บทที่ 9 ตอน Love of Different Age ตอนที่ 8
ถ้าไม่มีหมาที่ไหนจับตามองก็คงอยากใส่เสื้อผ้าราคาย่อมเยาแถมคุณภาพก็ดีพอกัน ติดแบรนด์บางอย่างแพงแถมคุณภาพต่ำก็เยอะแยะไป
และตอนนี้ก็ใกล้ถึงเวลาโล๊ะเสื้อผ้าและเครื่องประดับทั้งของพวกนายและฉันให้หมดทุกอย่าง อยากเอาไปให้คนในคฤหาสน์ใส่กันก็ตามใจ ฉันไม่ว่าอะไรอยู่แล้ว”
“ฉลาดสมเป็นคุณชาย ผมตั้งใจจะถามอยู่พอดีว่าเอาให้คนในคฤหาสน์ได้หรือเปล่า” กันต์พูดอย่างอารมณ์ดี
“นอกจากถุงเท้า กางเกงใน เสื้อกล้าม เอาไปบริจาคให้องค์กรที่เหมาะสมซะ เดี๋ยวกลับไทยไปจะพากันไปซื้อใหม่ทั้งหมด ตอนนี้เอาเฉพาะเครื่องประดับที่ใส่แค่งานทางการพอ”
“รับทราบครับ คุณชายเล็ก” กันต์ขานรับ
“ถ้าอย่างนั้น ลองเลือกร้านนี้ดูก็ได้นะครับ” แจ็คเสนอ
นภัทรชอบความสงบในการมาเที่ยวพักผ่อนหลังจากไม่มีคุณชายบ้านนั้นมาคอยตามรบกวน รวมถึงคุณผู้หญิงจากที่ไหนด้วยก็ตาม การปล่อยตัวปล่อยใจมันดีต่อใจที่สุด
แต่ว่าความสงบไม่ได้อยู่นานนัก หลังจากมาท่องเที่ยวประมาณสี่วัน ก็เริ่มรู้สึกถึงการจับตามองในที่ต่างๆ ทำให้การเลือกซื้อของสิ้นสุดลง
เปลี่ยนแผนเป็นท่องเที่ยวดื่มด่ำบรรยากาศ และเลือกพกสิ่งของป้องกันความปลอดภัยให้ตนเองเรียบร้อย หากเกิดเหตุไม่คาดฝันต้องพร้อมเสมอ
มอร์ซินแอบตามมาไม่ให้สะดุดตาเกินไปอยู่ตลอดหลายวัน แต่ไม่คิดว่าจะมีผู้ไม่ประสงค์ดีคอยสะกดรอยตามเช่นกัน ผ่านมาพันปีความต่ำทรามก็ยังคงมีอยู่
เหตุการณ์เศษอุกกาบาตตนเหมือนฝาห่าใหญ่ตลอดหนึ่งเดือนที่คร่าชีวิตคนทั่วโลกไปมากกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ ถือเป็นเหตุการณ์ระดับมหาภัยพิบัติทางธรรมชาติทรงพลังมากที่สุด
“ไปกับพวกเราแต่โดยดีซะ ลูกคนเล็กของหนึ่งในเจ็ดตระกูลใหญ่จากราชอาณาจักรไทย”
“กล้ามากที่ปล่อยให้คนของตัวเองนอนหลับ แล้วออกไปมาเดินเล่นยามวิกาลแบบนี้”
“เตรียมตัวบอกลาครอบครัวของแกซะ”
“อะไรกัน! ทำไมถึงแสยะยิ้ม”
“แจ็ค กันต์ ลงมือซะ”
ผัวะ! พลั่ก! ตุ้บ! โครม!
สิ้นเสียงของคุณชายตัวน้อยตระกูลภูทนินทร์ไม่กี่นาที เลขากับพ่อบ้านประจำตัวต่างพากันจัดการทุกคนที่เข้ามาล้อมรอบในทันที แต่ทว่าอัตราส่วนของศัตรูนั้นมากกว่าหลายเท่า
ในระยะที่พอประเมินจากสายตานั้นมีนับร้อยชีวิต จำนวนมันมากเกินกว่าจะประจันหน้ากัน มือเล็กชักดาบสั้นขนาดพอดีมือออกมาทั้งสองข้าง เข้าร่วมปะทะกับเหตุการณ์นี้
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!
เสียงตวัดดาบนั้นดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ สิ่งเดียวที่คิดได้ในตอนนี้คือการตีฝ่าวงล้อมออกไป ต่อให้รวมคนของตนเองเข้าไปด้วยก็ปะมือได้แค่หลักสิบเท่านั้น
“คุณชายเล็ก! ระวัง!”
เคร้ง!
เสียงดาบคู่หนึ่งเข้ามาหยุดสถานการณ์ที่หัวของนภัทรอาจจะขาดไปเมื่อเสี้ยววินาทีได้พอดิบพอดี ราวกับกำลังรอให้เจ้าตัวรับมือไม่ไหวถึงค่อยเข้ามาช่วยเหลือ
เป็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ เนื่องจากทั้งมอร์ซินและว่าที่คู่หมั้นได้พาคนของตนเองสะกดรอยตามมาสักพักใหญ่ ไม่ยอมเปิดเผยตัวตนเพราะกลัวว่าเด็กคนนั้นจะรำคาญ
ใจจริงของเขาคืออยากสนิทด้วยเท่านั้นเอง เพราะไม่ได้คุยกับใครด้วยความสบายใจและไม่ต้องคิดเยอะแบบนี้มานานมาก แต่เหมือนอีกคนจะไม่ต้อนรับเท่าไหร่นัก
รวมถึงมีข้อความจากพ่อส่งมาอีกว่าทำยังไงก็ได้ แต่ต้องปกป้องเด็กคนนี้เอาไว้ให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว ใช้ภาษาอังกฤษ การต่อรองราคา วิธีสนทนาแบบธุรกิจก็ทำได้เยี่ยมยอด
จนแทบไม่รู้สึกว่าน่าเป็นห่วงเลยสักนิด แถมยังรู้สึกเห็นด้วยกับการประโคมข่าวเรื่องความสามารถของลูกคนเล็กตระกูลนี้อย่างละเอียดยิบ รวมถึงลูกคนโตเองก็มากความสามารถเช่นกัน ทายาทรุ่นต่อไปของตระกูลนี้ช่างน่าจับตามองนัก
“เข้าไปช่วยกันเถอะค่ะ ท่านลอร์ด” เธอกล่าวพลางหยิบอาวุธขึ้นมา
“อย่าเพิ่งครับ ลองดูความสามารถก่อน”
“อาจจะอันตรายนะคะ นี่มันเกินร้อยคนด้วยซ้ำ มันมากเกินไปค่ะ”
“พวกเราจะเข้าไปช่วยในตอนที่ทั้งสามคนรับมือไม่ไหวครับ ผมไม่เชื่อหรอกว่าทายาทจะไม่มีความสามารถ”
“ก็ได้ค่ะ ฉันจะรออีกสิบนาที”
ลำพังความสามารถของพ่อบ้านกับเลขาประจำตัวนั้น สำหรับเขาไม่ค่อยแปลกใจนัก การที่ใครคนใดคนหนึ่งสามารถรับมือกับคู่ต่อสู้ได้ทีละสามสี่คนถือเป็นเรื่องปกติ
แต่นี่มันเหนือความคาดหมายมากทีเดียว ทั้งคู่สามารถรับมือได้ทีละห้าคน เล็งจุดตายหรือจุดที่ทำให้ไม่สามารถต่อสู้ได้ทันทีอย่างรวดเร็ว สมแล้วที่ถูกฝึกมาเพื่อปกป้องเหล่าผู้สืบทอด
ไม่กี่นาทีต่อมาก็ทำให้ทั้งเขาและเธอต้องตกตะลึงอีกครั้ง เมื่อมือเล็กทั้งสองหยิบอาวุธออกมาแล้วจัดการศัตรูที่ตัวใหญ่กว่าได้ทีละห้าคนในคราวเดียว
สมกับที่ผู้นำตระกูลนั้นโอ้อวดว่ามีลูกชายที่แสนเก่งกาจถึงสองคน ไม่ว่าใครที่เห็นก็ต้องภูมิใจกันแน่นอน รับมือศัตรูได้เทียบเท่าผู้ใหญ่วัยเดียวกัน
ต่อไปในภายภาคหน้าจะต้องเก่งกาจกว่านี้หลายเท่านัก
“หมดเวลาดูแล้วครับ เข้าไปช่วยกันเถอะ”
“ค่ะ ท่านลอร์ด”
“คุณชายเล็ก! ระวัง!”
เคร้ง!
มอร์ซินกระโดดลงไปช่วยทันทีหลังจากออกคำสั่ง ทั้งเขาและเธอพาคนสนิทออกมาด้วยนับสิบชีวิต ถึงแม้ว่าปริมาณจะดูน้อยกว่าแต่ของแบบนี้เน้นคุณภาพมากกว่า
ศัตรูแปลกใจกับกลุ่มคนมาใหม่ที่เข้าช่วยเหลือเป้าหมายในการลอบสังหารครั้งนี้ เพราะว่ามันดูเจาะจงเกินไป มาช่วยราวกับรอเวลาอยู่แล้วแบบนี้
สัญชาติญาณกำลังร้องบอกว่างานนี้อันตรายเกินกว่าที่คิด อาจไม่มีโอกาสรอดชีวิตอีกต่อไป คิดต่อไปก็ไร้ความหมายเพราะทั้งหมดถูกจัดการภายในยี่สิบนาทีเท่านั้น
“เป็นยังไงบ้างครับ คุณชายปลอดภัยหรือเปล่า” กันต์ถามด้วยความเป็นห่วง
“บาดเจ็บตรงไหนไหมครับ” แจ็คถามด้วยความเป็นห่วงเช่นกัน
“ไม่เป็นไร ฉันปลอดภัย โอเคดีทุกอย่าง”
