5. รับผิดชอบ 2
“แล้วไง หมอหล่อบอกต่อด้วยไรงี้เหรอ” นางคาดเดาซึ่งก็เป็นคำตอบที่ถูกต้อง
“ไม่ใช่หล่อธรรมดานะแก หล่อมาก คิ้วเข้ม จมูกโด่ง ปากสีกุหลาบน่าจุ๊บ สูงโปร่ง ขาวจนทะลุหลอดไฟนีออนเลยแก โอ้ยใจบาง” ฉันหน้าแดงเมื่อนึกถึงดวงตาสีเข้มที่มองมาที่ฉัน รอยยิ้มหวานละลายใจนั่นอีกคนอะไรก็ไม่รู้น่ากินไปทั้งตัว
“ที่แกพูดนั่นคนหรือหลอดไฟแอลอีดี สูงโปร่ง ขาวออร่า” อีบ้า! พูดซะเห็นภาพหลอดไฟ หมดมู้ดเลย
“ถ้าแกเจอหมอ แกต้องคิดเหมือนฉัน คนอะไรหล่อจนต้องร้องขอชีวิต ฮือ...”
“ฉันว่าแกตัดใจเหอะ หมอไม่ได้มีเวลามาทำสวีททำซึ้งกับแกนะเว้ย เค้าขึ้นเวรแถมอาจโดนเรียกตัวตลอด แกจะทำยังไง กำลังจะจึ๊กกะดึ๋ย โดนพยาบาลโทรตาม"
“เพี้ยะ!” ฉันตีแขนเพื่อนรักอย่างแรงด้วยความเขิน มาพูดเรื่องจึ๊กกะดึ๋ย บ้าไร ฮึ่ย!!!
“อีบ้า แรงคนหรือแรงควายวะ เจ็บนะเว้ย จะเขินอะไรนักหนา เมื่อไหร่จะรู้เรื่อง โอ้ย! คนสวยเซ็ง นี่เพื่อนเตือนดีๆ นะ ถ้าชอบคนมีเวลาให้คนที่เอาใจใส่ดูแลแกได้ตลอด ตัดอาชีพหมอออกไปเลย เค้าเป็นคนของประชาชน เกิดมาเพื่อช่วยเหลือมวลมนุษย์”
“สมหมาย แกพูดซะเค้าเป็นพาวเวอร์เรนเจอร์เลย เค้าก็เป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่ต้องการมีรักดีๆ สักคนป่ะวะ” ซึ่งคนนั้นก็คือฉันเอง
“แล้วยังไงต่อ แกเจอหมอก็ปิ๊งปั๊งเลยเหรอ”
“พยาบาลใส่ชาร์ทคนไข้ผิดเตียงฉันเกือบโดนตรวจภายในน่ะสิ โอ้ยพูดแล้วยังเขินอ่า เค้าเห็น เอ่อ! น้องสาวฉันแล้ว ฮือ..พูดแล้วยังอายไม่หาย”
“นี่ข้ามขั้น ถึงกับเห็นจิ๊โบะแกเลยเหรอ” ศัพท์แสงเรื่องใต้สะดือของนางมักจะโผล่มาเรื่อยๆ ฉันพยักหน้าเอามือปิดหน้าด้วยความเขินระดับสิบ
“เห็นมะแก เค้าเหมาะจะเป็นเนื้อคู่ฉันใช่มะ ไม่รู้หล่ะ เค้าเห็นน้องสาวฉันแล้ว ต้องรับผิดชอบ” ฉันพูดเองเออเองและมั่นใจในความคิดของตัวเองสุดๆ คุณหมอต้องรับผิดชอบโดยการเป็นสามีของฉัน
“อีบ้า ขอด่าทีนึงนะ ถ้ามีคนคิดเหมือนแกนี่ หมอคงมีร้อยเมียแหงๆ ยายแก่ๆที่มาตรวจมะเร็งปากมดลูกนั่นก็ด้วย เค้าก็ไม่ได้ตั้งใจป่ะวะ แกก็ลืมๆ มันไปเหอะ ถือว่าให้หมอดูเป็นวิทยาทานศึกษาป่าอเมซอน” ห๊ะ!! นางเปรียบเปรยน้องสาวฉันเป็นป่าอเมซอน นี่ฉันเล็มตลอดนะเว้ย
“นั่นหมอนะ ไม่ใช่ช่างภาพแนชั่นแนลจีโอกราฟฟิค ฉันไม่ได้ให้มาสำรวจป่าอเมซอนฉันง่ายๆนะ”
“แล้วแกจะเอาไง จะจีบหมอว่างั้น”
“ใช่ หมอต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ทำกับฉัน!!!” ฉันปฏิญาณกับตัวเอง
“นี่แก เค้าแค่เกือบจะตรวจภายใน ไม่ใช่ได้กัน สติค่ะเพื่อนสติ” ถึงนางจะห้ามยังไง ก็ห้ามความรู้สึกที่ฉันมีต่อหมอไม่ได้ ฉันตั้งใจอย่างแน่วแน่
“ฉันจะเป็นภรรยาคุณหมอรังสิมันต์ ตันติเวชไพศาลให้ได้แกคอยดูเหอะ”
“เออ เพื่อนคงดึงสติแกไม่ได้ ฉันมั่นใจว่าไม่นานแกก็หมดความอดทน แล้วเพื่อนจะคอยดูนะจ้ะ กินข้าวเหอะหิวแล้ว” แล้วนางก็ตั้งใจกินข้าวเช้า เราคุยกันสักพักนางก็ขอตัวไปทำงาน ส่วนฉันเข้าครัวเพื่อทำขนมเตรียมขายวันนี้และทำครัวซองต์เนยสดสูตรพิเศษไปฝากคุณหมอสุดที่รัก พอทำเสร็จออกมาที่หน้าร้านก็เจอ น้องเดียร์และน้องมิก พนักงานเสิร์ฟและบาริสต้าของฉัน น้องมิก อายุ 22 ปี เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยและยังว่างงาน ฉันจึงสอนสูตรการทำเครื่องดื่มและเทรนด์งานให้น้องจนชำนาญ น้องมิกสามารถทำเครื่องดื่มได้ทุกอย่างในร้านและดูแลร้านให้ฉันได้เป็นอย่างดี ส่วนน้องเดียร์ อายุ 20 ปี เนื่องจากฐานะทางบ้านไม่ดีจึงออกมาทำงานเพื่อหาเงินเรียนต่อมหาวิทยาลัย ตอนฉันรับสมัครพนักงานฉันรู้สึกถูกชะตากับน้องทั้งสอง พอได้ฟังประวัติตอนสัมภาษณ์ก็รู้สึกคิดไม่ผิดที่รับน้องทั้งสองคนเข้ามาทำงานในร้าน
“มิกทำชาเขียวเย็นหวานน้อยแล้วก็มอคค่าเย็นหวานน้อยให้พี่ด้วยสองแก้ว” น้องมิกยิ้มรับ น้องเดียร์กำลังเช็ดโต๊ะและเตรียมเปิดร้าน
“ใครสั่งแต่เช้าอ่าพี่” น้องเดียร์ถามเพราะตอนนี้เพิ่งเก้าโมง ร้านเพิ่งจะเปิด ฉันโทรบอกน้องทั้งสองว่าฉันไม่ค่อยสบายให้เปิดร้านสายๆหน่อย น้องจะได้ไม่ต้องรีบมา เพราะฉันต้องใช้เวลาทำขนมสำหรับขายวันนี้ด้วย
“พี่จะเอาไปส่งที่โรงพยาบาล” ฉันยิ้มเขิน
“ทำไมพี่หน้าแดงอ่า ยังไม่หายดีเหรอ” น้องมิกถาม พลางชงชาเขียว
