ตอนที่ 2: สาวข้างห้องที่ (ไม่) ปกติ (1/2)
วันถัดมา
มารินอนกลิ้งไปมาบนเตียงคิงไซส์ที่มีดีไซน์เป็นรูปหัวใจ เธอเหนื่อยแทบขาดใจจากการย้ายบ้าน แต่สมองกลับไม่ยอมพัก มันเอาแต่วนเวียนอยู่กับแผนฆาตกรรมของหนุ่มข้างห้อง
นักฆ่าคนนั้นจะกลับมาอีกเมื่อไหร่นะ? เธอควรแจ้งตำรวจดีไหม?
แต่จะให้บอกตำรวจว่า สวัสดีค่ะ ฉันอ่านใจนักฆ่าได้ค่ะ เขากำลังจะมาฆ่าคนข้างๆ ห้องฉัน งี้เหรอ? ฟังดูบ้าชัดๆ
ติ๊งต่อง~
เสียงกริ่งที่ดังขึ้นจากห้องถัดไปทำให้เธอสะดุ้งตัวทุกครั้ง มาริจะรีบวิ่งแจ้นไปที่ประตูเพื่อเช็กความเคลื่อนไหวทันที เธออยากดูให้แน่ใจว่าหนุ่มข้างห้องจะไม่โดนนักฆ่าสอยไปเสียก่อน
“สวัสดีครับ มีพัสดุมาส่งครับ”
มาริแอบมองผ่านช่องตาแมวที่ประตูห้องของตัวเอง เห็นพนักงานส่งของในชุดสีส้มยืนอยู่หน้าห้อง 1502 หน้าตาของเขาไม่เหมือนกับผู้ชายคนเมื่อวาน
เธอถอนหายใจโล่งอก...แต่ก็ยังอดกังวลไม่ได้ สุดท้ายเลยค่อยๆ แง้มประตูออกช้าๆ ให้เสียงเบาที่สุด เป็นจังหวะเดียวกับที่หนุ่มเจ้าของห้องข้างๆ เปิดประตูออกมารับพัสดุพอดี
ร่างสูงเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มสังเกตเห็นมาริจากหางตา แต่เขาทำเป็นมองไม่เห็นและเซ็นรับพัสดุตามปกติ เมื่อเสร็จธุระแล้วเขาก็ปิดประตูกลับเข้าห้องไปตามเดิม
พนักงานส่งพัสดุกำลังจะเดินกลับไปที่ลิฟต์แต่ก็ต้องชะงักตัวไว้เมื่อถูกเสียงหวานของมาริเรียกเสียก่อน
“ขอโทษนะคะ”
“มีอะไรรึเปล่าครับ?”
มาริไม่ตอบ เธอเอาแต่งจ้องตาเขาให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อแอบใช้ ‘พลัง’ เธออยากรู้ว่าคนคนนี้ควรค่าพอที่จะไว้ใจหรือไม่
“เอ่อ...อยากให้ผมช่วยอะไรไหมครับ?” พนักงานคนเดิมถามด้วยสีหน้ามึนงง ผู้หญิงคนนี้หน้าตาน่ารักแต่ทำไมตัวแปลกชะมัดยาด
‘มองอะไรนักหนา…หรือว่าเธอจะสนใจเรากันนะ?’
“มีพัสดุของห้องหนึ่งห้าศูนย์หนึ่งมั้ยคะ”
“เอ๊ะ…ไม่มีนะครับ”
“งั้นเหรอคะ ขอบคุณมากค่ะ” มาริตอบเร็วรัวก่อนจะปิดประตูใส่หน้าพนักงานส่งของเสียงดัง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มาริทำตัวแปลกประหลาดแบบนี้ เหตุการณ์ใกล้เคียงกันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดทั้งเช้า ไม่ว่าจะเป็นพนักงานทำความสะอาด หรือแม้แต่เพื่อนบ้านที่เดินผ่านไปผ่านมา มาริแอบดูและพยายามสบตาทุกคนเมื่อมีโอกาส จนสุดท้ายทุกคนก็ปักใจเชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงโรคจิตที่ชอบจ้องหน้าคนอื่น
เจ้าหนุ่มข้างห้องก็เหลือเกิน เขาจะรู้บ้างไหมว่าเธอเหนื่อยแค่ไหนกับการที่ต้องมาคอยเฝ้าระวังให้เขาแบบนี้
มาริใช้พลังงานของทั้งวันหมดไปตั้งแต่ก่อนเที่ยง เพราะคนข้างห้องเล่นสั่งอาหารมาไม่หยุด พัสดุก็มาส่งแทบจะทุกชั่วโมง วันนี้เป็นวันจันทร์แท้ๆ แต่กลับไม่ออกไปทำงาน เธอสงสัยว่าเขาอาจเป็นหนุ่มตกงานที่ทำอาหารเองไม่เป็น แถมยังใช้เงินสิ้นเปลืองสั่งของออนไลน์ไม่พักอีกด้วย
“...ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ”
เธอบ่นกับตัวเองเพราะจะไปโทษเขาก็ไม่ได้ ตัวเธอเองเลือกที่จะทำแบบนี้โดยที่เขาก็ไม่ได้มารับรู้อะไรเลยด้วยซ้ำ เขาไม่รู้นี่นาว่ามีคนชั่ววางแผนจะทำร้ายเขาอยู่
พลันเสียงนาฬิกาปลุกก็แจ้งเตือน ถึงเวลาที่เธอจะต้องออกไปทำธุระข้างนอกแล้ว ไปอาบน้ำเตรียมตัวดีกว่า
…เขาจะไม่เป็นอะไรใช่ไหมนะ?
มาริยังเป็นห่วงและคลายกังวลไม่ได้ แต่จะให้ทิ้งทุกอย่างในชีวิตเพื่อนั่งเฝ้าเขาทั้งวันมันก็คงจะเกินไปหน่อยใช่ไหมล่ะ หวังว่าระหว่างที่เธอไม่อยู่นี้คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอกเนอะ…?
@Shadow Ink Publishing
ช่วงบ่าย มาริมีนัดส่งต้นฉบับที่สำนักพิมพ์ในฐานะนักเขียนนิยายแนวสืบสวนสอบสวนที่ใช้นามปากกาว่า ‘Mind Reader’ เธอเป็นนักเขียนชื่อดังที่ไม่ได้เปิดเผยตัวตน มีแฟนคลับติดตามค่อนข้างเยอะเพราะพล็อตเรื่องของเธอสดใหม่ไม่เหมือนใคร
นี่คือข้อดีของการที่เธอสามารถอ่านใจผู้อื่นได้ เมื่อใช้ชีวิตแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก มาริได้ยินความคิดของคนมานับพันจนชินชา มันทำให้เธอได้รู้ความดำมืดของจิตใจคนเรา คำพูดที่ว่า ‘เราไม่สามารถตัดสินคนจากภายนอกได้’ ก็เป็นการกล่าวที่ถูกต้อง
แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยให้ไอเดียสำหรับการเขียนนิยายของเธอเป็นอย่างดี แถมยังสร้างรายได้เพียงพอให้เธอสามารถเลี้ยงชีพตัวเองได้แบบสบายๆ อีกด้วย
“ผลตอบรับของเรื่องที่แล้วก็ยังดีไม่แผ่วเลยค่ะ” บรรณาธิการสาวพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ยังไงเรื่องนี้ก็ขอฝากตัวด้วยนะคะ”
“เช่นกันค่ะคุณเปิ้ล”
“คุณมารินี่ยังถ่ายทอดความคิดของตัวละครได้ยอดเยี่ยมเช่นเคยเลยนะคะ โดยเฉพาะฉากวางแผนโจรกรรม เหมือนคุณมาริเคยได้ยินแผนการของคนร้ายมาจริงๆ!”
