ตอนที่ 4 ความจริงในหลอดแก้ว
ท่ามกลางความวุ่นวายของการเตรียมตัวเดินทางไกล รดากลับรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนช้าลง ทุกวินาทีที่ผ่านไปเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและคำถามที่ไม่มีคำตอบ เธอพยายามหลบเลี่ยงการเผชิญหน้ากับทุกคนในบ้าน โดยเฉพาะในเวลาอาหารที่กลิ่นอาหารคาวหวานซึ่งเคยโปรดปราน กลับกลายเป็นตัวกระตุ้นให้เธอนึกอยากจะอาเจียนออกมาทุกครั้ง
รดาขังตัวเองอยู่ในห้องพักครู่ใหญ่ เธอจ้องมองถุงกระดาษจากร้านขายยาที่เธอแอบไปซื้อมาเมื่อช่วงบ่ายด้วยหัวใจที่เต้นโครมคราม ในนั้นมีแท่งพลาสติกสีขาวที่เรียกว่า "ชุดตรวจครรภ์" ถึงสามอัน เธอต้องการความแน่ใจ... แม้ในใจลึกๆ จะรู้คำตอบดีอยู่แล้วจากอาการที่ร่างกายพยายามประท้วงตลอดหลายวันที่ผ่านมา
มือที่สั่นเทาหยิบอุปกรณ์ชิ้นแรกขึ้นมาทำตามคำแนะนำในฉลากอย่างเคร่งครัด รดานั่งรออยู่บนขอบอ่างล้างหน้าภายในห้องน้ำที่เงียบสนิท เสียงเข็มนาฬิกาข้อมือที่เดินเป็นจังหวะดูจะดังผิดปกติในความรู้สึกของเธอ
ห้านาทีผ่านไป... ซึ่งยาวนานราวกับห้าศตวรรษ
รดากลั้นหายใจขณะหยิบแท่งพลาสติกนั้นขึ้นมาดู แถบสีแดงเข้มสองขีดปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนจนไม่ต้องเสียเวลาตีความ เธอแทบจะทรุดลงกับพื้น แต่ด้วยความไม่เชื่อสายตา เธอจึงเริ่มแกะอันที่สองและอันที่สามตามมา ผลที่ได้ยังคงเหมือนเดิม... สองขีด ตอกย้ำความจริงที่เธอหวาดกลัวที่สุด
"ท้องจริงๆ ด้วย..."
รดาพึมพำกับตัวเอง น้ำตาที่อัดอั้นไว้ไหลอาบแก้ม เธอทรุดตัวลงนั่งบนพื้นห้องน้ำเย็นเฉียบ กอดเข่าตัวเองไว้แน่น ความรู้สึกสับสนประดังประเดเข้ามา ทั้งความดีใจลึกๆ ที่มีสิ่งมีชีวิตซึ่งเกิดจากคนที่เธอรักกำลังเติบโตอยู่ข้างใน และความหวาดกลัวต่ออนาคตที่มองไม่เห็นทางออก
เธอจะบอกคุณพ่อคุณแม่อย่างไร? พวกท่านเป็นนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ที่ให้ความสำคัญกับหน้าตาทางสังคมเหนือสิ่งอื่นใด แล้วพี่ริสาล่ะ? พี่สาวที่แสนดีที่เพิ่งสวมแหวนหมั้นกับ "พ่อของเด็ก" ในท้องเธอไปเมื่อไม่กี่วันก่อน
รดารีบปาดน้ำตา เธอบอกตัวเองว่าต้องตั้งสติ เธอไม่มีเวลาให้ฟูมฟายอีกแล้ว แผนการเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศที่วางไว้คือทางออกเดียวและทางออกสุดท้าย เธอต้องไปก่อนที่ท้องจะเริ่มโตจนสังเกตเห็นได้ และต้องไปให้ไกลพอที่กลิ่นอายของความลับนี้จะส่งไปไม่ถึงเมืองไทย
เธอลุกขึ้นรวบรวมอุปกรณ์ตรวจครรภ์ทั้งหมดใส่ถุงพลาสติก มัดปากถุงอย่างแน่นหนาแล้วซ่อนไว้ใต้ถุงขยะใบใหญ่ ก่อนจะเดินออกมาล้างหน้าล้างตาให้ดูเป็นปกติที่สุด
"รดา... อยู่ในห้องหรือเปล่าลูก?" เสียงของคุณหญิงพิมพรรณดังขึ้นพร้อมกับการเปิดประตูเข้ามา
"อยู่ค่ะคุณแม่ รดาเพิ่งอาบน้ำเสร็จ" รดารีบหยิบผ้าขนหนูมาคลุมไหล่บังอาการสั่น
"แม่จะมาบอกว่า พรุ่งนี้พี่ภามเขาจะมารับเราไปทานข้าวเย็นนะ ถือเป็นการเลี้ยงส่งก่อนเราไปเรียนต่อ พี่เขาอาสาเองเลยนะเนี่ย เห็นบอกว่าอยากทำหน้าที่พี่ชายให้ดีที่สุด"
รดารู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆ จุกอยู่ที่ลำคอ "รดา... รดาเกรงใจพี่ภามค่ะคุณแม่ อีกอย่างพี่ริสาก็ต้องไปด้วยใช่ไหมคะ?"
"ริสาเขาไปไม่ได้จ้ะ เห็นว่ามีคุยงานด่วนกับลูกค้าที่หัวหิน พี่ภามเขาเลยบอกว่าจะดูแลเราเอง ไม่ต้องเกรงใจหรอกลูก คนกันเองทั้งนั้น" คุณหญิงพิมพรรณยิ้มอย่างเอ็นดู "แต่งตัวสวยๆ ล่ะ พี่เขาจะได้ภูมิใจที่มีน้องสาวเก่งและสวยขนาดนี้"
เมื่อมารดาเดินลับตาไป รดาก็แทบจะหมดแรงยืน เธอไม่เข้าใจว่าภามต้องการอะไรจากเธออีก ในเมื่อเขาก็ได้เข้าพิธีหมั้นอย่างสมเกียรติไปแล้ว ทำไมเขาถึงยังต้องมาวนเวียนอยู่ในชีวิตเธอในช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุดแบบนี้
วันรุ่งขึ้น ภามมารับเธอตามนัด เขาอยู่ในชุดลำลองแต่ยังคงความเมามันสมาร์ทตามแบบฉบับนักธุรกิจหนุ่ม บรรยากาศในรถเต็มไปด้วยความเงียบสงบที่น่าอึดอัด รดาเลือกที่จะมองออกไปนอกหน้าต่างตลอดทาง
"รดา... พี่เลือกอาหารญี่ปุ่นร้านโปรดของเธอนะ เห็นช่วงนี้เธอดูซูบๆ ไป" ภามเอ่ยทำลายความเงียบ
"ค่ะ ขอบคุณค่ะ" รดาตอบสั้นๆ
เมื่อถึงร้านอาหาร ภามสั่งเมนูโปรดของรดามาเต็มโต๊ะ แต่กลิ่นปลาดิบและโชยุที่เคยหอมหวล กลับทำให้รดารู้สึกพะอืดพะอมจนต้องยกมือขึ้นปิดปาก
"เป็นอะไรหรือเปล่ารดา? ไม่สบายตรงไหน?" ภามถามด้วยความเป้นห่วง เขายื่นมือมาจะแตะหน้าผากของเธอ แต่รดากลับเบี่ยงตัวหลบ
"เปล่าค่ะ... รดาแค่พักผ่อนน้อย พี่ภามทานเถอะค่ะ รดาขอตัวไปห้องน้ำแป๊บนึงนะคะ"
รดารีบวิ่งไปที่ห้องน้ำ เธอขังตัวเองไว้ในห้องน้ำสาธารณะที่ตกแต่งอย่างหรูหรา แล้วปล่อยให้อาเจียนออกมาจนแทบหมดไส้หมดพุง เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ บอกตัวเองว่าต้องอดทน ต้องเก็บอาการให้ได้อีกแค่ไม่กี่วันเท่านั้น
เมื่อเธอกลับมาที่โต๊ะ ภามจ้องมองเธอด้วยสายตาจับผิด "รดา... เธอปิดบังอะไรพี่อยู่หรือเปล่า?"
"ปิดบังอะไรคะ? ไม่มีค่ะ" รดาแสร้งทำเป็นตักซุปเข้าปาก
"ทำไมเธอต้องรีบไปเรียนต่อนัก ทั้งที่ความจริงจะเริ่มเทอมหน้าก็ได้?" ภามคาดคั้น "แล้วอาการของเธอมันดูเหมือนคน..."
"เหมือนคนอะไรคะ!" รดาขึ้นเสียงเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยสั่นระริก "รดาแค่อยากรีบไป รีบเรียน รีบใช้ชีวิตของรดา พี่ภามสนใจแต่เรื่องงานแต่งของตัวเองกับพี่ริสาเถอะค่ะ อย่ามาวุ่นวายกับชีวิตรดานักเลย"
"ที่พี่วุ่นวาย เพราะพี่เป็นห่วง!" ภามคว้าข้อมือเธอไว้ใต้โต๊ะ "คืนนั้น... พี่จำได้ทุกอย่างนะรดา ถึงแม้เธอจะบอกให้พี่ลืม แต่พี่ลืมไม่ได้หรอก พี่รู้ว่าพี่ผิด พี่รู้ว่าพี่ทำร้ายเธอ..."
"ถ้าพี่รู้ว่าพี่ทำร้ายรดา พี่ก็ควรปล่อยรดาไปสิคะ" รดาพูดน้ำตาคลอเบ้า "ปล่อยให้รดาไปมีชีวิตใหม่ ในที่ที่ไม่มีพี่ ในที่ที่รดาจะไม่ต้องจำว่ารดาเคยเป็นผู้หญิงใจง่ายที่แอบรักคู่หมั้นพี่สาวตัวเอง!"
คำพูดประชดประชันของรดาเหมือนตบหน้าภามอย่างแรง เขาค่อยๆ ปล่อยข้อมือเธอออก สายตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด "ถ้าเธอต้องการแบบนั้น... พี่ก็จะพยายาม"
มื้ออาหารจบลงด้วยความขมขื่น ภามมาส่งรดาที่หน้าบ้านก่อนจะขับรถจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก รดายืนมองท้ายรถของเขาจนหายลับไปในความมืด เธอรู้ดีว่านี่อาจจะเป็นการทานข้าวด้วยกันครั้งสุดท้ายในฐานะ "คนรู้จัก"
เธอกลับเข้าห้องนอน เริ่มจัดแจงเอกสารการเรียนและพาสปอร์ตให้เรียบร้อย อีกเพียงสองวันเธอจะออกเดินทาง เธอไม่ได้แค่หนีจากความผิดพลาด แต่เธอหนีจากความรักที่ไม่มีวันเป็นจริง เพื่อไปสร้างโลกใบใหม่ให้ลูกของเธอ
"อีกนิดเดียวลูก... อีกนิดเดียวเราก็จะปลอดภัยแล้ว" รดาลูบหน้าท้องเบาๆ ขณะที่ความง่วงงุนจากการแพ้ท้องเริ่มจู่โจม
ความจริงที่ปรากฏในหลอดแก้ววันนั้น อาจจะเป็นจุดจบของเด็กสาวผู้สดใส แต่สำหรับรดา... มันคือจุดเริ่มต้นของการเป็นแม่ที่ต้องเข้มแข็งเหนือใครในโลก
