในห้องคุณดูดีมากเลยนะคะ พื้นที่ใหญ่โตกว่าห้องฉันเยอะเลย!”
“ขนาดห้องชั้นนี้เท่ากันครับ”
“อะ…อ้อ! เป็นเพราะการตกแต่งสินะ ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยกว่าฉันเยอะ!”
พูดบ้าอะไรของเธอเนี่ย เอ็มคิดในใจพลางคิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันจนแทบจะผู้เป็นโบว์ได้อยู่แล้ว ผู้หญิงคนนี้เสียสติไปแล้วจริงๆ ใช่ไหม?
“สรุปจะเข้าห้องน้ำมั้ยครับ”
“หายปวดแล้วน่ะค่ะ”
“งั้นเชิญออกไปทีครับ”
“ตะ…แต่ว่า…”
สีหน้าที่สลดไปทันทีเมื่อเขาเอ่ยปากไล่ทำให้เอ็มชะงักกึก ใบหน้าเนียนใสที่เคยร้อนรนแปรเปลี่ยนเป็นเศร้าสร้อยเหมือนลูกหมาที่ถูกเจ้าของทิ้ง
เขาเองก็ไม่ได้มีประสบการณ์เรื่องผู้หญิงมามากนัก เลยไม่รู้ว่าไอ้สีหน้าท่าทางแบบนี้มันเป็นเพราะอะไร แต่ถ้าจะให้เดาก็คงเป็น…
“คุณ…สนใจผมเหรอครับ?”
“ใช่ค่ะ!”
…!!
มาริตอบโดยไม่ทันคิด เมื่อได้ทวนคำถามของเขาในหัวอีกรอบก็ต้องรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองทันที ยัยมาริ จะมีอะไรน่าขายหน้าไปกว่านี้อีกไหม!
คนที่ออกปากถามเองยังอึ้ง ช็อกไปกับคำตอบที่ได้ยิน ในขณะที่มาริก็อยากจะกระโดดลงจากระเบียงให้รู้แล้วรู้รอด นี่เธอพูดอะไรออกไปเนี่ย!?
จังหวะที่กำลังยืนหน้าเหวอกันทั้งคู่ มาริเผลอสบตาหนุ่มข้างห้องนานกว่าสามวินาที ทำให้แวบหนึ่งความคิดของเขาดังก้องเข้ามาในสมองเธอ
‘เสียดายหน้าตา ไม่น่าเป็นคนบ้าเลย’
ฮือออ มาริอยากจะร้องไห้ออกมาด้วยความขายขี้หน้า แต่ก็ต้องยั้งตัวเองไว้เพราะเดี๋ยวเขาจะแอบด่าเธอในใจว่าเป็นคนบ้าอีก
